ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 2 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 1 (110%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,528 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62






บทที่ 1




     ชื่อก็ยังไม่รู้

    เบอร์ก็ยังไม่ได้ขอ


    ก็ว่าขอจีบแบบดี ๆ นะ ทำไมถึงได้โดนบล็อก..?


    “หน้าเครียดเลยว่ะ เอ้า หมดแก้วเลยพี่มึง เขาอาจจะมีแฟนแล้วก็เลยบล็อกหรือเปล่า” ไอ้เสือว่า มันเป็นน้องรหัสผม เห็นท่าทางมองโทรศัพท์พูดบอกผมไปยิ้มไปของมันก็ได้แต่หมั่นไส้ ยกเท้าเตะลงไปบนขาเก้าอี้เต็มแรงจนคนนั่งสะดุ้ง ขมวดคิ้วใส่ผมยกใหญ่


    “พี่แม่งพาลอะ กูไม่น่าออกมาด้วยเลย”


    “....” ผมไม่ตอบอะไร จดจ้องลงที่หน้าจอโทรศัพท์อีกรอบก่อนจะถอนหายใจ หรือจะเป็นอย่างที่ไอ้เสือว่า บางทีเขาอาจจะมีแฟนแล้ว อย่างนั้นผมก็ต้องตัดใจใช่หรือเปล่า ความรู้สึกอกหักมันเป็นแบบนี้เองเหรอวะ ปกติมีแต่คนเข้าหาและเป็นผมที่หักอกคนอื่น พอมาโดนกับตัวแล้วก็รู้สึกเจ็บ ๆ ดี


    แก้วเหล้าในมือถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากอีกรอบ ของเหลวมึนเมาถูกผมกลืนลงคอรวดเดียวหมดก่อนจะกระแทกแก้ววางลงไปบนโต๊ะด้วยความรู้สึกในใจที่บอกไม่ได้ว่ากำลังรู้สึกแบบไหน


    “เป็นเอามากนะมึง ถ้าฟังที่ไอ้เสือบอกอย่างเดียวไม่มาเห็นสภาพมึงนี่กูไม่เชื่อนะว่าหน้าอย่างมึงจะมีคนมาหักอก” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้น ผมเหลือบสายตามองเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ลากเก้าอี้แทรกกายเข้ามานั่งพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ


    พี่หมี..พี่รหัสผม ลุงรหัสไอ้เสือมัน


    “....”


    “สวยไหมคนที่หักอกมึง”


    คำถามพาลให้นึกไปถึงใบหน้าขาวเนียน..ขาวจริง ๆ ผมสีโคล่าคลอเคลียตากลม มันไม่ได้กลมโตเหมือนกับผู้หญิงแต่มันดูเข้ากันกับจมูกเล็ก ๆ และปากอิ่มสีแดงสั่นน้อย ๆ ยามที่สบตากัน จะว่าสวยไหม..ก็สวย แต่ไม่ได้สวยขนาดว่าจะเปรียบเป็นผู้หญิงได้


    สวยในแบบที่ผมชอบ


    “อือ ..สวย”


    “แล้วยังไง เขามีแฟนแล้ว”


    “ไม่รู้”


    “เอ้า แล้วมึงอกหักได้ไง”


    “.....”


    “ไอ้เสือมึงเล่าดิ้” เห็นว่าผมไม่ตอบพี่หมีก็หันไปถามไอ้น้องรหัสตัวดีที่ยังคงนั่งกาวใส่รูปน้องคิทแคทในโทรศัพท์ไม่หยุด เห็นว่าเป็นคนที่มันชอบ แต่ดันเสือกใจกากไม่กล้าจีบเขา อีกอย่างถูกพี่ชายน้องกีดกัน วัน ๆ ก็เลยได้แต่นั่งดูรูปแล้วเพ้อไปตามเรื่อง


    ผมนั่งดื่มต่อเงียบ ๆ ขณะที่ไอ้เสือเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ตั้งแต่ต้นให้พี่หมีฟังจนจบ


    “หึ ๆ กูไม่แปลกใจเลย” กลั้วขำมองมาทางผม


    “....”


    “ก็สมกับเป็นมึงนะวิธีจีบแบบพุ่งชนฉิบหาย มีอยู่สองทางเลยที่เขาบล็อก..มีแฟนแล้วไม่ก็เขากลัวมึงก็เลยบล็อก ค่าเสียหายก็คงไม่เอาแล้วล่ะ” พี่หมีพูดทีผมก็ยกแก้วขึ้นดื่มที โคตรช้ำใจเลยว่ะแม่ง ที่ผ่าน ๆ มาผมไม่เคยสนใจอะไรกับความรัก ไม่เคยคิดอยากจะมีแฟนเลยนะ มีแต่ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดตามประสาผู้ชายคนนึงก็เท่านั้น และผมก็เด็ดขาดพอที่จะทำให้คนพวกนั้นไม่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตผมอีกหลังจากที่แยกทางกัน


    พอรู้สึกใช่กับใครสักคน ใครคนนั้นดันมีแฟน


    หรือว่าจะยังไม่มี ..แต่อาจจะกลัวผมอย่างที่พี่หมีบอก


    มันก็เป็นไปได้


    เพราะตอนที่ผมบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นมา ร่างกายสั่นเทาจนเหมือนกระต่ายตัวเล็กที่กำลังสบตากับผู้ล่าแบบผม


    ปึก!


    “..แปลว่ายังมีหวัง”


    “อะไรมึง” พี่รหัสผู้ช่วยชี้ทางสว่างให้ผมเลิกคิ้วถามพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม


    “พรุ่งนี้ผมจะไปแถวนั้นอีก”  


    “มึงเอาจริง ? คิดว่าจะได้เจอเหรอวะ มหา’ลัยที่ไอ้เสือว่าก็ใช่จะเล็ก ๆ คนมีเป็นพันเป็นหมื่น มึงจะเดินเข้าไปถามว่ารู้จักคนนี้ไหมครับหรือไง”


    “ถ้าหาไม่เจอก็คงต้องทำแบบนั้น” ผมว่า ไม่เกี่ยงวิธีหรอกขอแค่ให้ได้เจออีกรอบก็พอ อยากจะทำความรู้จักให้มากกว่านี้ กระต่ายตัวนั้นผมจอง แต่ถ้ามีเจ้าของแล้วก็คงต้องถอยออกมา สันดารผมเหี้ยแต่สิ่งเดียวที่จะไม่ทำก็คือแย่งแฟนคนอื่น มันไม่ใช่นิสัยลูกผู้ชายเขาทำกัน


    แต่ถ้ายังไม่มี..


    ผมก็จะจีบด้วยวิธีของผมต่อไป อาจจะปรับเปลี่ยนบ้างเพื่อให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกกลัวมาก ก็เปลี่ยนสักนิด อย่างตอนแรกที่ทักไปขอจีบเลย เจอหน้ากันอีกทีก็ถามชื่อก่อน ..แล้วค่อยขอจีบ


    “เออ กูเอาใจช่วยแล้วกัน”




    Ruk


    ผมพับหน้าจอโน๊ตบุ้คลงหลังจากที่กดบล็อกเฟสของคนแปลกหน้าท่าทางน่ากลัว มีอย่างที่ไหนจะคุยเรื่องค่าเสียแต่ดันใช้ถ้อยคำเชิงข่มขู่ให้ตอบแบบนั้น แล้วไหนจะยังมาบอกว่าชอบผม อยากจีบอีก ที่เขาพูดตอนคืนโทรศัพท์ให้ผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าตัวเองฟังถูกหรือเปล่า แต่พอทักมาบอกกันแบบนี้ก็เลยมั่นใจขึ้นมาทันที แล้วก็กดบล็อกไปโดยไม่คิดด้วย


    ไม่อยากมีปัญหากับเมฆ ผมไม่เคยแชทคุยกับใครเลยนอกเหนือจากเพื่อน ๆ ที่คุยกันเรื่องงานกลุ่มหรืองานของคณะ ส่วนนึงก็เพราะไม่ชอบความวุ่นวาย และอีกส่วนนึง..ก็เพราะเมฆ


    ปึง ๆๆ


    “รัก”


    เสียงเรียกหน้าห้องพาให้ผมละมือจากการจัดของบนโต๊ะให้เข้าที่ ริมฝีปากขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มตื่นเต้นและความสุขเล็ก ๆ ที่เอ่อล้นออกมาจากข้างใน ก้าวเท้าตรงไปที่ประตูรวดเร็วพร้อมกับดึงประตูให้เปิดออก


    “เมฆ”


    “รัก!” เสียงของใครอีกคนดังขึ้นด้านหลังคนตัวสูงตรงหน้าผม สีครามโผล่หน้าออกมาพร้อมกับถุงใส่ไก่ทอดแบรนดังพร้อมด้วยรอยยิ้มแทนที่รอยยิ้มของผมเลือนหายไปทีละน้อยจากใบหน้า เลิกคิ้วขึ้นมองไปทางเมฆที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร


    ผมเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ..ว่าที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัว


    “มึงหิวไหม เมฆแวะซื้อไก่ทอดมาด้วย ของชอบกูเลย..นี่ห้องมึงเหรอ ไม่เห็นมึงเคยชวนกูมาเลย” เสียงเพื่อนสนิทผมยังคงดังเจื้อยแจ้วขณะที่แทรกตัวเข้าด้านในห้อง ผมสบตากับเมฆ ส่งสายตาบ่งบอกให้รู้ว่าครั้งนี้ผมรู้สึกแย่มากขนาดไหน


    ทุกพื้นที่ที่เคยมีแค่ผมกับเมฆจะต้องมีครามร่วมด้วยตลอด


    ผมไม่ได้อยากมีความรู้สึกแบบนี้ แต่กับบางพื้นที่ที่มีเราผมก็อยากให้มันมีแค่เรา การที่ผมไม่เคยให้สีครามมาที่ห้องนี้มันก็แปลได้ว่าผมต้องการเว้นพื้นที่ตรงนี้เอาไว้ และมันก็เป็นข้อตกลงระหว่างเราที่ผมเคยพูดไปแล้ว


    “เข้าห้องกัน” เมฆว่าด้วยรอยยิ้ม สายตาไม่ได้แสดงให้ผมเห็นเลยว่าเขารู้สึกผิดหรืออย่าขอโทษในสิ่งที่ทำ ผมรู้นะว่ามันแค่เรื่องเล็ก และเราไม่ควรจะต้องเอาเรื่องแบบนี้มาตั้งเป็นประเด็นทะเลาะกัน แต่เพราะมันเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เมฆสามารถทำได้


    “เรา ...ออกไปคุยกันหน่อยไหม”


    “เมฆเหนื่อยอะรัก เข้าห้องเถอะนะ ไปกินไก่ทอดกันดีกว่า..เมฆซื้อมาฝาก”


    “รักไม่ชอบกินไก่ทอด” จำไม่ได้หรือไง ถ้าจะมีคนที่ชอบกินก็สีครามนั่นแหละ..ไม่ใช่ผม “ช่างมันเถอะ เมฆกินกับครามสองคนไปแล้วกัน” เสียงของผมเจือด้วยความน้อยใจและตัดพ้อ อย่างน้อยของที่ซื้อมาก็ควรจะเป็นของที่ผมชอบกินไม่ใช่หรือไง


    ..


    “เมฆ! กูรอกินไก่อยู่ เข้ามาสักทีดิวะ เร็ว ๆ บอลเริ่มแล้วนะเว้ย”


    “เออ เดี๋ยวกูเข้าไป” ตะโกนตอบก่อนจะหันมาคว้ามือผมไปกุมเอาไว้แผ่วเบา “เรื่องไก่ทอดเมฆขอโทษ จำสลับนิดหน่อย เอาไว้วันหลังเมฆจะพารักไปกินอาหารญี่ปุ่น โอเคไหมครับ ไม่งอนนะ วันนี้งานเลิกเมฆก็ตั้งใจมาหารักเลยนะ”


    “อย่าพูดเลยเมฆ ..จำได้ไหมว่าวันนี้เรานัดกัน เราสามคน”


    “รัก”


    “เข้าห้องสิ บอลเริ่มแล้วนะ เมฆไม่ดูเหรอ” ผมเปลี่ยนเรื่องพร้อมรอยยิ้ม ดึงมือแฟนตัวเองเข้ามาในห้องด้วยอารมณ์ที่ต่างกันกับในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง ผมเหนื่อย ไม่อยากจะทะเลาะกับเมฆ เรื่องที่ผิดนัดกันผมชินชาจนไม่อยากจะเก็บอะไรมาคิดอีก


    ส่วนเรื่องคราม..ในเมื่อมาแล้วจะให้ไล่กลับไปก็คงทำไม่ได้


    “รัก..มึงไม่กินเหรอ มากินด้วยกันดิ”


    “มึงกินเลย กูอิ่มแล้ว ว่าจะนอนเร็ว มึงก็ดูบอลกับเมฆไปแล้วกัน”


    “เออ ๆ นอนก่อนเลย เดี๋ยวพวกกูดูบอลเสร็จจะไปนอนด้วย มึงชอบปีกใช่ป้ะเมฆ อะ กูแบ่งให้ชิ้นนึง ทีเหลือของกู” เสียงพูดดังขึ้นมาในตอนที่ผมพาตัวเองขึ้นมานอนหันหลังให้ทั้งคู่อยู่บนที่นอน หลับตาลงฟังเสียงโวยวายของทั้งสองคนที่กำลังเชียร์บอลกันจริงจัง ไม่ใช่ว่าผมไม่คิดสงสัยในความสัมพันธ์ของเมฆและสีคราม


    แต่ส่วนนึงเพราะความไว้ใจทำให้ผมไม่กล้าคิด สีครามกับผมสนิทกันมาหลายปี ท่าทางที่มันแสดงออกกับเมฆผมก็เห็นมาเป็นปกติตั้งแต่ช่วงมัธยมจนถึงตอนนี้


    ไม่ได้เปลี่ยนหรือดูพิเศษอะไรมากขึ้นกว่าเดิม


    ถ้าจะมีอะไรที่เปลี่ยน..ก็คงจะเป็นแฟนผมนั่นแหละที่เปลี่ยนไปทุกอย่าง


    “มึงแดกเลอะจังวะคราม”


    “กูหิว ..เชี่ย ไอ้เมฆ ไม่ได้อยู่กับแฟนคลับป้ะ กูเช็ดเองได้ ไม่ต้องมาเช็ดให้”


    “บ่นแต่ยื่นหน้าให้กูเช็ด”


    “ก็กูกินอยู่”


    “เออ ๆ กินเข้าไป ของชอบมึงนี่”


    “ก็ใช่ไง ..แล้วเสือกจำว่ารักชอบกินไก่ทอด มึงมันสับสน ถ้าเพื่อนกูงอนคราวนี้มึงง้อเองเลยนะ กูไม่ช่วยจริง ๆ ด้วย ให้มึงอกแตกตายไปเลย”


    “ใจร้ายว่ะเตี้ย แต่เห็นมึงพูดแบบนี้ทีไร มึงก็ช่วยกูง้อรักทุกที”


    “ทำพูด..ใครใจร้ายกว่ากันมึงเองก็น่าจะรู้ดีนะเมฆ




---



การพรีเซ้นต์งานกลุ่มจบลงในคลาสสุดท้ายของวัน หลังจากที่อาจารย์พูดสรุปเนื้อหาเล็กน้อยและนัดวันที่จะสอบในสัปดาห์หน้ายองเนื้อหาบทสุดท้ายก่อนสอบไฟนอลเพื่อน ๆ ในห้องก็ทยอยกันออกไปเหลือเพียงกลุ่มผมที่ยังคงนั่งพูดคุยกันอยู่


    “ได้พรีเซ้นต์แล้วโล่งสัส ๆ”


    “เออ โชคดีด้วยที่ครั้งนี้ได้อยู่กับรัก”


    ผมยิ้มขำเมื่อได้ยินถ้อยคำจากอีกฝ่าย “พวกมึงก็เว่อร์ งานนี้ก็ทำด้วยกัน ถ้าพวกมึงไม่ซ้อมพรีเซ้นต์ ไมจำกันมันก็ไม่ออกมาดีแบบนี้หรือเปล่า” ไม่ใช่ว่าเพราะผมงานพรีเซ้นต์ครั้งนี้เลยผ่านและได้คะแนนออกมาดี แต่มันเพราะเพื่อน ๆ ทุกคนนั่นแหละ งานกลุ่มถ้าใครสักคนไม่ให้ความร่วมมือมันก็ล่มได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่ทำให้ผ่านกันมาได้แถมยังได้รับคำชมจากอาจารย์อีกว่างานออกมาดี


    “ก็ถ้ามึงไม่ทักมาคอยบอก คอยเร่งพวกกูมันก็ไม่เสร็จไง” อั๋นว่า ตบลงบนไหล่ผมเบา ๆ “ตอนแรกพวกกูก็รำคาญมึงนะ เล่นเกมอยู่ก็เสือกทักมา แต่ผลลัพธ์ของงานวันนี้พวกกูต้องขอโทษแล้วก็ขอบคุณมึงมาก วันนี้มึงรีบกลับหรือเปล่า”


    “กูเหรอ” ผมเลิกคิ้วถาม ก้มลงมองข้อความที่เพิ่งจะส่งบอกเมฆไปว่าผมนั้นเลิกเรียนแล้ว อีกฝ่ายในเวลานี้ก็คงกำลังวุ่นวายอยู่กับงานของตัวเองรวมถึงครามด้วยเช่นกัน หลายวันมานี้ก็ใช่ว่าเราจะได้พบเจอพูดคุยกันปกติ ไม่นับรวมเมื่อคืนที่มาหาผมกันน่ะนะ คงเพราะอยู่กันคนละคณะด้วยมั้ง บางทีผมก็คิดนะว่าทำไมตัวเองถึงไม่ชอบอะไรในสายงานด้านนิเทศน์บ้าง


จะได้มีเวลาอยู่กับเมฆมากกว่านี้


    “เออ ไปดื่มกัน ไม่เคยชวนมึงเลยอะ”


    “นั่นดิ ไปด้วยกันนะมึง ถือว่าเลี้ยงฉลองที่งานกลุ่มเรามันออกมาดี” ตูนสมทบขึ้นมาอีกคน ท่าทางแต่ละคนอยากจะให้ผมไปร่วมด้วยจริง ๆ


    “ได้ดิ พวกมึงไปกันกี่โมงอะ”


    “ทุ่มครึ่งร้านก็เปิดแล้ว กลับไปเปลี่ยนชุดก่อน..หอมึงอยู่ไหนอะ เดี๋ยวกูไปรับ”


    “ไม่เป็นไร กูมีรถมอ’ไซต์” ผมบอกปฏิเสธอั๋นไป


    เกรงใจเพราะเราก็ไม่ได้สนิทกันมากขนาดจะให้มารับมาส่ง


    “มึงไปไม่ถูกหรอก ร้านมันอยู่ในซอย กูไปรับแล้วก็พามึงกลับมาส่งนี่แหละดีแล้ว” อั๋นยืนยันที่จะไปรับผมให้ได้ คิด ๆ ดูแล้วถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องรบกวนอีกฝ่ายเพราะผมเองก็ไม่อยากจะขับขี่รถในเวลากลางคืนเหมือนกัน อีกอย่างผมไม่ค่อยได้เที่ยว..ร้านที่ว่าอยู่ตรงไหนผมก็ไม่รู้ ถ้าขับไปเองก็คงต้องพึ่งให้อั๋นส่งโลเคชั่นมาให้


    “แบบนั้นก็ได้”


    “แล้วพวกมึงจะให้กูไปรับไหม”


   “ไม่ว่ะ เดี๋ยวกูไปกับไอ้ตูน” ปิงพูดตอบกลับมา


    “โอเค งั้นเจอกันที่ร้าน พวกมึงน่าจะถึงก่อน สั่งรอกูกับรักเลยก็ได้” ตกลงกันเสร็จก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างที่รอเวลานัดผมก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จพอดี เลือกเสื้อผ้าธรรมดาที่ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรมาก ก่อนจะมานั่งเปิดโน๊ตบุ้คหาหนังดูฆ่าเวลาไปพลาง ๆ


    เนื้อหาของหนังแทบไม่เข้าหัวผมเลยสักนิด ตลอดเวลาที่ดูในหัวมีแต่เรื่องของเมฆกับสีครามเต็มไปหมด บทสนทนาเมื่อคืนที่ทั้งสองคนพูดกันก็ใช่ว่าผมจะไม่ได้ยิน เพียงแตาผมไม่แน่ใจว่ามันหมายถึงอะไร..หรือบางทีผมก็ตั้งใจที่จะเบี่ยงเบนความคิดตัวเองว่าสิ่งที่ผมคิดนั้นมันไม่ถูกต้อง เพื่อนสนิทที่เช็ดปากให้กันมันเรื่องปกติหรือเปล่านะ


    แล้วเพื่อนสนิทที่มีคำเรียกแทนชื่อกัน..มันก็เป็นแค่เรื่องปกติใช่หรือเปล่า





    DINO


    16 : 45 น.


     เสียงจอแจในเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนมัธยมรัฐชื่อดังนั้นรบกวนจิตใจของผมได้ไม่น้อย ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาทำตัวเป็นสตอล์คเกอร์เช่นเดียวกันกับน้องรหัสที่ตอนนี้มันแทบจะสิงเข้าไปกับถังขยะข้างเสาไฟฟ้าเพื่อที่จะแอบมองเด็กผู้ชายตัวขาว แก้มย้วยคนนึงที่กำลังนั่งพูดคุยหัวเราะกับเพื่อนตัวเองอยู่ภายในรั้วโรงเรียน


    บอกให้มันเข้าไปจีบน้องเขาไปเลยจะได้ไม่ต้องมาแอบมองทำตัวเป็นโรคจิตแบบนี้ ถ้ามีเด็กคนไหนไปฟ้องพวกคุณครูในโรงเรัยนแล้วเขาเรียกตำรวจมาเพราะท่าทางน่าสงสัยของมันผมก็คงไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ คนหน้าตาดีมาทำอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะดูดีนะ


    ผมล่ะอยากจะลากคอมันกลับจริง ๆ


    ถ้าไม่ติดว่าการมายืนมองน้องคนคิทแคทคนนั้นทุกครั้งที่ว่างและมีโอกาสมันคือความสุขของไอ้เสือ ลำบากขนาดว่าต้องไปยืนสิงถังขยะแต่ก็ดูมันจะมีความพยายามสูง ผมบอกให้ลองคุย ลองเข้าไปทำความรู้จักไปเลยมันก็ไม่กล้า


    มัวแต่มองแล้วทำเขินอยู่นั่นแหละ


    ชาติไหนจะได้จีบ จะได้เป็นแฟนวะเนี่ย


    ต่างจากผมอย่างเห็นได้ชัด แอบมองแอบชอบอยู่ห่าง ๆ ไม่ใช่แนวผมแน่ ๆถ้าชอบก็ต้องจีบ..แต่ถ้าเขามีแฟนแล้วก็แค่ต้องถอย มันคือเรื่องปกติของโลกใบนี้สำหรับผม


    ถ้ามัวแต่ไม่กล้า..


    แล้วจะได้มาอยู่ข้าง ๆ ได้ยังไง


    ผมเลื่อนสายตาไปมองไอ้เสืออีกครั้ง ถอนหายใจเมื่อเห็นว่ามันยังคงจ้องมองแม้ว่าน้องคิทแคทจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ม้าหินแล้วก็ตาม เหมือนว่าน้องกำลังเดินไปทางหน้าประตู คงจะได้เวลากลับบ้านและนั่นเท่ากับว่าไอ้เสือกับผมเองก็ได้เวลาที่จะต้องไปแล้วเหมือนกัน


    อย่างที่บอกพี่หมีไปว่าผมจะไปแถว ๆ ที่เจอกันกับเจ้ากระต่ายตัวนั้นอีกครั้ง


    ผมมีคนรู้จักอยู่แถวนั้น เมื่อวานที่ไปก็เพราะว่าไปทำธุระนั่นแหละ อีกอย่างคนที่ผมรู้จักมันก็เป็นเพื่อนเก่าด้วย เรียนมหา’ลัยเดียวกันกับกระต่ายที่ผมหมายตาเอาไว้ อย่างน้อยถ้าจะสุ่มถามใครก็ควรจะเป็นมันนี่แหละสะดวกที่สุดแล้ว


    “น้องเขากลับแล้ว มึงก็ออกมาสักที ..จะสิงถังขยะอีกนานไหม”


    “ก็กูชอบของกูอะพี่”


    “ถังขยะ?”


    “คิทแคทสิ! พี่มึงกวนตีนแล้ว”


    สาบานว่าผมเป็นรุ่นพี่มันจริง ๆ อะ


    ไอ้เสือเดินกลับมา สายตามันยังคงจับจ้องร่างขาวที่เดินอยู่ไกล ๆ น้องคิทแคทกำลังซื้อน้ำอยู่ที่หน้าโรงเรียน รอยยิ้มร่าเริงของอีกฝ่ายยามที่พูดคุยกับเพื่อนนั้นล่อลวงน้องรหัสผมให้เคลิ้มได้ไม่ยาก ..แค่หันไปเจอหน้าไอ้เสือตอนนี้ผมก็อยากจะขยับออกห่างให้รู้แล้วรู้รอด


    “ขนาดนี้แล้วทำไมมึงไม่เข้าไปคุยกับน้องเขาวะ จะกลัวอะไรอีก” ผมถาม ท่าทางไอ้เสือมันก็ดูชอบมากขนาดนี้ แล้วจากที่ผมรู้มาตอนนี้น้องก็ยังไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอ มัวชักช้าเดี๋ยวก็ถูกหมาคาบไปแดกจนได้ หน้าตาน้องถึงจะถูกบดบังด้วยแว่นหนาเตอะแต่ความน่ารักก็ยังคงฉายชัดอยู่ดี อาจจะมีใครตาดีมองเห็นความน่ารักภายใต้กรอบแว่นนั้นเหมือนกับไอ้เสือแล้วชิงจีบตัดหน้าไปก่อนก็ได้


    “มึงพูดไรวะพี่ ...ให้กูไปจีบน้องเนี่ยนะ แค่เข้าใกล้ขากูก็อ่อนแล้ว” เชื่อเลยว่าขาอ่อน เพราะแค่ผมบอกให้มันไปจีบน้องคิทแคทแค่นี้ไอ้เสือก็หูแดง หน้าแดงพูดลิ้นพันกันไปหมดแล้ว ท่าทางจะอาการหนัก คงจะชอบมากจริง ๆ นั่นแหละ


    “ตามใจมึง แต่ช้าก็ระวังจะหมามันจะคาบไปแดกก่อน”


    “หมาตัวไหนมันกล้าก็ลองดู”


    ทีเรื่องแบบนี้ล่ะเก่งขึ้นมา


    ผมส่ายหัว ยืนเป็นเพื่อนไอ้เสือรอจนกระทั่งน้องคิทแคทมีคนมารับกลับบ้าน พอหมดธุระที่นี่ผมก็ตั้งท่าจะไปต่อทันที ไอ้เสือไม่ได้ไปด้วยเพราะมันจะต้องเข้าไปที่อู่ของพ่อมันในวันนี้ ส่วนผมนั้นสบายมาก ลุยเดี่ยวไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม


    “คือ..พี่คะ”


    ผมเงยหน้าขึ้นจากรถมอเตอร์ไซต์ของตัวเอง เลิกคิ้วขึ้นสบตากับเด็กผู้หญิงคนนึงที่ยืนบิดไปมา หันไปมองกลุ่มเพื่อนตัวเองที่ส่งเสียงยุงยงอยู่ไม่ไกล


    “มีอะไร” ส่งเสียงถามไปอย่างไม่ใส่ใจ น้องเขาน่ารัก..สวยด้วย แต่ผมไม่ได้สนใจ สวมใส่ถุงมือหนังก่อนจะตามด้วยเสื้อคลุมหนังแขนยาวสวมทับลงบนเสื้อยืดสีขาว รูดซิปขึ้นรอฟังว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นมีเรื่องอะไรจะพูดคุยด้วย


    “หนู หนูเห็นพี่มายืนตรงนี้หลายครั้งแล้ว คือว่า..หนูชอบพี่ค่ะ ขอเบอร์ได้ไหมคะ”


    …


    ผมหยุดมือเมื่อรูดซิปเสื้อขึ้นจนเกือบสุด


    สบสายตากับคนที่เพิ่งจะบอกชอบไปนิ่ง ๆ


    “ไม่”


    “เอ่อ..”


    “ขอโทษนะ แต่ช่วยถอยด้วย”





    RUK


    20 : 14 น.


    บรรยากาศรอบกายแปลกใหม่สำหรับผม อย่างที่บอกว่าผมไม่เคยมาสถานที่แบบนี้ แสงไฟหลากสีกระพริบสาดไปทั่วทุกพื้นที่ เหล่านักท่องราตรีทั้งชายและหญิงบางกลุ่มต่างก็ลุกขึ้นโยกย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลงที่เปิดดัง


    ผมหรี่ตามอง สะบัดหัวเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังมึนเมาเล็กน้อยจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป


    อั๋นกับเพื่อนเองก็นั่งดื่มพลางพูดคุยกับผู้หญิงกลุ่มนึง จากท่าทางที่เห็นผมคิดว่าคงจะรู้จักกัน เห็นพูดคุยกันสนิทสนม หันมาโบกมือทักทายผมดูเป็นมิตร


    “เพื่อนอั๋นเหมือนจะเมาแล้วนะ”


    “ไม่หรอกมั้ง รัก...มึงเมาแล้วเหรอ”


    “มึน ๆ อะ แต่ยังไม่เมาเท่าไหร่” ผมตอบไป ละมือจากแก้วมาจับโทรศัพท์เลื่อนดูข่าวสารต่าง ๆ แทน อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความที่ถูกตอบกลับมาจากเมฆ ข้อความบอกว่าคืนนี้เมฆจะเข้ามาหาผมหลังจากที่เสร็จงาน มาคนเดียว..ไม่มีสีครามมาด้วยเหมือนเมื่อวาน


    ผมเชื่อได้ใช่หรือเปล่า


    “ทำไมหน้ามึงเครียดจังวะ มีอะไรหรือเปล่า เล่าได้ระบายได้นะเว้ย พวกกูไม่บอกใครแน่ ๆ” ปิงเอ่ยถาม ดันแก้วเหล้ามาให้ผมยกดื่มอีกครั้ง คราวนี้ผมดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว น้ำตาเอ่อล้นออกมาไม่รู้ตัว อีกนานแค่ไหนที่ผมจะต้องทนรู้สึกแบบนี้


“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก


    เป็นคนโง่ ๆ ที่ต้องทำเหมือนว่าไม่รู้อะไร


    ยิ้มรับกับทุกเรื่องที่เกี่ยวกับแฟนและเพื่อนสนิทของตัวเอง


    พยายามทำเหมือนว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งสามคนยังคงเป็นเหมือนเดิมทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่ได้มีอะไรเหมือนเดิมมาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ ตั้งแต่ที่ซีรี่ย์เรื่องนั้นจบและทั้งสองคนกลายเป็นคู่จิ้นกัน หอมแก้ม จับมือกันต่อหน้าแฟนคลับเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ


    ในขณะที่กับผมมือก็จับไม่ได้ อยู่ข้างนอกก็เดินห่างกันเหมือนกับคนไม่รู้จัก


    เจอแฟนคลับของใครสักคนเวลาที่อยู่กับเมฆสถานะผมก็ถูกลดกลายเป็นเพื่อนตลอด มันน่าอึดอัดเต็มทีกับสิ่งที่ไม่รู้ว่าเราควรจะเริ่มพูดคุยกันจากตรงไหน


    “รัก”


    “....”


    ปึก!


    ผมวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ รู้สึกว่าตอนนี้ผมกำลังล่องลอยอยู่ในที่ไหนสักแห่ง จ้องมองไปยังผู้คนที่ยังคงเต้นเบียดกันไปมาอย่างสนุกสนาน ถ้าได้ทำแบบนั้นบ้างผมจะรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า ความมึนเมาในตอนนี้จะช่วยให้ผมลืมเรื่องราวที่ผ่านมาได้บ้างไหม


    “ไปไหนวะ ..รัก! เดี๋ยวมึง”


    ผมไม่ได้สนใจเสียงเอ่ยเรียกจากใครสักคนเพราะเพลงมันดังกลบไปจนหมด รู้ตัวอีกทีก็มายืนเบียดอยู่กับคนมากมายที่กำลังโยกไปมาแบบสุดเหวี่ยง


    ร่างกายผมเริ่มจะขยับไปเองทีละนิด


    ปลดปล่อยทุกความรู้สึกในใจออกมาด้วยการเต้นร่วมไปกับคนอื่น ๆ โยนความเศร้าหมองในใจทิ้งไปชั่วขณะ ส่งยิ้มหวานให้กับคนที่เบียดแนบชิดเข้ามา ลมหายใจร้อนคลอเคลียลงบนแก้มขณะที่ผมยังคงโยกกายบดเบียดไปกับคนที่ไม่รู้จัก


    คุ้นเคยแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร


    รอยยิ้มของเขานั้นน่ามองรวมไปถึงใบหน้าดูดีอย่างร้ายกาจในตอนที่ก้มชิดลงมากับหน้าผม


    “เจอตัวแล้ว…”



---



ช่วงเวลาที่สมองได้หยุดพักผ่อนจากการคิดเรื่องต่าง ๆ คงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผม แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปนั้นไม่ได้ทำให้ผมเมาจนทำกิจกรรมอะไรต่อไม่ได้ กลับกันมันช่วยให้เลือดในกายร้อนรุ่มและยากที่จะอยู่นิ่ง ผมเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา ส่งเสียงหัวเราะโยกกายไปกับคนแปลกหน้าคนนึงที่กักกันผมเอาไว้ไม่ปล่อยให้ห่างจากเขา


    หรือแม้แต่ใครคนอื่นก็ไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้ผมเพราะถูกสายตาดุ ๆ คู่นั้นขับไล่ไปเสียก่อน


    ผมไม่รู้จักชื่อของผู้ชายหน้าตาดีแฝงไปด้วยความดิบเถื่อนตรงหน้า สัมผัสร้อนรุ่มที่สัมผัสกายยิ่งทำให้ผมขยับเบียดแนบชิดเข้าไปยิ่งกว่าเดิม แม้อยากจะหักห้ามตัวเองแค่ไหนแต่เหมือนว่าร่างกายผมจะไม่ฟังเสียงที่สมองสั่งการแล้วในตอนนี้


    “คุณดูดี”


    “....”


    “จริง ๆ นะ”


    ผมกระซิบบอกไปยามที่เขาก้มลงมา ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าจากการเคลื่อนไหวติด ๆ กัน กลิ่นบุหรี่เคล้ากลิ่นเหล้ากลิ่นเหงื่อชวนให้ผมรู้สึกคลื่นไส้ ดันตัวเองออกจากร่างกายสูงใหญ่ก่อนแทรกตัวหนีออกจากร้านไปนั่งโก่งคออาเจียนเอาของที่กินเข้าไปออกมาอยู่ที่ข้างทาง


    “อุก ….”


    “....”


    “แคก ๆ”


    “น้ำ บ้วนปากแล้วลุกขึ้นมา” ขวดน้ำยื่นมาตรงหน้าพาให้ผมสะดุ้งแต่ไม่เท่ากับเสียงดุดันที่กระซิบมาข้างหู เกือบจะล้มคะมำหน้าทิ่มลงไปในพงหญ้า ยังดีที่เจ้าของเสียงใช้แขนรั้งเอวผมเอาไว้ออกแรงดึงจนตัวลอยเซไปชนกับแผ่นอกของอีกฝ่าย


    ผมสร่างเมาแทบจะทันที ขืนตัวออกจากท่อนแขนแกร่งที่รัดอยู่


    “ปล่อยผม”


    “ถ้าปล่อยมึงแน่ใจว่าตัวเองจะไม่ล้มเอาหน้าไปไถพื้น” คำถามฟังดูหยาบคายสำหรับคนที่ไม่รู้จักหรือสนิทกัน ผมหันไปค้อนใส่เขาเล็กน้อย แต่ก็ต้องชะงักกับใบหน้าที่จดจ้องมาเช่นกัน คุ้น ๆ เหมือนว่าเคยเจอที่ไหนาก่อน


    “คุณ ...รู้จักผมเหรอ” ผมถาม


    เพราะแน่ใจว่าผมไม่รู้จักเขา แต่บางทีเราอาจจะเคยเจอกัน ผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นเพื่อนของใครสักคนในกลุ่มเพื่อนที่ผมรู้จัก


    สิ้นคำถามของผมคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันทันที “มึงจำไม่ได้?”


    “.....”


    “เมื่อวานน้องกูชนมึง ทำโทรศัพท์มึงหล่น”


    …


    ผมเริ่มนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อวาน ใบหน้าของผู้ชายคนนั้นที่หยิบโทรศัพท์ยัดใส่มาในมือเริ่มฉายชัดขึ้นมาจากความทรงจำ ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง ความกลัวทำให้ผมก้าวเท้าถอยหนีพร้อมกับขวดน้ำที่กำแน่นในมือ ผู้ชายคนนี้ดูไม่น่าไว้ใจ..เขาบอกว่าชอบผม ขอจีบผมผ่านเฟสและผมก็บล็อกไป วันนี้ดันมาโผล่อยู่ตรงหน้า


    จะไม่ให้ผมรู้สึกกลัวได้ยังไง


    “คุณมีอะไรหรือเปล่า” เอ่ยถามไปเสียงแผ่ว ร่างกายผมสั่นเทาเล็กน้อยเพราะสัมผัสกับอากาศหนาวในยามดึกบวกกับความกลัวที่เกาะกินหัวใจเมื่อได้สบตากับคนแปลกหน้าท่าทางน่ากลัวคนนี้ สายตาของเขานิ่งเฉยและดูหงุดหงิด


    “เปล่า แค่อยากเจออีกครั้ง”


    “..อยากเจอผมเหรอ” ถามไปอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่


    “อืม”


    คำตอบของเขาทำให้ผมนิ่งอึ้งไม่น้อย คน ๆ นี้อยากเจอผม ก็เลยมาที่นี่อย่างนั้นเหรอ


    “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่” ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็ไม่ได้เช็กอินในเฟสบุ้ค การที่เขามาเจอผมที่นี่มันจะต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ บวกกับที่บอกว่าอยากเจอมันก็หมายถึงว่าจุดประสงค์ของเขาที่มาที่นี่มันก็คือผมอย่างชัดเจน


    “กูก็มีเพื่อนอยู่ที่นี่ ..เอาเป็นว่ากูไม่ได้สะกดรอยตามมึงแน่ ๆ ไม่ต้องห่วง”


    “.....”


    “มึงเถอะ หน้าตามึงดูไม่เข้ากับที่แบบนี้”


    “ผมแค่มาฉลองกับเพื่อน”


    “จะกลับหรือยัง” เขาถาม


    เวลาในตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้ว อีกอย่างเมฆก็บอกแล้วด้วยว่าคืนนี้จะมาหาและค้างกับผม ..แต่ความรู้สึกของผมในตอนนี้มันไม่ได้อยากกลับห้องเลยแม้แต่นิดเดียว


    อยากจะเจอเมฆ


    แต่ก็ไม่อยากรู้สึกแย่กับความอึดอัดที่นับวันมันยิ่งเพิ่มขึ้น


    ต่อให้ยิ้มกว้างมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ผมคลายสิ่งที่คิดฝังลึกอยู่ในใจออกไปได้


    “ผมคงยังไม่กลับ คุณล่ะ..วันนั้นผมเห็นว่าคุณใส่ช็อป แต่ไม่ใช่ของมหา’ลัยผม คุณไม่ได้อยู่แถวนี้ใช่หรือเปล่า” พอหวนนึกได้ก็จดจำได้แม้กระทั่งเสื้อที่อีกฝ่ายใส่มาในวันนั้น ชุดช็อปแตกต่างจากของมหา’ลัยผม และใบหน้าแบบนี้ผมเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย


    อย่างน้อยคนที่ดูโดดเด่นขนาดนี้ก็ต้องมีคุ้นหูคุ้นตาบ้าง


    แต่ภาพจำของผมก็มีเพียงช่วงเวลาในตอนเย็นวานเท่านั้น ไม่มีความจำส่วนไหนเลยที่บ่งบอกว่าคนตรงหน้านั้นเรียนอยู่ในรั้วมหา’ลัยเดียวกัน


    “กูเรียนมหา’ลัย xxxx”


    “มหา’ลัย xxxx ...จริงเหรอ! คุณเรียนที่นั่น?” ผมแสดงท่าทางตื่นเต้นกับชื่อมหา’ลัยที่ได้ยิน ขยับกายเข้าใกล้คนตัวสูงที่ยังคงยืนตีหน้านิ่ง “ผมเคยอยากเข้าเรียนที่นั่นเหมือนกัน พ่อผมเองก็เรียนจบวิศวะมาจากมหา’ลัย xxxx”


    “แล้วทำไมมึงถึงไม่สอบเข้าที่นั่น”


    “....” ผมหลุบตาลงเมื่อถูกถาม รอยยิ้มเลือนหายไปกับเหตุผลที่วนเวียนอยู่ในใจว่าทำไมตัวผมเองถึงได้มาเรียนอยู่ที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ใจจริงแล้วนั้นอยากจะเข้าเรียนอีกที่นึงมากกว่า


    “ช่างแม่ง ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร กูไม่ได้อยากเสือกขนาดนั้น..นี่ก็ดึกแล้ว มึงอยู่หอพักหรืออะไร กูจะไปส่ง”


    “ส่งผมเหรอ”


    “.....”


    “คือ..ผมไม่ไว้ใจคุณ” ผมบอกไปตามตรง สบตากับเขาด้วยความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ “ในเฟส..คุณบอกว่าจะจีบผม แล้วผมก็บล็อกคุณ ถ้าเกิดว่าคุณไม่พอใจแล้ววางแผนพาผมไปทำอะไรไม่ดีล่ะ แค่ขนาดตัวผมก็สู้คุณไม่ได้แล้ว” บ่นอุบอิบพลางเหลือบมองท่อนแขนที่ใหญ่กว่าแขนผมเป็นเท่าตัว ทั้ง ๆ ที่เราก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่กลับไม่มีส่วนไหนที่ผมจะสู้คนตรงหน้าได้เลย


    “ก็กูจะจีบมึงจริง ๆ”


    “....”


    “ชื่ออะไร”


    “รักครับ”


    “ชอบ ..จีบนะ ไม่ได้ขอ แต่บอก เอาเบอร์มา”


    “ครับ” ผมครางรับเสียงหลง ตกใจไม่น้อยกับถ้อยคำตรงไปตรงมาแบบนี้ ไหนจะโทรศัพท์ราคาแพงที่ถูกยื่นมาตรงหน้าผมอีก


    “เบอร์ ..ถ้าไม่ให้จะฉุด”


    …


    แล้วจะไม่ให้ผมกลัวเขาได้ยังไง


    ผมก้มมองโทรศัพท์ที่ถูกยื่นมาให้ ถอนหายใจออกมาก่อนจะเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับคนตรงหน้า “ขอโทษนะ แต่ว่าผมมีแฟนแล้ว คงให้เบอร์คุณไม่ได้” เอ่ยปฏิเสธไปหนักแน่น ถึงเมฆกับผมจะอยู่ในช่วงความสัมพันธ์ที่กำลังจะขาดลงเต็มทีแล้วก็ตาม


    “....” คนตรงหน้านิ่งไป


    เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ถอยเดินออกห่างจากผมไป


    “นี่กูอกหักจริง ๆ เหรอ” เสียงสบถดังแว่วมา


    ผมเหลือบมองท่าทางของเขาอีกครั้ง ต่างคนต่างยืนเงียบจนกระทั่งผู้ชายคนนั้นสูบบุหรี่เสร็จ ใช้ปลายเท้าบดขยี้จนดับสนิทแล้วถึงจะเดินกลับมาหาผมที่ยังคงยืนอยู่


    “เออ กูชื่อไดโน ..มึงมีแฟนแล้วจริงดิ” ถามย้ำด้วยใบหน้าจริงจัง


    “ครับ”


    “..งั้นกูคงต้องถอย” เสียงทุ้มแหบพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากสีซีด ไดโนยกมือขยี้หัวตัวเองแผ่วเบา “ขอไปส่งได้ไหม กูไม่ได้บังคับนะ..แค่อยากไปส่ง”


    “ทำไมถึงชอบผมล่ะ” ผมถามกลับไปแทนที่จะตอบคำถามของเขา


    แต่จริง ๆ ถ้าเขายืนยันว่าจะไปส่งผมก็ยินดี ท่าทางจริงใจที่เขาแสดงออกมามันทำให้ผมเริ่มคลายความกลัวลงไปได้บ้าง  


    “ไม่มีเหตุผล”


    “....”


    “รู้แค่ชอบ ชอบตั้งแต่ที่มึงเงยหน้าขึ้นมาตอนนั้น ..สรุปกูไปส่งได้ไหม”


    …


    “ผมขอเข้าไปบอกเพื่อนก่อน”


    “อือ รถกูจอดอยู่ตรงนู้น เดี๋ยวไปรอที่รถ”


    “โอเคครับ”




    ผมก้าวเท้าลงจากรถมอเตอร์ไซต์คันโต ถอดเอาหมวกกันน็อกคืนให้กับเจ้าของรถพร้อมกับเสื้อคลุมหนังสีดำ ไดโนมาส่งผมถึงหน้าหอพักที่ผมพักอยู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้เมฆมาถึงหรือยัง โทรศัพท์ผมยังคงเงียบและไร้การติดต่อจากอีกฝ่าย บางทีอาจจะกำลังขับรถมาก็เลยไม่ได้โทรมาบอกกัน


    “เดี๋ยว ..รับไป ไอ้เสือมันฝากขอโทษด้วย” ไดโนส่งถุงพลาสติกบรรจุกล่องสวยหรูมาให้ผม เท่าที่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าข้างในมันคือสมาร์ทโฟนยี่ห้อนึงที่ราคาสูงพอสมควร ผมทำท่าจะไม่รับแต่ก็ไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของคนให้ที่อุตส่าห์ขับรถมาไกลขนาดนี้เพื่อที่จะเอามันมาให้ผม


    “ฝากบอกเขาด้วยว่าผมไม่โกรธ ..แล้วก็ขอบคุณที่มาส่งผม”


    “ไม่เป็นไร”


    “ผมจะปลดบล็อกเฟสคุณ”


    “ช่างมัน กูไม่ค่อยได้เล่นอยู่แล้ว”


    “อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนกันได้”


    “คิดว่ากูอยากเป็นกับมึงไหมล่ะ ขึ้นห้องไปได้แล้ว อากาศมันหนาว..เรื่องเป็นเพื่อนกูคงไม่เป็น เพราะกูคงคิดไม่ซื่อกับมึงแน่ ๆ …”


    “.....”


    “เออ ..เอานี่ไปด้วย” คนพูดควานหากระเป๋าสตางค์ตัวเองล้วงขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อหยิบบัตรสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ขึ้นมาส่งให้ผม “มีปัญหาอะไรก็โทรมา”


    ..ผมคงไม่กล้ารบกวนเขาขนาดนั้น


    แต่ก็รับเอาไว้เป็นมารยาทก็แล้วกัน


    “ขอบคุณ”


    “กูเต็มใจ เมื่อไหร่ที่มึงคิดว่าตัวเองไม่เหลือใคร...ก็ให้นึกแล้วกันว่ายังมีกู”


    





---110%---


พยายามมาอัพให้ทุกวันนะคะ...


ความจริงคือเราจะทำต้นฉบับพี่เสือกับพี่ฉลามให้เสร็จก่อนแล้วถึงจะอัพพี่ไดโนให้อ่าน แต่รี้ดขอเราก็จะพยายามแต่งลงเรื่อย ๆ แต่คงไม่บ่อยในช่วงนี้


รักไว้ใจและสนิทกับครามมาก อาจจะขัดใจหน่อยแต่ต้องเข้าใจรักนะว่าเขาสนิทกันมาหลายปี ไม่มีใครคิดว่าตัวเองจะโดนเพื่อนสนิทมาก ๆ ทำร้ายหรอก






(เสือ & ฉลาม)





(ไดโน & หมี)


มีรี้ดแปะมา

หลังๆนี่เขียนนิยายไม่ค่อยหาอิมเมจ แล้วแต่รี้ดสะดวกเพราะ ขก.

อันนี้ตรงในความคิดอยู่ ถถถถถ

จริงๆก็แล้วแต่รี้ดว่ามีเมจในหัวเป็นใคร ไม่ต้องตามเมจนี่กะได้


*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.528K ครั้ง

16,485 ความคิดเห็น

  1. #16456 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 00:19

    พิไดโนคนห่ามแต่จริงใจ

    #16456
    0
  2. #16439 tpnatt (@tpnatt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 21:38
    ไดโนนี่ตรงจริงๆเป็นเพื่แนไม่ได้หรอกเพราะคงคิดไม่ซื่อฮอลๆๆๆๆ
    #16439
    0
  3. #16407 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:47
    อบอุ่นมักกกกกก
    #16407
    0
  4. #16163 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 15:55
    ไดโน คือ หลัวแห่งชาติ 5555
    #16163
    0
  5. #16001 dwyouveme (@-worthwhile-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 15:45
    ชอบนิสัยนายเอกเรื่องนี้นะ สำหรับพี่ไดโนก็คือปลื้มมาก ผู้ชายที่จริงใจ ตรงๆ ปกป้องเราได้ อะไรแบบนั้น ;___; อยากโดนจีบ
    #16001
    0
  6. #15984 Me.R (@bugtoon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 10:17
    เปงคนอบอุ่นแต่ซึน ดูออก
    #15984
    0
  7. #15959 ฉั๋นเอ๋ง (@Gapookmoo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 00:10
    แหม่พี่คนเถื่อน มันได้ใจจริงๆเลยจ่ะพี่จ๋า
    #15959
    0
  8. #15937 After_TeaTime (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 21:45

    ทำไมน้องต้องเจอคนแบบนี้วะ ฮือออออ ทิ้งพวกนั้นเลย เพื่อนใหม่อาจจะยังไม่ได้สนิทกันมาก แต่คือดูจริงใจกว่าพวกนี้อ่ะ แบบพูดตรง แล้วขนาดยังไม่สนิทคือเห็นน้องเศร้ายังพร้อมรับฟัง แล้วพวกนี้ล่ะ เป็นเพื่อนสนิทกับแฟนภาษาอะไร แล้วพี่ไดโนก็น่ารัก จริงใจจริงจัง ชองก็บอก มีแฟนแล้วก็ถอย พูดตรงไม่อ้อมค้อม ฮือ น้องทิ้งพวกนั้นไปเถอะะะะะ
    #15937
    0
  9. #15479 león hurt (@gruttikoon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 21:01
    ใจละลาย ฉันชอบอะไรแบบนี้
    #15479
    0
  10. #14846 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:59

    นน้องเลิกรักไอเมฆเถอะลูก เขาไม่คู่ควร

    #14846
    0
  11. #14646 give1658 (@give1658) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:12
    โอ๊ยยฉันละชอบแบบนี้อิพี่คนห่าม
    #14646
    0
  12. #14627 AkaZuKa (@AkaZuKa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:22

    ประโยคสุดท้ายของไดโนทำเราน้ำตาแตกเลย แง้งงงงงง????

    #14627
    0
  13. #14347 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 22:30
    หูยพี่ ใจบางหมดแล้ว
    #14347
    0
  14. #14081 Love_S(B) (@sutthida17) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 21:35
    ครามก็คือเพื่อนไม่จริง เพื่อนหักหลังเพื่อน
    #14081
    0
  15. #14063 waves J (@JA__) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 12:57
    เเสนปลื้อซังกิลของหนุ๊
    #14063
    0
  16. #13789 Haii00 (@Haii00) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:03
    ว๊าย รูปพี่ไดโนคือเพื่อนของจารย์ช้านนนนนน
    #13789
    0
  17. #13766 hinahimeeee (@hinahimeeee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 07:30
    เฮ้ยๆ สังเกตป่ะพวกมันถงขั้นตั้งชื่อเล่นให้กันละนะ ฉันล่ะอยากจะอ้วกกก
    #13766
    0
  18. #13405 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 21:03
    ครามทำเป็นห่วงเพื่อน แต่คำพูดกับการกระทำนี่สวนทางกันเลยนะ อะไรคือการพูดเมฆซื้อไก่ที่ตัวเองชอบมาต่อหน้ารักอ่ะ อยากจะแหมมมมม แสดงเก่ง เมฆก็เหมือนกันคงคิดอะไรกับครามแล้วแหละ ทำมาดป็นกั๊กรักไว้ แย่มากก
    #13405
    0
  19. #13195 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 13:14
    เจ็บจัง
    #13195
    0
  20. #13194 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 13:04
    *****สันดาน
    #13194
    0
  21. #12966 SwagJ (@SwagJ) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 17:48
    ชอบผู้ชายแบบนี้เลยคนจริงอะ 555
    #12966
    0
  22. วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 01:55
    แมนจังวะพี่มึ้งงงงงง~ หล่อเลย
    #12893
    0
  23. #12641 KimEy_kuku (@pojae) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 14:10
    เพื่อนสนิทมีชื่อแทนกันเหรอ ขนาดแฟนกันยังไม่มีเลย
    #12641
    0
  24. #12151 ujasaai (@ujasaai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 23:45
    ไดโนโคตรพ่อพระเอกกอ่าาาาพี่เท่ค่ตต
    #12151
    0
  25. #11777 JutapornPimon (@JutapornPimon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 10:35
    เจ๊กิล=ไดโน

    ใจฉันเหลืออะไรได้บ้าง555555 ซิทคอมมากจ้าาาา
    #11777
    0