Threadlike Love ฉันพบนาย ที่ปลายทาง

ตอนที่ 2 : ฉันพบควาย ที่ปลายทาง (คล้องอีก)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ก.พ. 53

                อารมณ์เสีย อารมณ์เสียอารมณ์เสีย น่าโมโห มันน่าโมโห เส้นด้ายอะรายยยยย!!

                มันน่าโมโหจริงๆ น่ะแหละ เพราะไอ้ฉันที่กำลังรีบๆ ไปโรงเรียนอยู่ ดันต้องมาเสียเวลาเพราะไอ้เส้นด้ายสีขาวที่ยาวเป็นกิโลเมตรเนี่ย! จะเอามันออกก็แกะไม่ออก จะดึงกำไลออกมันก็เจือกดึงไม่ออกอีก

                เฮ้อออ... เอาวะ! เดินไปตามทางเส้นด้ายก็แล้วกัน เผื่อจะไปเจอตัวการที่รั้งกำไลฉันไว้จนไม่เป็นอันได้ไปร่ำไปเรียน

 

                ฉันเดินมาได้ประมาณสักห้านาทีแล้ว เส้นด้ายก็ยังคงทอดยาวไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหมดเลย แต่ก็ยังน่าแปลกใจอยู่นะ ที่เจ้าเส้นนี่ไม่ได้ไปพันกับอะไรทั้งสิ้น แถมสภาพมันก็ยังดูใหม่อีกซะด้วย ทั้งๆ ที่มันน่าจะเขลอะดินเขลอะทรายซึ่งอยู่ตามถนนเต็มไปหมด...

                ว่าแต่...ไอ้เส้นด้ายบ้านี่มันยาวเท่าไรฟะ! ชักเหนื่อยแล้วนะว้อยย!

                โป๊กกก!

            ฉันที่เดินๆ อยู่ดีๆ ก็ไปชนกับอะไรไม่รู้สูงๆ เข้าให้อย่างจัง!

                โอ๊ยยย!”

                ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บและด้วยความโมโห

แต่แล้วก็ต้องตกใจ... เพราะว่าเสียงนี้ไม่ได้มาจากฉันคนเดียวเท่านั้น...แต่มันมาจากบุคคลที่ยืนก้มหน้าลูบปลายคางตัวเองอยู่ตรงหน้าฉันด้วยน่ะสิ!

                ขะ...ขอโทษค่ะ

พอเห็นเช่นนี้แล้วฉันก็รีบก้มหน้าขอโทษขอโพยใหญ่ตามมารยาท

                นี่เธอ...

                เขาเปรยขึ้นมาอย่างเอื่อยๆ ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง แล้วพอเห็นหน้าเขาเท่านั้นแหละ... ฉันก็ถึงกับสะดุ้งโหยงเลยทีเดียว... ก็หมอนี่คือไอ้หน้าหล่อที่ชื่อ ควิลล์ ที่ผู้หญิงทั้งโรงเรียนต่างพากันบ้าจนสติแตกนี่นา

เอ๊ะ...แต่เดี๋ยวก่อน!! สร้อยที่เขาใส่อยู่นั้น... มันเส้นเดียวกับที่ฉันเห็นเมื่อวานนี้นี่! แถมยังถูกเส้นด้ายเส้นเดียวกันซึ่งอยู่ที่กำไลฉันผูกไว้อีกต่างหาก...

                นะ...นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ยยยย!?

                เธอใช่มั้ย ที่เป็นคนมาผูกไอ้เส้นบ้านี่ไว้กับสร้อยฉัน!!” เขาตวาดใส่หน้าฉันเต็มๆ พลางชี้ไปยังสร้อยที่ตนเองกำลังใส่อยู่

                ...หะ?พูดผิดพูดใหม่ได้นะจ๊ะตัวเอง

                ไม่ต้องมา หะ เธอทำอย่างนี้ทำไม ชอบฉันมากขนาดจะต้องมาทำเรื่องพรรค์นี้เลยเหรอ!?”

                ฮะ...เฮ่ย

                ตอนนี้ฉันรู้สึกโล่งอกบวกขอบคุณมากมายเลยล่ะ ที่เส้นด้ายเส้นนี้ไม่ได้เป็นสีแดง เพราะถ้าขืนหมอนี่เป็นเนื้อคู่ของฉันล่ะก็...ฉันขอไปตะ...เอ้ย เป็นโสดไปตลอดชาติก็พอ -_-;;;

                นาย...

                ขอร้องเหอะ...

                ดะ...เดี๋ยวดิ

...พอสักทีจะได้มั้ย ฉันรำคาญ—”

            นายนั่นแหละพอ!! มาถึงก็มากล่าวหาด่าฉันปาวๆ ทั้งๆ ที่ฉันก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย! ถามจริงเหอะ นายมันบ้าทุเรศงี่เง่าปัญญาอ่อนโรคจิต—” (หยุดพักหายใจ)—วิกลจริตดัดจริตหลงตัวเองเข้าขั้นโคม่าแล้วรึไงฮะ!”

                เนื่องจากว่าเขาด่าฉันเอาๆ และไม่ยอมฟังที่ฉันจะพูดสักที ฉันจึงระเบิดใส่อีตานี่โดยเอาคำด่าทั้งหลายแหล่ที่คิดได้ในเสี้ยววินาทีนั้นมารวมเป็นประโยคเดียวกันจนหอบแฮ่กๆ เพราะว่าขาดอ็อกซิเจนเพื่อไปหล่อเลี้ยงสมองกับหัวใจ

                ...

                หลังจากที่ฉันด่าไปเมื่อกี้ เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร เอาแต่มองหน้าฉันอย่างอึ้งๆ... จากนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปมแล้วพูดว่า

                หา?

                อ่า...เมื่อกี้ฉันว่าอะไรไปบ้างนะ -_-;

                สะ...สรุปว่า! ฉันไม่ได้เป็นคนเอาเส้นด้ายไปผูกที่สร้อยนายหรือกำไลตัวเอง และฉันก็ไม่ได้ชอบนายด้วย จบ!” ด้วยความที่ว่ากลัวเสียหน้า ฉันเลยรีบเฉไฉพูดเรื่องอื่นไป

                งั้นใครเป็นคนเอาเส้นด้ายมาผูกล่ะ!”

                ฉันจะไปรู้ม้ายยยย!”

                ...

                ...

                นี่เธอไม่ได้ทำจริงๆ เหรอ

                เออสิ!”

                ...

                เมื่อฉันตะโกนตอบใส่หน้าเขาไป ตานี่ก็เกิดอาการเงียบขึ้นมาเฉย ฉันจึงไม่กล้าพูดอะไรต่อ... จนกระทั่ง...

                เธอชื่ออะไร

                หะ...ห๊า?

                คำพูดของเขาทำฉันตั้งตัวไม่ทัน จากที่เมื่อกี้ยังตวาดใส่หน้าฉันจนไฟแล็บออกจากปาก ตอนนี้กลับถามฉันเสียงเรียบว่าฉันชื่ออะไร =_= ผีเข้าหรือไงน่ะ

                จะให้ฉันถามเป็นภาษาพม่าหรือไงเขากวนประสาทกลับ

                ฉันชื่อค็อตต้อนฉันรีบตอบเขาและทำเหมือนว่าไม่ได้ยินที่เขาพูดไปเมื่อครู่ พอดีไม่อยากจะเก็บเอามาคิดให้เหนื่อย

                ค็อต...?

                ค็อตต้อน C-O-T-T-O-N น่ะ

                “O_O”

                พอฉันบอกชื่อเสียงเรียงนามพร้อมกับสะกดเป็นภาษาอังกฤษให้ ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันก็เบิกตาโต จากนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป...

                พรืดดด ฮ่าๆๆๆ ก๊ากกกกก~!!” เขาปล่อยก๊ากออกมาอย่างไร้เหตุผลสุดๆ ไอ้ฉันที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็ทำตัวไม่ถูก ยืนงงเต้กมันอยู่ตรงนั้น

                หะ...หัวเราะอะไรของนาย

                ชื่อเธอ...ฮ่าๆๆๆ

                ชื่อฉันมันทำไม! อย่างกับว่าชื่อควิลล์มันเพราะนักอะ!”

                อะไรของอีตานี่เนี่ย! นอกจากจะมากล่าวหาฉันผิดๆ แล้ว ยังจะมาหัวเราะชื่อฉันอีก!

                เฮ้! ชื่อฉันออกจะแนว

                “-_-” ฉันหรี่ตามองหน้าเขาก่อนจะถามต่อ ว่าแต่ นายถามชื่อฉันทำไมกัน

                ก็แค่อยากรู้ เพราะเราคงจะได้เจอกันอีกแน่

                เอ๊ะ?

                เอาเหอะ ฉันว่าเลิกคุยแล้วรีบไปโรงเรียนได้แล้ว สายแล้วนิ

                สาย...ฉันก้มหน้าลงไปดูนาฬิกาข้อมือ แล้วก็พบว่า... เฮ่ยยย! เจ็ดโมงยี่สิบแล้วอะ!”

                ...ก่อนจะวิ่งไปโรงเรียนอย่างขาดสติ

 

                แฮ่กๆ

ฉันกับควิลล์ยืนหอบแฮ่กๆ อยู่หน้าโรงเรียน...ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ย ว่าเราใช้เวลาวิ่งมาถึงโรงเรียนภายในแค่เจ็ดนาที!

                นะ...นี่ เธออยู่ห้องอะไรอะควิลล์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันหันมาถาม

                หะ...ห้อง...แฮ่ก...สอง

                ฉัน...อยู่ห้องสามนะ

                อะ...เออ งั้นแยกกันตรงนี้นะ

                พวกเราพยักหน้าให้กัน จากนั้นก็แยกกันเดินเข้าห้องเรียนของตน

 

                โห ซื้อกำไลใหม่มาเหรอไอ้ต้อนฮานามิทักฉันในขณะที่ทุกคนเก็บกระเป๋าเตรียมไปพักช่วงเช้า

                อือ ซื้อมากับตุ๊บป่องเมื่อวานน่ะ

                โหยยย~ ไปเที่ยวกันไม่มีบอกเลยนะ!”

                “-_-”

                ฉันจ้องหน้าฮานามิเขม็งเมื่อเธอพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ไม่ต้องมาทำงอนเลย...เห็นเมื่อวานนี้เอาแต่ ดาร์ลิ้งค์ๆไม่สนใจคนรอบข้างเลย

                ทะ...ทำไมจ้องหน้าฉันอย่างนั้น

                เฮ้อ...เอาเหอะ

                ฉันตัดบทพลางถอนหายใจ ยัยมิที่ขี้เกียจเซ้าซี้เหมือนกันเลยพยักหน้าหน่อยๆ ก่อนจะเอานิ้วมาดีดที่กำไลฉันเบาๆ

                แล้วนี่ไปซื้อมาจากร้านไหนอะ

                ร้านเปิดใหม่อะ รู้สึกว่าจะชื่อร้าน...

                ก่อนที่ฉันจะพูดจบประโยค อะไรบางอย่างก็แล่นเข้าหัวทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้...เส้นด้าย...เส้นด้ายที่ผูกติดอยู่กับกำไลฉันล่ะ ทำไมถึงไม่ทัก?

                ร้าน?ฮานามิที่เห็นฉันนิ่งเงียบไปเลยเอียงคอถามต่อ

                ไอ้มิ นี่แกเห็นแค่กำไลเหรอฉันถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

                อือ แกจะให้ฉันเห็นผีหรือไงเล่า...แล้วตกลงมันร้านอะไรเหรอ

                หะ! เห็นแค่นั้นจริงๆ เหรอ!?”

                ฉันตะโกนถามเสียงดังลั่นห้องด้วยความตกใจโดยไม่สนใจคำถามที่ยัยมิตั้งหน้าตั้งตารอคำตอบเลย พร้อมกับยกมือขึ้นมานิดๆ ให้เส้นด้ายมันห้อยอยู่ตรงหน้าฮานามิ ทว่ามันก็ยังคงทำหน้าสุดจะงงงวยอยู่ดี

                เอ้า! ก็เออสิวะ มันจะไปมีอะไรได้ยังไง

                ม่ายยยยยยย!” มันต้องเห็นสิ!

                ด้วยความที่ว่ายัยฮานามิไม่ค่อยน่าเชื่อถือเสียเท่าไร ฉันจึงหันไปถามตุ๊บป่องที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ เผื่อว่าเธอจะมองเห็น

                ตุ๊บป่องๆ เห็นอะไรตรงกำไลปะ

                หืม ก็เห็นมีแค่ลูกปัดมาร้อยๆ กันนิ?

                “=[]=” มะ...ไม่จริง!

หลังจากที่ได้คำตอบอันน่าผิดหวังจากเพื่อนรักทั้งสองของฉันแล้ว ฉันก็วิ่งไปถามเพื่อนๆ ในห้องเกี่ยวกับเจ้าเส้นด้าย แต่พวกเขาก็ตอบมาได้แค่...

โว้ววว กำไลน่ารักดีนิ

อะไรวะ เห่อกำไลเหรอ ประสาท

ก็งั้นๆ อะ จะเอามาอวดทำไมยะ

นี่ฉันมีสัมผัสที่หกโดยไม่รู้ตัวรึเปล่าเนี่ย ทำไมคนอื่นถึงมองมันไม่เห็น T^T... เอ๊ะ! แต่ยังมีอีตานั่นนี่นา ที่มองเห็น! เอ...เมื่อเช้าเขาบอกว่าเขาอยู่ห้องไหนนะ...ห้องสามหรือสี่...

                ในขณะที่ฉันนั่งลังเลอยู่ว่าเมื่อเช้าอีตาควิลล์นั่นบอกมาว่าอะไร จู่ๆ ประตูห้องเรียนก็เปิดออกมาก่อนจะมีเสียงผู้ชายตามมาทีหลังว่า...

                เฮ้ ค็อตโต้อยู่มั้ย

                คะ...ค็อตโต้?

                กรี๊ดดดด!! ควิลล์~” นี่คือเสียงของเหล่าผู้หญิงในห้อง

ใครวะค็อตโต้ ชื่อเดียวกับโถส้วมที่บ้านกูเลยส่วนนี่ก็คือเสียงของเหล่าผู้ชายในห้อง

เอ่อ...เดี๋ยวนะ มันทะแม่งๆ อยู่...ค็อตโต้...Cotto...Cotton...คะ...เฮือก!

นะ...นายเรียกฉันรึเปล่าน่ะเพื่อความแน่ใจ ฉันเลยลองถามดูพลางก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหมอนั่นอย่างกล้าๆ กลัวๆ

เอ้า ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร คนชื่ออนาถๆ อย่างนี้มีอยู่คนเดียวแหละเขาขยับมุมปากขึ้นมาหน่อยๆ พลางยักคิ้วข้างหนึ่งให้อย่างกวนๆ

ไอ้!...เดี๋ยวนะๆ

ฉันที่อ้าปากกำลังจะด่ารีบทำปางห้ามญาติก่อน เนื่องจากว่าคิดคำด่าไม่ออก -_-;;

เอ่อ...ควิลล์...มีอะไรที่มันคล้ายๆ คำนี้บ้างมั้ยนะ...จะควีนก็ไม่สะใจ จะควายก็โหลไป อ่า...คิดสิคิด...อ๊ะ! นึกออกละ!

ไอ้ขวิด!”

อะ...อะไรนะ!” เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน

ไอ้ขวิด!” อะโฮะ! ยิ่งพูดยิ่งติดใจ

                ฉันชื่อควิลล์!”

                เออ! แค่เปลี่ยนพยัญชนะนิดหน่อยก็กลายเป็นขวิดแล้ว!”

                เหอะ! ก็ยังดีกว่าเธอก็แล้วกัน แค่ตัดตัว N ออกไปตัวหนึ่งก็กลายเป็นโถส้วมแล้ว!”

“=()=”

ฉันหมดหนทางที่จะเถียงต่อ จึงทำให้ควิลล์ยิ้มอย่างผู้ชนะ... ว่าแต่...นี่พวกเรามาเถียงเรื่องบ้าเรื่องบออะไรกันเนี่ย...

เออ แล้วนี่มาหาฉันถึงที่ห้องเรียน มีธุระอะไรล่ะ

เออ...เฮ้ย! ลืม!” เขาพูดพร้อมกับเบิ่งตาโตขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ออกมาคุยข้างนอกกันดีกว่าว่าแล้วก็ลากฉันออกมาจากห้อง ทิ้งให้คนในห้องเรียนงงกันเป็นแถวว่าฉันกับอีตานี่เป็นอะไร

พอพวกเราเดินกันมาได้สักพัก ฉันก็พบว่าเขาพาฉันมาคุยหน้า...ห้องน้ำ

                หาที่คุยได้เริดมากฉันประชด

                ขอบคุณ

                ฉันประชด

เธอนี่ฉลาดน้อยจังนะ ไม่รู้ว่าฉันประชดกลับ

“-_-;” ฉันแพ้อีกแล้วค่ะ

                ที่ฉันเรียกเธอมาคุยก็เพราะว่าไอ้เรื่องเส้นบ้านี่น่ะแหละควิลล์พูดพลางยกสร้อยขึ้นมาดู

                เออใช่ๆ ทำไมคนอื่นถึงมองไม่เห็นก็ไม่รู้อะ เหมือนว่าเราเป็นพวกมีพลังวิเศษแบบซูเปอร์แมนงี้เลยอะ

                จะบ้าเหรอ ฉันว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ

                ก็จะมีอะไรล่ะ พวกเราอาจจะมีสัมผัสที่หกแบบไม่รู้ตัวก็ได้

                เธอนี่หัดคิดซะบ้างสิ ว่าทำไมเธอถึงถอดกำไลไม่ออก ทำไมฉันถึงถอดสร้อยไม่ได้ และทำไมเจ้าเส้นนี่มันถึงยังดูใหม่เอี่ยมอยู่ ทั้งๆ ที่มันน่าจะมีอะไรเปื้อนบ้าง

                โห...

                ฉลาดอะดิ

                เปล่า ก็แค่ว่าเพิ่งรู้ว่าคนอย่างนายก็คิดเป็น

                งั้นก็รู้ไว้ซะนะค็อตโต้

                แล้วฉันจะจำไว้ก็แล้วกันขวิด

                ดีมากเลยค็อตโต้

                พอได้แล้ว -*- มาตกลงกันก่อนเถอะ ว่าเราจะทำยังไงกับเรื่องเจ้าเส้นด้ายนี่ดี

                เออใช่...

                พูดเสร็จ บรรยากาศ (หน้าห้องน้ำ) ก็เงียบขึ้นมา พวกเราต่างคนต่างทำท่าครุ่นคิดอย่างเอาเป็นเอาตาย

                ต้องพยายามคิดหาทางให้ได้ ไม่งั้นฉันคงจะต้องติดกับอีตานี่ไปตลอดทั้งชาติแหงๆ เลย เฮ้อ... ยังไงก็ตามแต่ เจ้าเส้นด้ายนี่มันยังไงก็เป็นเส้นด้ายนี่นะ มันจะต้องขาดได้สิน่า...

                หลังเลิกเรียนนี้เรามาพยายามตัดมันออก เอามะ ฉันออกความคิดเห็นไปให้ควิลล์ที่เกาหัวแกรกๆ อยู่หันมาฟัง

                ฉันพยายามตัดมันออกดูแล้ว แต่ยังไงก็ไม่ขาด เอ้อ...แต่ลองดูอีกสักตั้งก็แล้วกัน

                เป็นอันตกลงนะ แล้วบ้านนายอยู่ไหนอะ

                ฉันลองถามที่อยู่ของหมอนั่นดู เพราะถ้าจะทำที่โรงเรียนหรือที่อื่น... คนอื่นเขาได้งงกันพอดีว่าสองคนนี้มันพยายามจะตัดอะไร -__-

                ไปบ้านเธอสิ =o=;” ควิลล์พูดด้วยสีหน้าแปลกๆ แบบว่า...ดูอึกอักยังไงไม่รู้แฮะ

                มะ...ไม่เอาน่า ไปบ้านนายดีกว่ามั้ง

ไม่มีท้างงงงง ไม่มีทาง! ชื่อหมู่บ้านฉันน่าอายจะตายไป...ขืนบอกไป มีหวังโดนเจ้าบ้านี่หัวเราะเยาะล้อฉันตายเลยอะ

บ้านเธอแหละ บอกที่อยู่มา

ม่ายย! นายแหละบอก!”

ไม่!!”

                อยากจะติดอยู่กับฉันไปจนถึงชาติหน้าเลยหรือไงฮะ ขวิด!”

                แล้วเธอล่ะ รักฉันมากเลยหรือไงฮะ ค็อตโต้!”

                อ๊ากกกก! อย่าพูดชื่อนั้นนะ!” ยิ่งฟังชื่อนั้นฉันยิ่งเครียด!

                บอกมา!”

                นายสิบอก!”

                เออ! บอกก็บอกวะ! น่ารำคาญจริง!” เขาโวยทีหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อเสียงเบาอย่างเขินๆหมู่บ้านสุดสวาท ซอยยี่สิบเอ็ด

                “!!”

คำพูดของควิลล์ทำฉันอึ้งจนอ้าปากเหวอไปชั่วครู่... ชะ...ชื่อนั้นมัน...

                ชื่อฮาได้ใจมั้ยล่ะ

                ไม่ฮาเฟ่ย! เพราะมันหมู่บ้านเดียวกับฉัน!!”

                หะ...หาาา!!”

                เออ! ฉันอยู่ซอยยี่สิบ!”

                เยี่ยมเลย! งั้นไปบ้านฉันนะแล้วสีหน้าเขาก็เปลี่ยนจากเซ็งบรรลัยโลกกลายมาเป็นแฮ็ปปี้จากดีแทคไปภายในทันที...

                หูย พอมีคนร่วมชะตากรรมเดียวกันก็ชวนไปบ้านเลยนะฉันถลึงตาใส่ ว่าแต่ นายนี่จนกว่าที่ฉันคิดซะอีก

                หมู่บ้าน เอ่อ...สุด สะ...สะ...สวาท นั้นมีราคาไม่แพงนัก ส่วนมากคนมีฐานะปานกลางมักจะซื้อกัน แต่คนอย่างควิลล์ที่ป๊อปอย่างกะอะไรดี กลับอยู่หมู่บ้านเดียวกับฉัน ก็น่าแปลกอยู่นะ เพราะฉันจินตนาการเขาไว้ว่า หล่อ เริด รวย ปากร้าย แบบในนิยายเลิฟซีรี่ส์อะไรเทือกนั้น

                เหอะ ฉันมีบ้านสองหลัง หลังที่หมู่บ้านบ้าเนี่ย ฉันอยู่กับพี่สาวสองคน ส่วนพ่อแม่ฉันอยู่ที่บ้านหลังใหญ่

                โห...อ้าว! แล้วนายกับพี่สาวนายโดนเตะออกจากบ้านเพราะนำความเสื่อมเสียมาแก่ตระกูลรึไง ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสูงๆ

                ฮะ...เฮ้! อย่ากล่าวหาอะไรเสียๆ หายๆ อย่างนั้นสิ!”

                ระ...หรือว่า...นายเป็นลูกเมียน้อย!”

                ช่วยคิดอะไรที่มันดีกว่านั้นหน่อยไม่ได้หรือไงฮะ!”

                ก็แล้วอะไรเล่า

                เธอไม่ต้องรู้หรอก

เขาหลบตาและสะบัดหันหน้าหนีฉันอย่างกับเด็ก... ชิ แล้วจะมาพูดให้ลุ้นทำไมฟะ ยิ่งพยายามปกปิด มันยิ่งอยากรู้! เฮ้อ...แต่ถ้าไปเซ้าซี้เขาเอามากๆ มีหวังได้โดนหาว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องแน่

เออ โอเคๆ ไม่ยุ่งด้วยก็ได้

โห ว่านอนสอนง่ายดีเหมือนกันนี่นาควิลล์เลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างกวนฟุตงั้นหลังเลิกเรียนนี้มาหาฉันที่ห้องเรียนด้วยนะ จะได้กลับบ้านด้วยกัน

อือ

เออแล้วก็...ฉันอยู่ห้องสามนะ อย่าลืมล่ะ

อือ

ดีมาก! เชื่องอย่างกับหมาเลยนะเนี่ยค็อตโต้!”

ไปขวิดตัวเองในกระจกไป -_-^”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #77 jk_pinkclub (@poisaibubblepop) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 / 18:07
    555 สนุกมากอ่ะ
    #77
    0
  2. #70 ลิงน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:27
    5555555555555555555555555555+
    #70
    0
  3. #58 Tai'house (@tsuna) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 16:04
    เคยไปอ่านที่ร้านหนังสือน่ะ

    อ่านไปหัวเราะไป

    จนคนที่นั่งข้างๆ เค้ามองเลยอ่ะ

    ฮ่ะๆ มันมีรถที่มีป้ายทะเบียน

    แบบในนิยายเรื่องนี้จริงป่าวน่ะ ฮ่าๆๆๆ >O<
    #58
    0
  4. #45 punky...punk--->>>za<<<---... (@punkarr) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 23:07
     555+  ก๊ากกๆๆๆๆ

    ขำสุดๆๆ   ฮามั๊กมากกกกก

    ก๊ากๆๆๆ 
    #45
    0
  5. #42 mil_brussels (@thedevilmilmil) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2553 / 14:15
    ขำอ่า  555+
    #42
    0
  6. #40 เอ็มพารี่ (@mpary) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2553 / 19:02
    หลงใหลค็อนตอน @~@ / /

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 สิงหาคม 2553 / 19:10
    #40
    0
  7. #38 เจย์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 23:22
    หนุกมากกกก
    #38
    0
  8. #32 ฟิกกี้ (@momay111) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2553 / 19:02
    หนุกหนาน...............
    #32
    0
  9. #26 casper (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 / 19:57
    อยากมีแบบนี้บ้างอะ
    #26
    0
  10. #23 (' ' ) ~ ( ' ') (@nohaslove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2553 / 13:36

    หนุกกกกกกกกกกกก

    #23
    0
  11. #21 Dasheen (@gainoey) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 11:06
    สนุกมาก ชอบมาเลยค่ะ
    #21
    0