ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 13 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 12 (105%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,477 ครั้ง
    11 ส.ค. 62




บทที่ 12




     ผมตัดสินใจที่จะไปพบเมฆในวันพรุ่งนี้ ในเมื่อเมฆอยากจะคุยและขอโทษ ผมก็อยากจะให้เรื่องระหว่างเรามันจบลงแบบที่ไม่มีอะไรต้องติดค้างกันกันอีก พี่ไดโนก็อาสาที่จะไปเป็นเพื่อน ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธถึงแม้ว่าจะเกรงใจที่ทำให้พี่เขาต้องมาเสียเวลากับเรื่องของผมแบบนี้ แต่จะให้ไปแบบตัวคนเดียวผมก็บอกตรง ๆ เลยว่าผมไม่กล้า

     หลังจากยืนคุยกันอีกสักพักผมก็ชวนพี่ไดโนกลับเข้าไปด้านในร้าน


     คนเยอะมากเลยนะ 


     คงเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ด้วยแหละ 


     จะว่าไปสาว ๆ ทีนี่ส่วนใหญ่หน้าตาดีนะ อย่างคนที่ส่งยิ้มมาให้คนตัวสูงด้านหลังผมเมื่อกี้ แล้วไหนจะคนที่เดินเอาแก้วเครื่องดื่มมาให้พี่ไดโนเมื่อกี้อีก ตอนที่เขายิ้มมาคือน่ารักมากเลย ถ้าเป็นผมคงปฏิเสธไม่ลง แต่ว่าพี่ไดโนน่ะปฏิเสธไปนิ่ง ๆ บอกไปว่าพี่เขาไม่ดื่ม 


     เขาน่ารักจริง ๆ นะ ผมสั้นแล้วยังดัดฟันอีกด้วย


     "มึงจะเลิกมองตามเขาได้ยัง"


     "ผมชอบนี่ครับ น่ารักดี"


     "เดี๋ยวตีปากแตก ห้ามชมคนอื่นต่อหน้ากู ไม่ชอบ" คนโหดร้ายและช่างขู่ออกปากว่า สายตาดุ ๆ ตวัดจ้องมาจนผมสะดุ้ง ชมคนอื่นว่าน่ารักก็ไม่ได้หรอกเหรอ ผมยังไม่ได้เป็นแฟนกับพี่เขาสักหน่อยจะมาทำหน้าดุทำไมเนี่ย ผมตกใจหมดเลย


     "ก็เขาน่ารักจริ-.. อุ้บ" ยกมือปิดปากตัวเองสนิทเมื่อพี่ไดโนยกมือขึ้น ผมกะพริบตาปริบมองมือนั้นที่ยื่นมาบีบแก้มดึงจนผมรู้สึกเจ็บ "โอ้ย อย่ามาดึงแก้มผม"


     "เขาน่ารักเหรอ ..แล้วกูหล่อไหม"


     "..."


     "มึงตอบดี ๆ นะ" 


     แบบนี้มันเข้าข่ายข่มขู่แล้ว! ไม่ใช่คำถาม


     ฮื้ออออ


     ผมพยักหน้าลงเอาใจพี่ไดโนที่ข่มขู่กันด้วยหน้าตาจริงจัง "อื้อ  กะ ก็หล่อ"


     "แล้วมึงชอบแบบไหนมากกว่ากัน?" พี่ไดโนก้มหน้ามองผมที่ทำอะไรไม่ถูก หันซ้ายขวาเลี่ยงที่จะสบกับดวงตาคมกริบจนกระทั่งถูกฝ่ามือของพี่เขาล็อกหน้าเอาไว้แน่น แน่นจนปากผมยู่เข้าหากันอะ แล้วพี่เขาจะให้ผมตอบยังไง ทำแบบนี้มันแกล้งกันชัด ๆ


     ยกมือขึ้นมาตีแขนพี่เขาเบา ๆ ให้ปล่อย


     พี่ไดโนหรี่ตาลง จ้องมองผมสักพักใหญ่ ๆ แล้วสุดท้ายก็ยอมปล่อยมือออกให้ผมได้เป็นอิสระ ขยับกายถอยหนีพี่เขาพร้อมกับส่งค้อนผ่านทางสายตา


     "อย่าชักช้า เร็ว ๆ กูถามว่าชอบแบบไหนมากกว่า"


     ..   


     ผมกัดริมฝีปากตัวเองแน่น


     สบตากับพี่ไดโนที่ยังคงคาดคั้นผมผ่านดวงตาคู่ดุของพี่เขา


     ยังไงดีล่ะ.. คือ ถามว่าชอบแบบมากกว่า มันหมายถึงว่าระหว่างพี่เขากับผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนเมื่อกี้ใช่ไหม คือที่ผมชมก็เพราะเขาน่ารักจริง ๆ แต่ถ้าให้ถามความชอบของผม


     มันก็ต้องแบบ


     พี่ไดโนสิ


     ก็ผมชอบผู้ชาย แต่ถามว่ามองผู้หญิงไหม มันก็มีมองบ้าง คนเราชอบที่จะมองของสวย ๆ งาม ๆ มันไม่ใช่เรื่องแปลก รสนิยมความชอบของผมคือผู้ชาย แต่มันไม่ได้แปลว่าผมจะต้องรังเกียจหรือว่าไม่มองผู้หญิง ผมมองและชื่นชมผู้หญิงหลาย ๆ คนด้วยซ้ำ


     "รัก"


     "อื้อ ตอบแล้ว ผมตอบแล้ว" ยกมือดันใบหน้าที่ก้มชิดลงมาให้ออกห่างด้วยความตกใจ นี่ถ้ายังมีดาวอยู่ในโหลอีกผมจะหักออกอีกดวงหนึ่งแล้วนะ พี่ไดโนทำให้ผมรู้สึกไม่ดีอยู่ในตอนนี้ "ผม..ชอบแบบพี่มากกว่า แต่มันไม่ได้แปลว่า ผมจะชอบพี่..มาก"


     คนตัวสูงขมวดคิ้วกับคำตอบ


     ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ยกมือขึ้นกอดอกยืนนิ่งอยู่กับที่


     "ก็แปลว่ามึงชอบกูแล้วน่ะสิ"


     "...." 


     ทำไมพี่เขาถึงไปอีกประเด็นนึงที่ผมต้องการจะสื่อได้ล่ะ


     "หึ กลับโต๊ะกัน" พี่ไดโนเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาทันที คว้ามือของผมดึงให้เดินตามหลังไปจนกระทั่งถึงโต๊ะ กลิ่นบุหรี่ยังคงมีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่เท่ากับในตอนแรก ผมเลือกที่จะเมินสายตาบางคู่ที่ทำให้รู้สึกไม่ดี นั่งลงและพูดคุยเล่นกับไอ้อั๋นแทน


     ไหน ๆ ผมก็จะย้ายมหา'ลัย และคงอีกนานเลยกว่าจะได้มาเจออั๋นกับตูนอีก จะมัวไปใส่ใจสายตาคนอื่นให้เสียเรื่องทำไม


     ถ้าเขาจะรังเกียจผมหรืออะไรมันก็คงห้ามกันไม่ได้


     อย่างน้อยอั๋นกับตูนก็ยังคงคุยกับผมปกติ แค่นี้มันก็พอแล้ว


     "สักหน่อยไหมมึง" อั๋นมันเลื่อนแก้วเหล้ามาตรงหน้าผม ไหน ๆ ก็มาแล้วผมก็เลยไม่ได้ปฏิเสธอะไร เหลือบตาไปมองพี่ไดโนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ห้าม ยกขึ้นดื่มลงคอไปอึกใหญ่ รสชาติที่ไม่น่าคบหาของเครื่องดื่มประเภทนี้ทำเอาผมเบ้หน้าเพราะไม่ชินกับมันสักเท่าไหร่ ตอนเรียนผมก็ไม่ใช่เด็กเที่ยว นาน ๆ ครั้งถึงจะดื่มที จะให้บอกว่าชินแล้วก็คงเป็นไปไม่ได้


     "หน้ามึงโคตรได้ อย่าเมาก่อนนะเว้ย" ไอ้อั๋นว่าต่อ ตบไหล่ผมเบา ๆ 


     "ไม่เมาหรอก กูขอแก้วเดียวพอนะ"


     "เออ ตามใจมึงเหอะ แค่มากูก็ดีใจแล้ว"


     "มันตื่นเต้นโทรตามกูตั้งแต่สี่โมงเย็น" ตูนว่า อมยิ้มในตอนที่พูดเผาเพื่อนสนิทตัวเองให้ผมฟัง ผมถามหาเพื่อนอีกสองคนในกลุ่ม แต่อั๋นบอกว่าทั้งสองคนนั้นกลับบ้านต่างจังหวัดก็เลยมาไม่ได้ ซึ่งผมไม่ได้สนิทมากไง เลยถามแค่นั้น พยักหน้าลงรับรู้ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มของเหลวด้านในต่อ


     "พี่ไดโนดื่มไหมครับ" ตูนชะเง้อมาถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม


     นั่นน่ะสิ ผมเองก็ลืมถามพี่ไดโนเลยว่าจะดื่มอะไรบ้างไหม พี่เขาอุตส่าห์มาด้วยแท้ ๆ ไม่ได้เรื่องเลยมึงเนี่ยไอ้รักกกก


     "นั่นสิ ดื่มไหมครับ" ผมยื่นแก้วส่งไปให้พี่เขาอย่างลืมตัว


     พี่ไดโนหลุบตาลงมา กระตุกยิ้มเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะรับแก้วนั้นต่อจากผมและยกเอามุมที่มีรอยริมฝีปากผมติดอยู่แนบชิดกับริมฝีปากขอวตัวเอง พาลให้ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยที่ตัวผมก็ยังไม่รู้ว่ามันเพราะภาพเหตุการณ์ตรงหน้าหรือว่าเพราะผมฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปกันแน่


     แย่แล้วล่ะ….


     ผมเนี่ยแหละ ท่าจะแย่แล้วล่ะ


     "อืม รสชาติดีกว่าที่กูเคยดื่มเลยว่ะ"


     …


     ให้ตาย ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองพี่เขาเลย..


     กำมืออยู่บนหน้าขาตัวเอง จดจ้องจนกระทั่งได้ยินเสียง ๆ หนึ่งพูดโพล่งขึ้นมา


     "สัสอั๋น กูจะอ้วกแล้วว่ะ มึงให้เพื่อนเกย์หรือเหี้ยอะไรของมึงกลับไปได้ไหมวะ ขนลุกฉิบหาย กูนั่งอยู่เสียวหลังวูบวาบไปหมด" สิ้นเสียงพูดก็ตามด้วยเสียงหัวเราะ ผมนั่งก้มหน้านิ่งทำอะไรไม่ถูก คนพวกนี้ผมก็รู้จักเพราะเรียนสาขาเดียวกันเพียงแต่ว่าไม่สนิทอะไร ไม่เคยพูดคุยกันด้วยซ้ำ 


     "หึ ๆ" เสียงหัวเราะฟังดูน่ากลัวดังมาจากคนที่นั่งชิดติดกับผม พี่ไดโนหัวเราะออกมานิ่ง ๆ วางแก้วเหล้ากระแทกลงบนโต๊ะจนคนอื่น ๆ สะดุ้ง เงียบเสียงลงเหลือเพียงแค่เสียงเพลงและเสียงจากโต๊ะรอบข้าง เสียงแหบดุเอ่ยต่อ "...ขำมากไหมไอ้สัส ใครมีปัญหามึงลุกมาเลยดีกว่ามา" 


     "....."


     "ทำไมไม่ลุก เมื่อกี้มึงยังปากดีอยู่เลยไม่ใช่ หน้าร้านกับกูหน่อยไหม เกย์แล้วหนักหัวใคร หนักหัวมึงเหรอ ให้กูเอาออกให้ไหม"


     ผมเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อพี่เขาไว้แน่น กลัวว่าพี่ไดโนจะพุ่งเข้าใส่ไอ้คนพูดที่ตอนนี้ก้มหน้าลงหลบตาไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ ก็เงียบไม่มีใครเอ่ยท้าทายอะไรออกมาอีก


     "พ่อแม่มึงเลี้ยงให้มาพูดดูถูกคนอื่นกันหรือไง"


     "พี่..เอ่อ คือผมขอโทษแทนเพื่อนด้วย"


     "ขอโทษทำเหี้ยไร กูไม่ได้พูดอะไรผิด"


     ผมเม้มปากแน่น เปลี่ยนเป็นเลื่อนมือไปจับข้อมือพี่ไดโนเอาไว้แทน หวังแค่ว่าพี่เขาคงจะไม่โกรธจัดพุ่งเข้าไปต่อยคนที่พูด


     "มึงอะเงียบไปไอ้สัส จะโดนตีนอยู่แล้วยังจะปากเก่งอีก" ถือว่ายังดีนะที่มีเพื่อนคอยเตือนไม่ได้ยุยงกันให้เรื่องมันจะแย่ไปกว่าเดิม


     "พอเลย ถ้ามึงมีปัญหากับเพื่อนกู มึงก็กลับไป..งานนี้กูจำได้ว่ากูชวนไอ้คอปมาแต่ไม่ได้ชวนมึง แดกฟรีแล้วก็อย่าหาตีนใส่ปาก รักมันเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับกู จะเป็นเกย์เป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวกับมึง ถ้ายังไม่หยุดพูดมาก มึงจะได้เจอกูเนี่ยแหละ" 


     ผมหันไปมองหลังจากอั๋นพูดจบ ยิ้มบาง ๆ ให้กับเพื่อนที่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้รังเกียจอะไรกับสิ่งที่ผมเป็น ทั้งยังช่วยพูดระงับเหตุการณ์ไม่ให้มันลุกลามไปมากกว่านี้


     ผมถอนหายใจออกมาเมื่อพี่ไดโนทรุดนั่งลงตรงที่เดิม


     อย่างน้อยก็ไม่มีเรื่อง


     ต่างคนต่างนั่งดื่มกันเงียบ ๆ จนกระมั่งมีเซอร์ไพร์สเล็ก ๆ ให้กับเจ้าของวันเกิดอย่างไอ้อั๋นจากทางร้าน มีผู้หญิงหน้าสวย สูงเพรียวคนหนึ่งเดินถือเค้กออกมา ซึ่งผมมารับรู้ทีหลังว่านั่นคือแฟนของไอ้อั๋น เพิ่งจะเปิดตัวคบหันได้ไม่กี่วันเอง 


     ผมอวยพรวันเกิดให้อั๋นหลังจากนั้น


     พูดคุยกันอีกสักพักกินเค้กกันจนกระทั่งดึกดื่น พ่อโทรมาถามไถ่แต่ก็ไม่ได้เร่งหรือว่าอะไรผม    


     ดื่มหมดแก้วเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลากลับ ผมเดินเซไปมาเล็กน้อยเพราะไม่ได้ดื่มแค่แก้วเดียวอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ แต่ก็ยังไม่ได้ถึงกับเมา ขึ้นไปนั่งพิงบนเบาะรถนุ่มของพี่ไดโนง่วง ๆ ขยับตัวพร้อมแย้มยิ้มออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นจากเสื้อของใครสักคนที่เอาห่มลงมาบนร่างกาย

     



     ในช่วงสายตื่นมาผมนึกว่าตัวเองจะพลาดไปเพราะคิดว่าพี่ไดโนกลับไปแล้ว พี่เขาบอกว่าจะพาผมไปคุยกับเมฆตามนัดตอนห้าโมงแล้วตอนกลับจะแวะเข้าไปหาพ่อกับแม่ตัวเองก่อนด้วย แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความคิดเมื่อผมรีบลุกขึ้นวิ่งจากห้องนอนลงมาหาพ่อที่นั่งดูทีวี...อยู่พร้อมกันกับพี่ไดโน คนตัวสูงที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย และผมก็พบว่านั่นเป็นเสื้อผ้าที่พี่เขาเอาห้อยไว้ภายในรถ


     พี่ไดโนกับพ่อกินข้าวเช้ากันไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ผมเท่านั้น


     บรรยากาศรอบกายของทั้งคู่ลดทั้งความกดดันอึดอัดลงจนหมดสิ้น พ่อกับไดโนชอบพูดคุยกันในเรื่องที่บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจ ได้แต่นั่งฟังเงียบ ๆ จนกระทั่งพ่อผมต้องออกไปคุยงาน รับประทานอาหารในมื้อเที่ยงกับหัวหน้าและลูกค้าที่ติดต่อมา จะกลับมาอีกทีก็คงดึก ๆ ของวันนี้ 


ก่อนออกไปกำชับใส่พี่ไดโนเสียงดุด้วยว่าห้ามทำอะไรผมเด็ดขาด ซึ่งพี่ไดโนก็รับคำไปหนักแน่น


     กินข้าวเสร็จผมก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พี่ไดโนนั่งนั่งรอติวให้ผมต่อที่ห้องนั่งเล่น เปิดแอร์เย็นฉ่ำ 


     ผมนั่งทำจนกระทั่งเสร็จข้อสุดท้ายที่พี่ไดโนบอกให้ทำ 


     เงยหน้าขึ้นจะอ้าปากบอกว่าเสร็จแล้ว แต่ก็นิ่งค้างไปเมื่อเห็นว่าพี่เขากำลังก้มหน้าก้มตาปรับสายกีต้าร์ในมืออยู่


     อ่า พี่เขาจะเล่นมันให้ผมฟังหรือเปล่า


     ผมจำได้ว่าเคยได้ฟังเสียงพี่ไดโนร้องเพลงให้ฟังในตอนที่พี่เขาจีบผมวันแรกเลย


     เสียงพี่เขาน่าฟังดี ผมชอบนะ


     "เสร็จแล้วเหรอ" พี่ไดโนเงยหน้าขึ้นมาถาม มือก็ลอง ๆ ดีดสายกีต้าร์ดูสร้างความตื่นเต้นให้กับผมเพิ่มขึ้นมาอีก


     "อื้อ พี่จะเล่นเหรอ"


     "เออ อยากฟังไหม"


     "อยากฟัง ..ผมลองเล่นบ้างได้ไหม" ถามไปอย่างไม่แน่ใจ ผมไม่ได้อยากเล่น แค่อยากลองจับลองดีดดูบ้าง เวลาเห็นเพื่อนหรือว่าเห็นใครเล่นแล้วมันก็รู้สึกว่าเท่ดี พี่ไดโนก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ดูดีไปหมดทุกการกระทำจริง ๆ เลย


     "ขอกูดูมือมึงหน่อย" 


     ผมยื่นมือออกไป พี่ไดโนวางซ้อนเข้ามาจากหลังมือ จับประคองเอาไว้ก่อนจะขยับนิ้วไล้ปลายนิ้วผมเบา ๆ


     "...."


     "มือผม..เป็นยังไงเหรอ"


     "นุ่ม"


     …


     ดะ เดี๋ยวสิ พี่เขาพูดว่าอะไรนะ


     "นุ่ม ..มือผมเหรอ"


     "ไม่เหมาะจะเล่นว่ะ"


     "อ้าว"


     "มือด้านหมด"


     "แต่ผมอยากลอง" แค่ลองดีดีดูก็ได้ สักนิดนึง ไม่ต้องเล่นเป็นเพลง แต่ผมแค่อยากลองจับ ลองดีดดูบ้างสักครั้ง "สอนผมหน่อยได้ไหม"


     พี่ไดโนเลื่อนสายตาสบกับผม


     พยักหน้าลงช้า ๆ "ก็ได้ ลุกมานี่ดิ"    


     ผมลุกพรวดขึ้น รีบก้าวไปหาพี่เขาด้วยความกระตือรือร้น พี่ไดโนเลื่อนกีต้าร์ออกจากตักตัวเอง ตบมือลงบนหน้าขาตัวเองสองสามที 


     "นั่งนี่"


     "ครับ?" ให้นั่ง..ตรงนั้นเหรอ


     มันก็กลายเป็นว่าผมนั่งตักพี่เขาน่ะสิ


     "นั่งข้าง ๆ ไม่ได้เหรอ" 


     "กูไม่ถนัด จะลองไหม" 


     ผมเงียบคิด จ้องมองท่อนขาแกร่งนิ่ง ใจก็อยากลองเล่นไง แต่จะให้มานั่งตักมันก็จะรู้สึกแปลก ๆ ถ้าไม่นั่ง..พี่ไดโนก็สอนผมไม่ถนัดอีก


     เอายังไงดีล่ะ..


     ผมอยากลองฝึกดีดกีต้าร์ดู


     นั่งแป๊บเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอกใช่ไหมนะ


     "ก็ได้" ผมตอบ หันหลังหย่อนก้นนั่งลงบนท่อนขาของพี่ไดโนที่รอรับอยู่ ความร้อนสอดเข้าตรงเอวจนผมสะดุ้ง ก้มมองก็พบว่าพี่ไดโนกำลังขยับกายพร้อมกับรั้งเอวผมเอาไว้ด้วย จัดแจงให้เราทั้งคู่อยู่ในท่าทางที่ถนัดที่สุดก่อนจะเริ่มสอน


     "ขั้นแรก เอามือนี้วางตรงนี้.." เสียงทุ้มเริ่มบอกทีละขั้นตอน


     ผมตั้งใจฟังและเรียนรู้ทุกอย่างที่พี่เขาบอก 


     พี่ไดโนให้ผมลองดีดดูหลังจากที่เริ่มจะจับเป็น ผมคิดว่ามันไม่ง่ายเลย และคนที่เล่นกีต้าร์เป็น สำหรับผมก็คือคนเก่ง นี่ผมฝึกมาได้เกือบจะหนึ่งชั่วโมงก็เริ่มรู้สึกเจ็บมือแล้ว ปลายนิ้วขึ้นสีแดงในตอนที่ยกขึ้นดู พร้อมกันกับเสียงของพี่ไดโน


     "พอแล้ว"


     "แต่ผมยังดีดไม่ได้เลย"


     จับคอร์ดก็ยังผิด ๆ ถูก ๆ


     ผมอยากจะลองฝึกต่ออีกสักนิดนึง


     "ไว้วันหลังกูจะสอนมึงต่อ แต่ตอนนี้พอแล้ว นิ้วมึงแดงแล้ว" พี่ไดโนยกมือขึ้นมาจับกับมือผม เอียงหน้าแนบลงมากับต้นแขนทำให้สะดุ้ง ลืมไปเลยว่าท่าที่นั่งอยู่ตอนนี้มันทำเราแนบชิดกันมากขนาดไหน สายตามองตามกีต้าร์ที่พี่ไดโนยกมันไปวางนอนเอาไว้บนที่ว่างของโซฟาที่เรานั่งกันอยู่


     "ปล่อยผมได้แล้วมั้ง"


     "อ้อยเข้าปากช้าง มึงว่าช้างมันจะคายออกมาป้ะ"


     "แต่ผมไม่ใช่อ้อย..แล้วพี่ก็ไม่ใช่ช้างด้วย"


     "เปรียบเทียบ โง่จริงหรือว่าแกล้ง?"


     …


     สาบานว่ามันคือประโยคคำถามของคนที่เขาบอกชอบกันน่ะ


     แต่ผมว่าผมก็เริ่มจะชินกับพี่ไดโนแล้วล่ะ


     "ปล่อยได้แล้ว"


     "ไม่"


     "พี่ไดโน"


     "มึง ..ลืมเลยว่ะ ดาวในโหลไปถึงไหนแล้ว"


     อ่า ผมจะตอบว่ายังไงดี ในเมื่อสามดาวนั้นผมก็เอาออกจากโหลไปแล้วจริง ๆ


     "ไม่บอกครับ"


     "สัส แล้วกูจะรู้ได้ไงว่ามันจะเต็มเมื่อไหร่"


     "ดาวเต็มเดี๋ยวผมก็บอกพี่เองนั่นแหละ.."


     "อืม ช่างดาวมันแล้วกัน เต็มเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ตอนนี้กูได้กอดมึงเต็ม ๆ เลย นุ่มนิ่มกว่าที่กูคิดเอาไว้นะ"



-----



เสียงกีต้าร์ถูกดีดีดังคลอไปกับเสียงร้องที่ดูมีเอกลักษณ์ของพี่ไดโน ใบหน้าดูดีประดับไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปากเล็ก ๆ เวลาที่เงยหน้าขึ้นมาหาผมสลับกับก้มมองมือที่ยังคงขยับเคลื่อนไหวอยู่เกือบตลอดเวลา ถ้ามีใครมาบอกผมว่าคนที่เล่นดนตรีเป็นมักจะมีเสน่ห์เพิ่มมากขึ้นกว่าเวลาปกติผมจะไม่เอ่ยปากคัดค้านเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะพี่ไดโนในตอนนี้ดูดีมากจนผมไม่รู้ว่าควรจะบรรยายพี่เขาออกมาแบบไหน


     ได้แต่นั่งนิ่ง ไม่ส่งเสียงใด ๆ ไปรบกวนพี่เขา ฟังเสียงทุ้มติดแหบเล็กน้อยร้องคลอไปกับเสียงกีต้าร์จนกระทั่งจบเพลง


     "ปกติกูไม่เล่น ไม่ร้องให้ใครฟังนะ" พี่ไดโนเอ่ยบอกหลังจากที่วางกีต้าร์ลงข้างกาย ผมน่ะนั่งอยู่ตรงข้ามกับพี่เขา ที่บอกว่าไม่ร้องหรือว่าไม่เล่นให้ใครฟังมันก็ให้ความรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คล้ายกับตอนที่พี่เขาบอกผมว่าไม่เคยจีบใครมาก่อนนั่นแหละ


     "แล้วทำไมถึงเล่นให้ผมฟัง" สองรอบแล้วด้วย 


     "ถามนี่ไม่รู้จริง ๆ เหรอ"


     มันก็..พอจะรู้นั่นแหละ


     ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะถามพี่เขาไปทำไม ในเมื่อลึก ๆ ในใจของผมมันก็รู้ดีอยู่แล้วว่าทำไมพี่เขาถึงได้ทำเรื่องที่มันพิเศษกว่าคนอื่นกับผม


     อีกอย่างนะ ..เรื่องพวกนี้ใครมันจะมาคิดเองเออเองมั่นอกมั่นใจอะไรขนาดนั้นล่ะ


     "พอจะเดาได้ แต่ก็แค่ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง"


     "อยู่กับกูมึงคงต้องเข้าข้างตัวเองบ่อย ๆ แล้วล่ะ"


     "พี่ทำผมเสียคนแน่ ๆ"


     "ขนาดนั้นเลยเหรอวะ"


     "อืออ" ลากเสียงยาว ๆ ตอบไป ผมกับพี่ไดโนนั่งคุยกันต่อหลายต่อหลายเรื่อง ผมเองไม่ใช่คนที่พูดเก่ง แต่พออยู่กับพี่ไดโนทีไรคนที่เอาแต่พูดดันกลายเป็นผมไปเสียทุกที ในขณะที่พี่เขานั่งฟังเงียบ ๆ ยิ้มมุมปาก พูดตอบโต้ผมบ้างเป็นบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่พี่เขาจะนั่งกอดกีต้าร์ ดีดเล่น ๆ ฟังผมพูดมากกว่าอย่างที่บอกไปนั่นแหละ


     "แล้วทำไมพ่อมึงถึงตั้งชื่อมึงว่ารัก"


     ผมเล่าเรื่องในตอนเด็กที่พ่อเคยเล่าให้ฟัง ชื่อของผมในตอนแรกพ่อจะตั้งให้ว่าราม "พ่อบอกว่าชื่อรัก จะได้มีคนรักผมเยอะ ๆ" มันฟังดูน่าขันนะ แต่พ่อบอกว่าพ่อคิดแบบนั้นจริง ๆ ถึงได้ตั้งชื่อให้ผมว่ารักแทนที่จะเป็นชื่อราม


     "อืม เหมาะกับมึงดี"


     "ไม่เห็นเหมาะ ขนาดชื่อรัก..ยังไม่เห็นมีใครรักผมเลยนอกจากพ่อ" กระทั่งแม่ผมเองก็นังไม่รู้เลยว่ารักผมหรือเปล่า อาจจะรัก..หรือไม่รัก แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องที่ผมเลิกตั้งคำถามมานานมากแล้ว ตั้งแต่ที่เริมเข้าสู่ช่วงมัธยมปลาย 


     "กูไง"


     "พี่เพิ่งรู้จักผม จะมารักผมได้ไง"


     "ไม่ได้เหรอ"


     "ไม่ได้"


     พี่ไดโนทำหน้ายุ่ง คิ้วเข้มขมวดดุใส่ผม "ตอบกูดิ้ว่าทำไมถึงรักไม่ได้"


     "ใครจะไปรักคนที่เพิ่งจะรู้จักได้ในเวลาไม่ถึงสามเดือนกันล่ะ" ที่พี่เขารู้สึกกับผมมันอาจจะเป็นเพียงความรู้สึกชอบและหลง ความแปลกใหม่อะไรพวกนี้หรือเปล่า ผมไม่ได้คิดอยากจะเปรียบเทียบให้รู้สึกแย่นะ แต่พวกคุณเคยผ่านเหตุการณ์อะไรที่มันเลวร้ายแล้วมันจำฝังใจไหม ผมเองก็มีความคิดฝังลึกติดอยู่ภายในก้อนเนื้อที่แผ่นอกด้านซ้ายนี่เหมือนกัน


     ขนาดผมคบกับเมฆมาหลายปี ..คำว่ารักที่อีกฝ่ายพูดมามันยังไม่จริงเลย


     แล้วจะให้ผมเอาอะไรไปคิดว่าคำว่ารักของพี่ไดโนมันจะสามารถเชื่อได้จริง ๆ 


     "รักแรกพบ มึงไม่เคยได้ยินเหรอ"


     "เคย แต่ผมไม่เชื่อว่ามันจะมีอยู่จริง ๆ"


     "มันมีอยู่จริง ๆ" พี่ไดโนย้ำ น้ำเสียงหนักน่น แววตาและใบหน้าไร้ซึ่งสายตาหยอกเอินอย่างในตอนแรก "กูก็เคยไม่เชื่อ แล้วกูก็มาเจอมึงนี่แหละ"


     "พี่แค่ชอบผม"


     "มึงอย่ามาตัดสินความรู้สึกที่ตัวกูรู้ดีที่สุดดิ" พี่ไดโนทำหน้าหงุดหงิดขึ้นมาให้ผมได้รู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังดื้อเพ่งที่จะเถียงและตัดสินความรู้สึกของพี่เขาด้วยอารมณ์ความคิดในด้านที่มันไม่ค่อยดีนักของตัวผมเองจนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่พอใจ


      "ผม..แค่พูดในสิ่งที่ผมคิด ขอโทษด้วย"


      "รู้สึกผิดจริงเหรอ" พี่ไดโนยื่นมือเข้ามาดันปลายคางผมให้เงยขึ้นสบตาด้วย ใบหน้าดุดันในระยะห่างไม่มากไม่น้อยนั้นทำให้ผมรีบพยักหน้าตอบกลับไป


     "ฟังกูร้องอีกหนึ่งเพลงก่อน แล้วกูจะยอมรับคำขอโทษ"


     ผมพยักหน้าลงรัว ๆ อีกครั้ง อย่างน้อยก็ทำตัวดีไถ่โทษที่ทำให้พี่เขาต้องรู้สึกแย่ก็แล้วกัน ทั้งที่ตัวผมเองก็รู้ว่าการถูกทำร้ายความรู้สึกมันเสียใจและรู้สึกแย่มากแค่ไหน แต่ทำไมกันนะ..ผมถึงยังทำแบบนี้ใส่พี่ไดโนอยู่เรื่อยเลย ทั้งบางคำพูดและบางการกระทำของผมที่แสดงออกกับพี่เขา 


     บางทีถ้าผมได้เจอพี่ไดโนก่อนเมฆ..มันคงจะดีกว่านี้เยอะเลย


     "พี่จะร้องเพลงอะไร" ที่เคยฟังจากพี่ไดโนก็มีสองสามเพลงในวันนี้ แล้วก็รักแรกพบอีกหนึ่งเพลง ซึ่งเป็นเพลงของ Tatoo Colour 


     เพลงที่พี่เขาร้องมันให้กับผมในครั้งแรกที่บอกว่าจะจีบ


     ในตอนนั้นยอมรับตรง ๆ ว่าผมรู้สึกกลัวพี่เขามากกว่าจะมีอารมณ์มานั่งเคลิบเคลิ้มกับเสียงร้องเสียงกีต้าร์อย่างในวันนี้เท่าไหร่ ก็ตอนนั้นพี่เขาเล่นทำตัวน่ากลัวใส่ผมเองนี่นา ขู่บังคับให้ตอบอีกต่างหาก ใครมันจะไปเคลิ้มตามได้เล่า


     "รักแรกพบ" พี่ไดโนตอบ ผมสะดุ้งน้อย ๆ ไม่นึกว่าเพลงที่พี่เขาจะร้องมันจะเป็นเพลงที่ผมกำลังนึกถึงอยู่ตอนนี้ 


     ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงกีต้าร์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน


     ผมปิดปากเงียบสนิทเหมือนอย่างเคย นั่งจ้องพี่ไดโนที่เริ่มส่งเสียงร้องคลอขึ้นมากับเสียงกีต้าร์ มาได้นั่งฟังต่อหน้าแบบนี้แล้วไม่รู้ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่าในครั้งนี้พี่เขาร้องเพราะกว่าครั้งที่แล้ว มากขนาดที่ว่าผมเองก็เผลอไผลปล่อยให้หัวใจตัวเองเต้นแรงไปในตอนที่พี่ไดโนเงยหน้าขึ้นมาสบตา


     "รักแรกพบแท้จริงเป็นอย่างไร เพราะเธอใช่หรือไม่ เปิดใจใครที่ฉันเป็น...จากวันนั้นหัวใจรู้สึกเอง ชัดเจนว่าทุกสิ่ง เกิดขึ้นจริงใช่ฝันไป ได้พบจึงเข้าใจ มีอยู่จริง…" 


     ..

     ...


     "แต่วันหนึ่งฉันผ่านมาพบเธอตรงนั้น ดวงใจเป็นเดือดเป็นร้อนช่างทรมาน ราวกับโดนมนตร์แม่มดสะกด พลันนาทีนั้น..ฉันรักเธอทันใด"


     "รักแรกพบแท้จริงเป็นอย่างไร เพราะเธอใช่หรือไม่ เปิดใจใครที่ฉันเป็น...จากวันนั้นหัวใจรู้สึกเอง ชัดเจนว่าทุกสิ่ง เกิดขึ้นจริงใช่ฝันไป ได้พบจึงเข้าใจ มีอยู่จริง…" 


     "สุดท้ายก็เข้าใจ ...มีอยู่จริง"


     ระหว่างเรากลายเป็นความเงียบทันทีที่เพลงจบ พี่ไดโนนั่งจ้องหน้าผม จ้องเงียบ ๆ ไม่ได้เรียกหรือชวนคุยอะไรในขณะที่ผมตอนนี้นั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองควรจะพูดอะไรออกไป จะชมว่าพี่เขาร้องเพลงเพราะดีปากมันก็ไม่ยอมขยับให้ ไม่รู้ว่ากลัวอะไรกับสายตาที่กำลังจ้องอยู่ 


     "กี่โมงแล้ว" สุดท้ายคนที่เอ่ยปากทำลายความเงียบก็กลายเป็นพี่ไดโน


     ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเวลา "ห้าโมงครึ่ง…" นั่งคุยนั่งเล่นกันจนไม่ได้ดูเวลาเลย


     "มึงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไป เดี๋ยวกูนั่งรอ"


     "อื้อ มันจะไม่เร็วไปเหรอ" เมฆนัดผมออกไปตอนหนึ่งทุ่ม นี่เพิ่งจะห้าโมงครึ่ง อาบน้ำแต่งตัวผมก็ไม่ได้ใช้เวลานานอะไร


     "ไม่หิว? จะพาไปหาอะไรกินก่อน"


     "ผมไม่หิว..แต่ถ้าพี่หิวก็ตามนั้น"


     "หิวดิ แล้วมึงก็ต้องหิวด้วย"


     ..


     แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ


     แต่ก็เอาเถอะ ..ผมหิวด้วยก็ได้ 


     "งั้นพี่รอแป๊บเดียว"


     "ให้กูไปอาบให้ไหม" จะได้อาบแน่เหรอ ดูสายตาที่พี่เขามองผมสิ ..อย่างกับจะจับกิน ทำสายตาหื่นออกนอกหน้าขนาดนั้น


     "พี่มันหื่น" บ่นพึมพำในระหว่างที่ลุกยืน ก้าวผ่านพี่เขาออกมา


     พี่ไดโนหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เอนพิงไปกับพนักโซฟา เลิกคิ้วขึ้นดูยียวน "แค่นี้มึงว่าหื่น ลองมาเป็นแฟนกูเล่น ๆ ตลอดชีวิตไหม จะได้รู้ว่าหื่นจริง ๆ มันเป็นยังไง"


     …     


     ยังจะมีหน้ามาพูดอีก!


     ใช่เรื่องที่จะต้องมาภูมิใจไหมเนี่ย 


     แล้วอะไรคือคบกันเล่น ๆ ตลอดชีวิต ..พี่ไดโนแม่ง จะทำให้ผมใจสั่นไปถึงไหน




     ผมนั่งเครียดอยู่บนรถหลังจากที่พี่ไดโนแวะพากินข้าวเสร็จเรียบร้อย กำลังมุ่งหน้าไปยังที่นัดหมายตามที่เมฆบอก เสียงเพลงดังแผ่วไม่ให้บรรยากาศในรถมันเงียบจนเกินไปในขณะที่ตัวผมกำลังคิดไปต่าง ๆ นานาว่าควรจะทำตัวแบบไหนดีเมื่อเจอเมฆ ผมจะห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกตัวได้ไหม แล้วถ้าเมฆคิดจะทำอะไรแบบวันนั้นอีกหละ 


     "เห้ย มือสั่นแล้ว..เป็นอะไร" ฝ่ามืออุ่นวางทับลงมาบนหลังมือ ผมสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองพี่ไดโนที่เลิกคิ้วโน้มตัวลงมาใกล้ในช่วงจังหวะที่รถกำลัวติดไฟแดง "กลัวเหรอ"


     "ผมแค่..รู้สึกไม่ดี"


     "ที่ต้องไปเจอแฟนเก่ามึงอ่ะนะ"


     "อือ"


     "ทำตัวให้ปกติ กูจะอยู่ใกล้ ๆ มึง" พี่ไดโนว่า


     แปลกที่คำพูดของพี่เขาทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมา อาการปั่นป่วนในช่องท้องเริ่มลดน้อยลงพร้อมกับความหวั่นวิตกในใจ


     "จะไฟเขียวแล้ว" บอกไปเสียงอ่อย เหลือบสายตาขึ้นไปมองเวลาของสัญญาณไฟที่กำลังนับถอยหลังใกล้จะถึงเลขหนึ่ง


     "เออ งี้แหละ..พอดีขึ้นแล้วผลักไสกูไง" ถ้อยคำตัดพ้อของพี่ไดโนทำเอาผมอ้าปากค้าง ตกใจไม่คิดว่าพี่เขาจะมีมุมแบบนี้ด้วย พอคิด ๆ แล้วก็ได้แต่หลุดขำออกมา พี่ไดโนเองก็ขยับมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ เช่นกัน ไม่ได้หันมาต่อว่าอะๆรผมที่กำลังหัวเราะอยู่


     รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย..


     ท้องฟ้าหม่นแสงลงเรื่อย ๆ ระยะทางอีกเพียงนิดก็ใกล้ที่จะถึงจุดหมาย ผมปลดเข็มขัดนิรภัยออก ขยับตัวนั่งยืดหลังตรงเมื่อพี่ไดโนจอดรถนิ่งข้าง ๆ กันกับสนามบอลขนาดใหญ่ แต่เพราะเมฆยังมาไม่ถึงผมก็เลยได้แต่นั่งเล่นฟังเพลงที่พี่ไดโนเปิดให้ระหว่างที่รอ


     "ทำไมมันช้าวะ"


     "เมฆบอกว่าติดงาน กำลังรีบมา"


     "ยี่สิบนาทีไม่มากูพามึงกลับแล้วนะ" เสียงนิ่ง ๆ เอ่ยขึ้น ท่าทางพี่ไดโนจะไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงในการรอคอยเท่าไหร่


     "อีกสักพักแหละครับ"


     "อืม" 


     ไม่ถึงยี่สิบนาทีเมฆก็มาถึง ร่างสูงที่ดูผอมลงเล็กน้อยก้าวท้าวลงมาจากรถของผู้จัดการส่วนตัว เสื้อยุ่งเหยิงกับทรงผมที่มันไม่ค่อยจะเป็นทรงเท่าไหร่ ผมเปิดประตูรถออกพร้อมกันกับที่พี่ไดโนดับเครื่องรถลงเดินตามผมมาด้วยเช่นกัน


     อดีตแฟนมองซ้ายขวา ก่อนจะหันมาทางผมที่กำลังเดินเข้าไปหา สั่นไปหมดแล้วร่างกาย ต่อให้เมฏลฆในตอนนี้จะมีรอยยิ้มอบอุ่นที่เคยมีให้ ผมก็ไม่รู้สึกคลายความกลัวลงได้เลย


     หันกลับไปมองพี่ไดโนที่เดินตามหลังมาถึงจะได้รู้สึกว่าเริ่มเบาใจขึ้นมาหน่อย  


     "รัก..ไม่ได้มาคนเดียวหรอกเหรอ" ใบหน้าดูดีที่ซุบเซียวลงเล็กน้อยผงะไปเมื่อเห็นว่าพี่ไดโนเดินตามผมมาด้วย สายตาที่จดจ้องนั้นผมรู้สึกได้ว่าเมฆกำลังตัดพ้อผม


     "อือ ..รักให้พี่เขามาเป็นเพื่อนน่ะ" 


     "เมฆเข้าใจ รักยังกลัวเมฆอยู่ใช่ไหม" 


     ผมขยับถอยหลังไปชนกับพี่ไดโนเมื่อเมฆเดินเข้ามาใกล้


     "รัก"


     "เมฆมีอะไรกับรักเหรอ" ชิงถามขึ้นมาเพื่อที่จะได้คุยกันให้จบ ๆ ไป เมฆทำหน้าเศร้า สายตาสลดลงหันไปรับเอาบางอย่างจากพี่ผู้จัดการที่เดินลงมาจากรถ ผมยกมือไหว้พี่เขาเพราะอย่างน้อยเราก็เคยเจอกันมาก่อน ส่งยิ้มให้กันก่อนจะลากสายตากลับมาหาเมฆที่ยิ้มเศร้า


     "เมฆอยากจะขอโทษ"


     "...."


     "ทุก ๆ เรื่อง"


     "อือ รักยกโทษให้ ..แต่ไม่ได้แปลว่ารักจะลืมเรื่องที่เมฆทำ รักยกโทษเพราะรักไม่อยากติดค้างอะไรกับเมฆอีก"


     "แค่รักยกโทษให้ก็พอแล้ว" เมฆยิ้มออกมาอีกรอบ


     นัยน์ตามีหยาดน้ำบาง ๆ รื้นขึ้นมาในตอนที่ขยับเข้ามาใกล้ผม


     "ขอเมฆกอดได้ไหม ครั้งสุดท้าย.. นะรัก" เสียงสั่นเครือเปล่งออกมาในตอนที่มือของอีกฝ่ายยื่นมาจะจับมื ผม แต่ก็คว้าได้เพียงแค่อากาศเมื่อพี่ไดโนรั้งให้ผมถอยหลังไปพร้อมกับพี่เขา 


     "แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง เคยทำเหี้ยอะไรไว้แล้วมึงยังคิดว่าเขาจะกอดมึงได้อีกเหรอ" เอ่ยขึ้นมาเสียงนิ่งแต่แฝงไปด้วยความดุดันจนน่ากลัว


     แวบหนึ่งที่ผมเห็นว่าเมฆแแสดงความไม่พอใจออกมาผ่านทางสายตาก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติ ยื่นถุงอะไรสักอย่างส่งมาให้ผม


     "เมฆจำได้ว่ารักเคยบอกว่าอยากได้มัน"


     ผมรับมาแต่ไม่คิดที่จะเปิดดู เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันคืออะไร กับเมฆมีไม่กี่อย่างหรอกที่ผมออกปากว่าอยากได้ 


     "ขอบคุณนะ"


     "..รัก" 


     "เมฆมีเรื่องจะคุยกับรักแค่นี้ใช่ไหม" ผมตัดบท พยายามเร่งรัดบทสนทนาให้มันจบลงเร็วที่สุดเพราะไม่อยากที่จะยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว 


      ผมไม่ชอบสภาพของเมฆในตอนนี้


      ไม่อยากรู้สึกถึงความเป็นห่วงของตัวเองลึก ๆ ในใจ กลัวว่าจะใจอ่อนไปกับท่าทางของคนตรงหน้า แล้วสุดท้ายผมก็จะทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผมในตอนนี้รู้สึกแย่


     "..เมฆขอโอกาสอีกครั้งไม่ได้จริง ๆ เหรอ"


     "...."


     "แค่ครั้งเดียวนะรัก"


     "ขอโทษนะเมฆ ..แต่โอกาสที่เมฆขอ รักเอาให้คนอื่นไปแล้ว" ผมเลือกไปแล้วว่าจะให้โอกาสพี่ไดโน แล้วตามที่พี่เขาเคยบอก มีแค่พี่เขาเท่านั้นที่ได้รับโอกาสนี้ 


     ในครั้งนี้เมฆแสดงสีหน้าที่บิดเบี้ยวออกมาชัดเจน สายตาจ้องมองไปยังพี่ไดโนที่ยืนอยู่ด้านหลังผม ร่างของแฟนเก่าขยับถอยไปหนึ่งก้าว เมื่อเลื่อนสายตาสบกับผมถึงได้ยิ้มออกมาเหมือนว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น


      "โอเค เมฆเข้าใจแล้ว"


      "...."


      "เอาไว้เมฆกลับมาดังได้เหมือนเดิม มีเงิน มีชื่อเสียงเมฆจะกลับมาขอโอกาสจากรักใหม่"


      "คิดได้แค่นี้เหรอ" พี่ไดโนพูดขึ้นแทนผมที่ยืนนิ่ง รู้สึกหน้าชากับคำพูดของเมฆ เหมือนกับว่าผมเลือกที่จะให้โอกาสใครเพราะสิ่งของหรือเงินทองอะไรพวกนี้ ในความคิดของเมฆ..ผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ


      "ทำไม มึงกลัวเหรอ? กลัวว่าถ้าวันหนึ่งกูดังแล้วรักเขาจะทิ้งมึงกลับมาหากู"


      "เมฆ! หยุดนะ พูดอะไรอยู่รู้ตัวบ้างไหม ไหนบอกว่าจะมาแค่ขอโทษ ถ้าเป็นแบบนี้ก็กลับไปขึ้นรถ ไปเลยนะ" เสียงพี่ผู้จัดการดังลั่น เมฆถูกพี่กิ๊บดึงแขนให้เดินกลับไปที่รถ แต่ก็ดูจะลำบากเมื่อเมฆขืนตัวเองเอาไว้ พยายามจะเอ่ยยั่วเย้าใส่พี่ไดโนไม่หยุด


     แต่คนข้างกายผมนิ่งนะ


     พี่ไดโนนิ่งมากจนผมแปลกใจ แต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่พี่เขาไม่วู่วามพุ่งเข้าไปต่อยหน้าเมฆ


     "รักรอเมฆนะ ..ไม่นานนี้หรอก" เป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่เมฆจะถูกพี่กิ๊บพาขึ้นรถไป เหลือเพียงแค่ผมกับพี่ไดโนที่ยังคงยืนกันอยู่ที่เดิม


     "ผมขอโทษที่พาพี่มาเจออะไรแบบนี้" เมฆไม่ได้อยากจะขอโทษจริง ๆ ด้วยซ้ำ มันพาให้ผมรู้สึกแย่ที่คิดไปว่าเมฆจะคิดได้แล้ว


     "เฉย ๆ ว่ะ พูดแค่นั้นเรียกตีนกูไม่ได้หรอก กลัวเหรอ? เหอะ มันต่างหากที่กลัว ตั้งแต่เห็นกูมาด้วยกับมึงแม่งก็เก็บสายตาไม่อยู่แล้ว"


     "เพราะเมฆรู้ว่ายังไงผมก็ไม่กลับไป"


     "....."


     "รักษาโอกาสที่ผมให้มันกับพี่ด้วยนะครับ"    



---105%---



มาแล้ววว ขอโทษ แงงง ยังอยู่กันไหมคะ ขอเสียงหน่อยยย

มันเป็นช่วงงานมหาลัยติด ๆ บวกกับการบ้านเยอะด้วยเลยไม่ได้อัพ

นี่ก็ต้องไปต่างจังหวัดอีกสามวัน กลับวันจันทร์ อาจจะหายต่อ ขอโทษด้วยนะคะ

แงงงงง ตอนนั้นดข้าสู่กลางเรื่องแล้วว เริ่มที่รับน้อง

ใครคิดว่าไม่โอเค ไม่ชอบระบบรับน้องเราคงต้องขอโทษไว้ล่วงหน้านะคะ กราบบบ


ร้ากกก ไหนคอมเม้นให้ชื่นจายหน่อยยยย



*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ

    


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.477K ครั้ง

16,012 ความคิดเห็น

  1. #14671 MayYL (@Mayploydee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 15:37
    ตอนแรกแอบคิดว่าเมฆคงจะคิดได้แล้วมาขอโทษรักจริงๆ แต่ดูจะไม่ใช่ ส่วนพี่ไดโนรักษาโอกาสที่ได้จากน้องรักด้วยนะจ๊ะ ^^
    #14671
    0
  2. #14571 JKCGV (@LITTLETATATAETAE) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 16:51
    พี่ไดฌน นุทีมพี่ค่ะ
    #14571
    1
    • #14571-1 JKCGV (@LITTLETATATAETAE) (จากตอนที่ 13)
      6 กันยายน 2562 / 16:51
      ไดโนสิ แง้ นิ้วอ้วน
      #14571-1
  3. #14388 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 19:10
    เมฆจะมาไม้ไหนอีกมั้ย
    #14388
    0
  4. #14386 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 18:19

    เอ้าอีพี่ จุดพลุเลยรออะไร? น้องมันให้โอกาศแล้วนะ

    #14386
    0
  5. #14332 Love_S(B) (@sutthida17) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 21:27
    ดีใจด้วยกับพี่โนรักษาโอกาสไว้มฟ้ดีนะ
    #14332
    0
  6. #14300 loognamfzt403 (@loognamfzt403) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 17:25
    ขอให้เมฆหายไปจากชีวิตรัก
    #14300
    0
  7. #13622 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 13:38
    สุดท้ายก็คือไม่เคยสำนึกเลยหรอเมฆ
    #13622
    0
  8. #13235 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 20:34
    อิเมฆไม่เคยสำนึก นี่รัก รักจริงป่ะเนี่ย
    #13235
    0
  9. #12812 KimEy_kuku (@pojae) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 17:33
    รักเปิดใจทีละนิดแล้ว
    #12812
    0
  10. #12624 prempremvan (@prempremvan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 10:15
    สู้ๆๆนะพี่ไดโน น้องเริ่มเปิดใจแล้ว
    #12624
    0
  11. #12241 Stamp324 (@Stamp324) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 16:50
    งุ้ยยย ไฟท์เข้าไว้นะพี่ไดโน
    #12241
    0
  12. #12222 itnn / Shining Aun (@itsaunn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 21:35
    พี่ไดโนสู้ต่อนะคะ น้องรักพูดขนาดนี้แล้วนะ
    #12222
    0
  13. #12213 AHOUMN (@AHOUMN) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 19:53
    พี่ไดโนเดินหน้าต่อไปอย่าหยุดจ้าน้องเปิดใจขนาดนี้แล้ว ส่วนเมฆนี่ไม่คิดจะสำนึกจริงๆใช่มั้ยรอเฉลยปมเมฆสีครามอยู่น้า
    #12213
    0
  14. #12197 เพชร (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 21:32

    รักษาไว้นะ


    #12197
    0
  15. #12185 Dry_ice (@water_ice) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:51
    คิดว่าเมฆต้องกลับมาพร้อมหายนะซัมติงแน่นอน -/-
    #12185
    0
  16. #11968 NattidaTtj (@NattidaTtj) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 23:01
    น้องเปิดใจแล้วว อิพี่สู้ๆนะ อย่าพลาดเชียวหละ
    #11968
    0
  17. #11950 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 17:57

    กลัวใจเมฆเหลือเกิน แต่มีพี่ไดโนเราก็อุ่นใจ น้องรักเดินหน้าต่อไปนะลูก พี่ไดโนอย่าทำให้ผิดหวังน้าา
    #11950
    0
  18. #11939 แมวว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 11:34

    จะยังงัยเราก้อรักและรอพี่ได เสมอๆ ไรท์ไม่ต้องห่วง สู้ๆ น้าาา

    #11939
    0
  19. #11879 nam-Sriyaphai (@nam6530) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 23:17
    รักษาโอกาสไว้ด้วยละ ไดโนเสาร์
    #11879
    0
  20. #11830 kmrllpd (@kmrllpd) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 21:13
    เปนแฟนกันเรวเร้วววว
    #11830
    0
  21. #11829 Son16 (@Son16) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 11:20

    ลองมาเป็นแฟนกูเล่นๆ ตลอดชีวิตไหม

    โอ้ยทำไหมฉันเขินนนน😚
    #11829
    0
  22. #11828 Peony.n (@Nat_Kornwika) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 11:01
    รักษาโอกาสดีดีนะพี่ไดโน
    #11828
    0
  23. #11827 Joq19 (@IIIam4) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 07:47
    ยอมเมฆแร้วว พี่ไดโนดูแลน้องดีๆนะ
    #11827
    0
  24. #11826 B_N_S (@nutbongkot) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 00:40
    โอกาศเขาให้เฉพาะคนที่พร้อมที่จะรับมันเท่านั้นย่ะ! แล้วไดโนก็คือคนที่ได้โอกาศ ไม่ใช่แกอิเมฆ!!!!
    #11826
    0
  25. #11825 Ginakichii (@Ginakichii) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 00:34
    พี่ไดโนดูแลน้องให้ดีนะ น้องให้โอกาสแล้ว
    #11825
    0