พลิกตำนานจอมนาง [จอมนางวังหลวง - จอมนางเคียงใจ]

  • 97% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 237,727 Views

  • 2,509 Comments

  • 2,601 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    202

    Overall
    237,727

ตอนที่ 7 : จอมนาง วังหลวง : บทที่ 5 พระสนมเต๋อเฟย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    12 พ.ค. 59


5

พระสนมเต๋อเฟย

 

                ขบวนเกี้ยวพร้อมด้วยขันทีเคลื่อนตัวเข้าสู่ตำหนักลั่วหลิน หยุดหน้าตำหนักรอหยวนเจี๋ยอวี๋ที่กอดอกสีหน้าไม่สู้ดีอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ฮ่องเต้จะมาไม้ไหนอีก

                ร่างระหงในชุดสีขาวบริสุทธิ์แต้มสีแดงและชมพูอ่อนเป็นลายดอกอิง ซากุระเมืองใกล้เคียง นางคลุมผ้าบางสีแดง รวบผมปักเพียงมุกเท่านั้น ดูอ่อนหวานและเต็มไปเสน่ห์ประหลาดเช่นเคย

                ทูลเชิญพระสนมหยวน ขันทีย่อคำนับ ลี่หยางเพียงพยักหน้าขึ้นเกี้ยวทันที

                นี่ก็ค่ำมากแล้ว ไปถึงก็แค่หลับทันที....เท่านั้นก็พอ

 

                ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความงามสมคำร่ำลือของนาง หรือเพราะความคิดการกระทำของนางที่ทำให้เขาหลงใหลกันแน่ จริงอยู่ที่แทบทุกส่วนในเรือนร่างของนางไม่มีที่ติ แต่เขาเองก็พบเจอกับหญิงงามมามากแต่ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้มาก่อน ทุกครั้งที่นางพลิกตัว ทุกครั้งที่สีหน้าของนางเริ่มแดง จนถึงเวลาหลับตาพริ้มมันช่างน่าหลงใหล

            ราวคุ้นเคยมานานแสนนาน

                มือใหญ่ยื่นลูบผมหญิงสาวก่อนจะกระซิบข้างหู

                เจ้ายังไม่นอน ข้ารู้...เสียงทุ้มแฝงขบขัน เพียงแต่นางยังคงนิ่ง แม้ชั่วครู่จะแอบสะดุ้งไปเล็กน้อยก็ตาม ลี่หยาง...

                หยวนลี่หยางที่แสร้งหลับกลั้นยิ้มแทบไม่ไหว นางพยายามนึกคิดถ้อยคำของนางกำนัลคนใหม่

               

   ‘เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าฮ่องเต้ในตอนนี้เป็นคนเช่นไร

            ‘เท่าที่หม่อมฉันทราบมา เป็นคนที่โหดร้ายมากเพคะ คำไหนคำนั้นหากไม่พอใจสิ่งใดก็กำจัดได้อย่างเลือดเย็น นั่นทำให้ไม่มีขุนนางผู้ใดกล้าขัดพระองค์

            ‘แล้วเรื่อง...สนม

            ยังถือว่าน้อยกว่าฮ่องเต้รัชกาลก่อน แต่พระองค์ก็โปรดใครได้ไม่นาน หากทรงเรียกตัวนานที่สุดก็หวังฮองเฮา....ราวสามคืนติด

            ‘สามคืนงั้นหรือ?

 

                นางถูกเรียกในคืนที่สอง หากวันรุ่งยังถูกเรียกตัวอีกเรื่องวุ่นวายมาเยือนเป็นแน่

            ร่างบางขมวดคิ้วแน่นปรือตาขึ้น เห็นใบหน้าของชายหนุ่มแทบจะแนบชิดกับตัวก็ยืนมือผลักอีกฝ่ายอย่างแรง

                ฝ่าบาทบรรทมสิเพคะ เสียงหวานมิได้ขออภัยแต่กลับสั่งให้องค์ราชันเข้าสู่นิทรา

                เจ้ายังไม่ได้ตอบข้า...

                มือเรียวยื่นปิดปากพระสวามี

                ไม่เพคะ วันรุ่งห้ามเรียกหม่อมฉันด้วยใบหน้าหล่อเหล่าเลิกคิ้ว

                เจ้าสั่งข้าหรือ...

                เพคะ บรรทมได้แล้วหม่อมฉันง่วง นางสั่งเขา

            งั้นข้าจะกอดเจ้าทั้งคืน ว่าจบร่างใหญ่ที่ย่อตัวกับพื้นข้างแท่นบรรทมก็ขึ้นเข้ากอดหญิงสาวหลวม ๆ ใบหน้าของหยวนลี่หยางเริ่มแดงนางได้แต่หลับตาสงบสติ พลั้งเผลอเอ่ยสั่งราวสนิทสนมเช่นนี้

            หาเรื่องโดยประหารเสียแล้วสิ



 

                เพล้ง!

                ด้านในตำหนักหลันฮุ่ยเถา เครื่องหอมรวมถึงบรรดาเครื่องใช้เสริมความงามถูกปัดลงจากแท่นวาง เกิดเสียงดังลั่นไปทั่วตำหนักของสนมเอก ลำดับ 1 ‘ว่านกุ้ยเฟย

เรือนร่างระหงยืนหายใจระรัวติดขัด คิ้วเรียวขมวดเป็นปมมือบางสั่นเทา นางอึดอัดเก็บงำความรู้สึกหลังได้รับข่าวจากนางกำนัลมาเสียนาน ครั้นอยู่ตามลำพังนึกถึงสถานะของตนจึงอดเกรงมิได้

                ….สตรีจากตระกูลหยวนถูกเรียกตัว ส่วนนางไร้อำนาจวาสนาชิงความโปรดกลับคืน

                ด้วยอำนาจตระกูลว่านของนางลดหลั่นน้อยลงไปทุกที มาวันนี้ถูกหญิงสาวจากตระกูลหยวนแย่งชิงความโปรดปราน แม้นางจะวางตัวดีเพียงใดหากฮ่องเต้ขาดสติลุ่มหลงหญิงงามปานล่มเมืองขึ้นมา จุดจบของนางจะต่างอะไรกับเหมยเฟยผู้ถูกลืมเลือน

ถูกหยางกุ้ยเฟยแย่งชิงความรักความโปรดปรานไปจนสิ้นเล่า

สวรรค์กลั้นแกล้งนางหรือไร เพียงเสียพระโอรสเพราะเงื้อมมือหวังฮองเฮานางก็บอบช้ำมากเกินพอ ครานี้อำนาจตระกูลถูกลดทอน นางจะเหลืออะไรกัน

“พระสนม เกิดสิ่งใดขึ้นเพคะ” น้ำเสียงร้อนรนบ่งบอกถึงความวิตกของนางกำนัลหน้าตำหนัก เรียกสติหญิงงามให้กลับสู่โลกแห่งความจริง สนมเอกกุ้ยเฟยเพียงส่งยิ้มบางเฉกเช่นปกติก็เท่านั้น

เรื่องภายในจิตใจจะให้ใครล่วงรู้มิได้

“ช่วงนี้ลมหนาวผิดฤดูกาลพัดมาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้แตกลมเสียนานข้าจึงโซเซล้มหน้าโต๊ะดูสิข้าวของตกแตกเสียหมด” น้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าแฝงความเศร้า

นางรู้ดี ทุกตำหนักมีนางกำนัลของไทเฮาและฮ่องเต้แฝงตัวมา หากคิดจะทำสิ่งใดก็ควรระมัดระวังให้มาก แม้หนึ่งในนั้นจะเป็นคนของเต๋อฉีไทเฮาผู้สนับสนุนนางก็ตาม

“เจ้าออกไปก่อนเถอะ ไว้วันรุ่งค่อยเข้ามาเก็บกวาด” น้ำเสียงนุ่มลึกก้องใสเอ่ยปากไล่ราวต้องการเข้าสู่นิทรา ทว่าความเป็นจริงนั้น การแตกสลายของเครื่องแก้วเป็นสิ่งน่าจับจ้องพอตัวทีเดียว

จะว่าไปว่านกุ้ยเฟยไร้นางกำนัลคนสนิท นั่นเพราะนางไม่ไว้ใจใคร

ต่างจากหวังฮองเฮาที่มีนางกำนัลคนสนิทถึงสองคน ทว่าหนึ่งในนั้นกลับทรยศเข้าหากุ้ยเฟยเพียงเพราะเงินไม่กี่ชั่ง นับเป็นเรื่องที่น่าขันนัก นี่คงใกล้ถึงเวลาล้างแค้นให้พระโอรสที่จากไปเสียที

รอเพียงเวลาเท่านั้นเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เสี้ยนหนามลำดับแรกจะถูกกำจัดไป ต่อด้วยเสี้ยนหนามลำดับสองอย่างหยวนลี่หยาง หากวันนั้นมาถึง นางผู้มีตำแหน่งสนมเอกลำดับสูงสุดย่อมเป็นเจ้าของวังหลังอย่างแท้จริง ส่วนไทเฮาเองก็ไม่สมควรเป็นเสี้ยนหนามขวางคอในอนาคต

ทุกอย่างจะต้องสำเร็จผลว่านฮุ่ยเหอหวังเช่นนั้น

 

            ตำหนักหวังเทียนฟ่งยามเช้า

                โหรทำนายเพศทารกในครรภ์ซุนเต๋อเฟยว่าเป็น พระโอรสหลายฝ่ายต่างดีอกดีใจจัดส่งของล้ำค่าถวายเต๋อเฟย นางเป็นคนอ่อนหวาน โอรสของนางย่อมเป็นคนดีเหมาะสมกับตำแหน่ง รัชทายาท

                มีคนยินดีก็ย่อมมีคนประสงค์ร้าย สนมวังหลังน้อยคนที่จะยินดีด้วย ยิ่งฮองเฮาที่ไร้โอรสนางยิ่งไม่พอใจจนถึงขั้นไม่ส่งสิ่งล้ำค่ามาให้ การกระทำของหวังฮองเฮามิควรเป็นเยี่ยงอย่างโดยแท้ ไม่แปลกที่ตำแหน่งของนางจะสั่นคลอนมากขึ้นเต็มที

                ยินดีด้วยเพคะ พระสนมเต๋อเฟยสนมหลายนางย่อตัวคำนับเอ่ยยินดี

                ขอบใจทุกคนมาก

                แค่ก แค่กหม่อมฉันนำรังนกมาถวาย หวังว่าเจี่ยเจียจะพอพระทัยสนมรองลำดับสี่ ตำแหน่งซิวหยี เกาหลิ่งหลินเอ่ยเสียงใส นางมียศสูงสุดในบรรดาสนมรองด้วยกันเป็นรองเพียงฮองเฮา กุ้ยเฟยและเต๋อเฟย...

                โดยปกติเป็นการทราบดีว่านางป่วยหนักถึงขั้นได้รับพระราชทานงดเว้นพิธีการวังหลัง มีหมอหลวงซุนพี่ชายต่างมารดาของสนมซุนเต๋อเฟยเป็นหมอหลวงประจำตัว เกาซิวหยีที่เจ็บป่วยอ่อนแอเช่นนี้เพราะมีเหตุให้ต้องเจ็บช้ำ แม้นางจะรอดชีวิตก็ใช่ว่าจะลืมเหตุร้ายได้

                รบกวนเหม่ยเมยเข้าเสียแล้ว

                หามิได้ เกาซิวหยีส่งยิ้มหวาน นางเองป่วยกระออดกระแอดมาเสียนานซ้ำยังคลุกแต่ในตำหนัก หากไม่มีข่าวดีเช่นนี้คงไม่ออกจากตำหนักเป็นแน่

                เห็นดังนั้นสนมเจี๋ยอวี๋อีกนางก็รีบประจบตาม หม่อมฉันนำปิ่นปะการังมาถวาย

                ลำบากเจ้าแท้ ๆ ขอบใจมาก

                หยวนเจี๋ยอวี๋ก็เข้าเฝ้าตามมารยาทเช่นกัน นางนำประคำยื่นให้ซุนเต๋อเฟย เรียกสายตาสนมนางอื่นที่ดูหมิ่นนาง เป็นเชิงว่า ไม่มีสิ่งล้ำค่ากว่านี้หรือไร

                แต่สำหรับหยวนลี่หยาง ประคำนี่ล้ำค่ากว่ารังนกผสมลิ้นจี่ และปิ่นเคลือบพิษไห่หลัน ที่ล้วนแต่ทำร้ายทารกในครรภ์เต๋อเฟยทั้งนั้น ยิ่งเป็นประคำจากอดีตสหายมีหรือจะไร้ค่า

                นางได้แต่หวังว่าครรภ์นี้จะปลอดภัย ฮ่องเต้จะได้ไม่เสียพระทัยอีก

ขอบใจหยวนเหม่ยเมย

                หยวนลี่หยางพยักหน้ายิ้มเจื่อน ๆ จะช่วยนางหรือไม่ได้แต่คิดทบทวน หากพลาดพลั้งผลเสียจะตกอยู่ที่นางซุนเต๋อเฟย ไร้พิษสง? น่าสงสาร?

                แต่หากเป็นเพียงฉากหน้าก็ช่างน่าหวาดหวั่น

                พวกเจ้าออกไปก่อน ให้ข้าอยู่กับหยวนเจี๋ยอวี๋ตามลำพังเต๋อเฟยรับสั่ง บรรดาสนมเพียงย่อกายถวายคำนับตามมารยาทพร้อมเดินจากไปโดยเก็บสีหน้า แม้บางส่วนจะไม่พอใจมากก็ตามยิ่งแล้วกับสนมผู้มาใหม่เช่นหยวนเจี๋ยอวี๋ที่นำยศไปไกล ซ้ำยังถูกเรียกตัวติดกันสองคืนเช่นนี้

                ทั่ววังหลังไม่มีใครพึงใจในตัวสนมหยวนสักคน

                หยวนเหม่ยเมย เวลานี้ใครก็ต่างว่ากันว่าเจ้าเป็นคนโปรด ข้าเองก็ถูกชะตากับเจ้านัก วานให้เจ้าช่วยสักเรื่องจะได้หรือไม่

                โปรดหรือ? สองคืนติดนับว่าโปรดหรือไร หรือปกติฮ่องเต้เรียกสนมไม่ซ้ำหน้ากัน? หยวนลี่หยางหยุดคำถามไว้เพียงในใจทว่าเอ่ยปากถามอีกฝ่ายเสียแทน

                เรื่องใดหรือเพคะ

                ซุนเต๋อเฟยหลบตาเอ่ยเบา ๆ นำของพวกนี้ไปทำลายให้ที

                ว่าอย่างไรนะ ลี่หยางเอ่ยถามเสียงหลง

                ข้า…กลัว

                คิดไว้แล้วเชียว ขึ้นเป็นเต๋อเฟยได้เพราะตั้งครรภ์ก็จริง แต่หากอ่อนแอไร้พิษสงมีหรือจะยั่วยวนตะเกียกตะกายขึ้นมายังจุดนี้ได้ นางเริ่มด้วยไฉเหรินสนมขั้นห้าไต่เต้าจนถึงสนมเอกลำดับสามได้ นับว่ามาได้ไกลเสียจริง

                ข้าเข้าใจแล้วเจี่ยเจีย เต๋อเฟยยิ้มกว้าง แม้หยวนลี่หยางมิควรเรียกเช่นนั้น แต่นางกลับรู้สึกยินดี

                พาข้าเดินชมอุทยานสักนิดจะได้หรือไม่

            เพคะ

สุดท้ายก็คงต้องระวังให้มาก

           

            ระหว่างเดินชมมวลไม้ หยวนลี่หยางเป็นฝ่ายประคองซุนเต๋อเฟยตลอดทาง พูดคุยกันถูกคอจนนางอดนับเป็นพี่สาวไม่ได้ อ่อนหวานไร้พิษสงอย่างแท้จริงงั้นหรือ ก็ไม่...

                ท่าทีสตรีตรงหน้าธรรมดาที่ใดกัน ยิ่งแสดงออกว่าใจกว้างเพียงใดก็ยิ่งน่าหวาดหวั่น แต่หยวนลี่หยางกลับถูกชะตา ขอเพียงไม่ประมาทนางคงไม่ตกหลุมพราง ละมั้ง

                ไม่สิ ไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง

                ได้เจ้ามาเดินเป็นเพื่อน ข้าค่อยสบายใจขึ้น

                เจี่ยเจียพูดเกินไปแล้ว ท่านนั่งพักก่อนดีกว่าหยวนลี่หยางประคองเต๋อเฟยพักกลางศาลา เห็นร่างระหงสูงโปร่งในชุดแดงสดก็ถอนหายใจ

                หวังฮองเฮาในชุดเต็มยศพร้อมบรรดานางกำนัลเดินอุทยานหลวงเช่นเดียวกับพวกนาง หากแต่ไม่แม้แต่จะเปรยตามอง คงช้ำใจกระมัง...

                หวังฮองเฮามุ่งไปทางตำหนักหลัยฮุ่ยเถา เต๋อเฟยเอ่ยเบา ๆ

                ตำหนักของพระสนมกุ้ยเฟยหรือ

                ใช่ นางก้มหน้าลง กุ้ยเฟยกับนางพักหลังมานี้สนิทสนมกันจนข้าอดกังวลไม่ได้ ตั้งแต่เข้าวังข้าก็มีเพียงกุ้ยเฟยเจี่ยเจียเท่านั้น แต่ในตอนนี้นางตีตัวออกห่างมากขึ้นทุกวัน

                หยวนลี่หยางคิดตาม ดูมีเงื่อนงำซ้อนทับอย่างไรก็ไม่รู้?

                ตั้งแต่นางคลอดพระโอรสแต่ร่างของโอรสกลับไร้ชีวิต นางก็เปลี่ยนไป สนิทสนมกับหวังฮองเฮาทั้งที่ก่อนหน้าขัดผลประโยชน์กัน

                แต่ที่ข้าเห็นสองคนนั้นไม่ถูกกัน มีเพียงท่านที่ดูสนิทสนมกับกุ้ยเฟย...หยวนลี่หยางเอ่ยขัด

                เด็กโง่ เจ้าน่ะมองเพียงด้านเดียวจะล่วงรู้ทุกด้านได้อย่างไร มือเรียวนุ่มขยี้หัวหยวนลี่หยาง นางส่งสายตาเป็นมิตรให้ ราวกับกำลังมองน้องสาว

                ดูเหมือนเต๋อเฟยเจี่ยเจียจะทรงกังวลมากเกินไป

                นั่นสิ ในงานฉลองฮองเฮากับกุ้ยเฟยก็ดูขัดประโยชน์กัน ข้านี่พูดจาเลอะเทอะเสียจริง

                “มันก็ไม่แปลกที่เจี่ยเจียจะคิดเช่นนั้น อะไรที่พอระวังได้ก็ควรระวังยิ่งช่วงตั้งครรภ์เช่นนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพียงแต่ไม่ควรระแวงเกินเหตุ เอาเรื่องไม่มีมูลมาคิดในรกสมอง”

                “นี่เจ้าเป็นแม่ข้าหรือไร” ว่าจบทั้งสองก็หัวเราะกันอย่างนึกขบขัน หากสายลมหนาวไม่พัดผ่านคงได้สนทนากันจนถึงรุ่งสาง เห็นเต๋อเฟยสั่นระริกหยวนลี่หยางก็เอ่ยชวนให้กลับตำหนัก

                อากาศเริ่มเย็นแล้ว ท่านกลับตำหนักเถอะ

                “นั่นน่ะสิ อากาศวันนี้หนาวเย็นผิดปกตินัก” เสียงหวานไม่ต่างจากแววตา หยวนเจี๋ยอวี๋ช่วยประคองหญิงตั้งครรภ์ตรงหน้าก่อนจะพาเดินกลับตำหนักดั่งที่ควร

               

                ซุนหนิงอัน พระสนมเอกลำดับสาม ตำแหน่งเต๋อเฟย พระนางอ่อนหวานอ่อนโยนแต่ก็มีมุมกังวล หวาดกลัวอยู่บ้าง คนแบบนางมาไกลถึงเพียงนี้ย่อมไม่ธรรมดาจะเป็นไปได้หรือที่คนที่ดูไร้พิษภัยจะกลายเป็นสนมเอก ทั้งที่มิได้มาจากตระกูลใหญ่?

                งานเลี้ยงฉลองก็ดูปกติดีขั้วอำนาจทั้งสองอย่างฮองเฮาและกุ้ยเฟยขัดประโยชน์ต่อกัน ส่วนเต๋อเฟยก็แลดูสนิทสนมกับกุ้ยเฟยดั่งที่ใคร ๆ ต่างทราบ แต่เต๋อเฟยกลับไม่คิดเช่นนั้น

บางทีลางสังหรณ์ของนางอาจไม่ธรรมดาก็เป็นได้ มิเช่นนั้นคงไม่อยู่รอดจนป่านนี้

จนถึงตอนนี้หยวนลี่หยางไม่เข้าใจหลายสิ่งอย่าง ความจริงต่างกับเรื่องราวผ่านตัวอักษรที่นางมักอ่านเป็นประจำ จนอดคิดไม่ได้ว่าผู้ที่อยู่รอดใช้เพียงความสามารถหรือ โชคชะตา ช่วยกำหนดอีกแรงกัน

ตายจริงเหม่ยเมย เสียงหวานอ่อนเอ่ยเรียกลี่หยางขณะก้าวเดินกลับตำหนัก ด้วยอุทยานไม่ไกลจากตำหนักหวังเทียนฟ่งของนางนัก จึงเดินด้วยเท้าแทนการขึ้นเกี้ยวเฉกเช่นหวังฮองเฮาผู้มากเรื่องเกินงาม

มีอะไรหรือ

ดูตำหนักนั่นสิ มือเรียวบอบบางชี้ไปที่อาคารไม้ที่กำลังก่อตั้งโดยเหล่าข้ารับใช้จำนวนมาก

ทำไมหรือลี่หยางเอียงคอ สงสัย

ข้าได้ข่าวมาว่า ฮ่องเต้กำลังสร้างตำหนักใหม่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้

หญิงงามสุดในแผ่นดินส่งยิ้มจางกลับ เต๋อเฟยชวนนางอ้อมมาทางนี้ ราวกับตั้งใจอย่างไรอย่างนั้น ไม่รู้ว่านางคิดมากไปเอง หรืออะไร

คงเป็นตำหนักฉางเทียนกระมัง

ฉางเทียน...

ตำหนักประจำตำแหน่งขั้นเฟย รื้อสร้างใหม่ราวสามเดือนแล้ว แต่ข้าเองก็มิล่วงรู้ว่าสร้างขึ้นเพื่อผู้ใด อาจเป็นสนมรองสักคนหรือสนมเจี๋ยอวี๋

งั้นหรือเพคะ...

“ฮ่องเต้ทำราวกับสร้างเพื่อรอใคร บางทีอาจเป็นหญิงที่ถูกเรียกตัวคืนนี้ก็เป็นได้” ซุนเต๋อเฟยอมยิ้ม “อาจเป็นเจ้าก็ได้นะ หยวนลี่หยาง”

“เจี่ยเจียว่าเกินไปแล้ว”

“จริงสิ ได้ข่าวว่าอันไฉเหรินที่ร่วมแสดงงานร่ายรำเมื่อวันก่อนผลัดตกบ่อน้ำสิ้นใจเมื่อคืน”

“อะไรกัน? เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ไยไม่จัดการป่าวประกาศหรือไว้ทุกข์”

“นางเป็นแค่ไฉเหริน ตายหรือไม่มิใช่เรื่องใหญ่อะไร” ลี่หยางเลิกคิ้วขึ้น คิดไม่ถึงอีกฝ่ายจะเอ่ยถึงความเป็นความตายโดยไม่แสดงสีหน้าใด “แม้ข้าจะอดสงสารมิได้ก็ตาม

คงเพราะเห็นหยวนเจี๋ยอวี๋ท่าทีวิตก ซุนเต๋อเฟยจึงวิตกตาม

ไฉเหรินสิ้นใจจะไม่สำคัญได้อย่างไร? หญิงของฮ่องเต้เป็นนายหญิงของวังหลังคนหนึ่งมิใช่นางกำนัลผู้รับใช้ แต่ถึงจะเป็นนางกำนัล ชีวิตก็เป็นเรื่องสำคัญมิใช่หรือ

หยวนลี่หยางเองไม่เข้าใจในส่วนนี้ ทว่านางนึกสงสัยผู้อยู่เบื้องหลังเสียแล้ว

“อากาศเริ่มเย็นแล้ว เจี่ยเจียรีบกลับตำหนักเถิด”

ซุนเต๋อเฟยส่งยิ้มให้หยวนลี่หยาง แต่ราวชั่วครู่กลับแสดงสีหน้าต่างออกไป...

 



หลังส่งซุนเต๋อเฟยกลับตำหนัก หยวนลี่หยางพร้อมด้วยนางกำนัลอีกสองนางก็มุ่งหน้าเข้าสู่อุทยานหลวง นางเพียงต้องการชื่นชมดอกเหลียนเสียก่อนหมดฤดูร้อน แต่ถึงจะคิดเช่นนั้นก็ดูท่าว่ายามนี้อากาศจะเย็นผิดฤดูกาล เมฆาจับกลุ่มเป็นก้อนใหญ่มืดมนประหลาดไม่น้อย

รุ่งเช้าก่อนพาเต๋อเฟยเที่ยวชมอุทยาน นางเพิ่งได้ยินจากนางกำนัลหน้าตำหนักว่าบังเอิญไปเจอสนมระดับกลางสองนางต่อสู้กันริมบ่อน้ำเมื่อคืน นึกไม่ถึงอันไฉเหรินผู้ร่วมร่ายรำงานเลี้ยงฉลองการตั้งครรภ์จะพลาดท่า แต่อย่างไรเสียสนมอีกนางนี่สิ นึกไม่ถึงว่าจะเป็น

ลูกพี่ลูกน้องของนางเอง

คิดอะไรเรื่อยเปื่อยได้ไม่นาน ร่างระหงงามก็ย่างเข้าสู่เขตอุทยานหลวงเสียแล้ว

 

ร่างบอบบางในชุดผ้าต่วนสีเหลืองอ่อนปักลายดอกท้อทั่วตัว เกล้าผมมวยข้างเสียบปิ่นเพียงไม่กี่ชิ้นยืนริมน้ำจับจ้องที่ดอกเหลียนบานสะพรั่งอยู่ก่อนหน้า

นางคือเจาเหม่ยเหริน สนมคนแรกที่หยวนลี่หยางพบปะหลังได้รับตำแหน่ง ที่สำคัญมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดส่วนหนึ่ง คราแรกลี่หยางไม่ทันนึกถึง แต่หลังพยายามนึกคิดจึงเข้าใจแจ่มแจ้ง

นางกำนัลทำทีจะเอ่ยปากบอกทว่าหยวนเจี๋ยอวี๋กลับยกมือขึ้นห้ามปราม ซ้ำยังสะบัดราวขับไล่ผู้ติดตาม ท่าทีหงอยเหงาของสตรีตรงหน้าน่าสงสาร?

“เหม่ยเมย” เสียงหวานเอ่ยเรียกขณะเปรยยิ้มบางให้อีกฝ่าย

“เจาอวี้เหลียงถวายพระพร หยวนเจี่ยเจีย” นางย่อกายคำนับโดยไว ขณะส่งยิ้มกลับอย่างรวดเร็วผิดจากคราแรกที่หงอยเหงาไม่น้อย “อากาศเริ่มหนาวเช่นนี้ไยไม่พักผ่อนที่ตำหนัก

“เหม่ยเมยเองก็เช่นกัน คราก่อนชักชวนให้ข้าชมดอกเหลียน เพียงแต่เวลานั้นไม่ใคร่สะดวกนัก มายามนี้สะดวกแล้วจึงแวะมาชมเสียหน่อย”

“เห็นดอกเหลียนกลุ่มนั้นหรือไม่” มือบางชี้ไปยังดอกเหลียนหลากสี “เพราะหลากหลายจึงงดงามเป็นพิเศษ”

“ข้ามิชอบดอกเหลียนสักเท่าใด สูงค่าทว่าไม่น่าจดจำ” ลี่หยางเอ่ยปากบอกถึงสิ่งที่ตนคิด “เช่นเดียวกับผีเสื้อ อิสรเสรีงดงามไร้พิษ เสียดายอายุไขช่างสั้นนัก”

“เจี่ยเจียกล่าวว่ามิชอบ แต่ก็ยังมาชม” เจาเหม่ยเหรินยิ้มบางราวขบคิดตามคำของตน

หยวนเจี๋ยอวี๋ไม่ตอบอีกฝ่ายนางเปลี่ยนเรื่องเสียแทน “บ่อน้ำตรงนี้พรากชีวิตผู้คนไปไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างเมื่อคืนก็อันไฉเหริน”

เจาเหม่ยเหรินเบิกตาอย่างเผลอไผล ไยสตรีตรงหน้าเอ่ยวาจาน่าหวาดกลัวเช่นนี้ขึ้นมากัน?

“ไยเจี่ยเจีย

“ข้าเพียงคิดว่าดอกเหลียนที่สูงค่าบานสะพรั่งบดบังความจริงที่ซ่อนเร้นเช่นนี้ ยังควรเรียกว่าสูงค่าอีกหรือ? งดงามทว่าสะเทือนขวัญจะสูงค่าได้อย่างไรกัน” เสียงหวานเรียบนิ่ง

หากอีกฝ่ายคิดว่าเป็นการตัดพ้อก็ย่อมเป็นเช่นนี้ หากคิดว่าเป็นการเปรียบเปรยก็ย่อมเป็นเช่นนั้นเช่นกัน ทว่าที่ควรคิดก็คือนางกำลังแฝงนัยบางประการไว้

“เห็นเหม่ยเมยมีท่าทีโศกเศร้า คงมีความหลังกับดอกเหลียนพอตัวสินะ” คำถามของนางทำเอาดวงตาคมสวยของอีกฝ่ายสั่นระริก

“เหม่ยเมยเพียงคิดถึงบ้าน”

หยวนลี่หยางถอนหายใจอย่างนึกขัน โกหกหน้าตายโดยแท้ ดวงตาตวัดหลบเช่นนั้นหากไม่ปิดบังซ่อนเร้นย่อมบิดเบือนความจริงเป็นแน่ ทำไมนางถึงสนใจในตัวเจาเหม่ยเหรินสนมเล็ก ๆ ผู้นี้น่ะหรือ เพราะนางมั่นใจว่าสตรีตรงหน้ามีความทะเยอทะยานมากพอ

มากเกินไปด้วยซ้ำ

“วังหลังอยู่ยากก็ที่เจ้าคิดไว้ สนมอย่างเราหากเอาแต่หงอยเหงาแต่ตั้งเริ่มเข้าวัง ชีวิตที่เหลือมีเพียงเดียวดาย หาความสุขจากที่นี่ให้ได้แล้วทุกอย่างจะง่ายดายขึ้น”

หญิงงามอันดับหนึ่งหยุดบทสนทนาโดยฉับพลัน ในเวลานี้ใช่ว่านางจะสมควรเอ่ยปากตักเตือนใคร ยิ่งแล้วกับสนมผู้ถือเป็น ศัตรู แล้วยิ่งไม่ควรสนิทสนมชิดเชื้อ

“ขอบพระทัยเจี่ยเจียที่ชี้แนะ นึกไม่ถึงเจี่ยเจียได้รับความโปรดปรานแต่กลับปฏิบัติต่อเหม่ยเมยเป็นอย่างดีเช่นนี้”

“ข้าทำหน้าที่ ญาติ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นก็เท่านั้น”

ใช่ เจาอวี้เหลียงผู้นี้เป็นธิดาของท่านอาน้องสาวคนเดียวของใต้เท้าหยวน ถือเป็นลูกพี่ลูกน้องเพียงต่างสกุลก็เท่านั้น คราแรกนางไม่ทันได้คิดทว่าเห็นอีกฝ่ายถึงขั้นชักชวนเที่ยวชมอุทยานทั้งที่เพิ่งเจอหน้าจึงฉุดคิดขึ้นได้ จากที่เคยได้ยินผ่านข้ารับใช้ในจวน

สตรีผู้นี้น่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว

“ข้าถือสายเลือดเป็นสำคัญ” ในวังนี้นอกจากเจาอวี้เหลียงเห็นจะมีสนมรองผู้หนึ่งที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของนาง หากจำไม่ผิดมีตำแหน่งฉงหรง สนมรองลำดับแปด “เห็นเจ้าว่านึกถึงบ้าน หมายถึงจวนใต้เท้าเจาหรือ?”

ลี่หยางเคยได้ยินจากมารดามา เจาอวี้เหลียงผู้นี้เหี้ยมโหดนักชนิดที่ว่าผลักสาวใช้ไม่ได้ความตกน้ำจนสิ้นใจต่อหน้าต่อตา ทว่าไยพบตัวถึงกลายเป็นสตรีผู้เงียบสงบท่าทีเคร่งครัดในธรรมเนียมเสียได้

หากแต่ยังพอมีพิรุธอยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะมากพอให้จับได้

“ได้ยินมาว่าจวนใต้เท้าเจาก็มีบ่อน้ำเช่นกัน คงมีการพรากชีวิตเกิดขึ้นไม่มากก็น้อยสินะ” วิธีนี้เป็นวิธีตัดไฟที่ง่ายดายที่สุด ทำกันมาหลายสมัยคงเป็นวิธีจบชีวิตสนมนางในที่ถือปฏิบัติกันมายาวนานพอตัว “ในวังหูตามากมาย หากคิดจะใช้วิธีเดิมก็ระมัดระวังให้ดี”

“เจี่ยเจียพูดเช่นนี้หมายความว่าอะไรกัน?”

“เมื่อสักครู่ ข้าได้ยินมาจากเต๋อเฟยเจี่ยเจีย อันไฉเหรินผลัดตกบ่อน้ำสิ้นใจ แต่ไยนางกำนัลของข้าถึงผ่านไปเห็นเจ้าลากนางออกจากตำหนักยามวิกาล ซ้ำยังมีปากเสียงริมบ่อน้ำเสียได้”

“เจี่ยเจีย

“เรื่องนี้ข้ามิใช่ผู้ล่วงรู้เพียงผู้เดียวเสียด้วยสิ”

“ท่านต้องการสิ่งใดก็ว่ามา!” เจาอวี้เหลียงเปลี่ยนท่าทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรับรู้ได้โดยแท้ บางทีการเป็นลูกพี่ลูกน้องอาจช่วยให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น

“ไยเหม่ยเมยแสดงสีหน้าน่ากลัวเช่นนี้เล่า” น้ำเสียงเรียบทว่าแสดงถึงผู้กุมชัย “พวกเจ้ามีความบาดหมางใดข้าไม่อาจรู้แจ้งได้ แต่วังหลังกฎระเบียบเคร่งครัดหูตามากมาย ทำสิ่งใดย่อมสมควรระวัง”

“เพียงมาเตือนข้างั้นสิ?”

“ข้ามาขอความร่วมมือต่างหากเล่า หากลงเรือลำเดียวกันเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องระแวงสิ่งใด”

“ชักชวนข้าเข้าพวกสินะ” เจาเหม่ยเหรินฉีกยิ้มขณะเปรยตาไล่มองสตรีตรงหน้าทั่วตัว “ย่อมได้ ร่วมมือกับคนโปรดของฮ่องเต้ นับว่าเป็นการเสี่ยงที่คุ้มพอตัว”

“เมื่อสองพี่น้องรักใคร่ ฮ่องเต้ย่อมโปรดเจ้าไปด้วยอีกคน”

หยวนลี่หยางส่งยิ้มบางให้อีกฝ่าย ระยะเวลาเพียงนี้นางอาจปรับตัวได้ไม่มาก แต่นางมั่นใจว่าการวางหมากทั่ววังจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น อย่างน้อยก็เพื่อกระจายกำลัง

เพื่อเริ่มตลบหลังหวังฮองเฮา

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #2373 Diletto (@qinaideni) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 04:14
    แตกลม -> ตากลม
    #2373
    0
  2. #2232 Tadum Ja (@sawida) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 11:07
    หยวนลี่ร้ายกาจมากกก
    #2232
    0
  3. #2138 M@o@M (@034287162) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:15
    ขอบคุณค่ะ แต่ละคนร้ายๆ ทั้งนั้น คนดีๆ อยู่ยาก
    #2138
    0
  4. #1795 Iris Cristal (@Iris_Namfon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 18:15
    ลำดับขั้นพระสนมเยอะมากกกกกก  ชื่อตำหนักก็จำไม่หมด
    จะจำไม่หมดแล้วคะ สุดยอดจริงๆที่เขียนไ้ด้นาดนี้
    #1795
    0
  5. #1364 moonlight-neko (@moonlight-neko) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 10:34
    ร้ายลึกรึเปล่าาา
    #1364
    0
  6. #581 DarThailand (@darthailand) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 22:43
    หน้านิ่มๆ ร้ายแน่เลย
    #581
    0
  7. #263 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 18:13
    เห็นนางเงียบๆ ไม่ธรรมดาจิงๆ
    #263
    0
  8. #67 lambo_lambo (@27072543) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 09:56
    เต๋อเฟยดูน่ารักอ่ะขอให้เป็นพี่สาวที่ดีของลี่หยางไปนานๆ
    ฮองเฮาก็...แปลกๆ เหมือนงานเลี้ยงวันนั้นจัดฉากทะเลาะกับกุ้ยเฟน
    ลี่หยางใกล้เป็นสนมเอกแล้วใช่มั้ย?
    ขอยาวๆเลยค่ะชอบมากแล้วก็อยากรู้ว่าทำไมอ่านเรื่องเก่าไม่ได้คะ
    ช่วงนี้ไรท์คนสวยอัพทุกวันเลนดีใจ
    #67
    1
    • #67-1 อัมเบลล่า (@bella-sweet) (จากตอนที่ 7)
      30 กันยายน 2558 / 13:44
      เรื่องนี้ยาวมากนะตัวเอง 555 ต้องดูกันยาวๆเลยค่ะ นี่ไรท์ยังไม่ขึ้นบทเลย นี่แค่เกริ่นนะคะ -...-
      เรื่องเก่าปิดไว้ค่า อายตัวเองที่เคยแต่งสั้นมาก ><
      นั่นสิทำไมอัพทุกวันเนี่ยยย
      #67-1
  9. #49 somelight (@sompeple) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 20:14
    โลกยังต้องการไรท์อยู่น้าา รีบมาอัพไวๆนะ สู้ๆ
    #49
    1
    • #49-1 อัมเบลล่า (@bella-sweet) (จากตอนที่ 7)
      29 กันยายน 2558 / 20:35
      อัพแล้วนะ แอบทิ้งประเด็นอองเฮาไว้ต่อพรุ่งนี้

      ราตรีสวัสดิ์ค่ะ 555 -...-
      #49-1
  10. #48 Polaria 1999 (@chotchanit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 20:12
    กลับมาก่อนนค่ะไรเตอร์ TT
    #48
    1
  11. #47 ๋Jenus.F (@fairly1843) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 17:20
    ยิ่งเต๋อเฟยดีรีดยิ่งใจสลายยTT ไรท์ไม่ใหเต๋อเฟยตายได้มั้ยเอ๋ย-*- ไม่ต้องแท้งด้วย-*-
    #47
    5
    • #47-4 ๋Jenus.F (@fairly1843) (จากตอนที่ 7)
      29 กันยายน 2558 / 18:09
      ไรท์เริ่มเรื่องใหม่เต๋อเฟยน่าจะมีสิทธิ์รอด555
      #47-4
    • #47-5 อัมเบลล่า (@bella-sweet) (จากตอนที่ 7)
      29 กันยายน 2558 / 20:53
      ที่รู้ๆ ลี่หยางนางเอก 55 -.-
      #47-5
  12. #46 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 17:19
    รอค่าาา
    #46
    1
  13. #43 `•Dada∆~ (@patrlada2003) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 17:07
    รอนะคะ ><
    #43
    1