::: JunHyuk ::: [ FIC IKON ] [ END ]

ตอนที่ 28 : : JunHyuk 24 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 เม.ย. 60









Junhyuk 24


Hanbin part


ห้องกว้างที่ไร้เสียงใดมีแต่ความมืดกระจายตัวอยู่ทั่วห้อง ผมได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนเดียวจ้องมองเพียงพื้นเพดานที่มันก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ ในมือข้างซ้ายที่กางห่างออกไปจากตัวมีตั๋วเครื่องบินที่จะแลนดิ้งในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ส่วนบนพื้นเตียงอีกฝั่งมีเอาสารเดินทางอีกหลายใบถูกวางเอาไว้ด้วยผมเอง


“ทำแบบนี้แล้วมันสบายใจจริงๆใช่ไหม...ดงฮยอก”


ผมได้แต่พร่ำถามคำถามเดิมๆซ้ำๆอยู่บนเตียงอย่างนี้มานาน ผมไม่ได่ร้องไห้แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เสียใจ สิ่งที่ผมรู้มามันไม่ใช่เรื่องที่ผมคาดคิดมาก่อนและมันยากที่ผมจะยอมรับมันได้


เพื่อน!...คนเดียวที่ผมเคยมีอยู่มันไม่มีอีกแล้ว


หลายครั้งที่ผมลังเลที่จะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง การหักหลังคนคนหนึ่งที่ทั้งชีวิตผมก็รู้จักแต่มัน มันยากยิ่งกว่าให้ผมหันมีดกลับมาจ่อที่ตัวเองซะด้วยซ้ำ


แต่ผมก็ทำมันไปแล้ว!


จุนฮเวคือเพื่อนที่ผมรักที่สุดแต่ผมก็รักจินฮวานเหมือนกัน ตอนที่ผมได้รู้ว่าทั้งสองคนหักหลังผมเพราะเขารักกัน ความรู้สึกว่าถูกสวมเขาทำให้ผมเลือกที่จะคิดทุกอย่างทำทุกทางเพื่อแย่งจินฮวานคืนมา ผมต้องการให้จุนฮเวมันเจ็บปวดถ้าเป็นไปได้มันขาดใจตายไปเลยก็ดี


แต่ตลอดเวลาจินฮวานรักจุนฮเว...ผมรู้มาโดยตลอด


แต่ผมเลือกที่จะมองข้าม


ผมโทษจุนฮเวผมโยนความผิดให้จินฮวานที่ปฎิเสธผม ผมเข้าข้างตัวเอง ไม่ว่าผมจะทำยังไงด้วยวิธีไหนใจทั้งใจของคนที่ผมรักก็ไม่มีผมเลย เพราะเขาคิดว่าผมคือคนที่ทำลายเขาและคนที่เขารัก


“ครับพ่อ”


(แกจะมาวันนี้ใช่ไหม แม่แกถามฉันตั้งแต่เช้าจนตอนนี้)


“ครับ เดี๋ยวผมจะไปสนามบินแล้ว”


(เก็บของทุกอย่างครบหมดแล้วใช่ไหมลูกฮันบิน) เสียงของแม่ดังเข้ามาแทรกผมและพ่อที่คุยกันอยู่ผมดีใจที่ได้ยินเสียงนี้ เป็นรอยยิ้มแรกที่ผมมีหลังจากวันนั้น


“เรียบร้อยแล้วครับ”


(แกแน่ใจนะฮันบินว่าแกจะมาอยู่ที่นี่กับฉันจริงๆไม่หนีกลับเกาหลีไปอีก)


“......”


(เพราะถ้าแกทำแบบนั้นอีกฉันไม่เอาแกไว้แน่ / คุณคะ อย่าดุลูกสิ)


“ผมจะไม่กลับมาอีกแล้วล่ะพ่อ ไว้เจอกันนะครับ”


(เจอกันจ๊ะลูก)


ผมวางมือถือลงพร้อมกับยันตัวเองลุกขึ้นจากเตียง กระเป๋าเดินทางใหญ่สองใบวางเรียงกันที่หน้าประตู ผมกำลังจะทำเหมือนดงฮยอก เห็นที่ว่าการวิ่งหนีจะเป็นอะไรที่สบายใจมากที่สุดที่ที่ไกลที่สุดคงช่วยให้ผมกลายเป็นคนที่ไม่ต้องวิ่งตามเพื่อไขว่คว้าหรือเรียกร้องให้ใครมาสนใจ เพื่อลืมเรื่องราวทั้งหมดและเดินออกไปจากชีวิตของใครคนหนึ่งตามที่เขาเคยขอ ผมขอเลือกที่จะยอมทำตามโดยดี


ผมไล่สายตามองรอบห้องที่ผมเคยมีความสุขกับใครคนหนึ่งในวันเวลาที่ผ่านมา ห้องที่มีแต่ผมและเขาสองคน


“ถ้าไม่มีผมสักคนพี่ก็คงจะมีความสุขมากกว่านี้...ผมขอโทษนะครับพี่จิน ตอนนี้ผมกำลังตามที่พี่เคยขอแล้วนะพี่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะคอยวิ่งตามพี่อีกแล้ว ลาก่อนครับจินฮวาน”


“ผมรักพี่นะ รักเหมือนเดิม”


แม้แต่ตอนสุดท้ายผมก็ยังพูดคำนี้ได้แค่กับตัวเอง...



15%



ลูกบิดถูกหมุนโดยมือของผมเองจากในห้องแต่ทว่ามันกลับมีแรงผลักให้เปิดออกจากอีกฝั่งของประตู ร่างเล็กกับแววตาหม่นของคนที่ผมเพิ่งจะเอ่ยปากบอกลาคนเดียวแทรกตัวเข้ามายืนจ้องมองผมและกระเป๋าเดินทางใบใหญ่


“จะไปไหน...ฮันบิน”


“.....”


ผมยังไม่ทันแม้แต่ได้แตะต้องหรือสัมผัสตัวของจินฮวานหยดน้ำเม็ดใสกลับไหลออกมาไม่ขาด หลังม่านตานั่นมีแววตาของคนที่สร้างทั้งบาดแผลและเยียวยารักษามันจ้องมองผมอยู่...


ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองมันแต่มันกำลัง...อ้อนวอนผม


“ฮะ...ฮันบิน”


“กรุณาหลีกทางให้ผมด้วยครับผมต้องรีบไปแล้ว”


“.....”


“ถ้าชักช้ากว่านี้ผมกลัวว่ามันจะทำให้การเดินทางของผมต้องใช้เวลามากกว่าเดิม”


“นายกำลังจะจากพี่ไปเหมือนดงฮยอกใช่ไหม...นายกำลังจะทิ้งพี่”


“.....”


“ใช่ไหมคิมฮันบิน” 


จินฮวานใช้หลังมือของตัวเองปาดน้ำตาออกจากแก้มใสทั้งสองข้างพร้อมเดินเข้าหาและใช้มือข้างเดียวกันผลักไหล่ของผมจนมันชา


“เพราะพี่ต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอ!


!!!


“หลีก! ถอยออกไป”


“ไม่! พี่ไม่ให้นายไป”


สิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นมันกำลังค่อยๆเริ่มต้นด้วยการอ้อนวอนขอร้องเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง จินฮวานกำลังเหนี่ยวรั้งผมเอาไว้เพราะตอนนี้เขาไม่เหลือใคร


“ตอนที่พี่มีจุนฮเวพี่ก็ผลักไสผม สาปแช่งให้ผมหายออกไปจากชีวิตของพี่ทุกวี่วัน...”


“.....”


“แล้วตอนนี้พี่กำลังขอร้องอ้อนวอนผมให้ยืนอยู่ที่เดิม ที่ที่มันเคยเป็นแผลของผมเพราะผมทำร้ายเพื่อนของตัวเอง เพราะความเห็นแก่ตัวและความผิดพลาดบ้าบอที่มันเกิดขึ้นจากความหน้ามืดตามัวของผมอย่างนั้นเหรอ”


“ฮัน...!


“อย่าทำให้ผมรังเกียจพี่ไปมากกว่านี้เลยครับพี่จิน...ปล่อยผม”


เหมือนวันนี้คนที่กลายเป็นคนที่ต้องการหลุดพ้นคือผมไม่ใช่จินฮวานเหมือนทุกครั้ง คนที่เป็นแค่เงาอย่างผมไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนมันก็ไม่ได้มีความสำคัญทุกเวลา ชัดเจนเมื่อมีแสงสว่างแต่มันก็ค่อยๆหายไปเมื่อความมืดเข้าแทนที่ ถึงผมจะดูมีค่าขึ้นมา...มันก็แค่บางช่วงเวลาเท่านั้น...ซึ่งผม


ไม่ต้องการ!


นายคิดว่าทั้งหมดคือความผิดพลาด...จริงๆน่ะเหรอฮันบิน


“.....”


“นายคิดแบบนั้นจริงๆใช่ไหม”


มือเล็กที่ยื้อผมเอาไว้ค่อยๆคลายออกไปพร้อมกับจินฮวานที่ถอยห่าง ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันก่อนจะค่อยๆคลี่ยิ้มให้ผมที่ล่ะนิด


“พี่ขอโทษ...ขอโทษที่เห็นแก่ตัว”


“.....”


“พี่จะไม่รั้งนายหรือใครไว้อีกแล้ว ไปเถอะฮันบินไปจากพี่ซะ”


น้ำเสียงแผ่วเบาที่อนุญาตให้ผมหันหลังให้เขาดังขึ้นเมื่อตอนที่ผมกำลังจะเผลอตัวเดินกลับไป แต่ขาสองข้างของผมมันกลับไม่ก้าวไปทางที่ผมตั้งใจไว้ก่อนหน้า น้ำตาและเสียงร้องไห้ของจินฮวานตรึงผมเอาไว้กับที่       ถ้าหากผมหยุดทุกอย่างเอาไว้ที่ตรงนี้ หมุนตัวเดินออกไปจากห้องๆนี้ ทิ้งทุกอย่างเอาไว้ข้างหลังโดยที่ไม่ต้องสนใจใยดีจินฮวานเลย...ถ้าหากผมทำแบบนั้น


คนที่โง่ที่สุดในเกมส์ก็คงจะเป็นผมเอง!



“ออกไปจากชีวิตฉันซะคิมฮันบิน ฉันเกลียดนาย!!!


“เอามือของนายออกไปจากตัวฉัน”


“ฉันเกลียดนาย ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดนาย”



ผมข่มตาลงและได้ยินทุกประโยคที่ดังขึ้นในหัว ช่วงเวลาที่ผ่านมาคำเดียวที่ผมได้รับได้คิมจินฮวานไม่ได้มีค่ามากเกินกว่าคำว่าเกลียด...


“พี่จิน...รักผมรึเปล่า”


“....”


“พี่รักผมรึยัง...บอกผมสิว่าพี่รักผม”


สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือร่างเล็กของจินฮวานค่อยๆทรุดตัวลงนั่งบนพื้น...ไม่มีสักประโยคที่หลุดออกมาจากปาก


....ไม่มีประโยคที่ผมอยากจะได้ยิน


ผมค่อยๆก้าวถอยห่างจากอีกคนที่ยังคงทำเพียงก้มหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้น ผมมองดูภาพของจินฮวานในสภาพของคนที่พ่ายแพ้ต่อทุกอย่าง เขาแพ้ดงฮยอก เขาเอาชนะจุนฮเวไม่ได้...คนที่กำลังจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว


ผมขอโทษครับพี่จิน...แต่ผมก็ทนอยู่ต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน


ผมหมุนลูกบิดประตูช้าๆก่อนจะคว้าเอากระเป๋าลากมาไว้ข้างตัว ความรู้สึกหลายอย่างกำลังตีกันในหัวไปหมดพร้อมกับเสียงร้องไห้ที่ดังขึ้นกว่าเดิมของจินฮวานก็คอยสร้างความกดดันให้ผมอยู่อย่างนั้น


แต่ต่อให้ยังไงก็ตาม...


“ลาก่อนครับ..พี่จินฮวาน...”





Junhoe part


ผ้าม่านที่ถูกแขวนไว้ที่หน้าต่างกำลังไหวไปมาตามแรงลมที่พัดผ่านมันไป แรงลมน้อยๆทำให้กิ่งไม้ด้านนอกเอนไหวไปมาตามไปด้วย ผมจ้องมองมันอยู่เพียงเท่านั้น ความเงียบรอบตัวทำให้ผมได้ยินแม้กระทั่งเสียงลม


แก๊ก---


“จุนฮเว...”


“ครับ...แม่”


เสียงแรกที่เกิดขึ้นหลังจากผมกำลังจมอยู่กับความเงียบมาแล้วทั้งวัน เสียงที่ผมได้ยินเพียงเสียงเดียวมาแล้วเป็นเวลากว่า 3 เดือน แม่นั่งลงบนโซฟาข้างๆผม วางฝ่ามือลูบปลอบผมอย่างที่ท่านทำทุกวัน ผมรู้ว่าท่านไม่สบายใจและพลอยเป็นห่วงผมไปด้วย...


“ทางมหาวิทยาลัยตอบกลับแล้วนะลูก...แม่ไม่สบายใจเลยที่เห็นลูกเป็นแบบนี้”


“.....”


“เข้มแข็งไว้สิจุนฮเว”


“ผมขอโทษครับแม่...ผมขอโทษ”


อีกแล้ว....


ผมร้องไห้อีกแล้ว ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาผมเป็นแบบนี้ตลอด อ่อนแออ่อนไหว เหมือนช่วงเวลาในแต่ละวันกว่าผมจะเดินผ่านมันไปได้ทรมานเหมือนจะขาดใจ มันเจ็บจนพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะพูดให้ใครฟัง ผมไม่สามารถทำใจอยู่กับมันและไม่สามารถวิ่งหนีจากมันได้เลย


“โกรธดงฮยอกรึเปล่า...ที่ดงฮยอกเลือกที่จะทำแบบนี้”


คำถามที่ผมคิดมาตลอด...เป็นคำถามเดียวที่ผมอยากจะบอกเขาเหลือเกิน


“.....”


แต่ตอนนี้ผมทำได้เพียงแค่ยิ้มและยอมรับมัน....


“ทุกครั้งที่ดงฮยอกบอกผม เขาบอกกับผมเสมอว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด เขาขอบคุณผมที่เลือกจินฮวาน”


“....”


“เพราะดงฮยอกเป็นแบบนี้ เพราะดงฮยอกรักเพียงแต่คนอื่นโดยไม่สนใจความรู้สึกของตัวเองว่าจะเป็นยังไง”


“.....”


“เพราะเขาเป็นแบบนี้ไงครับแม่ ผมเลยโกรธเขาไม่ลง”


ผมยิ้มให้แม่อีกครั้งก่อนจะยันตัวลุกขึ้นและเดินออกจากที่ตรงนั้นมาช้าๆ นานมาแล้วที่ผมไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้เห็นหน้า รอยยิ้มของเขาที่ผมจำได้ตอนนี้มันก็มีเหลืออยู่ในความทรงจำของผมก็เพียงเท่านั้น


“นายเป็นยังไงบ้างดงฮยอก”


“.....”


“ตอนนี้...นายสบายดีหรือเปล่า”


บางทีช่วงเวลาที่ผ่านมันมันคงมากเกินพอแล้วสำหรับสิ่งที่ผมจะได้รับ เพราะในความเป็นจริงผมคือคนที่ไม่สมควรได้รับความรู้สึกดีๆจากดงฮยอกเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยอมรับและให้โอกาสผมได้ยืนข้างๆเขามันก็เพียงพอแล้ว

 


“ดงฮยอก....ฉันคิดถึงนาย”

 



 

ในรั้วมหาวิทยาลัยผมกำลังเลี้ยวรถเข้าจอดช้าๆโดยที่ใช้สายตามองไปทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เสียงเพลงจากกลองและการตะโกนร้องเพลงเชียร์ดังขึ้นจนผมที่นั่งในตัวรถยังได้ยินชัดเจน


กิจกรรมรับน้องในรั้วมหาวิทยาลัย...


ผมลงจากรถโดยที่ไม่ลืมหยิบป้ายชื่อขึ้นมาห้อยคอของตัวเองเอาไว้ด้วย การหมุนตัวและเดินหน้าเข้าไปหาคนใหม่ๆผู้คนใหม่ๆคงจะทำให้ผมได้รู้จักและลบเลือนความทรงจำของผมที่มีก่อนหน้านี้ไปบ้าง


แต่เปล่าเลย....ผมว่ามันยังชัดเจน


“จุนฮเว...”


ร่างเล็กของใครบางคนเรียกชื่อของผมอยู่อีกฝั่งของถนน ดวงตาที่มองมาทางผมด้วยความผิดหวังปนเสียใจ ผมหยุดยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นก่อนจะโค้งเคารพรุ่นพี่คนแรกที่ผมเจอในรั้วมหาวิทยาลัย


“มาแต่เช้าเชียว...ยินดีด้วยนะ”


“ครับ”


“พี่ดีใจนะ...ที่นายเลือกเรียนที่นี่”


“.....”


“พอจะมีเวลาคุยกันสักหน่อยไหม”


“.....”


“พี่แค่อยากจะขอโทษ”


หลังจากที่เขาย้ายร่างของตัวเองมายืนตรงหน้าผมได้ คำพูดมากมายก็เหมือนกำลังถูกเป่าใส่หูผมอีกครั้ง ผมก้มมองดูใบหน้าของอีกคนที่มีส่วนคล้ายกับคนที่ผมเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวัน


ความสัมพันธ์ทางสายเลือดยังไงก็ยังคงฉายชัดอยู่ทุกครั้งที่มองเห็น


“พี่แค่อยากจะบอกนายว่าดงฮยอก....”


“ผมนัดกับเพื่อนไว้ตอนนี้สายมากแล้ว ผมขอตัวนะครับพี่จิน”


ผมเดินออกมาทั้งที่จินฮวานยังพูดไม่จบ เสียงพ่นลมหายใจใส่คือสิ่งที่คงบอกเขาได้ดีว่าเรื่องนี้มันจบลงแล้ว ผมไม่อยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไรและผมไม่อยากรู้ว่าดงฮยอกคิดอะไรจากปากของจินฮวานอีก


เพราะแค่นี้...ผมก็เจ็บเจียนตาย



 

“กูจุนฮเว พาณิชยศาสตร์และการบัญชี....ขอต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยของเราน้องใหม่”



ต่อไปนี้...ผมจะเริ่มต้นใหม่



100%

มาอีกกระจึ่งหนึ่งซึ่งใช้เวลาในการต่อนานมาก555 มาตอนนี้คงจะสาปแช่งไรท์กันอยู่

ไม่เป็นไรไม่ได้ยิน555

เหลืออีกตอนสุดท้ายก็จะจบแล้วน้าาาา 

คึคึ หึหึ ฮ่ะฮ่ะ

^^

#ฟิคจุนฮยอก

 

 

 

 











         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

254 ความคิดเห็น

  1. #250 Am_bkr (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 22:04
    เริ่มต้นใหม่กะคนเก่า(น้องดง)ป่าวเน่ ถ้างั้นเราแฮปปี้นะ
    #250
    0
  2. #248 Husky 'Baby (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:16
    ดงไปแล้ว บินก็ไปอีก ฮื่ออออออ สรุปจะแฮปปี้กันไหมล่ะเนี่ยยย สงสารเน่กับดงสุดล้ะเรื่องนี้
    #248
    0
  3. #247 Nuchzylukky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 18:26
    ไรท์มาต่อๆๆๆๆๆๆๆนะ
    #247
    0
  4. #246 Nuchzylukky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 23:20
    ไรท์กลับมาแล้ว เย้ๆ กลับมาอัพบ่อยๆนะ สู้ๆค่ะ
    #246
    0
  5. #244 Nuchzylukky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 23:19
    รอๆๆๆๆๆๆๆ
    #244
    0