พลิกตำนานจอมนาง [จอมนางวังหลวง - จอมนางเคียงใจ]

  • 97% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 237,770 Views

  • 2,509 Comments

  • 2,601 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    245

    Overall
    237,770

ตอนที่ 3 : จอมนาง วังหลวง : บทที่ 1 แรกเข้าวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    12 พ.ค. 59



 

1


 

                ปัง!

                ประตูวังปิดลง พร้อมกับเปลือกตาของหยวนลี่หยาง นางหลับตาเรียกสติของตัวเอง เข้าวังครั้งนี้อิสระที่เคยมีก็คงหายไป ขบวนเกี้ยวราวยี่สิบเกี้ยวเคลื่อนตัวไปยังลานโถงก่อนจะหยุดและให้เหล่าคุณหนูก้าวลงเพื่อเดินแถวเข้าไปยังตำหนักกลางเพื่อ คัดตัวครั้งสุดท้าย

                จริงอยู่การคัดตัวของราชวงศ์ถังแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือแบบคัดเลือกสำหรับสามัญชนทั่วไป ธิดาพ่อค้าแม่ค้า พวกนางมักได้เป็นเพียงสนมขั้นหกลงไป ส่วนที่สองคือการคัดตัวแบบรับเชิญที่มีเพียงคุณหนูสูงศักดิ์เท่านั้นที่ถูกเรียกตัว อย่างน้อยก็ได้ตำแหน่ง ไฉเหรินสนมขั้นห้า

                และในวันนี้พวกนางถูกเรียกตัวเพื่อทดสอบความบริสุทธิ์และประกาศตำแหน่ง สำหรับตระกูลหยวนซึ่งถือว่ามีอิทธิพลลำดับต้น ๆของยุคสมัยย่อมได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

                ตำแหน่งแรกเข้าบ่งบอกถึงระดับความสำคัญก็จริง ทว่าตำแหน่งอาจผิดฝาผิดตัวท้ายที่สุดตำแหน่งสูงยามแรกเข้าอาจคงอยู่จนถึงจุดจบของชีวิตหรือพลิกผันลดหย่อนก็เป็นได้ เช่นเดียวกันตำแหน่งระดับกลางจนถึงล่างก็อาจไต่เต้าขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของหญิงสาวได้เช่นกัน เช่นเดียวกับฮองเฮาคนปัจจุบัน

หวังฮองเฮา

หญิงสาวผู้เชี่ยวชาญการร่ายรำเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้แม้เป็นเพียงธิดาอนุ แต่ตระกูลหวังหน้านามช่วยพลกดันให้นางก้าวขึ้นยังจุดสูงสุดได้ ยิ่งแล้วยังให้กำเนิดองค์หญิงรองยิ่งเป็นที่ทรงโปรด การไต่เต้าของนางเมื่อครั้งอดีตต่างเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เนื่องด้วยพระราชอำนาจในมือฮ่องเต้ยิ่งใหญ่นัก การเลื่อนตำแหน่งเป็นไปตามความโปรดปรานโดยแท้ ไม่มีสิ่งใดขัดขวาง แม้กระทั้งธรรมเนียมที่พึงปฏิบัติ

                ใบหน้างามเป็นหนึ่งขยับยิ้มเล็ก เรื่องภายในวังเป็นเช่นไรนางตามสืบจนหมดสิ้น

                ตำแหน่งอันทรงเกียรติมิใช่สิ่งที่นางคาดหวัง หากแต่เป็นหัวใจขององค์ราชันที่พลักดันให้นางกลายเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมกว่าผู้ใด

            ความรักจากเขาเท่านั้นที่นางต้องการ

                คิดเรื่อยเปื่อยได้มานานเสียงแหบแหลมก็เอ่ยขัดสติ

                เชิญคุณหนู เสียงกงกงคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับยื่นมือเพื่อให้หยวนลี่หยางได้พยุงตัวลง นางเพียงยิ้มบางให้เท่านั้นโดยไม่จับตอบ

                ที่นี่น่ะหรือวังหลวง น้ำเสียงแหบมีเสน่ห์อย่างประหลาดของหญิงงามผู้หนึ่งเรียกสายตาของหยวนลี่หยางได้ไม่ยาก นางสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนทั้งชุดปักปิ่นหยกสีขาวดูอย่างไรก็เป็นชุดที่ไม่โดดเด่นเท่าไรนัก ทว่าสายตาของนางคงชัดแจ้งความความคิดเกินไปจนทำให้หญิงผู้นั้นหันขวับเข้าหานางโดยทันที

                เจ้ามองข้าเช่นนี้ มีอะไรหรือ!

                ข้าแค่สงสัย เจ้างามมากแต่กลับไร้ซึ้งความโดดเด่น เสียงหวานราวกับเรียบนิ่งดั่งน้ำลึกนางเพียงเปรยตามองหาสตรีอีกผู้ที่ทั้งโดดเด่นและงดงามยิ่งกว่า

                จงลี่ถิงหญิงงามจัดที่เกือบแย่งชิงตำแหน่งงามอันดับหนึ่งของหยวนลี่หยางไป หากแต่นางยังด้อยกว่าลี่หยางอยู่หนึ่งขั้น นางเป็นธิดาของเจ้ากรมการคลัง เพียงแต่มารดากลับต่ำศักดิ์เป็นเพียงลูกชาวนาผู้หนึ่ง

                คุณหนูจงอยู่ในชุดสีแดงสดลายดอกเหมยผ้าคลุมสีส้มอ่อนปักอักษรฮั่นสีมุก เกล้าผมเป็นมวยสูงม้วนไว้มุมขวาปักปิ่นดอกเหลียนสีแดงสดดูมีระดับผิดกับสตรีผู้แรกลิบลับ เพียงแต่โดดเด่นเกินไป

                “เจ้าว่าข้าหรือ?นางผู้แรกก้าวเข้าประชันหน้า ลี่หยางเพียงใช้มือผลักอีกฝ่ายออก เรียวขาก้าวเดินออกไปโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะแค้นเคืองอย่างไร

                หากรับมือกับหญิงที่ไม่พร้อมสำหรับวังหลังมิได้คงเป็นเรื่องแปลกสำหรับนาง

ที่เตรียมทั้งชีวิตเพื่อก้าวสู่วังหลวงแห่งนี้

 



                คุณหนูผู้ถูกรับเชิญยืนเรียงเป็นสองแถวแถวละสิบคนก้าวเข้าห้องโถงเพียงทำการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ พวกนางเพียงยื่นแขนให้นางกำนัลแต้มเลือดนกหากติดผิวกายแสดงว่ายังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องแต่หากไม่ติดแสดงว่าพวกนางมีสัมพันธ์สวาทกับชายหนุ่มไปเสียแล้ว

                ดูเหมือนจะมีสตรีราวสี่ห้าคนที่ถูกเชิญตัวออกไปด้วยพวกนางไม่บริสุทธิ์ แต่สำหรับคุณหนูหยวนกลับมองว่าการพิสูจน์เช่นนี้เป็นจุดบกพร่องอยู่พอควร อย่างน้อยก็อุณหภูมิในร่างกายส่วนหนึ่ง และใช่ว่าจะโกงมิได้ ทว่าความเชื่อโบราณเช่นนี้มีหรือนางจะยอมเอ่ยจุดบอดให้ชื่อเสียงต้องมัวหมอง ฐานก้าวก่ายหน้าที่

เมื่อสตรีเหล่านั้นถูกเชิญตัวออกไป เช่ากงกงหัวหน้าขันทีเพ่งพินิจที่หยวนลี่หยางก่อนจะหันไปเหลือบมองจงลี่ถิงนางเอาแต่คลี่ยิ้มตลอดเวลา

                คุณหนูท่านใดมิได้ถูกประกาศ พวกท่านได้เป็นสนมไฉเหรินเช่ากงกงเอ่ย ก่อนจะกางราชโองการ ฉางอินหนิง แม้เป็นเพียงสามัญชนแต่ทำคุณประโยชน์ไว้มาก แต่งตั้งเป็นฉางเปาหลิน เยว่ฉางหรง มีความสุภาพอ่อนโยนรู้ตำรับยา แต่งตั้งเป็นเยว่เปาหลิน พวกท่านทั้งสองได้ตำแหน่งเปาหลิน สนมขั้นหก

                น้อมรับราชโองการ ทั้งสองย่อรับราชโองการแม้ภายในจิตใจจะขุ่นเคืองอยู่มาก นางได้รับเชิญแต่กลับได้ตำแหน่งระดับล่าง คงเพราะหวังฮองเฮา!

                อย่างที่ว่าการคัดตำแหน่งอยู่ในมือฮองเฮาตามรับสั่งฮ่องเต้เมื่อครั้งหม่าฮองเฮายังมีพระชนม์ชีพอยู่ แน่นอนพระองค์เลื่อนตำแหน่งตามพระทัยก็จริง แต่การคัดหญิงเข้าวังพระองค์ส่งมอบให้ไทเฮาและฮองเฮาเป็นผู้จัดการ แต่การคัดเลือกแบบรับเชิญเช่นนี้มิควรมียศต่ำกว่าไฉเหรินปรากฏ

                การคัดเลือกสนมเข้าวังแบ่งออกเป็นสองระดับ ระดับแรกคือการคัดเลือกปกติซึ่งทางการจะเชิญหญิงสาวที่มีอายุตรงตามเกณฑ์เข้าวังและคัดตัว โดยวัดส่วนสูง สัดส่วนรูปร่าง จนไปถึงสติปัญญา บุคลิกและนิสัย ว่ากันว่าทำการคัดหญิงงามมากกว่าพันให้เหลือเพียงไม่กี่สิบคน

                การคัดเลือกปกตินั้นโดยมากมักได้รับตำแหน่งไฉเหริน สนมขั้นห้าลงไป

ต่างจากการคัดเลือกแบบรับเชิญ ส่วนมากมักเป็นการเชิญตัวคุณหนูตระกูลใหญ่หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเรียงนามในแขนงต่าง ๆ โดยมากมักได้รับยศเหม่ยเหริน สนมขั้นสี่ หรือไฉเหริน สนมขั้นห้า

การถูกรับเชิญให้เป็นเปาหลินเช่นสตรีสองนางแรก นับเป็นเรื่องที่เกินคาดพอตัว

                สตรีนางอื่นต่างเปลี่ยนสีหน้าจากมั่นใจว่าตนได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเป็นกังวล มิใช่ว่าพวกนางบางคนจะได้ตำแหน่งล่างมีศักดิ์เทียมเท่านางกำนัลทั่วไปหรือ!

                “เจาอวี้เหลียง กิริยามารยาทงาม ตั้งเป็นเจาเหมยเหริน เหวินเฟยหย่า งดงามราวเทพธิดาซ้ำยังวางตัวดี ตั้งเป็นเหวินเหมยเหริน ชูฟานเยว่ เรียนรู้งานบ้านงานเรือนว่านอนสอนง่าย ตั้งเป็นชูเหมยเหริน จงลี่ถิง งดงามแลสูงส่ง ตั้งเป็นจงเหมยเหริน พวกท่านทั้งสี่ได้ตำแหน่งเหมยเหริน สนมขั้นสี่

                น้อมรับราชโองการ น้ำเสียงใสดังก้อง พวกนางถือชัยไปกว่าครึ่ง สตรีเสียงแหบเปี่ยมด้วยเสน่ห์ประหลาดที่ทะเลาะกับหยวนลี่หยางก็เป็นหนึ่งในนั้น นางมีนามว่า เหวินเฟยหย่านี่เอง

                หยวนลี่หยาง” กงกงหยุดพูดหันมองหญิงงามเป็นหนึ่งที่ยังคงนิ่งสงบ ความประพฤติงดงามซ้ำยังสร้างชื่อเสียงไปถึงแดนไกล ตั้งเป็น

                เช่ากงกงนิ่งไปราวไม่กล้าเอ่ยจนลี่หยางอดคิดว่าเป็นสนมระดับล่างสุดอย่างไฉหนี่ว์กระมัง ถึงได้พยายามรักษาน้ำใจของนางด้วยการให้นางทำใจ แต่จะตำแหน่งใดนางก็ไม่สนเพราะสิ่งที่นางต้องการไม่ใช่ยศ แต่เป็นฮ่องเต้!

                เป้าหมายของนางมิได้มีเพียงหนึ่งสิ่งแต่เหตุผลหลักที่เข้าวังก็เพื่อเขาทั้งนั้น ทว่าความคิดของนางในส่วนนี้หากมีสตรีผู้อื่นรับรู้เข้าคงมองว่านางโง่เขลาเบาปัญญา ใต้หล้านี้จะมีใครเดาใจได้ยากเท่าองค์ราชันกัน

                ยิ่งแล้วฮ่องเต้มีสนมให้เลือกสรรมากมาย แค่ได้รับความโปรดปรานก็นับว่าเป็นบุญวาสนามากแล้ว

                เช่ากงกงเพิ่งพินิจตัวอักษรตำแหน่ง เสียนเฟย ระหว่างเหลือบสายตาไปมองสตรีตรงหน้า จริงอยู่หญิงตรงหน้าคือสตรีผู้มีความงามปานล่มเมือง สตรีเช่นนี้ตามประวัติศาสตร์มักได้รับยศตั้งแต่สนมเอกไปจนถึงจักรพรรดินี แต่ตามธรรมเนียมแรกเข้าวัง ตำแหน่งสูงสุดคือ เจี๋ยอวี๋ สนมขั้นสาม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในราชวงศ์มีตำหนักส่วนพระองค์

                แต่ตำแหน่งในราชโองการกลับปรากฏเป็นสนมเอกลำดับสี่ เฉกเช่นเสียนเฟยเสียได้

                แม้การคัดตำแหน่งทางฝ่ายศิลป์จะกางภาพวาดพร้อมพรรณนาคุณสมบัติกตาม ทว่าเพียงภาพวาดทำให้ฮ่องเต้ผู้กุมอำนาจเด็ดขาดลุ่มหลงเกินควรเพียงนี้เลยหรือ

                เกือบสามสิบปีสำหรับหน้าที่ของเขาสองรัชสมัยที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏเหตุเช่นนี้ ตระกูลหยวนยิ่งใหญ่ก็จริงสตรีผู้นี้งามปานล่มเมืองก็ใช่ ทว่าการขัดต่อกฎเกรงจะไม่สมควร

                ขันทีวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงเล็กน้อย ไล่สายตาไปยังตัวอักษรบ่งบอก ตำแหน่งอีกครั้ง

                “เอ่อ

                เหตุใดไม่ประกาศไปเล่า” สุรเสียงทรงอำนาจขององค์ราชัน พระเจ้าถังฟางโจวทำเอาเหล่าคุณหนูถวายคำนับแทบไม่ทัน

                ถวายพระพรฝ่าบาท น้ำเสียงสั่นเสียส่วนใหญ่ ส่วนหยวนลี่หยางมิได้ย่อถวายคำนับค้างอย่างเช่นสตรีนางอื่น นางยืนนิ่งราวตกอยู่ในภวังค์ พระสวามีของนาง

                ใบหน้าที่แสนคุ้นเคย น้ำเสียงที่นางใฝ่หาอยู่ตรงหน้านางแล้ว เพียงได้อยู่ร่วมวังหากถูกจารึกว่าเป็นสตรีโง่เขลาก็นับว่าคุ้มค่า นางควรมีความคิดเช่นนั้นสินะ?

                สามวันที่ผ่านมานางตื่นเต้นจนไม่เป็นอันกินอันนอน พอถึงเวลาเรี่ยวแรงที่มีก็เริ่มน้อยลงเต็มที

            คงต้องเริ่มแล้วสินะความรักครั้งนี้

                ฟุ่บ!

                ฉับพลันสติของนางก็เลือนหายไป ได้ยินเพียงเสียงเลือนลางแห่งความวุ่นวายเท่านั้น

            เช่ากงกง ไปตามหมอหลวง!” ฮ่องเต้ เขาคือฮ่องเต้

            เขาคือท่านพี่โจวของนาง


 


                กลิ่นยาหอมฉุนเรียกสติของสตรีผู้งามงดไม่ยาก นางปรือตามองรอบด้าน ในเวลานี้นางอยู่ในตำหนักหลังใหญ่แม้จะไม่ทันสำรวจก็รับรู้ได้ว่าเป็นตำหนักที่ใหญ่โตนัก

                เมื่อครู่ไม่ทันได้รับรู้ถึงตำแหน่งที่พึงควรชายที่ใฝ่ฝันก็ปรากฏตัวเสียได้ ยามนี้หวังเพียงได้เข้าเฝ้าเพื่อเริ่มแผนการ นางรู้ดีฝ่าบาทสนพระทัยต่อสตรีประเภทใด

                เริ่มกันได้เสียที ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจะได้ใช้กันก็ครานี้

                พระสนม” เสียงร้อนรนของนางกำนัลผู้หนึ่งดังเรียกสติของนาง

                ที่นี่คือที่ใดกัน

                ตำหนักลั่วหลินเพคะ

                งั้นหรือ” น้ำเสียงหวานใสเอ่ยยืดยานไม่แสดงอารมณ์ อีกนัยก็คือพยายามอ่อนแอเพื่อกลบเกลื่อนความสามารถที่มี

                พวกกงกงให้เจ้ายืนนานไปสินะ ถึงได้เป็นลมหมดสติเช่นนี้คิดแล้วน่าจับโบยเสียให้หมดวัง!” สุรเสียงทุ้มเปี่ยมอำนาจ ทำเอาลี่หยางหันขวับไปยังอีกด้านหนึ่ง

                ร่างสูงกำยำในชุดไหมตัวยาวสีทองปักลายมังกร ฮ่องเต้

            จากคำร่ำลือพระองค์เหี้ยมโหดพอควร หากสิ่งใดกระทบกระทั่งเป็นอันให้กริ้วย่อมบทลงโทษโหดร้ายพอตัวทีเดียว  ทว่าในยามนี้นางกลับไม่หวาดกลัว

                นางรู้จักเขาดีรู้จักดี

            ถวายพระพรฝ่าบาทร่างบางรีบลุกขึ้นโดนไวถวายพระพรองค์ราชัน

                ตามสบายเถิด

                ขอบพระทัยเพคะ หญิงสาวทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาปิดบังความรู้สึกก็เท่านั้น

                ใช่ตื้นตัน นางกำลังรู้สึกเช่นนั้น นางเองก็เพิ่งเข้าวังได้รับตำแหน่งใดก็ยังไม่ทันรู้ความ ทว่าชายผู้สูงศักดิ์เหนือใครกลับดูห่วงใยนางเช่นนี้

                เช่นนี้ต้องเรียกว่า พิเศษกว่าผู้อื่น กระมัง

เป็นอย่างไรบ้าง หายปวดหัวหรือยัง

                หายแล้วเพคะ

                เพียงชั่วครู่ราวกับนางเห็นรอยยิ้มของชายตรงหน้า ที่ไม่ว่าใครก็ต่างเล่าขานถึงความโหดร้ายของเขา จนนางเองก็แอบหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย แต่จะทำเช่นไรได้ นางมาที่นี่เพื่อเขาเพื่อเขาเท่านั้น!

                “ดูแลนางให้ดี วันรุ่งให้ไปถวายพระพรไทเฮาและฮองเฮาสุรเสียงเข้มเอ่ยสั่งนางกำนัลก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปทิ้งให้หยวนลี่หยางที่ย่อกายถวายคำนับตกอยู่ในห้วงความคิด

                นี่นางได้ตำแหน่งอะไรกัน

                เจ้า!” มือเรียวชี้ไปที่นางกำนัล นางเชิดหน้าอย่างพยายามถือตัว เกิดมาไม่เคยสั่งใคร อย่างมากก็บ่าวในเรือนแต่ก็ใช้คำพูดกันเองตลอด แต่อยู่ในวังคงต้องวางอำนาจต่อนางกำนัลเพื่อรักษาหน้าตาเอาไว้

                เพคะ พระสนม

                ข้าเป็นสนมสินะ

                เพคะ

                ตำแหน่งเล่า เจี๋ยอวี๋งั้นหรือถึงได้มีตำหนัก หรือนางคิดไปเองว่าที่แห่งนี้คือตำหนักของนาง ตามกฏสนมขั้นสามขึ้นไปเท่านั้นที่มีตำหนักส่วนพระองค์

            ดั่งที่ว่าสนมขั้นสี่เหมยเหรินจนถึงขั้นแปดไฉหนี่ว์เป็นเพียงสามัญชนอยู่ร่วมกันในตำหนักประจำตำแหน่ง ส่วนสนมขั้นสามเจี๋ยอวี๋จนถึงสนมเอกขั้นเฟยมีศักดิ์เป็นเชื้อพระวงศ์ผู้หนึ่ง ราชนิกูลมีตำหนักพร้อมนางกำนัลและขันทีเป็นของตัวเอง แต่มีเพียงสนมรองขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถดูแลโอรสธิดาของตัวเองได้

                น้อยครั้งนักที่ตำแหน่งแรกเข้าจะเป็นเจี๋ยอวี๋เช่นนี้ หากมิใช่หญิงตระกูลใหญ่ก็คงเป็นหญิงงามปานล่มเมือง หยวนลี่หยางคุณสมบัติครบทั้งสองประการ จะแปลกอะไรหากได้รับตำแหน่ง

                ทว่าหวังฮองเฮามิยื่นมือขัดนี่สิแปลก

                ยังไม่ชัดแจ้งเพคะ…” นางแน่นิ่งไป

                ยังไม่ประกาศแล้วไยพาข้ามายังตำหนักแห่งนี้”

                ราชโองการเอนไปทางไม่เหมาะสมน่ะสิเพคะ เห็นว่าในตอนนี้ไทเฮาทรงโต้แย้งกับฮ่องเต้…” นางกำนัลเอ่ยเสียงเบาจนอีกฝ่ายได้ยินไม่ถนัด ร่างผอมแห้งสั่นระริกต่างจากนายหญิงที่แข็งทื่อกังวลไปไกล

ไม่ใช่ว่านางกลายเป็นไฉหนี่ว์ ต้องรับใช้คนในตำหนักนี้หรอกนะ!

แต่ถึงจะกังวลเกินเหตุเกินควรแต่เรื่องเช่นนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หยวนลี่หยางนอกจากจะเป็นตัวเก็งเป็นธิดาเพียงคนเดียวของเสนาบดีแล้ว สายเลือดทางฝั่งมารดาเช่นตาของนางเป็นถึงเจ้าเมืองฉาง หัวเมืองทางตอนเหนือ หากตระกูลอินเช่นไทเฮาไม่เข้ามาสอดแทรก แม้แต่สนมขั้นเฟยไยนางจะครอบครองไม่ได้

ถึงกระนั้นแล้วตามธรรมเนียมถือปฏิบัติย่อมเป็นไปตามครรลอง หากไม่โปรดมากก็ต้องให้กำเนิดองค์หญิงองค์ชายหรือตั้งครรภ์เสียก่อน จึงจะได้ขึ้นเป็นสนมขั้นเฟย

คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหลืออด

เจี๋ยอวี๋ก็ราชนิกูลคนหนึ่ง...ถือเป็นภริยาผู้หนึ่งของฮ่องเต้มิใช่หรือ?

ที่นี่ตำหนักของใคร ลี่หยางส่งคำถามหยั่งเชิงไปแทน

ตำหนักของพระองค์เพคะ

งั้นข้าก็เป็นเจี๋ยอวี๋งั้นสิ

บอกไม่ได้เพคะคำตอบชวนปวดประสาทเสียจริง

อยากโดนลงหวายหรือไร ถ้าไม่ยอมบอกโดยดีข้าจะสั่งโบยยี่สิบไม้”

นางคงฝึกเอาตัวรอดจนเพี้ยนเสียแล้วถึงได้ร้อนรนเช่นนี้ เฉกเช่นน้ำเสียงทรงอำนาจท่าทีสงบเรียบเปี่ยมศักดิ์ก็ฝึกมามากนัก ไยถึงเวลาจึงทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรกัน หากมิใช่เพราะแปลกที่แปลกทางก็คงเพราะถนัดด้านสมุนไพรเกินควร ถึงได้แสดงอำนาจออกมาได้ไม่ดีนัก

ดั่งที่ว่าดีอย่างเสียอย่างตามสมดุลของโลก

หากหม่อมฉันบอกพระองค์ หม่อมฉันจะต้องโทษอาญาเพคะ

อะไรจะซับซ้อนถึงเพียงนั้น หยวนลี่หยางหยุดซักถาม นางควรมุ่งหน้าออกไปยังนอกตำหนักหากถามนางกำนัลผู้นี้มิได้ก็ออกไปถามเช่ากงกง


 


คิดได้เพียงนี้เรียวขางามก็สาวก้าวออกจากตำหนักโดยไวเพียงไม่กี่สิบก้าวก็หยุดนิ่ง นางเหม่อมองรอบด้าน วังหลวงกว้างใหญ่การออกจากตำหนักคราแรกดูเหมือนจะมีปัญหา หากยังไม่เลิกความคิดที่จะเดินออกไปนางคงหลงทางเป็นแน่

เจาอวี้เหลียงถวายพระพร เจี่ยเจีย[3]” สนมนางหนึ่งถวายคำนับนางก่อนจะส่งยิ้มเป็นมิตรให้ ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะเป็นสนมขั้นสี่ผู้แรกที่ได้รับตำแหน่ง มองเพียงนี้ก็ประเมินได้ว่านางมีตำแหน่งเจี๋ยอวี๋ขึ้นไป

เหม่ยเมย[4]ผ่านมาหรือ จะไปที่ใดล่ะ

อุทยานหลวง หยวนเจี่ยเจียก็ไปด้วยกันสิเพคะ

ไม่ล่ะ เจ้าไปเถอะเสียงหวานเรียบปฏิเสธ จะว่าไปเหม่ยเหรินตรงหน้าก็งามพอควรคงเป็นที่ทรงโปรดได้ไม่ยาก ยิ่งแล้วยังมีท่าทีนุ่มนวลพอตัว แฝงอันตรายไม่มากก็น้อยทีเดียว

ก็อย่างว่าสตรีวังหลังหากไม่อันตรายก็ต้องถูกรังแกจนตาย เลือกอย่างแรกย่อมดีกับตัวเองมากกว่า

“ยามนี้ดอกเหลียน[5]บานสะพรั่งเต็มอุทยาน งดงามยิ่ง”

“ขอบใจเหม่ยเมยที่หวังดี ข้าซาบซึ้งใจนัก น่าเสียดายข้ามีธุระต้องจัดการ” ดวงหน้าหวานเลิกคิ้วขณะย่อกายถวายคำนับให้สตรีตรงหน้า

“เช่นนั้นเหม่ยเมยขอตัว” ลี่หยางแย้มยิ้มบางก่อนจะมองหญิงผู้นั้นผ่านไป

หญิงผู้นี้รู้มารยาทพอตัว เข้าวังวันแรกข้าหลวงอาวุโสคงไม่ทันสั่งสอนธรรมเนียมถือปฏิบัติแต่นางกลับวางตัวเหมาะสมกับตำแหน่ง คงเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี แต่เตรียมตัวมาเพื่อสิ่งใดกัน

อำนาจ เงินทอง ความสุขสบาย หรือความมั่นคง?

พระสนมหยวน ๆเสียงคุ้นหูทำให้นางต้องหันไปโดยไว เห็นนางกำนัลวิ่งว่องมาก็ส่ายหน้าเบา เรียกนามของนางห้วน ๆ ไม่พอยังไม่สำรวมกิริยา ถูกปล่อยผ่านมาได้อย่างไรกัน

มีสิ่งใดก็ว่ามา

ฮองเฮากำลังเสด็จผ่านทางนี้เพคะ หม่อมฉันว่าพระองค์ควรหลบ” ไม่ทันที่นางจะเอ่ยจบร่างงามระหงของมารดาแห่งต้าถังผู้ขึ้นชื่อว่าร้ายกาจก็ปรากฎขึ้น! หวังฮองเฮา

ร่างระหงสูงโปร่งอวบอิ่มในชุดสีทองตระการตาปักลายกิเลนบ่งบอกถึงฐานะได้อย่างดี ยิ่งปักหงส์ฟ้าทองชุดใหญ่ยิ่งเสริมบารมีให้กว้าง มองไกล ๆ ก็รับรู้ได้ว่าเป็นใคร

ชื่อเสียงเรียงนามของสตรีตรงหน้าไม่ธรรมดาสักนิด ดูจากรูปการณ์แม้เป็นธิดาอนุแต่ขุนนางก็หนุนหลังอยู่ไม่น้อย ด้วยเป็นสตรีจากสกุลหวังอำนาจย่อมมีมากพอตัว แม้จะใช้ในทางที่ผิดแต่การให้กำเนิดพระธิดารวมถึงครองตำแหน่งสูงสุด ใครจะเอาผิดได้หากมิใช่ฮ่องเต้

หูตาทั่ววังมีมากมายการใช้อำนาจเกินควรของนางฮ่องเต้ย่อมรับรู้ส่วนหนึ่ง แต่ที่ไม่ตักเตือนหรือห้ามปรามย่อมเป็นเพราะขุนนางฝ่ายขวารวมถึงพระยศของนาง วังหลังเป็นของสตรีผู้นี้โดยแท้

ความยุติธรรมอยู่ที่ใดกัน...หรืออยู่ที่ความสามารถเฉพาะตัว

ไม่ทันจะได้หลบหลีก สตรีผู้สูงศักดิ์เช่นหวังฮองเฮาสั่งให้หยุดเกี้ยวก่อนจะก้าวเดินเข้าหาสนมผู้มาใหม่ ใบหน้าไม่พอพระทัยเด่นชัด

เจ้าเองน่ะหรือ หยวนลี่หยาง งามกว่าที่คิดไว้นัก” น้ำเสียงเย้ยหยันเล็ก ดูทีท่าหญิงตรงหน้าจะไม่เก็บความรู้สึกริษยา ต่างกับที่หยวนลี่หยางเรียนรู้มา

นางคิดเสมอว่าสตรีวังหลังหน้าเนื้อใจเสือมากนัก สตรีที่น่ากลัวมิใช่สตรีที่แสดงอำนาจออกมาแต่เป็นสตรีที่เก็บงำซ่อนเร้น ยิ่งดูนุ่มนวลใจกว้างเพียงใดยิ่งอันตรายเพียงนั้น แต่หวังฮองเฮากลับไม่เป็นเช่นนั้น นางประพฤติตัวราวเป็นเฉินฮองเฮาในราชวงศ์ฮั่น ถือว่ายศสูงกุมชีวิตคนทั้งวัง

คงมิได้อ่านจุดจบของเฉินฮองเฮากระมังถึงได้แสดงอำนาจเกินขอบเขตจนเป็นที่เลื่องลือ หยวนลี่หยางคลี่ยิ้มบาง นางควรจะเก็บความรู้สึกเพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่า ฮองเฮาที่ดีควรประพฤติตัวเช่นไร

ขอบพระทัยเพคะ เหม่ยเมยเองก็เพิ่งเคยพบสตรีที่งามจัดเช่นฮองเฮาก็วันนี้ นางเอ่ยตอบ คลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตรแต่กลับดูแฝงด้วยเล่ห์เหลี่ยมและแผนการ

แน่นอนคำพูดของนางเกินจริงไปมากนัก จะว่าเป็นการประจบหรือโป้ปดก็ย่อมได้ทั้งนั้น รอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าปรากฏยิ่งแล้วแววตานิ่งล้ำลึกยิ่งแสดงถึงความสงบเสงี่ยม

ปรับตัวนางกำลังปรับตัวอยู่สินะ

เหมยกุ้ย น้ำเสียงเล็กแหลมเอ่ยเรียกนางกำนัลคนสนิท

เพคะ

ส่งผ้าแพรที่หม่าฮองเฮาเคยประทานให้ข้าพร้อมกำยานไปตำหนักนาง หวังฮองเฮาหยุดตรัสก่อนจะเอ่ยถาม ตำหนักของเจ้า ตำหนักอะไรหรือ

หยวนลี่หยางชะงักไปเล็กน้อย แม้จะพอรู้มาบ้างว่าตนได้รับยศเจี๋ยอวี๋จากการคาดเดา ทว่าชื่อตำหนักไม่ทันได้รู้ความสตรีตรงหน้ากลับเอ่ยปากถามถึง

ดูท่าหวังฮองเฮาคงต้องการให้นางแสดงท่าทีเงอะงะ ต้องการความสำราญงั้นสิ?

ลั่วหลินเพคะนางกำนัลของนางที่ตอบแทนผู้เป็นนาย หยวนลี่หยางขมวดคิ้วแน่น บทสนทนาระหว่างฮองเฮาและนางสนมเช่นนี้ นางกำนัลกลับ

บังอาจ! ข้ามิได้ถามเจ้า!” หวังฮองเฮาแสดงท่าทีกริ้วเกินเหตุระหว่างหันไปถามนางกำนัลคนสนิท “มู่ตานการที่นางกำนัลสามัญลบหลู่เบื้องสูงเช่นฮองเฮา ผู้มีศักดิ์เป็นรองเพียงฮ่องเต้ควรลงโทษเช่นไร”

“เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อนางกำนัลผู้อื่น หม่อมฉันว่าควรจะโบยให้หลาบจำเพคะ”

“ได้ยินแล้วใช่หรือไม่เหมยกุ้ย จับนางไปโบยยี่สิบไม้!

“เพคะ ฮองเฮา”

นางกำนัลอีกคนของนางก็ลากตัวนางกำนัลของลี่หยางที่ไม่ทันได้ทำความรู้จักออกไป ขณะส่งสายตาให้นางกำนัลผู้อื่นช่วยลากอีกแรงหนึ่ง

ลี่หยางทำได้เพียงเบือนหน้าหลบภาพบาดตาเท่านั้น ตั้งแต่แรกดูเหมือนนางกำนัลผู้นี้จะไร้มารยาทพอตัว การถูกลงโทษคงช่วยให้นางรู้ซึ้ง

ชีวิตในวังใช่จะง่ายดาย

หม่อมฉันผิดไปแล้ว โปรดอภัย โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยน้ำเสียงโหยหวนปานรักตัวกลัวตาย ไม่แปลกจากคำร่ำลือเท่าใดนัก

ประมาทไม่ได้เสียแล้ว หวังฮองเฮา

เอาล่ะ วันรุ่งอย่าลืมมาเข้าเฝ้าข้าล่ะ แต่งตัวให้ถูกธรรมเนียม อย่าได้บิดพลิ้วที่สำคัญ…” หวังฮองเฮาหยุดตรัส ก่อนจะกระซิบข้างหูหญิงผู้งามเป็นหนึ่ง อย่าได้ยั่วยวนฮ่องเต้เสียยกใหญ่จนเข้าเฝ้าข้าช้าเล่า”

“ไปกันเถอะมู่ตาน ข้าปล่อยให้พวกหัวหน้ากองงานรอนานมากเกินควรแล้ว”

นางส่งยิ้มเป็นมิตรจอมปลอมให้ ก่อนจะหันขวับเดินลิ่วขึ้นเกี้ยวไปพร้อมกับนางกำนัลคนสนิท

แสดงพระอำนาจเกินขอบเขตเช่นนี้จะดำรงตำแหน่งได้นานใดเชียว

ใบหน้าหวานแย้มยิ้มประหนึ่งเปี่ยมความสุขล้น หวังฮองเฮาอันตรายน้อยกว่าที่คิดแท้จริงแล้วมีหญิงอื่นที่อันตรายยิ่งกว่า ยิ่งเฉพาะกับสตรีสูงศักดิ์ที่เคลือบรอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งยิ่งไว้ใจมิได้ น่าแปลกที่มาไกลถึงตำแหน่งสูงสุดได้ ธิดาอนุเช่นนาง ไม่สิธิดาเพียงคนเดียวของใต้เท้าหวังได้รับการสนับสนุนจากทางขุนนาง ซ้ำยังเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่ให้ประสูติกาลพระธิดาแก่ฮ่องเต้ หากไม่นับหม่าฮองเฮา ฮองเฮาคนแรกที่ตั้งพระครรภ์ตั้งแต่เป็นพระชายา

ต่อจากนี้ไปคงต้องระมัดระวังตัวให้มาก

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจี่ยเจีย[3]  พี่สาว ในที่นี่ใช้เรียกผู้ที่อยู่เหนือกว่า

เหม่ยเมย[4] น้องสาว ในที่นี่ใช้เรียกผู้ที่ต่ำศักดิ์กว่า

ดอกเหลียน[5] ดอกบัว [บุปผาประจำฤดูร้อน]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #2363 Diletto (@qinaideni) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 21:23
    พลกดัน -> ผลักดัน
    ไร้ซึ้ง -> ไร้ซึ่ง
    กตาม -> ก็ตาม
    โดนไว -> โดยไว
    เจ้า!" -> "เจ้า!" //ตรงนี้ตกฟันหนูค่า
    ตามกฏ -> ตามกฎ
    ปรากฎ -> ปรากฏ

    ถ้ายังไงก็ลองctrl+f หาดูนะคะ
    #2363
    0
  3. #2309 คุณหมีกาแฟ (@OneKOly) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 02:38
    ตามความเห็นที่เขาแนะนำเลยค่ะ คือบางทีข้อมูลแน่นอย่างเดียว มันไม่สามารถเป็นนิยายที่ดีได้ค่ะ มันมีอะไรหลายๆอย่างข้างลนนั้น ลองอ่านนิยายแปลจีนหลายๆเรื่องดูนะคะ อย่าดูพวกซีรีย์ เพราะเสน่ห์ของการดำเนินเรื่องและบทบรรยายก็ต่างกันแล้ว เสน่ห์นิยายจีนห.ายเรื่องมันคือการซ่อนคมค่ะ แม้ว่านิยายจะมีเนื้อเรื่องแตกต่างกัยแค่ไหน จะมาเฟีย กำลังภายใน วังต้องห้าม หรือจีนสมัยใหม่ มันคือกลิ่นอายที่ขาดไม่ได้ของนิยายแดนมังกรค่ะ เช่นกันกับนิยายประเทศอื่นๆ ล้วนมีเอกลักษณ์และกลิ่นอายที่ไม่เหมือนกันค่ะ แต่บทบรรยายดีแล้วนะคะ ส่วนรายละเอียดนิยายและเสน่ห์ยังต้องปรับนะ สู้ๆค่ะ
    #2309
    1
    • #2309-1 เบลล์ [หนิงฮวา] (@bella-sweet) (จากตอนที่ 3)
      26 พฤษภาคม 2559 / 11:41
      แต่ละคนก็มีวิธีการบอกเล่าที่ต่างกันไป เบลล์อ่านเยอะค่ะนิยายแปลแต่ไม่ใช่แนวทางสักเท่าไหร่ อีกอย่างการยึดติกับแนวเดิมๆพล็อตซ้ำๆวงการงานเขียนคงน่าเบื่อแย่ การสรุปนิยายเรื่องหนึ่งจากบทแรกเพียงบทเดียวดูโหดร้ายมากเลยนะคะ
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
      #2309-1
  4. #2262 natthikahom (@natthikahom) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 20:07
    ชอบเรื่องนี้ค่ะ แต่ยังแอบเห็นคำผิดอยู่บ้างน้าาาา คำว่าผลักดันแต่เขียนพลักดัน กะคำว่าซึ่งแต่เขียนซึ้ง
    #2262
    1
    • #2262-1 เบลล์ [หนิงฮวา] (@bella-sweet) (จากตอนที่ 3)
      20 พฤษภาคม 2559 / 20:19
      อัพแบบยังไม่รีไรท์แก้คำผิดค่ะ ฉบับเบลอๆพิมพ์รัวๆ 555
      #2262-1
  5. #1940 ผ่านมาอ่าน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 18:32
    ปกติคนในวังหลัง ต้องยิ้มซ่อนมีด แต่นางในเรื่องนี้ ปะฉะดะกันตรงๆ เอิ่ม ร้ายแบบละครน้ำเน่าไทยมาก ปกติชนชั้นสูงเขาเชือดเฉือนกันด้วยวาจา ตีสองหน้า แล้วแอบแทงข้างหลังกัน แล้วสมัยก่อนนอกจากฮ่องเต้ การสั่งลงโทษคนถึงตายแบบโจ่งแจ้งในข้อหาเล็กน้อย ถ้าไม่กุมอำนาจส่วนใหญ่เหนือราชบัลลังก์ มันทำไม่ได้ง่ายนัก ไม่งั้นมีสิทธิถูกปลดเอาง่ายๆ



    สำนวนเรื่องนี้ดีอะ แต่ต้องเกลาการดำเนินเรื่องอีกนิด ต้องหาข้อมูลให้มากอีกหน่อยจะสมบูรณ์แบบ
    #1940
    1
    • #1940-1 หนิงฮวา (@bella-sweet) (จากตอนที่ 3)
      26 ธันวาคม 2558 / 21:57
      ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ ^^
      - แต่คุณรู้จักเฉินฮองเฮาในราชวงศ์ฮั่นไหมคะ? ความโหดมของนางตามประวัติศาสตร์ใช่จะธรรมดา เบลล์ยอมโดนพวกที่อ่านนิยายไม่กี่เรื่องแล้วอินคิดว่าชีวิตจริงเป็นใช่นั้นติค่ะ แต่หากเปรียบว่าศึกษาน้อยก็คงต้องเรียนให้ทราบว่า เบลล์ตามติดมานานเป็นสิบปีไม่ใช่ฉาบฉวยแน่นอน
      - และที่เลือกอิงราชวงศ์ถัง เพราะราชวงศ์หลังๆเช่นหมิงหรือชิงการเลื่อนลำดับเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่ในสำหรับราชวงศ์ถังต่างออกไป ก็เพราะอยากแสดงถึงการรักษาตำแหน่ง ไม่ใช่ค่อยๆขึ้นทีละขั้นตามนิยายพล็อตนิยม
      - หากมีอะไรข้องใจอินบ็อกในเพจได้เลยนะคะ เผื่ออยากทราบประวัติศาสตร์ที่เขาจารึกและเชื่อถือได้ หรือหนังที่คนจีนสร้างโดยตัวเองเช่นศึกบุปผาวังมังกร (ราชวงศ์ถัง นางกำนัลขึ้นเป็นเฟยได้ง่ายๆ) หรือเรื่องอื่น ๆ ที่รากฎแก่สายตาชาวโลกมันเป็นเช่นไร
      #1940-1
  6. #1793 Iris Cristal (@Iris_Namfon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 16:44
    เริ่มสงสัยคะ ทำมัยนางเอกถึงอยากเข้าวังพบฮองเต้ขอนาดนั้นคะ งง
    #1793
    0
  7. #1226 poonsuk (@poonsuk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 13:09
    ชอบๆ ตามต่อไป
    #1226
    0
  8. #572 DarThailand (@darthailand) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 21:53
    มาวันแรกก็จัดเลยครับ แรงส์
    #572
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #305 Saki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 11:32
    แต่งได้ดีและสนุกมากคะ สำนวนก็ดีคำผิดไม่เจอเลย



    แต่แอบคิดมาสองรอบแล้ว คิดกิริยาของตัวละครมันแสดงออกมากเกินไปมั้ยคะ ไม่ค่อยมีศาสตร์ศิลป์ท่วงท่ามารยาเลย. แสดงท่าทีก้าวร้าวในที่สาธรณะอย่างง่ายๆไปหน่อยไม่สงวนกิริยา. ดอกไม้งามเคลือบพิษเลย.



    คือเราว่ามันมีวิธีข่มขุ่ที่ฉลาดกว่านี้. โดยไม่ให้เปนภัยกับตัวภายหลังนะ? อย่างนี้มันจะเป็นคุ่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อได้อย่างไร. แอบรู้สึกว่าเล่เหลี่ยมในเรื่องนี้คงไม่ค่อยน่าสนใจเท่าเน้นความสะใจเหมือนละครไทยหลังข่าวละมั้ง.



    คือมันเปนความประทับใจในตัวละครเเรกพบน่ะคะ ตอนนี้คิดว่าตำแหน่งระดับนี้ช่างไม่มีสมองเอาเสียเลย เลยอดเปรียบเทียบกับเรื่องอื่นที่เปนเเนวเดียวกันแต่ลึกล้ำยากหยั่งถึงมากกว่าไม่ได้



    ยังขออ่านตอนต้อไปก่อน. เพราะแต่งดีมากๆ. สำนวนดีคะ โครงเรื่องสร้างความน่าสนใจน่าติดตามในหลายๆจุด แค่เราคาดหวังว่าเรื่องในวังหลวง. เราจะ/ได้อ่านมีเล่ห์ชิงเหลี่ยมบรรเจิด ขั้นสุด 555. พอเจอฮองเฮาที่น่าเปน. บอสของดันเจี้ยนวังหลังขุ่ตรงๆไร้ศิลปะก็แอบเฟลนิดหน่อย. ค่าดาเมจนางน้อยไปนิด ไม่มีติดพิษอะไร 5555



    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆคะ
    #305
    1
    • #305-1 อัมเบลล่า (@bella-sweet) (จากตอนที่ 3)
      6 ตุลาคม 2558 / 15:24
      ขอบคุณสำหรับความเห็นดีๆนะคะ ^^

      + ไรท์ยังไม่โตพอด้วยกระมัง ถึงจะชอบดูหนังจีนตั้งแต่เด็กก็ประมาณสิบกว่าปี แต่ยังขาดความคิดบางอย่าง
      อีกทั้งต้องการสื่อในรูปแบบที่ชอบเป็นการส่วนตัว นี่คือเหตุผลที่แต่งเรื่องนี้ ไม่ใช่ตามใจใคร แต่ตามใจตัวเอง :)

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ตุลาคม 2558 / 16:08
      #305-1
  11. #259 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 17:38
    อะไรจะความลับขนาดนั้นน
    #259
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. #77 Flint (@v-v-vee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 17:12
    น่าหนุกกก
    #77
    1
  14. #22 ๋Jenus.F (@fairly1843) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 10:40
    กรี้ดดดดด ฮ่องเต้น่าร้ากกก><
    #22
    1
  15. #14 123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 22:42
    ฟินเเปป
    #14
    1
  16. #12 lambo_lambo (@27072543) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 11:53
    ค้างสุดๆค่ะอยากให้นางเอกเราร้ายเร็วๆ
    #12
    4
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #12-4 อัมเบลล่า (@bella-sweet) (จากตอนที่ 3)
      29 กันยายน 2558 / 00:06
      000000000
      #12-4
  17. #11 เงารางเลือน (@toey1405) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 08:20
    ฮาาา ลี่หยางน่าร้ากกก อยากอ่านต่อ~><
    #11
    1
  18. #9 ThickkyZii (@thukthick) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 01:44
    แล้วเรื่อง วังวนบุปผาละค่ะ
    #9
    1
    • #9-1 อัมเบลล่า (@bella-sweet) (จากตอนที่ 3)
      26 กันยายน 2558 / 01:50
      รวบยอด รวมกับเรื่องนี้ค่ะ (ยุบรวม TT)
      #9-1