รักเราไม่เท่ากัน #จ้าวของแชมเปญ

ตอนที่ 25 : จากไกล [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,810 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61







จากไกล





     ตึ้งๆๆ


     "อืมมม.."เสียงข้อความจากไลน์ดังรัวปลุกผมในตอนเช้า เร็วยิ่งกว่านาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ ผมงัวเงียเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมอง เวลาเกือบตีห้ากว่าทำเอาอยากจะว้ากใส่คนที่ส่งข้อความมาในตอนนี้ ซึ่วผมควรจะชินได้สักที เพราะมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อตอนที่ผมตอบตกลงว่าจะช่วยพี่อาร์ม


     นี่ไง.. ทักเช้าทักเย็น

     ทักคุยบ่อยกว่าพี่สกายอีกมั้ง 

     แต่เราก็คุยกันแค่เรื่องพี่สกายจริงๆ แค่นั้น ไม่มีอย่างอื่นเลย พี่อาร์มเป็นพวกคิดเยอะ อะไรเล็กๆน้อยๆก็ทักมาถามผมแล้ว

     นอกจากพี่อาร์มก็จ้าวทัพ..

     เรียนเช้ามากมั้ง ทักมาทุกวัน ทั้งๆที่ผมไม่เคยคิดจะตอบ แต่จ้าวทัพก็ยังไม่หยุด เหมือนมันมาบ่น มาเล่าเรื่องต่างๆในแต่ละวันให้ผมฟัง มาบอกฝันดี มาบอกให้กินข้าวในทุกมื้อ วันไหนมาดึกมันก็จะมาน้อย แต่ก็มา ถ้าตอนเช้าก็ ..อย่างที่เห็น

     JaoTub : ต้องตื่นเช้ามาก ง่วง

                      ตั้งใจสอบ..

                      อย่าลืมกินข้าว

     คล้ายกับทุกวันที่ส่งมา ตั้งแต่เข้าช่วงสอบมา นอกจากแม่ที่อวยพรทุกวันก็จ้าวทัพนี่แหละ   

     ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรเหมือนเคย วางโทรศัพท์ลงที่เดิมหลังตอบปัญหาหัวใจของพี่อาร์มเสร็จ วันนี้สอบไฟนอลวันสุดท้ายแล้วสำหรับผม ซึ่งเวลาสอบคือช่วงสิบโมง แล้วอะไรคือการที่ผมต้องมาตื่นตีห้าเพราะคนสองคนด้วย

     จะให้นอนต่อ ผมก็คงนอนไม่หลับแล้ว

     ลุกไปเตรียมทำอะไรกินตอนเช้าดีกว่า วันนี้ยังไงผมก็จะเอารถไปมหา'ลัยเองอยู่แล้ว เพราะสอบเสร็จแล้วผมตั้งใจว่าจะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่เลย มัดมือชกไม่ให้ทั้งสองคนหนีผมไปฮันนีมูนเหมือนช่วงปิดเทอมแรกเอง อย่างน้อยจะไปก็ต้องพาผมไปด้วยอะ

     หลังจากทำอาหาร กินมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย ผมก็หอบเอาบรรดาชีทและเลคเชอร์ของวิชาที่ต้องสอบมานั่งอ่านรอเวลาอยู่บนโซฟาด้านหน้าทีวี แค่ทบทวนนิดหน่อย เพราะผมพอมั่นใจวิชานี้อยู่ว่าทำได้

     ในหัวตอนนี้นอกจากเรื่องสอบก็วนเวียนอยู่กับเรื่องของจ้าวทัพด้วยส่วนนึง

     ถามว่าเราเจอกันบ้างหรือยัง ตอบตรงๆเลยก็ไม่ กับนะโมช่วงนี้ผมคิดว่ายังเจอบ่อยกว่าจ้าวทัพเสียอีก มีแค่ข้อความที่ส่งมาทุกเช้าทุกเย็น กลีบดอกทิวลิปที่มาพร้อมกับบรรดาของกินต่างๆที่ผมชอบ มันไม่เคยเอามาให้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่ฝากพวกพี่เมษมาให้ ก็คือเอามาห้อยทิ้งไว้หน้าห้องที่ผมมีเรียน

     แรกๆผมมักปฏิเสธเวลาพี่เมษเอามาให้ แต่พี่เขาก็ทำให้ผมรับมาจนได้ มีช่วงหลังๆนี่แหละที่ผมไม่ได้ปฏิเสธอีก

     รับไว้ตลอด ..จนบางทีก็เผลอมองหาว่าวันนี้จะมีอะไรมาห้อยหรือเปล่า พี่เมษจะเอามาให้ไหม มันเหมือนกับว่าผมชินไปแล้วที่ในทุกๆวันจะมีอะไรแบบนี้มาให้

     แต่พอสิ้นสุดวันนี้ก็คงไม่มีอะไรแบบนั้นอีกแล้วล่ะ
  
     จ้าวทัพมันคงไม่ทำขนาดเอาไปห้อยไว้ที่หน้าบ้านผมหรอก บางทีช่วงปิดเทอมอาจจะทำให้จ้าวทัพคิดได้ว่าการทำแบบนี้กับผมมันไม่ใช่ความคิดที่ดี และมันก็จะเลิกทำไปเอง

     ผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงกับสิ่งที่จ้าวทัพทำตอนนี้

     สับสน

     ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้รับ ตอนเด็กๆก่อนที่จ้าวทัพจะย้ายโรงเรียนไป ทั้งรอยยิ้ม ทั้งการกระทำต่างๆถึงจะไม่ได้อ่อนโยนชวนให้ใจสั่น แต่มันก็มีมากในระดับที่คนอย่างจ้าวทัพจะแสดงออกมาได้

     และเพราะจ้าวทัพเป็นแบบนั้นผมถึงได้ชอบ

     ตอนนี้ก็เหมือนกัน ...กำแพงที่ก่อไว้กำลังจะพังครืนเพราะการกระทำที่คล้ายกับตอนนั้น 
 
     จากคนที่เหมือนไม่เคยสนใจอะไร กลับทำทุกอย่างที่พุ่งตรงเข้ามากลางใจได้อย่างน่ากลัว จ้าวทัพเหมือนรู้ทุกอย่างว่าผมต้องการอะไร และการกระทำแบบไหนที่จะสั่นคลอนความรู้สึกผมได้ตรงๆแบบนี้

     ถ้ามันทำแบบนี้ตั้งแต่ที่เรายังคบกัน...ผมคงตัดใจเลิกจากมันไม่ได้แน่ๆ

     เห้อออออ

     ผมเอนหลังพิงไปกับพนักโซฟา ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจตัวเองนี่แหละ ไหนบอกว่าไม่ต้องการให้ง้อ แล้วรับของจากจ้าวทัพทำไม เปิดอ่านข้อความมันทำไม ยิ้มกับกลีบดอกทิวลิป ยิ้มกับโพสอิทเล็กๆนั่น 

     หัวใจผมแม่งไม่เข้มแข็งได้เท่าที่ปากพูดและใจคิดเลย...

     


      
     ช่วงเวลาสอบผ่านไป ผมแยกกับนักรบทันทีที่หน้าห้องสอบเพราะมันก็ต้องไปหาพ่อตัวเองเหมือนกัน นักธุรกิจตัวน้อยก็แบบนี้แหละ ส่วนผมตั้งใจว่าจะกลับบ้านเลย แต่พี่พลดันโทรมาขอให้ไปนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนก่อน พี่เขาเหมือนจะขอร้องมากกว่าชวนด้วยตอนที่โทรมา ผมก็เลยตกลงไป แค่กินข้าวแป๊บเดียวคงไม่เสียเวลาเท่าไหร่ นี่ก็พึ่งเที่ยงนิดๆเอง

    ผมเดินลงมาจากตึก 

    วันนี้ผมได้ขนมจากจ้าวทัพอีกแล้ว บราวนี่เหมือนวันแรกที่มันซื้อมาให้ โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้เอามาให้ผมเช่นเคย 

     ดอกทิวลิปที่ไม่ได้มาแค่กลีบเหมือนอย่างทุกวัน

     โพสอิทว่างเปล่าที่ไม่ได้เขียนตัวอักษรอะไรลงมา ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใส่มาทำไม

     ผมวางถุงในมือลงบนเบาะด้านข้างๆ

     ขับรถออกจากมหา'ลัยตรงไปตามทางที่พี่พลแชร์โลเคชั่นมาให้ ใช้เวลาเกือบสิบนาทีก็มาถึงร้านอาหารที่อยู่ไม่ลึกเท่าไหร่ จากสายตาก็มีคนเยอะพอสมควร เพราะตอนนี้ช่วงพักเที่ยงพอดี 

     พี่พลบอกว่าจองห้องส่วนตัวที่ชั้นสองไว้ ให้ผมขึ้นมาได้เลย

     พอเข้าไปก็เจอพี่เขาที่กำลังนั่งจดจ่อกับโทรศัพท์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เหมือนยังไม่รู้ตัวเลยว่าผมมาถึงแล้ว 

     "พี่พลครับ"
  
     "เอ้า แชม.. มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ เอ่อ อยากกินอะไรสั่งเลยนะ พี่ยังไม่ได้สั่งอาหารเลย"พี่พลยกมือเรียกเด็กในร้านที่ยืนรอรับเมนูอยู่ตรงมุมห้อง ยื่นใบเมนูส่งมาให้ผมขณะที่ตัวเองสั่งไปสองสามอย่าง

     ผมเห็นพี่พลสั่งก็เลยสั่งเพิ่มมาแค่อย่างสองอย่างเท่านั้น แล้วก็ส่งเมนูคืน เงยหน้ามองพี่พลที่วางโทรศัพท์ลง

     ไม่รู้จะคุยอะไรเหมือนเคย

     พี่พลยิ้มบางๆให้ผม ทำหน้าเหมือนมีอะไรอยากจะพูดออกมาสักอย่าง"ขอบคุณที่มานั่งกินข้าวกับพี่นะ นึกว่าวันนี้จะต้องกินข้าวคนเดียวแล้ว"

     "แสดงว่าวันอื่นมีคนกินด้วยสินะครับ"ผมหยอก

     มันก็ดีนะ.. ถ้าพี่พลจะมีใครเข้ามาบ้าง

     "..ไม่เชิง"พี่พลตอบเสียงแผ่ว ก้มหน้าลงทั้งๆที่ยังยิ้มอยู่บางๆ

     รอยยิ้มที่ดูไม่ได้อยากยิ้มเท่าไหร่

     "ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า พี่พูดได้นะ คิดว่าผมเป็นแค่เก้าอี้ตัวนึงก็ได้ รับฟังอย่างเดียว"ผมว่า ยิ้มส่งไปให้พี่พล ตอนนี้กับพี่เขาผมก็ยังไม่มีความรู้สึกอะไรมากกว่าพี่ชายคนสนิท ..ก็สนิทอยู่แหละในช่วงที่ผ่านมา ถึงเขาจะไม่ได้คิดเหมือนกับผมก็ตาม

     พี่พลไม่ได้เล่าอะไร แค่พยักเบาๆ และต่างคนต่างเงียบจนกระทั่งอาหารถูกทยอยเอามาวางเรียงไว้บนโต๊ะ 

     มื้ออาหารไม่ได้มีเสียงพูดคุยเหมือนเวลาไปกินกับเพื่อน

     มันดำเนินไปด้วยความเงียบของเราทั้งคู่จนกระทั่งอาหารบนโต๊ะหมดลง

     จะว่าไปผมกับพี่เขาก็กินเยอะอยู่นะ 

     หลังจากคิดเงินและรอรับใบเสร็จพร้อมเงินทอนมา ผมกับพี่พลก็พากันลุกขึ้น เตรียมจะแยกย้ายกันกลับ ร่างสูงเดินตามหลังผม จังหวะที่กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตู เสียงเรียกเบาๆของพี่พลก็ดังขึ้นข้างหู

     ผมหันไปในจังหวะที่พลกดริมฝีปากตัวเองลงมาพอดี

     กดแช่ค้างไว้แบบนั้นตอนที่ผมกำลังอึ้ง

     พอผมเริ่มตั้งสติได้และยกมือดัน พี่เขาก็ผละออก ทอดมองลงมาที่ผมด้วยสายตาเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด
 
     "ถ้ากลับไปเลือกใหม่ได้.. พี่คงจะยอมเรียนหมอเองตั้งแต่แรก"

     พี่เขาหมายถึงอะไร..

     "..กลับเถอะ แชมรีบไปหาพ่อกับแม่ไม่ใช่เหรอ พี่เองก็ต้องกลับไปทำงานต่อเหมือนกัน"พี่พลเอ่ยลา ส่งยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินแยกลงไปก่อน

     ถึงจะไม่เข้าใจที่พี่เขาพูดมาก่อนหน้า แต่ผมก็ไม่ได้คิดใส่ใจอะไรอีก 

     มัวชักช้าไปมากกว่านี้ผมคงถึงบ้านดึกแน่ๆ


 
     
     นาฬิกาบอกเวลาเกือบจะสองทุ่ม แต่ผมก็ยังคงไม่ถึงบ้าน พ่อกับแม่โทรมาหาเมื่อสองสามชั่วโมงก่อน ผมคิดว่าตัวน่าจะถึงสักสองทุ่มกว่าๆได้ ผมก็ไม่ได้ขับรถช้าอยู่แล้ว นี่ก็เข้าซอยใหญ่มาแล้วนะ

     แปลกที่วันนี้ยังไม่มีข้อความอะไรส่งมา..

     ปกติจ้าวทัพต้องทักผมมาแล้ว

     เหลือบหันไปมองกล่องเค้กที่เบาะด้านข้างก็พาลให้รู้สึกวูบไหวในใจ

     ผมกำลังหวังอะไรอยู่กันแน่..

     ตลอดทางที่ขับรถ เสียงไลน์เหมือนสิ่งที่ทำลายสมาธิผมได้ดีมาก นี่ถ้าไม่กลัวพ่อกับแม่รอผมคงจอดรถข้างทางเพื่ออ่านข้อความไปแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากใครเหมือนกัน

     อาจจะเป็นจ้าวทัพหรือเปล่า

     ผมแค่สงสัยเฉยๆเอง ..ไม่เห็นต้องมองกันแบบนั้นเลย

     นี่ก็ใกล้ถึงแล้ว บ้านผมอยู่ลึกหน่อย เพราะพ่อผมไม่ชอบเสียงรถเวลาขับผ่านหน้าบ้าน หรือเวลามีใครเดินผ่านแล้วพูดคุยเสียงดัง พ่อจะเน้นความสงบมากกว่า ถึงจะบอกวว่าลึก แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรมาก เพราะแถวนี้ก็มีสถานีตำรวจ มีการตรวจตรากันอยู่ประจำนั่นแหละ

     ถึงพอดีเลย..

     ผมจอดรถที่หน้าบ้านสักพัก เพ่งมองรถอีกคันที่จอดหลบอยู่ใต้ต้นไม้ 

     หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าเป็นรถใคร

     จ้าวทัพ...

     มาทำอะไรที่นี่

     ผมพรวดพราดลงจากรถทันทีที่ถอยหลังเข้ามาจอดด้านในบ้าน ปิดประตูใหญ่ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่ประตู 

     แกร้ก!
 
     "ผมจะทำให้ได้ครับ ...สวัสดีครับ"

     เสียงจ้าวทัพดังลอดมาพร้อมร่างสูงที่ออกมาจากประตู ตาเรียวดุเบิกขึ้นน้อยๆเมื่อเห็นผม ก่อนจะกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิม มุมปากมีรอยเขียวช้ำให้เห็นเมื่ออีกฝ่ายหันหน้าหลบไป เดินสวนกับผมเงียบๆ

     ผมเกือบจะเดินตามจ้าวทัพไป แต่ก็ถูกเสียงพ่อเรียกเอาไว้ก่อน

     ทำได้แค่มองตามรถของจ้าวทัพที่ขับผ่านไป ก่อนจะผละเดินเข้าไปด้านในบ้าน 

     ยกมือไหว้พ่อกับแม่ที่นั่งอยู่"สวัสดีครับ.."

     "เหนื่อยไหมลูก มากินข้าวกัน แม่ทำของชอบลูกไว้เยอะเลย"แม่พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม ขณะที่พ่อยังคงนั่งเงียบ ผมคิดว่าจ้าวทัพคงมาคุยเรื่องที่เคยบอกกับผมไว้ ความจริงผมก็บอกพ่อไปแล้วเหมือนกัน บอกไปตั้งแต่ครั้งที่พึ่งออกจากโรงพยาบาล

     เป็นไปตามที่คิดคือพ่อผมโกรธมาก 
  
     ไม่พูดคุยกับผมไปเป็นสัปดาห์

     รอยแผลบนใบหน้าจ้าวทัพเมื่อครู่ก็คงได้มาจากพ่อผมแน่ๆ

     "คุณ.. อย่ามัวเก๊ก ลูกอุตส่าห์รีบกลับมาหาแล้ว เมื่อกี้ตอนคุยกับจ้าวทัพก็ยังดีๆอยู่"

     คุยดีๆยังไงให้ปากแตกเนี่ย...

     "ใครคุยดีๆ เหอะ ...เป็นไงล่ะ พ่อบอกแล้วว่าจ้าวทัพมันไม่น่าคบ ให้เลิกไม่ยอมเลิก แล้วดูมันทำกับลูกสิ ฮึ่ย! ถ้าเป็นลูกเป็นหลานนะ จะจับตีให้ตายไปเลย"พ่อผมบ่นเสียงดุ ปรายตามามองนิดๆก่อนจะเดินนำไปที่โต๊ะกินข้าว

     บทสนทนาช่วงแรกก็เป็นเรื่องของจ้าวทัพ พ่อบอกว่ามันมาสารภาพสิ่งที่ทำไว้กับผม ก็เลยได้หมัดพ่อผมไปเต็มๆ พอผมถามว่าคุยแค่นั้นเหรอ พ่อกับแม่ก็เปลี่ยนไปถามเรื่องสอบ เรื่องเรียนในเทอมนี้แทน แล้วก็ถามถึงนักรบ ผมก็เลยเล่าไปว่าช่วงนี้งานมันเยอะ 

     เราพูดคุยกันหลายเรื่อง นั่งดูหนังต่อด้วยกันหลังจากกินข้าวเสร็จ ก่อนที่พ่อกับแม่จะขอไปนอนก่อน เพราะเริ่มดึก 

     ผมนั่งดูต่อจนจบแล้วถึงจะกลับขึ้นห้องตัวเอง

     เสียบชาร์ตมือถือเอาไว้ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าแต่งตัวหลังจากพึ่งอาบน้ำเสร็จเตรียมเข้านอนด้วยความเหนื่อยจากการขับรถ

     ไม่มีข้อความจากจ้าวทัพ ..ทั้งที่เราพึ่งเจอกัน

     หรือมันจะเบื่อที่จะต้องส่งมาหาผมแล้ว เพราะผมไม่ได้ตอบกลับ

     อาจจะเป็นแบบนั้น...



     ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันด้วยความง่วงที่ยังตกค้างอยู่ กลับออกมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูด้วยความเคยชิน พี่อาร์มทักมาอีกแล้ว ผมก็พิมพ์ตอบเขาไปเหมือนทุกครั้ง

     ก่อนจะเลื่อนดูข้อความอื่นๆ

     ช่องแชทจากจ้าวทัพยังคงเงียบ เป็นข้อความเดิมจากเมื่อวานตอนเช้า

     ปกติเวลากลับมาหาพ่อกับแม่ผมจะไม่ค่อยสนใจโทรศัพท์ ก็เลยเอามันวางทิ้งไว้บนห้องแทน วันนี้เป็นวันหยุด ผมกับพ่อจะช่วยกันลงต้นไม้ข้างรั้วบ้าน แล้วก็ปูหญ้าใหม่ในสวนด้วย รอให้แดดมันร่มกว่านี้ก่อน 

    ลงมาข้างล่างพ่อกับแม่กำลังนั่งดูข่าวกัน
 
    มื้อเช้าเรียบง่ายตั้งเอาไว้อยู่บนโต๊ะ 

     ผมนั่งลงจัดการกับอาหารเช้าเงียบๆ ฟังเสียงข่าวที่พ่อเปิดดูไปพลาง ก่อนที่เราจะพากันออกไปจัดสวนหลังจากที่ผมกินข้าวเสร็จสักพัก 

     แม่กำลังเตรียมขนมกับน้ำให้

     ส่วนผมกับพ่อก็ยกนั่นย้ายนี่ พอแดดร้อนก็เข้ามานั่งพัก จนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มจะแตะลับขอบฟ้าอีกครั้ง ผมกับพ่อก็ช่วยกันปูหญ้าใหม่จนเสร็จพอดี รดน้ำจนชุ่มก่อนที่ผมจะขึ้นห้องไปอาบน้ำเตรียมจะลงมากินข้าว

     ไม่มีข้อความใดๆอีกครั้ง
   
      ยอมรับแล้วว่าตอนนี้ผมรอ ..มันคงเพราะว่าจ้าวทัพทำทุกวันจนผมเคยชิน พอมันหายไปก็เลยรู้สึกแปลกๆ เหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่างก็เท่านั้น

      ผมเดินลงจากห้องมาที่ชั้นล่าง แม่กำลังเตรียมอาหาร ส่วนพ่อขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เสียงออดหน้าประตูเรียกให้ผมเดินลากเท้าออกไป ชะโงกไปที่หน้าบ้านดูว่าใครมา

     พอสายตารับภาพเข้ามาและรู้ว่าคนที่ยืนอยู่คือใคร 

     ร่างกายผมมันก็ไปเองอัตโนมัติ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าจ้าวทัพแล้ว เม้มปากแน่นเมื่ออีกฝ่ายกำลังมองสบมา

     "ได้กินบราวนี่หรือยัง"

     "....."

     "รอข้อความอยู่หรือเปล่า"จ้าวทัพถามต่อนิ่ง

     ปากหยักขยับยิ้มเมื่อเห็นว่าผมยังคงสบตากับมัน

     "รู้นะ ..ว่ามึงคิดถึง"

     รู้ก็เลยเงียบไปน่ะเหรอ..

     ผมไม่ตอบ ปล่อยให้ความเงียบกลืนกินเราทั้งคู่ เสียงลมหายใจผ่อนเข้าออก อากาศหนาวยามดึกโอบล้อมอยู่รอบกาย เหมือนจะอึดอัดหน่อยๆกับการถูกจ้องมองแต่ไร้เสียงพูดคุยแบบนี้ 

     "..โกรธมากเหรอ ถึงไม่อยากคุย"จ้าวทัพพูดขึ้นอีกครั้ง

     ดึงมือที่ไขว้ซ่อนไปข้างหลังออกมา ดอกไม้สีขาวสวยช่อนึงอยู่ภายในมือหนา ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อย ก้มมองที่กลอนประตู"เปิดรับไปหน่อย"

     ผมเลื่อนประตูเปิด มองดอกไม้ที่ถูกยื่นมาตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลายอย่าง
   
     "ดอกอะไร"เป็นคำแรกที่หลุดออกมาจากปากผม 

     จ้าวทัพยิ้มเล็กๆ

     "ดอกลิลลี่"

     "ความหมายล่ะ"ผมถามต่อ ครั้งที่แล้วดอกทิวลิป หมายถึงรักที่เสียสละใช่ไหม แล้วดอกลิลลี่หมายถึงอะไร

     "สำหรับคนอื่นมันหมายถึงความรักที่บริสุทธิ์ ..แต่ช่อนี้ ในมือกู มันแทนคำขอโทษ ที่ผ่านมากูทำไม่ดี มึงจะไม่หายโกรธมันก็ไม่แปลก แต่ช่วยฟังได้ไหม ฟังสิ่งที่กูจะพูดต่อจากนี้ ...เพราะมันคือความรู้สึกที่กูมีให้มึง"

     "......"

     "มันคงช้าไปที่พูดออกมาตอนนี้ ..แต่กูรักมึงนะแชมเปญ กูยอมรับว่ากูเขวที่เจอนะโม ยอมรับว่ามึงไม่ใช่คนแบบที่กูชอบตั้งแต่แรก และกูไม่เคยคิดจะรักมึงเลยตอนที่ขอมึงคบ กูแค่อยากได้มึง อยากเป็นเจ้าของของมึง"

     สิ่งที่จ้าวทัพพูด...ทั้งๆรู้อยู่แล้วแต่มันก็ยังเจ็บปวด หน่วงดึงอยู่ภายในใจอยู่ดี

     "กูไม่เคยรู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่กูเริ่มหวงมึง เริ่มอยากกระชากทุกคนที่เข้าใกล้มึงออก หาเรื่องเพื่อนมึงเพราะรู้ว่ามันชอบมึง อยากให้มึงอยู่ในสายตาตลอด ..ตอนนั้นกูคิดว่ากูอาจจะรักมึงแล้วจริงๆ แต่พอมาเจอนะโม.. ความรู้สึกที่คิดว่ารักมึงมันก็เลือนหายไปหมด กูคิดว่ากูคงชอบนะโม ชอบแบบที่อยากได้มาเป็นแฟน..."

     ยิ่งฟังที่จ้าวทัพเล่า ผมก็ยิ่งเจ็บ ..ความรู้สึกว่ารักผม มันเลือนลางขนาดจางหายไปได้เพียงแค่เจอคนใหม่งั้นเหรอ 

     "แต่กูก็ไม่อยากเลิกกับมึง กูเห็นแก่ตัว กูรู้.. และสุดท้ายกูก็เลือกนะโม เพราะมั่นใจว่าความรู้สึกที่มีให้นะโมมันมากกว่า มั่นใจมากๆว่ากูคิดถูก"
 
     "....."

     "พอเลิกกับมึงจริงๆ มันเหมือนอะไรบางอย่างในชีวิตกูหายไป กูพยายามทำให้นะโมเป็นสิ่งนั้น แต่สุดท้ายกูก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่ กูยังคงชอบนะโม ชอบที่จะมองรอยยิ้ม และไม่อยากให้รอยยิ้มนั้นหายไป ต่างจากมึง ....กูไม่อยากให้มึงหายไป ไม่ใช่แค่รอยยิ้ม แต่ทุกอย่างที่เป็นมึง กูไม่อยากเสียมึงให้ใคร ..แม้กระทั่งจอมพล พี่ชายกู"

     .....

     อะ อะไรนะ!

     "พี่พล ..พี่ชายมึง?"ผมร้องถามเสียงหลง
    
     ไม่เห็นพี่เขาบอกผมเลย ..ผมแค่คิดว่าสองคนนี้ดูคล้ายกันด้วยความบังเอิญเฉยๆ เพราะผมไม่เคยเจอพี่พล ตอนเด็กที่เจอก็เจอแค่จ้าวทัพมาตลอด 
 
     "กูกับจอมพลเป็นพี่น้องคนละแม่กัน เราสนิทกัน ถึงจะไม่มากขนาดพี่น้องคู่อื่น แต่ก็สนิทกันในแบบของเรา เพราะมันไม่ชอบเรียนสายนี้ กูถึงต้องมาเรียนหมอ เพื่อให้จอมพลได้เรียนในสิ่งที่ชอบ แต่นั่นหมายถึงว่าชีวิตมันจะมีอิสระน้อยกว่ากู รวมถึงเรื่องความรัก ..อีกสองวันจอมพลจะต้องแต่งงานกับคนที่พ่อหาไว้ มันคงยังไม่ได้บอกมึง"

     ใช่.. พี่พลไม่ได้บอกผมเรื่องนี้

     นึกไปถึงเมื่อวานที่กินข้าวด้วยกันผมก็กระจ่างทันทีว่าทำไมพี่เขาถึงพูดแบบนั้น

     'ถ้าเลือกใหม่ได้ จะเรียนหมอเองสินะ..'

     "ถึงจะบอกว่าอิสระ ...ชีวิตกูก็ยังเดินอยู่ในกรอบที่พ่อต้องการอยู่ดี กูกำลังจะไปเรียนต่อ.."

     จ้าวทัพสบตากับผม คำว่าเรียนต่อสะกดผมให้ยืนนิ่ง

     "มึง..ไม่เห็นบอกกู"ผมถามแผ่ว

     ข้อความที่พี่เมษโพสลงในเฟสบุ๊คเลือนลางอยู่ในหัว ...ตอนนั้นผมไม่คิดไปถึงเรื่องนี้เลย

     "เพราะกูไม่คิดว่ามึงจะอยากรู้"

     "ไปตอนไหน"

     "พรุ่งนี้"
 
     เร็ว ..เร็วเกินไป
 
     "กี่ปี"

     "หกปี ..เริ่มเรียนใหม่ทั้งหมด"

     "ถ้าไม่มาบอกวันนี้ก็จะหายไปเลยใช่ไหม"ผมพูด กำแพงในใจตอนนี้พังทลายลงหมดแล้วจริงๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับจ้าวทัพนิ่ง มาทำให้รู้สึก แล้วก็จะหายไปจากกันแบบนี้เหรอ

     แล้วจะเสียเวลามาง้อกันตั้งแต่แรกทำไม

     "ขอโทษ ..กูแค่ไม่มีความกล้ามากพอจะมาคุยกับมึงแบบนี้ แต่พอคิดว่าถ้าอยู่ๆต้องหายไป แล้วกลับมาในวันที่มึงมีคนอื่น กูจะต้องเสียใจมากแน่ๆที่ไม่ได้บอกมึงวันนี้"  

     "......"

     "แชมเปญ ..หกปีจากนี้ ช่วยเหลือพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้กูบ้างได้ไหม แค่นิดเดียวก็ได้"เสียงกระซิบดังแผ่วที่ข้างหู ฝ่ามือจ้าวทัพวางแนบอยู่กับอกผม ก่อนจะค่อยๆดึงออกเชื่องช้า

     "กูอยากบอกแค่นี้"จ้าวทัพว่า 

     เหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ก็เลือกจะไม่พูดและหันหลังให้ผมแทน

     แผ่นหลังกว้างหยุดชะงักอยู่กับที่

     ก่อนที่เจ้าของแผ่นหลังจะหันกลับมาอีกรอบ ร่างผมปะทะเข้าไปกับแผ่นอกแน่น กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยของจ้าวทัพลอยแตะจมูก เรียวแขนรัดร่างผมแน่นจนจะจมหายไปพร้อมกับช่อดอกลิลลี่

     กอดแน่นอยู่แบบนั้นก่อนจะค่อยๆผละออก

     สมองผมตอนนี้ประมวลผลอะไรไม่ทันเลยสักอย่าง หลบตาแน่นเมื่อริมฝีปากหยักแนบปิดลงมาบนปากผม

     ขนาดจ้าวทัพถอยออกไปแล้วผมก็ยังคงยืนกอดช่อดอกไม้นิ่ง หัวใจค่อยๆเร่งจังหวะขึ้นมาเรื่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาเรียวดุที่เผยความอ่อนโยนออกมาอย่างในวันเก่าก่อน

     "จูบนี้คือคำสัญญา ..ว่าหกปีจากนี้ มึงจะเป็นคนเดียวที่กูรัก"

     "เดี๋ยวมึงก็เปลี่ยนใจ"

     นะโมก็ทำให้จ้าวทัพเปลี่ยนใจไปแล้วครั้งนึง ขนาดว่าผมอยู่ข้างกายขนาดนี้ แล้วอยู่ไกลกันคนละประเทศ ..จ้าวทัพจะไม่เปลี่ยนใจไปจากผมได้จริงๆน่ะเหรอ

     จ้าวทัพยิ้มออกมา

     "หลังจากเรียนจบ ..กูจะกลับมาจีบมึงใหม่"

     "ถ้ากูมีคนอื่น"

     "กูจะเห็นแก่ตัวแย่งมึงมา"

     "ถ้ากูรักคนคนนั้น"

     "กูจะทำให้มึงกลับมารักกูเอง"

     "จ้าวทัพ"

     "ครับ"

     "หกปีนี้ ..ถ้ามึงหายไป ขาดการติดต่อแม้แต่วันเดียว ..กูจะคิดว่ามึงเปลี่ยนใจ แล้วถึงตอนนั้นเสี้ยวนึงในใจกูก็ไม่มีเหลือให้มึง"

     ผมยอมเสี่ยงอีกครั้ง ..ถ้ามันจะต้องผิดหวังอีกรอบ ความรักคงเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับผม 

     บางทีการจากลามันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

     จากลาเพื่อเริ่มต้นใหม่

     

----200%---
จบ

**ถ้าคิดว่าคอมเม้นแบบสร้างสรรค์ แนะนำกันแบบดีๆไม่ได้ ทำไม่เป็น ก็ไม่เป็นอะไรนะคะ อ่านอย่างเดียวก็ได้ ไม่ว่ากัน ช่วงนี้บอบบางค่ะ ความอดทนรับอารมณ์ไม่ได้ดั่งใจของคนอื่นมีไม่เยอะ**

ถ้าไม่มากเกินไป ช่วยบอกความรู้สึกต่อเรื่องนี้ได้ไหมคะ
5555555 กว่าจะผ่านมาถึงจุดนี้จะบอกว่าร้องไห้ไปรอบนึงด้วยความเฟลจากคอมเม้นนึง
ถ้าผิดพลาดยังไงก็ขอโทษนะคะมทั้งเรื่องคู่ของเฟรมฟ้า 
คู่นักรบนะโม ที่ไม่สามารถเปลี่ยนให้ได้จริงๆ 
ขอยคุณนะคะที่มาด้วยกันจนจบเรื่องนี้
ตอนพิเศษจะพยายามทำออกมาให้ดีนะคะ ขอบคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.81K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,072 ความคิดเห็น

  1. #10068 _Tungoh (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 23:28
    เยี่ยวมากกก ไอเลิฟ
    #10,068
    0
  2. #10065 bbley (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 12:49
    มีภาค2มั้ยรี๊ด
    #10,065
    0
  3. #10060 Kristanin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 06:53

    พึ่งมาเจอเรื่องนี้บอกเลยอ่านตอนแรกหงุดหงิดพระเอกมากกกกกแต่เนื้อเรื่องที่พี่แต่งผมว่ามันดีมากดีสุดๆมันสื่ออารมณ์ตัวละครออกมาได้ชัดมากกแล้วอ่านคือชอบนายเอกมากนางเป็นคนที่ทำให้เราเหมือนมองมุมมองคนที่เคยเจ็บปวดจากความรับจนทนไม่ไหวแต่ยังไม่สามารถลืมความรักเก่านั้นไปได้เรื่องนี้บอกเลยตอนนายเอกร้องไห้มันทำเรารู้สึกเจ็บเลยตอนอ่านนบอกเลยดีสุดเป็นเรื่องที่หน่วงแต่มันทำให้เรารู้สึกดีทีาได้อ่านจริง(ปล.ผมสงสียส่วนตัว ไปเพื่อนที่พี่จ้าวทัพมันเคยนอนด้วยนี่เลิกคบกันไปยังเนี่ยยยย!!!!)

    #10,060
    0
  4. #10059 ipichhh (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 08:04
    เราเพิ่งมาอ่านและนี่เป็นครั้งแรกที่แสดงความคิดเห็น เราชอบมากเนื้อหาดีเข้าใจง่ายไม่ดาร์กและไม่สดใสเหมือนที่ไรท์ว่าเราชอบการบรรยายและถ้อยคำต่างๆที่ไรท์เขียนออกมามากมันทำให้เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของตัวละครเหมือนกับว่าเราได้เป็นตัวละครตัวนั้นเอง เราชอบไรท์นะคะถ้าไรท์ได้อ่านถึงตรงนี้อยากจะบอกว่าสู้ๆนะคะมันอาจจะเหนื่อยหน่อยแต่เราเชื่อว่ามีคนรอซัพพอร์ตไรท์อีกเยอะแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ เราจะตามอ่านทุกเรื่องของไรท์เลย ขอสมัครเป็นfcค่ะ😄
    #10,059
    0
  5. #10056 Beam2306 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 10:45
    เป็นนิยายเรื่องแรกเลยมั้ง ที่ทำให้เราหน่วงตั้งแต่ตอนแรกจนจบนะ มันก็จะมียิ้มบ้าง ขอบคุณนักเขียนที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ ทำให้เห็นมุมมองความรักอีกแบบ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ
    #10,056
    0
  6. #10050 P-Phatana (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 22:29
    ความเห็นนะฮะ..
    เนื้อเรื่องดี มันหน่วงๆ ถ้าให้คะแนน จะให้ถึง 7/10 บางพล็อตมันดูเป็นเรื่องเกินจริงไปหน่อย (ก็นิยายอ่ะเนาะ) แต่ถ้าจะถามถึงเรื่องที่เคยอ่านมาแล้วจมดิ่งจริงๆ คงจะเป็นเรื่อง "จากจับใจ" เนื้อหาค่อนข้างเรื่อยๆ แต่มันเรียล อ่านแล้วมีน้ำตาซึม คะแนนได้ถึง 9/10 นะฮะ
    #10,050
    0
  7. #10047 Natta9209nee (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 21:52
    ถ้าเป็นเราความมั่นใจที่มีต่อผู้ชายคนนี้คงไม่เหลือแล้วอ่ะ ก็อย่างที่แลมบอก ขนาดอยู่ข้างๆขนาดนี้ยังไม่ชอบคนอื่นจนเลือกคนใหม่ได้ เป็นคนโลเลมาก อยาคตจะไม่ไว้เลยก็ไม่แปลก สงสารแชมอ่ะ แต่ก็ดีแล้วห่างๆไปเผื่ออะไรๆจะดีขึ้น
    #10,047
    0
  8. #10046 Paboya (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 19:49

    นอกใจก็คือนอกใจอะ มีคนๆนึงมาทำให้ลืมแฟนตัวเองได้ก็สุดอยู่นะ ก็ยังคงไม่เข้าใจความชอบอีกคนแต่รักอีกคนอยู่ดีอะมันยังไงเหรอ เพราะนังทัพนางก็ดูอยากได้คนใหม่จีง แต่คือนางต้องเลือกไงเพราะมันได้อย่างเสียอย่างมันเอาทั้งคู่ไม่ได้ นางชั่งแล้ว นางเอาคนเก่า นางคิดว่านังรักแชมงี้ แต่ถามว่าตอนนั้นนางชอบโมอยากได้โมมั้ยนางก็อยากได้เหอะ แต่เรื่องนี้เรียลดีนะ เชื่อว่ามีหลายคู่เจองี้เยอะเลย แต่นิยายจบสวยกรุบๆ

    #10,046
    0
  9. #10045 MaMeaw456 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 00:29

    สำหรับเราคือจบแบบไม่ค้างคาในความรู้สึก
    ต่างฝ่ายต่างให้โอกาสตัวเอง

    สงสารพี่พลที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก
    #10,045
    0
  10. #10036 SUNITAAAAAA (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 21:59
    หกปี หกปีที่แสนจะนานน้ำตาไหลพรากกับคำพูดขอจ้าวทัพ ใจอ่อนยวบเป็นน้ำ
    #10,036
    0
  11. #10030 chanisara_5454 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 00:16
    อ่า ตอนแรกคิดว่า ถ้าแชมยกโทษให้เร็วเกินไปหรือง่ายเดินไปเราจะโกรธมาก แต่พอเป็นแบบนี้เราเข้าใจเลยว่าเพราะรักมากจึงทนเจ็บมากและเพราะรักจึงไม่รู้สึกที่อยากจะคุยหรือคบดับใคร เหมือนรออะไรสักอย่างมาทำให้เราเลือก เลือกที่จะเสี่ยงกับเขาอีกครั้ง หรือเลือกที่จะหายจากเขาตลอดกาล
    #10,030
    0
  12. #10029 Bbbbb (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 00:02

    แงงงงงง หกปี!!!!!! ตาย คนอ่านอ่ะตาย เเงงงงงง

    #10,029
    0
  13. #10014 Jess (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 00:51

    อา.... ไม่ใช่แค่ทัพที่เอ๋งๆเป็นหมา

    เราก็เช่นกัน..

    ใจอ่อนเฉย555555 เป็นไบโพล่ารึเปล๊าาาาาาา


    รอไปหกปี อยากรู้ว่านังทัพจะทำได้อย่างปากพูดรึเปล่าเถอะะเะ

    #10,014
    0
  14. #9990 palmy3050 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 23:55
    มาอ่านรอบล้าน ชอบน้ำตาตก ซาดิด5555
    #9,990
    0
  15. #9978 eannysrr (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 04:29

    เขวอะไรของ-ทัพ นอกใจก็คือนอกใจ มาขงมาเขว แชมก็ใจอ๊อนอ่อน

    #9,978
    0
  16. #9964 Adum (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 15:18
    อยากอ่านตอนพิเศษ น่าจะมีภาคต่อ😍😍😍
    #9,964
    0
  17. #9950 AkanishiNaphat (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 20:16
    ชอบ ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านค่ะ
    #9,950
    0
  18. #9947 Kon--Kon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 11:13
    จบแบบอาคเรียล 555 แต่มันก็จะปิ้วๆใจเพราะเขายังไม่ได้อยู่ด้วยกัน ฮรืออออ ;---;
    #9,947
    2
    • #9947-1 Kon--Kon(จากตอนที่ 25)
      21 พฤษภาคม 2563 / 11:16
      แต่จากใจก็ยังไม่เชื่อในความรักของทัพ ฮรืออ ทำกับน้องไว้เยอะเกินกว่าที่เราจะเชื่อมั่นในตัวพี่แกได้อีกแล้ว คือรู้แหละว่ารักแต่ความมั่นคงในความรักที่มองคือ0เลยแงงง //เหมือนโดนกับตัว ถถถ555
      #9947-1
    • #9947-2 Kon--Kon(จากตอนที่ 25)
      21 พฤษภาคม 2563 / 11:26
      เอาจริงเข้ามาอ่านแบบงงๆไมาได้เตรียมว่ามันจะเจ็บขนาดนี้5555
      #9947-2
  19. #9937 kvan-fa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 08:48
    เรารู้สึกว่าจบแบบนี้ดีนะ ให้เวลากับระยะทางช่วยตัดสิน เพราะเราคิดว่าทัพควรทำอะไรให้แชมเปญมั่นใจบ้าง ไม่ใช่เห็นน้องเป็นของตายอีก แชมเปญก็จะได้มีเวลาทบทวนตัวเองด้วยว่าควรให้อภัยทัพมั้ย เป็นตอนจบที่เราคิดว่าสมบูรณ์ในแบบของมันนะ
    #9,937
    0
  20. #9936 Wiwha (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 22:03
    จบดีค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนหลังจากนี้ก็ต้องใช้จินตนาการของตัวเองไปด้วยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ขอบคุณนะคะ คู่นี้คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกันน
    #9,936
    0
  21. #9934 Nafphon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 10:19

    รอติดตาม ภาค 2 นะค่ะ❤❤🦁🐢

    #9,934
    0
  22. #9922 0896224657 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 12:04
    มีเรื่องต่อจากนี้มั้ยยยย
    อยากอ่านนน
    #9,922
    0
  23. #9921 richat28 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 20:36

    จบดีอยู่น้าา ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ก็แบบคนที่พี่พลจะแต่งด้วยก็คือชั้นเองอะนะ แค่ความมโนจริงๆๆคิดแล้วฟิน

    #9,921
    0
  24. #9919 pppim_arrr (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 09:23
    อึกแง จบในแบบที่ไม่ได้คิดไว้ จบแบบค้างคานิดๆให้ลุ้นว่า6ปีต่อจากนี้จะเป็นยังไง ดีมากๆเลย ร้องไห้ไปหลายรอบมากเอาจริง 555555555 สู้ๆนะคะไรต์
    #9,919
    0
  25. #9889 the_mildd (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 19:16
    ชอบเนื้อเรื่องมากค่ะมันหน่วงดี(ปกติชอบแนวๆนี้อยู่แล้ว)เนื้อเรื่องก็กระชับ ไม่ยืดเยื้อค่ะ รอติดตามผลงานใหม่ๆนะคะ ✌✌
    #9,889
    0