ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 3 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 2 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,310 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62





บทที่ 2



    
     ผมหยิบกุญแจขึ้นมาไขเปิดดันประตูเข้าไปภายในห้องมืดสนิท ถอดรองเท้าออกใส่เข้าไปในชั้นวางรองเท้า ยืดตัวขึ้นเปิดไฟภายในห้องให้สว่างสามารถมองเห็นได้ ขมวดคิ้วกับถุงใหญ่บรรจุกล่องพลาสติกด้านในที่ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะข้างกันกับโน๊ตบุ๊ค

   โลโก้ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านโปรดหันโชว์มาให้ผมได้เห็น


    คนที่ซื้อมาจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจาก..เมฆ


    “มาแล้วเหรอ…”


    หมับ!


    “กลับดึกจัง” เสียงทุ้มเอ่ยว่าหลังจากที่พรวดพราดสวมกอดเข้ามาจากด้านหลังในขณะที่ผมยังคงตกใจอยู่ ได้สติก็ตอนที่คนตัวสูงนั้นฝังจมูกกดลงมาบนแก้มทั้งสองข้างแกมหยอกล้อ สัมผัสพวกนี้นานแล้วที่ไม่ได้รับมัน ก็คงตั้งแต่จบซีรี่ย์เรื่องนั้น..


    “ไม่เห็นทักบอกเราว่ามาถึงแล้ว”


    “เซอร์ไพร์สไง วันนี้ซื้ออาหารญี่ปุ่นมาให้รักด้วย เมฆไม่ได้จำผิดแล้วนะครับ ไถ่โทษที่วันนั้นไม่ได้ซื้อของที่รักชอบมา สัญญาว่าจะไม่จำผิดอีกแล้ว” นิ้วก้อยยกสูงขึ้นมาตรงหน้าผม เมฆวางคางเกยเอาไว้บนไหล่ ส่งรอยยิ้มเล็ก ๆ ให้เมื่อผมเหลือบสายตาไปมองสลับกับมองนิ้วก้อยที่ขยับโยกไปมา ยกนิ้วตัวเองขึ้นมาเกี่ยวตอบไปแผ่วเบา


    “เมฆสนิทกับคราม ..ไก่ทอดเองเมฆก็ชอบกิน ไม่แปลกหรอกที่จะจำผิด”


    “.....”


    “อ้อ รักดูรายการที่เมฆกับครามไปออกด้วย ..เมฆเก่งดีนะ จำได้ด้วยว่าครามชอบกินอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน ดูหนังแนวไหน ขนาดวันเกิดยังจำได้เลย ตอนเราถามเมฆว่าจำวันเกิดเราได้ไหมเมฆบอกว่าอะไรนะ เมฆความจำไม่ดี คนความจำไม่ดีเขาจำทุกอย่างของเพื่อนสนิทได้หมดเลยเนอะ หรือรักจะลองเป็นเพื่อนสนิทกับเมฆบ้างดี เมฆจะได้จำทุกสิ่งของรักได้บ้าง” ผมว่าไปยิ้มไป จ้องสบตากับเมฆที่เปลี่ยนสีหน้าไปเรื่อย ๆ นัยน์ตาวูบไหวคลายมือออกจากเอวผม


    “มันเป็นสคริปต์ เมฆท่องจำก่อนที่รายการจะเริ่ม”


    “จริงเหรอ.. รักก็นึกว่าเมฆจำได้จริง ๆ แบบนี้มันหลอกลวงคนดูไม่ใช่เหรอ” ผมแสร้งทำหน้าตกใจ เรื่องสคริปต์ตามที่เมฆบอกมันก็แค่เรื่องโกหก ทำไมผมจะไม่รู้ในเมื่อสีครามส่งแชทมาบอกผมหลังจากที่รายการสิ้นสุดลงว่าดีใจที่เมฆจำสิ่งที่ตัวเองชอบได้


    มันเป็นจุดที่ทำให้ผมเริ่มระแคะระคายและเริ่มจับสังเกตการกระทำอะไรหลาย ๆ อย่าง


    แต่ความคิดของผมยังคิดเพียงแค่ว่านี่คือส่วนนึงของคำว่าเพื่อนสนิท เพราะผมเองก็จำได้เหมือนกันว่าสีครามชอบกินอะไร ไม่ชอบอะไร บางคนอาจจะบอกว่าความคิดแบบนี้มันเป็นเพียงแค่การหลอกตัวเอง แต่มันก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะรักษาความสัมพันธ์ของเราสามคนเอาไว้


    ผมไม่ได้อยากเป็นคนที่ถูกกระทำ..


    แต่บางครั้งเรื่องที่ดูเหมือนจะพูดออกไปได้ง่าย ๆ มันก็ยากแสนยากที่จะเอ่ยออกไปตรง ๆ


    คนเรามีความกล้าไม่เท่ากัน ทุกอย่างในชีวิตของผมมันเคยดีมาตลอด ตั้งแต่ที่เป็นเพื่อนกับสีคราม เริ่มสนิทและไปไหนมาไหนด้วยกัน เรียนบ้างเล่นตามประสาชีวิตที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นจนมาเจอกับเมฆและคบกันเป็นแฟน


    หนึ่งปีแรกผ่านไปมีทั้งคำหวาน และการกระทำเอาใจใส่


    ถึงแม้ว่าในโรงเรียนเราจะต่างคนต่างอยู่ไม่ได้แสดงออกมากนักเพราะเรื่องของความเหมาะสมแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราสองคนลดทอนความรู้สึกที่มีให้กันจนกระทั่งเมื่อวันที่สีครามเริ่มแทรกเข้ามา เพราะเป็นเพื่อนสนิทผมเลยไม่คิดอะไร ความเหมือนกันของทั้งสองคนสร้างความสนิทสนมขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ และกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันในที่สุด


    สนิทเหมือนกับที่ผมสนิทกับสีคราม..หรืออาจจะมากกว่า


    “รักกำลังหาเรื่องทะเลาะกับเมฆหรือเปล่า.. เรื่องครามเมฆเคยพูดไปแล้วว่าเราเล่นซีรี่ย์ด้วยกัน และเมฆเองก็รู้จักครามเพราะรัก สนิทกันเพราะครามก็เป็นเพื่อนรัก แล้วตอนนี้เมฆกับครามก็เป็นคู่จิ้นกัน ทุกอย่างที่รักเห็นมันก็แค่การแสดงหรือเปล่า รักจะเก็บนั่นนี่มาทะเลาะกับเมฆทำไมวะ” ใบหน้าดูดีเริ่มบิดเบี้ยว เมฆขมวดคิ้วพูดออกมายาวเหยียดในขณะที่ผมทำแเพียงแค่ยืนฟังเงียบ ๆ เท่านั้น


    “....”


    “วันนี้เมฆก็มาหารัก ซื้ออาหารญี่ปุ่นร้านที่รักชอบมาให้ มานั่งรอตั้งแต่เย็นจนดึกคนที่ควรโกรธมันต้องเป็นเมฆไม่ใช่เหรอ”


    “.....”


    “รัก..อย่าทะเลาะกันนะ ที่ผ่านมาเมฆยุ่ง ๆ ก็เลยลืมใส่ใจรักไปบ้าง แต่เมฆไม่ได้นอกใจรักเลยนะ กับครามก็เพื่อนกัน เป็นคู่จิ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนคลับก็เท่านั้น”


    “....”


    “นะ หายโกรธนะครับ”


    “อื้อ”


    “เดี๋ยวเมฆเอาของพวกนี้ไปใส่จานให้ดีกว่า รักเตรียมโต๊ะนะ..แล้วนั่งรอกินได้เลย ที่เหลือเมฆจัดการเอง” เมฆลูบหัวผมแผ่วเบา สองมือบีบลงบนแก้มพร้อมถ้อยคำหยอกล้อ “ยิ้มเร็ว ใครรู้ตัวว่าเป็นแฟนเมฆช่วยยิ้มหน่อย”


    ผมขยับยิ้มออกมาในที่สุด


    เมฆผละออกไปพร้อมกับถุงบรรจุกล่องใส่อาหารญี่ปุ่น ยกเอามาวางบนโต๊ะที่ผมลากออกมาจากใต้เตียง วางเรียงไว้ก่อนจะนั่งลงกินพร้อมกัน


    ผมฟังเสียงเมฆเล่านั่นนี่เกี่ยวกับซีรี่ย์ที่กำลังจะฉาย เพื่อนร่วมงานและแฟนคลับที่เพิ่มมากขึ้นของเจ้าตัว ซึ่งผมก็ทำได้เพียงแค่นั่งฟัง ไถ่ถามบ้างเป็นบางครั้งเพราะไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ ถ้าหากว่าเปลี่ยนจากผมเป็นสีคราม..มันคงจะเกิดบทสนทนาที่สมบูรณ์แบบมากกว่านี้


     หลังจากกินเสร็จเมฆก็ขึ้นไปนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงผมระหว่างที่รอผมอาบน้ำ


    คืนที่สองของเดือนที่เราค้างด้วยกัน คืนแรกคือเมื่อวาน..นอนเบียดกันสามคนบนที่นอนแคบ ๆ ทำเหมือนกับที่เคยทำในตอนมัธยม


     เมฆกับสีครามนอนกอดผมกันคนละฝั่ง


     ต่างจากคืนนี้ที่เรานอนกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น


     อาบน้ำเสร็จออกมาพร้อมกับท่าทางนิ่งเงียบของเมฆที่นั่งอยู่บนเตียง เงยหน้าขึ้นมามองผม สายตาแปลกไปเหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่างที่อยากจะพูดออกมา


มันจะต้องมีอะไรแน่ ๆ


    “เมฆมีอะไรหรือเปล่า”


    “แล้วรักมีอะไรจะบอกเมฆหรือเปล่าละ”


    “บอกอะไรเหรอ” ผมถาม ไม่เข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาว่ามันหมายถึงอะไร


    “วันนี้กลับกับใคร”


    …


    ผมกำลังนึกจะตอบว่าอั๋นเป็นคนมาสั่ง แต่เพราะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าการที่อีกฝ่ายถามแบบนี้แสดงว่าต้องรู้อะไรมาแน่ ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นการเลือกตอบความจริงคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด


    “เพื่อนต่างมหา’ลัยน่ะ ชื่อไดโน..เขาทำโทรศัพท์รักพัง ก็เลยซื้อมาใช้คืนให้ แล้วก็พามาส่งที่ห้อง” ผมไม่มีอะไรต้องปิดบังหรือว่าต้องกลัวอยู่แล้ว กับไดโนผมก็บริสุทธิ์ใจ ทั้งผมและเขาเองไม่ได้เกินเลยอะไรกัน “เมฆมีอะไรหรือเปล่า”


    “เพื่อนเขาโอบเอวกันด้วยเหรอ”


    ผมยิ่งขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งที่เมฆพูด


    แต่ก็ชัดเจนขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง หน้าจอแสดงช่องแชทที่กำลังสนทนากันกับใครบางคนและหนึ่งในข้อความที่คุยกันมันมีรูปประกอบในตอนที่ผมถูกไดโนรั้งเอวผมให้ยืนขึ้นไม่ให้ล้มหน้าทิ่มลงไปในพงหญ้า


    “ถ้ารักบอกว่าไม่มีอะไรเมฆจะเชื่อไหม” ถามไปทั้ง ๆ ที่ก็รู้คำตอบ


    ผมไม่เจ็บใจหรอกถ้าเมฆจะไม่เชื่อ


    แต่ที่เจ็บ..มันเพราะบทสนทนาที่ผมเห็นในแชทต่างหาก



    ‘ใครวะมึง โคตรหล่อ..กูชอบอะ ถามรักให้หน่อยดิ อยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอ’

[แนบรูป]


‘กูหล่อกว่า’


    ‘หลงตัวเอง เร็ว ๆ ถามรักให้หน่อย’


    ‘ถามแน่ แต่กูไม่บอกมึงหรอกว่าไอ้เหี้ยนี่มันเป็นใคร’



    “วันนี้เมฆกลับไปนอนห้องนะ” ผ่านไปสักพักหลังที่เราต่างคนต่างเงียบ เมฆพูดขึ้นลุกหยิบเสื้อตัวเองที่ถอดพาดเอาไว้มาสวมใส่เดินออกจากห้องไปพร้อมประตูที่ถูกปิดลั่น ขณะที่ผมได้แต่มองอยู่แบบนั้นไร้คำเอ่ยรั้งใด ๆ รับรู้อยู่แก่ใจว่าวันนี้คงเป็นอีกนึงวันที่ระหว่างเรามันเกิดรอยร้าวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม


    ร้อยราวที่ไร้ซึ่งหนทางซ่อมแซมให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม


    จากที่เคยปิดหูปิดตา ..มาวันนี้ผมคงต้องยอมรับว่าระหว่างคนรักกับเพื่อนสนิทมันมีอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่จริง ๆ



----



DINO



23 : 57 น.


     “อาการเป็นยังไง ..เล่าให้กูฟังได้นะ” ภายในห้องกว้างที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย เสียงพี่รหัสของผมดังขึ้นหลังจากที่เหล้าในแก้วของผมหมดลงอีกแก้วซึ่งเป็นแก้วที่เท่าไหร่ผมเองก็ไม่ได้นับเหมือนกัน แต่ก็พอรู้ตัวว่าดื่มหนักกว่าทุกวัน


    เพราะอกหักเหรอวะ...


    รู้แค่อยากดื่ม นึกถึงใบหน้าของเจ้ากระต่ายที่มีเจ้าของแล้วก็ยิ่งอยากจะดื่ม ๆ เข้าไปให้มากกว่าเดิม ท่าทางอาการผมจะเป็นเอามาก


    “เขามีแฟนแล้วว่ะพี่”


    “เขาบอก?”


    “อือ วันนี้ไปมา เจอเขาที่ร้านเหล้า..เลยถามชื่อ ขอจีบ”


    “แล้วก็อกหัก”


    “เออดิ เขาบอกว่ามีแฟนแล้ว” ผมติดใจสายตาในตอนนั้นที่บอกว่ามีแฟนแล้ว มันไม่เหมือนคนมีความสุขเลยสักนิดถึงแม้ว่าใบหน้าจะประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มเล็ก ๆ บางทีคงจะทะเลาะกันอยู่ หรือไม่ก็มีเรื่องผิดใจกัน ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไรที่ทำให้สายตาคู่นั้นหมองเศร้า ผมก็ไม่สามารถก้าวล้ำเข้าไปได้อยู่ดี


    รักบอกว่าอย่างน้อยก็เป็นเพื่อนกันได้..


    พูดให้ขำเถอะ ผมไม่เป็นเพื่อนกับคนที่ชอบแน่ ๆ อีกอย่างนึงเจ้าตัวคงไม่รู้ว่าผมน่ะอายุมากกว่า จากที่ไถ่ถามเอาจากเพื่อนที่ผมรู้จัก ไม่ได้สนิทแต่ตอนมัธยมก็เคยคุยกันบ้าง ผมไปนั่งดื่มอยู่ด้วยกับพวกมันแต่ไม่ได้ดื่มเยอะเพราะรู้ตัวเองว่าต้องขับรถกลับในระยะที่ไกลพอสมควร ตอนแรกที่มาคือตั้งใจว่าจะมาถามเอาไว้ก่อนเฉย ๆ เพราะคิดว่าคงจะไม่เจอ


    ที่ไหนได้..โลกมันคงกลม เจ้ากระต่ายที่ผมหวังไว้ว่าจะได้เจอนั้นอยู่ท่ามกลางเหล่านักล่าที่จ้องกันตาเป็นมัน โยกกายไปมาพร้อมด้วยใบหน้าแดงก่ำ รอยยิ้มโปรยส่งให้กับทุกคนที่เข้าใกล้จนผมคิดอยากที่จะได้รับรอยยิ้มแบบนั้นบ้าง ลุกเดินแทรกเข้าไปพลางส่งสายตาหาเรื่องให้ไอ้พวกที่หวังจะเข้าใกล้และจับกระต่ายตัวนี้กิน


    และเป็นไปตามคาด ผมได้รับรอยยิ้มอย่างที่คิด


    หวานซึ้งพอกันกับดวงตากลมที่ปรือลง


    “เมื่อกี้หงอย ตอนนี้ยิ้ม..เมาก็ไปนอนไหม ห้องกูก็ได้ เดี๋ยวกูกลับไปนอนคอนโดฯ” พี่หมีโยนกุญแจห้องมาให้ผม ร้านหมี ๆ คือร้านที่ผมอยู่ในตอนนี้ซึ่งจากชื่อร้านก็น่าจะรู้แล้วนะว่าใครคือเจ้าของ เป็นร้านเหล้ากึ่งร้านอาหาร มีทั้งหมดสามชั้น


    ชั้นที่ผมอยู่ตอนนี้คือชั้นสาม


    เป็นห้องส่วนตัวของพี่รหัสที่เอาไว้สำหรับใช้ทำงาน ภายในห้องก็มีครบครันทุกอย่างรวมถึงห้องนอนด้วย แต่ปกติพี่หมีมันไม่นอนที่นี่หรอก ส่วนใหญ่จะกลับไปนอนที่คอนโดฯ ที่รู้เพราะว่าผมมานอนที่นี่บ่อยไง วันไหนมาดื่มขี้เกียจขับรถกลับก็นอนที่นี่ เช้าตื่นมาอาบน้ำกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องแล้วก็ไปเรียนปกติ


    “ขอบคุณว่ะพี่”


    “เออ หมดแก้วนี้มึงก็ไปนอน แล้วเตรียมตัวคัดว้ากหรือยัง”


    “เป็นพี่ว้ากก็ย้อมผมไม่ได้ดิ ผมไม่เป็นได้ไหม” อีกใจนึงก็ไม่ได้อยากไปทำหน้าที่นี้อยู่แล้วด้วย แต่พวกปีสามดันออกเสียงแกมบังคังกลาย ๆ ว่าให้ผมไปคัดว้าก เพราะพี่หมีเองก็พี่ว้ากเก่าเหมือนกัน ส่วนตัวพี่รหัสผมมันไม่บังคับใครหรอก หรือต่อให้บังคับถ้าผมไม่อยากทำก็ไม่มีใครมาบังคับได้อยู่ดี


    “เรื่องของมึง กูบอกแล้วว่าหน้าที่แบบนี้มันต้องการคนที่สมัครใจ เพราะมึงต้องเสียสละหลายอย่าง มันถึงไม่ค่อยมีใครอยากจะเป็นไง เวลาวันหยุดก็ยังต้องมาซ้อม เป็นว้ากไม่ใช่ว่ามึงเจ๋งก็เป็นได้ บางคนคัดผ่านเข้ามาพอถึงเวลาซ้อมทำไม่ไหว ไม่ทำต่อก็มี ถ้ามึงไม่อยากทำกูก็ไม่ได้ว่าอะไร”


    “ขอดูก่อนแล้วกันพี่”


    “เออ เดี๋ยวกูลงไปดูร้านแล้วจะกลับเลย มึงก็หยุดดื่มแล้วไปนอน กุญแจก็เอาเข้าไปให้กูที่มหา’ลัย บ่าย ๆ หน่อย กูว่างช่วงนั้น”


    “อือ เจอกันพี่”


    “เจอกัน”




    RUK


    ภายในห้องเงียบสงัดไร้เสียง ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียงตั้งแต่ที่เมฆออกจากห้องไป ในมือคือโทรศัพท์เครื่องเดิมที่มีรอยแตกร้าวบนหน้าจอ ส่วนเครื่องใหม่ที่ไดโนเอาให้มานั้นยังคงอยู่ในกล่องไร้รอยแกะสภาพเดิมในตอนที่รับมา


    ถอนหายใจออกมารอบแล้วรอบเล่ากับความคิดที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว


    ผมกับสีครามไม่เคยมีอะไรที่ทำให้เราผิดใจกัน กระทั่งตอนที่ผมบอกว่าเมฆจีบผม ในตอนนั้นเพื่อนสนิทก็ยังกระตือรือร้นที่จะให้ผมเล่าเรื่องระหว่างผมกับเมฆให้ฟัง ทั้งยังเอ่ยยุให้ผมตกลงคบกับเมฆด้วยซ้ำ เลยไม่เข้าใจมาตลอดว่าทำไมในตอนนี้คนที่พยายามแทรกกลางระหว่างผมกับเมฆ..คือคนที่ผมไว้ใจและรักมากที่สุดคนนึงแบบนี้


    ไม่ใช่ว่าเพราะโง่


    แต่เพราะรัก..ทั้งเมฆและสีคราม


    ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดทั้งเพื่อนที่สนิทและคนรักถึงได้ตกลงพร้อมใจกันทำอะไรลับหลังแบบนี้ ถ้าอยากได้..สู้มาขอกันตรง ๆ ไปเลยผมก็จะยอมถอยให้ กับเมฆแค่บอกว่าเบื่อ อยากจะเลิกผมก็ไม่คิดยื้อให้ตัวเองต้องเสียใจมากไปกว่านี้อยู่แล้ว เข้าใจและพร้อมจะยอมถอยให้กับทั้งสองคนขอแค่บอกกับผมเท่านั้นไม่ใช่ทำเหมือนผมเป็นแค่คนโง่คนนึง เป็นของตายเป็นเพื่อนที่ไม่มีความสำคัญมากพอให้นึกแคร์กัน


    คิดแล้วคิดอีกแต่ก็มีเพียงน้ำตาที่เป็นคำตอบของคำถาม


    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายความเงียบกลบเสียงสะอื้นที่ดังลอดผ่านริมฝีปาก ม่านน้ำตาพร่ามัวในตอนที่ผมเพ่งมองชื่อของคนที่โทรมาในเวลาแบบนี้


    ‘สีคราม’


    มองอยู่นานกว่าที่จะกดรับ


    “ว่าไงมึง”


    [รักกกก ทำไมรับสายช้า กูมีเรื่องจะคุยด้วย]


    “เปล่า ..กูไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เฉย ๆ


    [เสียงมึงสั่น ๆ เป็นอะไร ร้องไห้เหรอ..เมฆมันทำอะไรมึง] สีครามถามกลับมาเสียงเครียด ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนผมคงเชื่อว่ามันเป็นความจริงใจที่เพื่อนสนิทมีให้ แต่ในตอนนี้ผมหาความจริงใจอะไรจากปลายสายไม่ได้เลย ภายใต้คำถามที่ดูเหมือนเป็นห่วงแต่มันอาจจะไร้ซึ่งความรู้สึกใดเลยก็ได้


    “ไม่ได้ทะเลาะ เมฆมันกลับแล้ว..บอกว่าจะนอนที่ห้อง”


    [เหรอ ช่างมัน..กูฝากให้มันถามมึงไม่รู้มันถามหรือยัง]


    “เรื่องผู้ชายในรูปเหรอ ..ถามแล้ว”


    [แม่งไม่บอกกู แล้วผู้ชายคนนั้นใครอะมึง ดูแซ่บกว่าเมฆอีก กิ๊กมึงป้ะเนี่ย]


    ผมขบกัดริมฝีปากแน่น ถ้อยคำพวกนี้ฟังดูปกติ แต่มันแฝงด้วยความหมายอะไรหลาย ๆ อย่าง ปกติผมคงแค่เลี่ยงจะตอบและเปลี่ยนเรื่องเท่านั้น


    “กูไม่มีความคิดเหี้ย ๆ แบบนั้นหรอก มึงก็น่าจะรู้จักกูดีนะ”


    [...สัส แค่หยอกเล่นไหม มึงก็จริงจังไปได้]


    “จริงจังดิ เดี๋ยวมึงก็ไปบอกเมฆอีก อยากรู้จักคนที่อยู่ในรูปแต่มึงทักไปถามเมฆ..ไม่คิดว่าพวกกูจะทะเลาะกันเลยเนอะ” ผมว่า เสียงจริงจังขึ้นไม่ใช่เพียงคำพูดขำขันเท่านั้น


    [ก็กูคุยกับมันอยู่ มึงทะเลาะกันเหรอ..ขอโทษนะ แต่กูไม่ได้ตั้งใจอะ ก็เห็นว่าอยู่ด้วยกัน] คำว่าขอโทษยังจับหาความจริงใจในน้ำเสียงไม่ได้เลย มันก็เป็นแบบนี้มาตลอด ที่ผ่านมาผมเองนั่นแหละที่แกล้งไม่รับรู้และยิ้มสู้ แต่ตอนนี้ผมคงทำแบบนั้นต่อไม่ไหวอีกแล้ว


    “คำขอโทษมึงเคยมีครั้งไหนที่รู้สึกอยากจะขอโทษจริง ๆ บ้างไหมคราม ถ้ามึงไม่รู้สึก มึงไม่ต้องขอโทษก็ได้นะ”


    [........]


    “คืนก่อนมึงบอกว่ามึงต้องคอยช่วยเมฆมันง้อกูใช่ไหม แล้วมึงรู้ตัวบ้างหรือเปล่า ..ว่าต้นเหตุที่ทำให้กูกับเมฆทะเลาะกันทุกครั้งมันก็คือมึง”


    [รักมึง..ปึง ๆๆ เมฆ- ]


    …


    สายถูกตัดไปก่อนที่ผมจะได้ยินอะไรไปมากกว่านี้


    หน้าจอโทรศัพท์ที่แตกร้าวเหมือนสะท้อนความรู้สึกผมที่มีต่อเพื่อนสนิทและคนรักของตัวเองในตอนนี้ ก่อนที่มันพังทลายลงจนหมดสิ้นในเวลาต่อมาเมื่อได้เห็นแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นที่ผมเข้าออกติดตามทั้งสองคนอยู่ทุกวัน



     สีคราม @Krammetha


     ‘ดึก ๆ คนส่งไก่หล่อมาก :)’



---



ในช่วงเช้าผมตื่นมาด้วยสภาพของคนที่อดหลับอดนอน จะว่าทำร้ายตัวเองก็ไม่ใช่ ผมพยายามที่จะหลับแล้วแต่ไม่ว่าจะข่มตานอนยังไงก็ไม่สามารถที่จะหลับตาลงได้เลยสักนิด กว่าจะเคลิ้มหลับเอาจริง ๆ ก็เกือบเช้า ผมคงจะไปนั่งเรียนแบบไม่รู้เรื่องแน่ ๆ


    หยิบรองเท้านักศึกษาถูกกฎระเบียบมาสวมใส่ขณะที่อีกมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา สลับกับปรายตาไปมองกล่องโทรศัพท์ที่ผมโยนมันทิ้งลงถังขยะเอาไว้


    มันมีราคาพอสมควร ผมอยากจะเอาคืนให้กับไดโนเพราะคิดว่าโทรศัพท์ของผมที่พังไปมันเทียบกันไม่ได้เลยกับโทรศัพท์ที่อยู่ในมือผมตอนนี้ ปลดบล็อกแล้วลองทักอีกฝ่ายไปเมื่อคืนไม่คาดคิดว่าจะตอบกลับมารวดเร็ว ไดโนไม่รับคืน..บอกผมว่าจะเก็บไว้หรือจะโยนทิ้งก็เรื่องของผม เพราะเขาตั้งใจซื้อหารครึ่งกับอีกคนที่ชื่อเสือเป็นการขอโทษ


    ตอบกลับมาขนาดนั้นใครล่ะจะกล้าทิ้ง


    ความคิดของผมในตอนนั้นเมื่อของเก่ามันไม่ดีแล้ว..เราก็ไม่ควรที่จะเก็บเอาไว้อีก ทิ้งได้ก็ทิ้ง เหมือนกันกับผมและเมฆในตอนนี้


    ผมตัดสินใจไปแล้วว่าจะบอกเลิกเมฆ


    ส่วนสีครามก็คงต้องเว้นระยะห่างออกมา ค่อย ๆ ให้เวลาเปลี่ยนเราจากเพื่อนสนิทและกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกันในที่สุดเพราะผมคงไม่สามารถเอ่ยตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนที่สนิทกันมาเกือบหกปีได้แน่ ๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าในระยะเวลาอีกสามปีไม่นับรวมช่วงเวลาปีหนึ่งที่เหลืออีกน้อยนิดนี้ผมจะสามารถหลีกเลี่ยงการพบหน้าทั้งเมฆและสีครามได้ไหม


    มหา’ลัยนั้นดูเหมือนกว้าง แต่บางทีก็แคบจนน่ากลัว


    ผมคิดอยากที่จะซิ่วออกไปเรียนที่มหา’ลัยเดียวกันกับที่พ่อเรียนจบมา แต่ก็ไม่กล้าโทรไปคุยกับพ่อตรง ๆ ไม่ใช่ว่าพ่อผมจะห้าม แต่เพราะเกรงใจ เสียทั้งค่าเทอมที่แพงแสนแพง เสียเวลาไปเกือบหนึ่งปีเต็ม ๆ จะมาซิ่วไปเรียนที่อื่น เริ่มนับหนึ่งใหม่เพราะคนเพียงสองคนมันก็คงไม่ใช่เรื่อง


    ไม่อยากทำให้พ่อต้องรู้สึกผิดหวังกับผม


    “ไปเรียนแล้วเหรอน้องรัก” เสียงเอ่ยทักจากพี่พัดจ้าของหอพักดังขึ้น พี่พัดเป็นสาวประเภทสองที่ใจดีและสนิทสนมกับผมในระดับนึง เป็นปกติถ้าหากว่าผมมีเรียนในตอนเช้ายังไงก็ต้องเจอพี่พัดออกมายืนรดน้ำต้นไม้ให้กับบรรดาไม้ดอกที่ชู่ช่อเบ่งบานอวดโชว์ความสวยงามแข่งกัน


    ผมเปลี่ยนสีหน้าในตอนที่เงยขึ้น ยิ้มตอบพี่พัดพร้อมกับเอ่ยทักทายกลับ


    “ครับพี่ ยังง่วง ๆ อยู่เลย”


    “ตาเป็นหมีแพนด้าเลยนะเรา พักผ่อนบ้างนะ วิศวะมันเรียนหนักพี่รู้..แต่การพักผ่อนก็สำคัญนะรัก” ถ้อยคำแฝงไปด้วยความห่วงใยนั้นทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยมันก็คงเป็นความจริงใจแรกของวันนี้ที่ผมได้รับ


    “ขอบคุณนะครับพี่พัด” เอ่ยบอกไปจากความรู้สึกจริง ๆ


    “จ้า รีบไปเถอะ ขับรถดี ๆ นะ”


    “ครับ”


    


    คลาสแรกของวันเป็นไปตามที่ผมคาดเดาเอาไว้ว่าตัวเองจะต้องเรียนไม่รู้เรื่องแน่ ๆ เพราะดันฟุบหลับไปตั้งแต่เข้าคลาสสิบห้านาทีแรก ดีที่วันนี้ผมเลือกจะไปนั่งอยู่เกือบ ๆ หลังห้อง ด้วยจำนวนคนที่มีเยอะอาจารย์ก็เลยไม่ได้จับตามองเท่าไหร่ ผมถึงได้หลับสนิทมาจนกระทั่งหมดเวลาในคลาสแรก ถูกปลุกโดยอั๋นที่มานั่งข้าง ๆ เป็นเพื่อนผม


    “หลับโคตรลึก เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอวะ เห็นกลับก่อนพวกกูอีก”


    “อือ กูมัวอ่านสรุป กว่าจะได้นอนก็ดึกเลย” ผมเลือกที่จะไม่บอกหรือเล่าอะไรให้ใครฟัง ยิ่งมีคนรู้เยอะปัญหาก็ยิ่งเยอะตามไปด้วย อีกอย่างอั๋นเองก็ไม่ได้สนิทมากพอที่ผมจะเล่าเรื่องราวชีวิตให้ฟัง อย่างน้อยถ้าผมตัดสินใจจะเล่านั่นแปลว่าคนที่ได้ฟังนั้นจะต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผมในระดับนึง


    ซึ่งผมในตอนนี้นั้นยังไม่คิดว่าตัวเองจะไว้ใจใครได้อีกจริง ๆ


    อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ จนกว่าที่ผมจะประกอบความรู้สึกตัวเองให้คืนกลับมา ถึงตอนนั้นผมคงมีใครสักคนที่เข้ามาให้เชื่อและไว้ใจได้อีกครั้ง


    พอคิดถึงตรงนี้แล้วก็พานนึกไปถึงใบหน้าดูดีแฝงไปด้วยความเถื่อนและความน่ากลัวของใครบางคนที่อยู่คุยเป็นเพื่อนผมเมื่อคืน ไม่รู้ว่าไดโนจะตื่นหรือยัง ถ้าหากว่าเขาต้องตื่นไปเรียนสายผมคงรู้สึกแย่และรู้สึกผิดมากแน่ ๆ เอาแต่ชวนคุยจนกระทั่งอีกฝ่ายอดหลับอดนอนไปด้วย


    ยอมรับว่าผมเหงาและเคว้งคว้างจนอยากจะมีใครสักคนที่พูดคุยด้วย


    ไม่ได้มีความคิดว่าอยากจะเลิกกับเมฆด้วยการหาใครมาแทนที่ แต่แค่อยากได้ใครสักคนที่ทำให้ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองนั้นตัวคนเดียว


    และไดโนก็คือคนคนนั้น


    ตลอดเวลาที่คุยไม่มีถ้อยคำไหนที่สร้างความอึดอัดให้กับผมถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะยืนยันและออกตัวแรงว่าชอบผมก็ตาม


    ส่วนใหญ่จะเป็นผมที่พิมพ์คุยนั่นนี่ ส่วนไดโนก็จะตอบกลับมาทุกประโยค อาจจะสั้นบ้างห้วนบ้างตามนิสัยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่ ต่างกันถ้าหากว่าเมฆทักมาตอนนี้ ต่อให้รูปประโยคยืดยาว มีถ้อยคำง้องอนเอาอกเอาใจ ผมก็คงไม่มีความรู้สึกดีใด ๆ หลงเหลืออยู่อีกแล้ว


    แต่มันไม่ได้แปลว่าผมจะชอบไดโนแล้ว


    ความรู้สึกผมยังคงเหมือนเดิม


    รู้สึกกับเมฆเหมือนเดิม เพียงแต่อยู่ในช่วงเวลาที่ค่อย ๆ ปล่อยและดึงตัวเองออกมาจากสถานะที่แสนจะอึดอัดและไร้ซึ่งความสำคัญแบบนี้


    “เอ้า เหม่ออีกแล้ว ...รัก!”


    “...อื้อ ได้ยินแล้ว”


    “ได้ยินอะไร” อั๋นเลิกคิ้วถาม


    “ก็มึงเรียก”


    “กูถามว่าไปหาอะไรกินกับพวกกูไหม”


    อ้าวเหรอ.. ผมไม่เห็นได้ยินเลย มัวแต่เหม่อคิดเรื่องของเมฆกับครามอยู่น่ะสิ


    “โทษที ๆ พวกมึงจะไปหาอะไรกินใช่ไหม กูไปด้วย..เมื่อเช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย” ตื่นสายบวกกับรีบจะเข้าเรียนให้ทันเวลาก็เลยยังไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งแต่เช้า ขืนปล่อยให้ท้องว่างอีกคราวนี้คงเรียนไม่รู้เรื่องเพราะความหิวแทนแน่ ๆ


    “เออ ๆ ตอนนี้ยังไม่เที่ยง ไปกินโรงอาหารแล้วกันคนไม่เยอะ ขี้เกียจขับรถออกไปข้างนอกด้วย”  


    ผมพยักหน้าลงเห็นด้วยกับความคิดของอั๋น ตอนนี้เพิ่งจะสิบโมงกว่านิด ๆ ลงไปตอนนี้อย่างน้อยคนก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่ที่โรงอาหาร รสชาติก็ไม่ได้แย่อะไรถึงความหลากหลายจะเทียบกับการออกไปนั่งกินข้างนอกไม่ได้แต่ก็มีให้เลือกกินพอสมควร


    “พวกมึงลงไปก่อน เดี๋ยวกูตามไป” ผมว่าขึ้น สายตาหยุดนิ่งที่ร่างของใครบางคนหน้าห้อง รอยยิ้มร่าเริงเหมือนปกติของเพื่อนสนิทถูกส่งตรงมาที่กลุ่มเพื่อนผม โบกไม้โบกมือทักทายเหมือนปกติ แสดงออกเหมือนว่าเราไม่ได้มีเรื่อทะเลาะหรือบาดหมางกัน


    ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    และมีแค่ผมที่คิดไปเองคนเดียว


    “เพื่อนมึงเหรอ ..คุ้น ๆ ใช่คนที่เล่นซีรี่ย์จรดปลายฝันนั่นไหม” ปิงว่า ผมเห็นท่าทางเจ้าชู้ไม่หยอกจากเพื่อนคนนี้ สายตาที่ส่งไปให้สีครามพร้อมกับรอยยิ้มนั้นดูก็รู้ว่าสนใจไม่น้อย


    “พวกมึงดูเหรอ” ผมถาม


    “กูไม่ได้ดู ...มีไอ้ปิงนั่นแหละที่ดูอยู่” อั๋นส่ายหัวปฏิเสธ หันไปมองที่หน้าห้องอีกรอบ “งั้นพวกกูลงไปก่อน มึงจะกินไรอะ เดี๋ยวซื้อไว้ให้ ลงไปจะได้กินเลย”


    “กะเพราหมูกรอบร้านป้านงค์อะ”


    “เออ ๆ รีบลงมานะเว้ย” อั๋นพูดย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมปิงกับตูน สีครามไม่ได้สนใจเพื่อนผมเท่าไหร่ สายตาจับจ้องที่ผม ยิ้มกว้างก่อนจะก้าวเข้ามาหายกมือขึ้นมาสวมกอดแขนของผมเหมือนที่ชอบทำประจำ


    “จะไปกินข้าวกับพวกนั้นเหรอ”


    “อือ มึงมีอะไร”


    “เมฆมันอยากคุยกับมึง ..คงจะง้อมึงเหมือนเดิมล่ะมั้ง” ครามไหวไหล่ ส่งยิ้มให้ผมไร้ซึ่งความผิดปกติทั้งในสายตาและน้ำเสียง “มึงไม่ต้องไปหามันหรอก ปล่อยมันไว้แบบนั้น..เพื่อนมึงด้วย เราไปหาอะไรกินกันสองคนดีกว่า”


    “....” ผมส่งสายตาเรียบเฉยตอบกลับไป “กูจะไปคุยกับเมฆ”


    “....”


    “เมฆอยู่ไหน”


    “ ห้องน้ำชายชั้นสาม”


    “มึงก็ไปด้วยเลยสิ มันอาจจะเป็นข่าวดีสำหรับมึง” ผมว่า


    สีครามนิ่งไปก่อนจะยกยิ้มขึ้น


    รอยยิ้มที่ผมไม่อยากที่จะมอง ขยับขาก้าวออกจากห้องตรงไปยังจุดหมายที่มีใครบางคนกำลังรออยู่ หัวใจเต้นรัวกับการตัดสินใจในครั้งนี้ ก้อนบางอย่างอัดแน่นที่คอ กักกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลด้วยการหยุดยืนนิ่งข่มตาแน่นสักพักก่อนจะพาตัวเองเดินเข้าไปในห้องน้ำที่มีร่างสูงของเมฆยืนนิ่งอยู่


พอเห็นผมก็รีบยิ้มออกมาทันที


    “รัก..มาช้าจัง แต่ไม่เป็นไรหรอก ..คือเมฆอยากจะขอโทษเรื่องเมื่อคืน เมฆรู้ตัวว่าเมฆงี่เง่า เมฆขอโทษนะ..รักไม่โกรธเมฆนะ”


    “เมฆ ..พอเถอะ หยุดขอโทษในสิ่งที่เมฆไม่เคยรู้สึกผิดจริง ๆ สักที” ผมเอ่ยขัดขึ้น


    “รัก”


    ก้าวถอยหลังเมื่อเมฆเดินตรงมาหา ร่างสูงชะงักเมื่อเห็นสิ่งที่ผมแสดงออก ใบหน้าดูดีเริ่มตึงขึงขึ้นมาไม่ต่างจากเมื่อคืนตอนที่เราทะเลาะกัน


    “รักจะนอกใจเมฆใช่ไหม”


    สิ้นคำถามของคนรักผมก็ได้แต่หัวเราะแผ่วเบา น้ำตารินไหลลงมาไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำนี้จากปากเมฆ เรื่องนอกจากใจว่าแต่ทำเลย แค่คิดผมยังไม่เคย ซื่อสัตย์ยิ่งกว่าสุนัขที่มันรักเจ้าของเสียอีก ขนาดช่วงหลังเวลาไม่มีให้ การกระทำการแสดงออกหลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผมก็ยังไม่เคยมีความคิดที่จะหาใครมาแทนเมฆ


    “..ถ้าเมฆคิดแบบนั้น รักว่าเราเลิกกันเถอะ”


    “ไม่! รัก เมฆขอโทษ เมฆไม่ว่าแล้ว..ไม่เลิกนะ เราคบกันมาจะสามปีแล้วนะรัก” เมฆขยับเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง คราวนี้ผมไม่เพียงแค่ก้าวถอยหลัง แต่ยังขยับหนีไปอีกทาง ขบเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นยามที่สบกับดวงตาอ้อนวอนคู่นั้น


    “...”


    “นะรัก เรื่องคราม..เมฆมองครามเป็นแค่เพื่อนจริง ๆ ครามพยายามเข้าหาเมฆ แต่เมฆไม่ได้คิดอะไรกับครามเลย”


    “ไม่ได้คิดแต่เอากันน่ะเหรอ..”


    “รัก”


    “กล้าพูดไหมว่าเมฆไม่เคยมีอะไรกับคราม”


    “เมฆ เมฆไม่ได้ตั้งใจ..”


    “.....” ผมหลุบตาลงมองพื้น ขยับยิ้มให้กับสิ่งที่ตัวเองเคยคิดมาตลอด ไม่เคยได้เห็นกับตาแต่มาในวันนี้เมฆเป็นคนพูดออกมาเอง..คำว่าไม่ได้ตั้งใจมันชดเชยทุกความรู้สึก ความเชื่อใจที่ผมสูญเสียไปไม่ได้ เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้ยกโทษและกลับไปคบกันเหมือนเดิมผมคงทำให้ไม่ได้


    “มันเป็นความผิดคราม”


    “หยุดโทษคนนั้นคนนี้เถอะเมฆ รักไม่อยากฟังอะไรแล้ว..ให้เรื่องของเรามันจบแค่นี้เถอะ เลิกกันนะ”


    “เมฆบอกว่าไม่เลิกไง!”


 ปึง!


    “มีคนมา” เสียงกระแทกประตูดังลั่นก่อนที่เมฆจะเข้าถึงตัวผม สายตากรุ่นโกรธจับจ้องมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้น ผมเบือนหน้าหนีจากภาพนั้นก่อนจะหันหลังกลับมาดึงประตูห้องน้ำให้เปิดออก ไร้ซึ่งผู้คนอยางที่ต้นเสียงว่า


    สีครามยืนกอดอกพิงอยู่กับกำแพง


    ใบหน้าเรียบเฉยหันมามองผมที่ก้าวเท้าออกมา


    สบตากันนิ่งก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเพื่อนสนิท


    “เลิกกันได้สักที..ข่าวดีอย่างที่รักบอกไว้จริง ๆ ด้วย”




---100%---


พี่ไดโนจะมาแล้วนะคะ ถถถถ


อัพชดเชยของเมื่อคืน ส่วนของวันนี้เหรออ หึๆ ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้ แงงงง ไม่แจ้งนะคะว่าจะอัพไหม กลัวไม่อัพแล้วจะเสียความรู้สึก ส่วนเนื้อเรื่องนั้นน ใกล้แล้วว รักในตอนนี้คือพอแล้ว ส่วนเมฆกับคราม...ถถถ หมั่นไส้กันต่อไป







*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.31K ครั้ง

16,474 ความคิดเห็น

  1. #16466 Scintillating (@Thelasista) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 06:51
    สีครามคือแบบ เพื่อนเ-ี้ยจีงๆ รักมากอดมาลูกกกก
    #16466
    0
  2. #16464 canookss (@catvxqss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 04:42
    สีครามแบบ..... เหอะ!
    กอดนะน้องรัก:(
    #16464
    0
  3. #16458 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 00:39

    ตะไมเราเซนซิทีฟ แง้งงงง น้ำตาคลอแทนรักไปแล้ว แต่แบบนี้เอาตัวเองออกมาดีกว่าเนอะ เจ็บจี๊ดหนักหักดิบทีเดียวดีกว่าปล่อยให้ค.เจ็บปวดมันกรีดหัวใจอยู่ร่ำไป

    #16458
    0
  4. #16446 tpnatt (@tpnatt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:20
    สีครามใจร้าย รักหนีไปปปปปลูกกก
    #16446
    0
  5. #16410 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:59
    โกรธสีครามทำแบบนี้ได้ยังไง เป็นคนรึเปล่า
    #16410
    0
  6. #16409 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:59
    สีครามคือชั่วจริงๆ
    #16409
    0
  7. #16405 Chivalry (@komsorn_k) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:27
    เพิ่งมาอ่านเรื่องนี้ แค่ 2 ตอนก็นํ้าตาคลอละ อ่อนไหวเรื่องแบบนี้ แงงงง
    #16405
    0
  8. #16267 MichelAdams (@MichelAdams) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 20:50
    มือสั่นไม่ไหวแล้ว!!!
    #16267
    0
  9. #16165 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 16:56
    คราม ทำไมทำกับเพื่อนได้ !!!!!!
    #16165
    0
  10. #16009 dwyouveme (@-worthwhile-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 18:14
    ลองคิดเรื่องซิ่วอีกทีได้ไหมรัก อย่างแรกเลยคือน้องก็อยากเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับที่คุณพ่อของน้องจบมาอยู่แล้ว แต่ที่มาม.นี้ก็เพราะ... เฮ้อ ปีเดียวยังซิ่วได้อยู่นะลูกกก
    อีกอย่าง ที่นั่นมีพี่ไดโนด้วย 555555555
    #16009
    0
  11. #16007 dwyouveme (@-worthwhile-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 18:06
    เข้มแข็งไว้ค่ะน้องรัก เดินหน้าต่อ ไม่ต้องไปสนใจคนที่ไม่เห็นความสำคัญของเราเนอะ
    #16007
    0
  12. #15991 mameeeeee (@mameeeeee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 11:43
    นังสีคราม!!!!!!!
    #15991
    0
  13. #15985 Me.R (@bugtoon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 10:39
    อินี่มันรว๊ายยยย
    #15985
    0
  14. #15951 mgjrpa011 (@mgjrpa011) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:46
    แม่จะฆ่าอีสีครามให้เองลูกรัก!!!!!!
    #15951
    0
  15. #15950 minnnnions (@praew-prapascha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:43
    ถ้าจะทำขนาดนี้ เหมาะสมกันแล้วล่ะ ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้ว ก็บอกกันก็ได้ป่ะ ถ้าอยากได้เขาขนาดนี้อ่ะ
    #15950
    0
  16. #15941 After_TeaTime (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:06
    ไอเ-้x! ก็รู้ว่าเ-้x แต่ไม่คิดว่าจะเ-้xขนาดนี้ แม่ง ตอนแรกว่าเมฆเชี่ยแล้ว ไอครามแม่งหนักกว่า ไอบัดซบ ผีเน่ากับโลงผุจริงๆ ชิบหายกันไปทั้งคู่นั้นแหละ บัดซบเอ้ย!!!
    #15941
    0
  17. #15926 fonlbol (@fonlbol) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 20:49

    ดีดอกเพื่อนแบบนี้ดักตบแมร่ง​ สารเลว

    #15926
    0
  18. #15756 airssara (@airssara) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 01:23

    แงงงงๆ สงสารน้อง เลวทั้งคู่เลย น้องไม่น่ามาเจอกับอะไรแบบนี้
    #15756
    0
  19. #15620 TifunNSlove (@TifunNSlove) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 13:45
    ชั่วว่ะ....ตอนแรกที่รักเริ่มไม่ไว้ใจครามก็คิดว่ารักน่ะคิดไปเอง พออ่านมาถึงตอนนี้แล้วแบบ...เข้าใจรักเลยอะมันจุกโคตรเลย
    #15620
    0
  20. #15480 Kalyathat (@Kalyathat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 21:04
    พึ่งเคยเจอตัวร้ายที่แย่มาก คือเพื่อนคิดงี้กับแฟนตัวเอง ไม่ไหวอ่ะ เจ็บแทนรักเลย
    #15480
    0
  21. #15236 snk_onge (@ongnielisreal) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 03:39
    สีคราม!!!!!!!!!
    #15236
    0
  22. #15017 dy_pitpimon (@dy_pitpimon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:21
    สีคราม เดี๋ยวแม่จะไปตบให้นะหนูรัก หึ้ยยยยย!!!
    #15017
    0
  23. #14847 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:06

    ออยากให้สองคนนี้เจอจัดจบแย่ๆสักที!!!

    #14847
    0
  24. #14657 MayYL (@Mayploydee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 23:42
    อีสีครามตูจะตบ-!! แต่แอบทำกันลับหลังแบบนี้ก็ออกไปจากชีวิตของรักอ่ะดีแล้ว
    #14657
    0
  25. #14650 laiisebsiw (@laiisebsiw) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 20:52
    เปรตอีครามหึ่ยยย👿ขอโทษที่ใช้คำคมยาบอินเกิน😝
    #14650
    0