ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 4 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 3 (110%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8802 ครั้ง
    2 ก.ค. 62




บทที่ 3



     ผมไร้ซึ่งคำพูด

สายตาเต็มไปด้วยความผิดหวังทอดมองไปที่เพื่อนสนิท กับแฟนให้นอกใจยังไง ผิดหวังมากแค่ไหนความรู้สึกก็ไม่ย่ำแย่เท่ากับการถูกเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวนั้นหักหลัง ภาพทรงจำทั้งหลายหลั่งไหลวนเวียนเข้ามาในหัวตั้งแต่วันแรกที่ผมเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาชักชวนเป็นเพื่อนกับคนตรงหน้


    “ถ้านี่คือสิ่งที่มึงต้องการ..กูก็ยินดีด้วย”


    “มึงโกรธกูเหรอ ..อย่ามองกูด้วยสายตาแบบนั้นสิ”


    ผมเลือกที่จะเงียบ หันหลังเดินออกมาโดยไม่ฟังถ้อยคำอะไรที่จะยิ่งตอกย้ำความเป็นเพื่อนที่แตกหักของเราทั้งสองคน


    “รัก!”


    “เมฆน่ะ..กูยกให้ ถ้ามึงอยากได้มากก็เอาไป แลกด้วยความเป็นเพื่อนของมึงกับกูให้มันพังไปพร้อมกันตรงนี้เลยก็แล้วกัน” จบสิ้นกันไปให้หมด ทั้งที่คิดเอาไว้แล้วว่าจะค่อย ๆ ให้เวลาปลดปล่อยเราสองคนจากคำว่าเพื่อนสนิท แต่จากการกระทำทุก ๆ อย่างในวันนี้ที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกผิดหรือคิดได้เลยว่าสิ่งที่ทำลงไปมันทำร้ายผมขนาดไหน


    ในเมื่อเป็นแบบนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องหลงเหลือหรือถนอมความทรงจำดี ๆ เหล่านั้นเอาไว้อีก ปล่อยให้ทุกอย่างมันแตกพังลงไปพร้อมกันความสัมพันธ์ของเรานี่แหละ


    “ขอให้มึงมีความสุขกับทุกวันหลังจากวันนี้”


    “....”


    “กูจะไม่คิดโกรธมึง ไม่แค้นมึง..จากนี้ไปมึงกับเมฆจะเป็นแค่อากาศสำหรับกู”


    พอกันสักทีกับเรื่องราวที่สร้างความเจ็บปวดไม่จบสิ้น


    จะไม่คิดแค้นกลับไปแย่งชิง


    ไม่สนใจในการมีตัวตน


    ต่างคนต่างอยู่ ไร้ซึ่งสถานะใดๆมาเกี่ยวพันกันอีก



    “กว่าจะลงมา ..เห้ย ร้องไมวะ รัก!”


    ก้าวเท้าเข้าถึงกลุ่มเพื่อนน้ำตาก็ร่วงไหลกระทบลงที่สองข้างแก้มทันที ไร้เสียงสะอื้นมีเพียงแค่หยาดน้ำที่กลั่นมาจากความเสียใจลึก ๆ ผมไม่ได้ฟังเสียงอั๋นด้วยซ้ำ นั่งลงกอดเข่าตัวเองอยู่บนพื้นพร้อมกับฝ่ามือของใครสักคนที่พยายามจะฉุดผมให้ลุกขึ้น


    “รัก ลุกก่อน”


    “คนมองแล้ว มึงพามันลุกไปนั่งใต้ตึกก่อน เดี๋ยวกูเอาข้าวไปใส่กล่องให้ สภาพนี้มันคงกินไม่ลงแล้วล่ะ”


    “เออ ฝากด้วย”


    ผมถูกอั๋นดึงให้ลุกขึ้น พาเดินออกจากโรงอาหารไปที่ไหนสักที เสียงรอบข้างนั้นเงียบสงบไร้ผู้คน ลมพัดเอื่อยปะทะกับผิวเนื้อในขณะที่น้ำตายังคงไม่หยุดไหล สมองอื้ออึงไปหมด ความเข้มแข็งที่ผมสร้างมันขึ้นมาก่อนหน้านั้นไม่ช่วยให้ผมเก็บกลั้นน้ำตาตัวเองได้เลย


    ทำได้แค่ไม่ให้ตัวเองร้องไห้คร่ำครวญเหมือนคนเสียสติก็เท่านั้น


    “มึงไหวไหม”


    “....” ผมส่ายหัวตอบ


    “มึง ..ให้กูไปส่งไหม”


    “กูกลับเองได้” เสี่ยงสั่นเล็กน้อยตอนที่เอ่ยตอบ ผมนั่งนิ่งสักพักปล่อยให้น้ำตาไหลจนกระทั่งหยุดไปเอง เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง และใกล้ได้เวลาที่จะต้องเข้าเรียนต่อในคลาสต่อไป ผมขอตัวกลับมาก่อนถึงแม้ว่าอั๋นจะยืนยันว่าขอไปส่งแต่ก็ถูกผมปฏิเสธไป ในเวลาแบบนี้การได้อยู่คนเดียวมันคงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผม


    เงาในกระจกสะท้อนให้เห็นความเหนื่อยล้าบนใบหน้า


    ผมใช้ฝ่ามือรองน้ำเย็นจัดขึ้นมาชำระล้างใบหน้าที่เปนอะเปื้อนน้ำตา สูดลมหายใจเข้าก่อนจะผ่อนออกเชื่องช้า เงยขึ้นเมื่อรับรู้ได้ว่าน้ำตากำลังรื้นขึ้นมาอีกครั้งที่ขอบตา ก้มลงล้างหน้าซ้ำ ๆ จนกระทั่งสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ถอดเสื้อนักศึกษาออกเตรียมที่จะอาบน้ำและนอนพักผ่อนหลังจากนี้เพราะมันคือสิ่งที่ร่างกายผมต้องการมากที่สุดในตอนนี้


    ก็สมควร..เมื่อคืนก็แทบจะไม่ได้นอน


    แล้วยังจะต้องมาเจอเรื่องที่มันหนักหน่วงส่งผลต่อหัวใจชนิดที่ว่าทั้งแหลกและช้ำในคราเดียวกันแบบนี้ถ้ายังรับไหวอีกผมก็คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ


    เรื่องที่ทั้งสองคนมีอะไรกันผมแค่คาดเดาและพูดออกไปก็เท่านั้น ในใจภาวนาขอให้อีกฝ่ายปฏิเสธมันให้ผมได้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ..แต่คำตอบที่ได้มานั้นไม่ใช่เพียงความรู้สึกที่ถูกทำลาย ทุกสิ่งทุกอย่าง ความไว้ใจ ความรัก ความรู้สึกที่เคยมีร่วมกัน


    ไม่มีเหลืออีกแล้วในตอนนี้


    ผมขดตัวเข้าหาผ้าห่ม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก่อนจะชะงักกับข้อความที่ค้างอยู่บนหน้าจอ


    Dino Dino : ส่งสติกเกอร์


    ผมเปิดอ่าน แต่ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรกลับไปดี


    เหมือนยังไม่พร้อมที่จะคุยกับใครในตอนนี้ โดยเฉพาะกับคนที่บอกว่าชอบและอยากจะจีบผม


    หลังจากที่เปิดอ่าน รูปกล้องวีดีโอบริเวณหัวแชทก็กระพริบขึ้นเป็นวงบ่งบอกว่าอีกฝ่ายก็กำลังเข้าดูแชทเช่นเดียวกันกับผม ปลายนิ้วกดย้อนกลับแทบจะทันที ปล่อยโทรศัพท์ให้ร่วงลงบนที่นอนก่อนจะหลับตาลงฟังเพียงแค่เสียงแชทที่เด้งมา


    ..


    ผ่านไปหลายนาทีผมถึงจะลืมตาขึ้น มองโทรศัพท์เครื่องใหม่นิ่งเงียบ เอื้อมไปคว้ามาสแกนลายนิ้วมือปลดล็อกเข้าดูช่องแชทของคนที่ส่งข้อความมาให้


    Dino Dino : ตอบกูดิ



    ยังคงความน่ากลัวในการทักแชทมาเช่นเคย


    แต่ในตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเขาเหมือนตอนแรกแล้วล่ะ อย่างน้อยคนที่อยู่คุยกับผมจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปด้วยก็คือคนคนนี้


    Dino Dino : ใจร้ายจังวะ เมื่อคืนกูยังตอบมึงตลอดเลย

 

    ผมยิ้มบาง ๆ จรดปลายนิ้วลงบนหน้าจอพิมพ์ข้อความตอบไปอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ


    Ruk Passakorn : คุณไปเรียนสายหรือเปล่า


    Dino Dino : จะเหลือเหรอ

    ตอบไวไม่ต่างจากเมื่อคืนเลย


    ไม่รู้ว่ามีเวลาว่างมากเลยจับโทรศัพท์ตลอดหรือเพราะว่าอยากคุยกับผม..อย่างหลังคือคำตอบที่ผมได้จากเขาเมื่อคืน ผมแกล้งเย้าแหย่ไปเรื่องที่เขาจะไม่ยุ่งกับผมเพราะผมมีแฟนแล้ว แต่ไดโนก็ตอบกลับมาแค่สติกเกอร์หน้าตาร้าย ๆ หงุดหงิดใส่ผมแค่นั้น แล้วก็พาเปลี่ยนเรื่องไปเรื่องอื่นแทน

    

    Ruk Passakorn : ผมขอโทษ


    ตึ้ง !


    Dino Dino : ช่างแม่ง ปกติกูก็สายอยู่แล้ว..สายอีกสักวันจะเป็นอะไรไป


    Ruk Passakorn : ผมรู้สึกผิด


    Dino Dino : รู้สึกผิดทำไม ที่กูสายเพราะกูอยากจะอยู่คุยกับมึงเอง มึงก็ไม่ได้บังคับกูหรือเปล่า ..กูมากกว่าที่ต้องขอบคุณ อย่างน้อยมึงก็ทำให้กูเลิกดื่มเหล้ามาจับโทรศัพท์คุยกับมึงแทน

    ประโยคยืดยาวที่ผมอ่านแล้วได้แต่นิ่งอึ้ง ไม่รู้ว่าไดโนชอบอะไรในตัวผม มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ..เราเพิ่งจะเจอกันนับรวมไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำ

   

    Ruk Passakorn : เพราะผมเหรอ?


    หมายถึงผมทำให้เขาเลิกดื่มเหล้า..


    Dino Dino : เออ แต่ที่กูดื่มเหล้าก็เพราะมึงอีกนั่นแหละ


    ตระ ตรงเกินไปแล้ว


    มีใครเขาพูดแบบนี้กับคนที่ชอบบ้างเนี่ย..นอกจากไดโน


    Ruk Passakorn : อันนี้ไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย


    Dino Dino : กูก็ไม่ได้ว่าอะไร


    Dino Dino : มึง


    Dino Dino : เปลี่ยนโปร?  

    

    อ่า..


    ผมเพิ่งจะเปลี่ยนรูปโปรใหม่


    เลือกรูปที่พ่อเป็นคนถ่ายให้แทนรูปเก่าที่ผมลบออกไป


    Ruk Passakorn : อื้อ


    Dino Dino : ถามได้ป่ะ?


    หือ..

   

    Ruk Passakorn : ถามอะไรครับ


    Dino Dino :  แดกเหี้ยไร ทำไมน่ารักได้ขนาดนี้วะ


    …

    ผม ..ควรจะตอบว่าอะไรดีล่ะ



----



วันเวลาผ่านเลย สามมึงวันมาแล้วหลังจากที่ผมบอกเลิกเมฆและแสดงอาการหมางเมินเพื่อนสนิทที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ถึงได้คอยวนเวียนมารอผมในทุกเที่ยงเพื่อจะชวนไปกินข้าว ทำตัวสนิทสนมกันเหมือนก่อนหน้าที่ผมยังไม่ได้คบกับเมฆ พอเห็นผมไม่พูดด้วยก็เอาแต่บอกว่าเพราะผมยังโกรธอยู่ เอาไว้ผมหายโกรธแล้วจะมาหาใหม่


    หายโกรธอย่างนั้นเหรอ..


    มันคงจะไม่มีวันนั้น เพราะความรู้สึกของผมมันเลยคำว่าโกรธไปตั้งนานแล้ว มันว่างเปล่าและชินชา อย่างที่เคยบอกไปว่าผมจะไม่คิดแค้นหรือแย่งชิงอะไรคืนมาจากสีคราม ยิ่งคิดผมก็ยิ่งอยู่ในวังวนความเจ็บปวดไม่จบสิ้น เพราะหลัก ๆ แล้วผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเหตุผลไหนที่ทำให้คำว่าเพื่อนสนิทมันมีค่าน้อยไปกว่าคนคนนึงที่เข้ามาในชีวิตของเราทั้งสองคน


    ผมเหม่อมองสนามบอลตกอยู่ในภวังค์ความนึกคิด


    ทอดกายเอนลงไปบนเนินหญ้า วันนี้เป็นอีกวันที่สีครามมาหาผมและถอยกลับไปเพราะผมไม่สนใจ พวกอั๋นรับรู้แล้วว่าระหว่างเราสองคนนั้นมีบางสิ่งที่ผิดปกติไปแต่ก็ไม่ได้ซักไซร้ถามสร้างความลำบากใจให้กับผม เพราะจะว่ากันแล้วผมก็ไม่อยากที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง


    ถึงยังไงทั้งสองคนก็ยังจะต้องเดินอยู่ในเส้นทางของวงการบันเทิง


    ยังต้องเป็นนักแสดง และผมก็ไม่ได้คิดจะใช้เรื่องน้ำเน่าของชีวิตตัวเองไปทำลายอนาคตของทั้งคู่ อย่างน้อยถ้าจะมีใครรู้เรื่องมันจะต้องไม่ใช่ผมที่เป็นคนพูด


    ทั้งสองคนจะได้ดีหรือล้มครืนมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องสนใจอีกต่อไป


    วงการนี้คลื่นลูกใหม่มีมาเสมอ พึ่งทั้งดวงและความสามารถในการยืนหยัดอยู่ในจุดที่ผู้คนจะจดจำ เมฆกับครามเพราะได้รับบทที่ดีในเรื่องแรก ฝีมือการแสดงที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ ในเรื่องจึงทำให้เกิดเป็นกระแสขึ้นมาได้


    ในเมื่อทั้งสองคนก้าวไปถึงจุดนั้นด้วยตัวเอง


    ถ้าหากจะต้องดับลง ก็ให้มันเกิดจากตัวของสีครามและเมฆเอง ไม่ใช่เพราะผม


    กับคนอื่นผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเขาจะเลือกทางไหนเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันกับผม แต่สำหรับผมเส้นทางที่เลือกเดินออกมาในตอนนี้นี่แหละนับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ปล่อยให้มันกลายเป็นอดีต เป็นสิ่งเตือนใจเกี่ยวกับเพื่อนและคนรัก


    ผมเสียใจที่ตอนนี้ตัวเองรู้สึกกลัวที่จะมีความรักอีก กลัวที่จะต้องไว้ใจใครสักคน


    ตึ้ง!


    เสียงจากโทรศัพท์ดังพร้อมกับแรงสั่นมาจากในกระเป๋ากางเกง ผมยันตัวลุกขึ้นก่อนจะล้วงหยิบมันขึ้นมาดู เป็นปกติไปแล้วสำหรับการคุยกับพี่ไดโน...


    อีกฝ่ายมักจะทักมาหาเสมอเวลาที่ว่าง


    เราคุยกันในเรื่องทั่ว ๆ ไป บางครั้งผมก็ไถ่ถามเกี่ยวเรื่องมหา’ลัย xxxx มันไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก แต่ผมก็ตื่นเต้นทุกครั้งที่อีกฝ่ายเล่านั่นนี่ให้ฟัง แล้วก็สิ่งที่ผมเพิ่งจะรู้ก็คือไดโนอายุมากกว่าผม เขาเป็นรุ่นพี่ผมปีนึง ตอนนี้เวลาคุยผมจะเรียกเขาว่าพี่ส่วนใหญ่

    

    Dino Dino : ส่งรูปภาพ


    แผ่นกระดาษที่ถูกจดลงด้วยปากกาเป็นระเบียบ มีอธิบายแยกย่อยในแต่ละจุด มันเป็นการบ้านที่ผมถ่ายส่งไปให้พี่เขาเพื่อขอความช่วยเหลือ จริง ๆ ก็แค่อยากจะดูวิธีการคิดคำนวนในข้อนี้ ผมเองก็ทำไว้แล้วแต่ไม่มั่นใจว่าถูกหรือเปล่า แต่จากที่เห็นในตอนนี้คิดว่าผิดไปหลายจุดเลยทีเดียว คงจะต้องไปแก้ก่อนส่งในวันพรุ่งนี้ล่ะนะ


    แต่ก่อนอื่น..

    

    Ruk Passakorn : พี่แน่ใจนะว่าถูก

  

    ตึ้ง!

 

    Dino Dino : มึงก็ลองทำแล้วเอาไปส่ง


    Dino Dino : เออ ..กูจะไม่ทักไปคุยกับมึงแล้วนะ


    …

    ผมนิ่งอึ้ง ขมวดคิ้วไม่เข้าใจเมื่ออยู่ ๆ คู่สนทนาก็พิมพ์บอกมาแบบนั้น

    Ruk Passakorn : ทำไมล่ะ ผมทำอะไรให้พี่ไม่พอใจหรือเปล่า


    เงียบไปนานจนผมนึกว่าพี่เขาคงไม่ตอบกลับมาอีกแล้ว วางโทรศัพท์ลงก่อนจะถอนหายใจออกมายาวยืด ถ้าหากไม่ได้คุยกับพี่ไดโนผมก็คงไม่มีใครให้คุยเล่นด้วยแล้วล่ะ มีหลายแชทที่ผมปล่อยคั่งค้างไม่ได้เปิดอ่านหรือตอบอะไรใครทั้งผู้ชายแบะผู้หญิง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมากกว่า


    ผมไม่ได้แสดงออกโต้ง ๆ ว่าตัวเองเป็นเกย์


    แต่ก็ไม่ได้สนใจหรือคิดจะชอบพอผู้หญิงเช่นกัน ผมเป็นแบบนี้มาตั้งแต่มัธยมแล้ว ไม่เคยมีแฟนหรือแสดงออกในเรื่องรสนิยมทางเพศของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรกับผู้หญิงที่เข้ามาพูดคุยด้วยในเชิงจีบ แค่ปฏิเสธไปอย่างสุภาพว่าผมไม่ต้องการมีพันธะกับใครก็เท่านั้น


    เหม่อเงียบได้สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพียงแค่เสียงข้อความแชท แต่เป็นเสียงโทรผ่านเฟสที่ทำเอาผมนิ่งเกร็ง


    มองเจ้าของชื่อที่โทรมาด้วยความรู้สึกปะปนกัน


    มึนงง..และตื่นตกใจ


    จนกระทั่งมันตัดไปเอง และขึ้นโทรมาใหม่อีกรอบ


    ผมตั้งสติ แตะปลายนิ้วลงบนจุดสีเขียวเลื่อนรับก่อนจะยกขึ้นแนบหู


    “.....”


    [รัก ..ได้ยินกูไหม] ให้ตาย เสียงจะดุไปหรือเปล่า มือผมชื้นเหงื่อไปหมดแล้ว


    “ได้ยิน พี่ไดโนมีอะไรหรือเปล่า


    [ทำไรอยู่วะ เสียงโคตรดัง]


    “ผมอยู่สนามบอล”


    [เหรอ เล่นบอลเป็นด้วย]


    “เปล่า ผมมายั่งดูเพื่อนเฉย ๆ”


    [นึกว่าแฟน..]


    “หือ?..”


    [เปล่า]


    “ผมได้ยิน..พี่ไดโน ที่จริงแล้วผมยังไม่พร้อมจะบอกหรือพูดเรื่องนี้กับใคร ..ฮะ ๆ ความจริงมันก็ไม่ได้มีใครรับรู้เรื่องที่ผมมีแฟนอยู่แล้ว คือ..ผมเพิ่งจะเลิกกับแฟนไป แต่ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่พร้อมจะมีใครเหมือนกัน ..พี่เข้าใจผมไหม” ผมบอกไปตามความจริง ไม่รู้ว่าพี่เขาชอบผมมากขนาดไหน แต่ถึงยังไงผมก็คงไม่สามารถเปิดใจให้พี่เขาได้ในเร็ว ๆ นี้เหมือนกัน


แผลในใจมันยังไม่หายและผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าที่มันจะตกสะเก็ดกลายเป็นแค่เพียงความทรงจำที่ไม่ดีสำหรับผม


    [..มึงเลิกกับแฟนแล้ว?]


    “อื้อ”


    [.....]


    “พี่ไดโน?”


    …


    เอ้า พี่เขาวางไปแล้วอะ


    ผมกระพริบตางุนงงกับการกระทำของอีกฝ่าย ไม่บอกไม่กล่าวกันก่อนเลยว่าจะวางแล้ว อยู่ ๆ ก็กดตัดสายไป


    “รัก!” อั๋นส่งเสียงเรียก วิ่งออกจากสนามมาด้วยสภาพเหงื่อเต็มตัว เสื้อกีฬาที่ใส่เปียกแนบร่าวกายขณะที่ผมโยนขวดน้ำส่งไปให้ ก็มีแค่อั๋นนี่แหละที่ผมยังพอพูดคุยด้วยอยู่ กับปิงกับตูนก็คุยเพราะเคยทำงานกลุ่มเดียวกันแต่ไม่ได้รู้สึกสนิทอะไรเท่าไหร่


    “มึงไม่เล่นต่อแล้วเหรอ” ผมถามหลังจากที่อั๋นดื่มน้ำเสร็จ เทราดลงไปบนใบหน้าตัวเองก่อนจะหันกลับมาหา “ไม่แล้วว่ะ พวกกูคุยกันไว้ว่าวันนี้จะไปดื่มที่เดิม มึงไปไหม”


    “วันนี้เหรอ ไปดิ”


    “เออ กูไปรับไหม หรือจะไปเอง มึงน่าจะจำร้านได้แล้ว”


    “กูไปเอง แต่คงไปหลังพวกมึงนะ ขอทำงานก่อน”


    “ของจารย์ป้าอ่ะนะ”


    “ใช่ พรุ่งนี้ต้องส่ง”


    “งั้นมึงก็ตามมาแล้วกัน ถึงร้านแล้วก็โทรบอกกู จะได้บอกว่าอยู่โต๊ะไหน”


    “ได้ ๆ”


    อั๋นวิ่งกลับลงสนามไปเล่นบอลต่อขณะที่ผมนอนแผ่ลงบนเนินหญ้าเช่นเดิม มองท้องฝ้าเปลี่ยนสีเป็นสีส้มอิฐไล่ระดับสวยงาม ยกมือขึ้นไขว่คว้าก้อนเมฆอวบปุยที่ลอยเคว้งผ่านไป อีกสักพักผมก็คงต้องกลับแล้ว จะได้มีเวลาทำงานก่อนจะไปตามนัดของอั๋น

    



    เสียงพูดคุยเฮฮาดังเกือบจะตลอดเวลาตั้งแต่ที่ผมย่างเท้าเข้ามาในร้าน พวกเพื่อน ๆ ลุกเดินกันไปทั่ว ส่วนมากที่มากันก็คือพวกนักศึกษา ร้านนี้เองก็เป็นร้านของรุ่นพี่ศิษย์เก่าคนนึงที่เรียนจบไปแล้วสามสี่ปีได้ ผมนั่งยิ้มกับการเล่าเรื่องของกลุ่มอั๋น ไม่ได้พูดคุยอะไรกับใครมากแต่ก็ไม่ได้นั่งนิ่งไม่คบใครเลย


    ในวงเหล้าแบบนี้ส่วนมากผมจะเลือกเป็นผู้ฟังมากกว่า


    แก้วที่อยู่ในมือนั้นปริมาณของเหลวไม่ได้ลดลงเท่าไหร่เพราะผมไม่อยากให้ตัวเองดื่มจนเมา กลัวตอนกลับจะขับรถไปทักทายเสาไฟเข้าให้ก่อนจะถึงหอ


    ขับรถตอนกลางคืนผมก็ไม่ค่อยจะชินเท่าไหร่ด้วย ขืนเมาอีกคงเอาตัวเองไม่รอดแน่ ๆ


    พี่ไดโนเองก็หายไปเลยตั้งแต่วางสาย ผมก็ไม่ได้ทักเขาไปอีก แต่แค่สงสัยเฉย ๆ ว่าหายไปไหน สงสัยจะมีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า


    แต่นั่นมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับผมอยู่ดี


    “รัก ๆ ไอ้ภพมันอยากรู้ว่าเพื่อนรักที่ชื่อครามโสดไหมอะ” ตูนหันมาถาม


    อั๋นทำท่าถลึงตาใส่บอกให้หยุดพูดแต่ผมก็ส่ายหัวตอบกลับไปก่อน


    “ไม่รู้อะ ไปถามมันเองสิ”


    “เห็นเขาว่าโคตรหยิ่ง กูทักไปเขาจะตอบเหรอ” ภพถาม เป็นอีกเรื่องที่ผมเพิ่งจะรู้เลยนะ ปกติสีครามอัธยาศัยดี เข้ากับคนอื่นได้ง่ายนะเท่าที่ผมเห็น ใครเข้ามาคุยก็คุยด้วยเล่นด้วยทั้ง ๆ ที่บางทีก็ไม่ได้สนิท แต่เรื่องตอบแชทผมไม่รู้นะเพราะไม่เคยก้าวก่ายเรื่องแบบนี้ของเพื่อน


    “ใครบอกมึงวะ” ปิงถาม


    “ก็หลายคนอะ พวกผู้ชายในมหา’ลัยเราที่มองผู้ชายมันก็ทักไปเยอะนะ ไม่เห็นตอบสักคน แต่ถ้าคุยต่อหน้าเขาก็คุยอะ เหมือนคุยไปตามมารยาท”


    ….


    ผมเลิกสนใจที่จะฟังเรื่องนี้อีก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าเกมส์เบาสมองนั่งเล่นไปเรื่อย ๆ พลางดื่มจนหมดไปหนึ่งแก้ว


    “รักเอาอีกไหม”


    “ไม่แล้ว ๆ กูขับรถมาเองอะ เดี๋ยวจะกลับไม่ไหว”


    “งั้นเอาโค้กป้ะ กูเทให้” ใครสักคนที่นั่งชิดกับถังใส่น้ำแข็งตะโกนถาม ผมพบักหน้าตอบก่อนจะยื่นแก้วส่งไปให้ บรรยากาศในตอนนี้ยิ่งดึกก็ยิ่งคนเยอะทั้งผู้ชายและผู้หญิง เวลาในตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืนซึ่งผมตั้งใจเอาไว้ว่าเมื่อเที่ยงคืนแล้วก็จะกลับทันที


    บอกกับอั๋นเอาไว้แล้วด้วย


    “แก้วมึง” อั๋นวางโค้กลงตรงหน้า


    ผมเอ่ยขอบคุณไปก่อนจะนั่งเล่นเกมต่อท่ามกลางเสียงพูดคุยหัวเราะกันลั่นของเพื่อน ๆ ในโต๊ะ ครั้งที่แล้วเมาจนพาตัวเองไปยืนเต้นเบียดเสียดกับคนอื่น แค่คิดก็รู้สึกอายขึ้นมา ทั้งคนที่ผมไปเต้นแนบชิดก็คือพี่ไดโนอีกต่างหาก ภาพมันเลือนลางอยู่ในหัวตั้งแต่ตอนที่ผมเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มให้กับเขา จนกระทั่งวิ่งออกมาอ้วกที่ด้านนอก


    สาบานว่ายังไงผมก็จะไม่ปล่อยให้ตัวเองดื่มจนเมาอีกเด็ดขาด


    “มึง เที่ยงคืนแล้ว จะกลับยัง” อั๋นเอนตัวมาถาม


    ผมเห็นแล้วล่ะ กำลังเก็บโทรศัพท์เตรียมจะบอกพอดีเลย


    “กลับดิ ..กูไปแล้วนะพวกมึง เจอกันพรุ่งนี้” บอกอั๋นเสร็จผมก็เงยบอกคนอื่น ๆ ต่อ ถึงจะไม่สนิทแต่ก็บอกไปเป็นมารยาทเพราะไหน ๆ ก็มานั่งดื่มด้วยกันแล้ว ผมจ่ายเงินที่ใช้หารค่าเครื่องดื่มของกินบนโต๊ะไว้ที่อั๋นก่อนจะพาตัวเองออกจากร้านมา


    เสียบกุญแจที่รถมอเตอร์ไซต์เตรียมจะขึ้นไปนั่ง


    “รัก”


    …


    อีกแล้วเหรอ


    ผมหลับตาลง ถอนหายใจ เหลือบสายตาไปมองร่างใครสักคนที่ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่ นัยน์ตาแดงฉ่ำพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ยังคงเหมือนเดิม


    ซึ่งผมก็หันกลับมาไม่ได้สนใจเหมือนเดิมเช่นเดียวกัน


    “เดี๋ยวสิ ...ยังไม่หายโกรธกูอีกเหรอ”


    …


    “รัก”


    “.....”


    “คุยกับกูเหมือนเดิมเถอะนะ”


    “....”


    ผมตั้งท่าจะสตาร์ทเครื่องรถ แต่ก็ชะงักเพราะร่างของเพื่อนสนิทที่มายืนขวางอยู่ด้านหน้า


    ทำไมถึงไม่เลิกวุ่นวายกันสักที


    “ถอย”


    “ไม่ ปกติมึงโกรธกูแค่แป๊บเดียวเอง ทำไมครั้งนี้โกรธนานจัง”


    “....”


    “มึงไม่รักกูแล้วเหรอ…”


    ผมแค่นยิ้มออกมาหลังจากได้ฟังคำถาม


    รักเหรอ..


    “เมาแล้วก็ไปหาเมฆเถอะ อย่ามายุ่งกับกู”


    “ไม่ ทำไมกูต้องไปหามัน ..มึงยังไม่หายโกรธกูใช่ไหมเลยไล่กูแบบนี้” ถ้อยคำดื้อดึงก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของอีกฝ่ายจะดังขึ้น สีครามทำเสียงไม่พอใจก่อนจะกดรับ มองหน้าผมพลางขยับเบี่ยงตัวออกให้พ้นจากหน้ารถ “ไว้พรุ่งนี้กูไปหามึงนะ เราไปกินข้าวกัน..”


    ผมไม่ได้ฟังเสียงที่พูด ขี่รถมอร์เตอร์ไซต์ออกมาตามทางด้วยความรู้สึกยุ่งเหยิงข้างในใจ


    ทำไมสีครามถึงยังไม่เลิกวุ่นวายกับผมอีก


    เรื่องมันหนักหนามากขนาดนนี้ ทำไมยังทำเหมือนว่าเราเป็นเพื่อนสนิทที่ยังรักกันดีเหมือนเดิม


    ผมขับรถกลับมาถึงหอที่เงียบไร้เสียงต่างจากที่ร้านเหล้า เวลานี้คนอื่น ๆ ในหอคงหลับกันไปหมดแล้ว พาตัวเองเดินขึ้นบันไดมาจนถึงห้อง ไขกุญแจก่อนจะดันประตูให้เปิดออก ดีนะที่วันนั้นตอนทะเลาะกันเมฆไม่ได้หยิบเอากุญแจที่ผมให้ไว้ไปด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงนึกวิธีที่จะไปขอคืนไม่ออกจริง ๆ


    สามวันมานี้เมฆก็ยังทักเฟสทักไลน์มาจนผมเพิ่งจะบล็อกไปเมื่อเช้าเอง


    ติ้ง!


    …


    ผมก้มมองโทรศัพท์หลังจากที่นั่งลงบนเตียง


    หัวแชทที่เด้งขึ้นมาไม่ใช่ของใคร มาจากพี่ไดโนที่หายไปตั้งแต่เมื่อตอนเย็นนั่นแหละ


    อ่า..


    นี่มันอะไรเนี่ย


    Dino Dino : เข้าใจที่บอก มึงโสดแล้วนะ ห้ามกลับไปคบกับแฟนเก่ามึงด้วย ทำใจไปเลยจะเป็นวันเป็นเดือนก็เรื่องของมึง แต่ถ้าพร้อมจะเปิดใจให้ใคร ..กูต้องเป็นคนแรกที่มึงนึกถึง แต่ถ้าทำใจเป็นปีกูฉุดนะบอกก่อน พระเอกหนังรอได้แต่กูรอไม่ได้



----



 หลังจากเลิกเรียนในช่วงเย็นผมกลับหอมาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะออกมาอีกครั้งเพื่อที่จะไปดูหนังกับพวกอั๋นและเพื่อนคนอื่น ๆ ที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจหรือคิดว่าอยากจะไป แต่เพราะอั๋นบอกว่าอยากให้เราสนิทกันไว้เพราะตั้งแต่เปิดมาผมก็ไม่มีเพื่อนคนไหนที่สนิทมากเป็นพิเศษเลยในคณะ มีแค่เพียงรู้จักแบบผ่าน ๆ เพราะผมไม่ใช่คนที่จะสนิทกับใครง่าย ๆ และช่วงที่เข้ามาก็มีสีครามอยู่แล้วด้วย


    พวกเรานัดกันที่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัย


    ตั้งใจว่าจะนั่งรถเมล์ไปลงที่ด้านหน้าศูนย์กลางค้าขนาดใหญ่ในแถบนี้ ผมเป็นคนแรกที่มาถึง นั่งเล่นโทรศัพท์ระหว่างที่กำลังรอให้คนอื่น ๆ มาถึง

    “แฮ่ก ..พวกเหี้ยเอ้ย หลอกกู”


    ..


    ผมหันไปตามเสียงสบถ อั๋นยืนหอบฮักจ้องหน้าผมก่อนจะเดินมาทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ


    “มีมึงคนเดียวใช่ไหมที่มาถึงเนี่ย”


    “เออ กูมาเร็วอะ กลัวพวกมึงจะรอ” ผมตอบ มันยังไม่ถึงเวลานัดเลยแต่ผมแค่ออกก่อนเวลาเท่านั้น ไม่ชอบให้ใครต้องมารอผม ยิ่งกับคนที่ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ก็กลัวว่าจะไม่ดีถ้าหากว่าผมสาย “นี่มึงวิ่งมาเหรอ เหงื่อออกเต็มหลังเลย”


    “ก็ไอ้ปิงแม่งหลอกกู บอกว่าเพื่อนมากันหมดแล้ว มึงก็มาแล้ว เหลือกูคนเดียวยังไม่มา กูกำลังอาบน้ำเลย..วิ่งออกมาสบู่ล้างออกหมดไหมก็ไม่รู้” บ่นไปก็หอบหายใจไป ผมที่ได้ฟังก็ได้แต่กลั้นขำตัวงอก่อนจะเปลี่ยนเป็นอมยิ้มน้อย ๆ เมื่อถูกอั๋นให้มาค้อนใส่ นี่ถ้าอั๋นทักมาถามผมก่อนแผนของคนอื่น ๆ ก็คงแตกไปแล้ว เพราะผมไม่ได้รับรู้มาก่อนเลยว่าอั๋นจะถูกแกล้ง


    “แล้วทำไมมึงไม่ทักมาหากูก่อนอะ”


    “....”


    อย่าบอกนะว่าไม่ทันคิดถึงข้อนี้


    ผมยิ่งขำหนักกว่าเดิมเมื่ออั๋นทำหน้าแปลก ๆ บิดเบี้ยวไปมาก่อนจะโวยวายเสียงดังอยู่กับผมสองคน


    จนกระทั่งถึงเวลานัดเพื่อน ๆ คนอื่นก็ทยอยกันมา และแน่นอนว่าทุกคนถูกอั๋นบ่นโวยวายจนหูชา จะมาก่อนหรือมาทีหลังก็โดนนหมด โดยเฉพาะปิงที่มาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่ม เรียกได้ว่าบ่นตั้งแต่ขึ้นรถจนกระทั่งว่าซื้อตั๋วหนัง เดินเล่นรอเวลาแล้วอั๋นก็ยังไม่หยุดบ่นปนกับโวยวายเป็นระยะเมื่อถูกปิงแกล้งแหย่กลับคืนไม่ได้มีท่าทีรำคาญใจอะไรเลย


    ออกจะดูขำขันกันมากกว่าที่ได้แกล้งเพื่อนในกลุ่ม


    ผมเดินเล่นดูของตามหลังคนอื่น ๆ


    จ้องมองกีต้าร์นิ่งเมื่อเดินผ่านร้านจำหน่ายอุปกรณ์ดนตรี เห็นพี่ไดโนบอกกับผมว่าจะซื้อกีต้าร์ใหม่ แต่ยังไม่มีเวลาไปซื้อ


    “ดูไรวะ ..กีต้าร์?” เรียวแขนที่พาดมาบนไหบ่ทำผมสะดุ้งตกใจไม่น้อย หันไปมองหน้าตูนที่ยืนจ้องกีต้าร์ตัวเดียวกันกับผม “สวยว่ะ อยากได้แต่เงินไม่ถึง มึงเล่นเป็นหรือเปล่า” เลิกคิ้วถามผม ชี้ตรงไปยังสิ่งที่เรากำลังจ้องมองร่วมกัน


    ผมส่ายหัวตอบ


    อย่าถามเลยว่าเล่นเป็นไหม


    แค่จับผมยังจับไม่เป็นเลย


    “ให้กูสอนได้นะ นิ้วมึงก็เหมาะจะเล่นกีต้าร์อยู่ แต่ถ้าเล่นแล้วมันจะด้าน ...เพราะงั้นมึงอย่าเล่นเลย กูเสียดายมือมึง” ถกเถียงกับตัวเองยกฝ่ามือผมขึ้นดูเสร็จสรรพ ไม่ได้รอให้ผมได้มีส่วนร่วมในบทสนทนาด้วยเลย พูดจบก็ขยับขาก้าวเดินต่อพร้อมกันกับที่ผมเองละสายตาจากกีต้าร์ที่ตั้งโชว์อยู่หลังกระจกใส เดิจตามคนอื่น ๆ ไปดูข้าวของในโซนอื่นต่อ


    พอใกล้เวลาหนังฉายก็กลับมารอกันตรงที่ทางเข้าไปด้านในโรงหนัง


    หนังที่พวกผมเลือกดูเป็นหนังแอคชั่น ฉากบู๊ฉากต่อสู้นั้นมีเกือบจะทั้งเรื่อง ผมไม่ค่อยถนัดดูหนังแนวนี้เท่าไหร่ก็เลยมึน ๆ งง ๆ กับเนื้อเรื่องพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปหลังจากที่หนังจบ ทำเพียงแค่ฟังเสียงพูดคุยถึงฉากนั้นฉากนี้จากคนอื่น ๆ ในตอนที่เรากำลังเดินออกมาจากโรงหนังวนไปยังทางออก


    “หิวแล้วว่ะ”


    “งั้นหาไรกินแล้วค่อยกลับไหมพวกมึง”


    “เออดี มึงหิวหรือยัง” อั๋นหันมาถามผม “ชาบูเลยเป็นไง แดกให้จุก กูหิวจนจะยัดรถได้ทั้งคัน” ชี้ตรงไปยังร้านชาบูที่อยู่ไกลออกไป


    “ความคิดดี”


    “กูไงก็ได้” ผมตอบ


    หิว ๆ อยู่เหมือนกัน แล้วที่ห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำกินด้วยสิ มาม่าก็เพิ่งจะหมดไป..สงสัยพรุ่งนี้ผมคงจะต้องออกมาซื้อแล้วล่ะ น้ำในตู้ก็หมดแล้วด้วย


    “สรุปชาบูนะ”


    “เอออ”


    “สักทีไอ้สัส กูหิว”


    


    ผมเลื่อนโทรศัพท์เข้าแอพทวิตเตอร์ไปพลางในตอนที่กำลังรอให้ของในหม้อสุกกินได้ คนอื่น ๆ เองก็เริ่มเข้าสู่โลกส่วนตัว ก้มหน้าก้มตาไม่ต่างกัน มีพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนที่อั๋นจะลงมือกินเป็นคนแรก ตามด้วยพวกผมที่เหลือ


    วันนี้ผมตั้งใจว่าจะปิดแอคทวิตเตอร์เพราะคงไม่ได้ใช้งานมันอีกแล้ว


    ที่สมัครมาก็เพราะว่าใช้ติดตามข่าวสารยองทั้งเมฆและสีคราม แต่ในตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้วล่ะ ไล่มองแท็กคู่จิ้นที่ถูกรีขึ้นมาบนหน้าจออีกครั้ง


    ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แฟนคลับทวีตลงในแท็กยกใหญ่ว่าทั้งสองคนไม่พูดคุยกันเมื่อตอนพบปะแฟนคลับครั้งที่แล้ว ผมไม่ได้สนใจตามอ่านอย่างเมื่อก่อน พอตัดสินใจว่าจะไม่เล่นแล้วก็กดปิดแอคทวิตเตอร์ไปในที่สุด ก่อนจะลบมันออกจากเครื่องไม่คิดจะเก็บเอาไว้


    “พรุ่งนี้หยุด พวกมึงไปไหนไหมวะ”


    “กูมีซ้อมบอลว่ะช่วงเย็น พวกมึงก็มาดิ..เลิกซ้อมจะได้เล่นกันต่อ”


    “พรุ่งนี้กูนัดแฟนไว้ว่ะ”


    “กูว่าง เดี๋ยวเย็น ๆ กูไป”


    “กูไปอยู่แล้ว” อั๋นว่าหลังจากที่ตูนกับปิงพูดจบ หันมาเลิกคิ้วถามผมที่กำลังยัดหมูใส่เข้าปาก ..ถามตอนไหนไม่ถามด้วยนะ


    ผมยกมือขึ้นไม่ให้อีกฝ่ายได้เอ่ยปากถาม


    เคี้ยวสิ่งที่อยู่ในปากกลืนลงคอก่อนจะตามด้วยน้ำเปล่าอึกใหญ่


    “กูไม่ไป พวกมึงไปเลย”


    “โอเค เออ แล้วเรื่องงานจารย์พงษ์มีใครเริ่มแล้วบ้าง” เพื่อนอีกคนนึงในกลุ่มเอ่ยถาม พอพูดถึงเรื่องงานก็เริ่มมีเสียงพูดคุยดังขึ้นมาอีก คราวนี้ผมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องข้อมูลกับคนอื่น ๆ ไปด้วย มันเป็นงานที่ถูกสั่งตั้งแต่หลังสอบมิดเทอม ซึ่งผมเองก็ทำใกล้จะเสร็จแล้ว


    “เดี๋ยวมึงช่วยดูให้กูหน่อยวันจันทร์อะ กูแก้ไปสองรอบ กลัวแม่งยังไม่ดี


    “ได้ แต่ให้กูดูแล้วมึงก็ลองเข้าไปถามอาจารย์อีกที เอางานให้เขาดู..อาจารย์พงษ์เขาไม่ว่าอะไรแน่ ๆ กูไปหาเขามาสองสามรอบแล้ว แค่อาจารย์เขาจะพูดตรงไปหน่อย พวกมึงอาจจะไม่ชอบใจ แต่กูรับรองว่าอาจารย์เขาจะแนะนำให้พวกมึงเลยว่าตรงไหนต้องแก้ ตรงไหนยังไม่ผ่าน”


    “ยุ่งยากฉิบหาย แต่ก็งานระดับมหา’ลัย ทำส่ง ๆ ไปก็คงไม่ได้”


    พวกเราพูดคุยกันจนกระทั่งกินกันหมดเกลี้ยง


    ผู้ชายหกคนไม่ต้องสงสัยเลยว่ากินได้มากน้อยแค่ไหน


    ขนาดผมเองยังอึ้งกับปริมาณที่พวกผมกินเข้าไปในมื้อนี้เลย ถึงว่า..รู้สึกอิ่มแน่น ๆ ดีนะที่ไม่ได้ใส่กางเกงยีนส์รัดแน่น ๆ มา ไม่อย่างนั้นคงได้มีปลดกระดุมตรงซิปบ้างแหละ


    “รักมึงกลับกับไอ้อั๋นใช่ไหม” ปิงถาม


    “เปล่า อั๋นมันว่าจะไปทำธุระต่อ เดี๋ยวกูก็ขึ้นรถกลับ ที่นี่กูมาบ่อย..กลับได้สบายมาก” ผมพูดเพื่อให้คนอื่น ๆ เลิกสนใจเรื่องการกลับหอพักของผมอีก อั๋นมันต้องไปทำธุระต่อ ผมก็เลยต้องกลับคนเดียวแต่ด้วยความที่คุ้นชินกับเส้นทางอยู่แล้วก็เลยไม่ได้รู้สึกแย่อะไรมาก


    ผมเดินแยกกับคนอื่น ๆ มาทางด้านหน้าตึกสูงใหญ่


    ท้องฟ้าเริ่มมืดหม่น ในช่วงเย็น ๆ แบบนี้ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้านั้นถูกเมฆสีขุ่นก้อนอวบใหญ่บดบังจนมิด ผมไม่ได้สนใจมองรถและคนที่จอดอยู่ถัดไปถึงแม้ว่าจะรู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ ชะเง้อคอมองไปข้างหน้าเพื่อที่จะได้ไม่พลาดรถที่จะมาในเที่ยวถัดไป


    ติ้ง!


    ..


    ผมเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเลื่อนดูข้อความที่ส่งมา


    พี่ไดโนเหรอ..

    

    Dino Dino : นอนยัง ตอนนี้ทำอะไรอยู่


    บ้าแล้ว ใครจะมานอนเวลานี้ล่ะ

  

    Ruk Passakorn :   ยังครับ พี่มีอะไรเหรอ ผมออกมาดูหนังกับเพื่อน

 

    ติ้ง!


    ติ้ง!


    เสียงที่ได้ยินนั้นดูบังเอิญและทำเอาผมชะงักไม่น้อย สายตาลอกแล่กไปกับความคิดของตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองในจังหวะเดียวกันกับที่คนตัวสูงคร่อมขี่อยู่บนรถเองก็เงยขึ้นมาเช่นกัน รูปหน้า โครงหน้าทุกสิ่งอย่างที่คุ้นเคย


    ไม่ใช่แค่ชะงัก ตกใจจนเผลอก้าวถอยหลังเกือบจะหงายล้มลงบนพื้น  


    “.....”


    นะ นี่มันอะไรกัน


    ทำไมพี่ไดโนถึงได้..มาอยู่ตรงนี้ล่ะ


    ไม่ใช่แค่ผมที่ตกใจ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายนั้นก็ตกใจไม่แพ้กัน ผ่านไปเพียงเสี้ยววิดวงตาก็กลับมาฉายแววดุดันเช่นเคย ขยับขาตวัดลงมาจากรถตัวเอง ตรงมาหาผมที่ขาแข็งทำอะไรไม่ถูก


    “กูกำลังจะแวะไปหามึงอยู่พอดี” ยกมือขึ้นล้วงใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับยิ้มขึ้น สายตากวาดมองผมเชื่องช้าชวนให้รู้สึกไม่ดีแปลก ๆ คงเป็นเพราะบรรยากาศรอบกายของพี่ไดโนมันดูน่ากลัวด้วยแหละ ผมถึงทำอะไรไม่ถูกแบบนี้


    ยิ่งมาได้ยินถ้อยคำดิบเถื่อนที่ออกจากปากของอีกฝ่าย ผมก็เหมือนอยากจะวิ่งหนีหายไปเลย


    “เสียงมึงเมื่อวานทำให้กูโคตรอยากเจอ เขินก็เขิน แต่เสือกชอบมากกว่า”


    ...


    “กูลักพาตัวมึงไปตอนนี้เลยได้ไหมวะ”







---110%---


พี่โอ้ยยย เข้าใจด้วยว่าพี่เป็นคนหยาบคายและตรงมาก แงง

ใครไม่ชอบพระเอกแนวนี้งดดราม่าและกดปิดได้เลยนะคะ

ถถถถถ ไม่มีการเปลี่ยนเป็นครับ ที่รัก ตัวเองสุภาพอ่อนโยนแน่นอน

นอกจากคำเรียกที่พี่เขาใช้มาตั้งแต่เรื่องฉลาม อิอิ





อัพพพ พรุ่งนี้เปิดเรียน น้ามตาตกใน ถถถถถ

ครามนี่ยังไงนะ ตีสักทีดีไหมมมม


ขอโทษค่ะ คือบับ..ถึงห้องยัดพาราไปสองเม็ดเพราะปวดหัวมาก มาได้เท่านี้จริงๆ

กราบขอโทษแนบตักทุกคน งือ


    

อะ..สปอยหนึ่งประโยค


"มึงไม่รักกูแล้วเหรอ.."

อิอิ


*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.802K ครั้ง

12,229 ความคิดเห็น

  1. #12194 itnn / Shining Aun (@itsaunn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 18:14
    ครามชอบรักปะ แล้วทำไมไปมีอะไรกับเมฆ หรือเป็นแผนครามที่จัทำให้เลิกกับเมฆ ยังไงงงง ฮือออ แต่สงสารรักมากที้คิดไปแล้วเจ็บไปแล้วอะ
    #12194
    0
  2. #12184 gnat (@gan8824) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:49
    พี่ไดโนคนจริง5555
    #12184
    0
  3. #12154 Ayai-Minayo3 (@Ayai-Minayo3) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:51
    เดี๋ยวนะ.... ครามชอบรัก? เลยใช้วิธีนี้แยกคนที่มาเข้าใกล้รักเหรอ แล้วตอนแรกจะยุให้คบทำไม หรือรักเข้าใจผิดไปเองว่มครามยุ?
    #12154
    0
  4. #12152 ujasaai (@ujasaai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 23:59
    เดอะเบสความผัวทิเก้วกาดดดดด
    #12152
    0
  5. #11805 zoeyluck (@duddao) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:48
    กร๊าวใจเหลือเกินพี่มึ้งงงงง
    #11805
    0
  6. #11653 Black-color (@Black-color) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 15:51
    พี่ไดโน ไม่ต้องขอก็ได้แหละ
    #11653
    0
  7. #11547 9w9ifidi (@9w9ifidi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 14:16
    อันนี้ตามความคิดเราน่ะเราว่าครามอาจชอบรักก็ได้... มั้ง
    #11547
    3
    • #11547-2 PUBG (@PUBG) (จากตอนที่ 4)
      11 สิงหาคม 2562 / 23:10
      โอ้โหขาน้อยขอคาราวะท่านอาจารย์ โคตรโหดเลยครับ
      #11547-2
    • #11547-3 NNieNamich (@NNieNamich) (จากตอนที่ 4)
      12 สิงหาคม 2562 / 19:45
      เห้ยยยย เราก็แอบคิดแบบนี้เหมือนกัน มันก็แล้วแต่คนจะคิดด้วยแหละ ถ้าครามชอบรักขึ้นมาจริงๆนี่พีคเลยนะ
      #11547-3
  8. #11525 ampphns (@ampphns) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 19:08
    พี่โว้ยยยย เอะอะก็ฉุด เอะอะก็ลักพาตัว กลัวใจพี่จริง
    #11525
    0
  9. #11523 SSHL (@earthetp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 17:25
    เอาไปเลยค่ะพี่!!
    #11523
    0
  10. #11511 WTwinter (@WTwinter) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 01:07
    พี่-5555
    #11511
    0
  11. #11480 Shihye May (@maymonmay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 17:41
    กร้าวใจมากพี่จ๋า
    #11480
    0
  12. #11477 RattiyaJBHH (@RattiyaJBHH) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 17:31
    ก็นะ... พี่เขาเป็นคนพูดตรงๆ
    #11477
    0
  13. #11469 MN23d32c (@Bs-Benya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 14:46
    อร้ายยย เขินๆๆๆ ชั้นเขินพี่ไดโน ใจเหลวจังพ่อคุณ
    #11469
    0
  14. #11151 IninNutCham (@IninNutCham) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 09:39
    พี่คะใจเย็นๆเน้อออ น้องกลัวน้าาาา 55555
    #11151
    0
  15. #10915 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:24
    แงงงงง นี่เขินแล้วใช่มั้ยพี่ แสดงว่าที่วางสายคือไปกรี๊ดอัดหมอนอยู่ป่ะ555555555
    ชอบอ่ะ พี่เขาน่ารักออก รักอย่ากลัวเลยนะ
    #10915
    0
  16. #10893 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 12:21
    ไปให้สุดเลยเพ่!!
    #10893
    0
  17. #10891 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 11:07
    ใจเย็นนะพี่ เดี๋ยวน้องกลัว5555
    #10891
    0
  18. #10849 Amporn-Melon (@Amporn-Melon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:37
    คือแบบอีพี่ตรงดีมากอ่ะ555
    #10849
    0
  19. #10749 Real_Pki (@the_faceless) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 06:24
    อีพี่-ต้องใจเย็นๆนะ น้องตกใจ555
    #10749
    0
  20. #10465 14:03 (@pinkheavenpinku) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 08:53
    งงครามมาก หรือว่าครามก็ชอบรัก ? เป็นคนแบบ อยากได้ทุกอย่างเป็นของตัวเอง พอจะเสียรักไปก็ทำใจไม่ได้อีกเพราะที่ผ่านมาก็มีแค่รักเป็นเพื่อน
    #10465
    0
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #10423 ninewnn10 (@ninewnn10) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 16:15
    พระเอกค่าตัวโคตรแพง 55+
    #10423
    0
  23. #10209 Bbee0004 (@Bbeer0004) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 20:35
    ครามแบบอีหยังวะมากๆ//ฉันน่ะทีมไดโนนน
    #10209
    0
  24. #10197 khimpsn (@khimpsn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:49
    โอ้ยยยยอีพี่ ชอบแบบนี้ นี่แหละพระเอกต้นแบบบบ
    #10197
    0
  25. #10184 nam-Sriyaphai (@nam6530) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 17:35
    อยากให้รักออกจากมอนี้ไปเลย ไปเรียนมอที่พ่อจบดีกว่า
    #10184
    0