เจ้าหญิงต้องมนต์

ตอนที่ 7 : อุ่นใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 เม.ย. 63

ในยามค่ำคืนที่ศิรินได้หลับใหลนั้นเธอไม่ได้รู้สึกเหน็บหนาวเหมือนตอนออกจากร่างแรกๆตอนนี้กายทิพย์ของเธอกำลังมีความสุขและดูอบอุ่น อบอุ่นการไออุ่นของอีกคนที่มอบให้ตั้งแต่คืนแรกที่เขาพาร่างกายของเธอมานอนที่นี่ที่บ้านของเขา

ศิรินตื่นนอนกลางดึกแล้วขยับเล็กน้อยเธอมองคนข้างๆที่นอนกอดด้วยเมื่อครู่เธอพิจารณาหน้าตาที่ปราศจากเครื่องสำอาง แก้มขาวนวลไร้ที่ติ ศิรินเอามือลูบแก้มของเขาข้างที่ใกล้ที่สุดไปมาเบาๆ เธอมองพิจารณมใบหน้าของเขาไปมา

“คริสอยากตื่นขึ้นมานะคริสอยากช่วยบีทั้งเรื่องหนี้สินของพี่ชายบี เรื่องงานที่เขาจะได้ไม่ต้องไล่บีออก คริสจะทำยังไงเพื่อสื่อสารกับบีได้”

เธอพูดอยู่กับเขาที่กำลังหลับใหลในห้วงนิทราและไม่มีทางที่จะได้ยินแต่อย่างใด แสงส่องประกายจากวิมาณทิพย์ของประกายดาวซึ่งเป็นเสด็จย่าของศิรินนั้นได้ส่องมาแยงตาหลานสาวตัวแสบ

“เด็จย่า เด็จย่าหรือเพคะ”

หล่อยค่อยๆปรากฏกายให้หลานสาวตัวเองเห็นแล่วยิ้มสรัว

“ย่าเอง อยากช่วยเขาแล้วเหรอย่าเห็นนะเมื่อสองสามวันก่อนหลานยังแว๊ดๆใส่เขาอยู่เลยแต่ก็โวยวายไปก็เท่านั้นหมอบีเขาไม่ได้ยินหรอก”

ศิรินงุ่ยปากแล้วแล้วพูดโต้เถียงประกายดาวไปว่า

“แต่เมื่อวานหลานทำความดีนะเพคะเด็จย่าหลานช่วยเขาไม่ให้เขาเซ็นชื่อแล้วก็ช่วยไม่ให้เขารับสายว่าที่แฟนของเขาด้วย”

ประกายดาวตั้งใจฟังแล้วหัวเราะร่วนกับการแก้ตัวข้างๆคูๆของหลานสาวคนโปรดคนนี้

“แบบนั้นช่วยแต่ช่วยเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขามันเป็นไม่ได้อีกอย่างไปห้ามไม่ให้เขารับสายแบบนั้นเขาเรียกว่าเราน่ะเป็นก้างขวางคอ หรือหลานชอบเขาแล้วเหรอหญิง”

ศิรินรีบส่ายหน้าพันลวัน

“เปล่า เปล่าเพคะ เด็จย่าก็รู้ว่าหญิงชอบผู้ ผู้เพคะแต่หญิงต้องเลือกเองไม่ใช่ให้เด็จปู่หามาให้หรือบังคับส่วนอ๋องเพี้ยนอะไรนั่นพลอยอยากได้ก็เอาไปเลยเพคะหลานยกให้น้องเห็นบอกว่าดีเด่นักหนาไม่เหมือนเจ้าชายองค์อื่นแต่หญิงก็ไม่เอาอยู่ดีอีกอย่างเด็จปู่ก็ทรงผิดสัญญาด้วย”

ประกายดาวหัวเราะกับหลานสาวจอมพูดมากถ้าตัวเองอยากจะพูดขึ้นมาก็มักจะเป็นแบบนี้บทจะดื้อก็ไม่มีใครเอาอยู่นอกจากปู่ของเธอนั่นแหล่ะ

“แล้วปู่ของหลานผิดสัญญาอะไรเหรอหลาน”

ศิรินได้ทีฟ้องปู่ยับ

“ก็เด็จปู่บอกจะให้หลานแค่ดูตัวแต่ก็ยังทรงบังคับให้หลานหมั้นหลานไม่ได้อยากหมั้นนี่เพคะเด็จปู่อยากหมั้นก็หมั้นเองไปเลย”

คำตอบนี้มันทำให้ประกายดาวถึงกับต้องกลั้นขำ

“งั้นย่าขอถามอีกคำถามนึงนะแล้วเขาทำอะไรผิดล่ะเรื่องเจ้าชายคนนั้น”

ศิรินส่ายหน้าพร้อมกับน้ำตาเจ้ากรรมค่อยๆไหล

“เปล่าเพคะเขาไม่ได้ทำอะไรผิดแต่เด็จย่าก็รู้ว่าหลานไม่ชอบการบังคับนี่เพคะหลานู้ว่าหลานคือใคร หลานเป็นใครหลานควรทำอะไร แต่เจ้าหญิงจะไม่มีสิทธิ์เลือกเลยหรือเพคะ หน้าที่กับหัวใจ ทำไมมันจะต้องมาพร้อมกันหลานพร้อมทำหน้าที่ต่อผู้คนของหลานอย่างเต็มที่ แต่หัวใจทำไมหลานไม่มีสิทธิ์เลือกเอง”

ประกายดาวยิ้มอ่อนแล้วสวมกอดหลานสาวไว้ก่อนจะอธิบาย

“หลานรู้อะไรไหม ย่ากับปู่ ก็มาจากการเลือกคู่นะตอนแรกย่าก็คิดแบบหลาน”

ศิรินฟังอย่างตั้งใจพร้อมขมวดคิ้วจนเกือบจะชนกัน

“ปู่กับย่าเราเจอกันครั้งแรกก็ที่สวนดอกไม้ในวังตอนนั้นปู่เขาหล่อมากเลยนะย่าจำได้ว่าเขามองย่าตาไม่กระพริบเลยสงสัยจะชอบจริงๆ แต่ตอนแรกย่าก็ยังไม่ได้ชอบปู่หรอก”

ศิรินถามต่อ

“แล้วเด็จย่าชอบเด็จปู่ตอนไหนหรือเพคะ”

“มีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจากที่ปู่เขาขอย่าคบตอนนั้นย่าคิดแค่ว่าคบกับคนที่ชอบเราดีกว่าคบกับคนที่ไม่ได้ชอบเรา และวันนั้นเราไปขี่ม้ากันย่าเกือบจะตกม้าปู่เขาช่วยย่าไว้ย่าเลยแอบมีใจให้นิดหน่อย”

ศิรินหรี่ตามอง

“อีแบบนี้ไม่นิดหน่อยแล้วนะเพคะเขาเรียกว่าตกหลุมรัก”

ประกายพยัหน้ารับ

“คงจะจริงอย่างหลานว่า ย่าอาจจะตกหลุมรักไม่รู้ตัวก็ได้”

ศิรินยังคงอยากรู้เรื่องราวของย่ากับปู่ของเธอต่อ

“แล้วยังต่อไงต่อหรือเพคะเมื่อเด็จย่าตกหลุมรักแล้ว”

เหมือนความอยากรู้ของศิรินไม่มีวันหมดสิ้นลงกับเรื่องราวความรักของทั้งสองคนนี้ที่ไม่ได้เกิดจากการแสวงหาหรือเลือกคู่ด้วยตัวของตัวเอง แต่ห้วงเวลาตอนนี้ประกายดาวควรกลับขึ้นไปเบื้องบนประกายดาวยิ้มมองหลานสาวคนโตที่ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ถึงแม้การเข้าใจของหลานสาวตัวเองจะปนดื้อไปบ้างแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย เวลาใกล้ฟ้าสางที่โลกมนุษย์ประกายดาวเอามือแตะแก้มหลานสาวของหล่อนอย่างเอ็นดูพลางเอ่ยว่า

“หลานเริ่มเข้าใจแล้วว่าชีวิตของหลานตอนนี้ควรทำอะไรอย่างน้อยวันสองวันนี้หลานทำให้ย่าได้เห็นว่าหลานของย่าอยากช่วยเขาใช่ไหม

ศิรินพยักหน้าโดยที่ไม่รีรอที่จะบ่ายเบี่ยงหรือพลัดวันเหมือนเมื่อก่อนที่ผ่านมาประกายดาวกล่าวต่อ

“ในเมื่อหลานอยากช่วยเขาหลานช่วยได้ในวิธีแบบของหลานเมื่อยามใดที่หลานรู้สึกไม่พอใจหรือรู้สึกโกรธเวลามีคนทำให้หลานไม่พอใจในการกระทำของหมอบีหรือบุคคลที่สามที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับหมอบีหลานจะสามารถช่วยได้แต่ย่าบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่วิญญาณของหลานจะสัมผัสเขาได้มันขึ้นอยู่กับหลานแล้ว”

ศิรินยังไม่ทันเอ่ยปากถามอะไรต่อประกายดาวก็ได้กลับไปสู่เบื้องบนแล้วศิรินได้ทบทวนคำตอบที่ย่าของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบพร้อมนึกหวนกลับครั้นที่ตัวเองโมโหอาจารย์หมอที่จะให้เขาออกจากงานทั้งๆที่เขาช่วยเธอเอาไว้ แล้วไหนจะรู้สึกหงุดหงิดกับการที่ออร์แกนโทรมาหาเขาวันละหลายๆรอบ ทั้งหงุดหงิดและรำคาญ ไหนจะเรื่องที่ดารินมาพูดจาไม่ดีใส่น้ำทิพย์มันทำให้ศิรินอารมณ์เดือดถึงขั้นสุดแต่น่าแปลกตรงที่ว่าเธอไม่ได้รู้สึกหนาวๆร้อนๆเหมือนคราวที่เธอออกจากร่างวันแรกมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เขาค่อยๆเปิดเปลือกตาที่หลับสนิทเพื่อรับแสงอรุญยามเช้ามันเป็นแบบนี้ทุกวันๆและวันนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาทำกิจวัตรประจำวันให้ตัวเองและเข้าไปหาร่างอีกร่างที่นอนอยู่อีกห้องเขาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทุวันวันแต่วันนี้เขาเอาดอกกุหลาบสีชมพูมาใส่แจกันแล้ววางไว้ให้อีกคนที่หัวเตียงพลางเอ่ยปาก

“วันนี้ยูดูสดชื่นขึ้นนะไม่เหมือนวันแรกๆหรือไอมโนไปเองหรือเปล่า สงสัยไอคงมโนไปเองมั้งร่างที่ยังอุ่นๆอยู่ก็ต้องสดชื่นเป็นคนธรรมดาแต่ถ้ายูสดชื่นจริงๆยูส่งสัญญาณบอกไอด้วยนะ”

ศิรินยิ้มบางๆให้อีกคนที่ดูอ่อนโยน

“ไอก็อยากจะบอกยูนะแต่ไอบอกไม่ได้ไม่รู้ทำไม”

ศิรินสวมกอดอีกคนจากข้างหลังน้ำทิพย์รู้สึกเหมือนมีอีกคนมาอยู่ที่หลังแต่ก็ไม่ได้คิดหรือติดใจอะไรเพราะช่วงนี้มันก็แปลกๆขึ้นทุกวันๆ น้ำทิพย์เปิดโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวที่มีไลน์เด้งเข้ามารัวๆๆๆ ข้อความเข้า “ว่าที่แฟน”

ไลน์:บี ทำไมบีไม่โทรหาพี่พี่โทรหาบีก็ไม่รับ

ไลน์:บี อาจารย์หมอว่าไงบ้างเขาให้บีออกจากงานหรือเปล่า

ไลน์:บี แล้วยัยกวางนั่นมาหาเรื่องบีหรือเปล่าพี่เป็นห่วง พี่ขอโทษนะที่พี่ไม่ได้ดูแลบีตอนบีต้องการพี่ โทรกลับหาพี่ด้วยนะ อ้อบีแล้วผู้หญิงที่มารับสายบีคือใครบี

ไลน์:บี เดี๋ยววันนี้พี่จะเข้าไปหาบีที่บ้านนะบี

น้ำทิพย์เบิกตาโตเมื่อเห็นประโยคสุดท้ายเขามองร่างอีกร่างที่นอนอยู่บนเตียงประจำของราศรีที่เวลามาค้างบ้านของน้ำทิพย์เขามักจะนอนห้องนี้และที่ตรงนี้ เขาเอามือสางผมไปมาแล้วเอามือขยี้ศรีษะตัวเองจนผมยุ่งเหยิง ศิรินขำคิกๆกับท่าทางของอีกคน น้ำทิพย์มีเวลาไม่มากนักเพราะตอนนี้เวลา8.00 น.ราศรีก็คงอาจจะมาถึงภายในไม่อีกกี่นาทีนี้

ไม่มีเวลาที่น้ำทิพย์จะจัดการได้มากมายนักราศรีขับรถมาถึงหน้าบ้านของเขาอย่างรีบร้อนน้ำทิพย์ที่อยู่ในชุดนอนรีบไปเปิดประตูให้อีกคน ราศรีลงจากรถแล้วสวมกอดน้ำทิพย์แน่นมันทำให้ศิรินมองภาพนั้นแล้วรำคาญตาเป็นที่สุด

ศิรินพยายามเข้าไปแทรกกลางระหว่างเขาทั้งคู่แต่ก็ไม่สามารถแทรกได้

“บีพี่เป็นห่วงบีไม่ได้โดนอาจารย์หมอไล่ออกใช่ไหม”

น้ำทิพย์ส่ายหน้า

“ไม่ค่ะยังไม่โดนแต่บีว่ามันแปลกๆนะคะระหว่างสองสามวันมานี้บีเหมือนมีใครบางคนตามบีตลอดเวลา”

ศิรินยิ้มเจื่อนๆก่อนเว้นระยะห่างให้อีกคน

“ไอซอรี่นะยูถ้าไม่จำเป็นไอจะไม่เข้าใกล้ก็ได้”

ศิรินถอยห่างออกไปส่วนราศีได้ตามคนที่เขารักเข้าบ้าน ศิรินได้ตามไปติดๆและได้ทำตัวเหมือนก้างขวางคอแต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จเพราะเป็นเพียงแค่วิญญาณ น้ำทิพย์เขาเริ่มรำคาญอีกคนที่เพิ่งมาใหม่เลยดูเหมือนจะรีบตัดบท

“พี่แกนกลับไปก่อนได้ไหมคะบียังไม่ว่างคุยกับพี่แกนตอนนี้ค่ะ”

กึ่งไล่กึ่งตัดบทมันทำให้เจ้าของร่างค่อยๆคลี่ยิ้มบางๆออกมา

“ทำไมบีเดี๋ยวนี้บีเป็นอะไรเมื่อก่อนบีไม่เคยเป็นแบบนี้นะ โทรไปก็ไม่รับไลน์ไปก็ใตอบ หรือบีมีใครมีคนอื่นหรือเปล่า”

น้ำทิพย์หันหน้ามามองอีกคนที่เพิ่งมาถึงบ้านได้ไม่นาน

“พี่แกนฟังบีดีๆนะคะบีไม่ได้มีคนอื่นหรือถ้าจะมีก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของพี่แกนบีเคยบอกพี่แกนไปแล้วว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน”

ราศีอึ้งไป

“ยังไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วที่ผ่านมามันคืออะไรบี มันึคืออะไร!!!”

น้ำทิพย์น้ำตาคลอ

“บีขอโทษค่ะพี่แกน แต่บีบอกตรงๆนะคะบีอึดอัดเวลาที่พี่แกนคอนตามบี พี่ไม่เคยให้ความเป็นส่วนตัวบีเลยบีรู้ว่าพี่แกนเป็นห่วงแต่มันมากเกินไปไหมคะแล้วเวลาที่บีต้องการพี่พี่ก็ไม่เคยมาสักครั้งอย่างครั้งนี้ก็เหมือนกันถ้าอาจารย์หมอเขาไม่เห็นว่าบีเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงบีคงได้ตกงานแล้วหรือพี่แกนกันแน่คะที่มีคนอื่นไม่ใช่บี”

น้ำทิพย์น้ำตาไหลแล้วได้พูดความในใจให้อีกคนฟังจนหมดคำพูดนี้มันทำให้ราศรีใจหล่นวูบมันเหมือนคำบอกเลิกปรายๆของคนที่เขารักมาโดยตลอดรักข้างเดียว

“พี่ พี่ขอโทษนะบีพี่ขอเริ่มต้นใหม่ได้ไหมพี่เสียใจนะที่เวลาบีต้องการพี่พี่ไปหาบีไม่ได้ พี่ไม่ได้มีคนอื่นนะบีบีก็รู้ว่าตอนเราเรียนด้วยกันพี่พยายามแค่ไหนในการจีบบีบีจำได้ไหมบี”

ราศรีน้ำตาไหลจากดวงตาออกมาทั้งสองข้างสองมือของเขาได้กุมมือของน้ำทิพย์ไว้แล้วบีบเบาๆดูเหมือนราวกับว่าราศรีจะไม่ได้เจอน้ำทิพย์อีกแล้วหลังจากวันนี้ น้ำทิพย์ถอนหายใจยาวแล้วเม้มปากไปมาไม่นานเขาก็ได้ให้คำตอบออกไปว่า

“ก็ได้ค่ะถ้าพี่แกนต้องการแต่บีขอบอกอีกครั้งนะคะว่าเป็นครั้งสุดท้ายถ้าพี่แกนทำไม่ได้พี่แกนจะไม่ได้โอกาศครั้งที่3อีกคนเรามีความอดทนจำกัดนะคะพี่แกนถึงแม้พี่แกนจะรักบีแค่ไหนแต่คำพูดก็ไม่สำคัญเท่ากับการกระทำหรอกค่ะ”

ราศรีพยักหน้าเป็นคำตอบแล้วดึงคนรักเข้ามาสวมกอดไว้แน่น

“พี่จะพยายามพี่จะทำให้ได้นะบีส่วนเรื่องวันนี้พี่ขอโทษพี่คงเป็นห่วงบี...”

น้ำทิพย์รีบต่อประโยคของอีกคน

“มากเกินไป...พี่แกนคะบีโตแล้วนะคะไม่ใช่เด็กๆ”

ราศีค่อยๆคลายกอดออกเพราะดูเหมือนน้ำทิพย์จะเริ่มรำคาญเขาเต็มที

“พี่ขอโทษวันนี้บีพักผ่อนก่อนก็ได้ได้นะส่วนครัวนี่เดี๋ยวพี่...”

น้ำทิพย์ส่ายหน้าและดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่เข้าใจความหมาย

“บีทำเองได้ค่ะพี่แกน พี่แกนกลับไปก่อนได้ไหมคะบีอยากพักผ่อน”

ราศีจำใจตอบตกลงแล้วกลับออกจากบ้านของน้ำทิพย์ทันที น้ำทิพย์เอามือกุมขมับแล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลเรื่อยๆเขาเก็บครัวแล้วปิดบ้านเพราะวันนี้เขาไม่พร้อมที่จะเจอใครอีกแล้ว

.

.

.

.....จบตอน.....

 

จบไปอีกตอนรู้สึกสงสารคุณน้ำทิพย์แทนแล้วความอึดอัด

เข้ามาหาไรท์โดยสิ้นเชิง แล้วทุกคนรู้สึกอย่างไรกันบ้างคะ

ส่วนเจ้าหญิงก็ยังไม่ฟื้นซักที รอลุ้นกันต่อนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #10 เกวลิน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 13:41

    อุ่นใจแทนน้องคริสเลยไรท์

    ปล•เขียนดีกว่าเรื่องก่อนนะคะแต่เรื่องก่อนอย่าทิ้งนะคะรออ่านอยู่

    #10
    0
  2. #9 Elle (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 21:14

    สนุกมากรออ่านตอนต่อไปนะสงสารน้องคริสจัง

    #9
    0