ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 5 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9019 ครั้ง
    5 ก.ค. 62





บทที่ 4




      ผมยังคงเอ่ยอะไรไม่ออก

    ขยับเท้าถอยไปด้านหลังอีกหนึ่งก้าวเมื่อคนตัวสูงเจ้าของใบหน้าดุดันขยับพรวดเข้ามาอยู่ตรงหน้าผม ถึงจะบอกว่าคุยกันในช่วงหลายวันที่ผ่านมาแต่มันก็อดตกใจปะปนกับความกลัวนิด ๆ กับท่าทางเหมือนจะมาหาเรื่องกันมากกว่าจีบอย่างที่พี่เขาบอก


    เหงื่อไหลซึมลงมาจากข้างขมับ


    ผมก้มหน้าลงไม่กล้าสู้สายตาที่จับจ้อง เลื่อนเท้าขยับถอยหลังอีกครั้งก่อนจะชนเข้ากับคนที่เดินผ่านมาเต็มแรง


    “อะ..”


    ฟุบ!


    กลิ่นหอมของน้ำหอมบนเสื้อผ้า แรงปะทะเมื่อกี้ส่งผลให้ผมซวนเซไปชนกับพี่ไดโนที่ยืนอยู่ตรงหน้า สองมือสอดเข้าไปรั้งชายเสื้อของอีกฝ่ายไว้ด้วยความตกใจที่ตัวเองกำลังจะล้ม ตาเบิกกว้างแทบจะลืมหายใจ อุตส่าห์จะถอยหนีแต่กลายเป็นใกล้จนแนบชิด ทั้งลมหายใจที่พ่นลงมาเหนือศรีษะของผม เรียวแขนแกร่งที่ตีเนียนโอบรัดเข้ามาตรงช่วงเอวอย่างถือวิสาสะ


    “ถอยหนีกูทำไม” พี่ไดโนเอ่ยถามเสียงเข้ม คลายมือออกขยับถอยห่างจากผมหนึ่งก้าวจ้องเขม็งจนผมสัมผัสได้ว่าตัวเองกำลังสั่นกลัวท่าทางของพี่เขาเล็กน้อย เปรียบตัวเองเหมือนกระต่ายที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับสัตว์ร้ายตนนึง   

 

    ผมรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ไดโน


    กลั้นใจ ขมเม้นลงบนกลีบปากของตัวเองพลางหันหนีไปอีกทาง


    “พี่ทำให้ผมกลัว”


    “กลัวกู?”


    “....”


    “เออ ขอโทษ ..หายกลัวหรือยัง” ขยับถอยห่างออกจากผมไปอีกหนึ่งก้าวก่อนจะเงยขึ้นมาถาม ซึ่งครั้งนี้ผมยอมพยักหน้าลงแต่โดยดี ก็ดูพี่ไดโนทำหน้าสิ..ขืนผมตอบว่ายังไม่หายกลัวคงได้โดนต่อยแน่ ๆ เลย แต่จะว่าไปวันนี้พี่เขาแต่งตัวดึงดูดสายตาคนมาก ตั้งแต่ที่เจอกันเห็นมีแต่สายตาคนมองมาที่พี่เขา ซึ่งผมก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกอะไร ก็หน้าตาพี่ไดโนอย่างกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยาสารเล่มไหนสักเล่ม


    เสื้อผ้าสีดำ ผมก็ดำขลับ..จิวที่ใส่เอาไว้ก็เป็นสีดำ


    พี่เขาไม่เหมือนนักศึกษาเท่าไหร่ในสายตาผม


    ไม่น่าเข้าใกล้เลยสักนิด


    “มองไรวะ”


    “ผมมอง..ไม่ได้เหรอ” ถามกลับไปเสียงแผ่ว รู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูกเลยตอนนี้มถอยหนีก็โดนทำตาดุใส่ พอมองก็ถูกถามแบบหาเรื่อง พี่ไดโนเขาชอบผมอยู่จริง ๆ น่ะเหรอ ทำไมดูเหมือนผมเป็นใครสักคนที่เคยไปด่าพ่อล่อแม่เขาเลยล่ะ


    …


    “ไม่ใช่แฟนกูไม่ให้มอง”


    “....”    


    “อยากมองมึงก็มาเป็นแฟนกูดิ”


    “ผมกลับก่อนนะครับ” ผมว่าขึ้นเมื่อสายตาเหลือบเห็นรถสายประจำที่นั่งไปลงหน้ามหา’ลัยได้ แกล้งเมินถ้อยคำที่พี่ไดโนพูดบอก ทำท่าจะก้าวไปโบกเรียกรถแต่ก็ไม่ทันพ้นร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ ถูกพี่เขาคว้าข้อเสื้อดึงกลับไปยืนอยู่ตรงที่เดิม


    “ไปไหน ใครให้มึงไป”


    “ผมจะกลับแล้ว”


    “กูจะไปส่ง”


    “แต่ผมกลับเองได้”


    “เรื่องมากเหรอวะ หรือจะให้กูฉุดจริง ๆ” พี่ไดโนรั้งแขนผมเข้าไปใกล้ ก้มหน้าลงถามเสียงห้วน ตอนนี้ผมคืออยากจะร้องไห้แล้วนะ รู้สึกว่าทำอะไรไม่ถูก จะอ้าปากพูดก็กลัวจะไม่เข้าหูพี่เขาอีก ผมยังไม่อยากถูกต่อยหรอกนะ ได้แต่กระพริบตาปริบสบกับดวงตาดุกร้าวที่จ้องมา

    ปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นก่อนที่จะขยับนิ้วหยิกลงบนแก้มผมเต็มแรง


    “มึงนี่น่ารักว่ะ”


    “....” ให้ตาย ผมจะปรับอารมณ์ตามไม่ทันแล้วนะ


    “ไปกลับ เดี๋ยวกูไปส่ง..พรุ่งนี้มึงมีเรียนไหม” เอ่ยถามขณะที่ปล่อยมือออก เลิกคิ้วถามจ้องมองไม่ละราวกับจะบอกว่าถ้าผมไม่ตอบพี่เขาก็จ้องอยู่แบบนี้นี่แหละ   


    “ไม่มี”


    “ดี” มุมปากกดลึกเป็นรอยยิ้มดูไม่น่าไว้ใจ ผมหรี่ตามองพี่เขาพลางเดินตามหลังตรงไปที่รถมอเตอร์ไซต์คันเดิมที่เคยได้นั่ง ใจผมคืออยากจะกลับเองแต่ก็ไม่กล้าถกเถียงกับพี่ไดโนต่อ เอาจริง ๆ ตอนนี้ผมรู้สึกกลัวพี่เขามากกว่าเดิมอีก จากในตอนแรกที่คุยผ่านแชทแล้วคิดว่าตัวเองคลายความกลัวไปได้บ้างแล้ว แต่พอมาเจอแบบนี้ก็รู้เลยว่าผมไม่ได้รู้สึกกลัวพี่เขาน้อยลงเลยสักนิด


    “แวะซื้อหมวกกันน็อคอีกใบแล้วกัน ..นี่เสื้อกู ใส่ไว้จะได้ไม่หนาว”


    “ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยบอก รับเสื้อหนังสีดำจากพี่เขามาสวมใส่เงียบ ๆ ตามด้วยหมวกกันน็อกที่พี่เขายื่นตามมาทีหลัง


    “กลัวหรือเปล่าถ้ากูขับเร็ว”


    “ก็..นิดนึง”


    “จับกูแน่น ๆ แล้วนั่งให้ดีก็พอ กูจะพยายามไม่ขับเร็วมาก” พี่ไดโนว่าพลางตวัดขาขึ้นคร่อมไปบนรถ สตาร์ทเครื่องมองดูผมที่เอื้อมมือไปจับไหล่พี่เขาดันตัวขึ้นไปนั่งซ้อนอยู่บนพื้นที่อันน้อยนิด ถามจริง ๆ ว่าไอ้รถแบบนี้มันเท่ตรงไหน นั่งก็อึดอัด พื้นที่ก็ยังน้อยจนผมต้องขยับแล้วขยับอีกกว่าจะเข้าที่


    สวมใส่หมวกกันน็อคลงบนหัว จับชายเสื้อยืดของพี่เขาแน่นในตอนที่รถเริ่มเคลื่อนตัว


    ผมหลับตาแน่นเมื่อพี่ไดโนเร่งความเร็วในระดับที่น่ากลัวสำหรับผม ปกติขับขี่เองแทบจะเป็นเต่าคลาน ขับมาได้สักพักก็แวะจอดซื้อหมวกกันน็อคมาอีกใบ พี่ไดโนบอกว่าข้างหน้าถัดไปอีกสองไฟแดงมันจะมีด่านตำรวจ ถ้าไม่ใส่หมวกคงจะโดนค่าปรับอีกแน่ ๆ ก็เลยซื้อมาสวมใส่เองอีกใบ ส่วนใบนี้พี่เขายกมันให้กับผมแล้ว


    ถึงแม้ว่าผมจะบอกไปว่าไม่เอาก็เถอะ


    ผ่านจากด่านมาได้พี่ไดโนก็ขับแยกไปที่ถนนอีกสายทันที ผมตาโตเอ่ยท้วงไปเพราะมันไม่ใช่เส้นทางที่จะกลับหอ แต่ดูเหมือนพี่เขาจะไม่ได้ยิน ขยับตัวมากก็กลัวรถจะเสียหลักล้ม คราวนี้ก็เลยได้แต่นั่งเกร็งนิ่ง ใจเต้นผิดจังหวะเพราะไม่รู้ว่าพี่เขาจะพาผมไปที่ไหน


    นี่ผมโดนฉุดจริง ๆ เหรอ T^T


    



    รถมอเตอร์ไซค์จอดนิ่ง ณ ที่ไหนสักแห่งที่ผมไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ พี่ไดโนถอดหมวกกันน็อคออกก่อนจะเอ่ยบอกให้ผมลงจากรถ สายตามองสำรวจไปรอบ ๆ เหมือนว่าที่นี่จะเป็นร้านอะไรสักอย่าง จะว่าร้านอาหารก็ไม่เชิง ผับก็ไม่ใช่ แต่ที่แน่ ๆ เลยคือ..พี่ไดโนพาผมมาทำอะไรที่นี่


    “ที่นี่มัน…”


    “ร้านเหล้าทั่ว ๆ ไป พรุ่งนี้มึงบอกว่าไม่มีเรียน กูเลยพามาเที่ยว”


    ไม่ถามผมก่อนเลยเหรอ


    แบบนี้มันมัดมือชกกันชัด ๆ


    ผมรู้สึกอยากจะพ่นไฟใส่หน้าที่เขาขึ้นมาทันที หันไปค้อนใส่คนตัวสูงที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ดึงหมวกกันน็อกจากมือผมไปวางเอาไว้บนเบาะรถ


    “แล้วผมจะไปนอนที่ไหน”


    “คอนโดกูไง ปลอดภัยที่สุด”


    “พี่นั่นแหละน่ากลัวที่สุด” ผมแหวลั่น มุ่ยหน้ามองคนที่หัวเราะหึใส่ดึงแขนผมให้เดินตาม บอกตรง ๆ ว่าผมเคือง ๆพี่เขาอะ พาไปไหนไม่บอกกันก่อนเลย พรุ่งนี้ผมไม่มีเรียนก็จริง แต่ก็มีแผนอยู่ในใจแล้วว่าจะไปไหนหรือทำอะไร


    ถูกพามาแบบนี้ความตั้งใจของผมที่ร่างเอาไว้ก็ล่มหมดน่ะสิ


    “เอ้า ไอ้ไดโน ..ไหนบอกไปธุระไง ทำไมกลับเร็ววะ” เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยทักเมื่อพวกเราสองคนเดินเข้าไปในร้าน สงสัยว่าวันนี้ร้านจะปิดเพราะไม่เห็นมีใครเลยนอกจากผู้ชายตัวสูงใหญ่คล้ายหมีที่กำลังงุ่นง่านอยู่กับสมุดเล่มเล็กภายในมือ


    “ธุระเสร็จไวอะพี่ แค่ไปคุยงานแทนพ่อเฉย ๆ แล้วก็มีคนจะมาแนะนำให้รู้จักด้วย”


    “ใครวะ” พี่คนนั้นเลิกคิ้วขึ้น ชี้ตรงมาทางผมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “มึงอย่าบอกนะ…”


    “อือ”


    “กระต่ายที่มึงว่ามีเจ้าของแล้ว”


    “หึ ไม่มีแล้ว”


    กระต่าย..เขาพูดถึงผมกันใช่หรือเปล่า


    “..แล้วมึงพาเขามาที่นี่ทำไมวะ พ่อแม่เขาไม่ว่าหรือไงไปพามาแบบนี้”


    ผมแอบพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของคนร่างหมีในใจ


    นี่ถ้าพ่อรู้คงจะตกใจมากแน่ ๆ


    “ไม่รู้”


    “เอ้า ..พอกันทั้งมึงทั้งไอ้เสือ รายนู้นแม่งก็อะไรวนเวียนอยู่กับน้องคิทแคท มาถึงมึงก็ไปฉุดน้องเขามาอีกดูหน้าน้องดิว่าเขาอยากมาไหม” สิ้นประโยคพี่ไดโนก็ตวัดสายตาลงมามองผมทันที จ้องพินิจพิจารณาอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยเป็นเสียงออกมา “กูแค่พามาเที่ยว วันอาทิตย์จะพากลับไปส่ง”


    “แน่นะครับ”


    “หน้ากูเหมือนโจรลักพาตัวหรือไง คำไหนก็คำนั้นดิวะ ถามย้ำเพื่อ?”


    ผมตอบได้ไหมว่า..ใช่


    พี่เขาดูน่ากลัวเกินไปอะ ปกติผมก็ไม่ค่อยได้ยุ่งกับคนประเภทนี้อยู่แล้วด้วย อยู่ห่าง ๆ ได้ยิ่งดี เพื่อนสมัยมัธยมของผมมีแต่พวกเด็กที่ค่อนไปทางเด็กเรียนเสียส่วนใหญ่ ประเภทหน้าตาหาเรื่องชวนตี มีกลุ่มมีแก๊งไว้ทำเรื่องไม่ดีน่ะผมไม่ค่อยมีหรอก


    “แล้วพี่จะให้ผมนอนที่ไหน” ผมถามจริงจังอีกรอบ


    แต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบเสียงไลน์โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมารัว ๆ ติดกัน


    พี่ไดโนยืนมองนิ่งขณะที่ผมหยิบขึ้นมาปลดล็อกและเลื่อนดู


    สีคราม : รักไม่อยู่ที่ห้องเหรอ

    สีคราม : ไปไหน ทำไมไม่บอกเราล่ะ

    สีคราม : อ่านแล้วก็ตอบสิ

    สีคราม : เรามาหารัก ..หรือว่ารักจะทิ้งเรา ไม่รักกันแล้วใช่หรือเปล่า

    ผมทอดมองหน้าจอนิ่ง ความรู้สึกหลายอย่างตีรวนอยู่ในอก เพราะเคยสนิทกันมาก่อนผมถึงได้รู้สึกขมขื่นใจ สับสนและมึนงงกับการกระทำของสีคราม ความจริงเราสองคนควรจะเดินทางใครทางมันไม่ยุ่งเกี่ยวกันหลังจากที่จบเรื่องของเมฆ แต่ทำไมสีครามถึงยังไม่เลิกยุ่งกับผมเสียที


    ..บล็อกดีไหมนะ


    “เออ ดี กดบล็อกเลยสิ”


    พี่ไดโนอยู่ไม่ห่างจากผมมาก สายตาไม่ได้จ้องจนน่าเกลียด แต่คิดว่าพี่เขาคงจะเห็นข้อความที่สีครามทักมาหาผมนั่นแหละ


    “แฟนเก่ามึงเหรอ”


    ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนเสียงของพี่ไดโนจะนิ่งขรึมขึ้นมาอีกแล้วล่ะ


    “เพื่อน..เคยเป็นเพื่อนกันเฉย ๆ” ผมตอบกลับ เหม่อมองออกไปที่ทางเข้าร้านนิ่งเงียบ ไร้ซึ่งเสียงพูดของพวกเราทั้งสามคน พี่คนนั้นที่ชื่อหมีกำลังตรวจดูบัญชีของทางร้าน ส่วนพี่ไดโนนั้นนั่งจ้องหน้าผมไม่ละสายตาไปไหน


    “รัก”


    “ครับ”


    “อยู่กับกูอย่าทำหน้าเศร้า”


    “....” ผมหลุบตาลง สัมผัสได้ถึงฝ่ามือที่วางลงมาบนหัว


    “ไม่มีใครเห็นคนที่ตัวเองชอบทุกข์ใจแล้วรู้สึกดีหรอกนะ



---



“มีแค่นี้ มึงกินได้หรือเปล่า” เสียงพี่ไดโนดังขึ้นพร้อมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยโตที่ถูกวางลงตรงหน้าผม หมูสับ ไข่ไก่และผักสองชนิดยิ่งทำให้บะหมี่กึ่วสำเร็จรูปถ้วยนี้ดูมีปริมาณมากยิ่งขึ้นไปอีก กลิ่นหอมของเครื่องต้มยำทำให้ผมกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ เงยหน้าขึ้นมองเชิงขออนุญาตจากคนที่เป็นเจ้าของมัน


    ถึงผมจะร้องบอกพี่เขาว่าหิว..แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี่ก็เป็นของพี่ไดโน วัตถุดิบทุกอย่างที่อยู่ในถ้วยนี่ก็ใช่ รวมถึงห้องที่ผมกำลังอยู่ ณ ตอนนี้ด้วย


    “มองหน้ากู ทำไม ..กินไม่ได้?”


    “เปล่า แค่จะถามว่าพี่ไม่กินเหรอ” คว้าถ้วยเลื่อนหนีมือแกร่งที่ตั้งท่าจะยกถ้วยกลับคืน เวลาในตอนนี้นั้นเลยเที่ยงคืนมาจนจะตีหนึ่ง ของที่กินเข้าไปเมื่อตอนเย็นนั้นย่อยหายไปหมดเป็นที่เรียบร้อย แบตโทรศัพท์ผมเองก็หมดเช่นกันหลังจากที่นั่งเล่นรอพี่ไดโนช่วยงานพี่หมีจนเสร็จ


    “ไม่อะ”


    “งั้นผมกินหมดเลยนะ” อ้อมแอ้มบอกไปด้วยความเกรงใจ


    “เออ ก็ทำมาให้มึงกินนั่นแหละ เร็ว ๆ เข้า น้ำก็ยังไม่ได้อาบ ไม่ง่วงหรือไง” พี่ไดโนบ่นออกมาขณะที่ผมเริ่มคีบเส้นมาม่าใส่ปากคำโต เหลือบสายตาขึ้นมองคนตัวสูงที่ทิ้งตัวนั่งลงมาข้างจนโซฟามันยุบยวบลงทำให้ผมโอนเอนไปหาพี่เขาเล็กน้อย แต่ก็ขยับหนีออกมาทันก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดอะไร


    “....”


    “ดูทีวีไหม”


    ผมรีบจัดการขบเคี้ยวสิ่งที่อยู่ในปากกลืนลงคอก่อนจะเอ่ยตอบ “ดูครับ ผมขอเลือกช่องได้ไหม” ช้อนตาขึ้นมองใช้ลูกอ้อนที่ปกติไม่ค่อยจะได้หยิบมาใช้เท่าไหร่


    พี่ไดโนเอื้อมมือไปหยิบรีโมททีวีขึ้นมากดเปิด ไม่ได้ตอบรับสิ่งที่ผมขอ ตอนแรกนึกว่าพี่เขาจะไม่ให้แล้วแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายจัดการโยนสิ่งที่อยู่ในมือลงมาข้าง ๆ ผม ทำให้ผมรีบวางถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงบนโต๊ะก่อนจะคว้าเอารีโมทขึ้นมาเลื่อนหาช่องที่ผมต้องการ เวลาแบบนี้มันจะมีช่องนึงที่ฉายหนังแบบเต็ม ๆ เรื่องโดยไม่มีโฆษณาและวันนี้มันก็เป็นหนังเรื่องที่ผมอยากดูด้วย


    “รีบกิน เดี๋ยวเส้นมันจะอืด มึงเป็นเด็กหรือไง เห็นอะไรสนุกหน่อยก็จ้องตาแป๋วอะ” คนข้าง ๆ ว่าเสียงดุให้ผมละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์หันไปมองพี่เขา แอบสะดุ้งนิดนึงด้วยแต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก ก้มมองถ้วยในมือก่อนจะรีบจัดการต่อจนหมดด้วยความรวดเร็วในช่วงจังหวะที่หนังกำลังดำเนินไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อยู่ในจุดสำคัญ


    “ผมล้างเองนะ” ชิงว่าไปก่อนขณะที่วางถ้วยตั้งลงบนโต๊ะ เดี๋ยวหนังจบเมื่อไหร่ผมจะเอามันไปล้างเองอย่างที่บอก แต่ตอนนี้ผมไม่สามารถลุกและละสายตาไปได้จริง ๆ


    “ให้กูล้างให้ก็ได้นะ”


    “จริงเหรอ..” ถ้าพี่ไดโนจะอาสาล้างให้ผมก็ไม่คัดค้านอะไรนะ


    “แต่กูคิดค่าล้าง”


    “ผมล้างเองก็ได้” ยู่หน้าใส่ก่อนจะดึงสายตากลับมาดูหนังต่อ คนตัวสูงข้างกายส่งเสียงหัวเราะดังลอดริมฝีปากมา ยื่นมือคว้าถ้วยบนโต๊ะลุกเดินเอาไปล้างที่ซิงค์ในโซนห้องครัว ผมได้แต่มองตาม ถ้าเป็นเวลาปกติคงลุกตามไปแย่งมาล้างแล้วล่ะแต่เพราะเสียงหนังดึงดูดความสนใจอีกครั้งก็เลยหันกลับมาจับจ้องเพลิดเพลินอีกรอบไปจนกระทั่งจบเรื่อง


    พี่ไดโนอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยขณะที่ผมดูหนัง ออกมานั่งเลื่อนไอแพดทำงานอยู่ข้าง ๆ ผม


    “หนังจบแล้วก็ไปอาบน้ำ”


    “ผม-....”


    “ผ้าเช็ดตัว เสื้อกับกางเกงที่มึงพอจะใส่ได้ กูเอาวางไว้ให้บนเตียง แปรงสีฟันที่ซื้อมาใหม่ด้วย อาบแล้วก็เข้านอนได้แล้ว พรุ่งนี้กูจะพามึงเข้าไปที่มหา’ลัย อยากไปไม่ใช่หรือไง” พี่ไดโนพูดแทรกขึ้นมา ผมหูผึ่งแทบจะทันทีกับคำว่าจะพาเข้าไปที่มหา’ลัยของพี่เขา รู้สึกเหมือนตัวเองมีหางและเจ้าหางนั่นก็กำลังส่ายไปมาตื่นเต้นกับคำที่เขาบอก ยิ้มกว้างด้วยความดีใจออกมา


    “ขอบคุณนะครับ”


    ดีใจจนยิ้มไม่หุบ บางทีการได้ไปเห็นบรรยากาศของมหา’ลัย xxxx มันอาจจะทำให้ผมคิดตัดสินใจเรื่องที่จะซิ่วได้ง่ายขึ้น ตอนนี้ยังติดที่ว่างลังเลเสียดายเวลาที่เรียนไปเสียดายเงินที่ต้องเสียไป ไหนจะพ่อของผมอีก ไม่รู้ว่าพ่อจะรู้สึกยังไงถ้าหากว่าผมเลือกที่จะซิ่วหนีทุกอย่างมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่


    เห้อ เลิกคิดไปก่อนก็แล้วกัน


    เหตุการณ์นั้นมันยังไม่มาถึงเลย เอาไว้กลับบ้านรอบหน้าผมจะหาโอกาสพูดคุยและขอคำปรึกษาจากพ่อ ส่วนแม่ไม่รู้ว่าจะต้องบินออกต่างประเทศอีกหรือเปล่า ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้เจอกับแม่เลย กลับไปทีไรก็มีงานต้องบินไปนั่นนี่ตลอด


    ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จดันประตูห้องน้ำเปิดออกมาก็เจอกับพี่ไดโนที่กำลังนอนฟุบอยู่บนเตียง ใบหน้าดูดีผงกขึ้นมาเลิกคิ้วมองผมที่กำลังเดินเอาผ้าเช็ดตัวไปแขวนไว้กับไม้แขวน


    “เข้ากับมึงดีนะ” พี่ไดโนว่า


    พี่เขาคงจะหมายถึงเสื้อผ้าเพราะเห็นเลื่อนสายตาขึ้นลงสำรวจผมอยู่


    “กางเกงหลวมไปนิดเดียว แต่ผมมัดเอาไว้แล้ว” เอวมันหลวมไปหน่อยเพราะไม่ใช่ไซส์ผม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใส่ไม่ได้ แค่ต้องมัดเป็นปมเอาไว้เล็กน้อย แค่นี้ก็ไม่หลุดลงมาแล้วล่ะ “พี่มีหมอนกับผ้าห่มอีกไหม ผมขอหน่อยได้หรือเปล่า”


    “เอาไปทำไม” เลิกคิ้วขึ้นหน้าตาขึงขัง


    “ก็เอาไปปูนอนที่โซฟา”


    “แล้วกูบอกให้มึงไปนอนที่โซฟาเหรอ” คำถามถัดมาเสียงก็ยิ่งกดดันขึ้นเรื่อย ๆ ผมรู้สึกตัวลีบหด สั่นหัวดุ้กดิ้กตอบคำถามพี่เขา


    “....”


    “ลงมานอนบนเตียงดี ๆ อย่าให้กูต้องลุกไปอุ้มนะ”


    สิ้นสุดคำพูดผมก็ขึ้นไปนั่งเรียบร้อยอยู่บนเตียงพี่เขาแทบจะทันที


    ทำตัวไม่ถูกเมื่อพี่ไดโนลุกขึ้นเดินไปปิดไฟก่อนจะกลับมาล้มตัวนอนอีกครั้ง ปล่อยทิ้งให้ผมนั่งเกร็งนิ่งอยู่ในความมืด


    กระพริบตาให้ชินชากับแสงอันน้อยนิด ก่อนจะทอดมองไปยังคงตัวสูงที่เหมือนจะหลับไปแล้ว


    หลับหรือยังนะ..


    ทำยังไงดี อย่าว่าแต่หลับเลย ให้ล้มตัวนอนผมก็ไม่กล้า มันรู้สึกเกร็งไปหมด หายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่ด้วย นั่งนิ่งจนกระทั่งมั่นใจว่าเจ้าของห้องนั้นหลับแล้ว ผมถึงได้ค่อย ๆ หยิบหมอนหนึ่งใบขยับลุกขึ้นจากเตียงแผ่วเบา


    ไม่กล้าเอาผ้าห่มไปด้วย เดี๋ยวพี่ไดโนจะตื่น


    ลุกยืนได้ก็ค่อย ๆ ย่อง บิดแง้มประตูเปิดออกและปิดลงแผ่วเบา ถอนหายใจดังเฮือกพาตัวเองไปล้มตัวนอนอยู่บนโซฟาหนานุ่ม ถึงจะนอนไม่สบายเท่าเตียงด้านในแต่ในเรื่องของความสบายใจนั้นมีมากกว่า แต่อย่างน้อยผมก็ไม่รู้สึกเกร็งเท่ากับตอนที่อยู่ด้านในห้อง


    เพราะความง่วงและเหนื่อยเพลียมาทั้งวันทำให้ผมเริ่มเข้าสู่ความง่วงในเวลาอันที่รวดเร็ว


    อ้าปากหาวออกมาสองสามครั้งติดก่อนจะปิดเปลือกตาลง


    ผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะพร้อมกับสติที่ค่อย ๆ เลือนหายไป




    DINO



    หลังจากเสียงประตูปิดลงผมถึงได้ลืมตาขึ้นมานิ่ง ๆ ในความมืด นับว่าผมคิดไม่ผิดว่ายังไงรักก็คงไม่ยอมนอนบนเตียงนี้ด้วยกันแน่ ๆ เจ้ากระต่ายตัวดื้อหอบเอาหมอนออกไปเพียงใบเดียวไปนอนที่หน้าโซฟา อากาศเย็น ๆ แบบนี้จะไม่หนาวสั่นเอาหรือไงก็ไม่รู้


    คว้าผ้าห่มได้ก็ลุกขึ้นเดินตรงออกจากห้อง


    ก้าวเท้าแผ่วเบาไปยังโซฟาที่มีร่างของรักนอนขดอยู่ ผ่อนลมหายใจเข้าออกแผ่ว หน้าตาตอนหลับชวนให้มองได้ไม่รู้สึกเบื่อพอ ๆ กันกับในเวลาที่ตื่นอยู่


    จะตอนไหนก็มีเสน่ห์เหมือนกันหมด


    “ดื้อฉิบหาย”


    “....”


    “ปล่อยให้หนาวตายไปเลยดีไหมมึงเนี่ย” บ่นไปเสียงดุ รู้หรอกว่าคนที่หลับอยู่นั้นยังไงก็ไม่ได้ยิน บ่นเสร็จก็ได้แต่ตวัดผ้าในมือห่มคลุมไปให้ พอมีสิ่งกันหนาวรักก็เริ่มขยับตัวเปลี่ยนท่า กระชับผ้าห่มเข้าหาตัวซุกหน้าลงหมอนพร้อมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ


    ยิ่งได้เห็นท่าทางแบบนี้ไอ้สิ่งที่อยู่ในอกมันก็เต้นรัวขึ้นมาไม่หยุด


    เอื้อมมือไปปัดป่ายเส้นผมออกให้ผมใบหน้าขาวเนียน ไล้ปลายนิ้วแตะลงบนสันจมูกโด่งสวย พวงแก้มนิ่มยามสัมผัส


    และริมฝีปาก..


    “ตื่นเช้ามาก็รับผิดชอบกูด้วยแล้วกัน” ผมพูดขึ้นหลังจากที่ยืนเงียบอยู่นาน หันเดินตรงกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง หยิบเอาหมอนกับผ้านวมผืนใหญ่ติดมือออกมาก่อนจะกดปิดเครื่องปรับอากาศภายในห้อง หอบหิ้วของจำเป็นที่ใช้สำหรับนอนออกมาปูลงบนพื้นไม่ให้เสียงดังมาก


    ยอมขนาดนี้แล้วนะ


    หวังว่าที่ผมทุ่มลงไปให้หมดทั้งใจมันจะไม่สูญเปล่า


    จะบอกว่าทำเพราะชอบไม่หวังอะไรมันก็คงฟังดูไม่น่าเชื่อ เพราะเอาตรง ๆ ผมก็ต้องการได้กลับคืนมาอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งที่ผมอยากได้มันคงฝืนและรีบเร่งต่อรักมากเกินไป


    ผมถึงได้ไม่ลุกขึ้นมาดุใส่ในตอนที่รักรีบหอบหมอนเพื่อที่จะออกไปนอนด้านนอก


    ก็นี่ไง..


    อยากนอนข้างนอกผมก็ไม่ได้ว่าไง


    ตัดปัญด้วยการออกมานอนด้วยเลยก็แล้วกัน


    “ถ้าเป็นคนอื่นกูจับโยนไปแล้วนะ”


    “...ฟี้~”


    “หึ น้ำลายยืดแล้วสัส”


    “อื้ออ”


    “แต่กูก็ยังมองว่าน่ารัก ..ฉิบหายเอ้ย ความรู้สึกชอบมันขนาดนี้เลยเหรอวะ”


    “เมฆ…”


    ผมชะงัก เลื่อนสายตาไปมองเจ้าของเสียงเบาแผ่วที่ดังคลอจากริมฝีปาก เกิดอาการร้อนรนขึ้นมาอีกในใจเพราะไม่รู้ว่าไอ้คนที่ชื่อเมฆมันคือใคร


    แล้วต้องสำคัญขนาดไหนถึงได้ละเมอออกมาแบบนี้


    “กูไดโน”


    “เมฆพารักไปด้วย..”


    สัส หงุดหงิดว่ะ


    คนที่ชื่อเมฆที่ว่านั่นมันคือใครวะ หรือว่าจะเป็นแฟนเก่า


    ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นโคตรจะเกลียดเสียงพูดปะปนเสียงสะอื้นของคนหลับเลย มันไม่น่าฟังเลยสักนิด


    มันต้องทรมาน และเสียใจมากแค่ไหนกันนะถึงได้ละเมอออกมาพร้อมกับน้ำตาแบบนี้


    ผมเกลี่ยเอาน้ำตาออกจากแก้มนุ่มจนหมด


    ขยับตัวนั่งลงจ้องมองใบหน้านั้นเงียบ ๆ จนกระทั่งรักหยุดสะอื้นและหยุดร้องไห้ไปในที่สุด


    “กระต่ายกูตาช้ำหมดแล้ว”


    “อื้อ! ..พะ พี่ไดโน” เสียงแหบงัวเงียเอ่ยทัก ตากลมเปิดขึ้นหรี่ลงมองผมที่ยกมือขึ้นดันหัวเจ้าตัวให้นอนลงเช่นเดิม


    “นอนไป”


    “แต่..”


    “กูบอกให้มึงนอน”


    “....”


    “..แล้วก็อย่าฝันร้ายอีกล่ะ”



---



    “แม่งเอ้ย ไหม้ทำเหี้ยไรวะ ไข่แม่งไม่มีคุณภาพ น้ำมันด้วย กูจะโยนทิ้งแม่งให้หมดเลย”


    เสียงบ่นปนหงุดหงิดของคนตัวสูงที่กำลังง่วนอยู่ตรงหน้าเตาดังขึ้นขณะที่ผมโผล่หัวออกไปจากห้องนอนหลังจากที่ได้ยินเสียง เช็ดซับหยาดน้ำบนใบหน้าจนแห้ง นำกลับไปใส่ลงตะกร้าพร้อมกันกับเสื้อผ้าของอีกฝ่ายที่ผมยืมใส่เมื่อคืน


    “พี่ไดโน”


    “อะไร” เจ้าของชื่อหันมาเลิกคิ้วมอง ความขุ่นมัวยังคงฉายชัดอยู่บนใบหน้า มองผมที่เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ จ้องมองสิ่งที่หน้าตาบ่งบอกว่าเป็นไข่ดาวสองฟองอยู่ในจาน ซึ่งไข่ดาวที่ว่านั่นถ้าขืนกินเข้าไปผมว่ามะเร็งคงได้ไถ่ถามหาเราทั้งคู่แน่ ๆ ก็ในเมื่อมันไหม้เกรียมขนาดนี้ และพี่ไดโนเองก็ท่าทางจะหัวเสียมากเลยทีเดียวกับไข่ดาวสองฟองนี้


    “ผมทำให้เอาไหม”


    “มึงทำเป็นเหรอ?”


    “เป็นสิครับ”


    พี่ไดโนหรี่ตาลงเหมือนว่าจะไม่เชื่อที่ผมพูดบอก


    อย่างน้อยผมก็มั่นใจว่าที่ผมทำออกมามันจะต้องดูดีกว่าไข่ดาวสองฟองที่พี่ไดโนทำออกมาแน่


    “พี่ไปอาบน้ำเถอะ นี่จะแปดโมงแล้วนะ” ผมว่า แย่งเอาตะหลิวที่อยู่ในมือพี่เขาด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ซึ่งพี่ไดโนก็ยอมคลายมือออกถอยให้ผมได้แทรกตัวเข้าไปปิดแก๊ส ยกกระทะลงในซิงค์จัดการล้างทำความสะอาดก่อนจะละไปหยิบเอาไข่ดาวสองฟองนั้นที่ไหม้ไปเททิ้ง


    แน่นอนว่าเทในตอนที่คนทำหายลับเข้าห้องไปแล้ว


    ผมไม่กล้าเทต่อหน้าหรอก


    เทเสร็จก็นำเอาจานมาล้างไปวางคว่ำเอาไว้


    เตรียมกระทะขึ้นไปวางบนเตา เปิดแก๊สเอาไว้ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบไข่ไก่ออกมาใหม่สองฟอง เดินวนกลับมาตอกไข่ลงในถ้วยเล็ก ๆ ที่หยิบมาวางเอาไว้พร้อมกับจานสองใบ เปิดขวดน้ำมันเทใส่ลงไปในปริมาณที่พอเหมาะ ที่เหลือก็แค่รอให้น้ำมันร้อนเท่านั้น


    พี่ไดโนบอกให้ทอดเบค่อนด้วย


    ผมจัดการทอดมันหลังจากที่ทำไข่ดาวเสร็จ แยกใส่จานของใครของมันเอื้อมมือไปหยิบขวดซอสมะเขือเทศมาบีบลงในจานของตัวเอง


    “เสร็จแล้วเหรอวะ” เสียงพร้อมกับร่างที่แนบชิดเข้ามาจากด้านหลังทำเอาผมแทบจะปล่อยตะหลิวในมือร่วงลงพื้น ยังดีที่ตั้งสติได้ทัน เอื้อมมือไปปิดแก็สก่อนจะเบี่ยงตัวออกหันกลับไปพยักหน้าตอบเจ้าของใบหน้าดุดันที่กำลังมองสำรวจมื้อเช้าฝีมือผม “ทำไมมึงทำแล้วไม่ไหม้วะ” บ่นพึมพำออกมาพลางหยิบซอสมะเขือเทศที่ผมวางเอาไว้ไปบีบใส่ลงบนไข่ดาว


    “ผมทำไข่ดาวบ่อยเวลาอยู่ที่หอ”


    “เหรอ ปกติกูต้มกินแต่มาม่า ถ้าเบื่อก็ซื้อกินเอา ไม่ได้มายุ่งยากทำแบบนี้” พี่ไดโนยกจานเดินทั้งของผมและของตัวเองไปวางลงบนโต๊ะก่อนจะเดินเลยไปเปิดตู้เย็นหยิบเอาน้ำเปล่าออกมาเทใส่แก้วสองใบเผื่อผมที่นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกันกับพี่เขา


    “จริง ๆ ปกติผมก็ไม่ค่อยได้กินข้าวเช้าอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องทำให้ก็ได้นะครับ” เพราะเมื่อเช้าตอนตื่นมาพี่ไดโนก็บอกว่าจะทำไข่ดาวให้กิน ผมจะปฏิเสธแต่เพราะท่าทางตั้งอกตั้งใจก็เลยไม่ได้พูดอะไรออกไป คิดว่าพี่เขาก็คงทำเป็นนั่นแหละ ปกติผมก็กินบ้างไม่กินบ้างอยู่แล้ว วันไหนตื่นสายไปเรียนไม่ทันก็จะไม่กิน แต่ถ้าไม่สายก็จะหาอะไรกินไปเลยตั้งแต่ที่ห้อง


    ไข่เจียวบ้าง ไข่ดาวบ้าง..


    ถ้าเบื่อก็เปลี่ยนไปทำเมนูอื่นที่พอทำได้


    “แต่ก็ขอบคุณนะ..ที่ทำให้” ผมว่า ถึงยังไงพี่เขาก็อุตส่าห์ทำให้แล้ว ถึงจะกินไม่ได้แต่ผมก็จะรับน้ำใจตรงส่วนนี้เอาไว้ และคำขอบคุณนี้ก็สื่อไปถึงเรื่องเมื่อคืนที่พี่เขาไม่บังคับหรือขืนให้ผมกลับเข้าไปนอนในห้องด้วย ซ้ำยังออกมาปูผ้านวมนอนบนพื้นอยู่ข้างกันกับโซฟาที่ผมนอนอีกต่างหาก


    รู้สึกผิดสุด ๆ ในตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วเจอพี่ไดโนหลับสนิทอยู่บนพื้น


    พี่ไดโนเหลือบตาขึ้นมามองผมหลังจากที่ยัดไข่ดาวทั้งฟองใส่ปาก เคี้ยวกลืนจนหมดแล้วจึงส่งเสียงพูดออกมา “แต่ก็กินไม่ได้”


    “ฝึกเดี๋ยวก็ทำเป็น พี่รู้ไหมว่าตอนที่ผมทำครั้งแรกน่ะ..กระทะไหม้เลยนะ พ่อห้ามไม่ให้ผมเข้าไปวุ่นวายในครัวเลยด้วย แต่พอต้องมาอยธ่หอเรียนมหา’ลัยมันก็ต้องฝึกทำไป ไม่งั้นก็คงต้องกินแต่มาม่าต้มตลอด” ผมเล่าย้อนไปในช่วงแรกที่ตัวเองทำอาหาร เงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับพี่ไดโนที่นั่งตรงอยู่ตรงข้าม ชะงักไปกับท่าทีนั่งฟังอย่างตั้งใจของคนตัวสูง


    อ่า..


    รู้สึกแปลก ๆ ชะมัดเลย


    “แล้วทำไมมึงถึงไม่ลองสอบเข้าที่มหา’ลัย xxxx”


    …


    คำถามของพี่เขาเหมือนสะกิดรอยแผลในใจผมให้รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง


    ผมรู้ตัวว่ามันผิดที่ผมเองแหละ ในตอนที่มีโอกาสเลือกกับเลือกตามใจคนอื่นมากกว่าตามใจตัวเอง พอถึงเวลานี้มีปัญหา มีเรื่องผิดใจกันก็เพิ่งจะมานึกคิดเอาว่าทำไมถึงไม่ทำแบบนั้นตั้งแต่แรก


    คิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มเยาะใส่ตัวเอง


    “ผมไม่อยากพูดถึงมัน”


    “.....”


    “ขอโทษนะครับ”


    บรรยากาศระหว่างเราปกคลุมไปด้วยความเงียบงันหลังจากนั้น ผมเก็บเอาจานมาล้างทำความสะอาด ไม่กล้าที่จะเอ่ยพูดคุยอะไรกับเจ้าของห้องที่แสดงอาการมึนตึงใส่อยู่ในตอนนี้


    มันก็ไม่แปลก


    ในเมื่อสิ่งที่ผมแสดงออกมันบ่งบอกชัดเจนว่าผมไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับพี่เขาในตอนนี้


    


    DINO

  

    ผมจ้องมองเสี้ยวหน้าของอีกคนที่กำลังขมักเขม้นช่วยทาสีลงบนแผ่นไม้ที่จะนำไปประกอบใช้ให้กับงานของชมรม ตั้งแต่ออกจากห้องมาก็ยังไม่ได้พูดคุยกันเลยแม้แต่คำเดียว ไม่ใช่ว่าโกรธแต่เพียงแค่มันรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจ


    กำแพงสูงที่รักก่อขึ้นนั้นดูท่าจะก้าวข้ามไปไม่ได้ง่าย ๆ


    แต่มันไม่ได้แปลว่าผมจะท้อและยอมแพ้


    ให้ยอมง่าย ๆ เพียงเพราะเรื่องแค่นี้ก็คงไม่ใช่ผทแล้วล่ะ แต่ที่ไม่คุยก็เพราะไม่อยากไปเผลอใส่อารมณ์กับกระต่ายตัวขาวนี่เฉย ๆ ก็รู้ไงว่ากลัว นี่ผมก็พยายามทำให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกกลัวอยู่เหมือนกันเวลาที่ได้อยู่ใกล้ ๆ ผม เพียงแต่มันอาจจะต้องใช้เวลาปรับสักหน่อยก็เท่านั้น


    “ไดโน!”


    “ว่า..” ผมเลิกคิ้วใส่เจ้าของเสียงเรียก มี่คือประธานของชมรมที่ผมอยู่และเป็นเพื่อนร่วมคณะของผมด้วย นิสัยก็คบได้ ไม่วุ่นวายเท่ากับผู้หญิงคนอื่น ๆ เท่าไหร่ในความคิดของผม


    “ออกไปช่วยยกไม้หน่อยดิ ผู้ชายไม่พออะ”


    “....” ผมพยักหน้าลง ลุกขึ้นยืนพลางเหลือบสายตาไปมองที่คนตัวเล็ก รักเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าถูกมอง เรียวปากอิ่มขยับยิ้มบาง ๆ ส่งมาให้พร้อมกันกับเสียงทุ้มออกหวานเบ็กน้อยน่าฟัง “พี่ไปเถอะ ผมอยู่ตรงนี้คนเดียวได้


    “อืม”


    ถึงจะตอบรับแต่ผมก็ยังคงไม่ได้ละสายตาจากรัก


    ยืนมองอีกฝ่ายก้มลงไปทำงานต่อนิ่ง ๆ


    ก่อนจะหันเดินออกมา ส่งสายตาสบไปกับสายตาหลายคู่ ณ ที่นี้ที่จับจ้องเจ้ากระต่ายตัวขาวของผมอยู่ อย่าแม้แต่จะคิดมายุ่งวุ่นวาย


    เพราะผมไม่ใจดีกับคนที่กล้ายื่นมือเข้ามายุ่งกับคนของผมแน่ ๆ


    ถึงจะเป็นแค่การจองเอาไว้ก่อนเท่านั้นก็ตาม


    ผมเดินออกมาช่วยเพื่อนคนอื่น ๆ ขนไม้เข้าไปใต้ตึก ช่วงปิดเทอมจะมีออกค่ายของชมรม มันเป็นค่ายจิตอาสาถ้าหากว่าใครที่อยากได้ชั่วโมงกิจกรรมก็สามารถลงชื่อไปได้ แต่ถ้าหากไปแล้วสร้างความวุ่นวาย ไม่เข้าร่วมกับกิจกรรมที่ทางค่ายจัดให้ก็จะถูกส่งกลับทันที


    ค่ายนี้ผมเองก็ไปด้วยเช่นกัน


    ยกจนเสร็จก็กลับเข้าไปใต้ตึกด้วยสภาพที่เหงื่อชุ่มตัว


    รักไม่อยู่ที่เดิมแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ผมคิ้วกระตุกขึ้นมาทันที กวาดสายตาดุกร้าวมองไปรอบ ๆ ก่อนจะสะดุดกับร่างที่นั่งฟุบคอพับพิงอยู่กับเสาขนาดใหญ่


    แม่ง..ทำตกอกตกใจหมดเลย


    นึกว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจผมมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วชิงกลับไปแล้ว


    ผมทำท่าจะก้าวเข้าไปหารัก แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีคนที่คิดเหมือนกันอยู่ เห็นอีกฝ่ายเดินเข้าไปยืนนิ่งอยู่ต่อหน้าคนที่กำลังหลับฝัน โน้มหน้าลงจ้องมองจนผมรู้สึกได้ว่าเนื้อตัวกำลังสั่น ความร้อนในหัวเดือดปะทุและยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าไอ้คนนั้นมันกำลังจะยื่นมือเข้าไปหารัก


    ไม่รู้ว่าตัวเองร้อนรนมากขนาดว่าก้าวเพียงแป๊บเดียวก็เกือบจะชิดกับผู้ชายคนนั้นที่ยังไม่หยุดความคิดจะแตะต้องคนที่กำลังหลับ


    คว้าแขนมันเอาไว้แล้วกำแน่นจนอีกฝ่ายหน้าซีดตัวสั่น


    “มะ มึง”


    “อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องคนของกู”


    “....”


    ขยับเท้าเข้าไปใกล้กระซิบถ้อยคำที่ยิ่งทำให้คนที่ริจะลองดีตัวสั่นเทาหนักกว่าเดิม


    “กูเตือนแล้วนะ ..ออกไปให้พ้นหน้ากู ก่อนที่กูจะหักแขนมึงตรงนี้”


    ผมไม่ได้พูดเล่น


    ถ้ามันอยากจะลองใส่เหล็กเล่นสักสี่ถึงหกเดือนก็ลองดู




---100%---



พรุ่งนี้อาจจะไม่อัพนะคะ ฮาา พอดีเจอเรื่องเฟล ๆ มานิดหน่อยบวกกับอัพดึกแล้วเรียนเช้าก็เลยเหนื่อย ๆ หาเวลานอนแบบเต็ม ๆ สักวัน แต่ก็ไม่แน่ใจ ถ้าไหวก็จะมาปกติค่ะ



*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.019K ครั้ง

12,228 ความคิดเห็น

  1. #12195 itnn / Shining Aun (@itsaunn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 18:32
    โหดมากค่าาา
    #12195
    0
  2. #12120 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 02:57
    พี่ไดโนได้ใจมากค่า เอาใจหนูไปเล๊ยยยย!!!
    #12120
    0
  3. #11821 NNieNamich (@NNieNamich) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 19:54
    ทำไมพ่อขี้หวงจังอะ555
    #11821
    0
  4. #11814 zoeyluck (@duddao) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 12:18

    ห้าวเหลือเกินพ่อ!!!

    #11814
    0
  5. #11659 Black-color (@Black-color) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 16:07
    โหด ไปพี่
    #11659
    0
  6. #11568 จูปาจุ๊ปสฺ (@warunon18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 20:12
    นี่สินะ หวง หึง โหด! กร๊าวใจมากโอ้โห!!
    #11568
    0
  7. #11527 ampphns (@ampphns) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 19:21
    ขี้หวง ได้โหดมาก
    #11527
    0
  8. #11482 Lis33 (@Lis33) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 17:51
    โหดดดด
    #11482
    0
  9. #11470 MN23d32c (@Bs-Benya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 15:20
    กรี๊ดดด หลงพี่ไดโนจัง คนอะไรน่าหลงขนาดนี้
    #11470
    0
  10. #11153 IninNutCham (@IninNutCham) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 11:00
    อย่างโหดดดด ชอบอ่ะผู้ชายแบดดด
    #11153
    0
  11. #11092 peach p (@babyyyyy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 17:52
    โหดแท้ๆ
    #11092
    0
  12. #10926 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:57
    แปะป้ายจองแล้ว คนอื่นออกไป๊!
    #10926
    0
  13. #10916 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:36
    พี่เขาน่าเอ็นดูอ่ะ ออกมานอนพื้นเป็นเพื่อนน้อง เวลาตื่นแล้วเห็นพี่มันนอนอยู่น้องไม่เอ็นดูเหรอ น่าเอ็นดูออกเนี้ย ไข่ก็ทอดไหม้ เห็นมั้ยว่าน่าเอ็นดู๊วววว55555555
    #10916
    0
  14. #10892 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 11:35
    ดุจังเลยยยยยยย
    #10892
    0
  15. #10890 นับสาม (@lukpatsansita) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:43
    แงพ่อออ ดุมากเลยอ่ะ
    #10890
    0
  16. #10853 Amporn-Melon (@Amporn-Melon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:23
    พี่สายดุโหดดดด คนของกูห้ามยุ่ง555
    #10853
    0
  17. #10484 chanchan. (@Priyanat1523) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 18:11
    โหดมาก ดุมากแงงง
    #10484
    0
  18. #10476 applenum (@applenum) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:48
    อยากได้แบบนี้ จะเอาแบบนี้
    #10476
    0
  19. #10467 14:03 (@pinkheavenpinku) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 09:55
    รักจะยอมลดกำแพงให้ได้ง่ายๆมั้ย ต้องทำคะแนนเยอะๆเด้อพี่
    #10467
    0
  20. #10431 31487 (@31487) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 20:34
    พี่ดุมากกกกก น้องจะไหวไหม
    #10431
    0
  21. วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 20:58
    ดุโคตรเลยพี่
    #10213
    0
  22. #9897 SupapornKaewno (@SupapornKaewno) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 11:23
    สายโหดด
    #9897
    0
  23. #9691 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 00:17
    พี่ไดโนคนโหดดด 5555
    #9691
    0
  24. #9589 ครึ่งคนครึ่งวาย (@yaoi55) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 19:51
    บร๊ะ!!! ความหลัวออกละ
    #9589
    0
  25. #9556 Sujin2020 (@Goball123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 14:01
    สนุก..
    #9556
    0