Take My Hand พาหัวใจ ไปพบรัก

ตอนที่ 3 : ผักหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 ก.ค. 59


            เป็นไงลูก

            แม่เอ่ยขึ้นขณะที่เราสองคนกำลังช่วยกันจัดของที่บ้าน เนื่องจากพวกเราเพิ่งย้ายมาได้ไม่นานมากนัก ข้าวของเลยยังไม่ค่อยเข้าที่ พวกเราเลยค่อยๆ ช่วยกันจัดอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้จะมีแม่บ้านก็เหอะ แต่ของใช้ส่วนตัวฉันก็อยากจะจัดเองนี่นา

            อะไรเป็นไงคะ

            ก็เพียร์ไง ลูกว่าเขาเป็นไง

            ตุบ

            คำถามของแม่ทำให้ฉันชะงัก เป็นเหตุให้กรอบรูปที่ฉันกำลังจะวางล้มลงมา

            ฉันควรจะตอบอะไรสำหรับคำถามแบบนี้ดี -_-;; พอนึกไปถึงช่วงมื้อเที่ยงที่ผ่านมาที่ฉันต้องไปเจอผู้ชายพิลึกๆ คนนั้นทีไร ก็มักจะรู้สึกแปลกๆ ทุกที อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไร

            แม่ถามทำไม

            ก็เปล๊า~ แค่อยากรู้เฉยๆ

            โห ถ้าเสียงจะสูงขนาดนี้นะคะ

            แม่ฉันเรียกคนที่อยู่อีกฝั่งของห้องเสียงแข็ง แม่กำลังจับคู่ให้ขวัญอยู่ใช่มั้ยคะ

            คนฟังชะงักเล็กน้อย...เล็กน้อยจริงๆ เพราะหลังจากนั้นแม่ก็ตอบอย่างสบายๆ ไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเท่าไร

            ไม่ได้จับคู่หรอกลูก แม่แค่อยากให้สนิทกันเอาไว้

            นั่นไง

เอาตรงๆ ฉันก็มีลางสังหรณ์มาตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้วว่าแม่ๆ ของพวกเรากำลังวางแผนอะไรกันอยู่หรือเปล่า ทำไมต้องพาลูกๆ มาเจอกันแบบนี้ด้วย ถึงฉันจะดูเป็นคนอ่อนต่อโลกแต่เรื่องแบบนี้ฉันก็พอดูออกนะ

ขวัญแม่ว่าพลางก้าวเข้ามาหาฉัน ที่แม่ทำแบบนี้ก็เพราะขวัญแทบไม่มีเพื่อนที่เมืองไทยเลยนะ อยู่ต่างประเทศมาเกือบตลอดทั้งชีวิต คนเป็นแม่ก็ต้องเป็นห่วงบ้างอะไรบ้าง

            ...ก็จริงของแม่นะ...

            เพราะงั้นถ้าได้เพียร์มาดูแลขวัญที่โรงเรียน คอยช่วยคอยสอนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่นี่ได้แม่จะสบายใจมากๆ เลย อย่ามองว่าเป็นการจับคู่สิ

            เอ๊ะ เดี๋ยวนะคะ เขาเรียนที่เดียวกับขวัญด้วยเหรอ

            ก็ใช่น่ะสิจ๊ะ อยู่ชั้นเดียวกับลูกด้วย

            ม่ายยยยยยยยยย!! นี่ฉันต้องเจอคนแปลกๆ แบบนี้ไปอีกเป็นปีเลยเหรอ T[]T

            แย่จัง

ฉันพึมพำเบาๆ ในลำคอ แต่มีหรือที่จะมีอะไรที่แม่ฉันไม่ได้ยิน

            แย่ตรงไหน ดีจะตาย แม่จะได้หายห่วงไง

            ค่าๆ ดีก็ได้ค่า

            ว่าแล้วเราสองคนก็ช่วยกันจัดของต่อ ทว่าเงียบไปได้สักพักแม่ฉันก็โพล่งขึ้นมาอีกครั้ง

            เออใช่ น้าปิ่นบอกว่าเพียร์ยังโสดอยู่ด้วยนะลูก

            แม่ -O-”

            ฮ่วยยยยย ไหนว่าไม่ได้จับคู่ไง!

 

            เช้าวันต่อมา...

            เป็นอีกวันที่ฉันอยู่บ้านนั่งจัดของกับแม่และแม่บ้านที่อยู่กับพวกเรามาตั้งแต่ฉันเล็กๆ ส่วนพ่อก็ออกไปทำธุระอีกเช่นเคย แต่ของก็เหลือไม่มากแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันเลยขอออกมาพักทำคุกกี้ จะนอนหรือนั่งกินอะไรเล่นก็ไม่ได้เพราะที่บ้านฉันยังไม่มีใครซื้อขนมอะไรมาตุนไว้เลยค่ะ ยังดีที่มีเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับการทำอาหารหรือขนมอยู่ ฉะนั้นพอไม่มีใครซื้อ ฉันจึงกะจะทำกินเองซะเลย

            บางคนอาจจะงงว่าการทำขนมนี่เรียกว่าเป็นการพักยังไง สำหรับฉัน ฉันว่ามันเป็นการพักสมองที่ดีออกนะ ถึงจะเหนื่อยนิดหน่อยแต่ระหว่างทำก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ใส่ส่วนผสมให้ถูก คนมันเข้าด้วยกัน ปั้นเป็นรูปน่ารักๆ แล้วเอาไปอบเฉยๆ ก็เสร็จละ

            ครืดดดดดด

            ฉันใช้เครื่องผสมอาหารตีแป้งให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ จนกว่ามันจะเริ่มหายเหลวแล้วจับกันเป็นก้อนมากขึ้น จริงๆ ว่าจะทำคุกกี้ช็อกโกแล็ตชิปแต่ที่บ้านยังไม่ได้ซื้อช็อกโกแล็ตชิปมา เลยได้แค่คุกกี้เนยเนี่ยแหละ

            ดิ๊งด่อง~

          ครืดดดดดด

            ...ขวัญ

            ครืดดดดดด

            พาขวัญ!!!”

            ค่ะ...คะ!?” ฉันถึงกับสะดุ้งพร้อมกับกดปุ่มให้เครื่องผสมอาหารหยุดปั่นเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของแม่มาจากอีกห้อง เสียงเจ้าเครื่องนี้มันดังซะจนกลบเสียงอื่นๆ ไปเกือบหมดเลย

            ไปเปิดประตูรั้วหน่อย เมื่อกี้มีคนมากดกริ่งแต่มือแม่ยังไม่ว่าง

            ขวัญก็ยังทำคุกกี้ไม่เสร็จเลยนะคะ

            เออน่า! ไปเปิดให้หน่อย แป๊บเดียวเอง

            ฉันถอนหายใจเบาๆ หนึ่งรอบก่อนจะวางเครื่องมือลงแล้วเดินไปหน้าบ้านเพื่อดูว่าใครมา ซึ่งปรากฏว่าคนที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้านฉันไม่ใช่ใครที่ไหน...ผู้ชายที่ฉันเพิ่งทำความรู้จักไปเมื่อวานเองค่ะ

            เพียร์หันมาเห็นฉันก็ยิ้มร่าพลางโบกมือทักทาย วันนี้เขาแต่งตัวดูสบายกว่าเมื่อวานในระดับนึง สงสัยเป็นชุดอยู่บ้านล่ะมั้ง เป็นเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นที่ยาวประมาณเข่า แต่ไม่ว่าจะแต่งตัวดูชิลยังไงเขาก็ยังดูเป็นคุณชายอยู่ดี

            ทว่าที่แปลกก็คือ...เขามาคนเดียว ไม่เห็นมีวี่แววของน้าปิ่นหรือใครเลย มีเพียงชายร่างสูงคนนี้กับรถที่คาดว่าเขาน่าจะขับมาจอดอยู่หน้ารั้วฉัน

            มะ...มาคนเดียวเหรอฉันปริปากถามออกไป ก็ไม่รู้ทำไมต้องติดอ่างเวลาคุยกับเขาเหมือนกัน

            อื้ม แม่ฝากฉันให้เอาต้นไม้มาให้แม่เธอน่ะ แต่กว่าจะหาบ้านเจอนี่หลงอยู่นานเหมือนกัน

            ได้ยินแล้วฉันก็เพิ่งสังเกตเห็นกระถางต้นไม้เล็กๆ ที่วางไว้อยู่ข้างๆ เท้าของเขา

            อ๋ออออ

            แล้วนี่คุณพาขวัญอนุญาตให้ผมเข้าไปหรือเปล่าครับ หรือจะให้ผมส่งของผ่านรั้วดี

            คำพูดที่แลดูประชดประชันแบบขำๆ ของเขาทำฉันเบิกตากว้างมากขึ้นอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันปล่อยให้เขายืนรออยู่หน้ารั้วมาได้สักพักแล้ว พอเห็นท่าทีอันเลิ่กลั่กของฉันซึ่งรีบวิ่งไปหาที่รั้วเขาก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย

            ขะ...ขอโทษค่ะ! ลืมไปเลย

            ไม่เป็นไรครับ ฮ่าๆๆ

            ไปถึงฉันก็เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูแล้วผลักมันออกโดยสัญชาตญาณ ทว่า...

            กึก

            ...มันเปิดไม่ออกค่ะ

            เอ๊ะ?ฉันอุทานออกมาอย่างงุนงง จากนั้นก็เอาแขนดันประตูออกไปอีกรอบ

            กึก

            เอ่อ มันต้องดึงประตูเข้าไปหรือเปล่า

            เออจริงด้วย!

            แอ๊ดดด

            เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ คือฉันลืมไปว่าประตูรั้วที่นี่ต้องดึงเข้ามา ไม่ใช่ผลักออกซะหน่อยไอ้โง่พาขวัญ TOT โอ๊ยยยยยยยยยยย ทำไมถึงได้เบลอขนาดนี้ อยู่ที่นี่มาได้จะครบอาทิตย์นึงแล้วนะ อยากจะร้องไห้ ฉันหลุดเอ๋อต่อหน้าเขาเป็นรอบที่เท่าไรแล้วเนี่ย

            ชะ...เชิญค่ะ (.////.)” ฉันก้มหน้าด้วยความอับอาย ขณะเปิดประตูให้เพียร์เดินเข้ามาพร้อมหิ้วกระถางต้นไม้ไว้

            อุ๊บ...ขอบคุณครับ

            เป็นอีกครั้งที่ฉันเห็นเขาอมยิ้มแปลกๆ เหมือนพยายามกลั้นขำเอาไว้สุดฤทธิ์ รอบนี้หนักกว่ารอบที่แล้วก็ตรงที่ตัวเขาสั่นนิดๆ โห ถึงกับต้องเกร็งท้องเลยเหรอเนี่ย

            คือ...ถ้าอยากขำก็ขำเถอะ ไม่ต้องกลั้นขนาดนั้นก็ได้

            และสิ้นคำของฉัน ผู้ชายที่กำลังเดินนำฉันเข้าบ้านก็หลุดขำออกมาอย่างที่ฉันบอกทันที

            พรืดดดดดดดด ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ยยยยยโอเค ไม่นึกว่าจะหัวเราะหนักเท่านี้ เปลี่ยนใจตอนนี้ทันมั้ยคะ ขอโทษจริงๆ นะ ฉันกลั้นเอาไว้ไม่ไหวจริงๆ ฮ่าๆๆ

            มันตลกขนาดนั้นเลยเหรอ T_T”

            เอาตรงๆ เนื้อหามันก็ไม่ได้ตลกมากหรอก ฉันแค่ขำสีหน้าท่าทางของเธอเฉยๆ น่ะ

            จริงง่ะฉันทวนถามเสียงหงอย

            เฮ้ย ไม่ใช่ตลกในแง่ไม่ดีแบบตัวตลกไรงี้นะเพียร์เห็นฉันจ๋อยๆ จึงรีบพูดปลอบใหญ่ฉันหมายถึงตลกในแง่ดีน่ะ น่ารักดี

            ฉันนี่แทบจะสะดุดเท้าตัวเองล้มกับคำพูดของเขา ไม่รู้ว่านั่นนับเป็นคำชมหรือเปล่า แต่ฉันได้ยินคำว่า น่ารักแล้วรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเฉย ฉันไม่รู้จะต้องยังไงเลยได้แต่เงียบแล้วถอดรองเท้าไว้หน้าประตูบ้าน ส่วนเพียร์ก็วางกระถางต้นไม้ลง

            ...เดี๋ยวฉันไปเรียกแม่มาให้นะ รออยู่ตรงนี้ก่อน

            ไม่รอช้า ฉันก็รีบเผ่นออกมาจากตรงนั้นแล้ววิ่งไปหาแม่ อยู่กับเขานานๆ แล้วหายใจไม่ทั่วท้อง

            แม่! เพียร์มาค่ะ

            แม่ที่กำลังเอาผ้าคลุมเปียโนในห้องนั่งเล่นอยู่ก็หันมาทางฉันเหมือนไม่ตกใจสักเท่าไร

            โอ้ว มาแล้วเหรอ

            อ้าว แม่รู้อยู่แล้วเหรอว่าเขาจะมา

            น้าปิ่นโทรบอกแม่เมื่อคืนน่ะว่าวันนี้จะให้ลูกชายเอาต้นไม้มาให้ เอาไว้ปลูกในสวนบ้านเราน่ะ

            งั้นที่ให้ขวัญไปเปิดประตู...

            เฮ้ย ไม่ใช่นะลูก แม่ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงเลย ก็มือแม่ไม่ว่างจริงๆ นี่นา

            ฉันหรี่ตาอย่างระแวงอยู่ครู่นึงก่อนจะถอนหายใจ

            ค่ะ เชื่อก็ได้ งั้นเดี๋ยวขวัญไปทำคุกกี้ต่อก่อนนะ แม่ไปรับแขกละกัน ขวัญให้เขารออยู่หน้าบ้าน

            พูดจบฉันก็เดินกลับห้องครัวไปทำขนมต่อแล้วล้างมืออีกรอบ เมื่อมั่นใจว่ามือสะอาดพอที่จะใช้มือเปล่าจับแป้งได้ ฉันก็ควักส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้วจากชามแล้วเอามันมานวดบนเขียง จริงๆ เราเคยมีแม่พิมพ์สำหรับทำคุกกี้เป็นรูปดาว หัวใจ หัวหมี ฯลฯ แต่ลืมเอากลับไทยด้วย เลยต้องปั้นเป็นรูปเอาเอง

            ทำอะไรอยู่เหรอ

            เฮือก!

            เล่นเอาฉันสะดุ้งโหยง ปล่อยมือออกจากตัวแป้งและเงยหน้าขึ้นไปมองทางต้นเสียง หนุ่มลูกครึ่งที่มายืนอยู่ข้างๆ ฉันได้ไงไม่รู้เห็นฉันตกใจก็พูดปนขำตามสไตล์ของเขา

            โหย ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ ฮ่าๆ

            พะ...พอดีไม่นึกว่าจะนายจะเข้ามาข้างในน่ะ...ฉันตอบเสียงแผ่ว ว่าแต่เจอแม่ฉันแล้วเหรอ

            เจอละ แล้วก็ฝากแม่บ้านเธอไปปลูกต้นไม้ในสวนให้แล้วเรียบร้อยด้วย สวนบ้านเธอนี่ก็ใหญ่เหมือนกันนะ

            อ้อออ

            แล้วนี่ตกลงเธอทำอะไรอยู่น่ะ คุกกี้เหรอ

            อ๊ะ ใช่จ้ะ

            เฮ้ย ขอฉันทำด้วยคนสิ

            ...หา?

            ขอสารภาพว่าเกิดมาฉันไม่เคยทำขนมเลย ฮ่าๆ อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงเหมือนกัน เธอคงไม่รังเกียจใช่มั้ย

            โอ้มายก้อด แค่อยู่กับเขาเมื่อกี้ฉันก็ประหม่าจะแย่ละนะ นี่จะให้มาทำคุกกี้ด้วยกันอีกเหรอ T^T จะปฏิเสธก็น่าเกลียดไป...ฮึ่ย ก็ได้ ไหนๆ ก็เหลือแค่ปั้นแล้วเอาไปอบละ

            ไม่รังเกียจๆ มาสิฉันตอบพลางเขยิบห่างออกมาจากตัวเขาให้เขาก้าวเข้ามาใกล้เขียงมากขึ้น ต่อด้วยการอธิบายให้เขาฟังดูไม่มองหน้า จะได้ไม่ต้องรู้สึกเขินอาย จริงๆ เราต้องรีดให้แป้งมันเป็นแผ่นแล้วเอาแม่พิมพ์มากดเป็นรูปต่างๆ น่ะ แต่พอดีตอนนี้ที่บ้านฉันยังไม่มีอุปกรณ์ เลยต้องทำแบบ manual ไปก่อน

            งื้มมมม

เขาพยักหน้า ส่วนฉันก็หยิกส่วนนึงของแป้งมาปั้นเป็นรูปหมีน้อยให้ดูเป็นตัวอย่าง

ปั้นเป็นรูปอะไรก็ได้เลย แต่อย่าให้มันหนามากเพราะเดี๋ยวพออบแล้วคุกกี้มันจะฟูขึ้นอีก

อะไรก็ได้เหรอ

อื้ม

หลังจากนั้นเราสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันมาก ต่างคนต่างยืนปั้นคุกกี้เป็นรูปต่างๆ ฉันพยายามไม่มองไปทางเขาจึงไม่รู้ว่าเขาปั้นไปเยอะแค่ไหน ใจจดใจจ่ออยู่กับแค่ของตัวเอง จนสักพักพวกเราก็ปั้นแป้งเป็นรูปต่างๆ แล้วเอาใส่ถาดอบ ก็เพิ่งมาเอะใจตอนจะเอาเข้าเตาอบเนี่ยแหละว่าคุกกี้ที่เพียร์ปั้นนั้น...

นั่นรูปอะไรเหรอฉันชี้ไปที่คุกกี้หน้าตาประหลาดชิ้นนึง คือหน้าตามันเหมือนเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดาๆ แต่มีอะไรแหลมๆ ไม่รู้ชี้ลงมาข้างล่างอยู่สองแฉกเหมือนทีวีอ่ะ

รถเก๋งอ่ะ

หา! นี่น่ะเหรอรถถถถถ =[]=

เอ่อ...แล้วอันนี้ล่ะฉันชี้ไปที่อีกชิ้นข้างๆ ที่เหมือนสามเหลี่ยมปกติ แต่มีแฉกแหลมๆ ชี้ออกมาจากแต่ละด้านอีกแล้ว (ไม่รู้เขาเป็นอะไรมากมั้ยกับไอ้ฉากแหลมๆ พวกนี้เนี่ย)

ดาวไง เหมือนป่ะ

แม่เจ้าาาา ไม่เหมือนเลยสักนิด! ใครจะไปคิดล่ะว่าคุณชายที่ดูเนี้ยบ ทำอะไรก็ดูดีไปซะทุกเรื่องจะไม่มีหัวทางด้านนี้ขนาดนี้

อุ๊บ...เห็นเช่นนี้แล้วฉันก็อดที่จะขำไม่ได้จริงๆ นะ แต่ก็ต้องพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้เสียมารยาท

อ้าว เงียบแบบนี้แปลว่าอะไรฮะ

เขาถามพร้อมเอี้ยวตัวมาให้หน้าตัวเองหันมาสบตาตรงๆ กับฉันที่พยายามหลบสายตาเขาอยู่ ทำเอาฉันตั้งตัวไม่ทันแล้วหลุดขำออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

พรืดดดด ฮ่าๆๆๆ

เพียร์ดูตกใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของฉัน ตาเขาโตขึ้นกว่าปกติได้แวบนึง ก่อนที่เขาจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา และไม่รู้ฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่ฉันแอบเห็นว่าใบหน้าเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยล่ะ

ขะ...ขอโทษนะ แต่ฉันอดขำคุกกี้นายไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆ มันไม่เหมือนรถหรือดาวเลยอ่ะ

โหย ใจร้ายมากเขาพูดเหมือนจะตัดพ้อ แต่น้ำเสียงกับสีหน้ากลับดูดีใจแปลกๆ ไม่เป็นไร ถือซะว่าเราเจ๊ากันเนอะ เพราะก่อนหน้านี้ฉันก็หัวเราะเธอไป ดีใจซะอีกที่การที่ฉันทำคุกกี้ห่วยๆ แบบนี้...มันทำให้เธอหัวเราะได้

สิ้นคำของเขา ฉันก็หยุดหัวเราะทันที หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ

ฉันเห็นว่าเธอดูกลัวๆ ฉันยังไงก็ไม่รู้ตั้งแต่เราเจอกัน เวลายิ้มก็ดูฝืนๆ ยิ้ม แต่พอเห็นเธอหัวเราะได้แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อยเพียร์ว่าพลางเอามือมาวางบนหัวฉันเบาๆ เหมือนจะให้ฉันผ่อนคลายลง ไม่ต้องกลัวฉันนะ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก

อื้อ (. .)” ฉันพยักหน้ารับอย่างขัดเขิน แต่ก็เลี่ยงที่จะสบตาเขาอยู่ดี ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาจะรู้ว่าฉันรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่อยู่ใกล้ สงสัยฉันจะเก็บอารมณ์ไม่เก่งจริงๆ

ดีมาก ฉะนั้นถ้าเธออยากหัวเราะก็หัวเราะออกมาเลย ไม่ต้องเก็บ เธอหัวเราะแล้วน่ารักดีออก

อีกแล้ว...เจอคำว่า น่ารักทีไรฉันรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตทุกทีเลย พอๆ เปลี่ยนเรื่องๆ

เอา...เอาคุกกี้เข้าเตาอบกันเถอะ

โอ๊ะ จริงด้วยว่าแล้วเพียร์ก็ยกถาดเข้าเตาอบ ว่าแต่ต้องรออบนานขนาดไหนเหรอ

ประมาณสิบห้านาทีจ้ะ

ฮืมมมมเขายกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบนนาฬิกา ไม่ได้การละ ฉันลืมไปว่าเดี๋ยวต้องรีบไปทำธุระให้แม่ต่อ นี่ก็เลยเวลามาได้ห้านาทีละ

อ๋อออ ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวฉันจัดการที่เหลือต่อเองได้

เซ็งเลย อยากเห็นว่ามันหน้าตาออกมาเป็นไงจัง...เอ๊ยบ่นไปได้หน่อย เพียร์ก็เลิกคิ้วขึ้นมาเหมือนนึกอะไรออก ไว้เธอถ่ายรูปแล้วส่งมาให้ทีสิ

เอ๋?

ขอไอดีไลน์หน่อยครับ

ยังไม่ทันที่ฉันได้จับใจความอะไร เพียร์ก็หยิบมือถือขึ้นมาจิ้มๆ อะไรไม่รู้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันอย่างรอคำตอบ

เอ่อ...คือ...ฉันอ้ำๆ อึ้งๆ

...?”

อะไรคือไลน์เหรอ...

ห๊า!! เธอไม่รู้จักไลน์เหรอ!”

ฝ่ายตรงข้ามตกใจซะจนฉันรู้สึกโง่เลยที่ไม่รู้จัก แง ฉันอยู่โรงเรียนประจำนะ เทคโนโลยีนี่แทบไม่ได้แตะเลย ถึงกลับไทยมาพ่อจะซื้อไอโฟนให้ฉันเครื่องนึงพร้อม 3G แต่ฉันก็ใช้เป็นแค่รับสายกับโทรออกเท่านั้นแหละ

อื้ม พอดีฉันไม่ค่อยใช้มือถือสักเท่าไรน่ะ

แล้วตอนนี้มีมือถือมั้ย

“(‘ ’) (. .) (‘ ’)” ฉันพยักหน้าตอบ

ขอดูหน่อยสิ

ได้ยินเช่นนั้นฉันก็หยิบมือถือออกจากกระเป๋าเดรสตัวเองแล้วยื่นให้อย่างว่านอนสอนง่าย เพียร์รับมันไว้แล้วจิ้มบนมือถือฉันอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานนักเขาก็ส่งมันกลับมาให้ฉัน

อ้ะ กรอก Username กับ Password ตามที่ชอบเลย

...

...รู้ใช่มั้ยว่า Username กับ Password คืออะไร

รู้สิ ฉันก็ไม่ได้โลว์เทคระดับนั้นซะหน่อยนะ =3= แค่กำลังคิดเฉยๆ ว่าจะตั้งว่าอะไรดี

โอเคๆ ฮ่าๆ ค่อยยังชั่ว

อืมมม...Username เอาเป็นชื่อเล่นกับตัวอักษรแรกของนามสกุลละกัน ส่วน Password ก็เป็นเบอร์โทรศัพท์มือถือ จะได้จำง่ายๆ หน่อย

เสร็จละฉันยื่นไอโฟนไปให้ร่างสูงตรงหน้าอีกครั้ง

“ ‘ผักหวานจุดพี เหรอ

“ ‘พาขวัญจุดพี (pakwan.p)’ ต่างหากเล่า TOT”

ฮ่าๆๆๆ โอเคครับ

เขาจิ้มบนมือถือฉันไปอมยิ้มไป สักพักเขาก็ให้ฉันไปยืนใกล้ๆ เพื่อที่จะได้สอนวิธีการเล่นแอพฯ นี้ได้ถนัด ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากอะไรมากเพราะฉันเองก็ใช่ว่าจะไม่มีพื้นฐานด้านการใช้เทคโนโลยีเลยซะทีเดียว เคยเรียนวิชาคอมฯ มาเหมือนกันนะ

ตอนนี้เฟรนด์คนเดียวในไลน์ของเธอคือฉันนะ เพราะงั้นหาชื่อฉันได้ง่ายแน่นอน

โอเคจ้ะ

ส่วนเรื่องการถ่ายรูป พิมพ์อะไรแบบนี้ไม่น่ามีปัญหาเนอะ เคยทำใช่มั้ย

อื้อ แต่ฉันพิมพ์เป็นแค่ภาษาอังกฤษนะ ไม่เคยพิมพ์ภาษาไทยมาก่อน แถมพิมพ์ช้ามากด้วย

เฮ้ย ไม่ได้สิ เป็นคนไทยก็ต้องฝึกพิมพ์ไว้

ง่ะ

ตอนคุยกับฉันให้คุยเป็นภาษาไทยนะ โอเค้

โอเค...

งั้นฉันไปละ อย่าลืมส่งรูปมานะ

จ้า

ว่าแล้วเขาก็เดินออกจากครัวไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ฉันยืนฉงนใจว่าเรื่องอะไรที่เขาจะมาบังคับฉันเนี่ย งง แต่ตอบโอเคไปแล้วอ่ะ นี่ฉันต้องพิมพ์ภาษาไทยจริงๆ เหรอ (;_;)

 

            หลังจากที่เอาคุกกี้ออกจากเตาอบเสร็จฉันก็นั่งลองนู่นลองนี่ในไลน์โดยให้แม่สอน (ขนาดแม่ฉันยังไฮเทคกว่าอ่ะคิดดู) อยู่นาน...นานซะจนไปๆ มาๆ ก็ตกค่ำซะแล้ว ฉันจ้องจอมือถือที่กำลังเปิดหน้าแช็ตโล่งๆ ระหว่างฉันกับเพียร์อยู่บนเตียงอย่างครุ่นคิดว่าจะส่งรูปไปให้เลยดีมั้ย งงตัวเองอ่ะ ไม่รู้ทำไมต้องตื่นเต้นกับเรื่องแค่นี้ด้วย แต่คนมันไม่เคยเล่นไลน์นี่นา ตอนอยู่ต่างประเทศฉันก็ใช้ SMS คุยกับเพื่อนเอา...

            ตื่อดึ๊ง!

            เย้ย!”

            ไอโฟนในมือแทบร่วงเมื่อจู่ๆ มือถือฉันก็สั่นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือน ซึ่งบนจอก็มีบับเบิลนึงปรากฏขึ้นมา

            Pierre: ฮัลโหลลลลล ลืมกันยังเนี่ย

            แงๆๆ เอาไงดี เขาทำฉันตั้งตัวไม่ทันอีกแล้ว พิมพ์ตอบไปก่อนหรือส่งรูปไปให้เลยดีหว่า...ส่งรูปไปให้ก่อนละกัน เพราะถ้าจะให้พิมพ์คงใช้เวลาเป็นนาที -_-;; คิดได้เช่นนั้นฉันก็จิ้มส่งรูปที่ถ่ายเอาไว้ทันที

            Pierre: เหย ออกมาน่ากินเหมือนกันนะเนี่ย

            โอเค พอละ ฉันได้บรรลุเป้าหมายของวันนี้ละ ขอจบการสนทนาเพียงเท่านี้

            ตื่อดึ๊ง!

            ทว่าฉันปิดหน้าจอแล้วเตรียมตัวจะนอนได้ไม่ทันไร มือถือฉันก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง

            Pierre: มีการอ่านไม่ตอบซะด้วย 5555 พูดอะไรหน่อยสิ จะได้ฝึกภาษาไทยไปด้วย

            เฮ้ยยยยยย เขารู้ได้ไงอ่ะว่าฉันอ่านข้อความเขาแล้ว =[]= หรือว่าเขาจะเป็นนักมายากลจริงๆ โอ๊ย ตกใจจนเหงื่อออกมือเลยเนี่ย

            Pierre: FYI ไลน์มันจะขึ้นให้ว่าข้อความไหนของเราถูกอ่านแล้ว อย่าตกใจไปครับ

            โหหหหห แอพฯ บ้าไรเนี่ยทำไมน่ากลัวงี้ แบบนี้ถ้าเราเผลออ่านแล้วลืมตอบใครก็ทำให้อีกฝ่ายต้องเสียความรู้สึกโดยใช่เหตุไปเลยน่ะสิ

            แล้วตอนนี้ฉันควรพิมพ์ตอบว่าอะไรดีล่ะ ไหนๆ เขาก็รู้ว่าฉันอ่านข้อความเขาแล้ว ฮืมมมม...

            Pakwan: ขอโทดที ฉันพิมไม่เก่ง

            โอย กว่าจะพิมพ์เสร็จ ใช้เวลาไปสามนาทีแน่ะ ไหนจะต้องกด Shift เพื่อหาตัว อะไรพวกนี้อีก ภาษาไทยพิมพ์ยากชะมัดดดดดดดด

            Pierre: โอ๊ะ ตอบแล้ว

            พิมพ์เสร็จเขาก็ส่งรูปหมียกมือสองข้างขึ้นดีใจเหมือนฉลองอะไรบางอย่าง แม่ฉันบอกว่าเขาเรียกกันว่าสติกเกอร์ ซึ่งฉันว่ามันน่ารักมากเลยอ่ะ น่ารักกว่าตอนสมัยใช้ MSN เยอะ (ดึกดำบรรพ์มาก)

            Pierre: ไม่เป็นไร ค่อยๆ พิมพ์ไปเนอะ วันนี้ได้ประโยคนึงก็เก่งละ 5555

            ฉันใช้โอกาสนี้ส่งสติกเกอร์กลับไปบ้าง เอาอันไหนดี...สติกเกอร์หมีเอานิ้วชี้สองข้างมาจิ้มๆ กันเหมือนสำนึกผิดละกัน น่าจะเข้ากับสถานการณ์นี้สุด

            Pierre: หูย มีใช้สติกเกอร์ด้วย

Pierre: จริงๆ ถ้ามีประโยคไหนที่พิมพ์ไม่สะดวกก็พูดเอาได้นะ

พูดเอางั้นเหรอ...อ๊ะ จะว่าไปตรงที่เป็นปุ่ม ‘Send’ พอไม่พิมพ์ข้อความอะไรมันเป็นรูปไมค์นี่นา หรือนี่จะไว้ใช้ส่งข้อความเสียงเอานะ

Pierre: แบบนี้ๆ

Pierre sent an audio file

ด้วยสัญชาตญาณ ฉันก็จิ้มลงบนปุ่มเพลย์ที่เป็นรูปสามเหลี่ยมทันทีที่มันขึ้นมาบนจอ...และนั่นก็ทำให้ฉันแทบจะนอนตายคาเตียงด้วยความเขินอย่างไร้สาเหตุ

            [จริงๆ ที่ให้พิมพ์ไทยนี่ก็ไม่ได้อะไรมาก ฉันแค่อยากแกล้งเธอเฉยๆ ฮ่าๆๆ ขอโทษนะ ไม่กวนละ ฝันดีนะครับ ผักหวาน :)]

 

 

ว่าจะอัพทุกวันศุกร์ แต่อาทิตย์ที่ผ่านมายุ่งจริงๆ ไม่มีเวลาปั่นเลย แถมตอนนี้ดันยาวซะด้วย 55555 นี่เพิ่งเขียนจบตอนสดๆ ร้อนๆ แล้วเอามาโพสต์เลยนะ ไม่มีการอ่านทวนใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นถ้าใครเจอจุดไหนที่พิมพ์ผิดหรืออะไรโปรดแจ้งด้วย

ไม่รู้ว่าตอนนี้จะถูกใจนักอ่านหรือเปล่า แต่เบลซ่าเขียนแบ๊วได้เท่านี้แหละค่ะ 55555555 เขียนไปก็จะบ้าตายกับความเอ๋อของนางเอก ตอนวางคาแร็กเตอร์นางก็ไม่ได้กะให้เอ๋อขนาดนี้ แต่เขียนไปเขียนมาดันออกมาเป็นงี้ เอ๋อชนิดที่ว่าตรีอาจจะต้องชิดซ้าย ส่วนเพียร์ก็...นั่นแหละค่ะ เห็นเฟรนด์ลี่แบบนี้นางก็มีความเจ้าเล่ห์ชอบแกล้งคนเหมือนกันนะ

ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบอะไรตรงไหนติติงกันมาได้เลยจ้า

 

ของแถม:


เอาจริงชอบฉากนี้มากเพราะเป็นบ่อย อีดึงหรือผลักประตูเนี่ย 5555555555 แต่เนื่องจากรีบวาดรีบลงสี รูปเลยออกมาลวกหน่อยนะคะ T_T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #40 milkystar (@mintstarnoii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 01:54
    โอ๊ยยย อ่านไปเขินไปแทบจะกัดหมอนข้างขาดอยู่แล้ว 5555555
    #40
    1
    • #40-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 3)
      20 กรกฎาคม 2559 / 13:24
      ดีใจที่ทำให้หมอนน้องขาดนะคะ 555555555555555555
      #40-1
  2. #35 beembam25 (@beembam25) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 00:37
    นางเอกเอ๋อได้น่ารักมากค่ะ 55555 //รอตอนต่อไปค่า สู้ๆ><
    #35
    1
    • #35-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 3)
      3 กรกฎาคม 2559 / 11:38
      เอ๋อกว่าตรีอีก 55555555555 อาทิตย์หน้าเจอกันจ้าาา
      #35-1
  3. #34 Delta (@tomojam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:46
    โอ้ย น่ารักมากอ่าาาาาา ><
    #34
    1
    • #34-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 3)
      3 กรกฎาคม 2559 / 11:37
      ได้ยินงี้ค่อยโล่งอกหน่อยยยย >____<
      #34-1
  4. #32 Memook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 21:13
    น่าร้ากกกกกกก ดูเพียร์เป็นคนขี้แกล้งไงไม่รู้

    แต่ไงก็น่ารักอยู่ดี 55555
    #32
    1
    • #32-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 3)
      2 กรกฎาคม 2559 / 21:24
      เพียร์แกล้งเพราะผักหวานน่าแกล้งค่ะ 55555555555
      #32-1
  5. #31 ❁ Nadeshiko ❁ (@roseise17) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 20:49
    น่ารักอ่าา รอตอนหน้านะคะ ขอบคุณค่า><
    #31
    1
    • #31-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 3)
      2 กรกฎาคม 2559 / 21:23
      ขอบคุณเหมือนกันนะคะะะะะ >____< จะพยายามอัพตอนหน้าให้ทันอาทิตย์หน้า
      #31-1
  6. #30 Biscuit (@jun_spnp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 20:46
    งื้ออออ ตอนนี้น่ารักจังงงงง นางเอกดูเอ๋อๆแต่น่ารักน่าเอ็นดูมากจริงๆ แอร๊ยยยย
    #30
    1
    • #30-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 3)
      2 กรกฎาคม 2559 / 21:23
      รู้สึกเหมือนไม่ได้คุยกับน้องจันทร์มานาน 5555555 ดีใจที่น้องชอบน้าาาา
      #30-1