คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Short Fiction Bungo Stray Dogs] Merry Christmas & Happy Birthday [Nakahara Chuya X You]

โดย BELLASHI

Special Short Fiction เนื่องในโอกาสวันเกิดค่ะ คู่ชูยะกับนางเอกหรือก็คือผู้อ่านนั้นเองค่าา!!

ยอดวิวรวม

640

ยอดวิวเดือนนี้

20

ยอดวิวรวม


640

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


11
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ม.ค. 61 / 09:27 น.
นิยาย [Short Fiction Bungo Stray Dogs] Merry Christmas & Happy Birthday [Nakahara Chuya X You] [Short Fiction Bungo Stray Dogs] Merry Christmas & Happy Birthday [Nakahara Chuya X You] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[Short Fiction Bungo Stray Dogs]

Merry Christmas & Happy Birthday

[Nakahara Chuuya X You]





กราบสวัสดีทุกท่านนและMerry Christmas ย้อนหลัง1วันค่ะ555 เนื่องในโอกาสคริสต์มาสและเป็นวันเกิดเราด้วย(พอดีเกิดคริสต์มาสคะ55) เราเลยอยากหาของขวัญให้ตัวเองโดยการแต่งฟิคตัวเองกับชูยะสนองค่ะ555(แต่งแต่ดาไซชูยะมาเยอะและแต่งตัวเองชูยะหน่อย) แต่ในเรื่องเราไม่ใช้ชื่อตัวเองนะจะได้ให้ทุกคิดว่า..นี่แหละคือฉัน นิสัยนางเอกเราอ้างอิงจากนิสัยตัวเองนะคะแล้วก็นางเอกกับตัวละครก็รู้จักกันด้วยนะคะ(จะได้ถนัดเวลาเขียน) นิสัยของชูยะเราเดาไม่ออกจริงๆว่าตอนนางอยู่ผู้หญิงจะเป็นยังไงเลยมโนเลยค่ะ555 เอาเป็นว่าเป็นยังไงก็เม้นต์ติชมได้นะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ


Twitter: @bellashi_bs


cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ม.ค. 61 / 09:27




[Short Fiction Bungo Stray Dogs]

Merry Christmas & Happy Birthday

[Nakahara Chuuya X You]



..25 ธันวาคม 2560..


   เมื่อกล่าวถึงช่วงเวลานี้แล้วผู้คนส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวันนี้เป็นวันคริสต์มาสหรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นวันฉลองการบังเกิดของพระเยซูคริสตเจ้า…


แต่สำหรับฉันแล้ว..วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน ใครๆต่างก็พูดกับฉันว่า ‘ดีจังนะ วันเกิดตรงกับวันคริสต์มาสใครๆก็คงจำวันเกิดเธอได้หน่ะสิ’ ซึ่งแน่นอนว่าฉันเห็นด้วยกับคำพูดนี้


‘อีกสักครู่เครื่องบินจะลงจอดขอให้ทุกท่านนั่งอยู่กับที่ด้วยค่ะ…’


เสียงประกาศของแอร์โฮสต์เตจดังขึ้นมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใช่แล้วตอนนี้ฉันอยู่บนเครื่องบิน ฉันเดินทางจากประเทศไทยมายังญี่ปุ่นเพื่อมาพบเจอกับใครบางคน…


หลังจากเครื่องบินลงจอดรวมถึงฉันเดินออกมาจากท่าอากาศยานนาริตะ ฉันก็เรียกรถแท๊กซี่เพื่อพาฉันไปยังเมืองโยโกฮาม่า


อากาศที่ญี่ปุ่นช่างต่างกับไทยเสียจริง ถึงไทยจะอากาศเย็นลงบ้างแล้ว เอ่อ...ถ้าวันนี้อุณหภูมิที่ไทยคงจะสูงขึ้นแล้วหล่ะแต่ที่นี่อากาศกลับเย็นลงอย่างต่อเนื่องจนข้ามขั้นไปคำว่าหนาวมาก


ตามถนนคนเดินต่างประดับประดาตัวบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาสในยามพลบค่ำ แน่หล่ะฉันมาถึงที่นี่ตอน6โมงเย็นนิแต่ข้างนอกกลับค่ำเร็วกว่าที่คิด


รถแท๊กซี่จอดสนิทเมื่อฉันมาถึงโรงแรมที่ฉัาจองเอาไว้ ฉันกล่าวขอบคุณเป็นภาษาญี่ปุ่นก่อนจะเดินเข้าไปเช็กอิน


เมื่อมาถึงห้องแล้ว ฉันหยิบมือถือมากดส่งข้อความให้ใครบางคนเพื่อยืนยันว่ามาถึงที่นี่แล้ว


‘มาถึงแล้วนะ’


‘โอ้ววเร็วดีนิ ตอนนี้ช่วยมาเปิดประตูให้ฉันหน่อยได้ไหม’


พออีกฝ่ายตอบข้อความมาทำให้ฉันต้องแปลกใจ เพราะว่าฉันยังไม่ได้บอกที่อยู่โรงแรมให้อีกฝ่ายเลย


ฉันเดินไปส่องตาแมวก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่คนอื่นก่อนจะเปิดประตูเพื่อเชิญอีกฝ่ายเข้ามา


“โย่วว!!”


ชายหนุ่มเจ้าของส่วนสูง181เซนติเมตร ผมสีน้ำตาลเข้มรวมถึงดวงตาเช่นกัน ตามลำคอและแขนเห็นผ้าพันแผลที่โผล่พ้นเสื้ออกมา สูทสีน้ำตาลยาวถึงเกือบถึงพื้นมายืนทักทายฉันด้วยน้ำเสียงออกกวนเล็กน้อย


“นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?” ฉันยิงคำถามแทนคำทักทาย


“ฮิฮิ~ก็ฉันรอเธอตั้งแต่อยู่สนามบินไงหล่ะ แล้วก็แอบตามเธอมาเรื่อยๆยันหน้าห้องเลยอ่ะ”  


อีกฝ่ายพูดเป็นเหมือนเรื่องปกติทั่วไป จนฉันรู้สึกว่าคนที่อยู่ข้างหน้าน่าจะมีอาชีพเป็นสโต็กเกอร์มากกว่าพนักงานในสำนักงานนักสืบอีกนะ..


จริงสิฉันยังไม่แนะนำคนๆนี้เลย...เอ่อถึงไม่แนะนำผู้อ่านก็คงรู้สินะว่าคือใคร...แหมมมก็ทั้งเรื่องมีอยู่คนเดียวอ่ะที่พันผ้าพันแผล ‘ดาไซ โอซามุ’ ไงหล่าา ฉันรู้นะว่าพวกเธอรู้ตั้งแต่เจ้าของส่วนสูง181เซนติเมตรแล้วหล่ะ


“ก่อนอื่นให้ฉันเข้าไปในห้องก่อนได้ไหม? พอดีว่าข้างนอกมันหนาวอ่ะ” ดาไซเอามือลูบตามแขนเสมือนว่าตนเองอยู่ขั้วโลกเหนือ


หลังจากดาไซเข้ามา เราทั้งคู่ต่างนั่งอยู่บนคนละเตียงหันหน้าเข้าหากันโดยที่ดาไซเป็นฝ่ายพูดก่อน


“เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดเธอ..ฉันจะยอมยกชูยะให้เธอ1วันหล่ะกัน”


หืมม??? ยกชูยะให้1วัน!!!


“จ..จริงเหรอ!!!” ฉันลุกขึ้นทำตาโตใส่ฝ่ายตรงข้าม


“จริงสิ..แค่วันเดียวเท่านั้นนะ! ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดเธอหล่ะกัน แต่ถ้าผ่านพ้นวันนี้ไปแล้ว...ฉันขอคืนหล่ะ” ดาไซทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ใส่หลังจากพูดจบ


“ขี้งกชะมัดเลย อีกอย่างวันนี้ก็เหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วอย่างนี้มันก็โกงกันดิ” ระหว่างที่ฉันทักท้วงอยูนั้นดาไซก็พูดแทรกขึ้นมา


“จะเอาหรือไม่เอา?”


“เอาค่ะ!!” ฉันตอบทันทีโดยไม่ลังเล


“ดีมาก..ฉันนัดชูยะไว้ให้แล้ว ไปกันที่สวนยามาชิตะนะ”


“แล้วชูยะรู้หรอว่าฉันมา”


“รู้สิ..ไม่งั้นคงไม่รีบขนาดนั้นหรอก เอาหล่ะๆรีบไปได้แล้วเดี๋ยวหมดวันพอดี” ดาไซผลักหลังฉันให้เดินไปทางประตู


“รู้ใช่ไหมว่าไปทางไหน ถ้าไม่รู้หล่ะก็..” ดาไซเว้นช่วงหายใจทำให้ฉันงง


“นายจะพาไปส่ง??” ฉันลองต่อประโยคให้


“เปล่า...พาเปิดGoogle Maps ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปยังไง5555”


ฉันจะผิดไหมนะ...ถ้าจะขอยืมท่าเตะชูยะมาเตะดาไซซักลูก…


______


ในที่สุดก็มาถึงสวนยามาชิตะ!!! ฉันบอกเลยว่าหลงทาง Google Mapsก็ไม่ช่วยท่าน…


ฉันก้มมองดูนาฬิกาข้างซ้ายว่าไม่ได้มาสายเกินไป ก่อนจะเงยหน้ามองหาบุคคลที่นัดเอาไว้


ตอนนี้ฉันอยู่ข้างหน้ารูปปั้นน้ำพุกลางสวน บรรยากาศในสวนตอนนี้เต็มไปด้วยแสงไฟในเทศกาลคริสต์มาส ในสวนตอนนี้ไม่ค่อยมีคนพลุ่นพล่านนักอาจเป็นเพราะไปฉลองกันที่อื่นก็เป็นได้


ฉันมองไปรอบจนไปสะดุดตากับหมวกที่คุ้นเคยรวมถึงเส้นผมสีส้มที่ยาวปะบ่าด้านซ้ายที่อยู่ฝั่งด้านหลังรูปปั้น


“ชูย้าา!!!” ฉันตะโกนเรียกอีกฝ่าย ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งและมองไปตามทิศทางของเสียง ฉันรีบวิ่งไปหาเพราะความดีใจอย่างสุดขีด


ฉันมอง ‘นากาฮาระ ชูยะ’ ในตอนนี้แต่งตัวต่างจากปกติมากเพราะว่าเขาไม่ได้ใส่ชุดสีดำเหมือนปกติ เขาใส่เสื้อสีเหลืองทับด้วยสูทสีน้ำเงินที่คอมีผ้าพันคอสีเขียว กางเกงสีดำรวมถึงบูท แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือหมวกสีดำประจำเจ้าตัว


“ไม่ต้องวิ่งมาก็ได้  เดี๋ยวล้มหรอก” พอฉันวิ่งมาถึงข้างหน้าชูยะ เจ้าตัวก็ดุฉันด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย


“แค่ได้เจอกับชูยะเรื่องแค่นี้เท่ามดเลย” ฉันฉีกยิ้มให้อีกฝ่ายพลอยให้อีกฝ่ายยิ้มตามไปด้วย


“งั้นหรอ...ว่าแต่จะไปไหนก่อนดีเนี่ย?” ชูยะมองไปรอบๆเพื่อหาจุดมุ่งหมายที่จะไป


แต่ก่อนที่ฉันจะตอบท้องก็ร้องขึ้นมาแทนคำพูด


‘อ๊ากกก เขินง่ะ!!ท้องร้องต่อหน้าชูยะ’ ฉันก้มหน้าลงด้วยความเขิน


“ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ลงจากเครื่องบินสินะ มาสิ..ฉันรู้จักร้านนึงอยู่” ชูยะยืนมือมาหาฉันเพื่อจะจับมือพาไป


ฉันยืนมือจับตอบเนื่องจากฉันไม่ได้ใส่ถุงมือสำหรับฉันแล้วมือของชูยะตอนนี้มันอุ่นมากเลย..


“นี่เธอไม่ได้ใส่ถุงมือมาหรอ?” ชูยะมองมายังมือของฉันที่ยังจับมือเขาอยู่


“อือ..พอดีว่าลืมหยิบมาหน่ะ..”


“เอาถุงมือฉันไปใส่ไหม” ชูยะถามในขณะที่จะถอดถุงมือตัวเอง


“ไม่ต้องๆๆ แค่นี้..ก็รู้สึกอุ่นแล้ว” ฉันจับมือชูยะแน่นขึ้นกว่าเดิมบ่งบอกว่าตนไม่เป็นไร


“ถ้าไม่ไหว..บอกฉันนะ..” ชูยะพูดพลางเสมองไปอีกทาง


“อื้อ!!”


_____


ตอนนี่เราทั้งคู่มาอยู่หน้าร้านอาหารที่ชูยะพามาแล้ว บรรยากาศดูหรูหรามากเลยจนคิดว่าอาหารน่าจะแพงพอสมควร


พอฉันก้าวเข้ามาในร้านทั้งร้านนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคู่รักกันเสียมากกว่า บรรยากาศในร้านแน่นอนว่าธีมคริสต์มาส


เมื่อมาถึงที่โต๊ะพนักงานในร้านก็วางเมนูไว้บนโต๊ะอาหารสองเล่ม


“อยากกินอะไรสั่งเลย” ชูยะพูดเชิญชวนก่อนจะเปิดเมนูตัวเอง


ฉันเปิดเมนูบ้างอาหารแต่ละอย่างก็ทำให้ฉันตาโต..อะไรกันไม่ได้แพงอย่างที่คิดน เห็นหรูหราแต่ก็ใช่ว่าแพงเสมอไป


ชูยะเริ่มสั่งอาหารของตนเองแล้วส่วนฉันยังเลือกไม่ได้เลย..กินไรดีอ่ะ!! มันหิวก็หิวนะแต่อาหารมันเยอะอ่ะมันเลือกไม่ถูกง่าา!!!


เปิดจนสุดหน้าเมนูแล้วยังเลือกไม่ได้เลยทำไงดี!!


“เลือกยังไม่ถูกหรอว่าจะกินอะไร” ชูยะสั่งอาหารเสร็จก็หันมาทักฉัน


“ก็ใช่อยู่หรอก..” ฉันยอมรับไปตามสภาพ..ฮืออออายชะมัดเลยยย


“งั้น..กินเหมือนฉันไหม เผื่อเธอจะชอบ” ชูยะชี้อาหารในเมนูที่ตนสั่ง


“อ..เอาตามนั้นก็ได้”


ชูยะพยักหน้าก่อนจะหันไปสั่งกับพนักงาน

“เครื่องดื่มจะรับอะไรดีคะคุณผู้หญิง?”


“เอ่อ..น้ำเปล่าก็ได้ค่ะ” พนักงานเขียนลงไปบนกระดาษจดเมนูก่อนจะทวนอาหารที่สั่งและเก็บเมนูแล้วเดินจากไป


“กินเสร็จแล้วจะไปไหนต่อดีหล่ะ” ชูยะเริ่มบทสนทนาฆ่าเวลาขณะรออาหาร


“อืม..ฉันอยากไปที่มันเป็นชิงช้าสวรรค์อ่ะ เห็นตั้งแต่เข้ามาในเมืองแล้ว”


“โยโกฮาม่าคอสโม่เวิร์ดงั้นหรอ?? ได้อยู่แล้ว” ชูยะทำหน้าครุ่นคิดก่อนพยักหน้าตกลง


“เห็นเขาบอกว่ามันเห็นได้ทั่วเมืองนี้หน่ะแล้วก็ตอนกลางคืนมันสวยมากๆเลย!” ฉันทำหน้าตื่นตาตื่นใจกับมันจนชูยะหลุดขำ


“หน้าตื่นเต้นของเธอเนี่ยตลกชะมัดเลย” ชูยะยิ้มขำเล็กน้อยระหว่างพูด


“อะไรเล่าก็คนมันไม่เคยไปนิ นายก็คงเคยไปกับดาไซแล้วสินะ” ฉันแซวชูยะทำให้อีกฝ่ายเขินเล็กน้อยสงสัยไปจำเรื่องอะไรได้เข้าหล่ะมั้ง


เมื่ออาหารมาเสิร์ฟเราทั้งคู่ต่างจดจ่ออยู่กับอาหารอันโอชะข้างหน้าพอเรากินอาหารเสร็จแล้วพวกเราก็ไปยังสวนสนุกที่ว่านั้นต่อ


พวกเราเล่นเครื่องเล่นไปหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นรถไฟเหาะ บ้านผีสิง หรือว่าของเล่นเด็กๆอย่างม้าหมุนสุดท้ายเราก็มาจบที่ชิงช้าสวรรค์ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมืองนี้


ตู้ชิงช้าสรรค์ค่อยๆเคลื่อนที่ขึ้นไปยังจุดสูงสุดของมัน เมื่อมองลงมานั้นก็พบว่าเมืองทั้งเมืองที่เปิดไฟนั้นพอมองลงมามันช่างสวยราวกับเป็นดวงดาวบนแผ่นดินเลยแล้วยิ่งบรรยากสศของคริสต์มาสนั้นมันทำให้ทั้งเมืองมันดูอบอุ่นขึ้นมา


สายตาของฉันจดจ่อกับภาพตรงหน้าจนไม่ได้รู้สึกเลยว่าชูยะมานั่งข้างๆเสียแล้ว


“สวยใช่ไหมหล่ะ…” ชูยะพูดข้างๆหูส่งผลให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อย


“อือ..สวยสุดๆไปเลยหล่ะ..”


ไม่อยากให้บรรยากาศอย่างนี้หายไปเลย..นอกจากบรรยากาศของเมืองแล้วยังมีบรรยากาศระหว่างฉันกับชูยะอีก


พอฉันหันกลับเข้ามาข้างในก็พบว่าใบหน้าของฉันกับชูยะมันใกล้เสียเกิน...


ฉันหลบสายตาด้วยความขวยเขินแต่ถูกมือของชูยะจับใบหน้าจับฉันให้หันมาสบตา


สายตาที่ชูยะมองมายังที่ฉันมันช่างดูอ่อนโยนกว่าปกติ..มันไม่ใช่สายตาที่เต็มไปด้วยความรุนแรงเพราะเป็นมาเฟียแต่เป็นสายตาของผู้ชายที่มองคนที่เรารักและอยากให้ความรักกับคนๆนั้น


เวลาผ่านไปเท่าไหร่ เราไม่สามารถรับรู้ได้เลยเหมือนกับเวลามันหยุดนิ่งไปหมด..ใบหน้าของชูยะเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็รับรู้ถึงสัมผัสของริมฝีปากที่มาแนบกับหน้าผากของฉันมันช่างอ่อนโยนมาก..


ใบหน้าฉันตอนนี้ร้อนผ่าวไปหมดถ้าหากดูกระจกหล่ะก็..แก้มทั้งสองข้างคงแดงระรื่นจนเหมือนแอปเปิ้ลไปแล้วหล่ะ


รู้ตัวอีกทีก็หมดรอบขึ้นชิงช้าสวรรค์เสียแล้ว เราทั้งคู่เดินออกมาโดยไร้เสียงพูดคุยราวกับอยู่ในโลกของตัวเองอยู่


“เอ่อ../นี่..” เราทั้งคู่เอ่ยพร้อมกันทำให้หันมาสบตากัน


“เธอ..พูดก่อนเลย..”


“ฉันมีที่นึงที่อยากไปอยู่หน่ะ..แล้วนายจะพูดอะไรหรอ” ฉันถามกลับ


“ที่ฉันทำไปเมื่อกี้บนชิงช้าสวรรค์หน่ะ..เธอไม่โกรธใช่ไหม”


ฉันสายหน้าก่อนตอบ


“ไม่เลย..ดีใจด้วยซ้ำนะที่ชูยะทำหน่ะ”


“งั้นหรอ..ถ้าอย่างนั้นฉันก็ดีใจนะที่เธอชอบ..”


“ว่าแต่เธออยากไปที่ไหนหรอ?” ฉันไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มให้


_____


พวกเรากลับมายังสวนยามาชิตะเหมือนเดิม ตอนนี้แทบไม่เหลือผู้คนอยู่เลยเพราะว่ายามเป็นเวลา5ทุ่มได้แล้ว แต่ว่าพวกเรามาจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของโยโกฮาม่าพร้อมกับทะเลทำให้เราสามารถมองเห็นชิงช้าสวรรค์ซึ่งอยู่อีกฝั่งนึงจากที่นี่ได้


สายลมเย็นๆกระทบเข้าที่ใบหน้า แต่ถึงสายลมนี้จะเย็นสักเพียงใดก็ไม่เท่ากับความอบอุ่นที่ชูยะมอบให้กับฉันในตอนนี้

เพราะว่าชูยะกำลังโอบไหล่ของฉันอยู่ไงหล่ะ


“เธอนี่ชอบดูวิวจริงๆเลยนะเนี่ย” ชูยะพูดพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น


“ดูวิวกับคนที่ชอบมันมีความสุขนิจริงไหม??” ฉันหันไปยิ้มให้ชูยะ


ชูยะไม่ตอบอะไรก่อนจะหันไปดูวิวต่อ


“แมรี่คริสต์มาสนะ..ชูยะ..” ฉันเอ่ยพร้อมกับเอียงคอไปซบไหล่อีกฝ่าย


ชูยะหันมาส่งยิ้มเล็กน้อย เขาใช้มือข้างซ้ายมาลูบเส้นผมของฉัน


“แมรี่คริสต์มาส..แล้วก็..สุขสันต์วันเกิดนะ..” สายตาชูยะมองไปทางอื่นด้วยความเขินแต่สุดท้ายก็กลับมามองที่เด็กสาวที่กำลังหลับตาอีกครั้ง


วันนี้เป็นทั้งวันคริสต์มาสและวันเกิดที่ฉันมีความสุขที่สุดเลย…


-The End-



เหรอ??


ยังหรอกๆ กลับมาดูสภาพดาไซดีกว่า555


ในขณะที่เด็กสาวกำลังสวีตกับชายหนุ่มเจ้าของส่วนสูง160เซนติเมตรอยู่นั้น….


“อิจฉาๆๆๆๆๆ”

เบื้องหลังเหตุการณ์อันแสนหวานหอมอยู่นั้น ดาไซก็แผ่รังสีของความอิจฉาอยู่ตลอดทุกฝีก้าวที่เดินตามคู่รัก(ชั่วคราว)คู่นี้..โดยที่ทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตา ‘นากาจิมะ อัตสึชิ’ ซึ่งตามมาด้วยความเป็นห่วง..


“อย่าให้หมดวันนะ..หึ้ยย..จบตรงนี้เมื่อไหร่ฉันจะทำกับชูยะให้จนลุกไม่ขึ้นเลยคอยดู๊ววว”


‘เอ่อ..ถ้ารู้ว่าตัวเองจะหึงแล้วจะยกชูยะให้เธอทำไมตั้งแต่แรกครับพี่~~~’


แม้แต่บนชิงช้าสวรรค์ดาไซ โอซามุผู้นี้ก็ยังอุตส่าแอบตามเขาไปอีกเนอะ..


“โอ้ยยยทำไมชูยะไม่ทำตัวน่ารักอย่างนี้กับฉันบ้างเลยอ้าาาา”


แล้วดาไซก็เป็นอย่างนี้จนกระทั่งหมดเวลา1วันตามที่กำหนดเอาไว้…


พอได้ชูยะคืนมาปุ๊บทั้งสองต่างก็ไปสวีตทีาไหนต่อก็ไม่รู้..เอ่อ...เอาเป็นว่านางเอกอย่างฉันขออวยให้ทั้งคู่มีความสุขในค่ำคืนคริสต์มาสหล่ะกัน…(เปลี่ยนจากสาวโอโตเมะเป็นสาววายโดยพลัน)


-Fin-






ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ BELLASHI จากทั้งหมด 29 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น