ชีวิตต่างภพมันช่าง SLOW LIFE เหลือเกิน !!

ตอนที่ 1 : หมอดู หมอเดา กับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62

          เสียงผู้คนจอแจตอนกลางวัน ณ ย่านธุรจกิจแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย  หญิงสาวสองคนเดินทอดน่องในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางย่านธุรกิจแห่งนี้  ดวงตาของหญิงสาวคนหนึ่งสาดส่องหาของขวัญให้กับตัวเองในวันเกิดครบรอบ 32 ปีของเธอ สาวโสดอย่างเธอในเมื่อไม่มีคู่ไว้ฉลองวันเกิดกันสองต่อสองก็ย่อมต้องให้รางวัลตัวเองด้วยเงินตัวเองเท่านั้น  หลังจากที่เดินดูอยู่พักใหญ่ก็ได้ยินเสียงจากซอกเล็ก ๆ มุมหนึ่งในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

           “แม่หนูๆ สนใจดูดวงหรือเปล่า  สำหรับวันนี้วันเกิดแม่หนู ลุงดูฟรีนะ สนใจมั๊ย  ฟรีเชียวนะ” เสียงดังกล่าวเป็นชายมีอายุประมาณ 60 ปีกล่าวขึ้น หญิงสาวสองคนมองหน้ากันและหันไปพิจารณาดูต้นเสียงชายชราคนดังกล่าวรู้จักวันเกิดของหนึ่งในสองคนนั้น สองสาวหยุดให้ความสนใจและพิจารณาว่าจะให้ชายคนดังกล่าวดูดวงให้หรือไม่
          “แม่หนูอย่าคิดมาก มาๆ นั่งลงเดี๋ยวตาดูให้ เร็วๆ “ เสียงของชายชราเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวเจ้าของวันเกิดนั่งลง หญิงสาวเจ้าของวันเกิดวิเคราะห์ดูแล้ว ดูไปก็ไม่น่าจะเสียหายและท่าทางชายชราผู้นี้น่าจะเป็นหมอดูจริงๆ เพราะรู้วันเกิดของตนเองเพียงแค่เดินผ่าน ไม่น่าจะเป็นหมอดูเก๊ตามข่าวแน่นอน จากนั้นหญิงสาวจึงนั่งลง เพื่อให้ชายชราดูดวงให้
            “แม่หนู ยื่นมือมาทั้ง 2 ข้างนะ” หญิงสาวไม่พูดอะไร แต่ยืนมือออกไป ให้ชายชราพินิจดู เมื่อยืนมือออกไปแล้วชายชรา นำกระดาษปากกามาขีดๆ เขียน ๆ ข้อความ คิ้วขมวดเหมือนกำลังครุ่นคิดและวิเคราะห์ลายมือของหญิงสาวจากนั้นก็มองมาที่หญิงสาวด้วยสีหน้าจริงจังแล้วกล่าวถ้อยความด้วยท่าทางที่ดูน่าเลือมใสออกให้หญิงสาวฟัง
        “แม่หนูอายุครบ 32 ปี จะมีเคราะห์หนัก อาจเกิดเหตุการณ์เลือดตกยางออก หรือล้มหมอนนอนเสื่อ หยอดน้ำข้าวต้มเชียวนะ” หญิงสาวสองคนมองตากันแล้วทำหน้าตาเหลิกหลัก  “แต่ว่า ในเคราะห์ร้ายก็จะมีโชคดีนะ ”
       “โชคดียังไงคะคุณตา” หญิงสาวนามว่าบัวบูชา เจ้าของวันเกิดเอ่ยขึ้น พร้อมกับทำหน้าตาลุ้นว่าตัวเองจะมีโชคดีอะไร หญิงสาวคิดว่าเรื่องโชคร้ายเป็นธรรมดา แต่เรื่องโชคดี ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เผื่อจะเป็นรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมระดับโลก หรือบริษัทมีชื่อเสียงระดับโลก อะไรประมาณนี้ พอคิดถึงเรื่องดังกล่าว ดวงตาก็ระยิบระยับ ทำให้ปัญธิดา เพื่อนสาวที่มาเดินดูของเป็นเพื่อนกลอกตามองบนอย่างระเหี่ยใจกับความคิดของเพื่อน
      ชายชรามองหน้าบัวบูชาจากนั้นก็ยิ้มแล้วกล่าวต่อว่า “โชคดีของแม่หนูคือ แม่หนูจะมีพลังปราณที่แข่งแกร่ง มีวรยุทธ์อยู่ในชั้นแนวหน้าของยุทธภพ และแม่หนูจะเป็นผู้ที่ช่วยเหลือโลกจากคนที่จิตใจหยาบช้า”
     “....................”
    หญิงสาวสองคนฟังจบพลันหันหน้าไปมองกันไปมาไม่มีการเอ่ยข้อความใด ๆ ขึ้นมา จากนั้นก็ถอนหายใจพร้อมกัน แต่กระนั้นบัวบูชาเจ้าของวันเกิดก็ยังกล่าวขึ้นแบบคนปลงตก
     “แล้วหนูเหาะได้หรือเปล่าลุง เหมือนหนังจีนกำลังภายในอ่ะ” ชายชราหัวเราะในลำคอเบาๆ
     “เหาะได้ๆ  แต่ไม่มีแสงที่ตาหรอกนะ”  ชายชรากล่าวขึ้นอย่างดักคอ เพราะดูแล้วสองสาวไม่เชื่ออย่างแน่นอน ชายชราเหล่ตามองปัญธิดา หญิงสาวก็จ้องกลับไปเป็นเชิงถามว่ามองทำไมกลับไป ชายชราส่ายหัวแล้วชี้นิ้วมาทางปัญธิดา
     “แม่หนูคนนี้ก็เหมือนกัน วันเกิดแม่หนูด้วยเหมือนกันนิ เพราะฉะนั้นแล้ว แม่หนูสองคนก็คล้าย ๆ กัน แต่รายละเอียดปลีกย่อยจะต่างกันเล็กน้อย” พอชายชราพูดจบ ปัญธิดาก็ฉุดแขนบัวบูชาลุกขึ้นพร้อมกล่าวว่า “บัว ไปกันเถอะ เลอะเทอะเป็นนิยายแฟนตาซี ทะลุมิติ ของเจ้าแก้มไปได้ เฮ้อ
!! ” จากนั้นก็ได้ยินเสียงชายชราหัวเราะไล่หลัง พร้อมทั้งตะโกนบอกแก่สองสาว “ข้าให้ของขวัญพวกแม่หนูไปแล้วนะ เป็นแหวนหยกล้ำค่าเชียวนะ อย่าลืมใส่ละ ฮ่าฮ่าฮ่า” ปัญธิดาอารมณ์ครุกกรุ่นหันหน้ากลับไป หมายจะต่อว่า ตาแก่เลอะเลือนที่ดูดวงให้ ทว่าร้านดูดวงดังกล่าวหายไปทั้งโต๊ะและคน  เมื่อบัวบูชาหันตามเพื่อนก็พบความว่างเปล่ากระทบดวงตาตนเองเช่นกัน ทั้งสองสาวมองหน้ากันพลางจับมือกันรีบเดินหนีจากบริเวณดังกล่าวและบ่นพึมพัม“ฉิบหาย โดนหมอเดาแม่งหลอกในวันเกิด แถมยังเป็นผีอีก” หญิงสาวอีกคนก็พยักหน้าขึ้นลงอย่างเร็วและกล่าวเสริม “วันเกิดปีนี้แม่งซวยจริงๆ ” พลางเดินพลางขนลุกขนชันไป
      เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทั้งสองวิ่งเข้าไปกอด พ่อแม่บุญธรรมเหมือนเด็กน้อยวิ่งหาพ่อกับแม่ และผลัดกันหอมซ้ายทีขวาที ก่อนพากันเข้าบ้าน และจัดของเตรียมฉลองวันเกิด  พอตกเย็นก็ทำกับข้าวจัดปาร์ตี้ในครอบครัว  บัวบูชาและปัญธิดานั้นเป็นเด็กกำพร้า เนื่องจากพ่อแม่ของทั้งสองเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งพ่อแม่ของปัญธิดาและบัวบูชานั้นขับรถชนกันเอง ครอบครัวพ่อแม่บุญธรรมกลับจากพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศขับรถผ่านมาเจอ จึงแจ้งตำรวจให้มาจัดการความเรียบร้อย เมื่อเสร็จเสร็จกระบวนการทางราชการแล้วจึงรับเลี้ยงเด็กสองคนนี้ด้วยความสงสาร ครอบครัวของพ่อแม่บุญธรรมของทั้งสองนั้นทำธุรกิจส่งออกและมีลูกชายสองคน ด้วยความที่ไม่มีน้องสาว สองหนุ่มจึงรักเหมือนน้องสาวแท้ ๆ ไม่มีปัญหาลูกเลี้ยงกับลูกตัวเองทะเลาะกันเลย เมื่อทั้งสองสาวเรียนจบก็พากันทำงานบริษัทออกแบบเมื่อทำงานได้ประมาณ 6 ปีก็พากันเปิดบริษัทเอง เป็นบริษัทเล็ก ๆ จากนั้นก็สะสมชื่อเสียงในวงการออกแบบผลิตภัณฑ์มาเรื่อย ๆ  ได้รับรางวัลประปราย ทั้งสองนั้นคิดแต่เรื่องงานและทดแทนคุณพ่อแม่บุญธรรมเท่านั้น ด้วยความคิดนี้ทำพ่อแม่บุญธรรมและพี่ชายทั้งสองกลุ้มใจเป็นอย่างมาก เพราะบัดนี้ทั้งคู่นั้น 32 แล้วแต่ไม่สนใจผู้ชายหน้าไหนเลย สนแต่เงินกับงานเท่านั้น แม้ครอบครัวจะบอกว่าไม่ได้เดือนร้อนเรื่องเงินเลย สองสาวก็ยังตั้งหน้าตั้งตาหาเงินมาให้พ่อแม่บุญธรรมโดยไม่สนใจสิ่งใดอยู่ดี
     “ปัญ แกดูที่กระเป๋าแกดิ๊ มีแหวนหยกสีแดงเหมือนกันมั๊ย ”บัวบูชาตะโกนบอกปัญธิดา ให้ลองมองหาแหวนในกระเป๋าดู  เนื่องจากฉลองปาร์ตี้วันเกิดกับครอบครัวเสร็จ สองสาวก็พากันกอดคอกันขึ้นห้องพัก เนื่องจากเมามายด้วยม๊อคเทลหลายขนานที่ปาร์ตี้  เมื่อมาถึงห้องบัวบูชาควานหาโทรศัพท์มาเพื่อตั้งนาฬิกาปลุกและพบแหวนหยกที่เป็นสิ่งแปลกปลอมในกระเป๋าเพิ่มขึ้นมา พลันนึกถึงหมอเดาที่ห้างสรรพสินค้าตอนกลางวันขึ้นมา  ด้านปัญธิดา มองเพื่อนอย่างงๆ แต่ก็ความหาแหวนในกระเป๋าตามที่บัวบูชาบอก ค้นหาอยู่พักใหญ่ก็เจอแหวนหยกสีขาวนม จากนั้นก็ชูให้เพื่อนรักดู “ของฉันก็มี แต่คนละสีกับแกอ่ะ ”
     “นี่มันชักจะยังไงแล้วนะเนี่ย ฮึ๊ยคิดแล้วขนลุก พรุ่งนี้ไปดูตาลุงนั้นอีกทีดีมั๊ย”
       บัวบูชาและปัญธิดาเริ่มรู้สึกถึงความประหลาดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันก็ส่งเสียงงึมงัมในลำคอว่าเห็นด้วยที่จะไปสอบถามหมอดูชราอีกที 
     จากนั้นทั้งคู่กับพากันหลับไป
โดยมีแหวนสวมไว้ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายซึ่งเจ้าตัวไม่รู้ว่าไปสวมมันไว้ตอนไหน ช่วงเวลาประมาณตีสองพลันมีแสงสว่างจากแหวนที่ทั้งคู่สวมอยู่ พร้อมปรากฎชายคนหนึ่งซึ้งแต่งกายเหมือนนักบวช ผู้ทรงศีลหรือผู้ฝึกตนเองเพื่อบรรลุสัจจะธรรมปรากฎขึ้นมา ชายคนดังกล่าว สวดข้อความพึมพัมในลำคออย่างต่อเนื่อง  จากนั้นก็ปรากฎแสงสว่างจ้าอีกครั้ง  แสงนั้นอาบทั่วร่างกายของทั้งสองสาว เมื่อแสงอาบไล้ร่างกายทั้งคู่ครอบคลุมหมดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนอนในบ้านหลังนี้ก็พลันอันตธานหายไป ไม่มีรูปหญิงสาวที่ถ่ายคู่กัน เสื้อ-ผ้าที่เคยซื้อไว้เต็มตู้ก็หายไป เมือแสงสว่างครอบคลุมตัวบ้านแล้ว ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวทั้งสองคนก็โดนลืมเลือนจนหมดสิ้น เหมือนดั่งไม่เคยมีหญิงสาวสองคนอยู่ในโลกใบนี้ตั้งแต่แรก
      “ข้าส่งดวงจิตของพวกเจ้ากลับไปยังที่เดิมแล้ว ภาระผูกพันธ์ทางโลกของข้าได้หมดสิ้นแล้ว ข้าขอฝากเจ้าช่วยชี้แนะดวงจิตสองดวงนี้ด้วย ศิษย์น้อง” เมื่อกล่าวจบก็ปรากฎชายอีกคนสวมชุดลักษณะเดียวกันขึ้นมาอย่างไร้สุ่มเสียง
     “รับทราบแล้วขอรับศิษย์พี่ ข้าจะขี้นำทางเดินที่ถูกต้องให้แก่พวกนางเอง และข้าจะเร่งบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุสัจจะธรรมตามท่านไปอย่างแน่นอน ”
     ชายผู้มาก่อนผงกหัวรับรู้ถึงข้อความกล่าว จากนั้นก็สลายไปสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน เมื่อหายไปลับตาแล้วผู้มาใหม่ก็โบกมือสลายร่างตามไปทันที เพียงแต่จุดมุ่งหมายนั้นเป็นคนละที่    

   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น