รักเราไม่เท่ากัน #จ้าวของแชมเปญ

ตอนที่ 14 : ถอย (150%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,953 ครั้ง
    25 พ.ย. 61








ถอย






     ชีวิตนักศึกษาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการสอบไฟนอลนั้นช่างวุ่นวาย แต่แน่นอนว่าไม่ใช่สำหรับพวกผมที่พึ่งจะสอบเสร็จ โบกมือลากับบรรดาเพื่อนร่วมคณะที่แยกย้ายกันหลังจากผ่านชั่วโมงเคร่งเครียดของข้อสอบบรรยายที่ยากแสนยาก 
  
     ดูได้จากหน้านักรบที่นั่งอยู่ข้างผมนี่ไง

     แทบจะฟุบหายไปกับโต๊ะอยู่แล้ว มันบอกว่าทำได้นะ แต่ไม่มั่นใจเท่าไหร่ ผมบอกให้ลองเปิดที่อ่านมาดูก็ไม่ยอมเปิด มันบอกว่ากลัวผิด ขอไปดื่มฉลองสอบเสร็จก่อน กลับบ้านไปค่อยเปิดดูทีเดียว

     เออ เอากับมันสิ

     ส่วนผมอะทำได้อยู่แล้ว มั่นใจมากด้วย ก็ผมเป็นคนที่สรุปบทเรียนทุกบทแล้วมาติวให้นักรบมันเองอะ คิดว่าผมจะจำได้ดีขนาดไหนกันล่ะ 

     นี่ก็วิชาสุดท้ายแล้วที่ต้องสอบ 

     หลังจากนี้พวกผมก็ชิวได้ ช่วงเวลาปิดเทอมเกือบเดือนนั้นพวกผม
มีโปรแกรมเรียบร้อยว่าจะไปที่ไหนกัน ตอนแรกผมว่าจะกลับบ้านไปพักใจเรื่องจ้าวทัพ กลับไปหาพ่อกับแม่ กว่าจะเปิดเทอม ผมก็คงพอจะลบเลือนเรื่องของจ้าวทัพออกไปจากใจได้บ้าง

     แต่หลังจากที่คิดว่าจะไปนั้น ..คุณพ่อสุดที่รักก็โทรมาเซอร์ไพร์สผมว่ากำลังจะไปฮันนีมูนรอบที่ล้านแปดกับแม่ที่ฝรั่งเศส และไม่ใช่แค่โทรมาบอกเฉยๆ กำลังจะขึ้นเครื่องแล้วด้วย บอกผมว่าช่วงปิดเทอมก็อยู่กับนักรบไปก่อนแล้วกัน มีโอนเงินเข้าบัญชีไว้ให้ผมสำหรับเที่ยวช่วงปิดเทอมเรียบร้อยด้วย
   
     ผมนี่ได้แต่หัวเราะแห้งๆใส่โทรศัพท์ ฟังเสียงที่ดูมีความสุขของพ่อกับแม่แล้วก็ยิ้มออกมาบางๆ พูดคุยอีกสองสามคำก่อนจะวางเพราะว่าพวกท่านต้องรีบไปขึ้นเครื่อง

     เลยกลายเป็นแผนที่วางไว้ว่าจะกลับบ้านนั้นถูกพับเก็บทันที ผมชวนพวกนักรบไปเที่ยวทะเลกันในช่วงวันหยุด สถานที่ยอดนิยมสำหรับพวกวัยรุ่นทั่วๆไป และเหล่าวิศวะทั้งหลายเองก็ดูจะอยากไปมากเหมือนกัน

     ถึงแบบนั้นก็ต้องรอให้สอบเสร็จถึงจะไปได้ ไม่ใช่ผมกับนักรบนะ แต่พวกลิงวิศวะนู่นน กว่าจะสอบเสร็จกันก็อีกสองวัน แต่ละคนถึงได้ทำมาโวยวาย ตีเนียนจะไปดื่มกับพวกผมในคืนนี้ด้วย
 
     ซึ่งผมไม่ให้ใครไปทั้งนั้นอะ

     ก็พวกมันยังสอบไม่เสร็จกันอะ ผมไม่ให้ไปหรอก แต่ละคนพอเหล้าเข้าปากก็วางไม่ค่อยจะลง ยั้งตัวเองไม่ค่อยจะได้ ขืนไปดื่มเหล้าเดี๋ยวก็สอบไม่รู้เรื่องกันพอดี

     "ยาก! ยากสัสๆ กูแม่งอยากขยำข้อสอบแดกแม่งเลย ออกเหมือนคิดว่ากูฉลาดอ้ะ กลัวกูได้คะแนนมั้ง ว้อยยยย"นั่นไง มากันแล้ว บ่นมาแต่ไกลเลยด้วย เสียงดังแบบนี้คือกล้าแน่นอน ดังจนนักรบมันเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ

     เพื่อนผมยังสติไม่มาน่ะ โดนข้อสอบดูดพลังไปหมดแล้ว

     "ยากแต่ก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ มึงจะบ่นทำไมวะ"อันนี้เสียงกิต

     "เอ้า สัส มันเป็นฟีลลิ่งไงมึง ออกจากห้องสอบ ทำได้ไม่ได้มันต้องบ่นไว้ก่อนดิวะ เอาฤกษ์เอาชัย"

     ผมส่ายหัวขำๆกับถ้อยคำตอบโต้กันของพวกเฟรมที่เดินเข้ามานั่งเบียดแทรกลงหาพื้นที่ว่าง จนผมแทบจะขยับขึ้นไปนั่งตักไอ้รบ แต่ก็เออ มันก็ปกติอะ ไม่มีอะไร นักรบมันก็ขยับขยายให้ผมได้นั่งบนขามันนั่นแหละ

     "ไอ้รบเป็นอะไรวะ"เฟรมถาม เลิกคิ้วถามผมที่นั่งให้รบมันซบอยู่กับแผ่นหลัง

     "อกหัก"

     "หะ!!"ประสานเสียงกันก็มา แต่ละคนเหมือนตกใจมาก จ้องผมเหมือนว่าผมทำอะไรผิดอย่างนั้นอะ

     ผมหัวเราะขำ ก่อนจะพูดต่อจากเมื่อกี้"อกหักจากข้อสอบอะ ปลอบใจมันที นี่กลัวมันจะช้ำใจตายก่อนพวกมึงมาด้วย"แล้วดูนักรบมันรัดเอวผม ห่า จะตายแล้วเนี่ย
     
     "รบ เหี้ย! เบาาา เอวกูจะหักก"

     "เออ ว่าจะทักนานละ แชมผอมลงป้ะ ปกติต้องอ้วนกว่านี้เปล่าวะ"

     อ้าว! พูดแบบนี้จะด่าว่าผมอ้วนเหรอ

     "นี่มึงจะบอกว่าแต่ก่อนกูอ้วนใช่ไหมกล้า"เดี๋ยวนี้ไม่มีสุภาพแล้วครับ กูมึงกันปกติเหมือนที่ผมใช้กับนักรบนั่นแหละ คลุกคลีอยู่ด้วยกันบ่อย ความสนิทมันเลยทำให้พวกผมเป็นกันเองมากขึ้นกว่าเมื่อตอนแรกๆที่ได้รู้จักกัน

     ก็ตั้งสองเดือนมาแล้วนี่ ที่ผมมาอยู่ในกลุ่มนี้.. ไม่สนิทกันก็บ้าแล้ว

     "โห่ ถามเฉยๆ ไม่ได้ว่า ใครว่า ไม่มี๊"

     ผมยกเท้าเตะไปที่ขากล้าเบาๆ ยู่หน้าใส่มันก่อนจะก้มมาฟาดเรียวแขนของนักรบอีกรอบ

     แม่ง รัดแน่นไป"กูจะตายแล้วรบ"

     "แต่กูชอบแบบเมื่อก่อนนะ ตอนนี้มึงผอมไปอะ"เฟรมว่า เลื่อนสายตามองผมที่ยังคงถูกนักรบมันกอดรัดไม่หยุด 

     "มันใช่เรื่องที่พวกมึงต้องสนใจกันไหมเนี่ย"ผมบ่นเบาๆ ค่อยหายใจออกหน่อยเมื่อนักรบมันคลายแรงกอดออก หันไปสนใจโทรศัพท์มันแทน ผมว่าช่วงนี้เหมือนมันติดโทรศัพท์นะ ดูเล่นบ่อย สงสัยมีคนคุยใหม่แล้วมั้ง เพราะกับน้องมินมันก็เลิกขาดไปแล้วอะ

     "ต้องดิวะ! ไม่ได้ พวกกูจะต้องขุนมึงให้กลับมาอ้วนเหมือนเดิม"ดูกิตมันพูด

     ผมเริ่มจะปวดหัวกับไอ้พวกนี้แล้วล่ะ

     "เอาที่มึงสบายใจเลย"ผมหัวเราะขำๆ เลื่อนนิ้วทัชไปบนหน้าจอโทรศัพท์ตัวเอง ไล่อ่านนั่นนี่บนเฟสบุ๊คไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะชะงักกับภาพลูกสุนัขสีน้ำตาลขนปุยๆที่ถูกเด็กผู้ชายใส่แว่นอุ้มไว้

     จำได้ว่าผมเคบเห็นสุนัขตัวนี้นะ ..เหมือนจ้าวทัพจะเคยถ่ายลงครั้งนึง

     แล้วก็เหมือนว่าเมื่อเช้าผมก็เห็น

     "มีอะไร"เสียงนักรบถามเนือยๆเมื่อผมนั่งเงียบ ลมหายใจร้อนๆที่พ่นอยู่ข้างแก้มทำให้ผมรู้ว่ามันกำลังมองอยู่เหมือนกัน พูดพึมพำอะไรที่ข้างหูผม"ไก่ต้ม"

     หะ!

     นักรบมันหิวเหรอ
 
     "อะไรมึง หิวหรือไง"ผมถาม ทำท่าจะเลื่อนนิ้วผ่าน พยายามจะไม่ใส่ใจกับเจ้าของเฟสนี้ แต่ก็ถูกนักรบมันเลื่อนกลับขึ้นมา

     "หมา ชื่อไก่ต้ม หายเหรอ ..ใครเป็นคนโพสอะ"
  
     ผมเงียบ ก่อนจะเลื่อนลงให้นักรบเห็นว่าใครเป็นคนโพสรูปนี้

     "ช่างมันเถอะ พวกมึงมาครบยัง ไปกินข้าวกัน"นักรบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ผม หันไปถามเพื่อนคนอื่นๆเสียงดัง ขณะที่มันดันให้ผมลุกขึ้น"หิวว่ะ ไปหาไรกินนอกม. แล้วค่อยแยกกัน"

     "เออๆ ดีเหมือนกันว่ะ ว่าจะกลับไปอ่านที่จะสอบพรุ่งนี้ด้วย"

     "เหรอไอ้ภามม กูเห็นถึงบ้านทีไรชวนกูโดดร่มตลอด"

     "จะเถียงกันอีกนานไหม เดินเร็วๆดิ้พวกมึง"

     "โอ้ย! สัสเฟรม ผลักหน้าแทบทิ่มเลย"

     เสียงถกเถียงกันของพวกเฟรมยังพอทำให้ผมยิ้มออกมาอีกรอบนึงได้ ถึงในอกมันจะรู้สึกบีบหน่วงแปลกๆ แต่ผมก็เลือกที่จะยิ้มและหัวเราะออกมา เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินไปพร้อมกับพวกนักรบ






(T_T)





     
     ผมแยกกับนักรบหลังจากที่เรากินข้าวกันเสร็จ นัดกันอีกทีคือตอนดึกที่ผับพร้อมกับเพื่อนในคณะที่ค่อนข้างสนิทอีกสองสามคนของนักรบ เพราะเมื่อเช้าพี่พลมารับ ผมเลยไม่ได้ขับรถมาเอง พอจะกลับก็มีอยู่แค่สามตัวเลือก คือเดินกลับเองในระยะทางที่ไกลพอสมควร หรือสองโทรบอกพี่พลว่าผมสอบเสร็จแล้ว และสามกลับกับนักรบ

     แต่ตัดข้อสามออกไปได้เลย เพราะผมพึ่งจะปฏิเสธนักรบไปเมื่อกี้ ท่าทางมันก็ไม่ยอมง่ายๆ แต่เพราะความรั้นของผม สุดท้ายนักรบมันก็ยอม กำชับผมว่าถ้าถึงห้องแล้วให้ผมโทรหามันทันที 

     ผมก็ยิ้มรับไปนั่นแหละ ชูสามนิ้วขึ้นจริงจังจนนักรบมันเลิกทำหน้าดุใส่ แล้วก็แยกกันแค่นั้น

     ส่วนพี่พล ผมไม่อยากรบกวนเขามาก เมื่อเช้าถ้าไม่ใช่เพราะเขาอ้อนวอนจนผมใจอ่อน ผมก็คงไม่มาแน่ๆ เพราะฉะนั้นก็เหลือแค่ตัวเลือกแรก

     เดินกลับเองไปเลย หรือไม่ก็โบกรถเอา 

     เส้นทางที่ผมเดินมีผู้คนเดินสวนกันวุ่นวายในยามบ่ายนิดๆ แต่ละคนก็เร่งรีบที่จะกลับเข้าไปทำงานให้ทัน บ้างก็นักศึกษาที่ออกมาหาอะไรกินและกำลังรีบจะกลับเข้าไปสอบในตอนบ่าย 

     เดินมาได้สักพักถึงจะเริ่มรู้สึกว่ามันเงียบสงบลง สองข้างทางมีทั้งกอหญ้าและดอกหญ้าให้เห็น ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าตอนที่พี่พลขับผ่านทางนี้ ผมคิดว่าผมเห็นเจ้าลูกสุนัจตัวนั้น เห็นมันนั่งหงอยๆอยู่ข้างป้ายรถเมล์ที่มีผู้คนยืนรอรถกันอยู่

     ผมเลยอยากมาดูว่ามันจะยังอยู่ที่เดิมอีกไหม

     ส่วนนึงก็เพราะจ้าวทัพ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด ตอนเด็กๆพ่อเคยซื้อลูกสุนัขมาให้ผมเลี้ยง แต่แค่ไม่กี่วันต่อมามันก็ตาย ผมมจำไม่ได้ว่ามันตายเพราะอะไร แต่ตอนนั้นรู้แค่เสียใจมาก ร้องห่มร้องไห้ไปเป็นวันสองวันเลยกว่าจะหาย หลังจากนั้นมาผมก็ไม่กล้าเลี้ยงสุนัขอีกเลย เพราะกลัวว่ามันจะตายอีก

     อ๊ะ เหมือนว่าผมจะเห็นแล้วนะ ..ยังอยู่จริงๆด้วย

     "ไง"   

     ดูสิ ...เจ้านี่ก็น่ารักดี กลัวผมที่นั่งลงข้างๆจนส่งเสียงขู่ แต่พอได้กลิ่นอาหารก็ทำตาใสขึ้นมาเลยเชียว

    ผมซื้อติดมือมาน่ะ หวังว่าจะเจอมัน แล้วก็เจอจริงๆ

     หงิง...

     "อยากกินเหรอ"ผมถาม เอียงคอมองเจ้าลูกสุนัขที่ส่งเสียงออดอ้อนมาให้ ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังขู่กันอยู่เลยแท้ๆ"ไหนขอมือก่อนสิ"

     ผมทำใจกล้ายื่นมือตัวเองไปตรงหน้า หวังว่ามันจะไม่งับผมหรอกนะ

     เจ้าหน้ามอมเอียงคอมองเซ่อๆ ก่อนจะเงยขึ้นมาหาผมส่งสายตาไปที่ถุงอาหารในมือ เหมือนจะฉลาดอะ แต่ขอมือดันให้ไม่ได้ มีเอาหัวมาดุนๆเลียแผล่บลงมาที่นิ้วผมอีก

     "หมาโง่"ผมว่า รอยยิ้มบางๆปรากฎขึ้นบนใบหน้า ตัดสินใจหย่อนก้นนั่งลงไปบนพื้นข้างๆป้ายรถเมล์ แกะถุงอาหารออกพลางมองร่างลูกสุนัขที่ส่งเสียงเห่าวิ่งวนไปมารอบตัวผม

     ฮะๆ ดูซื่อบื้อดีชะมัด ...เหมือนเจ้าของ

     ถึงผมจะไม่ได้ติดใจอะไรกับนะโมมาก แต่ก็รู้สึกไม่ชอบอยู่หน่อยๆนั่นแหละ ไม่ชอบความดูเป็นคนดีของอีกฝ่ายน่ะ มันชวนให้รู้สึกหมั่นไส้อยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่ขนาดว่าจะเกลียดหรืออะไรหรอก

     ดูย้อนแย้งแปลกๆเนอะ ถามว่าตอนที่เห็นจ้าวทัพอยู่ข้างๆนะโมอะ ผมเกลียดไหม ก็เออ ไม่ชอบ ไม่โอเค รู้สึกไม่ดีมันหลากหลายความรู้สึกจนตีกันไปหมด แต่พอเวลาปกติที่เดินผ่านกัน หรือเดินสวนกันผมเองกลับไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นเลย 

     แต่ก็ใช่ว่าจะส่งยิ้มทักทายกันอย่างคนรู้จักก็เท่านั้น

     ผมก้มมองเจ้าลูกสุนัขที่กำลังมุดหัวลงในถุงเคี้ยวกินอาหารที่ซื้อมาอย่างเอร็ดอร่อย นี่ถ้ามีใครคิดวางยาคงไม่รอดแน่ๆ ซื่อบื้อเหมือนเจ้าของจริงๆนั่นแหละ

     ผมลูบลงไปบนหัวทุยๆที่มุดเอาๆจนถุงมันเลื่อนหนี พอจะลุกไปจับมันไว้ อยู่ๆเม็ดฝนก็ทิ้งตัวลงมาทีละเม็ด ก่อนจะกลายเป็นกระหน่ำลงมาจนผมต้องรีบคว้าเจ้าก้อนขนสีน้ำตาลมาอุ้มไว้แล้ววิ่งมาหลบอยู่ตรงที่นั่งรอรถเมล์

      ทั้งๆที่เมื่อกี้ก็ยังไม่มีแววว่าจะตกแท้ๆ

      ก็สังเกตเห็นแล้วล่ะว่าวันนี้มันมีเมฆครึ้มๆน่ะ แต่คือผมไม่คิดว่าจะตกไง เมื่อวานก็คล้ายๆแบบนี้ ไม่เห็นจะตกเลย

      "อะไร หนาวเหรอ"ผมก้มมองลูกสุนัขในมือที่ตะกายขึ้นเกาะจิกเล็บลงมาบนไหล่ ซุกหน้าหันไปมาเหมือนพยายามหลบฝนที่สาดเข้าใส่ทั้งผมและมัน ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ตกแรงขนาดนี้

      ผมปลดเนคไทออก ม้วนเก็บใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะค่อยๆแกะกระดุมเสื้อตัวเองออกถอดมาคลุมร่างสั่นเทาเผื่อจะช่วยบรรเทาความหนาวให้เจ้าลูกสุนัขนี่ได้บ้าง แต่ทำแบบนี้คนที่จะหนาวก็คือผมนี่ไง เม็ดฝนเริ่มจะสาดลงมาโดนผิวเนื้อบ้างแล้ว

      เห้อ ต้องทำขนาดนี้ไหมเนี่ย

      ฝนก็สาดเข้ามาจังเลย แล้วยังจะลมที่พัดเข้ามาอีก ผมขยับจนจะไม่มีที่ให้ยืนแล้วเนี่ย

      หงิงง

      "หนาวเหมือนกันแหละ อย่าโวยวายสิ เราหนาวกว่าด้วย"ผมพยายามกำชับแขนกอดให้แน่นขึ้น แต่ก็ไม่ให้แน่นจนมันรู้สึกอึดอัด แค่พอให้ไม่หนาวก็พอ

      สายตาสอดส่องไปบนถนนกว้างที่มีรถขับผ่านไปมา

      เสียงรองเท้าและเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กผู้หญิงกลุ่มใหญ่เรียกให้ผมหันไปมอง ..อ่า เด็กมัธยมปลาย ท่าทางเหมือนโดดเรียนมาด้วย น้องเขาชะงักไปเกือบทั้งกลุ่มตอนที่เห็นผม ก่อนจะหันไปพูดคุยกันซึ่งผมไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ที่แน่ๆคือเกี่ยวกับผมแน่นอน

      เอ่อ ก็ไม่แปลก ถึงผมจะเป็นเกย์ หรือมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่หน้าตาผมมันก็ไม่ได้แย่ไง แล้วมายืนถอดเสื้ออยู่แบบนี้อีก ดูหน้าน้องคนนั้นสิ แดงจนผมยังเห็นชัดเลย ขนาดว่ายืนห่างกันพอสมควร

      น้องเขายืนยิ้มเขินๆ กระซิบอะไรกันก็ไม่รู้ ขณะที่ผมเองก็เริ่มจะเขินขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน

      ปี้น!

      ผมสะดุ้ง หันกลับมามองรถคุ้นตาที่จอดอยู่ตรงหน้า เมื่อกี้ไม่ทันสังเกต เพราะมัวส่งยิ้มกลับให้น้องคนนึงที่ยิ้มให้ พอหันกลับมา เจ้าของรถก็เหมือนจะลดกระจกลงครึ่งนึง นัยต์ตาคู่ดุคุ้นเคยของจ้าวทัพกวาดมองผมนิ่ง ก่อนจะพูดบางอย่างส่งผ่านม่านฝนออกมา

      ซึ่งผมไม่ได้ยิน..

      ปึง!!

      ผมขมวดคิ้วก่อนจะก้าวถอยหลังนิดๆเมื่อคนในรถเปิดประตูแล้วก้าวเข้ามาประชิด

      ใบหน้าดุๆนั่นมาพร้อมกับเสียงที่ดังลั่นพอๆกับเสียงฟ้า

      "กูบอกให้มึงขึ้นรถ!"


      ที่พูดเมื่อกี้น่ะเหรอ.. ผมยังคงมองหน้าจ้าวทัพ กอดสุนัขในอ้อมแขนนิ่ง ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี 

      "หมา... ที่มึงโพสหา กูจะกลับแล้ว รับไปสิ"ผมหลุบตาลงพื้น ยื่นสุนัขในมือส่งคืนให้กับจ้าวทัพ ผมจะได้แยกกลับห้องเลย ที่ยอมทนยืนหนาวตรงนี้ก็เพราะกลัวว่าเจ้าก้อนขนนี่จะเปียกฝน ในเมื่อจ้าวทัพมาแล้วก็ให้มันเอาไปเลยแล้วกัน

      "ขึ้นรถ ...จะขึ้นเองดีๆหรือให้กูอุ้มขึ้น"สายตาจ้าวทัพกดดันผมอีกครั้ง ผมหันไปมองพวกเด็กๆมัธยมที่ยืนมองกันอยู่ ก่อนจะรีบก้มหน้าเดินฝ่าฝนไปที่อีกฝั่งนึงของรถ เปิดเข้าไปนั่งเงียบๆรอให้จ้าวทัพเปิดประตูเข้ามา

      หัวใจผมเต้นตุบตับขณะที่รถเริ่มเคลื่อนที่

      เหลือบมองเสี้ยวหน้าดุดันของจ้าวทัพสั่นๆ ผมหนาว ถึงเมื่อกี้จะไม่ได้เปียกมาก แต่ก็ยังเปียกอยู่ดี 

      "ทำไม ..ถึงเห็นกู"ผมถาม

      ถ้าไม่สังเกตคงไม่มีทางเห็นได้แน่ๆ ฝนลงเม็ดหนักขนาดนั้น

      "......"จ้าวทัพไม่ตอบผม ใบหน้ายังคงมองนิ่งออกไปที่ท้องถนน ขับรถเงียบๆจนใกล้จะถึงคอนโดผม หักเลี้ยวเข้าไปจอดด้านหน้า รอให้ผมปลดเข็มขัดลงจากรถ

      "ขอบคุณ"

      "เอาเสื้อกูด้านหลังคลุมลงไป"จ้าวทัพพูดขึ้นนิ่งๆ ผมเลื่อนสายตาไปสบกับมันอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ หยิบเอาเสื้อของตัวเองที่ห่อสุนัขในอ้อมแขนออก

      "ไม่เป็นไร"

      เสื้อผมก็ไม่ได้เปื้อนอะไรมาก อย่างน้อยเอามาคลุมปิดร่างกายได้ มันก็ยังดีกว่าให้เอาเสื้อจ้าวทัพไป 

      ผมกำมือตัวเองแน่น จับอยู่ตรงประตูรถเพื่อจะเปิดออก ก่อนจะติดสินใจทำบางอย่างที่เน้นย้ำให้รู้สึกถึงความโหยหา และความคิดถึงที่เอ่อล้นอยู่ข้างใน ผมหันกลับไปแนบริมฝีปากเย็นเฉียบของตัวเองลงบนปากของจ้าวทัพ

      ดวงตาเรียวดุเบิกขึ้นนิดๆ แต่จ้าวทัพยังคงนั่งให้ผมจูบ

      ไม่ได้ขยับหนีหรือผลักออก

      จนกระทั่งผมเป็นคนผละออกมาเอง ก้มหน้าลงทั้งที่น้ำตากำลังเอ่อคลอ รอยยิ้มบางๆถูกส่งออกไปเมื่อเงยขึ้นมาสบตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง

      "..ขอโทษนะทัพ"

      "....."

      "คิดซะว่ามันเป็นจูบลาจากกูก็ได้"

      ผมเปิดประตูก้าวลงจากรถ หันหลังเดินผ่านประตูเข้ามานิ่งๆ หัวใจตอนนี้รู้สึกปวดแน่นจนอยากจะปล่อยน้ำตาออกมา แต่ก็ทำได้แค่ยิ้ม ยิ้มให้กับตัวเอง ถึงแม้ว่าตัวผมในตอนนี้

      มันจะแย่แค่ไหนก็ตาม...
      
      อย่างน้อยจูบวันนี้ มันก็ทำให้ผมกล้าที่จะหันหลังเดินออกมาจากคนที่ผม...รักหมดหัวใจ


     

     






----150%----

75% นะคับบ

รี้ดถามว่า เป็น ผช เหรอออ
5555555 ไม่ใช่คับ 

และเอ้อ เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 พาร์ท ตอนนี้พาร์ทแรกกำลังจะจบแล้วนะคับ
ตอนหน้า

พาร์ทสองจะมีไม่เยอะ ตอนจบอาจจะไม่ใช่อย่างที่ใครหลายคนหวัง แต่ก็ยังอยากให้อยู่ด้วยกันไปจนจบนะคับ รัก :)

อย่าลืมคอมเม้น

#จ้าวของแชมเปญ

THANK.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.953K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,072 ความคิดเห็น

  1. #9998 Nara_np (@Nara_np) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 03:36

    จบยังงัยว่ะ

    #9,998
    0
  2. #9933 GnajBz (@GnajBz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 01:23
    ไม่เป็นไรเลย ถ้าตอนจบจะไม่ได้คู่กัน ออกมามีชีวิตดีๆเถอะนะลูกก
    #9,933
    0
  3. #9928 Wiwha (@Wiwha) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 16:11
    ใช่ ไม่ไหวก้อถอยออกมาก่อนเถอะ หน่วงจริงๆ
    #9,928
    0
  4. #9912 wan62063 (@wan62063) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 14:20
    หนูลูกกกTT
    #9,912
    0
  5. #9885 pokkopopo112 (@pokkopopo112) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 15:46
    น้อนฮือออออ
    #9,885
    0
  6. #9823 ATENNILE (@ATENNILE) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:19
    น้ำตาไหลเลยตอนท้ายๆเนี่ย
    #9,823
    0
  7. #9815 0981233144 (@0981233144) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:56
    สงสารมาก😭
    #9,815
    0
  8. #9797 gobgab77 (@gobgab77) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:49

    หลายตอนแล้วค่ะ หน่วงสุด ๆ
    #9,797
    0
  9. #9774 vipsky (@vipsky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 01:59

    หน่วงมาก เฮ้ออ

    #9,774
    0
  10. #9711 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 14:17
    จะร้องแล้วเนี่ย
    #9,711
    0
  11. #9680 phetmanee33 (@phetmanee33) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 19:13

    แงงงงงงงงงงงงงงง
    #9,680
    0
  12. #9654 weendy (@mommamaa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 18:49
    ฮืออออออ เจ็บมากกกก
    #9,654
    0
  13. #9607 galepn (@galepn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 17:25
    เจ็บโว้ยยยย นี่ว่าอิทัพแอบขับตามมาแน่ๆ ลักษณะนี้55555555
    #9,607
    0
  14. #9541 [[Oo..~*VaLyn_KH*~..oO]] (@valyn-kh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:36
    โอ้ยยยยยย แชมลูก สงสารรรร
    เกลียด อิทัพ
    #9,541
    0
  15. #9521 gigaa (@gigaa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 17:12

    แต่งได้ดี มีมิติมาก ชอบๆ

    #9,521
    0
  16. #9411 was_lek (@was_lek) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:42
    ตอนเข้าไปจูบนี่... จะดิ้นตายแล้วนะ​ รักตัวเองได้แล้วนะแชม
    #9,411
    0
  17. #9306 In.orn (@ThaeGuitar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 18:44

    น้ำตามา หน่วงจริง
    #9,306
    0
  18. #9274 MinRos (@MinRos) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 06:26
    น้ำตาไหลเลยตอนจูบ ไม่รู้สิมันเป็นความรู้สึก จูบลาจริงๆ
    #9,274
    0
  19. #9226 Maayuniiboo (@moomilkwg) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 10:11
    เหนื่อยเหลือเกิน สงสารแชม
    #9,226
    0
  20. #9200 MS.ALIEN (@axlean) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 18:23
    เราหวังให้จบแบบให้ทัพเสียใจ 5555555 แต่จบยังไงก็อ่านค่ะ
    #9,200
    0
  21. #9164 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:50

    น้ำตาอีกแล้ววhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-03.png

    #9,164
    0
  22. #8947 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:08
    ร้องอีกแล้วสงสารน้องหน่วงจริงๆ
    #8,947
    0
  23. #8920 ThitiratPeeraya (@ThitiratPeeraya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:53

    เป็นเรื่องแรกที่ทำให้หน่วงในหัวใจตั้งแต่ต้น จนถึงตอนนี้ เข้าใจแชมนะ...รับรู้ว่าแชมรู้สึกยังไง แต่ไม่เข้าใจทัพเลย ไม่เลยสักนิด
    #8,920
    0
  24. #8748 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 00:44

    กลับมารักตัวเองได้แล้วลูก

    #8,748
    0
  25. #8462 Minusonce (@luffybear) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 04:51

    love yourself, Cham

    #8,462
    0