Take My Hand พาหัวใจ ไปพบรัก

ตอนที่ 4 : อีนิกม่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.ค. 59

 

            ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มเล่นไลน์เป็น ฉันก็ค้นพบว่ามือถือฉันทำอะไรได้มากกว่ารับสายกับโทรออก เอาตรงๆ ก็รู้แหละว่ามันทำได้หลายอย่าง แต่ตอนแรกฉันใช้ไม่ค่อยเป็นจริงๆ นี่นา ตอนอยู่โรงเรียนประจำก็ไม่ได้มีมือถือเป็นของตัวเอง ก่อนที่จะมาอยู่โรงเรียนนั้นก็ยังใช้โทรศัพท์รุ่นที่ไม่มี 3G อยู่เลย

            ยังดีที่ฉันสร้างเฟซบุ๊กเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ฉันยังไม่หลังเขาจนเกินไป แถมยังทำให้ฉันไม่ขาดการติดต่อกับเพื่อนเก่าๆ ที่เจอตอนอยู่ประเทศต่างๆ ด้วย พอมีมือถือแบบนี้ฉันจึงได้เรียนรู้จากเพื่อนๆ ว่ามันยังมีแอพฯ อื่น (ที่ไม่ใช่ Messenger) ที่คนเขาใช้สื่อสารกันอย่าง Whatsapp หรือ Facebook Messenger เองด้วย ซึ่งสองอย่างนี้ยังเคยเห็นคนใช้หรือได้ยินมาบ้าง แต่สำหรับไลน์นี่ฉันไม่รู้จักจริงๆ แต่ก็คงจะเป็นแอพฯ ที่คนไทยใช้เยอะสุดละมั้ง ดูจากที่เพียร์ช็อกซะขนาดนั้นตอนฉันบอกว่าไม่รู้จักเนี่ย

            นี่ก็ผ่านมาได้อาทิตย์กว่าแล้วที่ฉันไม่ได้เจอผู้ชายคนนั้น เห็นเขาไลน์มาบ่นว่าช่วงนี้สอบเยอะมากเลยอาจจะยุ่งๆ หน่อย ซึ่งทำให้ฉันโล่งใจมากที่ชีวิตฉันจะได้กลับมาสงบสักที หลังจากที่เจอเขาตอนโน้นสองวันติดนั้นทำฉันหัวใจแทบวายเพราะไม่รู้เขาจะมาไม้ไหนอีก แค่ข้อความเสียงวันก่อนก็ทำฉันนอนไม่หลับมาแล้วนะ TOT

            ฉันบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันอะไร จะเรียกว่าอึดอัดก็ไม่เชิง กลัวก็ไม่ใช่ แต่อยู่ด้วยแล้วทำตัวไม่ค่อยถูกเลย...

แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน เรื่องที่ฉันควรสนใจคือนิยายตรงหน้ามากกว่า ฉันเพิ่งได้มีโอกาสเปิดอ่านนิยายไทยที่ซื้อตั้งแต่เจอเพียร์ครั้งแรก ซึ่งกว่าจะอ่านได้แต่ละหน้านั้นก็ใช้เวลานานอยู่พอควร -_-;

ก๊อกๆๆ

อ่านไปได้หน่อยเดียว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา

เข้ามาเลยค่า

สิ้นคำของฉัน แม่ก็เดินเข้ามาในห้องนอนด้วยสีหน้านิ่งๆ ซึ่งคนเป็นลูกเห็นแป๊บเดียวก็ดูออกว่าท่านกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง

ขวัญ มัวทำอะไรอยู่เนี่ย

ฝึกภาษาไทยอยู่ค่ะ แม่มีอะไรเหรอ

เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ลูกลืมไปแล้วเหรอว่าบ่ายนี้ลูกต้องเข้าไปสอบที่โรงเรียน

หนังสือในมือนี่แทบร่วงทันทีที่ฟังแม่พูดจบ สอบ...สอบเหรอ!? เดี๋ยวนะเท่าที่ฉันจำได้มันไม่ใช่วันนี้นี่

เขานัดวันที่สิบสามไม่ใช่เหรอคะ

สิบสามอะไรล่ะ วันที่สามต่างหาก!”

อ้าว!!” ซวยแล้วไง จำผิดวัน =[]= “แล้วทำไมแม่เพิ่งมาบอกขวัญเอาตอนนี้เนี่ย

แม่ก็บอกตั้งแต่เมื่อวานตอนกินข้าวเช้าแล้วนะว่าอย่าลืมเตรียมตัว ขวัญจำไม่ได้เหรอออออ

ฉันย้อนนึกไปถึงเมื่อวาน...เมื่อวานฉันทำอะไรหว่า จำได้ว่าเรากำลังกินข้าวเช้าอยู่...ตอนนั้นเหมือนจะเปิดทีวีอยู่ด้วยมั้ง คุ้นๆ เหมือนแม่กำลังพูดอะไรบางอย่าง...แต่ฉันกำลังพยายามอ่านตัวหนังสือวิ่งข้างล่างของจอให้ทันอยู่ ก็เลย...ทำให้ไม่ได้ตั้งใจฟังที่แม่พูดเท่าที่ควร

โอเค จำได้ละ T___T

มีนัดบ่ายโมง แต่นี่ก็สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว...

ขวัญ...ขวัญขอโทษษษษ ขวัญลืมไปเลยค่ะ จะไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้เลย

เออเร็วนะ แม่ลงไปรอข้างล่างละ

            ด้วยคำพูดอันแสนจะกดดันของคุณแม่ ฉันแทบจะวิ่งผ่านน้ำแล้วเลือกเสื้อผ้าที่คิดว่าไม่น่าเกลียดมากมาใส่ โชคดีที่แม่บ้านฉันเตรียมข้าวเที่ยงไว้ให้แล้ว ฉันจึงรีบกินรีบออกจากบ้าน

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าบ้านเราห่างจากตัวโรงเรียนขนาดไหนเพราะไม่เคยไป ตอนส่งใบสมัครก็ส่งทางออนไลน์ไป แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงโรงเรียนนานาชาติ R แล้ว

            ฉันก็ไม่ค่อยรู้หรอกว่าโรงเรียนไหนที่ไทยมีชื่อหรือดีระดับท็อป แต่เท่าที่เดินเข้ามาในตึกก็ถือว่าใหญ่และดูดีพอควรเลยนะ อย่างน้อยๆ ฉันก็วางใจได้เปราะนึง และได้ยินว่าตอนนี้โรงเรียนยังไม่ปิดเทอม แต่สงสัยทุกคนยังเรียนอยู่ล่ะมั้ง ถึงได้ดูเงียบเชียบขนาดนี้

ทว่าฉันเดินชมสถานที่ได้ไม่นานแม่ก็รีบพาฉันไปส่งที่ห้องสอบพร้อมทิ้งท้ายว่า

            แม่ต้องไปทำธุระก่อนนะ สอบเสร็จเมื่อไรไลน์ไปบอกเพียร์ด้วย

            ฮะ? แล้วทำไมขวัญต้องบอกเขาด้วยล่ะคะ

            เออน่า แม่รีบ ไปก่อนนะ โชคดีจ้ะ ลูกแม่ทำได้อยู่ละ

            เดี๋ยวก่อนแม่...แม่จะให้ฉันไปสอบทั้งๆ ที่ยังคาใจอยู่แบบนี้เนี่ยนะ!

            น้องพาขวัญ มาทางนี้ค่ะ ^_^”

            ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไร พี่ที่ทำงานเป็นแอดมินฯ ของที่นี่ก็เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มซะจนฉันขัดไม่ได้และยอมเดินตามเธอเข้าไปในห้องสอบแต่โดยดี...

 

            และฉันก็ผ่านข้อสอบเขียนไปได้ ซึ่งฉันก็เป็นคนที่มีผลการเรียนค่อนข้างดีอยู่แล้วเลยรู้สึกว่าทำได้ ยิ่งถ้าข้อสอบภาษาอังกฤษกับเลขแบบนี้แล้วล่ะก็นะ แต่ถ้าเป็นข้อสอบภาษาไทยนี่อาจจะตายได้ ดีใจจังที่แม่ส่งฉันเรียนโรงเรียนนานาชาติ T^T

            เอาล่ะ ตอนนี้ก็ได้เวลามาเผชิญปัญหาที่แท้จริงละ

            ฉันนั่งจ้องหน้าจอมือถือตัวเองอยู่ใต้ตึกมาได้ครู่นึงแล้ว ยังคงงงงจนถึงตอนนี้ว่าแม่จะให้ไลน์ไปหาเพียร์ทำไม จะให้เขามาเทคแคร์ฉันเหรอ แต่ตอนนี้นักเรียนทุกคนกำลังเรียนอยู่ไม่ใช่หรือไง โอ๊ยยยย สับสน มึนงง ไม่เข้าใจ โทรไปถามแม่เลยละกัน!

            ตู๊ดดดด... ตู๊ดดดด...

          [ฮัลโหล]

            แม่คะ ขวัญสอบเสร็จแล้วนะฉันเปรยขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงคนรับสาย

            [อ้าวเหรอ สอบเสร็จเร็วจัง แล้วนี่ไลน์ไปบอกเพียร์เขาหรือยังลูก]

            เอ่อ ยังเลยค่ะ จะถามแม่อยู่พอดีเลยเนี่ยว่าจะให้ขวัญบอกเขาทำไม

            [ก็เนี่ย แม่มาคุยธุระเรื่องจะเปิดร้านกาแฟเลยไม่ว่างไปรับ แม่เลยไปขอให้เพียร์ส่งขวัญกลับบ้าน]

            หา!!” ฉันอุทานเสียงดังลั่นตึก ดีนะที่ไม่มีใครอยู่แถวนี้ ณ เวลานี้ แม่คะ แม่ไปขอเขาตั้งแต่เมื่อไร แล้วทำไมไม่บอกอะไรขวัญก่อนเลย

            [แม่งานเข้ากะทันหันน่ะจ้ะ เพิ่งโทรไปคุยให้เมื่อเช้านี้เอง]

            แม่ TOT”

            [แค่นี้ก่อนนะขวัญ แม่ต้องคุยธุระต่อ ไว้เจอกันที่บ้านจ้ะ]

            ว่าแล้วแม่ก็วางสายไปเลย ทิ้งให้ฉันนั่งเงิบ...ก่อนจะปลง นี่ฉันต้องไลน์ไปบอกเพียร์จริงๆ สินะ U_U ฉันจิ้มเข้าไปในบทสนทนาระหว่างฉันกับเพียร์ที่ก็ไม่ได้คุยกันมาสองสามวันแล้ว พักหลังๆ เราคุยผสมกันเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ไทยบ้าง คาราโอเกะก็มี เพราะถ้าขืนคุยกันเป็นภาษาไทยล้วน ชาตินี้เราก็คงคุยกันไม่รู้เรื่อง ทำให้ตอนนี้สปีดการพิมพ์บนมือถือฉันดีกว่าตอนแรกมากโขอยู่

            Pakwan: ได้ยินจากแม่ฉันว่านายจะส่งฉันที่บ้าน

Pakwan: ให้ฉันไปรอที่ไหนเหรอ

Pakwan: เลิกเรียนค่อยตอบก็ได้นะ ฉันรู้ว่าตอนนี้นายเรียนอยู่

พิมพ์เสร็จไม่ทันไรข้อความฉันก็ขึ้นว่า ‘Read’ ซึ่งหมายความว่าเขาอ่านแล้ว เฮ้ย ทำไมเร็วขนาดนี้ล่ะ ยังไม่มีเวลาทำใจเลย นี่เขาแอบเล่นมือถือในห้องเรียนเหรอ

Pierre: ตอนนี้ฉันไม่มีเรียน

Pierre: Free block* ครับ

Pierre: ฉันอยู่ที่โรงอาหารกับเพื่อน เธอมาหาสิ จะได้แนะนำให้รู้จัก

โหหหห บังเอิญมาว่างตอนนี้อีก ฉันไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยนะ แล้วเพื่อนเขาก็น่าจะมีแต่ผู้ชายด้วยหรือเปล่า ;_; แต่คิดอีกแง่...ยังไงตอนเปิดเทอมมาฉันก็ต้องเจอเพศตรงข้ามเยอะมากมายอยู่ดี เจอตอนนี้ไปก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา

หากว่าปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ...โรงอาหารมันอยู่ที่ไหนนะ

Pierre: เออแต่เธอเพิ่งเคยมาที่นี่นี่นา มาถูกมั้ย

ฉันรีบพิมพ์ตอบทันควันว่า ไปไม่ถูกพร้อมส่งสติกเกอร์ร้องไห้ไป ซึ่งอีกฝ่ายก็ถามกลับมาโดยพลัน

Pierre: อยู่ไหน เดี๋ยวฉันไปหา

เอิ่ม จะว่าไปตึกนี้มันเรียกว่าตึกอะไรอ่ะ

ฉันลองเดินออกจากตึกไปเผื่อมีป้ายติดอยู่หน้าตึก ทว่ามันกลับมีเพียงป้ายชื่อโรงเรียนอันเบ้อเริ่มติดอยู่ บอกไปแล้วเขาจะรู้มั้ยเนี่ย... ฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อหาแลนด์มาร์กอะไรที่จะบอกเขาได้ และปรากฏว่าแถวนี้มีเสาธงชาติไทยที่สูงมากกกก ตั้งอยู่ตรงข้ามตึก โอเค น่าจะพอทำให้เขามาถูกล่ะมั้ง

Pakwan: อยู่แถวๆ เสาธงจ้ะ

Pierre: อ้อ แถวตึก Administration ใช่มั้ย เดี๋ยวไปหา รออยู่ตรงนั้นแหละ

            เอ๊ะ ตรงนั้นของเขานี่หน้าเสาธงป่ะนะ ไม่กล้าถาม กลัวเขาจะหาว่าฉันเอ๋ออีก แต่เพื่อความชัวร์ก็ยืนรอมันตรงนี้เลยละกัน แม้ว่าแดดมันจะแรงมากก็ตาม ฮืออออ ครีมกันแดดก็ไม่ได้ทามาเลยวันนี้ ผิวไหม้แน่

            พาขวัญ!”

            รอไปได้ไม่ถึงสิบนาที เพียร์ก็วิ่งเข้ามาหาเสมือนว่าวาร์ปมายังไงยังงั้น เร็วไปม้ายยยย และมันก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่เราเจอกัน...คือเขาต้องอมยิ้มเหมือนพยายามกลั้นขำเมื่อเห็นฉัน

            ทำไมมายืนรออยู่ตรงนี้เล่า ฮ่าๆๆ

            อ้าว ก็นายบอกให้ฉัน รออยู่ตรงนั้นไม่ใช่เหรอ

            รอฉันใต้ตึกหรือตรงที่ร่มๆ ก็ด้ายยยย ไม่ต้องตากแดดให้ผิวเสียแบบนี้หรอกกกก

            กะ...ก็กลัวนายหาฉันไม่เจอนี่นา...

            โอ๊ยยยย ทำไมเป็นคนซื่อขนาดนี้เนี่ยเขาพูดปนขำพลางเอื้อมมือมาขยี้หัวฉันเบาๆ เหมือนฉันเป็นเด็กป่ะ เดี๋ยวพาไปหารู้จักกับเพื่อนๆ ฉันให้

            เพียร์เดินนำไปโดยมีฉันตามไปติดๆ เหมือนลูกเป็ดตามแม่เป็ด ระหว่างทางเขาก็คอยบอกฉันประหนึ่งไกด์ทัวร์ว่าตึกนี้คือตึกอะไร ไว้ทำอะไร อาจารย์คนนั้นสอนวิชาอะไร และอื่นๆ อีกมากมาย จนเรามาถึงโรงอาหารแบบเปิดขนาดใหญ่ มีเกินสิบร้านได้มั้ง แถมแต่ละร้านก็ขายอาหารสัญชาติต่างๆ ไม่ซ้ำกันเลย ส่วนโต๊ะก็เป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมยาวๆ ติดกับที่นั่งยาวๆ สองฝั่ง

            ณ เวลานี้ยังไม่ค่อยมีคนนั่งอยู่ในโรงอาหาร เพราะมันไม่ใช่เวลาทานอาหาร แถมนักเรียนทุกคนก็น่าจะกำลังเรียนอยู่ด้วย ทว่ามีโต๊ะนึงที่มีผู้ชายนั่งอยู่สามคน ผู้หญิงอีกสาม เป็นโต๊ะที่ดูครึกครื้นที่สุดในตอนนี้ละ และก็เป็นไปตามคาด เพียร์พาฉันเดินไปที่โต๊ะนั้นพร้อมลากให้ฉันไปยืนอยู่ข้างๆ เขา

            เพื่อนๆ ครับ นี่เพื่อนใหม่ ชื่อผักหวาน ^_^”

            เฮ้ยยยยย ช้าก่อนนนน นั่นไม่ใช่ชื่อฉันนนนน

            ทุกคนบนโต๊ะต่างก็หันมาจ้องฉันเป็นตาเดียว ทำเอาฉันรู้สึกประหม่าเล็กๆ เหมือนถูกเรียกขึ้นไปพูดหน้าชั้นเลยอ่ะ

            แอร๊ยยยยย หน้าตาน่ารักจัง ยินดีที่ได้รู้จักนะผักหวานผู้หญิงที่ดูเปรี้ยวที่สุดบนโต๊ะพูดขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอมีผมหยิกยาวไปถึงกลางหลัง หนำซ้ำยังแต่งหน้ามาเรียนแต่กลับดูดี ไม่น่าเกลียดอะไร

            อะ...เอ่อ...ฉันชื่อพาขวัญนะ ไม่ใช่ผักหวาน TOT”

            อ้าว สรุปคือยังไง ชื่อผักหวานหรือพาขวัญ...เอ๊ะ แต่พอพูดๆ ไปสองชื่อนี้ก็ออกเสียงคล้ายกันเหมือนกันนะ ฮะๆชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเอ่ยขึ้นมา เขาเป็นคนหน้าตาดูใจดีและเป็นผู้ชายคนเดียวที่ยิ้มเมื่อหันมาเห็นฉันเมื่อครู่

            พาขวัญแหละ ฮ่าๆๆ ฉันล้อเล่นเพียร์หัวเราะ มาๆ เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก

พูดจบเพียร์ก็ชี้ไปที่ผู้ชายที่นั่งอยู่ริมซ้ายสุดของโต๊ะ เขามีผมสีทองตั้งๆ ชี้ๆ ยุ่งๆ แต่หน้าตาดูเอเชียร้อยเปอร์เซ็นต์ คงไปย้อมมาล่ะมั้ง

คนนี้ชื่อควิลล์ มีฉายาว่า ไอ้ขวิดเป็นคนที่ปากเสีย อาจจะดูเหวี่ยงๆ แต่จริงๆ ไม่มีพิษมีภัยอะไร ไม่ต้องไปกลัวมัน

ไอ้ขวิด...แปลว่าอะไรน่ะ คำว่าขวิดไม่ได้ใช้กับควายอะไรแบบนี้เหรอ ทำไมถึงเป็นฉายาได้... แต่เดี๋ยวไว้ถามเพียร์ทีหลังละกัน

เฮ้ย มาขวิดมาเขวิดอะไรวะเจ้าตัวแย้งขึ้นมาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

เออลืมไปว่าแกให้แค่แฟนแกเรียกชื่อนี้นี่หว่า โทษที

ไอ้...

ส่วนคนนี้ก็แฟนมัน ชื่อค็อตตอน มีฉายาเหมือนกันชื่อ ค็อตโต้’ ” เพียร์รีบพูดต่อโดยไม่ให้นายควิลล์อะไรนั่นได้ด่า พร้อมกับผายมือไปยังหญิงสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ ควิลล์ เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มยาวเลยบ่ามาหน่อยและมัดจุกครึ่งหัว

ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะพาขวัญ แต่...ค็อตตอนยิ้มให้ฉันอย่างเฟรนด์ลี่ ก่อนจะหันไปค้อนใส่เพียร์ฉันชื่อค็อตตอนเฉยๆ ไม่มีฉายาได้มั้ยล่ะ =O=”

ครับ ขอโทษครับ ลืมไปว่าไอ้ควิลล์ก็เป็นคนเดียวที่เรียกว่าค็อตโต้ได้เหมือนกัน

เอออันนี้ก็จริงของมันนะค็อตโต้

จากที่ตอนแรกยังคิดจะด่าเพื่อนอยู่เลย ตอนนี้ควิลล์กลับพยักหน้าเห็นดีเห็นชอบซะงั้น ทำเอาค็อตตอนหันไปแหวใส่

ฉันไม่ชอบให้ใครมาเรียกค็อตโต้ด้วยทั้งนั้นแหละโว้ยยยยยย!”

ฉันมองสองคนนี้กัดกันไปมาแล้วแอบอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว ถึงจะดูไม่ญาติดีกันสักเท่าไร แต่ฉันก็สัมผัสได้ว่าทั้งคู่รักและสนิทกันมากจริงๆ นะ

อาๆ ปล่อยให้คู่นั้นทะเลาะกันไปก่อน ตอนนี้ถึงคิวคู่รักคู่ที่สองละเพียร์รีบเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง แล้วหันหน้าไปทางคู่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามควิลล์กับค็อตตอน ไอ้นี่ชื่อโซนี่ ส่วนสาวสวยคนนี้ชื่อตุ๊บป่องครับ เป็นแฟนโซนี่มัน

ผู้ชายหน้าตาใจดีเมื่อครู่ที่แท้ก็ชื่อโซนี่นี่เอง ส่วนคนข้างๆ ตอนแรกฉันเห็นผ่านๆ แอบนึกว่าผู้ชายเพราะผมเธอสั้นมากกกกก แต่พอมาดูดีๆ แล้วหุ่นเธอดีสุดๆ ทั้งเพรียวทั้งสูง หน้าอกก็มี เห็นแล้วอิจฉาจัง และที่น่าอิจฉาไปยิ่งกว่านั้นคือเธอหน้าตาสวยอย่างที่เพียร์ว่าจริงๆ นั่นล่ะ แม้จะดูดุหน่อยก็ตาม แต่ที่เตะตาฉันมากที่สุดก็คงจะเป็นหูของเธอที่เจาะไว้ตั้งหกรูแน่ะ เห็นแล้วเจ็บแทนเลย

ไนซ์ทูมีตยูครับผักหวานนนนน ^O^~”

พาขวัญจ้ะพาขวัญ T^T” ฉันแก้ชื่อตัวเองให้โซนี่อีกรอบ

จะไปแซวชื่อเขาทำไมฮะ สนิทกันละเหรอ

ตุ๊บป่องยกมือขึ้นมาตบหัวแฟนตัวเอง ซึ่งแทนที่โซนี่จะบ่นหรืออะไรแบบที่คนปกติเขาทำกัน ฉันกลับเห็นเขายิ้มชอบใจซะงั้น หนำซ้ำยังเอนหัวไปซบบนหัวแฟนสาวตัวเองอีก

ไม่แซวแล้วก็ได้คร้าบบบบ

ไอ้โซนี่มันชอบให้ตุ๊บป่องโหดใส่น่ะเพียร์ก้มลงมากระซิบบอกฉันเบาๆ ก่อนจะยืดตัวขึ้นเพื่อพูดต่อ ส่วนไอ้ที่นั่งขรึมๆ หน้านิ่งๆ นี่ชื่อฟองเซ่ ชื่อโคตรแปลกแต่มันก็ไม่ยอมบอกที่มาของชื่อมัน เลยช่างมันไป

คุณไกด์ชั่วคราวชี้ไปยังผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ตุ๊บป่อง เขามีผมสีดำขลับ ผมดูยุ่งๆ เหมือนไม่เคยหวีมาก่อน หน้าตาก็ดูนิ่งอย่างที่เพียร์ว่าจริงๆ จนฉันเดาไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกยังไงอยู่ ทว่านั่นกับใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็กลับทำให้คนคนนี้ดูน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก ว่าแต่...ชื่อแปลกมากเลยอ่ะ ฟองเซ่...ถ้าเป็นภาษาฝรั่งเศสเหมือนจะแปลว่า มืดนะ เคยเรียนมาก่อน ทำไมพ่อแม่ถึงตั้งชื่อนี้ให้ล่ะ หน้าตาก็ดูเอเชีย ไม่น่าจะเป็นลูกครึ่งหรืออะไรนะ

เอ่อ...แต่ช่างมันดีกว่า ฉันไม่ควรไปยุ่งเรื่องของเขาขนาดนี้สักหน่อย

ดีฟองเซ่สบตากับฉันครู่เดียวพลางกล่าวสั้นๆ ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น

สวัสดีจ้ะ...นี่เขาโกรธเกลียดอะไรฉันหรือเปล่า ฮือ ทำไมเย็นชาปานนี้ล่ะ

ที่มันไม่ค่อยพูดนี่ไม่ใช่เพราะหยิ่งหรือโกรธอะไรเธอหรอกนะ มันแค่ขี้เกียจพูดเพียร์อธิบาย

อ้ออออ

มาถึงคนสุดท้าย เป็นอาเจ๊ในหมู่เพื่อน ชื่อฮานามิ

ยินดีที่ได้รู้จักอีกรอบนะพาขวัญญญ สรุปชื่อนี้ใช่มั้ยสาวเปรี้ยวเมื่อครู่ฉีกยิ้มให้ฉันอย่างร่าเริง ทำให้ฉันรู้สึกหายเกร็งลงไปนิดนึง

ใช่จ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะทุกคนฉันก้มหัวให้เล็กน้อยตามมารยาท เอ๊ะ แล้วนี่ฮานามิกับฟองเซ่เป็นแฟนกันด้วยหรือเปล่า

คำถามของฉันเล่นเอาคนเกือบทั้งโต๊ะถึงกับหัวเราะออกมา มีเพียงฟองเซ่เท่านั้นที่หน้าตาดูบูดกว่าเดิม

เย้ยยยย ไม่ใช่สิ ฮ่าๆๆเพียร์พยายามชี้แจงแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะขำออกมา ฮานามิเขาเป็นเพื่อนของค็อตตอน ส่วนไอ้เซ่มันเป็นเพื่อนพวกเราเฉยๆ

อะ...อ๋อ ขอโทษนะ TOT ก็ฉันเห็นนั่งกันเป็นคู่ๆ แถมก็ดูเหมาะกันดี...

ว้ายตายแล้วววววว แอบเขินฮานามิว่าพลางเอามือสองข้างขึ้นมาทาบแก้มตัวเองอย่างขวยเขิน แต่น่าเสียดาย ฉันมีแฟนแล้ว ที่ต้องมาอยู่กับพวกนี้ก็เพราะดาร์ลิ้งก์ได้ Free block ไม่ตรงกันน่ะสิ ฮือออออ

เป็นแบบนี้นี่เอง...ไม่น่าพูดแบบนั้นออกไปเล้ย

ว่าแต่พาขวัญจะเข้าเรียนที่นี่เหรอค็อตตอนเอ่ยถามขึ้นมา

อื้อ เข้าเกรดสิบสองเลย แต่ไม่รู้ว่าจะสอบผ่านหรือเปล่านะ

โหย ผ่านอยู่แล้วล่ะ แต่ว่า...ทำไมถึงมาเรียนปีสุดท้ายที่นี่ล่ะ ฉันไม่เคยเห็นนักเรียนใหม่ที่ย้ายมาตอนเกรดสิบสองมาก่อนเลยนะ O_O”

พอดีพ่อฉันเป็นทูต ฉันเลยได้อยู่ต่างประเทศมาเกือบตลอดชีวิต แล้วปีนี้พ่อฉันเกษียณ ฉันเลยอยากลองเรียนที่เมืองไทยดูบ้าง อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงน่ะ แหะๆ

เหยยย เจ๋งอ่ะ พ่อเป็นทูตด้วย

แล้วนี่เธอไปรู้จักกับเพียร์ยังไงเหรอโซนี่ถาม รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกสัมภาษณ์ยังไงก็ไม่รู้แฮะ

แม่ฉันกับขวัญเป็นเพื่อนกันน่ะ แม่ขวัญเลยฝากให้ฉันดูแล

เพียร์ตอบให้แทนก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไร ซึ่งคำตอบของเขาก็เป็นเหตุให้ทุกคน (ยกเว้นฟองเซ่อีกเช่นเคย รายนี้ดูเงียบเหมือนจะหลับได้ทุกเมื่อ) ยิ้มกรุ้มกริ่มแปลกๆ

อื้อหือออออ ใสๆ แบบนี้ดูท่าไม่น่ารอดไอ้เพียร์ไปได้นาน โซนี่มองฉันอย่างพินิจพิจารณา พาขวัญครับ ดูแลตัวเองดีๆ นะ อย่าไปไว้ใจไอ้นี่มันมาก มีผู้หญิงหลายคนที่ต้องเสียน้ำตาให้กับมันมาแล้ว

เอ๊ะ? พูดแบบนี้หมายความว่าไงน่ะ...

ไอ้โซนี่ หยุดเป่าหูเขาได้แล้ว -O-^” คนที่กลายเป็นหัวข้อบทสนทนารีบเอื้อมมือไปตบหัวเพื่อน

โอ๊ย! อะไรวะ แค่นี้ต้องทำรุนแรง

มาโอ๊ยอะไรล่ะ ทีตุ๊บป่องตบหัวไม่เห็นว่าไรเลย

ก็ตุ๊บป่องเป็นข้อยกเว้นป่ะวะ

ไอ้สองมาตรฐานนนนนน!”

หลังจากนั้นเพียร์ก็ตบหัวโซนี่อีกที โซนี่จะตบหัวกลับแต่มือดันไปฟาดโดนฟองเซ่ ฟองเซ่เลยตบกลับ ไปๆ มาๆ ควิลล์ก็เข้าร่วมการฟัดนี้ด้วย ซึ่งเอาตามตรงฉันเห็นแล้วก็แอบตะลึงนิดนึง ไม่นึกว่าจะได้มาเห็นเพียร์ด้านนี้มาก่อน ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นการเล่นกันระหว่างพวกหนุ่มๆ ไปโดยปริยาย ระหว่างนั้นฮานามิก็สะกิดให้ฉันลงไปนั่งข้างๆ หลังจากที่ยืนมานาน

เห็นแบบนี้กลุ่มนี้เขาก็ฮอตมากนะในโรงเรียน สาวกรี๊ดกันพอควร

โหหหห แต่ก็ไม่แปลกใจสักเท่าไรนะเล่นหน้าตาดียกกลุ่มซะขนาดนั้น มันก็ต้องมีคนสนใจบ้างแหละ

เนอะ จริงๆ วันนี้ขาดสมาชิกอีกคน ชื่อเอ็กซ์ เดี๋ยวเธอก็คงได้เจอแหละ คนนั้นเขาจะหน้าตาโหดๆ หน่อย แต่จริงๆ ไม่มีอะไร

อ๋อ...คาแร็กเตอร์กลุ่มนี้เขาชัดเจนดีนะ

ทุกคนเรียกเจ้าพวกนี้ว่ากลุ่ม อีนิกม่า เพราะความลึกลับของแต่ละคน แต่เห็นไอ้ค็อตตอนกับตุ๊บป่องเรียกว่ากลุ่ม อีนี่บ้า แทน ซึ่งพอมาสนิทด้วยจริงๆ แล้วฉันก็ว่าชื่อนี้เข้ากว่า ฮ่าๆๆ

อีนิกม่าเนี่ยนะ...

ว่าแล้วฉันก็เหลือบไปมองพวกผู้ชายอีกครั้ง

ว้ายยยย ขวิดซี่ แค่นี้ทำไม่ได้หรา

ไอ้คนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับโซนี่แต่เจือกชื่อโซนี่ เดี๋ยวแกเจอดีแน่!!”

อืม เรียกว่า อีนี่บ้าคงเหมาะกว่าจริงๆ นั่นแหละค่ะ

 

            โทษทีนะ เพื่อนฉันพูดมากไปหน่อย

เพียร์เอ่ยขึ้นมาขณะที่เขากำลังขับรถส่งฉันกลับบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเราต้องนั่งเล่นไปจนกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน เห็นเพียร์บอกว่าถึงจะมี Free block เอาตอนคาบสุดท้ายของโรงเรียน พวกเขาก็ห้ามกลับบ้านก่อนอยู่ดี

            ไม่เป็นไรเลย ฉันว่าตลกดีออกนะ

            ค่อยยังชั่วเขาเป่าปากโล่งอก แต่ไอ้ที่โซนี่บอกเมื่อกี้น่ะ...เธอไม่คิดมากใช่มั้ย

            ใจจริงอยากบอกว่า ก็แอบคิดนิดหน่อยแต่ก็ไม่กล้า ฉันจึงส่ายหน้าแล้วยิ้มบางๆ ให้

            ไม่จ้ะ

            ดีละ ฉันอยากให้เธอเชื่อในสิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ได้ยินมาจากคนอื่น

            ฉันไม่รู้ว่าฉันควรตอบยังไงดี จึงได้แต่พยักหน้าให้ เมื่อกี้อยู่กับหลายคนฉันเลยไม่ต้องกังวลอะไร แต่พอตอนนี้ต้องมาอยู่บนรถกับเขาสองต่อสอง...ความประหม่าก็กลับมาอีกครั้ง ยังดีที่พอเราได้คุยและรู้จักกันมากขึ้นฉันก็รู้สึกเกร็งน้อยลง แต่มันก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี Y_Y

            ฟังเพลงมั้ย

            ก็ดีเหมือนกันนะ

สิ้นคำของฉัน คนขับก็เอื้อมมือไปเปิดวิทยุ

...Well I wish that you would call me right now**

            เฮ้ย ฉันชอบเพลงนี้ >___<

            ฉันเคาะนิ้วตามจังหวะของเพลงเบาๆ โดยไม่ให้คนข้างๆ รู้ การเปิดเพลงมันช่วยทำให้บรรยากาศมันผ่อนคลายขึ้นจริงๆ นะ ถึงเราทั้งคู่จะเงียบไม่ได้พูดอะไรกันมากแต่ฉันกลับรู้สึกสบายใจ

            So that I could get through to you somehow

            But I guess it’s safe to say, baby, safe to say...

            “That I’m officially missing you / That I’m officially missing you...

            เมื่อถึงท่อนสุดท้ายของช่วงคอรัส ฉันกับเพียร์ก็เผลอร้องออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เราสองคนรีบหันหน้ามาสบตากันอย่างตกใจนิดๆ...ก่อนจะต่างคนต่างหัวเราะออกมา

            ชอบเพลงนี้เหมือนกันเหรอคุณโชเฟอร์ถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            อื้อ ชอบมากเลยแหละ ถึงเนื้อหามันจะเศร้าแต่ฉันก็ชอบทำนองมันมากจริงๆ

            เหมือนกันๆ ยิ่งเวอร์ชั่นที่ Jayesslee โคฟเวอร์ลงยูทูบนะ โห อย่างเพราะนะ

            เฮ้ย ฉันก็ชอบเวอร์ชั่นนั้นเหมือนกัน!”

            อ้าว อยู่โรงเรียนประจำเล่นยูทูบได้ด้วยเหรอ

            แอบเล่นเอาน่ะ แหะๆ ความจริงโรงเรียนฉันก็ให้เล่นอินเตอร์เน็ตนะ แม้จะบล็อกบางเว็บไซต์ก็ตาม แต่เขาจะกำหนดช่วงเวลาที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่ไม่ส่งเสียงรบกวนคนอื่นมากน่ะ มือถือก็เล่นได้เหมือนกันแต่ได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ฉันเลยไม่ได้ใช้สมาร์ตโฟนเพราะเห็นว่ามันไม่จำเป็น

            งื้มมม แบบนี้นี่เอง นึกว่าจะห้ามทุกอย่างเหมือนคนติดคุกซะอีก

            บ้าฉันถึงกับหลุดขำออกมา มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อยนะ อีกอย่างเวลาอยู่หอกับเพื่อนก็สนุกดี ไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีก็มีอะไรเล่น

            ฮะๆๆ ก็จริง สงสัยอิมเมจโรงเรียนประจำในหัวฉันจะฮาร์ดคอร์ไปหน่อย

            โรงเรียนประจำที่ไทยเป็นยังไงเหรอคราวนี้ฉันเป็นฝ่ายถามบ้าง รู้สึกว่าตัวเองพูดมากขึ้นยังไงไม่รู้ เหมือนกำแพงที่กั้นระหว่างฉันกับเขากำลังบางลงไปทุกที

            ฮืมมม ฉันอยู่โรงเรียนนี้มาตั้งแต่เด็กเลยไม่รู้มากหรอก แต่เท่าที่ได้ยินมาก็เข้มงวดอยู่เหมือนกันนะ ตรงกันข้ามกับโรงเรียนนานาชาติที่เป็นอิสระมาก

            อิสระขนาดไหนเหรอ

            ก็ดูไอ้ควิลล์กับตุ๊บป่องเป็นอย่างสิ คือเราจะทำผมยังไงก็ได้ เจาะหูกี่รูก็ได้ ใส่รองเท้ายังไงก็ได้ จะพับแขนเสื้อนักเรียนก็ได้ หรือผู้หญิงบางคนใส่กางเกงนักเรียนผู้ชายมาเรียนยังมีเลย

            โหหหห

            ฉันว่ามันจะคนละเรื่องกับชีวิตที่โรงเรียนประจำเธอเลยแหละ

            ต้องปรับตัวเยอะเลยสิเนี่ย

            คงงั้นล่ะมั้งจากนั้นชายหนุ่มข้างๆ ฉันก็เอื้อมมือมาขยี้หัวฉันเบาๆ อย่างอารมณ์ดี แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะคอยช่วยเธอเองถ้าเธอมีปัญหาอะไร

            ...ขอบคุณนะ

            ด้วยความยินดีครับ ฉันดีใจนะที่ตอนนี้เธอดูเปิดใจกับฉันมากขึ้นแล้ว พอหายเกร็งแล้วพูดมากขึ้นเยอะนะเราอ่ะ ฮ่าๆๆ

            คำพูดของอีกฝ่ายเล่นเอาฉันชะงักทันที

            พะ...พูดมากขนาดนั้นเลยเหรอ...

            ก็ไม่ได้มากขนาดนั้นหรอกถ้าเทียบกับไอ้โซนี่มัน แค่มากกว่าปกติเฉยๆ น่ะ

            “T___T” การที่เขาเอาฉันไปเทียบกับโซนี่เป็นเรื่องที่ฉันควรดีใจมั้ยอ่ะ

            เฮ้ย แต่ไม่ใช่ไม่ดีนะ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ฉันชอบฟังเวลาเธอพูดจะตาย

            และนั่นก็ทำให้ฉันจากที่เครียดๆ อยู่กลายเป็นเขินโดยพลัน ฉันรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิบนใบหน้าฉันสูงขึ้นอีกแล้ว ทว่าโชคดีที่หลังจากนั้นแป๊บเดียวในที่สุดรถก็มาจอดที่หน้าบ้านฉัน

            อ่ะ ถึงละ

            ขอบคุณที่มาส่งนะ

            ไม่มีปัญหา แล้วนี่แม่เธอกลับบ้านมายังน่ะ

            ฉันชะเง้อมองผ่านรั้วบ้านเข้าไปและพบว่ารถแม่ของฉันกำลังจอดอยู่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคุณนายกลับมาแล้ว

            กลับมาแล้วจ้ะ

            โอเค งั้นเดี๋ยวเข้าไปสวัสดีดีกว่า

            ว่าแล้วเราสองคนก็ลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน และเมื่อไปถึงฉันก็พบว่าพี่นา แม่บ้านของฉัน กำลังจัดโต๊ะอาหารให้อยู่ ส่วนแม่ฉันก็เพิ่งเดินออกมาจากครัวพอดี

            อ้าวววว กลับมาแล้วเหรอ

            สวัสดีครับน้าแพรเพียร์ยกมือไหว้ตามมารยาท

            สวัสดีจ้า ขอบคุณที่มาส่งขวัญให้นะเพียร์

            ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ

            เออใช่ เพียร์มาทานข้าวด้วยกันสิ เพื่อเป็นการขอบคุณ

            เพียร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

            จะดีเหรอครับ

            ดีสิจ๊ะ เนี่ย น้ากับแม่บ้านทำกับข้าวไว้เยอะมาก แถมวันนี้พ่อยัยขวัญก็ดันเพิ่งมาบอกว่าจะทานข้าวนอกบ้าน กินกันสองคนก็เสียดายของ เพียร์มาช่วยทานก็ดีแล้ว

            แม่ร่ายยาวมาก...ยาวซะจนฉันเริ่มแคลงใจว่านี่ท่านพูดเรื่องจริงไม่ได้ใส่ไข่ใช่มั้ย ดูพยายามยัดเยียดให้เพียร์อยู่ต่อเอามากๆ อย่าบอกนะว่านี่ยังไม่เลิกความคิดจับคู่อะไรนั่นอีก

            เอ่อ...เพียร์เหลือบมองมาที่ฉันหน่อยๆ ก่อนจะฉีกยิ้มออกมา ถ้าคุณน้าพูดมาซะขนาดนี้ก็...ได้เลยครับ ^-^”

            แอร๊ยยยยแม่ร้องออกมาด้วยความดี๊ด๊า นา ไปเอาจานกับช้อนส้อมเพิ่มมาอีกชุดซิ

            ได้เลยค่ะ

            หลังจากนั้นก็กลายเป็นว่าเพียร์ได้มาร่วมโต๊ะอาหารกับเราสองแม่ลูกด้วยซะงั้น หัวข้อสนทนาหลักๆ ตอนกินข้าวก็ไม่มีอะไรมาก มีแม่ฉันพูดมากสุดถึงการทำอาหารและเรื่องร้านอาหารที่ท่านอยากจะเปิด ส่วนเพียร์ก็เป็นผู้ฟังที่ดีมาก คอยถามคำถามด้วยความอยากรู้ แม่ฉันก็ได้ใจจนพูดไม่หยุด จากที่ปกติพวกเราจะทานข้าวกันสองคนประมาณแค่สิบห้านาที กลายเป็นลากยาวถึงหนึ่งชั่วโมง =_=;;

            ก่อนกลับเพียร์ก็อาสาช่วยล้างจานให้ ส่งผลให้แม่ฉัน (รวมถึงพี่นา) ยิ่งปลาบปลื้มผู้ชายคนนี้เข้าไปใหญ่ กว่าฉันจะได้พักก็ปาไปหนึ่งทุ่มแน่ะ ซึ่งหลังจากที่ฉันอาบน้ำเตรียมจะอ่านหนังสือก่อนเข้านอน ฉันก็ต้องพบกับข้อความไลน์บนมือถือตัวเอง

            Pierre: เฮ้ย ฉันลืมนาฬิกาข้อมือไว้บ้านเธออ่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเอานะ

Pierre: ถ้าเธอไม่ได้ไปไหนล่ะก็...ไว้เจอกันครับ

 

 

* Free block - คาบว่าง

** Officially Missing You - Tamia


 

ก่อนอื่นขอกราบขอโทษที่อาทิตย์ที่แล้วหายไปเลย Y_Y พอดีอาทิตย์ที่แล้วยุ่งๆ ช่วงปลายสัปดาห์พอดี มีเหตุต้องออกจากบ้านตลอดเลยอดมาอัพนิยาย แต่อาทิตย์นี้มาตรงเวลามากนะเออ แถมเป็นตอนที่ยาวมากด้วย 555555 ใครที่อ่านเซ็ตนี้มาตั้งแต่เล่มแรกๆ หวังว่าอ่านตอนนี้จะช่วยทำให้หายคิดถึงบ้างนะคะ ช่วงนี้ยังคงต้องให้พระนางเราทำความรู้จัก โลกสวยกันไปก่อน แต่มาเตือนด้วยความหวังดีว่าหลังจากนี้มีงงแน่ๆ เลย 555555 กว่าจะถึงตอนนั้นก็คงอีกสักพักล่ะมั้ง

เรื่องนี้เรากะลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ ไม่รู้จะลงจนจบเลยหรือเปล่า เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที เพราะงั้นเราคงจะได้เจอกันบนเด็กดีไปอีกยาวๆ เลยแหละค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย

อ่านตอนนี้แล้วติติงกันมาได้ตามสบายใจเลยน้า~

 

ของแถม:


เป็นคู่ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่เล่มก็ยังคุยกันได้น่ารักเสมอ 5555555555555555 ตอนแรกว่าจะวาดให้ดีกว่านี้แต่ขี้เกียจมาก (เอ๋า) ขออภัย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #41 milkystar (@mintstarnoii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 02:13
    โอ๊ยยยยย ชอบเพียร์จางง
    #41
    1
    • #41-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 4)
      20 กรกฎาคม 2559 / 13:25
      อิๆ ชอบแล้วห้ามถอนคำพูดนะะะ -v-
      #41-1
  2. #38 Manunchaya Suwanwongchai (@chompoo-ms) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 23:00
    อ่านแล้วฟินนนน คิดถึงทุกคู่จนต้องกลับไปอ่านอีกรอบ >///<~
    #38
    1
    • #38-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2559 / 11:56
      เน้ออออออ >w< ขอบคุณที่ติดตามกันนะจ๊ะะะะ
      #38-1
  3. #37 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 22:54
    มาสารภาพว่าดองของพี่เบลล์ไว้สองตอน 5555555555 ตอนแรกแอบมึน ฮานามินี่ใครฟร่ะ!!!! 55555555555 ดีนะมีเฉลย ตอนนี้กะตอนที่แล้วมีบางช่วงที่พี่พิมพ์แล้ว เหมือนมือไปกดแป้นผิดตัวนะคะ ลองเช็คดูอีกทีนะ แต่แค่ที่สองที่ค่ะ

    รูปน่ารักตลอดเยยยยยยยย รอตอนต่อไปค่าาาาา

    ปล. เหมือนจะเดาเพียร์ได้นิดๆ แต่ขออ่านอีกสักพักค่อยฟันธงนะ 55555555
    #37
    2
    • #37-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2559 / 11:56
      เอออออ ถ้าพี่ไม่กลับไปอ่านพี่ก็คงลืมเหมือนกัน 5555555555 เดี๋ยวไว้จะลองเช็กคำผิดดูน้า ขอบคุณหลายๆ จ้าน้องแนส

      ปล. รอลุ้นๆ
      #37-1
  4. #36 ถ่อว (@caorujangkung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 18:10
    ฮือออออ คิดถึงทุกคู่เลย โผล่มากี่ครั้งก็ชวนเขินทุกครั้ง อ่านตอนแรกนี่แอบจิ้นฮานามิกับฟองเซ่แต่ลืมไป ฮานามิมีแฟนแล้วนี่หว่า555555555555555
    #36
    1
    • #36-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 4)
      16 กรกฎาคม 2559 / 11:55
      ถ้าฟองเซ่คบกับฮานามิคงปวดหัวตาย สงสาร 55555555555555555
      #36-1