[ Fic BTS ] Soul The Series (Kookjin, Yoonjin, Vmon)

ตอนที่ 11 : STS : Tale of Mr. Jekyll

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ธ.ค. 60




Soul The Series : Tale of Mr.Jekyll







“สู้ๆนะคะน้องๆ”




เสียงของรุ่นพี่ดังขึ้นมาเมื่อการอภิปรายหมู่เสร็จสิ้นไปอีกวัน เหล่านักศึกษาแพทย์ปีสี่ต่างแยกย้ายไปอยู่เวรในวอร์ดต่อหรือบางส่วนก็นั่งทบทวนเนื้อหาเก่าๆที่ได้ร่ำเรียนมาในปีก่อนเป็นการฆ่าเวลาก่อนเข้าเวลาเวรถัดไป จอนจองกุกก็เช่นกัน...ในมือของเขากำลังถือชีทสามสิบหน้าที่อัดไปด้วยลายมือขยุกขยุยแบบคุณหมอจนแทบหาช่องไฟไม่เจอ พยายามตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอกเพื่อรื้อฟื้นความจำในวิชาเรียนให้มากที่สุด




พอขึ้นชั้นคลินิคมาเวลาส่วนตัวที่แทบจะไม่มีอยู่แล้วก็โดนริดรอนจนแทบไม่เหลือ มีเวลาให้นอนก็นับว่าเป็นสวรรค์แล้ว วอร์ดโรงพยาบาลแทบจะเป็นบ้านหลังที่สองในการกิน นอน และทบทวนตำรา…ถึงจองกุกจะมีห้องชุดพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมืองก็เถอะ แม้รู้ตัวดีว่าตัวเองสามารถเอาตัวรอดได้ในช่วงสอบปฏิบัติที่หลายคนบ่นนักบ่นหนาว่าหินสุดๆแต่ตัวเขาเองไม่อยากทำตัวให้เป็นที่หมั่นขี้หน้าของคนอื่น มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ต้องหยิบชีทมานั่งอ่าน วนลูปเป็นวงจรอุบาทว์ต่อไป




แต่การที่ตารางแน่นขนัดอยู่ตลอดเวลามันก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อยคือการที่เขาไม่จำเป็นต้องพบปะกับคนในครอบครัวบ่อยๆยกเว้นกรณีเหตุสุดวิสัยบวกกับตัดเรื่องหยุมหยิมกวนใจออกไปจากหัวสมอง หากเป็นเมื่อหลายเดือนก่อนเขาคงบอกปัดปฏิเสธคำขอของพ่อแม่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง...พี่แทซุนเสียชีวิต เขาจึงต้องกลับบ้านเพื่อไปร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย




พี่แทซุนเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆ ถึงจะอายุมากกว่าแต่ก็เพียงแค่ไม่กี่ปีทำให้ช่องว่างระหว่างระหว่างพี่เขากับจองกุกอยู่ห่างกันไม่มาก แม้จะไม่ใช่คนช่างพูดด้วยกันทั้งคู่แต่การมีอยู่ของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาสบายใจลงบ้าง อาจจะเป็นเพราะเติบโตอยู่ในสังคมคล้ายๆกัน แค่เพียงมองตาก็รู้ใจ




เหตุผลที่ทำให้พี่แทซุนเลือกหนทางสุดท้ายของตนเองทำให้เด็กหนุ่มตระหนักได้ว่าจิตใจของมนุษย์เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและเปราะบางยิ่งกว่าแก้ว อาจะเป็นเพราะพี่แทซุนเป็นคนที่มีอารมณ์ศิลปินสูง...นัยหนึ่งคือจิตใจอ่อนไหวง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่ถูกบังคับให้อยู่ในกรอบมาตลอดชีวิตและถูกพรากจากความรักซึ่งเปรียบเสมือนแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจหนึ่งเดียวคงเป็นอะไรที่ทรมานแสนสาหัส ต่อให้มีเงินทองกองไว้ตรงหน้ามากแค่ไหนก็ไม่สามารถเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ




ก็ไม่ใช่ว่าจองกุกเข้มแข็งกว่าพี่แทซุนหรอก ในบางครั้งเวลาที่เขาเหนื่อยจากการเรียนมากๆเขาก็มักจะถามตัวเองเสมอว่าทำไมเขาถึงยอมเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพื่อเรียนหมอแทนที่จะเลือกเรียนบริหารเพื่อสานต่อธุรกิจของครอบครัวอย่างที่พ่อแม่ต้องการไว้ตั้งแต่แรก แต่เขาก็ไม่อาจจินตนาการตัวเองนั่งบนเก้าอี้ผู้บริหารและปั้นยิ้มคุยกับคนนู่นคนนี่ที่เดินเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ได้เหมือนกัน เขารู้ดีว่าเขาเองก็ไม่อาจจะทนรับแรงกดดันได้เท่ากับที่พี่แทซุนต้องทนมาตลอดตั้งแต่รู้ความ




พ่อแม่และเครือญาติส่วนใหญ่ของจองกุกต่างก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในวงการ ใช้ความฉลาดแกมโกงกอบโกยผลประโยชน์สร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวย สถาปนาตนเองอยู่เป็นที่หนึ่งของบ่วงโซ่อาหารส่วนใครที่ด้อยกว่าก็จะถูกมองว่าด้อยค่าไร้ประโยชน์ไปโดยปริยาย




การที่สอบเข้าเรียนแพทย์ทั้งๆที่อายุยังน้อยและทำเกรดให้ได้4.00ทุกเทอมเป็นการพิสูจน์ตัวเองให้พ่อแม่ของเขาได้เห็นว่าจอนจองกุกสามารถเอาตัวรอดได้และไม่จำเป็นต้องร่วมงานกับพวกญาติๆหรือครอบครัวของเขาในอนาคต




.



.



.




‘คาทก คาทก’




เสียงแจ้งเตือนข้อความทำให้นักศึกษาแพทย์เงยหน้าจากชีทและหยิบสมาร์ทโฟนออกมาเช็คข้อความที่นานๆจะเข้าไปเช็คทีเพราะไม่อยากให้กินเวลาพักผ่อนซึ่งเขาควรจะได้นอน




แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมช่วงนี้เขายิ้มบ่อยเหลือเกินเมื่อเห็นชื่อ ‘คิม ซอกจิน’ ขึ้นมาตรงแถบแจ้งเตือน





Seokjin : นี่ คุณว่าที่หมอ..ตายยังวะ


JKyll97 : โทษทีที่ยังไม่ตายครับ

ไม่มีเรียนรึไง


Seokjin : รู้ดีน่าว่าถึกทน ได้นอนบ้างยังเหอะพ่อคุณ

  ตอนนี้เลิกแล้ว นอนอืดอยู่ที่หอ

  *แนบรูป*

   

JKyll97 : อ้วน

ยังไม่ได้นอน เดี๋ยวก็ต้องเข้าเวรแล้ว


Seokjin : สัส นั่นปากเหรอ

   ออกเวรก็นอนซะ

               เดี๋ยวกินเค้กเผื่อนะ

  





คิมซอกจินเป็นมนุษย์ประหลาดที่สุดเท่าที่จองกุกเคยเห็นมา การพบเจอกันครั้งแรกของพวกเขาไม่ใช่อะไรที่น่าประทับใจนัก...เพราะเจ้าตัวแอบลักลอบของมาในเพ้นท์เฮ้าส์ของพี่แทซุนโดยอ้างเหตุผลที่ไม่น่าเชื่อถือที่สุดในโลกอย่าง การมองเห็นวิญญาณของคนรักพี่ชาย ...อย่างน้อยก็ในความคิดของคนส่วนใหญ่น่ะนะ




แล้วทำไมเขาถึงยอมเชื่อของซอกจินน่ะเหรอ หรือเรียกว่าทำไมเขาถึงไม่เอาเรื่องที่เจ้าตัวแอบบุกเข้ามาในที่ของคนอื่นน่าจะถูกบริบทมากกว่า




...เหตุผลมันก็มีแค่ไม่กี่ข้อ ข้อแรกคือใครที่ไหนมันจะทนแววตากลมโตดูน่ารักน่าชังเว้าวอนขอความเห็นใจได้บ้างล่ะ ข้อสองคือเจ้าตัวทำให้เขาเจอข้อความสุดท้ายของพี่แทซุนที่แอบซ่อนเอาไว้ ส่วนข้อสุดท้าย…




ลึกๆแล้วก็ไม่มีใครอยากถูกมองเป็นตัวประหลาดหรอก




แม้ว่าสุดท้ายจะหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ว่าคิมซอกจินสามารถเห็นวิญญาณได้จริงหรือไม่...อย่างน้อยก็ในเชิงวิทยาศาสตร์แต่นับแต่วันนั้นเป็นต้นมาพวกเขาก็ได้คุยกันผ่านแอพพลิเคชั่นแชทมาโดยตลอดและก็นัดกินข้าวด้วยกันบ้างเมื่อเวลาว่างตรงกัน ถึงบางครั้งเขาจะยุ่งกับตารางงานและการเรียนจนลืมตอบไปสองสามวัน ซอกจินเป็นคนคุยเก่งและติดจะพูดมากเมื่อได้เจอตัวจริงแต่ก็เป็นคนที่ไม่มีพิษสงอะไร ข้อบกพร่องทางร่างกายดูจะไม่ใช่ปัญหาในชีวิตของเขาแม้แต่น้อย เป็นเพื่อนและพี่ที่คุยด้วยแล้วสบายใจจนในบางครั้งจองกุกก็รู้สึกอิจฉา




ร่างสูงเก็บโทรศัพท์มือถือใส่ในกระเป๋ากางเกงตัวเองก่อนจะยืดเส้นยืดสาย ม้วนชีทกระดาษจนเป็นแท่งยาวและตัดสินใจเดินออกจากห้องที่นั่งอยู่เพื่อสูดอากาศของโลกภายนอกหลังจากอุดอู้อยู่ที่นี่เสียนาน










จองกุกเคยมาเดินเล่นอยู่โรงพยาบาลที่เขาต้องฝึกงานอยู่สองสามครั้งแต่ก็แค่บางจุดซึ่งอยู่ใกล้กับตึกหลัก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเดินมาไกล จากสวนดอกไม้จนมาเข้าปีกขวาของโรงพยาบาลที่เป็นโซนตึกของผู้ป่วยจิตเวช ที่เขาไม่ค่อยได้มาแถวนี้เพราะเขาไม่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แถวนี้และเหตุผลหลักๆก็คือตารางงานอันวุ่นวายของเขานั่นแหละ




เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างสงบและเย็นสบายแบบธรรมชาติเหมาะกับการพักผ่อนต่างจากแผนกจิตเวชในความเข้าใจของจองกุกไปมากโข ด้านหน้าตึกเป็นกระจกและตัวตึกอยู่ในรูปแบบที่ทันสมัย ความเงียบสงบนี่ล่ะที่เหมือนจะตัดขาดสถานที่แห่งนี้ออกจากโลกภายนอก ตอนนี้เขาพอเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมวอร์ดเลยว่าทำไมถึงชอบมานั่งๆนอนๆทบทวนบทเรียนอยู่แถวนี้ เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากและสอดสายตาส่องหาที่นั่งให้ตัวเองทันทีก่อนจะเดินรุดไปนั่งอยู่ตรงม้านั่งใกล้ๆประตูทางเข้าตึก




ชายหนุ่มเอนหลังพิงกับกระจกหน้าต่าง ความเย็นเฉียบของกระจกทำให้เขาสะดุ้งในคราแรกก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสบายเนื้อสบายตัว อาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าของร่างกายหลังจากร่างกายตรากตรำกรำศึกในวันก่อนๆโดยแทบไม่เหลือเวลาให้พักผ่อน เปลือกตาค่อยหนักขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดจองกุกก็เผลองีบหลับไปโดยไม่รู้ตัว



.



.



.



‘จอน จองกุก...’ เสียงหนึ่งกำลังเรียกชื่อเขาในความมืด… จองกุกไม่รู้ว่าตนเองโผล่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไม่มีที่ไหนบ่งบอกว่าเขากำลังอย่ในสถานที่ที่แสนคุ้นเคย




จนกระทั่งประตูแย้มเปิดออกมา แสงจ้าจากหลังประตูทำเอาเด็กหนุ่มต้องหรี่ตาไปชั่วครู่ก่อนที่เงาของใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆเขา...ใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ




‘จอน จองกุก…’ ยิ่งขยับมาใกล้ๆ เสียงนั้นยิ่งก้องกังวานในความคิดของเขา เจ้าของชื่อนั้นลังเลว่าควรจะถอยหลังออกมาจากบุคคลปริศนาหรือไม่ แต่พอเขาเพิ่งคิดได้ก็สายเกินไปเสียแล้ว บัดนี้เงาดำนั้นได้ยืนค้ำหัวของเขาเรียบร้อยแล้ว




จอนจองกุกก็เป็นเพียงชายคนหนึ่งที่มีความกลัวอยู่ในจิตใจและความรู้สึกที่ว่าก็พร้อมจะเล่นงานเขาเมื่อในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงว่าภัยจะมาใกล้ตัว




เขานึกถึงสิ่งที่เขากลัวได้แค่ไม่กี่อย่าง




แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวเท่ามันอีกแล้ว




‘คิดถึงฉันมั้ยพวก’



.



.



.




นักศึกษาแพทย์หนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หอบหายใจราวกับว่าเมื่อครู่เขาถูกกดศีรษะอยู่ในสระน้ำก่อนจะมองไปรอบๆแล้วพบว่าตนเองยังนั่งอยู่ที่เดิม ร่างสูงพ่นลมออกทางจมูกด้วยความโล่งใจก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่เด็กชายคนหนึ่งในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล




เด็กคนนี้น่าจะอายุประมาณห้าหกขวบ มีใบหน้าเล็กๆน่ารักน่าชังและดวงตากลมโตฉายแววอยากรู้อยากเห็น สรีระที่เล็กกระจ้อยร้อยเทียบกับขนาดเสื้อที่ใหญ่เกินตัวทำให้ไหล่เสื้อห้อยลงมามาก แต่สิ่งที่สะดุดตาจองกุกที่สุดคือผ้าพันแผลสีขาวที่พันอยู่รอบศีรษะของเด็กน้อย




“พี่ชาย หนูเหงา...ไปเล่นกับหนูหน่อยนะ”




“มีแผลขนาดนี้แล้วยังจะเล่นซนอีกเหรอ ฮื้ม พ่อแม่เราไปไหนล่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” เด็กน้อยถอนหายใจแล้วมองเขาด้วยแววตาเศร้า




“ไม่รู้ฮะ คูมหมอไม่ให้หนูเจอป่ะป๊าหม่าม๊าเลย…แต่หนูจะเล่นกับพี่ชาย..พี่ชายเล่นวิ่งเล่นไล่จับกับหนูหน่อยน๊า~” เด็กหนอเด็ก...จะปฏิเสธแบบตรงๆก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจเด็ก จองกุกเลยได้แต่เลี่ยงคำให้ดูซอฟท์ที่สุดพลางลูบศีรษะทุยเบา




“แต่เล่นวิ่งไล่จับสองคนก็ไม่สนุกนะครับ ไว้เราหาเพื่อนมาเล่นด้วยอีกซักคนสองคนแล้วพี่จะเล่นด้วยดีมั้ย”




“ตอนนี้เราก็มีสามคนแล้วนี่หน่า มีพี่ชาย มีหนู ละก็พี่ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังอ่ะ” นิ้วป้อมชี้ไปด้านหลังซึ่งจองกุกก็รีบหันไปมองทันทีแต่ไม่พบอะไรนอกจากความว่างเปล่า




“นี่เราอำพี่เล่นอยู่รึเปล่า ไม่เห็นมีใครอยู่ซักหน่อย”




“ฮื้อออออ ไม่ได้อำน้า หนูเห็นพี่คนนั้นจริงๆ ยืนอยู่ใกล้ๆพี่ชายเลยด้วย” เด็กน้อยประท้วยเสียงเจื้อยแจ้วและยังชี้นิ้วไปทางเดิม คราวนี้ร่างสูงถอนหายใจและหันตามทิศทางของนิ้วที่ชี้ไปซึ่งสายตาของเขาหยุดตรงบนกระจกบานหนึ่ง เมื่อได้สบแววตาคู่นั้นลมหายใจของจองกุกก็หยุดชะงัก




ฝันร้ายของจองกุกได้กลับมาอีกครั้งแล้ว




แม้จะปรากฎตัวเป็นแค่เงาสะท้อนของจองกุกในกระจก แต่มันไม่ใช่เขา...สีหน้าท่าทางโดยเฉพาะรอยยิ้มชั่วร้ายแบบนั้น แววตาของมันวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกปนเปกันไป ...ไม่ว่าจะเป็นความยินดีที่พบกันหรือความโกรธความเกลียด หากจองกุกเลือกได้เขาก็ไม่อยากรับรู้การมีอยู่ของมัน




จอนจองกุก ฉันกลับมาแล้ว’





__________________________________________________________________________________________________________

A/N : เรากลับมาแล้วค่ะ... ถึงจะเลือกกลับมาในวันที่น่าหดหู่ที่สุดของวงการเคป็อปก็ตาม ขณะพิมพ์ไปก็รู้สึกหดหู่ไปด้วยเพราะเคป็อปสูญเสียคนเก่งที่สร้างชื่อเสียงให้วงการนี้แบบคิมจงฮยอนไปแล้ว ถึงเราจะไม่ใช่แฟนคลับชายนี่แต่เราก็ฟังเพลงของเขามาตั้งแต่ยังเด็กๆ ขนาดเรายังรู้สึกหดหู่นี่ไม่อยากนึกถึงสภาพจิตใจชายนี่เวิร์ลเลยว่าจะย่ำแย่ขนาดไหน


ขอเอาพื้นที่ทอร์คตรงนี้ไว้อาลัยให้จงฮยอนนะคะ...รวมทั้งศิลปินคนอื่นที่จบชีวิตตัวเองหรือที่กำลังเผชิญกับโรคซึมเศร้าด้วย เราเชื่อว่าพวกเขาพยายามถึงที่สุดและก็คงไม่ได้อยากทำให้แฟนคลับเสียใจ เราก็ไม่รู้ว่าเบื้องหลังเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้างแต่ก็ยังพยายามยิ้มและสร้างความสุขให้พวกเราเสมอมา ยังไงก็ขอให้อปป้าไปสู่สุขตินะคะ 

#RIPJonghyun 

ป.ล. ทอร์คนี้ยาวสุดในชีวิตละมั้ง เฮ้อ
ป.ล. ตอนนี้เขียนตามอารมณ์ในวันนี้ อิงจากบทแรกๆนิดหน่อย







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

99 ความคิดเห็น

  1. #99 Reajinkim1 (@Reajinkim1) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 16:44
    ปมเยอะขึ้นเรื่อยเลยอ่ะ
    #99
    0
  2. #98 Jneji2d (@Janeji2d) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 03:42
    ติดตามนะคะ ☺️
    #98
    0
  3. #96 ฟาเรนเซีย นาโอ (@chan2001) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 07:48

    ไม่มาต่อแล้วเหรอคะ งื้ออ เราชอบอ่ะ ชอบมากเลย

    มาต่อนะคะ????

    #96
    0
  4. #95 SajinDangdang (@SajinDangdang) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 12:17
    <p>มารอไรท์นะคะ ขอบคุณที่เขียนเรื่องราวน่าลุ้นให้เราเข้ามาอ่านกันค่า </p>
    #95
    0
  5. #94 eunset1663 (@eunset1663) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 02:13
    คิดถึงไรท์น้ะคะ นึกว่าจะไม่มาต่อาะแล้ว สู้ๆค่ะ
    #94
    0
  6. #93 AmampCharmolmard (@AmampCharmolmard) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 13:36
    จองกุกกับพี่จินนี่ยังไงจองกุกเป็นอะไร รอติดตามนะค่ะ

    ปล.หลับให้สบายนะค่ะ จงฮยอน TT
    #93
    0
  7. #92 JKJ9792 (@ryeoiske) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 08:16
    เงานั่นพูดว่า กลับมาแล้ว นี่คือยังไงอ่ะ แล้วเค้าเป็นใคร อยากรู้ๆๆๆ

    ปล. สะเทือนใจกับข่าวจงฮยอนมากๆค่ะ
    #92
    0
  8. #91 pontitanakhup (@pontitanakhup) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 18:47
    เรื่องผีมาแร้วววววววว จินมีเซ้นชัว เป็นกำลังช่วยนะจองกุกขอให้เงาประหลาดหายไปเร็วๆ ไรท์รีบๆมาต่อเลยคร้าบ ค้างมาก

    ปล. สงสารจงฮยอนอปป้ามากนะครับ
    #91
    0
  9. #90 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 16:29
    รอไรท์มาอัพตลอดเลยยยย ฮื่อออออ จองกุกกะพี่จินนี่ยังไงกันคะะ คนคุยหรอออออ /แล้วคนที่จองกุกฝันถึงที่ใค่กันเนี่ย หรือจองกุกเห็นวิญญาณเหมือนพี่จิน. . . รออ่านต่อนะคะ

    ปล.เศร้าใจกะข่าวพี่จงมากค่ะ ขอให้พี่หลับให้สบาย TT
    #90
    0