ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

ตอนที่ 102 : บทที่ 87 นำทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 12 ธ.ค. 58

ลำดับที่  87  นำทาง


          ราตรีกาลแสนมืดมิดยังคงดำเนินต่อไปเหมือนกับร่างของคนสองคนที่ต่างทะยานด้วยความเร็วไม่ต่างกัน 

ทาทารัสปรายหางตามองอามาเทราสึที่ตามมาด้านหลัง 

ฟ้าว!

เมฆหมอกที่ลอยคว้างในอากาศต่างแหวกทางให้เทพหนุ่มทั้งสอง  ในระหว่างเดินทางอามาเทราสึจับจ้องแผ่นหลังของทาทารัสก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

“เจ้าไม่ควรไปหานาง”อามาเทราสึสบตาสีดำขลับของเทพแห่งความมืดที่ไม่ปริปากกล่าวสิ่งใด  นอกจากความเงียบง่ำ “นางเจ็บมามากพอแล้ว”

“ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

“เจ้า!  ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะเห็นแก่ตัวถึงเพียงนี้”อามาเทราสึเดือดดาลชายเบื้องหน้านัก

“เจ้าเพิ่งรู้?”ทาทารัสถามอีกฝ่ายโดยไม่หันมามอง

“เฮ้อ  ข้าผิดเองที่ไม่ตามมาปกป้องนาง”แววตาสีอเมทิตย์แสดงความเสียใจเพียงชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นความมุ่งมั่น “แต่ต่อไปนี้ข้าจะปกป้องนางเอง เจ้าจะว่าอย่างไร”

“ตามใจ”ทาทารัสเพิ่มความเร็วในการทะยานหลายเท่า  ในใจเต็มไปด้วยความสำนึกและคะนึง  เขาผิดเองที่คิดแต่จะล้างแค้น  ใช่เขาผิดเองแต่ก็ยังปรารถนาให้หัวใจที่แตกสลายเพราะเขากลับมาเป็นดั่งเดิม

ความทรงจำที่เคยอยู่ด้วยกันหมุนวนเวียนภายในห้วงคิดนี้   ราวกับเป็นฟั่นเฟืองที่มิสามารถหยุดยั้งได้เมื่อมันได้ขยับแล้วครั้งหนึ่งก็จะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ

          ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมสีแดงสดเอยหรือแดงอิฐก็ตาม  ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดุจก้นท้องทะเลแสนอ้างว่างทว่าก็งามชวนหลงใหลก็ดี   หรือจะเป็นนิสัยเจ้าเล่ห์บ้าๆไม่เต็มก็ไม่เป็นไร

          เพราะหัวใจที่ถูกแช่แข็งอาจละลายจนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกก่อนหน้านี้ที่เขานั่นช่างโง่เขลายิ่งนักที่ละทิ้งมันได้ลงคอ....เพียงมุ่งแต่จะล้างแค้นโดยหาสนใจเธอที่เจ็บเพราะเขา

          ช่างโง่นัก

          ช่างเห็นแก่ตัวยิ่งนัก

          ช่างไม่น่าให้อภัยจริงๆ

          แต่ก็อยากพบอีกสักครั้ง....โร

 

          “เจอตัวซะที”ร่างของเด็กชายและพี่น้องฝาดแฝดซึ่งเป็นหญิงทั้งสองร่อนจากเบื้องบนที่ไม่เห็นสิ่งใดมายังพื้นล่างที่มืดมิด  เส้นผมสีแดงเข้มราวชะเอมที่มอดไหม้บนพื้นปฐพีปลิวไหวเล็กน้อยเพราะแรงกระแทกพื้นของเทพมอยเร

          ซากศพน่าจะเหมาะกับสภาพของหญิงสาวตอนนี้มากเสียกว่าคำอุปมาใด  แววตาไร้แววหาสนใจแขกผู้มาเยือนทั้งสามซึ่งเป็นเทพแห่งโชคชะตาหรือมอยเรนั่นเอง

          อโทรพอสจับจ้องเทพแห่งแสงที่ไร้ชีวา  ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้ายอันใด

          “คิดจะทำลายสินะ”ดวงตาของอโทรพอสละจากตัวหญิงสาวมองความมืดสุดจะหยั่ง

          “.....”

          “เฮ้อ  ไม่สนุกเลย”เด็กชายกอดอกเมื่อคู่สนทนาหาจะสนใจเขาไม่แม้สักนิด  ทำให้พี่น้องของเขาพากันแอบหัวเราะคึกคักอย่างสนุก  อโทรพอสชักแววตาดุให้พวกหล่อนหยุดแล้วเดินมาหยุดหน้าเธอก่อนจะย่อตัวลง

          “พลังก็ถูกปลดแล้ว  ความทรงจำก็ได้คืนแล้ว  โดนทำลายก็แล้ว.....แต่ว่าอพอลโลมันยังไม่จบเท่านี้หรอก”แม้สิ่งที่เขาจะพูดหญิงสาวจะไม่ฟังก็ตาม  อโทรพอสก็หาสนใจและกล่าวต่อไป “ชะตาของเจ้ายังมีสิ่งที่หนักหนารอคอยอยู่”

          ลูกแก้วสีใสถูกร้อยเข้ากับเส้นเชือกบางๆแลดูเปราะบางยิ่งนัก   มันถูกสวมใส่ให้แก่หญิงสาวที่ไม่ปฏิเสธหรือลดสายตามาจับจ้องของสิ่งนี้สักนิด

          “ของสิ่งนี้จะช่วยเจ้าได้...”ร่างของเด็กชายฉับพลันกลับกลายเป็นชายหนุ่มหน้าตาหวานล้ำหากก็ยังมีเค้าโครงว่าเป็นชายอยู่บ้าง  ริมฝีปากหยักได้รูปประทับจุมพิตที่หน้าผากของเทพแห่งแสงอย่างแผ่วเบา

          “ไว้พบกันใหม่...เคนโนช่า(บุคคลอันเป็นที่รัก)”อโทรพอสและพี่น้องของเขาต่างสลายกลายเป็นละอองแสงคล้ายหิ่งห้อยที่ส่องแสงนำทางยามราตรีแก่เหล่าสัตว์ป่าที่หลงทาง

         

          น่าประหลาด!

          เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นทั่วทุกที่บนโลกที่สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ที่แสนเจิดจ้านี้ได้   บัดนี้มันกำลังจะเกิดสุริยุปราคาที่พิสดารเหลือจะกล่าว

          รอยมือที่ยาวและผอมแห้งคล้ายมือปีศาจในนิทานกำลังกุมดวงอาทิตย์ที่คล้ายจะดูเป็นวัตถุในมือมันให้หายไปทีละนิดสร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้พบเห็นอย่างยิ่ง

          “นั่นมันอะไรกัน”อัลเฟรตจ้องสิ่งผิดปกติที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาแล้วเอ่ยถามสิ่งที่คงจะไม่ได้รับคำตอบในเร็ววันนี้แก่ฟีเรียส

          เจ้าชายปีศาจผมเงินเองก็จ้องมองดวงดาราที่ทอแสงได้เจิดจ้าที่สุดในระบบจักรวาล  ทว่าตอนนี้เกิดสิ่งใดคือกันแน่

         

          ภายในห้องที่จัดระเบียบไว้อย่างดีและเต็มไปด้วยหนังสือไม่น่าพิสมัย มีร่างของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีส้มกำลังลืมตาตื่นขึ้นช้าๆและสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของดวงอาทิตย์  ซึ่งพาลให้รู้สึกไม่ดีไปด้วย

          “โร”แม้จะรู้สึกไม่ดีแต่ก็อดไพล่นึกถึงเจ้าของหน้ากากตัวตลกที่ไม่รู้อยู่ที่ไหนแล้ว...

 

          ทางฝั่งของอราบี้ที่พรรคพวกโดนเล่นงานซะอ่วมก็สังเกตได้ถึงสิ่งลอยเด่นหราบนนภายามเช้า  หากก็มิอาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น

 

          สองเทพหนุ่มที่ไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืนเพราะง่วนกับการตามหาหญิงสาวอันเป็นที่รักซึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย  หยุดมองพระอาทิตย์ที่มีมือของปีศาจสีดำกำลังกอบกุมให้หายไปทีละนิด

          ตึง!

          “อพอลโลเจ้าอยู่ที่ไหนกันแน่”อามาเทราสึกทุบกำปั้นใส่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่พวกเขาใช้ยืนจนเซล้มลงกับพื้น  ทาทารัสที่พักได้ไม่ทันครบนาทีมองอีกฝ่ายแม้จะไร้สีหน้าแต่แววตาก็คาดโทษอยู่เล็กน้อย

          “ข้าขอโทษ”อามาเทราสึที่หนีไม่ทันท่วงทีจนผิดวิสัยเทพที่มีพลังเลิศไปเสียทุกด้านทิ้งตัวลงนอนกับพื้นดินทั้งที่มีกิ่งไม้อันใหญ่ทับตัวเขาอยู่

          “ไม่เป็นไร”ทาทารัสเลือกต้นไม้ที่เหมาะจะพักพิงก่อนจะไล่ทวนสถานที่ใดบ้างที่พวกเขายังไม่ไป

          เทพโบราณเหม่อมองท้องฟ้าที่มืดลงทุกขณะ  ก่อนจะผลักกิ่งไม้ออกจากตัวแล้วลุกขึ้นยืน “รีบไปกันเถอะ”

          “...”ชายหนุ่มลืมนัยน์ตาสีดำขลับขึ้นอย่างเชื่องช้าแล้วหันไปทางป่าที่ดูอึมครึม  ก่อนจะมีละอองแสงสีทองลอยออกมาดูคล้ายดอกหญ้าที่ต้องลมแล้วปลิวปราย

          ละอองแสงกำลังก่อตัวเป็นชายร่างสูงที่มีใบหน้าหวาน  อโทรพอสฉีกยิ้มทักทายเทพหนุ่มทั้งสองก่อนจะย่างเท้าเดินเข้ามาใกล้พวกเขาซึ่งมองตนอย่างระแวงระคายสงสัย

          “พวกเจ้าอยากพบนางไหม”เทพแห่งชะตาเอ่ยถามคำถามแสนโง่เขลาที่รู้ความตอบแล้วอยู่ในใจ  มีหรือที่ชายเบื้องหน้าทั้งสองจะไม่อยากพบ

          “เจ้าเป็นใคร”ทาทารัสมองชายแปลกหน้าที่ไม่ชอบมาพากล

          “แค่ผู้นำทาง”เขาไม่เคยปรากฏตัวให้เทพทั้งสองคนนี้เห็น ไม่แปลกที่จะได้รับสายตาระแวงมาให้แต่ก็หาใช่เรื่องที่อโทรพอสต้องสนใจ  เขาม้วนปลายผมนุ่มสลวยเล่นแล้วเอ่ยต่อ “อยากพบหรือไม่อยากพบ”

          “เจ้ารู้หรือว่านางอยู่ไหน”อามาเทราสึแม้จะยังไม่วางใจเขา แต่เพราะเป็นห่วงเทพแห่งแสงที่ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

          “รู้”มือของอโทรพอสยื่นออกมาเบื้องหน้าพร้อมกับที่รอยยิ้มที่ประดับบนหน้าก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว “จับมือข้าซะ”

          เทพแห่งชะตากรรมกวาดตามองพวกเขาที่ยังไม่มีใครเอื้อมมือมาจับมือเขาสักคน  สงสัยคงจะเป็นพวกที่ไม่ชอบวางใจให้คนแปลกหน้าน่าดู

          “ถ้าไม่รีบระวังจะไม่ทันการณ์เสียก่อนล่ะ”

          “เราจะเชื่อใจเจ้าได้อย่างไร”

          “นั่นเรื่องของพวกเจ้า”อโทรพอสคร้านที่จะพูดต่อ  แล้วสบตากับอามาเทราสึและทาทารัส “จะไปหรือไม่ไป”

          ทั้งทาทารัสและอามาเทราสึต่างก็มีทางเลือกไม่มากนัก  หากนี้จะเป็นเส้นทางพาไปสู่เธอแล้ว  พวกเขาก็ไม่มีอะไรจะเสี่ยง  พวกเขาเอื้อมมือมาจับกับมือของอโทรพอสที่พยักหน้าว่าดีก่อนทุกอย่างจะตกลงสู่ห้วงความมืด

          .

          .

          .

          สีดำ

          สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาของเทพหนุ่มคือสีดำที่แสนอ้างว้างและเดี่ยวดาย ก่อนจะมีเสียงเพลงแสนไพเราะทว่ากลับมีความโศกเศร้าอาดูรเจ็บปวดและเคียดแค้นดังมาจากร่างที่อยู่ไม่ไกลไม่ใกล้

          “พานางกลับมาให้ได้ล่ะ”อโทรพอสกล่าวลาก็สลายกลายเป็นละอองแสงและเจือจางหายไปกับความมืดทิ้งไว้เพียงสองหนุ่มที่ไม่รอช้าถลาวิ่งไปยังเจ้าของต้นเสียง

          ทาทารัสที่ชินชากับความมืดได้ดีไปถึงตัวหญิงสาวได้ก่อนเทพอีกตน  ก่อนจะเขย่าร่างที่เย็นเชียบของเธอแม้มือจะมอดไหม้ก็ตาม

          “โรๆๆ”สุดที่เสียงจะร่ำเรียกหาถึงทาทารัสโอบกอดร่างบางทันทีแม้ร่างจะดับสลายก็ไม่เป็นไร  ขอเพียงนำเธอกลับมาได้ก็ไม่เป็นไร “ได้โปรดกลับมาเถอะ  ได้โปรดกลับมาลงโทษคนที่โง่เขลาคนนี้ด้วย ได้โปรด”

          เสียงของเขาไม่ได้ทำให้ร่างไร้ชีวามีปฏิกิริยาตอบกลับอันใด  เธอยังร้องเพลงที่ไพเราะและบาดลึกจิตใจต่อไปคล้ายตุ๊กตาไขลานที่ฟั่นเฟืองมิอาจหยุดได้

          “อพอลโล”อามาเทราสึจับจ้องใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มชวนน่าหลงใหล  สลับมองมือที่กำลังลอกจนเห็นเนื้อสีแดงสดและใบหน้าด้านข้างของทาทารัสที่หลุดลอกเช่นเดียวกับมือทั้งสองข้าง  สีหน้าที่ราบเรียบมาจนถึงบัดนี้กำลังแสดงอารมณ์ออกมา

          “แตกสลายสู่พื้นนภา ล่องลอยสู้ห้วงดาราจักร...” หนึ่งในท่อนทำนองเพลงที่ดังมาจากริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบ  อามาเทราสึจับบ่าเทพแห่งความมืด ก่อนจะย่อตัวลงมา

“ข้าจัดการเอง”เขาพยายามดึงตัวทาทารัสจากร่างบาง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ขยับเขยื้อน

“ไม่”

“อย่าดื้อดึงนักสิ”

“ข้าต้องรับผิดชอบ”ทาทารัสลูบเส้นผมสีแดงสดด้วยนิ้วกระดูก  หากเขาไม่รีบผละออกจากอพอลโลไม่วายจะกลายเป็นโครงกระดูกหรือดับสลายไปเลย

“แน่นอนว่าเจ้าต้องรับผิดชอบ  แต่ไม่ใช่ตอนนี้”อามาเทราสึเลิกแขนเสื้อกิโมโนขึ้นแล้วมัดไว้ไม่ให้มันหล่นลงมาเกะกะ  ก่อนจะกระชากเจ้าเทพแห่งความมืดเหวี่ยงไปไกลๆจากเธอ

“เจ้าจะทำอะไร”ชายหนุ่มพยุงตัวลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซ  แววตาสีดำสนิททอแววเย็นชาและไม่สบอารมณ์เทพเบื้องหน้าซึ่งกำลังกอดอกมองเขาอยู่

“ข้าหึง!”เทพโบราณชี้หน้าทาทารัสซึ่งใบหน้ากลับมาราบเรียบดั่งเดิม “ไอ้ตาแก่ฉวยโอกาส”

“....”ถึงเขาจะแก่มากถ้าว่ากันตามจริง  แต่ไม่เคยมีใครด่าว่าแบบนี้มาก่อน  ผิวหนังที่เคยหลุดลอกจนถึงกระดูกกลับสภาพดั่งเดิมเมื่อห่างจากร่างของเทพแห่งแสง “เจ้าเองก็แก่ไม่ต่างจากข้า”

“แต่อย่างน้อยข้าก็อายุน้อยกว่าเจ้า แล้วเจ้านะถ้านับตามศักดิ์ก็จะเป็นตาทวดชัดๆ มีตาที่ไหนมากอดโหล่นตัวเองกัน”

“เจ้าก็เป็นตา”

“ข้าไม่ได้เป็น เจ้าต่างหาก”

“เจ้า!

“เจ้า”

          เปรี๊ยะประกายตาสองสีแล่นใส่กัน  ก่อนอามาเทราสึจะสะบัดหน้าหนีตาแก่ฉวยโอกาสแล้วลงมานั่งเบื้องหน้าอพอลโลหาสนใจแววตาของทาทารัส

          “ข้าขอโทษ”รอยยิ้มสุดจะขมขื่นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหล่าก่อนจะเกิดเสียงฟาดหน้า  อามาเทราสึตบหน้าเทพแห่งแสงซึ่งยังคงไร้ปฏิกิริยาตอบรับก่อนจะตบอีกด้านสลับไปมาพลางเอ่ย “อาร์ทีมิสนางตายไปแล้ว”

          ทาทารัสเห็นการกระทำแบบนั่นหมายจะรีบไปห้ามแต่กลับต้องหยุดลงเพราะกำแพงที่มองไม่เห็นกันเขาและพวกเธอไว้

          “เจ้าทำอะไร”ไร้ซึ่งเสียงตอบรับและความสนใจจากอามาเทราสึซึ่งจำใจต้องใช้วิธีการเช่นนี้ แม้จะมิอยากทำก็ตาม

          เพี๊ยะๆๆๆ

          “ได้ยินไหมนางตายไปแล้ว  แต่ว่าเจ้าต้องอยู่  เจ้าต้องมีชีวิตแทนในส่วนของนางด้วยไม่ใช่มาทำตัวเหมือนเป็นซากศพแบบนี้”ชายหนุ่มเลิกตบใบหน้าที่บวมแดงแล้วหยิบขวดแก้วใสออกมาก่อนใช้ปากเปิดจุกและเทของสิ่งนั่นใส่ปากหญิงสาว

          “แค่กๆๆ”หญิงสาวไอกับสัมผัสเผ็ดร้อนภายในโพรงปากก่อนมาจะไม่หยุดที่ความเผ็ดเท่านี้

          อามาเทราสึซึ่งเห็นการตอบสนองแล้วจากตัวเธอรีบล้วงหยิบขวดเครื่องเทศเผ็ดร้อนกรอกใส่ปากเธอ  อพอลโลเริ่มทนไม่ได้และพยายามปัดป้องของเผ็ดร้อนที่ทำร้ายลิ้นเธอ

          “รู้สึกตัวสักทีสิ! เจ้าไม่ได้มีคนที่เจ้ารักอยู่คนเดียวซะหน่อย เจ้ายังมีคนอื่นที่รักและรอเจ้ากลับมาอยู่นะ”ทั้งคู่ล้มลงบนพื้นสีดำ  อพอลโลตะเกียกตะกายกับความทรมาน

อามาเทราสึที่นั่งทับตัวเธอใช้มือนั่นล้วงเข้าปากอพอลโลพยามยามให้เธอรู้สึกตัวแม้จะโดดกัดจนเลือดไหลก็ตาม “เลิกงอแงแล้วกลับมาซักทีเถอะ”

“อือ แค่กๆๆ”ปลายหางตามีหยาดน้ำตาเม็ดเล็กๆก่อนจะพรั่งพรู  หญิงสาวใช้มือปิดดวงตาที่กำลังร้องไห้....เป็นครั้งสุดท้าย

ทาทารัสทรุดกายลงพื้นพลางมองหญิงสาวที่ร้องไห้โฮหนักมาก

“อย่างนั่นแหละ  ร้องออกมาเท่าที่เจ้าต้องการเลย”ชายหนุ่มลุกจากตัวเธอแล้วลูบศีรษะเธออย่างแผ่วเบาพลางพูดว่า ดี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เจ้าบ้า ฮึกๆๆ ฮือๆๆๆ เอาอะไรมาให้ข้ากิน บ้าเอ้ย!” อพอลโลสุดจะเศร้าและสุดจะทรมานกับความเผ็ดอย่างที่สุดภายในปาก  เธอใช้ขาเตะเจ้าเทพโบราณที่น้อมรับไว้อย่างว่างง่าย

          ภายในความมืดมิดยังมีเทพสามตนอยู่




ความจริงต้องลงเมื่อวานแต่ไรท์ดันป่วยนอนซมซะก่อน   วันนี้ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

603 ความคิดเห็น

  1. #504 คนชอบอ่าน (จากตอนที่ 102)
    17 ธ.ค. 58 / 19:49 น.
    มาอัพต่อเตอะ
    #504
    0
  2. #503 No name (จากตอนที่ 102)
    15 ธ.ค. 58 / 20:59 น.
    อยากอ่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนอีกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #503
    0
  3. #502 . . . (จากตอนที่ 102)
    15 ธ.ค. 58 / 14:22 น.
    ค้างงงงง
    #502
    0
  4. #501 Minara IA (จากตอนที่ 102)
    15 ธ.ค. 58 / 02:30 น.
    5555 เผ็ด
    #501
    0
  5. #500 จีจี้ซัง (จากตอนที่ 102)
    13 ธ.ค. 58 / 13:34 น.
    ค้าง~~~~~~
    #500
    0
  6. #499 ซาลาเปา (จากตอนที่ 102)
    11 ธ.ค. 58 / 11:15 น.
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #499
    0
  7. #498 |||No_Name||| (จากตอนที่ 102)
    11 ธ.ค. 58 / 08:23 น.
    งื้ออออ ต่อเถอะข่าาา
    #498
    0
  8. #497 พิรุณสีชาด (จากตอนที่ 102)
    11 ธ.ค. 58 / 07:51 น.
    โรอย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ
    #497
    0
  9. #496 tainies (จากตอนที่ 102)
    10 ธ.ค. 58 / 22:40 น.
    คือค้างอ่ะ
    #496
    0