[ Fic BTS ] Soul The Series (Kookjin, Yoonjin, Vmon)

ตอนที่ 3 : STS : Butterfly Lovers (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 663
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 ม.ค. 60


Soul the Series : Butterfly Lovers - Epilogue


( เพลงเเจ๊ซ​ : https://youtu.be/fOLwmxoA9gA )



ตึ๊ด!


เสียงแหบๆของจอนแทซุนในคลิปฟังดูอ่อนแรงหมดอาลัยตายอยาก คำพูดทุกอย่างในช่วงแรกของคลิปเสียงดูวกไปวนมาและส่วนใหญ่ก็พรรณนาเกี่ยวความรู้สึกอัดอั้นตันใจกับชีวิตที่มีพร้อมทุกอย่างยกเว้นอิสรภาพคล้ายๆกับนกน้อยในกรงทอง เผยให้เห็นความหัวอ่อนของคนพูดและการเลี้ยงลูกแบบเข้มงวดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ใช้ชีวิตแบบลูกคุณหนูมีเพื่อนแค่ไม่กี่คนที่พ่อแม่เห็นว่า‘ดี’แถมต้องมีชีวิตสิ่งที่ตนเองไม่ชอบอีก เฮียแกคงเก็บกดไม่ใช่น้อย…


เสียงเพลงคลออยู่เบาๆเป็นทำนองแจ๊สแบบเศร้าๆในคลิปเสียง จังหวะช้าๆเนิบๆของแซ็กโซโฟนประสานกับเสียงเครื่องสายและเครื่องเคาะจังหวะฟังแล้วใจจะขาด…


‘ผมพยายามแล้ว ...พยายามทุกวิถีทางเพื่อปรับตัวให้เข้าคนรอบข้าง ผมมักจะยืนส่องกระจกถามว่าตัวเองเป็นใคร อยากทำอะไรกันแน่...แต่ผมก็ไม่เคยได้รับคำตอบพวกนั้นกลับมาซักที ผมรู้สึกว่าผมไม่ใช่ตัวผม...ร่างกายของผมเป็นเพียงเปลือกของอะไรบางอย่างที่ข้างในว่างเปล่า’


‘จูอึน...อิมจูอึน คุณเติมเต็มช่องว่างในใจในตัวผม...ความว่างเปล่าที่ผมรู้สึกมาโดยตลอดนั้นหายไปเมื่อผมได้อยู่กับคุณ ได้รู้จักคุณและได้รักคุณ แม้ว่าความประทับใจแรกของเราจะไม่ใช่อะไรที่น่าจดจำมากนักแต่คุณเป็นที่คนอยากแต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันไปจนแก่เฒ่า คุณไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบแต่พอคุณหายไปความว่างเปล่าก็กลับมาอีกครั้งและเล่นงานผมหนักกว่าครั้งไหนๆ...ผมขอโทษที่ผมทำให้คุณลำบากเพราะความบุ่มบ่ามของผมเอง ผมพาคุณหนีออกมาและต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆในบ้านโทรมๆหลังนั้น แม้ว่าคุณจะไม่อยากอยู่กับผมอีกแล้วแต่ผมก็จะเก็บแหวนของคุณเอาไว้ ที่รัก...คุณจะเป็นเจ้าสาวของผมตลอดไป ดูแลลูกของเราดีๆนะ ผมรักคุณ”


ดวงตาทั้งสองข้างของเจ๊จูอึนปริ่มด้วยน้ำตาที่แดงฉานเหมือนเลือด เรื่องที่ผมเปรยๆกับตัวเองว่าวิญญาณร้องไห้ยังไงก็ไม่มีน้ำตาอ่ะ ผมขอถอนคำพูดนะ… นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้จักกับประโยค‘ร้องไห้จนน้ำตาเป็นเลือด’เลยแหละ...ซึ่งน่ากลัวมากสำหรับผม หลังจากนี้ผมคงนอนไม่หลับไปสามวันติด นี่ผมกำลังดูจูออนแบบไลฟ์แอ็คชั่นใช่มั้ย ตอบ


ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก….


โอเค ไม่เล่นก็ได้ครับ… ผมเชื่อว่าเจ๊จูอึนคงคิดถึงสามีมากพอๆกัน ส่วนจองกุกก็น้ำตาซึมไปพอๆกันแม้จะไม่ได้ฟูมฟาย ฟังคลิปแล้วก็สงสารอ่ะ


“ฉันไม่เคยคิดจะถอดแหวนวงนั้นออกเลยนะ...ไม่เคยเลย....” วิญญาณสาวพึมพำ “คุณเข้าใจฉันผิด...”


“ฉันรออยู่ที่บ้านหลังนั้นมาโดยตลอด แหวน..แหวนที่คุณให้ฉันเป็นสมบัติมีค่าชิ้นเดียวที่ฉันมีอยู่ ต..แต่มันถูกขโมยไป”



______________________



“แล้วคุณจะยกพี่จูอึนไปแบบนี้เลยเหรอ ถึงผมจะชอบพี่เขาแค่ไหนแต่ผมไม่ยกนะ” ตอนนี้ทั้งผมและจองกุกต่างย้ายร่างตัวเองมาอยู่ใกล้ๆร่างของพี่จูอึนที่ส่งกลิ่นแรงขึ้นเรื่อยๆจนผ้าดิบกับน้ำยาดับกลิ่นก็เอาไม่อยู่ แต่ก็ยังดีที่นัมจุนคิดได้ว่าควรจะห่อทุกอย่างให้มิดชิดตั้งแต่ก่อนยกพี่จูอึนออกมาจากรถเพื่อไม่ให้เป็นที่อุจาดตา เขา(คนไหนก็ไม่รู้นะครับ)บอกกันว่าจะทำอะไรให้สูดหายใจเข้าลึกๆก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ แต่สถานการณ์ของพวกผมแค่ยืนเฉยๆก็มึนกลิ่นน้ำเลือดน้ำหนองแล้ว


เออ เป็นกูก็ไม่เอามือแตะศพเหมือนกัน น็อทมายสไตล์!


ผมกับจองกุกตกลงกันแล้วว่าพาเจ๊จูอึนไปที่อื่นที่เจ๊แกกับเฮียแทซุนเคยมีความหลังด้วยกันเพราะอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาและศพก็ค่อยๆอืดบวมไปเรื่อยๆ ผมไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่มันเชื่อทุกอย่างที่เจ๊จูอึนบอกผ่านผมมากแค่ไหน..ณ จุดนั้นกูเทแล้วล่ะ ตอนนี้ผมรู้อย่างเดียวว่าอยากกลับห้องของผมแล้วนอนยาวๆ เชื่อมั้ยว่าจนถึงป่านนี้ผมก็ยังไม่ได้กินข้าวและก็คงไม่ได้กินไปถึงเย็น เจ้าบ้านที่นี่ใจดี๊ใจดีครับน้ำซักแก้วก็ไม่ให้(ผมแอบเห็นกล่องซีเรียลกับขวดนมเปล่าในถังขยะนะ) แต่อย่างว่า...ผมไม่ใช่แขก ไม่ต้องหวังเซอร์วิสอะไรหรอก ชีวิตมันเศร้า


ในเมื่อไม่มีใครคิดจะลุยดะกับศพเจ๊จูอึนผมจึงต้องอัญเชิญหน่วยซัมม่อนกลับมา จะเป็นใครได้นอกจากไอ้นัมจุนกับจุนฮเวที่เพิ่งตื่นพอดี ถ้าผมไม่โทรไปปลุกมันคงนอนจนถึงเวลาเปลี่ยนกะที่ทำงานพอดีซึ่งก็คือสองทุ่ม ถึงผมจะยังงอนพวกมันที่เทผมกลางอากาศเมื่อคืนแต่เรื่องศพต้องยกให้พวกมันจัดการ โชคดีที่ผมโทรคุยกับไอ้นัมมี่เสร็จก่อนที่แบตมือถือผมจะหมดเกลี้ยงและถือว่าเป็นโชคสองชั้นที่หน่วยซัมม่อนของผมไม่ถูกพวกรปภ.เรียกไปปรับทัศนคติซะก่อน


“เจ๊ ทำไมคุยกับไอ้หมอนั่นดีจังวะ ได้กันแล้วเหรอวะ” นั่นคือคำทักทายเพื่อนลูกพี่มึงเหรอกูจุนฮเว?! ไอ้เด็กกะโปก ไอ้เด็กลำเอียง สมองมึงมีแต่เรื่องสัปดนใช่มั้ย...เดี๋ยวมึงได้เป็นขันทีเร็วๆนี้


แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ตัดตอนน้องชายของน้องชาย(?) ตอนนี้พวกเราทั้งสี่คนขึ้นรถขนศพมาแล้วเรียบร้อยโดยที่ผมได้นั่งข้างคนขับหน้าเป็ดอย่างคิมนัมจุนแล้วให้คนที่เหลือนั่งปลงสังขารไปพลางๆ วิญญาณเจ๊จูอึนก็หายวับไปไหนก็ไม่รู้ ผมคิดว่าเจ๊แกคงไม่ถูกกับแสงยูวีตอนกลางวันหายไปหลบแดด

และอันที่จริงจองกุกก็ไม่จำเป็นต้องมากับพวกผมก็ได้เพราะหลังจากจบภารกิจก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ต้องดำเนินงานต่อเองแต่เจ้าตัวยืนกรานว่าจะมาด้วย


“คุณเอาของๆพี่แทซุนไปรวมทั้งแหวนของพี่จูอึนด้วย ผมจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณไม่ใช่ขโมย”


ก็จริงอย่างที่มันว่า ผมไม่ได้ออกจากเพ้นท์เฮ้าส์มือเปล่าเพราะหยิบไอ้กล่องคุกกี้มาด้วย แหวนผมก็เก็บใส่ในกล่องนั้นอ่ะ แต่กูเอามาก็เพราะพี่มึงน่ะแหละค่ะ ยืมเสร็จแล้วเดี๋ยวกูก็คืน...จะให้เขียนยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรเลยมั้ย ชิ


“แล้วนี่รู้แล้วเหรอว่าจะไปไหน” นัมจุนหันกลับมาถามก่อนจะเสยผมสีบลอนด์สว่างของตนซึ่งผมได้แต่นึกในใจว่าหล่อตายห่า ก็ได้แค่นึกไง พูดไปดังๆเดี๋ยวเพื่อนไม่รักแล้วไม่ยอมเลี้ยงข้าวผม(มีจุดประสงค์แอบแฝงนี่หว่า) ผมจะให้มันชดใช้ทบต้นทบดอกที่มันทิ้งผมแล้วเผ่นแน่บไปเมื่อคืน คอยดูนะ...ผมจะสั่งสุกี้แถวฮวงซุ้ยบ้านมันเอาให้กระเป๋าหลุยส์ก็อปเกรดเอของมันฉีกเลยทีเดียว


“ตามนี้เลยเพื่อน ดูออกรึเปล่าวะ” ผมให้จองกุกเปิดมือถือตัวเองเสิร์ชกูเกิ้ลแม็ปแล้วยื่นให้คนขับดูเพราะที่แรกที่เราจะไปคือสุสานตระกูลจอนไงล่ะ จากที่ไอ้หนุ่มจ้อนบอกมาเมื่อวานเป็นวันที่ย้ายศพเฮียแทซุนจากที่บ้านหลังจากจัดงานฉาปณกิจได้ครบสามวันพอดี เนื่องจากทั้งบ้านจ้อนนับถือศาสนาคริสต์ก็เลยไปฝังใกล้ๆโบสถ์คริสต์ใจกลางเมือง ใช้เวลาเพียงไม่นานพวกผมก็มายืนป้ำๆเป๋อๆอยู่หน้าสุสานเรียบร้อบ


ถ้าผมเปลี่ยนใจไม่เข้าไปแล้วยังทันมั้ยอ่ะ...ตอนตกลงกันว่าจะมาที่นี่ผมก็ลืมคิดไปเลยว่ามันมีอะไรบ้าง พอมาถึงที่แล้วผมนี่อยากจากขโมยมอเตอร์ไซค์แถวนั้นหนีกลับบ้าน


อีเชี่ย...ก็เจอผีเด็กห้อยหัวลงมาจากรั้วเหล็กเหมือนโหนบาร์สนามเด็กเล่นเลยอ่ะ ตอนรับขับสู้กันดีมากๆ ฉี่แทบราด..


“นี่คุณ จะยืนบิดอยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหน คนอื่นเขาเดินเข้าไปหมดแล้ว” จองกุกหันมามองผมที่ยืนละล้าละลังอยู่กับเด็กผีซึ่งผมก็ได้ส่งสายตาวิงวอนขอความเห็นใจ ถึงเห็นผีได้ก็ไม่ใช่ว่ากูจะทำความเคยชินกับผีได้นิครับ อย่ากดดันกูสิ


“ไม่เข้าได้มั้ย..ผมปวดฉี่”


“ไม่ได้...ผมอยากรู้ว่าคุณจะเห็นพี่แทซุนจริงๆรึเปล่า”


พูดจบไอ้หมอนั่นก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือผมแล้วพยายามลากผมเข้าไปในสุสาน ตอนแรกผมก็ขืนตัวอยู่นะ ...เพิ่งเจอกันครั้งแรกก็แตะเนื้อต้องตัวเลยเหรอ ถึงไม่ใช่สาวน้อยแต่ก็เขินเป็นนะคนบ้า! แต่แรงควายของไอ้จองกุกกับเด็กผีที่ยิ้มแสยะมาที่ผมทำให้ผมตัดสินใจเดินเกาะแขนหนาไปดีกว่า แม้จะสงสัยอยู่ว่ามันจะรู้ได้ยังไงว่าวิญญาณพี่มึงอยู่ตรงหน้ารึเปล่า มั่วนิ่มอยากแต๊ะอั๋งกูบ่หนิ


แล้วก็เป็นตามที่ผมคิดไว้จริงๆ แค่เดินเข้าไปไม่กี่ก้าวก็เจอวิญญาณคุณยายลอยตัดหน้าไปเลย ไม่ก็จองกุกเดินทะลุผ่านสิ่งเหล่านั้นไป ผมได้แต่เกาะแขนจองกุกแน่นเพราะเป็นสิ่งเดียวที่ผมสามารถยึดเหนี่ยวไว้ได้ อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าผมไม่ได้อยู่ตามลำพัง


“นี่คุณซอกจิน แขนผมชาหมดแล้วนะ กลัวมากรึไง” หนุ่มร่างสูงเอียงคอมองมาที่ผมแล้วยกยิ้มที่มุมปากตามสไตล์คนหล่อ ถึงมันจะดูกวนส้นตีนแต่ก็ยังหล่ออ่ะ คนห่าอะไรทำไมหล่อแบบนี้วะ…


แต่ถึงจะกลัวแต่ซอกจินก็ยังอยากคีปลุคส์อยู่ดี


“...ใครกลัวกัน ไม่มี๊ ก็คุณแล้วบีบข้อมือผมแน่นเลย คุณก็กลัวเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ อ่ะโด่เอ้ย” ผมพูดกวนประสาทจองกุกกลับบ้างแต่ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะโต้กลับ เสียงนัมจุนก็ตะโกนแทรกเข้ามาเร่งให้พวกผมรีบเดินตามไปจนมาหยุดอยู่หน้าป้ายหินอ่อนที่สลักชื่อจอนแทซุนเอาไว้ ศพของเจ๊จูอึนถูกว่างไว้ข้างๆหลุมศพที่ดูใหม่กว่าของชาวบ้าน ผมจับแขนเกาะจองกุกไว้แน่นและดูไปรอบๆและพยายามเรียกเฮียแทซุนออกมา


“คุณแทซุนครับ…โผล่มาให้เห็นหน่อยเถอะครับ” ผมพร่ำเรียกชื่ออีกฝ่ายอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมไม่เห็นเฮียแกอยู่แถวนี้เลย…


“ไม่เห็นจริงๆเหรอวะ” นัมจุนกับจองกุกขมวดคิ้วถามผมซึ่งผมได้แต่ส่ายหน้า


“ไม่เห็นเลยว่ะ แปลกจริงๆ…”

อันนี้ผมอ้างตามทฤษฎีที่ผมเคยอ่านมาจากในหนังสือแล้วก็บทความในอินเตอร์เน็ตนะ ส่วนใหญ่วิญญาณของคนที่ตายไปแล้วโดยเฉพาะพวกที่….ตายแบบผิดธรรมชาติมักจะวนเวียนอยู่กับสถานที่ที่ตนเองยึดติดอยู่ ซึ่งที่ผมเข้าใจคือสถานที่ตัวเองตายหรือไม่ก็วนเวียนอยู่กับร่างของตัวเอง


“นี่คุณมองเห็นผีได้จริงๆรึเปล่าเนี่ย พวกคุณกำลังหลอกผมอยู่รึเปล่า” ชายหนุ่มญาติของผู้ตายเริ่มชักสีหน้าสงสัยในตัวพวกผมก่อนจะสะบัดมือของผมออก “นี่คุณพาผมมาที่นี่เพื่อจะเรียกค่าไถ่ใช่มั้ย”


เฮ้ยๆ กูเห็นวิญญาณได้จริงๆนะเฮ้ย นี่กำลังพูดๆอยู่วิญญาณนี่ลอยทะลุผ่านตัวไม่รู้กี่รอบแล้วด้วยซ้ำแต่ไม่ใช่พี่มึงไง


“นี่ไอ้หน้าหล่อ พูดหมาๆแบบนี้ระวังเลือดกลบปากไม่รู้ตัวนะเว้ย” แต่องค์กุ๊ยเริ่มประทับร่างไอ้จุนฮเวแล้ว อีกนิดนึงแม่งคงเงื้อหมัดต่อยหน้าจองกุกแน่ๆถ้านัมจุนไม่ล็อคคอมันไว้ก่อน แล้วจะไฝว้กันในสุสานเนี่ยนะไอ้พวกเวร


“ไอ้สัส ใจเย็นก่อนดิวะ” ชายหนุ่มผมบลอนด์ดูจะเป็นมนุษย์ที่มีสติที่สุด ณ ตอนนี้


“ก็มันจริงป่ะล่ะ” จองกุกยังพวดจายียวนกวนประสาทและเกือบจะปะทะกับไอ้เด็กกุ๊ย ตัวผมเองก็ต้องรั้งไอ้กระต่ายนักกล้ามไว้เหมือนกัน กว่าทั้งคู่จะสงบสติอารมณ์ก็ใช้เวลาซักพัก… ก็ยังดีที่เจ๊จูอึนไม่ได้ออกอาละวาดซ้ำเติมไม่งั้นผมคงช็อคตาย


“ทำไมเอ็งถึงคิดว่าผัวของผีจะอยู่ที่นี่วะ”


“ข้าก็ไม่รู้ ปกติวิญญาณไม่อยู่ที่ที่ตัวเองตายก็สุสานไม่ใช่เหรอวะ”


“มันก็ไม่เสมอไปนะเอ็ง ลองมองมุมกลับปรับมุมมองนะ… เอ็งเคยข้าหนิว่าเวลาคนใกล้ตายส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำมาและก็สถานที่ที่เคยไปใช่มั้ยล่ะ บางทีก่อนที่นายแทซุนจะกระโดดตึก ความคิดพี่แกอาจจะฟุ้งไปที่อื่นก็ได้ป่ะ” มาแล้ว คำพูดแบบมีหลักการ(แปลกๆ)ของคิมนัมจุน ชายหนุ่มที่มีสมองอันแสนเซ็กซี่และบ้าบิ่นในเวลาเดียวกัน หลายครั้งนัมจุนก็มีประโยชน์แม้ว่าจะชอบพูดเพ้อเจ้อบ้างก็ตาม


นี่กูชมมึงอยู่นะเพื่อน เดี๋ยวกูค่อยหักค่าโฆษณามึงทีหลัง


“ก่อนที่จะกระโดดตึกงั้นเหรอ…” ผมพึมพำกับตัวเองก่อนที่ความคิดบางอย่างจะแวบเข้ามาในหัว


ที่รัก...คุณจะเป็นเจ้าสาวของผมตลอดไป


“เฮ้ย ข้าว่ามีอีกที่นึงที่ต้องไปว่ะ จองกุก ผมเชื่อว่าผมต้องเจอพี่คุณที่นั่นแน่นอน”



____________________




พวกเราใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงนึงกว่าจะมายืนอยู่ตรงตีนเขาอึงบงซานเพราะต้องวนหาที่จอดรถแล้วก็เดินมาอีกหน่อย แดดยามบ่ายเป็นอะไรที่ค่อนข้างทารุณโหดร้ายกับผิวของผมมากแต่ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้วก็ต้องลุยต่อไปใช่มั้ยล่ะและเพราะไม่ใช่เดือนเมษายนดอกฟอร์ซีเธียเลยไม่บาน เขาอึงบงซานก็เลยเป็นเขาเขียวๆธรรมดาแต่ยังไงที่นี่ก็ยังก็ยังถือจุดหนึ่งที่ถ่ายรูปทิวทัศน์ของโซลได้สวยที่สุด


ปกติผมมาที่นี่แค่มาถ่ายรูป นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเพราะจุดประสงค์อื่น


แม้จะมีบันไดทางขึ้นไว้อำนวยความสะดวกแต่ก็ยังเหนื่อยอยู่ดีสำหรับผม เห็นทีหลังจากนี้ผมต้องฟิตตัวเองบ้างซะแล้ว ถ้าจะเหนื่อยง่ายขนาดนี้นะ ส่วนผุ้ชายอีกสามคนก็เดินนำหน้าผมไปอีกแล้ว รอกูด้วย!


“นายคิดว่าแทซุนจะอยู่ที่นี่จริงเหรอ” จู่ๆ เจ๊จูอึนที่ผมไม่เห็นเลยตั้งแต่ออกจากเพ้นท์เฮ้าส์ก็โผล่มาแบบไม่ให้ซุ้มให้เสียง ทำเอาผมตกใจจนแทบเซแต่โชคดีที่ผมคว้าราวบันไดไว้ได้ทันไม่งั้นอาจจะได้กลิ้งหลุนๆตกบันได เราขอโทษ เรามันคนขวัญอ่อน


“ถ้าไม่อยู่พี่จะหักคอผมอีกล่ะสิ”


“ก็ไม่แน่ แต่นายพาฉันมาที่นี่ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องเก่าๆ ...ตอนที่เขาขอฉันแต่งงาน แหวนที่เขาใส่ให้ฉันเป็นแหวนที่สวยที่สุดที่เคยเห็นมาเลยล่ะ ผัวฉันก็มีเซ้นส์การแต่งตัวไม่ใช่น้อยเลยใล่มั้ยล่ะ” เจ๊จูอึนหัวเราะคิกคักพอพูดถึงเรื่องแหวนและก็ทำให้ผมนึกคำถามบางอย่างออก กะจะถามมาตั้งนานแล้วแหละที่จริง


“เออพี่จูอึน แล้วที่พี่บอกว่าแหวนถูกขโมย เรื่องมันเป็นยังไงเหรอ...แล้วทำไมแฟนพี่ถึงเข้าใจผิดว่าพี่อยากจะเลิกกับเขาล่ะ” สาบานว่าไม่ได้อยากรู้เลยจริงจริ๊งแต่ไหนๆผมก็ต้องร่วมเรือลำเดียวกับพี่เขาไปอีกซักพัก รู้เขารู้เราไว้ดีกว่า


“งั้นฉันคงต้องเล่าตั้งแต่ตอนที่ฉันหนีออกจากบ้านเลยแหละ ตอนนั้นฉันท้องได้สองเดือนพอดีแล้วพ่อกับแม่ฉันจับได้เพราะอาการแพ้ท้องแล้วทะเลาะกันหนักมาก แทซุนเลยพาฉันหนีออกมาแล้วไปอยู่ที่บ้านหลังนั้น เราก็อยู่ที่นั่นไปเรื่อยๆโดยหางานแถวนั้นทำทั้งคู่เพื่อให้พอกับค่ากินกับค่าหมอ..ตอนแรกก็ลำบากหน่อยเพราะเราต่างก็มีเงินสดแค่ไม่เท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร เรากะว่าหลังคลอดเราจะย้ายไปอยู่อเมริกาเพื่อไปเริ่มชีวิตใหม่ ต..แต่”


อารมณ์ผีคนท้องแปรปรวนชะมัด มาถึงจุดๆนี้จากที่กำลังยิ้มร่าเริงสดใสเจ๊จูอึนก็กลับเข้าสู่โหมดอารมณ์สีเทาอีกครั้ง


“จู่ๆวันนึง ฉันก็ถูกโจรที่ไหนฉุดขึ้นรถแล้วขู่ตะคอก มันเห็นแหวนเข้าก็สั่งให้ฉันถอดแหวนออกไม่งั้นมันจะฆ่าฉันแล้วเอาศพหมกพงหญ้า ฉันไม่มีทางเลือกเลยต้องเอาแหวนให้มันก่อนที่ไอ้โจรนั่นจะปล่อยฉันทิ้งข้างทาง ตอนนั้นฉันก็แทบไม่มีเงิน กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบค่ำ...แต่ประตูหน้าบ้านกลับถูกเปิดทิ้งไว้แล้วแทซุนก็หายตัวไปไม่เคยกลับมาอีกเลย ฉันพยายามแจ้งตำรวจแต่ก็ไม่ได้เรื่อง”


เรื่องนี้มันxงำอีกแล้ว ถ้าแหวนถูกโจรขโมยแล้วมันจะไปอยู่กับเฮียแทซุนได้ยังไง แถมเฮียแกก็ช้ำชอกจนใบบัวบกก็เอาไม่อยู่ ...คิดแล้วก็ทะแม่งๆ  ผมเลยตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่า


  1. โจรคนนั้นเอาแหวนไปขายที่ร้านเครื่องเพชรมือสองแล้วเฮียแทซุนก็เห็นพอดี

  2. โจรคนนั้นรู้ว่าเจ๊จูอึนเป็นแฟนของเฮียแทซุนเลยเอาแหวนไปขายเฮียแกโดยตรงแล้วโมเมว่าเจ๊เอามาขายเอง ทำให้เฮียเข้าใจผิดคิดว่าตนหมดความสำคัญ

  3. แหวนอาจจะไม่ได้ถูกขายตั้งแต่แรก แต่โจรคนนั้นฝากหรือขายแหวนให้คนกลางก่อนที่คนกลางจะเอาไปให้เฮียแทซุนอีกต่อนึงทำให้เฮียเข้าใจผิด


แต่ร้านเพชรก็มีตั้งหลายร้านนะ มันจะบังเอิ๊ญบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ และจอนแทซุนก็ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเศรษฐีแถมยังเป็นคนค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัว เฮียแกคงไม่ซื้อเครื่องเพชรจากคนแปลกหน้าหรอกเพราะมันอาจจะเป็นของปลอมไม่ก็ของโจร ...เว้นเสียว่าโจรคนนั้นจะเป็นคนสนิทซะเอง


โอ๊ย คิดแล้วก็ปวดหัวว่ะ คิมซอกจินไม่ใช่โคนันจะได้มองทุกอย่างออกทะลุปรุโปร่ง จะอะไรก็แล้วแต่แหวนวงนี้ก็ยังเป็นแหวนเจ้าปัญหาสำหรับผมอยู่ดี แล้วเมื่อไหร่วิญญาณของจอนแทซุนจะปรากฎตัวซะที นี่เล่นซ่อนหาอยู่รึไง ไม่ตลกนะเหวย...ผมเหนื่อยแล้วนะ อยากจะล้มตัวลงนอนแต่ก็ทำไมได้เลยต้องเกาะราวเกาะต้นไม้ไปเรื่อย


“เดินไหวมั้ยเนี่ยซอกจิน” จองกุกเป็นคนถามผมก่อนจะยื่นมือมาทางผม เพราะความเมื่อยขาเป็นทุนเดิมผมเลยคว้ามืออีกฝ่ายแบบไม่ลังเล ผมก็ไม่รู้หรอกว่าจู่ๆทำไมไอ้หมอนี่ถึงใจดีกับผมขึ้นมาแต่จะไม่คิดมากให้หนักสมอง มีผู้ชายหล่อๆคอยช่วยเหลือ พวกค่างบ่างชะนีมาเห็นคงดิ้นพล่านกันสนุกสนาน หึๆ (ความคิดชั่วร้ายเลเวล 50)


“คุณนั่นแหละเดินไหวรึเปล่า”


“หึ แค่นี้จิ๊บๆ คุณน่ะระวังขาเทียมคุณหลุดอีกละกัน” แล้วไอ้การยกยิ้มแล้วยักคิ้วมันคืออะไร ต้องการอะไรจากสังคมครับเนี่ย!? แล้วทำไมผมต้องใจเต้นกับไอ้ยิ้มแบดบอยนี่ด้วยล่ะ ...คิมซอกจินคนบ้า เก็บแรงไว้เดินเถิดจะเกิดผล ใจร่มๆนะใจร่มๆ


….



..


.


ผมเดินไปเกือบสิบนาทีโดยที่ยังไม่ได้หยุดพักแต่ก็เพิ่งถึงแค่ครึ่งทางซึ่งผมก็เกาะแขนจองกุกเอาไว้ตลอดทางไม่งั้นผมคงตายตั้งแต่ครึ่งของครึ่งทาง แต่ในขณะที่ผมกำลังก้าวขาขึ้นบันไดด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ย้ำว่าเฮือกสุดท้ายเพราะหิวจนหูอื้อตาลายแล้ว เสียงเจ๊จูอึนก็หวีดแทรกขึ้นมาทำผมสะดุ้งเฮือก


“แทซุน!!!”


อาจเพราะว่าเผลอบีบมือจองกุกซะเต็มแรง เจ้าตัวถึงหันมามองผมแล้วยกคิ้วด้วยความฉงนแต่ความสนใจของผมถูกเบี่ยงเบนจากใบหน้าหล่อไปตามต้นเสียงหวีดสยองนั่นมากกว่า เจ๊จูอึนลอยนำหน้าผมไปอีกแล้วจนผมปล่อยมือจองกุกแล้ววิ่งตามวิญญาณสาวไป


“เจ๊รอด้วยดิ”


“เฮ้ย ไอ้จินเอ็งเจออะไรวะ” ผมแปลกใจตัวเองอยู่นะ จากที่แทบคลานขึ้นเขาตอนนี้ผมนี่วิ่งแซงมนุษย์เหล็กสองคนที่แบกร่างเจ๊จูอึนไปแล้วจนพวกมันต้องวิ่งตามผมมา เสียงนัมจุนที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ผมหันไปมองแวบนึงก่อนจะใส่เกียร์วิ่งสี่คูณร้อยขึ้นมาจนถึงจุดสุดยอด เอ้ย! จุดสูงสุดของเขาอึงบงซานสิ อย่าคิดลึกดิวะซอกจิน สงสัยจะหวิวเพราะหิวข้าว...


นอกจากผมจะเห็นเจ๊จูอึนยืนร้องไห้แล้วก็ยังมีวิญญาณผู้ชายสูงโปร่งอีกตนหนึ่งกำลังยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ใบหน้าขาวซีดของชายหนุ่มตัดกับสีแดงเข้มแห้งกรังของเลือดบนใบหน้าและเสื้อผ้าให้ความรู้สึกหลอนแม้จะไม่ใช่เวลาตอนกลางคืนด้วยซ้ำ แถมกระโหลกข้างนึงยังเละเหวอะหวะน่าจะเพราะได้รับแรงกระแทกรุนแรงกับบางอย่างจนเห็นคราบสมองไหลเยิ้มเหมือนมันกุ้ง.. บรรยายทีกลิ่นนี่ก็โชยไล่มาเลยทีเดียว แต่นี่ยังไงก็จอนแทซุนที่พวกผมกำลังตามหาแน่นอน


“แทซุน ในที่สุดฉันก็เจอคุณซักที...ฮืออ..ออออ...อออ” เจ๊จูอึนสวมกอดคนรักโดยไม่นึกรังเกียจคราบเลือดที่ดูสยดสยอง อาจจะเพราะว่าเธอเองก็สภาพไม่ต่างกันมาก ส่วนเฮียแทซุนก็น้ำตาไหลเป็นเลือดและกอดเมียตัวเองแน่นเลยเช่นเดียวกัน “ฉันรอคุณอยู่ที่บ้านทุกวัน คุณหายไปไหนมา…”


“ผมขอโทษ..มีใครก็ไม่รู้บุกเข้ามาในบ้านแล้วลากผมกลับบ้านไม่ให้ออกไปไหน พ่อกับแม่จะให้ผมแต่งงานกับน้องโบนาแล้วก็เอาแหวนของเรามาให้…... ผมขอโทษที่ไม่หนักแน่นพอ จูอึน ผมขอโทษที่คิดว่าคุณไม่ต้องการผมอีกแล้ว” แทซุนคุกเข่าต่อหน้าหญิงคนรักแล้วกุมมือเล็กนั้นไว้ ผมได้แต่ยืนซึ้งอยู่ห่างๆเพราะในที่สุดคู่รักที่พลัดพรากจากกันตอนมียังมีชีวิตตอนนี้ได้พบกันเสียที “อยู่กับผมตลอดไปเลยนะที่รัก...ผม คุณและลูกของเรา"


“ค่ะ อย่าหายไปไหนอีกนะ”


“วิ่งไวเป็นหมาเลยนะไอ้จิน แบกศพมาก็หนัก มันเหนื่อยนะเว้ย” สองดูโอ้วิ่งมาหอบแฮ่กๆโดยที่จองกุกวิ่งนำขบวนมาก่อนใคร ร่างสูงของหนุ่มหน้ากระต่ายเดินดุ่มๆมาหาผมก่อนมองไปรอบแล้วถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า คือผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดีอ่ะ ไม่มีใครมองเห็นในสิ่งที่ผมเห็นเลย ไม่มีใครได้ยินสิ่งที่เหล่าวิญญาณพยายามจะสื่อสารไปถึง


“ซอกจิน ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะ …” เจ๊จูอึนหันมามองผมด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขเป็นครั้งสุดท้าย ใบหน้าที่ผมเคยคิดว่าน่ากลัวตอนนี้กลับผ่องใสเหมือนเป็นคนละคน “ขอโทษที่ทำให้ลำบาก..ลาก่อนนะ”


“ฝากดูแลจองกุกด้วยนะ…”นี่คือครั้งแรกที่ผมได้ยินเสียงจอนแทซุนแบบตรงๆ น้ำเสียงของเจ้าตัวก้องกังวานผิดกับเสียงในคลิปอีกเช่นกัน แต่ผมงงว่าทำไมวิญญาณหนุ่มถึงได้ฝากฝังให้ผมดูแลจองกุกด้วย ครั้นจะถามก็ไม่ทันซะแล้ว


วิญญาณของคู่รักต่างเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้กันและกัน ประกบริมฝีปากด้วยความรักใครก่อนทั้งสองจะค่อยๆแปรสภาพเป็นผีเสื้อเล็กๆสองตัวโบยบินไปในที่สุด


________________



“เหมือนข้าแบกศพไปแบกศพมาเลยว่ะ เหนื่อยชิบ เหม็นก็เหม็น” นัมจุนแม่งบ่นเป็นหมีกินผึ้งในขณะที่ตัวเองก็เอนเบาะนอนเอาแขนหนุนหัวอย่างสบายอารมณ์ ใช้สิทธิ์ความเป็นลูกพี่ใช้ให้ไอ้จุนฮเวขับรถแทน ไอ้เรื่องนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอก...แต่คือมันเอนเบาะที คนที่นั่งอยู่ข้างหลังที่แทบกระดิกตัวไม่ได้เลยนี่สิ เพื่อนผมเป็นคนน่ารักซะจริงๆ


ผมเลยต้องนั่งเบียดกับจองกุกแทน ไอ้หนุ่มฟันกระต่ายนี่ก็แทบจะนั่งสิงกับหน้าต่างรถแล้ว


ตอนนี้พวกผมกำลังนั่งรถวกกลับไปส่งจองกุกที่เพ้นท์เฮ้าส์และผมก็จะลงแถวๆนั้นเหมือนกันเพราะต่อรถเมล์แถวนั้นกลับบ้าน ส่วนพวกมันต้องเอาศพไปไว้ที่ห้องดับจิตและติดต่อญาติให้มารับศพไปทำพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป...ไอ้นัมจุนก็ชวนผมไปกินข้าวแถวที่ทำงานมันอยู่นะแต่แน่นอนว่าผมปฏิเสธ


กูหากินเองได้ครับ โตแล้ว


“เจ๊จะไปกินข้าวกับไอ้หน้าหล่อนี่แหงเลยเนอะลูกพี่ เดี๋ยวซักพักนึงคงไปต่อที่ห้องไม่ได้กลับบ้านกลับช่องอีก” พอจุนฮเวพูดจบฝ่ามือผมก็ไปกระแทกหัวแม่งดังเป๊าะ ถ้าไม่ติดว่ามันขับรถอยู่เสยคางแม่งให้ยุบ พูดจาลามปามแบบนี่เห็นกูเป็นเพื่อนเล่นเหรอวะ แล้วกูกับจองกุกเพิ่งรู้จักกันเอง พูดซะภาพพจน์กูป่นปี้เชียวนะมึง


“ไม่พูดอะไรก็ไม่มีใครว่านะสัส”


ส่วนใหญ่ก็มีแค่พวกผมสามคนที่คุยกันในรถแบบน้ำไหลไฟแลบจนมาถึงหน้าคอนโด ผมลาสองหนุ่มเจ้าหน้าที่เก็บศพแล้วลงจากรถมาพร้อมกับจองกุกโดยมีกล่องคุกกี้อยู่ในมือ แต่ก่อนที่ร่างสูงจะเดินเข้าตึกผมก็รีบเดินไปสะกิดหลังเจ้าตัวซะก่อน


“คุณจองกุก.. คุณลืมของน่ะและก็ขอโทษที่ก่อความวุ่นวายในห้องของคุณแถมยังลากคุณไปไหนต่อไหนทั้งวัน งั้นผมลาก่อนนะ”


พูดจบผมก็คืนกล่องเจ้าปัญหาให้จองกุกทันทีและส่งยิ้มให้ชายหนุ่มแบบสุภาพ เดี๋ยวมาหาว่าผมจะขโมยของอีก หลังจากนี้ผมกับเขาก็คงไม่ได้เจอหน้ากันแล้วอย่างน้อยก็ให้ผมได้ขอโทษขอโพยอะไรซักหน่อยก็ยังดี


“ไม่ขึ้นไปกินข้าวด้วยกันเหรอ”


“ห่ะ?”


“คุณยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้าไม่ใช่เหรอซอกจิน จะขึ้นไปกินด้วยกันรึเปล่า”


นี่ผมฟังไม่ผิดใช่มั้ย คนหล่อชวนผมไปกินข้าวบนห้องด้วยกันแถมเขายังจำได้ด้วยว่าปล่อยให้ผมหิวจนไส้กิ่วตั้งแต่เช้า ไม่รู้ทำไมความเกรงใจมันตีตื้นขึ้นมาซะได้ แล้วกินข้าวด้วยกันสองต่อสองมันจะดูไม่ดีรึเปล่าวะถึงจะเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็เหอะ ขนาดแค่ตอนเช้ายังเห็นทุกสัดส่วนของร่างกายมาแล้ว ระบบความคิดของคิมซอกจินยิ่งชอบดิ่งลงใต้สะดือซะด้วย(อ่าวเฮ้ย)


…แต่พอผมจะปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากระเพราะก็ดังออกมาให้ผมอับอายประชาชีอีกครั้ง


เฮ้อ…


-Fin-



__________________

A/N : จบแล้วกับตอนแรกของซีรี่ย์เรื่องนี้ 
เราหวังว่าคงไม่มีใครงงกับการเขียนของเรานะ
เพราะปั่นแบบง่วงๆเลยชอบพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกประจำ 
จะกลับไปแก้ไขคำผิดในตอนก่อนหน้าด้วยค่ะ

พาร์ทนี้ตั้งใจจะให้ซีเรียสขึ้นมาหน่อยและลดความตลกความทะลึ่งของตัวละครลงบ้าง
ในตอนนี้ไม่ค่อยมีโมเม้นกุกจินมากเท่าไหร่เพราะเราคิดว่ามันคงแปลกจะหนักโมเม้นคู่ตั้งแต่แรกๆ
ความคิดของตัวละครอาจจะดูป่วยๆแปลกๆ หากไม่สนุกก็ขอโทษด้วยนะคะ
และก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นกับเฟบค่ะ ทำให้เรามีกำลังใจในการอัพเรื่องนี้ต่อไป

ตอนนี้ก็วันปีใหม่แล้ว สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ วู้ววววว
นี่เรานั่งเคาท์ดาวน์อยู่บ้านแบบเฉื่อยๆ 5555
ขอให้คนอ่านทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

99 ความคิดเห็น

  1. #83 selector_ck (@selector_ck) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 17:05
    ซอกจินตลก เป็นคนเห็นผี แต่กลัวผีเสมอต้นเสมอปลาย ทำงานเก็บศพก็ควรจะชินแล้วป่ะ อะไรคือพีผีฝากจองกุกให้ ไปรู้อะไรเข้าบอกก่อน!!!!
    #83
    0
  2. #74 minitis (@kyuri13) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 22:04
    แหนะผีดูออกใช่ม้าว่าสองคนนี้เขาคู่กันถึงกับฝากฝังให้ดูแล5555
    #74
    0
  3. #59 TNT&NY (@nickte) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 02:54
    สนุกอ่าไรท์ให้เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อนแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ^^
    #59
    0
  4. #40 banasuga (@banasuga) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 18:29
    โอ้ยยย คิมซอกจิ๊นนนนนนนนนนน
    #40
    0
  5. #23 [_.☆JaNnApA★._] (@Jannapa_1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 02:46
    กุกกี้ต้องสนใจพี่จินอยุ่แน่เลยอะ จะจีบพี่จินแน่ๆ
    #23
    0
  6. #21 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 21:34
    จองกุกชวนกินข้าวนี่แอบคิดเข้าข้างซอกจินว่าจองกุหอยากทำความรู้จักได้มั้ยคะะะ555555

    สนุกดีค่ะไรท์ มาแต่งต่อให้อ่านเรื่อยๆน้า รออ่านค่ะะะ

    สวัสดีปีใหม่ค่า :)
    #21
    0
  7. #20 Jkj9792 (@Ininrmy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 17:00
    จบแล้ว สรุปกุกจินได้กันมั้ย 555555
    #20
    0
  8. #19 cheesecake (@yee1709) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 10:49
    ซอกจินนี่คิดดีไม่เคยได้เลยใช่มั้ยคะ 555555555 ชอบจริงๆ ซอกจินจอมแก่น ยังคงมีความตลกโปกฮาอยู่เหมือนเดิม

    มีโมเม้นต์เกาะแขนให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ งุ้ยยยยย
    #19
    0
  9. #18 danusornmint (@danusornmint) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 10:34
    สนุกดีค่ะไรท์ เราชอบ^^ ตลกความทะลึ่งของคุณซอกจิน555555 สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์ เราเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ
    #18
    0