เจ้าหญิงต้องมนต์

ตอนที่ 8 : รู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

ตอนที่ 8 รู้สึก

          น้ำทิพย์อ่อนใจกับราศรีมาทั้งวันและเพื่อนของเขาหายหัวไปไหนก็ยังไม่รู้น้ำทิพย์พยายามโทรติดต่อวุ้นเส้นเพื่อที่จะปรึกษาเรื่องราวต่างๆหลายๆเรื่อง ไหนจะเรื่องของราศรี เรื่องของที่ทำงาน เรื่องของดาริณ และยังเรื่องร่างของสาวหน้าหมวยคนนี้

            ศิรินตามเขาเหมือนเงาตามตัวแต่ตอนนี้เธอรู้สึกสบายใจที่ได้มาอยู่กับน้ำทิพย์เพียงเวลาผ่านไปเกือบ 1สัปดาห์และเธอเลิกบ่นเลิกโวยวายเพราะดูเหมือนจะเข้าใจอีกฝ่ายเข้าแล้ว

            เขานั่งข้างๆเธอแล้วเอามือของของเธอขึ้นมาบีบนวดเบาๆ

“บีกลัวยูจะเมื่อยบีนวดให้เบาๆแล้วกันนะบีไม่รู้ว่ายูชอบนวดหรือเล่าตื่นมาคุยกันได้ไหมบีอยากรู้จักอยากคุยด้วย”

ศิรินใจชื้นแล้วยิ้มมองหมอสาวหล่อตรงหน้าเธอนั่งตักเขาอย่างลืมตัว เอาอีกแล้วความรู้สึกนี้อีกแล้วตักหนักๆและขาเริ่มจะขยับไม่ได้น้ำทิพย์พยายามจะลุกและยิ่งจะลุกเจ้าตัวเล็กก็นั่งทับเขาแน่น

“ยูจะไม่ให้บีไปไหนเลยใช่ไหม”

เขาสบทออกมาแล้วขำเบาๆเขาไม่รู้หรอกว่าวิญาณของร่างหมวยนั้นนนั่งทับเขาอยู่และแสดงความเป็นเจ้าของเพียงฝ่ายเดียวและดูเหมือนน้ำทิพย์จะไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“ยูอยากรู้จักไอเหรอแต่ไอกลัวว่าถ้ายูรู้ความจริงว่าไอเป็นใครไอกลัวยูจะหนีเตลิดไม่เข้าหาไอมากกว่า”

ตอนนี้ศิรินกลัวแค่หากวันใดถ้าน้ำทิพย์รู้ว่าตัวเองเป็นใครคงหนีเตลิดเหมือนคนอื่นๆที่เคยรู้จักมานั่นหมายถึงคนที่คบหรือคุยกันอยู่จนกระทั่งศิรินโดนมาให้ดูตัวครั้งนี้และก่อนๆหน้านั้นเรียกได้ว่าเดือนละคนเลยก็ว่าได้

“บีอยากคุยกับยูยูอยู่ไหนไอไม่กลัวหรอกนะไม่ว่ายูจะเป็นผี เป็นเทวดา เป็นนางฟ้าอยู่ที่ไหนบอกบีได้ไหม” 

น้ำทิพย์นวดให้ศิรินทั้งขา แขน และ สองมือ ศิรินมองน้ำทิพย์แล้วยิ้มมันทำให้หัวใจของเธออบอุ่นไปทั่วกายเธอรับรู้ได้ว่าตอนนี้ก็ยังมีคนที่คอยห่วงใยเขาถึงสองคนนั้นคือประกายกาวและน้ำทิพย์นี่เองเขาเป็นคนดีอย่างที่ประกายดาวบอกเอาไว้

น้ำทิพย์ลงนอนข้างๆร่างหญิงสาวอย่างเหนื่อยอ่อน

“คืนนี้บีขอนอนด้วยนะไม่ว่ากันใช่ไหมวันนี้บีเหนื่อยเจอแต่เรื่องแต่น่าแปลกนะทำไมบีรู้สึกว่ายูยู่กับบีตลอดเวลาเลยถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆก็ขอบคุณนะ”

น้ำทิพย์หอมแก้มอีกคนไปฟอดใหญ่

“ค่าจ้างบีก็แล้วกัน”

เขาเอ่ยกับร่างสาวหมวยที่นอนหลับไหลแต่ก็ยังมีไออุ่นๆอยู่กับตัว หอมแรกของน้ำทิพย์นั้นมันทำให้ศิรินเม้มปากแน่นแล้วเอามือจับแก้มตัวเองเบาๆแล้วพึมพำๆ

“คนบ้าคนฉวยโอกาส”

แต่จะว่าไปน้ำทิพย์เขาไม่ได้ยินหรอก เขานอนหลับอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วสวมกอดร่างเล็กเอาไว้ราวหมอนข้างในราตรีนั้นศิรินได้เปลี่ยนกายทิพย์ไปอย่างสิ้นเชิง กายทิพย์ของศิรินนั้นดูสวยขึ้นราวกับนางฟ้าประกายดาวมองลงมาแล้วยิ้มให้กับการเปลี่ยนไปของร่างทิพย์ของหลานสาว

ศิรินยังไม่ได้สนใจร่างกายทิพย์ของตัวเองซักนิด ร่างทิพย์ของเธอตอนนี้ ใส่ชุดไทยสีชมพูมีเพชรระยิบไปทั่วผ้าแพรชั้นดีที่ประกายดาวส่งมาให้ ศิรินยอมให้เขากอดร่างที่นอนอยู่บนเตียงศิรินลงนอนข้างๆเขาเตียงของน้ำทิพย์นั้นใหญ่พอสำหรับสามคน ศิรินสวมกอดเขาไว้แนนบกายส่วนน้ำทิพยืเองก็เหมือนรู้ศึกได้ว่ามีคนมาสวมกอดจากข้างหลัง

“ยูกอดไออยู่เหรอหนักจัง”

เขาพึมพำ

“แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกเน๊อะ”

เขาเอ่ยอีกจนกระทั่งหลับไป

ศิรินยิ้มมองน้ำทิพย์ยามหลับไหลมันเป็นภาพที่ชวนมองชื่นตาชื่นใจอย่างไม่น่าเชื่อ

ทางด้านอองตวนได้มาแวะเวียนที่บ้านเมืองของศิรินบ่อยๆจนผ่านไป 1 สัปดาห์และดูเหมือนจะสนิทกับองค์หญิงพลอยมากขึ้นเช้าวันนี้ก็เช่นเดียวกัน

“เสด็จมาเกือบจะทุกวันไม่ทรงเบื่อบ้างเหรอเพคะเจ้าชาย”

อองตวนหันมองตามเสียงเรียกแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ไม่เบื่อหรอกค่ะเมื่อพี่ได้มองเจ้าน้องหาเบื่อไม่”

พาลอยยิ้มเขินแล้วเดินลงมาหาคู่หมั้นของพี่สาว

“แต่ทรงอย่าลืมนะเพคะว่าพระองค์เป็นคู่หมั้นของพี่หญิง”

พาลอยเตือนอีกครั้งเพราะกลัวตัวเองและอีกคนจะเผลอใจชอบพอกันซึ่งมันไม่ถูกต้อง

“พี่ไม่ลืมหรอกค่ะแต่ที่มาที่นี่เพราะพี่อยากทำความรู้จักน้องคริสให้มากขึ้นจากน้องหญิง”

พาลอยยิ้มกับความคำคมของเจ้าชายรูปงามพระองค์นี้ที่ต่างใครๆก็อยากได้ไปเป็นคู่ครองมากมายนักพาลอยเองก็อยากรู้เช่นกันว่า ว่าที่พี่เขยของเขาจะดีจริงอย่างที่ปากว่าหรือเปล่าเลยไม่ขัดเจ้าชายว่าจะทรงมาเมื่อใดพาลอยพร้อมที่จพต้อนรับ

พาลอยพาอองตวนเดินชมสวนดอกทิวลิปที่ศิรินปลูกเอาไว้ในสวนหลังวัง

“ทรงทานอะไรมาหรือยังเพคะ”

อองตวนส่วยหน้า

“พี่อยากมาทานอาหารฝีมือน้องหญิงทำให้พี่ทานได้ไหมคะ”

พาลอยขมวดคิ้ว

“อาหารฝีมือพลอยเหรอเพคะ”

เขาพยักหน้าอีกครั้ง

“ใช่ค่ะวันก่อนนางกำนัลยกมาให้บอกว่า สปาร์เก็ตตี้มีทบอลฝีมือน้องหญิงพี่ลองทานไปก็อร่อยดีนะคะพี่เริ่มถูกปากกับอาหารของที่นี่แล้วทำให้พี่ทานได้ไหมคะ”

พาลอยยิ้มหวาน

“ถ้าเจ้าชายต้องการก็ได้เพคะเดี๋ยวพลอยไปทำมาให้”

อองตวนรู้สึกขัดใจอยากไรบอกไม่ถูกเกี่ยวกับคำเรียกของพาลอย

“พลอยคะต่อจากนี้เรียกพี่ว่าพี่ได้ไหมอย่าเรียกเจ้าชายเลยมันดูแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ค่ะ”

พาลอยฟังคำตรัสของอีกคนแล้วยิ่งสงสัยและสับสนไปใรคราวเดียวกัน

“ทำไมถึงอยากให้หม่อมฉันเรียกเจ้าชายแบบนั้นเล่าเพคะถ้าหากเป็นเจ้าพี่ศิรินน้องจะไม่แปลกใจแต่นี่หม่อมฉันไม่ใช่เจ้าพี่นะเพคะ”

พาลอยพูดจบยังไม่ทันรอฟังคำตอบจากอีกคนแล้วรีบเดินเข้าครัวเขามองดอกทิวลิปในสวนดอกไม้ของว่าที่คู่หมั้นของเขาแล้วคิดทบทวนเรื่องราวอาทิตย์แรกที่ศิรินไปเที่ยวประเทศไทยและได้รู้เรื่องราวต่างๆของว่าที่คู่หมั้นผ่านน้องสาวของศิรินมากมาย ว่าสิ่งใดที่ศิรินชองหรือไม่ชอบละที่แน่ๆถ้าตามไปด้วยโดยที่ศิรินไม่ต้องการได้มีเรื่องมากมายกกว่านี้แน่ๆเขาเลยตัดสินใจไม่ตามไปแต่มาหาพาลอยบ่อยๆเขาเริ่มคิดว่าคนที่เขาชอบเป็นใครกันแน่ ศิริน หรือ พาลอย

พาลอยเข้าครัวทำสปาร์เก็ตตี้มีทบอลให้อีกคน พลอย ได้เตรียมส่วนผสมจนครบก่อนเอาเนื้อบดไปเคี้ยวลงกระทะกับซอสก่อนใส่เส้นสปาร์เก็ตตี้ พาลอยถอนหายใจไปทำไปคนสนิทเดินเข้ามาใกล้ๆ

“องค์หญิงเพคะเนื้อบดไหม้หมดแล้วเพคะ”

พาลอยยังเคี้ยวเนื้อบดต่อไปเรื่อยๆไม่มีท่าทางที่จะหยุดคนสนิท เดินเข้าไปสะกิดแขนของพาลอยเบาๆพาลอยสะดุ้งเบาๆแล้วหันมอง

“มีอะไรจัสมินเราตกใจหมด”

จัสมินตรัสตอบ

“เจ้าหญิงทรงเหม่อๆเนื้อบดไหม้หมดแล้วเพคะ”

พาลอยหันมองในเตาแล้วรีบปิดไฟ

“ไหม้จริงๆด้วยขอบใจนะจัสมินที่เตือนไปบอกเจ้าชายนะรอก่อน”

จัสมินรับคำ

“ทรงไม่สบายหรือเปล่าเพคะทำไมทรงเหม่อๆ”

พาลอยฟังคำถามคนสนิทแล้วถอนหายใจยาวอีกครั้ง

“ไม่มีอะไรหรอกน่ะพลอยิดอะไรเรื่อยเปื่อยออกไปบอกเจ้าชายให้รอก่อนนะขอเวลา 20 นาที”

จัสมินรับคำแล้วออกไปทูลเจ้าชายอองตวนตามรับสั่ง

“เจ้าชายเพคะทรงรอสักครู่นะเพคะพอดีว่าเจ้าหญิงทรงทำเนื้อบดไหม้เพคะ”

อองตวนหัวเราะร่วนสีหน้าเขาดูมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก จัสมินมองงงง

“ทรงขันอะไรเพคะ”

อองตวนหันมองคนสนิทของคนเล็ก

“เราจะได้ทานมีทบอลไหมจัสมิน”

จัสมินพยักหน้า

“ได้เพคะทรงรอสักครู่เพคะเจ้าหญิงทำจังทำให้หใม่เพคะ”

เขาพยักหน้าแล้วนั่งรออีกคน จัสมินโค้งให้อองตวนเล็กน้อยก่อนเดินกลับไปหาพลอย พลอยทำจนเสร็จแล้วเดินยกมาเสริฟอีกคนกลิ่นหอมของเนื้อบดที่ผสมทุกอย่างจนเข้ากันแตะจมูกของอองตวนอย่างจังเขาหันมองตามกลิ่นอาหารและพบว่าพาลอยอบู่ในชุดธรรมดาพร้อมผ้ากันเปื้อนที่คาดเอวไว้สำหรับทำอาหารเขามองไม่วางตากับท่าทางและทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติของอีกคน

“ได้ข่าวว่าทำเนื้อบดไหมหรือ”

พาลอยเม้มปากเบาแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ทานได้ก็ทานทานไม่ได้ก็ไม่ต้องทานเพคะ”

อองตวนกลั้นหัวเราะแล้วลงมือทาน

“นี่ทำใหม่แล้วเหรอทำไมยังรู้สึกว่าได้กลิ่นไหม้อยู่ล่ะ”

พาลอยเบิกตาโพล่ง

“ยังยังมีกลิ่นไหม้!!!...ถ้างั้นหม่อมฉันไปเปลี่ยนให้นะเพคะ”

พลอยดูรุกลี้รุกรนราวกับทำสิ่งที่ผิดหรือน่าอายมากมายท่าทางที่เป็นธรรมชาติของคนน้องนั้นมันทำให้อองตวนเหมือนหลงใหลเข้าไปทั้งใจดูเหมือนจะลืมคนพี่ไปแล้วชั่วคราว

“พี่ทานได้ อื้ม....”

เขาเคี้ยวไปมองอีกคนไปมันทำให้คนทำยืนรอลุ้นฟังคำตอบ

“อร่อยดีนะคะ”

พาลอยยู่หน้าใส่อีกคน

“อร่อยแบบไหม้ๆ”

อองตวนทานจนหมดแล้วคว้าพาลอยมาสวมกอดไว้

“ไม่ไหม้ค่ะอร่อยด้วย พี่ล้อเล่น”

พาลอยใจเต้นรัวเมื่อโดนอีกคนกอดเพราะตลอดเวลาพาลอยไม่เคยโดนผู้ชายกอดนอกจากท่านพ่อกับท่านปู่ของตัวเองจัสมินมาเห็นพอดี

“จะ จะ...เจ้าชายทรงทำอะไรเพคะ”

อองตวนหันไปตามเสียงที่ราวดูเหมือนจะตระหนกตกใจ

“ก็ไม่มีอะไรแค่กอดน้องเอง”

กอดน้อง กอดน้อง พาลอยทวนคำพูดอีกฝ่าย

“ทรงปล่อยองค์หญิงเถอะเพคะองค์หญิงไม่เคยโดนชายใดกอดนะเพคะพระองค์เป็นคนแรก”

จัสมินพูดออกไปดูเหมือนจะหวังดีมันทำให้เจ้าตัวที่ถูกกก่อนหน้าแดงแล้วรีบสลัดอ้อมกอดของอีกคนแล้วรีบเดินกลับเข้าวังไปมันทำให้อองตวนยิ้มไม่หุบก่อนกลับบ้านเมืองเขาไปจัสมินเก็บจานอาหารไปล้างอย่างเรียบร้อย

.

.

.

...จบตอน...

 

มาต่อกันแล้วนะคะ คุณบีจะหลายใจไหม

เจ้าชายหลายใจจัง

รอลุ้นกันต่อนะคะ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น