ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    Fic[AU]. Attack on titan(LevixEren): ล่ารักอันตราย

    ลำดับตอนที่ #9 : Chapter 9: Inflict

    • อัปเดตล่าสุด 11 พ.ค. 57


    แนะนำสำหรับท่านที่อ่านในโทรศัพท์ ให้อ่านในบล็อกตามลิงค์นี้นะคะ

    http://trendyblood.blogspot.com/

    เพราะในเด็กดีเราแก้ไขให้ข้อความพอดีกับโทรศัพท์ไม่ได้น่ะค่ะ

    เพื่อความสะดวกและง่ายแนะนำอ่านในบล็อกกันค่ะ แล้วอย่าลืมกลับมาเม้นต์ให้ด้วยนะจ๊ะ

    รักนักอ่านทุกท่านค่ะ >3<

     .............................................................................................

    Fic. [AU]: Attack On Titan (Levi x Eren) ล่ารักอันตราย

    Chapter 9: Inflict

     

    ช่วงบ่ายเหล่านางแบบและทีมงานต่างพากันเคลื่อนย้ายสถานที่ไปยังชายหาดที่ได้เคลียพื้นที่เตรียมการไว้แล้ว ความเอาจริงเอาจังกับงานในช่วงบ่ายของเอเลนช่างดุเดือดราวกับว่ากำลังระบายอารมณ์ที่ฟุ้งซ่านของตัวเองผ่านเลนส์

    ร่างโปร่งบางในกางเกงขาสั้นสาวส่วนยืนอยู่กลางทะเลเพื่อถ่ายภาพนางแบบที่โพสต์ท่าอยู่ใต้ต้นปาล์ม คลื่นน้ำที่ซัดกระทบกับขาเนียนซึมกับชายขากางเกงที่สั้นขึ้นมาตรงหน้าขา แม้การจะลงมาถ่ายทำในน้ำจะทำให้เคลื่อนไหวลำบากไปบ้าง แต่องค์ประกอบของภาพก็ทำให้เขาพึงพอใจ

    แชะ แชะ แชะ

    เสียงกดชัตเตอร์ยังคงดังรัว ถ่ายภาพเหล่านางแบบในชุดว่ายน้ำบิกินี่วาบหวิว ถ้าเป็นปกติแล้วเด็กหนุ่มคงรู้สึกว่าได้ยลภาพตรงหน้าเป็นอาหารตากับเหล่าบรรดาสาวงามหุ่นอวบอัดน่ามองในชุดวาบหวิว แต่ตอนนี้ในหัวของเอเลนกลับมีเพียงการจัดแสง และโมเดล ให้ออกมาอย่างดีที่สุด โดยไม่สนใจสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว หวังให้สมาธิและความคิดทุ่มเทกับงานเพื่อหยุดความกังวลใจที่พบเจอ

    “คุณเอเลน” เสียงเรียกที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก แต่เจ้าของชื่อกลับไม่ได้ยินเสียงเรียกนั้นเพราะสายตาและสมาธิยังจับจ้องที่จุดเดียว คือเหล่านางแบบในชุดว่ายน้ำตรงหน้า

    “คุณเอเลน” เสียงเรียกดังเข้ามาใกล้ขึ้นเพื่อหวังให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัว แต่นัยน์ตาสีมรกตนั้นยังคงจ้องผ่านเลนส์อย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

    อาร์มินจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเปลือกไม้มากขึ้นแล้วแตะลงบนไหล่บางเพื่อหวังให้รู้สึกตัว

    “คุณเอเลน”

    “แว๊ก!!

     

    ตูม!!

     

    เพราะกำลังจดจ่ออยู่กับภาพตรงหน้าจึงไม่ได้สนใจคนที่เขยิบเข้ามาใกล้ตนพร้อมทั้งเสียงเรียก เมื่อโดนสัมผัสลงที่ไหล่จึงสะดุ้งตกใจจนทำให้สองขาที่ยืนอยู่บนพื้นทรายในน้ำทะเลก้าวผิดจังหวะจนหงายหลังลงไปในน้ำ และด้วยสัญชาตญาณจึงเผลอคว้าคนที่อยู่ข้างกายลงมาด้วยเช่นกัน

    “เฮ้ยกล้อง!!!!” เอเลนรีบยันตัวเองขึ้นจากน้ำ สองมือควานหาอุปกรณ์ประจำกายของตน เมื่อเจอและสำรวจว่าอุปกรณ์เลี้ยงชีพของตนปลอดภัยดีรึเปล่า?

    ซองกันน้ำสำหรับกล้อง DSLR ที่เจ้าตัวใส่ไว้เพื่อกันเหนียวทำให้น้ำทะเลไม่ไหลซึมเข้าไป เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก

    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีเอเลนจึงพึ่งได้หันไปมองอีกคนที่เขาลากลงมาเปียกน้ำด้วยกัน เด็กหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตที่ยกมือขึ้นเสยผมสีบลอนซ์ของตนที่เปียกน้ำทะเล นัยน์ตาสีฟ้าหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อกันหยดน้ำที่ไหลลงมาเข้าเปลือกตา โดยปกติแล้วอาร์มิน เป็นเด็กผู้ชายที่หน้าติดไปค่อนข้างหวาน แต่เมื่อผมที่เปียกนั้นถูกเสยขึ้นใบหน้ากลับคมเข้มสมกับเป็นเด็กผู้ชาย หยาดน้ำเค็มที่ไหลประปรายลงมาขับให้จากเด็กหนุ่มที่ปกติดูสุภาพเรียบร้อย กลับดูเซ็กซี่และเร่าร้อน จนเอเลนถึงกับมองค้างด้วยภาพลักษณ์ที่แปลกตาออกไป

    “อ... เออ ขอโทษนะครับคุณอาร์มิน” กล่าวคำขอโทษพลางดึงอีกคนที่นั่งเปียกปอนอยู่ในน้ำทะเลให้ลุกขึ้น

    อาร์มินยื่นมือไปจับมือตรงหน้าพร้อมทั้งดันตัวให้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าหวานยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ ผมผิดเองที่มาขัดสมาธิในการทำงาน”

    “ขอโทษครับผมจดจ่อกับการถ่ายภาพมากไปหน่อย” เอเลนยกมือขึ้นเกาผมสีน้ำตาลของตนแก้เก้อ

    “น่ายินดีครับที่คุณเอเลนให้ความใส่ใจและตั้งใจกับงานของผมขนาดนี้” อาร์มินยิ้มชื่นชมด้วยความสุภาพ

    คำชมของผู้ว่าจ้างทำให้เอเลนรู้สึกผิดเล็กน้อย จะบอกได้ไงล่ะว่าที่จริงแล้วเขากำลังระบายความคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับคนอันตรายอยู่ต่างหากล่ะ

    “เออว่าแต่มีอะไรงั้นเหรอครับ?”

    “ผมจะมาแจ้งน่ะครับว่าคอลเลคชันของวันพรุ่งนี้มีการปรับเปลี่ยนต้องยกเลิก เพราะทางนิตยสารที่เราติดต่อไว้เขาโทรมาแจ้งลดจำนวนหน้าที่ได้ขอไป ทางเราเลยตกลงว่าจะใช้แค่คอลเลคชันหลักเท่านั้น การถ่ายทำพรุ่งนี้ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นเสริมเลยยกเลิกน่ะครับ” เด็กหนุ่มผมสีอ่อนถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย

    “เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเรื่องว่าจ้างก็ต้องจบลงวันนี้เลยสินะครับ”

    “แต่เรื่องที่พักและค่าจ้างทั้งหมดผมให้ตามเดิม มันเป็นเหตุสุดวิสัยทางผมเองต้องขอโทษด้วย” อาร์มินก้มศรีษะลงอย่างสำนึกผิด

    เอเลนลุกลี้ลุกลนกับท่าทางสำนึกผิดของคนตรงหน้า อันที่จริงแล้วอาร์มินไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้เขาถึงขนาดนี้

    “ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับคุณอาร์มิน มันเป็นเหตุสุดวิสัยแค่ได้ค่าจ้างเท่าเดิมตามที่ตกลงไว้ก็เพียงพอแล้วครับ”

    “เพื่อเป็นการขอโทษหลังเลิกงานให้ผมได้เลี้ยงอาหารค่ำนะครับ” อาร์มินยิ้มบางให้กับเด็กหนุ่ม

    เอเลนมีท่าทีลังเลใจอยู่เล็กน้อย แต่ด้วยเกรงว่าจะเสียมารยาทที่คนตรงหน้าอุตส่าห์ชวนตนอีกครั้ง และเรื่องงานแม้ว่าจะถูกลดวันจ้างลงแต่เจ้าตัวก็ยังคงให้อัตตราจ้างเท่าเดิมตามที่ได้ตกลงไว้ ร่างโปร่งจึงตอบตกลงอย่างเสียมิได้

    หลังการถ่ายทำเซตสุดท้ายของวันจบสิ้นลง เอเลนเชครูปถ่ายในกล้องตัวเองอีกครั้งก่อนจะเก็บลงกระเป๋า เด็กหนุ่มวิ่งเข้าไปขอบคุณเหล่าสต๊าฟงานและเหล่านางแบบทุกคนที่ร่วมกันทำงาน แม้ตอนแรกจะมีเกร็งจากการร่วมงานกับบรรดาคนอื่นๆที่ไม่คุ้นเคย แต่ทุกคนกลับเอ็นดูและไว้ใจในฝีมือของเด็กหนุ่มจนงานทุกอย่างผ่านไปได้อย่างราบรื่น

    ก่อนเวลาอาหารค่ำที่นัดกับผู้ว่าจ้าง เอเลนกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำทะเลของตน เสียงเพลงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่จำเป็นต้องเปิดเครื่องดังขึ้นขณะที่เด็กหนุ่มกำลังเปลี่ยนเสื้อ เอเลนถอนหายใจกับสายเรียกเข้าที่กำลังโทรเข้ามา แม้ไม่ต้องเห็นรายชื่อที่โทรมาเด็กหนุ่มก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร เพราะเสียงเพลงรอสายที่ตั้งไว้เป็นเสียงไซเรนเฉพาะให้กับคนอันตรายที่โทรเข้ามา

    มือกดรับปลายสายอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะลอบถอนหายใจไม่ให้ปลายสายได้ยิน

    ว่าไงครับคุณรีไว?

    นายอยู่ไหนไอหนู?

    อยู่ที่ห้อง กำลังเปลี่ยนเสื้อครับใบหน้ามนขมวดคิ้วมุ่นกับคำถามของปลายสาย คนคนนี้โทรเข้ามาทีไรเป็นต้องถามว่าเขาอยู่ที่ไหนตลอด ราวกับว่าพยายามจับผิดการกระทำหรือจะพูดให้ถูก.........ทำราวกับว่าเขาเป็นภรรยาที่กำลังคิดนอกใจสามียังไงยังงั้น

    ก็ดี ฉันเสร็จธุระแล้วไปทานมื้อค่ำด้วยกันซะประโยคที่ราวกับออกคำสั่งยิ่งทำให้คิ้วมนขมวดยิ่งกว่าเดิม ตกลงว่าไอคุณคนนี้เห็นเขาเป็นสัตว์เลี้ยงที่ออกคำสั่งได้สินะ

    เสียใจด้วย ผมมีนัดกับพวกสต๊าฟในงานแล้ว อย่าคิดนะว่าเขาจะคอยทำตามที่สั่งตลอด ไม่มีทางซะล่ะ!

    นายยกเลิกซะถ้าไม่อยากโดนลงโทษคำว่าลงโทษของชายหนุ่มทำให้เอเลนถึงกับยากจะกลืนน้ำลายลงคอ ทำไมหมอนี่ชอบขู่เขาแบบนี้ตลอดเลยนะ แล้วถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็เท่ากับว่าเขายอมรับชะตากรรมที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงของคนชอบแกล้งอย่างนั้นสิ เรื่องอะไรที่เขาจะต้องลดตัวไปเป็นสัตว์เลี้ยงให้คนพันธุ์นี้ด้วย แค่ตอนนี้คนคนนี้ก็วุ่นวายกับชีวิตเขามากเกินพอแล้ว!

    ไม่ได้หรอกครับ มันก็ถือเป็นงานอย่างหนึ่ง พยายามหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อข่มอารมณ์หงุดหงิดที่เริ่มปะทุขึ้นของตน

    เป็นคำสั่งเจ้าหนูถ้าไม่อยากทำให้ฉันหงุดหงิด หงุดหงิดงั้นเหรอ? คิดว่าคุณหงุดหงิดเป็นคนเดียวหรือไงกัน!!!

    ผมไม่ใช่ของของคุณ และไม่คิดอยากเป็นด้วย กรุณาอย่าทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจนะครับคุณรีไวเอเลนกดวางหูแล้วปิดเครื่องทันทีก่อนโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงของโรงแรมอย่างไม่ใยดี

    จะหงุดหงิด จะโมโห ก็ช่างแล้ว เรื่องอะไรตัวเขาจะต้องมารองรับอารมณ์คนแบบนั้นกัน คอยดูนะกลับไปเมื่อไรจะรีบหาทางย้ายออกจากที่ที่อันตรายแบบนั้นโดยเร็วเลย!

    มือบางที่กำลังกลัดกระดุมชะงักเมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้มีบุญคุณของตนขึ้นมา ถ้าเขาออกจากคอนโดนั้น หมอนั่นจะทำอะไรคุณฮันเนสรึเปล่า? ใบหน้ามนเริ่มตึงเครียดขึ้นมาเมื่อนึกถึงคำขู่ของคนอันตราย

    แต่เงื่อนไขแต่แรกคือเขาไปทำงานให้ไม่ได้ต้องเข้าไปอยู่ด้วยเสียหน่อย กลับไปแล้วคงต้องลองหาทางคุยกันดูสักตั้งล่ะนะ!!

    เอเลนได้แต่ถอนหายใจกับความคิดและอารมณ์ที่เอาแน่เอานอนของชายหนุ่มไม่ได้ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่า สิ่งที่คนคนนั้นต้องการคืออะไรกัน?

     

    เด็กหนุ่มร่างโปร่งเดินเข้ามายังห้องอาหารของทางรีสอร์ท เมื่อบอกกับพนักงานที่ออกมาต้อนรับ บริกรในชุดเครื่องแบบก็นำทางเอเลนไปที่โต๊ะมุมในซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวและมีคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

    เมื่อมาถึงใบหน้ามนขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะแทนที่จะมีสต๊าฟร่วมงานคนอื่นๆมาด้วยแต่ที่โต๊ะกลับมีเพียงแค่ผู้ว่าจ้างและตัวเขาเท่านั้น

    “มาแล้วหรือครับ นั่งลงก่อนสิครับคุณเอเลน”

    บริกรเลื่อนเก้าอี้ให้เด็กหนุ่ม และส่งเมนูอาหารให้กับร่างโปร่ง

    เอเลนดูรายการอาหารแล้วถึงกับหน้าซีดด้วยราคาที่เรียกได้ว่าเป็นค่าอาหารของเขาทั้งอาทิตย์เลยก็ว่าได้

    “ผมขออนุญาตแนะนำอาหารของทางเรานะครับ เป็นสเต็กเนื้อนำเข้าราดด้วยน้ำเกรวี่สูตรลับของพ่อครัวมือหนึ่งของเรา เสิร์ฟพร้อมซุปผักโขม และมันบดครับ” บริกรแนะนำรายการอาหารอย่างสุภาพ

    เอเลนมีสีหน้าเลิ่กลั่ก เพราะราคาและรายการที่อยู่ในมือทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกหัวหมุนเลยทีเดียว อาร์มินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแอบยิ้มขำกับท่าทางทำตัวไม่ถูกของคนตรงหน้า

    “ผมขอชุดที่แนะนำละกันครับ คุณเอเลนก็ลองด้วยสิครับ” เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มมีท่าทีลำบากใจ อาร์มินจึงช่วยเสนอแนะอาหารที่พ่อครัวแนะนำ

    “อ... เออ งั้นเอาตามนี้เลยละกันครับ” ร่างบางยื่นเมนูส่งคืนพนักงานพร้อมยิ้มขอบคุณ

    เมื่อบริกรเดินจากไปใบหน้ามนตีสีหน้ายุ่งยากใจขึ้นมาทันที จนอาร์มินถึงกับหลุดยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ท่าทางที่ลำบากใจแบบนั้นต่อให้ไม่ต้องบอกก็พอคาดเดาได้ว่าเพราะอะไร

    “ผมขอเป็นเจ้ามือเพื่อเป็นการขอบคุณและขอโทษคุณเอเลนนะครับ”

    ทันที่ที่ได้ยินว่ามื้ออาหารราคาแพงนี้มีคนออกให้ เด็กหนุ่มถึงกับทำหน้าโล่งอกจนอาร์มินเกือบจะหลุดขำออกมาจริงๆ แต่พยายามเก็บอาการเพราะเกรงว่าจะเสียมารยาทกับคนตรงหน้า

    “ว่าแต่สต๊าฟคนอื่นๆล่ะครับ?” เมื่อได้ยินว่าเจ้าของงานจะเลี้ยงมื้อค่ำ เขาเลยเข้าใจว่าเป็นการเลี้ยงฉลองปิดงานและขอโทษเหล่าผู้ร่วมงานทั้งหมด ไม่คิดว่าจะเป็นการมารับประทานอาหารระหว่างเขากับผู้ว่าจ้างเพียงสองคนเท่านั้น

    “คนอื่นๆเขาไปเลี้ยงฉลองกันที่ในเมืองแล้วล่ะครับ”

    คำตอบของอาร์มินยิ่งทำให้เอเลนแปลกใจ

    “เอ๊ะแล้วแบบนี้เราไม่ไปด้วยจะไม่เป็นการเสียมารยาทหรอครับ?!” การเลี้ยงฉลองหลังเสร็จงานถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของเหล่าเพื่อนร่วมงานรวมถึงผู้ว่าจ้าง แต่ผู้ว่าจ้างกับช่างกล้องอย่างเขากลับแยกตัวออกมากันแบบนี้ดูเหมือนมันจะแปลกไปหน่อยแล้ว!

    “ผมอยากรู้จักคุณเอเลนเป็นการส่วนตัวน่ะครับ ถ้าคุณรู้สึกไม่พอใจต้องขอโทษด้วย” อาร์มินยิ้มบางให้กับเด็กหนุ่ม

    เอเลนมองหน้าใบหน้ายิ้มสุภาพอย่างสงสัย แปลกเกินไปแล้วตั้งแต่ที่งานเปิดตัวโรงแรมที่ผ่านมา งานถ่ายภาพที่โดนเรียกมาอย่างกะทันหัน และมื้ออาหารที่จงใจแยกกันมาสองคน ราวกับว่าการกระทำทั้งหมดนั้นมีจุดประสงค์อยู่ที่ตัวเขา แล้วคนคนนี้จะต้องการรู้จักหรือต้องการอะไรจากตัวเขากันแน่?

    “คุณเอเลนนี่คิดอะไรออกมาทางสีหน้าหมดเลยนะครับ กำลังสงสัยอยู่สินะว่าทำไมผมถึงเข้ามาวุ่นวายกับคุณ” เด็กหนุ่มท้าวคางมองสบตากับร่างโปร่งผมสีน้ำตาลฝั่งตรงข้ามพลางยกยิ้ม

    “แล้วจุดประสงค์ของคุณคืออะไรกันแน่?” นัยน์ตาสีมรกตหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างระแวง

    อาร์มินยิ้มขำกับท่าทางหวาดระแวงของร่างโปร่ง

    “ผมบอกแล้วไงครับว่าชื่นชมผลงานของคุณ เรื่องให้มาทำงานก็เป็นเรื่องจริงนี่ครับ”

    “ถึงอย่างนั้นผมว่ามันก็แปลก เหมือนคุณกำลังมีเป้าหมายบางอย่าง ถ้าให้ผมเดา....... เป้าหมายของคุณที่แท้จริงคงไม่ใช่ผมสินะ” ไม่ว่าจะคิดยังไงตัวเขาที่เป็นตากล้องธรรมดาไม่น่าจะมีผลประโยชน์ถึงขนาดที่จะทำให้คนอย่าง อาร์มิล อัลเลตโต ต้องมาทำความรู้จักหรือสนิทสนม แม้จะบอกว่าชื่นชมในผลงานแต่ก็แปลกเกินไป สำหรับสถานะอย่างอาร์มินแล้ว คนที่มีผลประโยชน์มากกว่าน่าจะเป็นคนที่เขาไม่ค่อยอยากนึกถึงเสียเท่าไร

    บริกรนำสเต็กชั้นดีเสิร์ฟลงที่ด้านหน้าทั้งสอง กลิ่นหอมหวานของอาหารที่เย้ายวนไม่อาจเรียกความสนใจจากนัยน์ตาสองคู่ที่สบประสานกัน

     

    “คุณนี่ก็ฉลาดอยู่เหมือนกันนะครับ” มือเรียวจับมีดและส้อมขึ้นหั่นสเต็กเนื้อนุ่มตรงหน้า “เราอย่าเพิ่งคุยเรื่องซีเรียสกันดีกว่า อาหารที่พ่อครัวอุตส่าห์ตั้งใจทำจะเสียรสชาตเอา”

    เอเลนใช้มีดและส้อมหั่นชิ้นสเต็กก่อนนำเข้าปาก แม้รสชาตของอาหารราคาแพงจะนุ่มละมุนและกล่อมกลมสมราคา แต่ประสาทรับรู้รสของเด็กหนุ่มตอนนี้กลับรู้สึกตายด้านเมื่อความระแวงและความเคลือบแคลงใจในตัวคนตรงหน้ามีมากขึ้น และเมื่อนึกถึงคนที่อาจจะเป็นตัวต้นเหตุยิ่งทำให้มือบางหั่นลงไปในเนื้อสเต็กอย่างนึกรำคาญใจ โดยจินตนาการเห็นเนื้อสเต็กเป็นหน้าคนอันตรายก่อนจะกัดกินด้วยความหงุดหงิด

    เมื่ออาหารในจานถูกจัดการเรียบร้อย อาร์มินจึงหยิบผ้าสีขาวที่เตรียมไว้ให้ขึ้นเช็ดปากของตน

    “สมกับที่เป็นอาหารแนะนำ ว่าอย่างนั้นไหมครับคุณเอเลน”

    นัยน์ตาสีมรกตหรี่มองคนตรงหน้าพลางยกผ้าสีขาวขึ้นเช็ดปากเช่นเดียวกัน

    “ผมว่าคุณเสียเวลากับผมเปล่าๆนะคุณอาร์มินถ้าคุณต้องการข้อมูลของคุณรีไว” มือเรียวโยนผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะ พลางกอดอกพิงพนักเก้าอี้อย่างนึกรำคาญ ทั้งที่เขาก็อยู่ของเขาดีๆ แต่ทำไมคนรอบตัวถึงได้พาเขาไปวิ่งหาปัญหานักนะ ยิ่งเป็นคนอย่างหมอนั่นยิ่งหงุดหงิดชะมัด!!

     

    “ดูเหมือนว่าจะมีแค่คุณนะครับที่คิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลา” นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลมองผ่านเลยไปทางด้านหลังของเด็กหนุ่ม จนเอเลนต้องหันตาม และเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่เดินเข้ามา เด็กหนุ่มถึงกับหันหน้ากลับมาแทบไม่ทัน

    “โฮ่ย ให้ฉันตามหาตั้งนานนะไอลูกหมา” ไม่พูดปลาวมือแกร่งฉุดข้อมือบางของคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้น แต่เด็กหนุ่มก็ดื้อดึงไม่ยอมลุกตามแงดึงโดยง่าย

    “ผมไม่ใช่หมาของคุณนะ  แว๊ก!!!” เอเลนถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อรีไวอุ้มตัวเขาขึ้นพาดบ่าแทน

    “เดี๋ยวคุณรีไวปล่อยผมลงนะ!!” ร่างโปร่งบางพยายามดิ้นไปมาแต่แขนแกร่งที่กอดไว้แน่นหนาราวกับคีมหนับนั้นแม้จะพยายามดิ้นหรือดันสักเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลยสักนิด

    “ขอบใจที่ช่วยให้อาหารลูกหมาของฉัน นายทำได้ไม่เลวนะไอหนูหัวเห็ด” นัยน์ตาสีขี้เถ้าหรี่มองเด็กหนุ่มผมสีอ่อนที่นั่งอยู่

    “ช่างเป็นคำพูดที่ไม่สุภาพเลยนะครับ ว่าแต่คุณมาเร็วกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีก ทั้งที่ผมอุตส่าห์ให้พวกนั้นไปฉลองกันที่ร้านอาหารในเมืองแล้ว” นัยน์ตาสีน้ำทะเลสบจ้องตอบกลับนัยน์ตาสีขี้เถ้าอย่างแฝงความนัย

    คิ้วคมเลิกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างยียวน “หึ ถึงได้บอกว่านายทำได้ไม่เลว”

    เด็กหนุ่มผมบรอนซ์ลุกขึ้นโค้งรับคำชื่นชมจากชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสุภาพ “เสียดายที่มื้อค่ำของเราต้องจบลงเท่านี้ ผมจะรอภาพงานจากคุณนะครับคุณเอเลน”

    อาร์มินส่งยิ้มระรื่นให้กับเด็กหนุ่มที่พยายามดิ้นอยู่บนบ่าแกร่ง

    “ทั้งที่หวังว่าจะรับไฟล์งานโดยตรงจากคุณเอเลน แต่คงต้องส่งทางเมลแทนแล้วสินะ”

    “รู้อย่างนั้นก็ดีไอหนู” แขนแกร่งยิ่งกระชับร่างโปร่งบนบ่ามากขึ้นเมื่อเจ้าตัวดียังคงดิ้นไปมาไม่หยุด

    “ถึงผมจะชอบเรื่องน่าตื่นเต้น แต่ก็ไม่ชอบเรื่องอันตรายถึงขนาดยอมวิ่งเข้าปากเสือหรอกนะครับ” อาร์มินถอนหายใจอย่างนึกเสียดาย

    รีไวจ้องเขม็งที่เด็กหนุ่มผมบลอนซ์ตรงหน้าก่อนตวัดตัวหันหลังเดินจากไป โดยมีอาร์มินโบกมือลาเด็กหนุ่มร่างโปร่งด้านหลัง

     

    ตุบ!!

     

    ร่างโปร่งบางถูกโยนลงบนเตียง และทันที่ที่พยายามลุกขึ้นหนีแต่กลับโดนมือแกร่งกดทับที่ข้อมือก่อนร่างของชายหนุ่มจะตามขึ้นมาคร่อมไว้อีกครั้ง

    “โฮ่ ไหนนายบอกว่าไปเลี้ยงกันทั้งกองไง แล้วทำไมฉันถึงเห็นนายไปนั่งทานมื้อค่ำอย่างโรแมนติกกันสองต่อสองกับเจ้าหนูหัวเห็ดนั่นกันล่ะ เอเลน?” นัยน์ตาสีขี้เถ้าหรี่มองลงมาอย่างคาดโทษ

    “ต้นเหตุมันก็เพราะคุณไม่ใช่เหรอไงล่ะ!!” แขนเรียวพยายามขืนแรงที่กดลงมา แต่แขนแกร่งนั้นกลับไม่สะท้านสักนิด

    คิ้วคมเลิกขึ้นอย่างยียวน สีหน้าที่ไม่รู้สึกว่าตนผิดสักนิดยิ่งทำให้เอเลนรู้สึกกับว่าตัวเองโดนแกล้งเล่น

    “เรื่องนี้ผมไม่ผิดสักนิด ทั้งหมดมันก็เพราะคุณนั้นแหละ!!” นัยน์ตาสีมรกตจ้องเขม็งไปที่คนด้านบนอย่างไม่ยอมแพ้

    “อืม นั่นสินะ” ใบหน้าคมมองคนที่อยู่ใต้ร่างพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ มือแกร่งกระชับแขนคนใต้ร่างมากขึ้น นัยน์ตาสีขี้เถ้าเหลือบมองที่ข้อมือทั้งสองของคนใต้ร่างพลางขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

    “เลสที่ฉันให้นายอยู่ไหนไอหนู?”

    “มันเกะกะเวลาทำงานเลยถอดออก” ที่การที่มีเลสข้อมือของคนตรงหน้าติดตัวราวกับว่ามีคนน่าหงุดหงิดคนนี้เป็นเจ้าของ เจ้าตัวจึงเลือกที่จะใส่เฉพาะเวลาที่ต้องเจอคนอันตรายคนนี้เท่านั้น

    “เอามาใส่ซะไอหนู” ออกคำสั่งกับคนใต้ร่าง พลางบีบข้อมือบางแน่นขึ้นจนเอเลนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

    “มันอยู่ในห้อง คุณก็ปล่อยผมสิจะได้ไปเอา” และจะได้หาทางหนีไปจากเหตุการณ์อันตรายตรงนี้ด้วย

    “นายไม่ต้องกลับที่ห้องนั้นหรอกนะ ฉันให้เอิร์ดขนของของนายมาไว้ที่ห้องนี้หมดแล้ว” รีไวพยักหน้าไปทางกระเป๋าเป้ของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ในห้องพักของเขาเรียบร้อยแล้ว

    ใบหน้ามนมองกระเป๋าของตนที่ถูกขนมาสลับกับคนที่กำลังคร่อมเขาไปมา “คุณทำแบบนี้อีกแล้วนะ ผมเคยบอกแล้วไงว่าต้องถามผมก่อน!!

    “ถ้ามัวแต่ถามนายก็ไม่ได้เรื่องพอดี” ใบหน้าคมมองร่างโปร่งอย่างเหนื่อยหน่าย

    “แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะ!!” เอเลนพยายามท้วงสิทธิของตน แต่เมื่อโดนสายตาคมดุนั้นจ้องกลับมาจึงได้แต่ปิดปากด้วยความเจ็บใจ

    “เอาเลสมาใส่ซะไอหนู” สั่งอีกครั้งอย่างเน้นทุกถ้อยคำให้ชัดเจน

    “คุณก็ปล่อยผมสิ” แขนแกร่งที่ทาบทับลงมาจึงคลายลง เอเลนจึงรีบลุกจากเตียงไปทางกระเป๋าของตนทันที

    มือเรียวรื้อค้นควานหาในกระเป๋า แม้จะเจอแล้วแต่เด็กหนุ่มก็ยังแสร้างทำเป็นค้นหาต่อไปเพื่อหวังยืดเวลาและหาทางรอดจากคนอันตรายข้างกาย เมื่อรีไวเห็นว่าร่างโปร่งไม่มีทีท่าว่าจะหาเจอเสียที ชายหนุ่มจึงเดินเข้ามายึดกระเป๋าของเจ้าตัว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เจอเลสข้อมือ นัยน์ตาสีขี้เถ้าชำเลืองมองใบหน้ามนที่หันหลบสายตาไปทางอื่น

    แขนแกร่งดีงข้อมือบางแล้วสวมเลสเข้าข้อมือซ้ายอย่างรวดเร็ว

    กริ๊ก

    เสียงล็อคของบางอย่างทำให้เอเลนมองที่ต้นเสียงอย่างสงสัย แล้วใบหน้ามนต้องยิ่งขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อเห็นกุญแจดอกเล็กๆในมือของชายหนุ่ม

    “ค....คุณรีไวนั้นคือ?” เอ่ยถามอย่างกล้าๆกลัวๆในคำตอบ

    “ทีนี้นายจะได้ถอดไม่ได้อีกยังไงล่ะ” รีไวยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

    !!!!!!!! ตกลงว่านี่มันเลสข้อมือหรือกุญแจข้อมือกันแน่ครับถึงมีที่ล็อคด้วย!!!!! เด็กหนุ่มได้แต่อ้าปากค้างท้วงอยู่ในใจ ยังไม่ทันที่จะหายแปลกใจรีไวก็อุ้มร่างบางโยนลงบนเตียงอีกครั้ง

     

    “เดี๋ยวสิครับ คุณจะทำอะไรน่ะ!!!!!!” นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อชายหนุ่มจับข้อมือทั้งสองของตนไว้ด้วยมือข้างด้วยก่อนจะใช้เข่าแกร่งกดทับลงบนหน้าท้องเรียบแบนเพื่อไม่ให้ขยับ

    “เรื่องที่นายโกหกว่าทานข้าวกับกลุ่มสต๊าฟฉันจะไม่เอาเรื่อง” ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “แต่เรื่องที่นายโกหกว่าสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดีฉันจะลงโทษ”

    “เดี๋ยวสิครับมันไม่มีสัญญาณจริงๆนะครับ!!!!!” เด็กหนุ่มพยายามดิ้นไปมาจากคนอันตรายตรงหน้าแต่ไม่เป็นผล

    ใบหน้าคมค่อยเคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นจนเอเลนต้องหันหน้าหนี ลมหายใจอุ่นๆรดลงที่ต้นคอยิ่งทำให้ร่างบางสั่นเกร็งไปทั่ว

    “นายบอกว่าฉันเป็นเด็กงั้นสินะ” ฟันคมขบลงที่ใบหูของคนใต้ร่าง เด็กหนุ่มสั่นเกร็งกับการกระทำของชายหนุ่มที่คร่อมตน

    “ถ้างั้นฉันจะทำเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาทำกันล่ะนะ......ไอหนู....”

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

     

    นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองชายหนุ่มอย่างหาเรื่อง ฟันขาวขบกันจนขึ้นสันกรามอย่างขุ่นเคือง

    “แกมันเลวที่สุด” เอ่ยอย่างขุ่นเคืองก่อนที่จะสลบไปด้วยความอ่อนล้า

    ด้วยนิสัยรักความสะอาด รีไวจึงจัดการเช็ดคราบเปื้อนทั้งของตนเองและของเด็กหนุ่มออกจากร่างโปร่งบางที่สลบไป เสื้อเชิ้ตที่พันธนาการแขนบางจนเกิดรอยรัดถูกปลดออกก่อนจะถูกสวมใส่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตัวใหม่

    เมื่อจัดการเจ้าตัวดีบนเตียงเรียบร้อยชายหนุ่มจึงหยิบเสื้อของเอเลนออกไปที่ระเบียง มือหยาบหยิบไมค์สีดำตัวจิ๋วออกมาจากเสื้อของเด็กหนุ่มก่อนจะบี้แหลกคามือ โทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้ที่โต๊ะนอกระเบียงสั่นขึ้น รีไวจึงกดรับเพื่อสนทนากับปลายสาย

    กว่าจะรับได้นะนายมัวทำอะไรของนาย!!’ ฮันซี่ตะโกดแว๊ดขึ้นมาจนรีไวต้องหันโทรศัพท์หันไปทางอื่น เมื่อเห็นว่าเสียงเงียบลงจึงหันโทรศัพท์กลับมาพูดคุยตามปกติ

    ตกลงเป็นไงบ้างยัยสี่ตาโรคจิต

    เรื่องของอาร์มินเป็นอย่างที่นายสงสัย เราเจอเครื่องดักฟังกับกล้องวงจรปิดในห้องพักของเอเลน

    โฮ่ แล้วรู้จุดประสงค์ของหมอนั่นรึเปล่า?

    ตอนนี้ยังไม่แน่ชัด แต่เบื้องหลังของหมอนั่นคงไม่ต่างจากเราสักเท่าไร

    หึ พวกแมลงน่ารำคาญที่วิ่งเข้าหากองไฟสินะ

    อย่าประมาทไป อาร์มินแม้จะยังเด็กแต่กลับฉลาดกว่าที่คาดคิดไว้มาก

    ฉันหวังว่าไอหัวเห็ดนั่นจะฉลาดพอที่จะไม่มากระตุกหนวดเสือ

    ถ้าเป็นงั้นก็ดีสิ ว่าแต่หน้านิตยสารแฟชั่นที่นายไปบังคับซื้อพื้นที่มาจะให้เอาอะไรลง?

    แล้วแต่เธอเลยละกันฮันซี่

    เดี๋ยวสิ นายผลักภาระมาให้ฉันไม่ได้นะ รีไว เฮ้ย รีไว!!!’

    ชายหนุ่มกดปิดเครื่องทันทีหลังเสร็จธุระของตน มือแกร่งหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างปลดปล่อยอารมณ์ นัยน์ตาสีขี้เถ้าจับจ้องที่เด็กหนุ่มร่างโปร่งซึ่งหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงพลางยกยิ้ม

    ดูท่าเรื่องนี้จะน่าสนุกกว่าที่คาดคิดไว้....

    .

    .

    ในห้องพักส่วนตัวอีกหลังของรีสอร์ทเด็กหนุ่มผมบลอนซ์นั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แลปท็อปของตัวเอง หูฟังที่แอบลอบฟังบทสนทนาตอนนี้เหลือเพียงแต่เสียงสัญญาณขัดข้อง ใบหน้าอมหวานยิ้มขำขันอย่างนึกสนุก

    ดูเหมือนว่าเขาคงต้องถอยไปตั้งหลักเสียก่อน เพราะการเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในถ้ำราชสีห์คราวนี้ยังคงอันตรายเกินไป นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลมองรูปถ่ายของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่อยู่ในมือ

    “ดูเหมือนว่าคุณอาจใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่คิดนะครับ เอเลน....”

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    เปลือกตาบางปรือขึ้นเมื่อแสงรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามากระทบกับม่านตา ร่างโปร่งบางยันกายเพื่อลุกขึ้นแต่ถูกแขนแกร่งกระชับเข้ารอบเอวดึงลงมาให้ล้มนอน ยังไม่ทันได้ตั้งตัวใบหน้าคมของชายหนุ่มวางเกยทับไหล่บาง

    “ตื่นแล้วเหรอเจ้าลูกหมา” สันจมูกคมทาบทับลงบนแก้มเนียนก่อนสูดกลิ่นหอมหวานของเด็กหนุ่ม

    “ก....แก!!!” เอเลนพยายามขีนตัวออกจากอ้อมกอดแกร่ง แต่ยิ่งฝีนแขนหนาที่ราวกับคีมหนีบยิ่มกอดกระชับยิ่งขึ้น

    “ดูเหมือนนายจะลืมเรื่องมารยาทไปนะไอหนู ให้ฉันสอนให้นายอีกรอบไหม?” นัยน์ตาสีขี้เถ้าหรี่มองเด็กหนุ่มในอ้อมกอดอย่างเจ้าเล่ห์

    ใบหน้าหวานขึ้นสีเหมือนมะเขือเทศสุก ไม่รู้ว่าเพราะความอายหรือโมโหชายหนุ่มตรงหน้ากันแน่

    “ก.... แกมันเป็นตาแก่เจ้าเล่ห์ ตาแก่ลามก!” เอเลนดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากแขนหนาที่พันธนาการตนไว้ แต่แขนแข็งแรงนั่นยังคงไม่ขยับเลยสักนิด บางทีเขาก็รู้สึกเหนื่อยใจกับพละกำลังของตนเองที่ไม่เคยสู้คนร้ายกาจคนนี้ได้สักครั้ง

     

    “ของเล่นเมื่อคืนไม่สมใจนาย นายอยากเจอของจริงสินะ” ไม่พูดเปล่ารีไวจับมือเรียวที่พยายามดันกับแผ่นอกแกร่งของตนเองลงไปจับแกนก่ายเบื้องล่างที่กำลังตื่นตามธรรมชาติของเพศชาย

    “แว๊ก!! ผมขอโทษ คุณรีไวปล่อยผมไปเถอะ!!” รีไวยิ้มขำกับเด็กหนุ่มที่หน้าแดงและลุกลี้ลุกลนตรงหน้า

    มือแกร่งปล่อยร่างโปร่งที่กอดไว้แต่โดยดี เมื่อรู้สึกว่าอ้อนแขนที่พันธนาการตัวเองคลายลง เอเลนรีบเด้งออกจากเตียง ความเจ็บและระบมจากทางเบื้องล่างทำให้เด็กหนุ่มก้าวไปได้ไม่ห่างจากเตียงเท่าใดนัก แขนเรียวที่สั่นอย่างหมดแรงจึงทรุดลงนั่งกับพื้น ช่องทางล่างที่ผ่านสิ่งไม่คุ้นเคยระบมแม้จะไม่มากแต่ความเจ็บที่แล่นริ้วขึ้นมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับน้ำตาเล็ดได้ทีเดียว

    นี่ขนาดว่าสิ่งที่เค้าเจอเล็กกว่าของชายหนุ่มตั้งหลายเท่าตัวเขายังเจ็บขนาดนี้ ถ้าเมื่อคืนชายหนุ่มเผด็จศึกจริงจังกับเขา เขาไม่ต้องถึงขนาดไปนอนหยอดน้ำเหลือที่โรงพยาบาลหรือไงกัน!! แค่คิดก็ขนลุกซู่แล้ว

     

    “นายจะนั่งยั่วฉันแบบนั้นอีกนานไหมไอหนู?”

    คำพูดของชายหนุ่มทำให้เอเลนพึ่งได้สังเกตเห็นสภาพร่างกายของตนเอง ร่างเปลือยเปล่าที่ถูกตีตราไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบถูกคลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวที่ยาวคลุมถึงช่วงสะโพกกลมเพียงแค่ตัวเดียว กระดุมที่หลุดลุ่ยจากการนอนเผยให้เห็นแผ่นอกเนียนที่มีรอยตีตราอยู่ทั่ว ขาเรียวทั้งสองข้างเผยเห็นถึงผิวเนียนน่าลูบไล้ถึงโคนขา และแน่นอนว่าแม้แต่ชั้นในตอนนี้เขาก็ไม่ได้ใส่

    เด็กหนุ่มเมื่อรู้สภาพของตัวเองจึงได้แต่ดึงชายเสื้อปกปิดท่อนล่างของตน เสื้อเชิ้ตที่ถูกดึงทำให้เปิดกว้างออกจนเผยให้เห็นไหล่เนียนบางกระทบกับแสงแดดยามเช้า

    “ตกลงนายยั่วฉันจริงๆสินะเอเลน” เด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งกับเสียงเรียกชื่อที่อยู่เบื้องหลัง

    นัยน์ตาสีขี้เถ้ามองร่างโปร่งบางที่นั่งหันหลังตัวเกร็งอย่างนึกขัน แขนแกร่งช้อนร่างบางตรงหน้าขึ้นมา เจ้าตัวดีที่โดนอุ้มก็ยังคงดีดดิ้นแม้จะไร้ซึ่งผลก็ตาม

    “ปล่อยผมลงนะ ปล่อยลงเดี๋ยวนี้นะตาแก่โรคจิต!!” สรรพนามที่เรียกตนของเด็กหนุ่มทำให้รีไวคิ้วกระตุก

    ชายหนุ่มจึงจับโยนเจ้าตัวดีจอมโวยวายลงในอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำรองเตรียมไว้อยู่แล้ว เอเลนรีบตะกายเกาะขอบอ่างอย่างนึกเอาตัวรอด

    “อาบน้ำซะสกปรกชะมัด” นัยน์ตาสีมรกตมองค้อนชายหนุ่ม ที่ว่าสกปรกนี่มันก็ของนายเองทั้งนั้นไม่ใช่รึไงกัน!

    เมื่อเห็นรีไวถอดเสื้อและกางเกงของตนเด็กหนุ่มถึงกับหน้าถอดสีแล้วนั่งกอดเข่าในอ่างน้ำขนาดใหญ่ทันที ไม่นานนักชายหนุ่มก็เข้ามาในอ่างน้ำเช่นเดียวกัน มือแกร่งเสยผมที่เปียกชื้นขึ้น นัยน์ตาสีขี้เถ้าจับจ้องมองร่างบางที่นั่งตัวแข็งอยู่ริมอ่างน้ำ

    “ดูเหมือนนายจะไม่คร่ำครวญกับเรื่องเมื่อคืนสักเลยนะ” ใบหน้าคมเลิกคิ้วอย่างสงสัย ดูยังไงเด็กหนุ่มก็ไม่ประสากับเรื่องเมื่อคืน แต่เจ้าตัวยังคงมีทีท่าไม่แตกต่างไปจากเดิม

    “คร่ำครวญไปก็ไม่ช่วยให้เรื่องเมื่อวานเป็นแค่ฝันร้ายนี่” เอเลนมองค้อนคนร้ายกาจตรงหน้า ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ แต่ในเมื่อมันผ่านไปแล้วและเป็นเรื่องที่ตลอดเวลาที่ได้เจอคนตรงหน้าก็คิดไว้แล้วว่าสักวันจะต้องเกิดขึ้น จะเรียกว่าพอเตรียมใจมาไว้บ้างแล้วก็ว่าได้ แต่ถ้าต้องเจอของจริงของคนตรงหน้านี้แค่คิดเขาก็อยากจะเอาหัวโขกกับขอบอ่างหนีตายเสียจริง

    “ไม่เลว คราวหน้านายจะได้ลองของจริงดีไหม My SD” ใบหน้าคมยกยิ้มขึ้นอย่างยียวน

    “ไม่มีคราวหน้าแน่ ผมจะหนีให้ได้เลยคอยดู” นัยน์ตาสีมรกตจ้องเขม็งอย่างท้าทาย

    ริมฝีปากคมยกยิ้มขึ้นอย่างรู้สึกสนุก “ถ้านายหนีจากฉันได้ก็ลองดู เจ้าหนู”

    TBC.

    .............................................................................................................

     

    Talk : 

     เป็นฟิคที่โดนตามทวงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมากค่ะจนแอบตกใจ มีคนติดฟิคเราขนาดนี้เลยเหรอ!!! // เขินค่ะ >/////<

    ขออภัยที่หายไปนานนะคะสำหรับฟิค ล่ารักฯ พอดีว่าบีพยายามเคลีย ฟิค Last memory อย่างต่อเนื่องให้อารมณ์ไม่ค้างคาค่ะ

    พอเสร็จภาระกิจจาก Last แล้วเลยรีบมาต่อฟิคเรื่องนี้ตามคำเรียกร้องทันทีค่ะ ขอขอบคุณทุกท่านที่ถามไถ่และเป็นกำลังใจให้นะคะ

    ตอนนี้เลยมาแบบจัดเต็มยาวเป็นพิเศษเพื่อทุกท่านเลยค่ะ หวังว่าคงจะชอบและจุใจกันนะ><"



    ขอฝากเพจกลุ่มเช่นเคยค่ะ https://www.facebook.com/beru89club

     

    ใน ส่วนพื้นที่ตรงนี้บีขออนุญาตลง Fan Art ที่ทุกท่านส่งเข้ามาให้เป็นกำลังใจนะคะ ขอบอกอีกครั้งค่ะว่าปลื้มมากๆ เห็นแต่ละท่านยอมสละเวลาวาด Fan Art มาให้ ปลื้มมาก ซึ้งมาก จริงๆค่ะ ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งนะคะ

     


    Fan art นู๋เอเลน จากฟิค Last memory เเละ ล่ารักอันตราย โดนคุณ คุณฉลบภ์ฉลั๋วว์ ฟ้าสวย ฉลวยห์ฉลบภ์ เรืยกง่ายๆว่าน้องฟ้าค่ะฮาๆ โอยอิจฉาเฮียรีไว!!!!




    Fan art จากคุณKuma Haru เอเลนตาโตน่ารักมากค่ะ เห็นมือรีไวละเเบบ....ล้วงเลยสิคร๊าาาา





    แฟนอาร์ต จากล่ารักค่ะ โดยคุณ Jadenchase คราวนี้น้องเอเลน(โดนบังคับ) ควงมากับรีไวซังล่ะ อร๊ายยยยย





    Fan Art นู๋เอเลน จาก ล่ารักอันตราย โดยคุณ Sirenia Trichechidae ค่ะ เอเลนน่าร๊ากกกกกกกกก เห็นแล้วอยากวิ่งเข้าไปลูบไล้ขามาก




    Fan art ฟิค ล่ารักอันตราย จากคุณ ANIMA เช่นเคยค่ะ  รีไวล์ซังไม่กลัวคุกกันเลยทีเดียวค่ะ // ฟินนน




    เเฟนอาร์ตน้องเอเลนจากล่ารักฯ โดยคุณ Natsume Kurou ค่ะ เอเลนน่ารักน่าลงไปนอนหนุนตักมากเลยค่ะ

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×