Take My Hand พาหัวใจ ไปพบรัก

ตอนที่ 2 : Take My Hand

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ก.ค. 59


            เมื่อสองเดือนก่อน...

            ขวัญ แน่ใจนะว่าอยากไปเดินเล่นคนเดียว ไม่มาทำธุระกับแม่เหรอ

            แน่ใจค่ะ ขวัญอยากไปเดินดูร้านหนังสือมากกว่า ไว้แม่ทำธุระเสร็จโทรมาละกันนะ

            โอเคจ้ะ มีอะไรโทรมาหาแม่ได้เหมือนกันนะ

            หญิงผู้เป็นมารดาหันมาบอกพลางจับแขนฉันเบาๆ ทันทีที่เดินเข้ามาในห้าง ฉันพยักหน้ารับแล้วจะลงจากรถ ทว่าก่อนจะแยกกัน แม่ก็ยังมิวายที่จะกำชับฉันเป็นรอบที่สิบ

            ถ้าหลงทางก็ถามยามหรือพนักงานเอาได้นะ ไม่ต้องกลัวเขา

            ค่าฉันหัวเราะ แม่รีบไปทำธุระเถอะ ขวัญดูแลตัวเองได้ โตขนาดนี้แล้ว

            จ้าๆ

            ว่าแล้วคุณเธอก็ยอมเดินขึ้นบันไดเลื่อนไป ปล่อยให้ฉันได้ทำอะไรตามใจตัวเองสักที

            อย่าแปลกใจว่าทำไมแม่ถึงได้ดูกังวลขนาดนี้ เนื่องจากพวกเราเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทยเมื่อไม่กี่วันก่อน และวันนี้ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ฉันได้มาเดินเที่ยวเล่นคนเดียวในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาฉันอยู่โรงเรียนประจำหญิงล้วน แทบไม่ได้ออกไปไหน แม่เลยเป็นห่วงเป็นธรรมดา

            พ่อฉันเป็นทูต ฉันกับแม่จึงย้ายที่อยู่กันบ่อยๆ จากประเทศนี้ไปประเทศนั้น ความจริงเราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้ แต่พ่อแม่ฉันก็เลือกที่จะย้ายตามกันไป จนมาปีนี้...พ่อฉันเกษียณ พวกเราเลยได้กลับมาอยู่ที่นี่ในที่สุด

            ดีนะที่ฉันคุยกับพ่อแม่เป็นภาษาไทยตลอด แถมมีโอกาสได้กลับไทยมาบ้างเป็นครั้งเป็นครา ไม่งั้นได้มาเรียนภาษาบ้านเกิดกันใหม่แน่ๆ

            หาหนังสือเล่มไหนไม่เจอสอบถามได้นะคะ

            ฉันพยักหน้าให้พนักงานในร้านหนังสือหน่อยๆ ก่อนจะเดินดูอะไรเรื่อยเปื่อย จะว่าไปร้านหนังสือสาขานี้ก็ใหญ่ดีเหมือนกันแฮะ มีทุกประเภท แถมยังมีหลายภาษาด้วย แม้ส่วนมากจะเป็นภาษาแถบเอเชียก็ตาม ไม่มีภาษาฝรั่งเศสบ้างหรือไงนะ

            อ๊ะ แต่ไหนๆ ก็กลับมาไทยแล้วฉันก็ควรหัดอ่านภาษาไทยสิ รู้สึกได้เลยว่าสกิลในการอ่านการเขียนฉันง่อยมาก ได้แค่พูดกับฟัง Y_____Y ควรเริ่มฝึกอ่านจากอะไรดี...

            จะซื้อหนังสือแบบฝึกหัดสำหรับเด็กหรือฝรั่งเพิ่งเริ่มเรียนภาษาไทยก็ดูท่าจะง่ายไปนิด หรือจะอ่านนิยายดี? เออ น่าสนใจนะ ไม่น่าเบื่อด้วย ว่าแต่...มันอยู่ที่ไหนล่ะ

            เอ่อ ขอโทษนะคะฉันเดินเข้าไปหาพนักงานที่อยู่ใกล้ๆ พร้อมถาม ที่นี่พอจะมีนิยายไทยที่อ่านง่ายๆ ภาษาทันสมัยหน่อยขายมั้ยคะขืนเขาเอานิยายแนวย้อนยุคมาให้ฉันคงตายพอดี ฮือ

            มีอยู่แล้วค่ะ จะเอาเป็นแนวไหนคะพนักงานสาวยิ้มรับอย่างเป็นมิตร

            มีแนวไหนบ้างเหรอคะ

            สำหรับวัยน้องก็น่าจะเป็นแนวรักวัยรุ่นกับแฟนตาซีน่ะค่ะ ที่คนอ่านเยอะๆ

            แฟนตาซีนี่คือแบบร่ายคาถาเวทมนต์ใส่กันแบบแฮรี่พอตเตอร์หรือเปล่าอ่ะ คำศัพท์มันต้องประหลาดแหงเลย คงไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันหรอก

            งั้นเอาแนวรักวัยรุ่นละกันค่ะ

            ว่าแล้วพนักงานสาวก็พาฉันมายังโซนที่มีหนังสือปกเป็นการ์ตูนวางอยู่เต็มไปหมด ฉันหันไปขอบคุณก่อนที่เธอจะปลีกตัวออกไปให้ฉันยืนเลือกหนังสือได้ตามสบาย

            หูย อะไรเนี่ย ทั้งแผงนี่เป็นของสำนักพิมพ์เดียวกันหมดเลยเหรอ ชื่ออ่านว่าอะไรน่ะ...แจ่ม...ใส... แจ่มใสสินะ ปกน่ารักดีจัง เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นเลยอ่ะ ฉันพลิกหน้าเปิดอ่านผ่านๆ แล้วตกใจเล็กน้อยที่มันมีอีโมติคอนด้วย แต่ก็น่าสนใจดีนะ ดูท่าจะอ่านง่ายที่สุดในหมู่นิยายแล้วล่ะมั้ง งั้นลองซื้ออ่านดูสักเล่มละกัน อยากรู้เหมือนกันว่าจะใช้เวลาอ่านนานขนาดไหน

            คิดได้เช่นนั้น ฉันก็เลือกหยิบเล่มที่ปกถูกใจที่สุด ให้อ่านคำโปรยตรงปกหลังทีละเล่มฉันคงไม่ไหว แค่ชื่อสำนักพิมพ์ยังต้องอ่านทีละพยางค์เลย T^T

พอเลือกได้ฉันก็เดินเลี้ยวออกจากซอกระหว่างชั้นหนังสือ แต่เดินไปได้นิดเดียวก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะซื้อหนังสือทำอาหารไทยไว้ด้วยนี่นา ฉันจึงเดินยูเทิร์นจะกลับไปหาพนักงานสาวคนนั้นอีกครั้ง ทว่า...

            “(  O_O)”

            “(O_O  )”

            ...ฉันก็หันไปเจอชายหนุ่มคนหนึ่งในระยะประชิด เนื่องจากเมื่อกี้ฉันหมุนตัวอย่างกะทันหันจนคนที่เดินตามหลังมาอาจจะหลบไม่ทัน

            ผู้ชายคนนี้...ถ้าดูจากผมสีน้ำตาลอ่อนกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนออกขุ่นนิดๆ นั่นก็เหมือนจะเป็นชาวตะวันตกนะ แต่หน้าตากลับมีเค้าคนเอเชียเยอะ เชื่อว่าคนคนนี้จะต้องเป็นลูกครึ่งแน่ๆ แถมดูรุ่นราวคราวเดียวกับฉันซะด้วย เขาแต่งตัวดูดี สุภาพ ผมเผ้าก็ดูสะอาด เรียบๆ ตรงๆ ไม่รกหน้า ขนาดฉันไม่ค่อยได้เจอคน (โดยเฉพาะเพศชาย) ยังรู้สึกได้ถึงความเป็นคุณชายของเขาเลย โดยรวมคือดูดีมากทั้งบุคลิกกับหน้าตา

            และด้วยความอึดอัดฉันจึงรีบก้าวขาไปทางซ้ายเพื่อหลบให้เขาเดินไป หากว่า...เขากลับก้าวขาไปในทางเดียวกับฉันด้วยซะงั้น!! ฉันพยายามก้าวขาไปอีกทาง แต่หมอนี่ก็ดันก้าวไปในทางเดียวกันอีกเช่นเคย...

            “(T_T;;)” (ฉัน)

            “(;;^_^)” (เขา)

            นะ...นี่มันเรื่องอะไรกันคะ!? เรากำลังเล่นเกม ฟอลโลว์มี แบบที่ให้เลียนแบบท่าทางของกันและกันหรือเปล่า ฉันยิ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยคุ้นชินกับมนุษย์เพศชายวัยเดียวกันอยู่ด้วยนะ พระเจ้ากำลังกลั่นแกล้งกันใช่มั้ยคะ TOT

            ฉันลองก้าวไปทางซ้ายอีกรอบ เขาก็ดันก้าวไปทางซ้ายเหมือนกัน ฉันก้าวไปทางขวา เขาก็ก้าวไปทางขวา เป็นอย่างนี้อยู่ได้สองรอบ ฝ่ายตรงข้ามก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ในขณะที่ฉันแทบอยากจะร้องไห้

            โอ๊ยยยย ฮ่าๆๆๆ

            ขะ...ขำอะไรคะฉันถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันตลกยังไงเนี่ย ฮือ

            เหมือน...พูดๆ อยู่ดีๆ เขาก็หยุดกลางประโยค ลองก้าวขากันดูอีกรอบละกัน ถ้าเป็นแบบนั้นอีกรอบเดี๋ยวจะบอก

            หะ...หา? เฮ้ย มีงี้ด้วยเหรอคะ คนไม่รู้จักกันมีเล่นตัวแบบนี้ด้วยเหรอ

            เดี๋ยวฉันนับหนึ่งถึงสามแล้วเธอก้าวขาหลบเลยนะ

            “=O=?” งง อะไร ไม่เข้าใจ เขาจะทำอะไรน่ะ

            หนึ่ง...สอง...สาม!”

            ฟึ่บ!

            ถึงจะไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร ฉันก็ก้าวขาไปโดยอัตโนมัติอย่างงุนงง ซึ่งปรากฏว่า...เราก้าวขามาข้างเดียวกันอีกแล้วค่ะ T[]T โอ้มายก้อดดดด บ้าไปแล้วววว หรือว่านี่จะเป็นการแสดงมายากลอ่านใจของเขากันนะ

            หากแต่ก่อนที่ฉันจะได้ถามขอความกระจ่างอะไร...ทันใดนั้น หนุ่มลูกครึ่งตรงหน้าก็เลื่อนมือข้างนึงมาจับมือฉันที่ไม่ได้ถือหนังสืออยู่ จากนั้นก็ยกมันขึ้นมาอยู่ในระดับไหล่ ส่วนมืออีกข้าง...ก็ถือวิสาสะมาจับเอวฉันเฉย!!

            นะ...นะ...นี่นะ...นาย...นาย...!!”

            ใจฉันอยากจะตักเตือนหนุ่มตรงหน้าเรื่องที่เขากล้ามาแตะเนื้อต้องตัวมาก แต่เมื่อได้สบตากับดวงตาสีน้ำตาลอมเทาคู่นั้นก็กลับรู้สึกเหมือนโดนสะกดไว้ยังไงก็ไม่รู้ ฉันรู้สึกประหม่า ตกใจ และเขินอายจนไม่รู้จะพูดว่าอะไรเลยได้แต่ติดอ่าง เกิดมาแทบไม่เคยด่าใครจะจะเลยด้อยประสบการณ์มาก ซึ่งหมอนั่นก็ไม่รอให้ฉันคิดคำพูดอะไรเสร็จแล้วคลี่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

            เหมือนกำลังเต้นรำกันเลยเนอะ

            อะ...อะไรนะคะ

            แค่นั้นยังทำฉันฉงนไม่พอ จู่ๆ นายหัวน้ำตาลอ่อนนี่ยกมือที่จับมือฉันไว้ขึ้นมาสูง และด้วยสัญชาตญาณคนเคยเรียนเต้นรำมา แถมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนต้องมนต์เสน่ห์ของเขาอยู่ ฉันก็ดันหมุนตัวหนึ่งรอบตามสเต็ปที่เขาต้องการ หนำซ้ำก่อนที่ฉันจะหมุนครบรอบหมอนั่นก็ขยับมือที่จับกันไว้ไปอีกข้างหนึ่งของทางเดิน ส่วนตัวเขาเองก็ขยับไปในทิศตรงข้าม ทำให้ตอนนี้เราสองคนอยู่คนละฝั่ง

            ทีนี้เราก็ไม่ต้องขวางทางกันแล้ว

            ฮะ?

            ไปก่อนนะครับ

            เขาพูดยิ้มๆ ราวกับกลั้นขำเอาไว้อยู่เพื่อไม่ให้หลุดขำอีกรอบก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนเอ๋อ พยายามประมวลผลกับเรื่องเมื่อครู่อยู่ มะ...มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ เมื่อกี้เขาทำอะไร จะสื่อว่าพวกเราก้าวขาพร้อมกันเหมือนเต้นรำอะไรประมาณนี้ใช่มั้ย แล้วฉันก็ดันไปเล่นตามด้วยนะ งงตัวเองมาก

            ตึกตักๆๆ

            แต่ที่งงไปกว่านั้น...คือทำไมตอนนี้หัวใจฉันถึงได้เต้นรัวขนาดนี้ เร็วที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ถ้าไม่นับเวลาเรียนพละ แถมใบหน้าก็ยังรู้สึกร้อนผ่าว แม้ใจหนึ่งจะคิดว่าสิ่งที่เขาทำเมื่อกี้มันเสียมารยาทเล็กน้อย แต่อีกใจก็กลับรู้สึกประทับใจแปลกๆ กับวิธีการแก้ปัญหาของเขา... ทั้งๆ ที่เขาบอกฉันเฉยๆ ก็ได้ว่าจะก้าวขาไปทางไหน ฉันจะได้ก้าวไปอีกข้าง แต่นี่ใช้วิธีอะไรไม่รู้   พิลึกคนจริงๆ...

            เอ๊ย ลืมไปเลยว่าเมื่อกี้จะซื้อหนังสือทำอาหาร! ช่างเรื่องผู้ชายคนนั้นไปก่อนละกัน ช่างมันไป๊!

 

            [...เดินตรงมาแล้วร้านจะอยู่ซ้ายมือนะลูก มาถูกใช่มั้ย]

            ถูกค่าฉันตอบพลางก้าวขาไปยังร้านอาหารอิตาลีแห่งหนึ่งในห้างที่นัดกับแม่ไว้ ถึงร้านแล้วเนี่ยแม่ แค่นี้ก่อนนะคะ

            พูดจบฉันก็ตัดสายไปก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน ชะเง้อมองหาโต๊ะไปได้แป๊บเดียวฉันก็เห็นมือของแม่กำลังโบกมาให้ ท่านกำลังนั่งอยู่กับคนอีกสองคนซึ่งนั่งหันหลังให้อยู่ ฉันจึงเห็นได้ไม่ชัดนักว่าเป็นใคร สงสัยจะเป็นเพื่อนที่แม่เล่าให้ฟังเมื่อเช้าว่าจะมาเจอล่ะมั้ง

            ฉันเดินเข้าไปหาแม่แล้วนั่งลงบนที่นั่งว่างๆ ข้างๆ ท่านทันที ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมาก็ถึงกับต้องผงะ เมื่อบุคคลที่นั่งตรงข้ามฉัน...คือผู้ชายคนเดียวกับที่ฉันเจอที่ร้านหนังสือ!!

            เดี๋ยวนะคะ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ฉันชักจะขำไม่ออกแล้วนะ!!

            “OoO” (ฉัน)

            “O_O” (เขา)

            เราต่างมองหน้ากันและกันด้วยสีหน้าที่ทั้งงงทั้งตกใจ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถามหรืออะไร แม่ก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

            เอ้า ไหว้น้าปิ่นเขาสิลูก

            ได้ยินเช่นนั้นฉันก็หันไปมองผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามแม่หรือก็คือข้างๆ นายหัวน้ำตาลคนนี้นั่นเอง เธอยิ้มให้ฉันอย่างเอ็นดู ส่วนฉันที่ยังงงๆ กับสิ่งกำลังเกิดขึ้นก็ได้แต่ทำตามที่แม่สั่งไปโดยสัญชาตญาณ ซึ่งนั่นก็คือการไหว้ผู้หญิงคนนั้นที่แม่ฉันเรียกว่า น้าปิ่น

            ฮะๆ สวัสดีจ้าน้าปิ่นรับไหว้พลางหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทีของฉันจริงๆ เราเคยเจอกันมาก่อนแล้วนะ แต่ตอนนั้นหนูยังตัวเล็กนี้ดดดดดดเดียวอยู่เลย

            ว่าแล้วน้าปิ่นก็จีบนิ้วเข้าหากัน พยายามบ่งบอกถึงไซส์ที่เล็กมากของฉันในสมัยก่อน แต่หนูว่านั่นก็เล็กไปนะคะ ไซส์นั้นน่าจะสมัยหนูอยู่ในท้องแม่ U_U;

            อะ...อ๋อค่ะ...

            อ๊ะ ส่วนนี่ก็ลูกชายน้า ชื่อเพียร์จ้ะ

เธอผายมือไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ จากที่ตอนแรกเขามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ เขาก็ค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา...ก่อนจะขำนิดๆ

            สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้วนะ

            อ้าว เคยเจอกันมาก่อนแล้วเหรอ ตอนไหน ทำไมไม่บอกแม่

            เมื่อกี้บังเอิญเจอกันที่ร้านหนังสือน่ะครับ

            อ๋ออออ แบบนี้นี่เองพยักหน้าเสร็จน้าปิ่นก็อมยิ้มแปลกๆ เหมือนมีเลศนัย

            ไม่นึกเลยว่าเธอจะเป็นคนเดียวกับที่แม่ฉันเล่าให้ฟังเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหันมาพูดกับฉันต่อ ก่อนจะยื่นมือมาให้ตรงหน้าเหมือนจะขอเชคแฮนด์ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ผักหวาน

            เอ่อ... ผะ...ผักหวาน?

พะ...เพียร์ลูกคนเป็นแม่รีบสะกิดแขนลูกใหญ่ เขาชื่อ พาขวัญ จ้ะ ไม่ใช่ ผักหวาน TOT”

            อ้าวเหรอครับ ผมก็ฟังผิดเป็นผักหวาน ฮ่าๆๆเพียร์หัวเราะ ทว่าเขากลับดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเท่าไร แต่ผมว่าชื่อ ผักหวานก็น่ารักดีออกนะ

            ทุกคนนั่งมองคนพูดด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป... น้าปิ่นทำหน้าเอือมนิดๆ แต่แม่ฉันกลับยิ้มให้เขาอย่างชื่นชม (งงมากว่าชื่นชมอะไร) ส่วนฉัน...ฉันไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงดี ทำไมเขาถึงเป็นคนที่รับมือด้วยยากจัง ฉันเลยได้แต่ทำหน้านิ่งๆ และหวังว่าจะมีใครพูดขัดเขาขึ้นมา

            เมื่อเห็นว่าคนรอบข้างเงียบกริบ ไม่มีใครโต้ตอบหรือพูดอะไรเลยสักคน เพียร์ก็รีบทำเสียงกระแอมอย่างเขินๆ ทีนึงก่อนจะยื่นมือมาให้ฉันอีกครั้ง

            เอาใหม่ละกัน... ฉันชื่อเพียร์ ยินดีที่ได้รู้จักนะ พาขวัญ ^_^”

            ฉันก็เออออ รับมือของเขามาทำการเชคแฮนด์หนึ่งรอบแล้วรีบชักกลับ รู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ต้องแตะเนื้อต้องตัวเพศตรงข้าม

            อะ...อื้ม ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ้ะ

            ...แต่ขอให้เราไม่ต้องเจอกันอีกแล้วนะ ฮือ

 

 

มาอัพซะดึก พอดีเพิ่งถึงบ้าน ขอโทษค่ะ TwT ตอนนี้บอกตรงๆ ไม่มั่นใจมากว่ามันโอเคมั้ย เพราะเราเขียนหลังจากที่หยุดเขียนนิยายไปเกินครึ่งปีได้ (หนีไปปั่นงานค่ะ เทอมสุดท้ายของมหาลัยเป็นอะไรที่ดาร์กที่สุดในชีวิตแล้ว) ถ้าใครคิดว่ามันแปลก ไม่สมเหตุสมผล ภาษาไม่สลวยหรืออะไรก็ติติงกันมาได้เลยไม่ต้องกลัวนะคะ น้อมรับทุกคำวิจารณ์จริงๆ (_ _)

ไว้เจอกันอาทิตย์หน้าเด้อ หวังว่าเราจะมาอัพตรงเวลา เพราะยังเขียนตอนที่สองไม่เสร็จ 55555555

 

ของแถม:

จะวาดฉากหมุนตัวแต่วาดไม่เป็น เลยได้แค่นี้ 55555555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #29 pinnkiepie (@cakescheese) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 12:47
    น่ารักอ่ะพี่เบลล์ ชอบตอนที่เพียร์กับพาขวัญเจอกันที่ร้านหนังสือ เหมือนเราเต้นรำกันเลยเนอะ55555
    ปล.ชื่อพระ-นางขึ้นต้นด้วยพ.พานเหมือนกันเลย ฮิฮิ ><
    #29
    1
    • #29-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 2)
      2 กรกฎาคม 2559 / 19:40
      ดีใจที่ชอบนะน้องเค้กกกกกก T////T พี่ตั้งใจให้ชื่อเริ่มด้วยพ.พานเหมือนกันแหละ
      #29-1
  2. #28 pinnkiepie (@cakescheese) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 12:47
    น่ารักอ่ะพี่เบลล์ ชอบตอนที่เพียร์กับพาขวัญเจอกันที่ร้านหนังสือ เหมือนเราเต้นรำกันเลยเนอะ55555
    ปล.ชื่อพระ-นางขึ้นต้นด้วยพ.พานเหมือนกันเลย ฮิฮิ ><
    #28
    0
  3. #27 in the midnight (@koonrawisara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 10:21
    555555555555555 น่ารัก ทำให้อมยิ้มตลอดเลยเชียว
    //แต่บางคำให้ให้ความรู้สึกแบบ คงหยุดเขียนไปนานจริงๆแนะะะะ
    #27
    4
    • #27-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 2)
      25 มิถุนายน 2559 / 12:09
      คำไหนบ้างงงง พี่หยุดเขียนไปนานมากจนรู้สึกบรรยายไม่โอเคจริงๆ แหละ 55555555
      #27-1
    • #27-3 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 2)
      25 มิถุนายน 2559 / 14:46
      กราบขอบพระคุณนุ้งคูน 55555555
      #27-3
  4. #26 ❁ Nadeshiko ❁ (@roseise17) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 09:38
    งื้ออ น่ารักอ่า >< สมกับที่รอมานาน555 ขอบคุณนะค้ารอตอนต่อไปนะค้า สู้ๆค่า????
    #26
    1
    • #26-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 2)
      25 มิถุนายน 2559 / 12:08
      ได้ยินงี้ชื่นใจมาก เพราะพี่ไม่มั่นใจเลย T^T ขอบคุณนะคะะะะ สู้ตายเลยยยยย
      #26-1
  5. #25 namidaingthong (@namidaingthong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 22:32
    พี่เบลลลลลลล รักนายเพียร์ รออ่านต่อนะ
    #25
    1
    • #25-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 2)
      25 มิถุนายน 2559 / 12:08
      ดีใจที่น้องชอบบบบบบบ แต่อ่านไปเรื่อยๆ อาจจะเปลี่ยนใจนะเตือนไว้ก่อน 5555555555
      #25-1
  6. #24 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 22:30
    คู่รักลูกครึ่ง! 5555545554444
    #24
    2
    • #24-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 2)
      25 มิถุนายน 2559 / 12:07
      นางเอกคนไทยนะะะะะะะ 55555555555 แค่กากภาษาไทย
      #24-1
  7. #23 Manunchaya Suwanwongchai (@chompoo-ms) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 21:19
    รออ่านเลยค่าาาาาาาา สู้ๆนะไรท์ 
    #23
    1
    • #23-1 b3LZAa (@belza09) (จากตอนที่ 2)
      25 มิถุนายน 2559 / 12:07
      สู้ตายเลยค่ะ >_<
      #23-1