::: JunHyuk ::: [ FIC IKON ] [ END ]

ตอนที่ 26 : : JunHyuk 22 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 ม.ค. 60





JunHyuk 22



ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของฮันบินที่ค่อยๆเดินออกไปจากเราทั้งสามคนช้าๆ มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาและเดินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่หันกลับมามอง จุนฮเวยังคงยืนนิ่งไม่แสดงท่าทางใดๆทั้งสิ้น แม้แววตาของพี่จินจะขอร้องอ้อนวอนความเห็นใจจากเขามากเท่าไหร่ก็ตาม


พี่จินฮวานสบตาผมที่หันกลับมามองพี่จินฮวานและฮันบินสลับกันไปมา ผมยิ้มให้พี่จินและกุมมือเอาไว้ความเย็นแผ่ซ่านเข้าไปถึงความรู้สึกข้างในและผมรับรู้ได้


“เราผิดพลาดกันได้นะครับพี่จินไม่มีใครที่เดินถูกทางเสมอ ทุกคนล้มและเจ็บปวดกับทางเดินผิดๆที่เราเลือก ถ้าเราลุกขึ้นไหวเราก็จะเจ็บน้อย...ถึงแผลที่เรามีจะไม่หายไปแต่มันก็จะไม่ลุกลามกว่าเดิม”


“.....”


“ผมบอกพี่จินไม่ได้ว่าต้องทำยังไง แต่ถ้าพี่จินลองเปิดใจสักนิดทำลายกำแพงที่มีอยู่ในใจและปล่อยวางผมเชื่อว่าพี่จินจะเข้าใจดีทุกอย่างครับ”


“ดะ ดงฮยอก”


“ผมอยากให้พี่จินมีความสุขนะ เพราะว่ารอยยิ้มของพี่จินทำให้ผมมีความสุขไปด้วยและผมก็เชื่อว่ายังมีอีกคนที่รู้สึกแบบผม”


“.....”


“เรากลับไปแก้ไขเรื่องที่ผ่านมาแล้วไม่ได้นะครับพี่จิน ผมอยากให้พี่เริ่มใหม่อีกครั้งไม่ต้องกลับไปลบแผลเดิมหรอกนะครับแค่เยียวยามันก็พอ เก็บมันเอาไว้เป็นภูมิต้านทานดีกว่าเนาะ”


ใบหน้าของพี่จินเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ผมร้องไห้และยิ้มไปพร้อมๆกัน พี่จินค่อยๆหันหลังและเดินออกไปจากสนามเด็กเล่นช้าๆจนหายไปจากสายตา


“.....”


ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของจุนฮเว ไม่มีคำแก้ตัว ไม่มีข้ออ้าง ไม่มีสิ่งที่ต้องการจะอธิบายเหตุผลมากมายที่เขาทำแบบนี้ สายตาคมสบตากับผมด้วยความรู้สึกมากมาย ความรู้สึกที่ถูกเพื่อนและคนรักหักหลังมันคงจะมากพอให้คนคนหนึ่งกลายเป็นคนที่เย็นชาได้...ผมเชื่อแล้วจริงๆ


ถึงจุนฮเวจะรู้สึกดีกับผมมาก่อนแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกถ้าจะเดินหน้าตามความรู้สึกของตัวเองทั้งที่มีความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวและสำคัญกับผม ถ้าผมเป็นจุนฮเวในตอนนั้นผมก็บอกไม่ได้ว่าผมจะทำยังไง


ระหว่างเห็นแก่ตัวและเสียสละ...


แต่ไม่ว่าผมจะเลือกทางไหนก็ตามถ้าสุดท้ายสิ่งที่ได้รับคือการถูกหักหลังจากคนที่ผมไว้ใจทั้งสองคนมันก็จะเจ็บปวดมากๆ

คล้ายกับสิ่งที่ฮันบินได้รับ...


ที่ที่ยืนอยู่คือการมีความหวังที่จะทำความรู้จักกับพี่จินฮวาน แต่เมื่อความหวังนั้นหายไปด้วยฝีมือของเพื่อนตัวเองมันก็คงจะเจ็บปวดไม่ต่างกัน


บาดแผลที่พวกเขาสร้างขึ้นและปล่อยเอาไว้ สร้างเกมส์ที่เล่นกับความรู้สึกของตัวเองเพราะความอยากชนะ เลือกที่จะทำตามความต้องการของตัวเอง มองข้ามเหตุผลและความถูกต้อง...


แผลที่มีอยู่มันถึงลึกและชัดเจนมากขึ้น...ยากที่จะรักษาได้


 

ผมมองสบตาจุนฮเวที่นิ่งอยู่นาน การตัดสินในทางของผมที่มีก็เริ่มที่จะไม่มั่นคงอีกต่อไป ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้จุนฮเวหยุดนิ่งตรงหน้าและยิ้มให้เขาเหมือนเดิม ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบแก้มของผมเบาๆ


“ไม่เป็นไรจุนฮเว...”


ผมสวมกอดคนตัวโตเอาไว้แน่นและปลอบเบาๆ เสียงสะอื้นเบาๆจากคนตัวโตดังแว่วอยู่ในสนามเด็กเล่นที่เงียบงัน ตอนนี้ความรู้สึกอ้างว้างและผิดหวังในตอนนั้นคงกำลังกลับมาเล่นงานเขาเหมือนครั้งก่อน สิ่งที่กลายเป็นเกราะป้องกันของจุนฮเวจึงกลายเป็นเพียงความเงียบและการวิ่งหนี


แม้จุนฮเวเลือกที่จะแสดงท่าทีเกลียดฮันบินกับพี่จินมากขนาดไหนก็ตาม ผมรู้ว่าลึกๆแล้วเขาก็ต้องการให้สิ่งที่เสียไปย้อนคืนกลับมา อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่จุนฮเวเรียกร้องก็ตาม


“ยิ้มสิ อย่าทำหน้าแบบนั้น”


ผมดึงแก้มทั้งสองข้างของจุนฮเวให้ยืดออกและยิ้มกว้างเป็นตัวอย่างไปด้วย ปลายจมูกคมก้มลงจรลที่ปลายจมูกของผม


“ขอโทษ...”


“....”


“ฉันผิดไปแล้วดงฮยอก” ผมส่ายหน้าตอบจุนฮเวและยกมือขึ้นลูบแก้มอีกคนบ้าง


“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอกจุนฮเว นายไม่ได้ผิดอะไรอย่าโทษตัวเองเข้าใจไหม”


“....”


ผมโอบกอดจุนฮเวและเงยหน้าส่งยิ้มไปให้อีกครั้ง จุนฮเวยิ้มให้ผมและโอบกอดตอบ ริมฝีปากค่อยๆทาบทับลงมาช้าๆและค้างเอาไว้เนิ่นนาน จนผมใจหายเมื่อสัมผัสนั้นค่อยๆถอนออกไปและริมฝีปากที่เอ่ยคำขอที่ผมตอบรับและโกหกมาตลอด


“ขอบคุณที่ไม่ทิ้งฉันดงฮยอก...ขอบคุณที่นายให้โอกาสฉัน”


“....”


“ฉันรักนาย มันอาจจะฟังดูไม่มีน้ำหนักเท่าไหร่เพราะฉันใช้มันจนชาชินไปแล้ว แต่มันคือความรู้สึกทุกอย่างที่ฉันมีตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้...ฉันก็รักนายดงฮยอก”


“....”


“แล้วนายรักฉันบ้างไหม”


“....”


“ดงฮยอก...


“รัก...ฉันรักนายจุนฮเว”


สาบานได้เลยครับว่าประโยคนี้คือความจริง...ผมไม่ได้โกหก!



50%




Junhoe part


รอยยิ้มของเพื่อนสนิทของผมกำลังยืนยิ้มอยู่ข้างๆกันบนกระดาษแผ่นเล็กในมือ ผมนอนมองรอยยิ้มงี่เง่าของไอ่ฮันบินมาแล้วเป็นเวลานาน ในห้องที่เงียบและเหงาตั้งแต่วันที่ผมและมันแตกคอกันก็ไม่มีเสียงหัวเราะนั้นอีกเลย ผมยอมรับว่าดูตุ๊ดไปหน่อยกับการที่มานั่งคิดถึงอะไรแบบนี้แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากมันแล้วก็ไม่มีเพื่อนคนไหนที่ผมไว้ใจอีก


คนคนเดียวที่ทั้งทำให้ผมไว้ใจและเสียใจมากที่สุด


ก๊อก ก๊อก


“คุณจุนฮเวคะ คุณดงฮยอกมาค่ะ”


ผมยันตัวเองลุกขึ้นปล่อยภาพในมือทิ้งและเดินออกจากห้องไปในทันที แม้แต่กล่าวตอบรับคุณแม่บ้านผมยังไม่ทำ ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างแต่กลับไม่พบใคร มีแต่กลิ่นของซุปที่ลอยออกมาจากในครัว


แผ่นหลังเล็กกำลังหันหลังให้ผมอยู่ มือบางจับทัพพีเอาไว้และตักซุปขึ้นชิมก่อนจะหันกลับมาที่โต๊ะยาวกลางห้องหยิบเอาขวดปรุงรสไปเทลงในหม้อใหญ่


“ทำอะไร...หอมจังเลย”


“มาสักทีฉันนึกว่านายหลับอยู่ซะอีก”


“กลิ่นซุปหอมขนาดนี้จะหลับลงได้ไง”


“.....”


ดงฮยอกไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับจ้องมองผมอยู่อย่างนั้น ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มให้ผมอย่างเช่นทุกครั้ง ผมรู้ว่าดงฮยอกกำลังคิดอะไร เขาเอาแต่คิดว่าผมยังคงคิดมากอยู่กับเรื่องวันนั้น ทุกวันดงฮยอกจะถามผมเสมอว่าเป็นยังไง ทำให้ผมมีดงฮยอกอยู่ข้างๆเสมอ


“มองทำไม ฉันโอเคบอกตั้งกี่ครั้งแล้ว”  ผมยกมือขึ้นบีบจมูกเล็ก


“เปล่าสักหน่อยก็แค่...”


“แค่อะไร” ผมถามอีกคนเมื่อเงียบไปและหลบสายตา


“แค่อยากมอง....”


เสียงตอบแผ่วเบาทำให้ผมหลุดขำและโอบกอดอีกคนเอาไว้ หลายวันมานี้ดูดงฮยอกแปลกไป บางครั้งก็เหมือนจะมีความสุขแต่บางครั้งก็ทำเหมือนว่ามีอะไรให้เขาต้องคิดอยู่เสมอ ผมไม่ชอบที่คิ้วสวยบนใบหน้าเล็กจะขมวดเป็นปม


“ฉันจะอยู่ให้นายมองจนเบื่อไปเลยล่ะคิมดงฮยอก”


“......”


เงียบอีกแล้ว....


“ดงฮยอก!


“ฉันว่าเราไปกินข้างกันดีกว่า ซุปโอเคแล้วแหล่ะ”


ดงฮยอกผละออกจากผมและเดินออกจากครัวไป ผมที่ได้แต่มองตามด้วยความสงสัยบางอย่างท่าทางหลบตาของคนตัวเล็กมันดูแปลกๆ




 

บนโต๊ะอาหารในเวลากลางวันมีแค่ผมกับดงฮยอกที่นั่งอยู่ ในบ้านที่เงียบเหงาอย่างเช่นทุกวันเพราะทั้งแม่และพ่อต้องออกไปดูแลงานในบริษัทที่ท่านเปิดเอาไว้ ตั้งแต่เมื่อก่อนที่ผมไม่มีคนตัวเล็กก็จะมีเพียงแค่ฮันบินที่แวะเวียนมาหา


ผมยังคงนั่งนิ่งจ้องมองดงฮยอกที่เอาแต่กินอาหารของตัวเองเงียบๆ แม้บางครั้งสายตาคู่เล็กจะเงยหน้าจากอาหารมามองผมเพียงแวบเดียวก็ตาม ดงฮยอกก็จะกลับไปสนใจอาหารในชามต่อเหมือนเดิม


“จะเงียบไปถึงไหนดง”


“....”


“คุยกับฉันบ้างสิ”


“แล้วทำไมนายไม่กินล่ะ”


“....”


ดงฮยอกตักซุปในชามของผมและยื่นมาจ่อที่ปาก รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นเมื่อผมได้มองดู เพียงพอแล้วสำหรับตอนนี้ แค่มีดงฮยอกผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วจริงๆ

 


กองหนังสือมากมายกำลังถูกรื้นค้นด้วยฝีมือของดงฮยอกที่ผมทำได้แค่ยืนดู พรุ่งนี้จะเป็นวันสอบวัดผลโครงการแล้วและเป็นการสอบครั้งสุดท้ายของนักเรียนเกรดสิบสองอย่างผมและดงฮยอก นั้นหมายความว่าวันนี้จะเป็นการติววันสุดท้ายนั้นเอง


“วันนี้วันสุดท้ายแล้วตั้งใจหน่อยนะจุนฮเว”


“พูดแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นฮ่ะ”


“เปล่าสักหน่อย...ฉันแค่กำลังคิดว่าถ้านายสอบวัดผลไม่ผ่านมันคงจะแย่มากๆ”


“คิดไปเอง”


ผมเดินเข้าไปยกเอากองหนังสือมาถือไว้แล้วเดินไปวางไว้ที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กบนเตียง ผมเข้าใจว่าดงฮยอกคงกำลังจินตนาการว่าถ้าผมสอบวัดผลไม่ผ่านโรงเรียนก็จะมอบใบจบให้ผมช้าเพราะต้องประเมินอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งก็จะทำให้การยื่นคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยช้าไปอีก


“ฉันได้ไปเรียนมหาลัยพร้อมนายแน่นอนดงฮยอก...ไม่ต้องห่วง”


“.....”


“มาติวกันดีกว่า”


ผมดึงแขนดงฮยอกให้นั่งลงบนเตียงด้วยกัน เปิดหนังสือเล่มหนาออกและไล่หาบทเรียนสุดท้าย


“วันนี้คงติวดึกงั้นนายค้างที่นี่กับฉันนะ”


“.....”


“ฉันสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายจะไม่ทำอะไรดงฮยอก...นอกจากกอดและจูบน่ะนะ”


ดงฮยอกขำแรงใส่ผมก่อนจะพยักหน้ารับและยกมือขึ้นหยิกแก้มผมอีกแรงๆ ใบหน้าใสขึ้นสีระเรื่อเมื่อครั้งหัวเราะเสียงดัง ผมมองดูดงฮยอกและหัวเราะไปพร้อมกัน


“เอาล่ะ...งั้นเริ่มทบทวนวิทยาศาสตร์ก่อนแล้วมาทำโจทย์เพิ่มเติมทีหลัง”


“เริ่ม!!!




 

ผมเขียนคำตอบข้อสุดท้ายและปิดหนังสือลงเบาๆ นาฬิกาที่ชี้เข็มสั้นและยาวไว้ที่เลขสิบสิงบนฝาผนังกำลังบอกว่าตอนนี้ได้เวลาที่จะเลิกได้แล้ว และดงฮยอกกำลังนอนหลับอยู่ข้างๆของผม


“ขี้เซา”


ผมยกมือขึ้นจิ้มแก้มดงฮยอกไปหนึ่งทีและจัดการเก็บของบนเตียงออกไปไว้ที่เดิม แต่พอหันกลับมาดวงตาใสแป่วของคนบนเตียงกลับกำลังจ้องมองมาที่ผมซะอย่างนั้น


“ฉันทำให้นายตื่นเหรอ”


“.....” ดงฮยอกส่ายหน้าตอบและลุกขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่คลอเต็มหน่วย


“ร้องไห้ทำไม...ฝันร้ายเหรอ”


“เปล่า...ฉันไม่ได้เป็นอะไร”


ถึงแม้จะมีแต่ท่าทีปฏิเสธน้ำตาที่ไหลออกมากลับไม่ได้ยืนยันในคำตอบของคนบนเตียงเลย ผมได้แต่กอดปลอบดงฮยอกที่กำลังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ทั้งที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันไหลออกมาเพราะอะไร


วงแขนเล็กโอบกอดรอบตัวของผมเอาไว้เหมือนกลัวว่าจะหลุดไปไหน ถึงจะเป็นการร้องไห้แบบไม่มีเสียงสะอื้นผมก็รู้สึกถึงความกลัวบางอย่างที่ดงฮยอกกำลังมีอยู่


“หยุดร้องไห้ได้แล้ว นอนดีกว่านะพรุ่งนี้มีสอบตอนนี้มันดึกแล้ว”


“จุนฮเว...”


“หืม...”


ดงฮยอกนอนลงอย่างว่าง่ายตามที่ผมบอกพร้อมกับเบียดตัวเข้ามาใกล้ ทั้งที่แขนทั้งสองข้างก็ยังคงไม่ปล่อยออกจากผม ใบหน้าเล็กเงยขึ้นสบตาผมที่ก้มมองตอนที่ได้ยินเสียงเรียกแผ่วเบา


“นายกอดฉันได้ไหม...กอดฉันทีจุนฮเว”


“เป็นอะไรดงฮยอก...กอดอยู่นี่ไง”


“......”


ไม่มีเสียงใดๆเกิดขึ้นอีกหลังจากนั้น เรากำลังนอนกอดกันภายใต้ผ้านวมผืนใหญ่ผืนเดียว ผมรู้สึกได้ถึงเสื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของดงฮยอก แต่พอก้มมองดวงตากลมกลับถูกปิดสนิทไว้ด้วยเปลือกตาสีมุก ลมหายใจร้อนที่สม่ำเสมอรินรดอยู่ที่ซอกคอของผม


“จุนฮเว...ฉันรักนายนะ”


“.....”


“ไม่ว่าจะยังไงฉันก็รักนายจุนฮเว”


“ฉันรู้แล้ว...ดงฮยอก ฉันก็รักนาย”


ผมตอบคนที่ยังคงปิดตาเอาไว้แล้วก้มลงซุกตัวเข้าหาผมเพียงอย่างเดียว ถึงผมจะยังไม่เข้าใจอะไรดีนักแต่เหตุผลเดียวที่ดงฮยอกเป็นแบบนี้คงเป็นเรื่องล่าสุดที่เราเพิ่งจะผ่านมา มันคงยังเป็นเรื่องยากมากที่จะทำใจยอมรับกับสิ่งที่ผ่านมา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับดงฮยอกที่ยังคงมีแต่รอยยิ้ม


“พรุ่งนี้ต้องดีกว่าเดิมนะดงฮยอก...”



“......”




100%

แต่งเองไรท์ก็เศร้าเองอยู่นะ อีกไม่กี่ตอนน้าา สู้ๆทุกคน

ปล. อาจมีคำผิดเยอะอยู่ ไรท์ไม่ได้ตรวจ555 ขกอ่ะ

#ฟิคจุนฮยอก

 


 
         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

254 ความคิดเห็น

  1. #236 minny love spyair (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 22:14
    แล้ววันพรุ่งนี้จุนเน่จะอยู่ยังไงฮือ น้ำตาร่วงออกมาเยอะกว่าตอนกินน้ำอีกฮืออออ
    #236
    0
  2. #235 Am_bkr (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 23:04
    เข้าถึงได้ลึกซึ้งเลยค่ะ เจ็บปวดแทนเมนและสามีในคอเล็คชั่น(ยังมาล้อเล่นในเวลาดราม่า)TT //ตอนนี้จะจบแบบไหนพุ่งมาค่ะนังรีดผู้นี้จะน้อมรับ สาดมาค่ะ จัดหนักจัดเต็มให้หมด555555555555//แต่นะว่าด้วยเรื่องทุกคนต่างเจ็บปวดจากผลที่ตัวเองเริ่มกันทั้งนั่น ปล่อยเถอะลูกเริ่มต้นใหม่ทุกคนเลย จะได้เตออะไรใหม่ๆอาจจะดีกว่าเดิมก็ได้
    ปล.ไรท์สู้ๆนะคะรอนาจา ^^
    #235
    0
  3. #234 minny love spyair (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 17:40
    รออยู่เหมือนเดิมนะฮ้าา
    #234
    0