คัดลอกลิงก์เเล้ว

คุณไม่พูดกับฉันเลย

ชีวิตที่ไร้เสียงตอบกลับมันน่ากลัว จงแยกแยะระหว่างความจริงและสิ่งจอมปลอมออกจากกันให้เร็วที่สุด แล้วคุณจะไม่ต้องมานั่งเสียใจที่หลัง

ยอดวิวรวม

28

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


28

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ต.ค. 63 / 21:19 น.
นิยาย سٴѺѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ชีวิตที่ไร้เสียงตอบกลับนั้นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าคุณจะจินตนาการออกมาได้ ฉะนั้นแล้วจงพูดคุยและหัวเราะด้วยกันให้มากเถอะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ต.ค. 63 / 21:19


ก่อนอื่นเลยฉันขอเกริ่นว่าฉันเป็นคนประเภทที่ติดเพื่อนมากๆ ชอบเที่ยวสถาบันเทิงตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยจนเริ่มเข้าทำงานก็ยังเลิกนิสัยเดิมๆไม่ได้ กินเหล้าเมาทำตัวไร้สติ แต่งตัวเซ็กซี่ยั่วยวน ตอนนั้นฉันคิดว่านี้แหละสีสันของชีวิตที่ทุกคนต้องมี และคิดว่าสักวันก็คงเบื่อไปเอง ถ้างั้นตอนยังไม่เบื่อก็เที่ยวให้มันเยอะๆจะดีกว่า

ไม่ว่าดูยังไงก็ไม่อาจมีใครคิดว่าฉันจะเป็นแม่ของลูกพวกเขาได้ ฉันคิดอย่างนั้นพร้อมกับความรู้สึกที่แบบว่า 'ช่างสิฉันก็ไม่อยากมีลูกอยู่แล้ว'

ช่างเป็นความคิดที่ไม่สนโลกเสียจริงทั้งที่อายุก็พอจะมีความคิดที่ดีกว่านี้ได้แล้ว

แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาก็เข้ามาในชีวิตของฉัน มันเหมือนกับโชคชะตาเพราะเราเจอกันโดยบังเอิญในรถไฟฟ้า เขาขอฉันแต่งงานหลังจากคบกันได้หนึ่งปีกว่า  เขาเห็นบางอย่างในตัวฉันซึ่งฉันเองก็ไม่อาจเห็น

เขาเป็นคนดีมาก ฉันรับรู้ได้ถึงความรักที่เขามอบให้ภรรยาที่ไม่ค่อยคู่ควรเช่นฉัน หน้าที่การงานก็พอที่จะเลี้ยงดูฉันได้แบบสบายๆ ขอแค่ฉันเป็นภรรยาที่ดีของเขาฉันเชื่อว่าแค่นั้นเขาก็คงพอใจแล้ว 

แต่เรื่องแค่นั้น... 

มันเป็นเรื่องแค่นั้นแท้ๆแต่ฉันก็ทำให้เขาไม่ได้

หลังแต่งงานฉันก็ลาออกจากบริษัททันที เราย้ายเข้ามาอยู่ทาวน์เฮ้าส์หลังใหญ่พอสมควร สำหรับมุมมองของฉันแล้วถือว่านี้คือการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ดีเลย

แต่ฉันก็ยัง...

ฉันยังคงเที่ยวกลางคืนอยู่กับเพื่อนกลุ่มเดิมๆ ทำตัวเมามายอยู่อย่างเก่า พอเมาก็ต้องลำบากให้สามีมารับ เช็ดอ้วก เช็ดเนื้อเช็ดตัวและพาเข้านอน ทั้งที่เขาพึ่งจะกลับมาจากทำงาน 

แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่เคยได้ยินเขาบ่นอะไรสักคำ เป็นเรื่องที่ดี มันคือความคิดของฉันตอนนั้น 

ยิ่งเขาไม่พูดหรือว่ากล่าวฉันก็ยิ่งได้ใจใหญ่ เมื่อก่อนก็ทำอาหารไว้ให้เขาก่อนบ้างแต่หลังๆมาฉันก็เริ่มไม่สนใจแม้งานบ้านงานเรือน เริ่มเมาแล้วไปค้างบ้านเพื่อนต่อโดยไม่บอกเขา เขาต้องกลับจากบริษัทและนั่งอุ่นกับข้าวค้างคืนกินเพียงลำพังในบ้านที่ว่างเปล่า

ไหนละความสุขที่เขาหวังไว้ 

มันไม่มีหรอกเพราะฉันได้ทำลายมันลงไปกับมือ

ในวันอาทิตย์ที่แสนธรรมดาเพื่อนของฉันไปเที่ยวแพที่ต่างจังหวัดแต่ฉันไม่ชอบจึงปฏิเสธไปและอยู่บ้านกับสามี ฉันนั่งดูรายการทีวีเพื่อฆ่าเวลาทิ้งไปเรื่อยๆอย่างไร้ประโยชน์

เขาเดินมานั่งลงตรงข้างๆฉัน โซฟาสีฟ้าอ่อนสีโปรดของฉัน

"คุณผมอยากมีลูกแล้ว อยากมีไวๆ"เขากล่าวด้วยนํ้าเสียงจริงๆจนฉันฉงน

สำหรับฉันแล้วยังไม่อยากมีลูก ความจริงแล้วไม่มีอยากมีเลยด้วยซํ้าแต่เพราะเขานั้นแหละฉันถึงได้เห็นความสำคัญของการมีลูก

แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันยังไม่พร้อม"ทำไมรีบละ?"

เขายิ้มเจื่อนพร้อมกับเกาท้ายทอย เป็นอาการเวลาเจ้าตัวรู้สึกเคอะเขิน"ก็เดี๋ยวไม่ทันใช้ไง ฮ่าๆ"

สุดท้ายฉันก็ปฏิเสธไป ฉันยังอยากใช้ชีวิตในช่วงยี่สิบกลางๆนี่ให้คุ้มก่อน สักยี่สิบปลายๆค่อยมีลูกก็ยังทันแต่ชีวิตวัยรุ่นนั้นหากมีลูกแล้วก็จะไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆได้อีก

เขาเงียบและเปลี่ยนเรื่องคุยทันที ช่วงเที่ยงเขาก็พาฉันออกไปกินข้าวข้างนอก

การที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันเช่นนี้ทำให้เขายิ้มหัวเราะออกมา เขาเล่าเรื่องราวของที่ทำงานให้ฟัง เราเล่าเรื่องต่างๆแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เราทั้งคู่มีหลายอย่างที่แตกต่างแต่ก็มีไม่น้อยที่คล้ายคลึงกัน 

เราไม่ค่อยได้คุยกันแบบนี้มาตั้งแต่ตอนเมื่อไหร่แล้วนะ คงจะตั้งแต่ตอนคบกันใหม่ๆสินะ ตอนนั้นฉันชอบเขาและเขาก็ชอบฉันมาก 

อย่างที่ว่าเราพบกันบนรถไฟฟ้า ฉันถูกเขาเบียดจนติดกับมุมข้างประตู ในหัวตอนนั้นคือไอ้นี่มันโรคจิตชัดๆ แต่พอรู้ว่าที่เขาทำแบบนั้นก็เพื่อกันฉันออกจากคนโรคจิตที่จ้องจะถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิง ฉันก็ประทับใจและขอบคุณไม่น้อย

ข่วงแรกๆเราโทรคุยกันเกือบทั้งคืน แน่นอนว่าเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปไร้สาระ แต่นั้นก็ทำให้เรามีความสุข

วันอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็วและเป็นสุข

แต่...

คืนถัดมาฉันก็ออกไปเที่ยวเช่นเคย กินเหล้าพอเริ่มเมาก็หยิบมือถือกดเบอร์ที่ขึ้นชื่อว่าที่รักแล้วกดโทรออก 

แต่คร่าวนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไป ฉันโทรไปหาเขาแต่คนที่รับไม่ใช่สามีของฉัน ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายคนหนึ่งและเสียงเอะอะดังมาตามสาย

ฉันกลับบ้านมาเองโดยการโบกแท็กซี่ซึ่งเป็นสิ่งที่สามีฉันห้ามนักห้ามหนาว่าถ้าเมาต้องรอให้เขาไปรับอย่างเดียวห้ามขึ้นแท็กซี่เด็ดขาด แต่คร่าวนี้เขาไม่ว่าอะไรฉันเลย

เรื่องราวแห่งความเงียบงัน เริ่มต้นขึ้นจากวันนั้นเป็นต้นมา

เช้าวันต่อมาเขาก็เงียบไม่พูดไม่จากับฉันเลย และก็เป็นเช่นนั้นเรื่อยมา 

พอเห็นเขาเงียบแปลกๆแบบนี้ฉันก็รู้สึกผิดขึ้นมาได้เอง  ที่เขาเงียบและเย็นชาใส่ฉันคงเป็นเพราะตัวฉันเอง เพราะฉันมันเห็นแก่ตัว ไม่เคยนึกถึงใจคนที่รัก

ฉันเริ่มกลับมาทำงานบ้าน ล้างจาน ปัดกวาด ทำอาหาร 

ฉันหัดทำอาหารที่เขาชอบหลายๆอย่าง พยายามทำให้สุดฝีมือและตั้งใจ แต่เขาก็ไม่แตะต้องมันเลยสักคำ ฉันขอให้เขาลองชิมก็ยังดีแต่เขาก็นิ่งเฉย เมินเขาพูดของฉัน ทำเหมือนฉันไร้ตัวตน

บรรยากาศในบ้านเงียบเหงาเหมือนกับฉันอยู่บ้านหลังนี้เพียงคนเดียว ดอกไม้ในแจกันห้องนั่งเล่นกำลังเหี่ยวแห้งเหมือนกับหัวใจของฉันและบ้านหลังนี้ 

นี่สินะความรู้สึกของสามี เขาคงเหงามากๆตอนนี้ที่ภรรยาของตัวเองออกไปอาบแสงสี เขาคงหนาวใจแน่ๆในวันที่ฉันออกไปหาความสุขจอมปลอมพวกนั้น

ฉันเดินเข้าไปหาเขาและพูดกับเขาว่า "ที่รักตั้งแต่วันนี้ฉันจะปรับปรุงตัวแล้วนะ จะไม่เที่ยวไม่กินเหล้าแล้ว" 

แต่เขาก็นิ่ง เขาคงชินชาไปเสียแล้ว

สายไปแล้วงั้นหรือ คงจะใช่กระมั้ง

พวกเพื่อนๆที่เคยเที่ยวด้วยกันก็โทรมาหาฉันทุกวัน วันละหลายๆคนแต่ไม่ใช่โทรมาชวนฉันไปเที่ยวแต่อย่างใด ทุกคนพูดประโยคคล้ายๆกันว่า 'สู้ๆนะ' 'ขอให้ผ่านมันไปได้ไวๆนะ' อะไรประมาณนี้

วันหยุดฉันชวนเขาออกไปดูหนัง หนังภาคต่อที่เขาเป็นแฟนตัวยง ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ยอมไปด้วย ฉันจึงออกไปดูคนเดียวในห้างที่เราเดทแรกกัน 

ความทรงจำที่สวยงามดังภาพวาดปรากฏขึ้นในความทรงจำของฉัน ภาพของหนุ่มสาวสองคนเดินเข้าหากันด้วยความเขินอายนั้นเรียกนํ้าตาของฉันให้ไหล

ในวันนั้นเขาเห็นอะไรในตัวคนอย่างฉันกันแน่นะ และฉันละเห็นอะไรในตัวของเขา 

ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ดูจริงจังกับชีวิตเอาเสียมากๆ ตั้งใจทำงานหาเงินทั้งที่ฐานะทางบ้านก็กลางๆค่อนไปทางดีเสียด้วยซํ้า แต่พอฉันถามเขาก็บอกว่าอยากให้ภรรยาในอนาคตของตัวเองภูมิใจ

ฉันรักเขาเพราะเรื่องพวกนี้แหละฉันรู้ดี เขารักฉันเพราะอะไรกันนะ

ทั้งที่...

คนอย่างฉันไม่มีอะไรดีเลย...

ฉันกลับมาบ้านทำอาหารให้เขาแต่เขาก็ไม่กินเหมือนทุกวัน ฉันนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับเขาโดยไร้บทสนทนาใดๆ ในที่สุดฉันก็ร้องไห้ออกมา เขาเป็นแบบนี้มาหนึ่งเดือนแล้ว ฉันแทบทนไม่ไหวฉันนอนร้องไห้ทุกคืน 

หัวใจของฉันมันห่อเหี่ยวเหลือเกินเมื่อคนที่ค่อยรดนํ้าอย่างถนุถนอมหายไป 

ฉันอ้อนวอนสามีตรงหน้าทั้งนํ้าตา 

"พูดกับฉันสักคำเถอะ จะด่าหรือว่าฉันก็ได้ ขอแค่เอ่ยปากทีได้ไหม ฉันไม่ได้ยินเสียงคุณมาหนึ่งเดือนแล้วนะ พูดว่าห้ามกลับดึกหรืออย่าดื่มเยอะได้หรือเปล่า เป็นห่วงฉันแบบเดิมที อย่าทำเย็นชาใส่ฉันเลย"

"ขอร้อง..."

แต่ก็ไร้ผล คำขอของฉันส่งไปไม่ถึง...

ในเช้าวันหนึ่งฉันมีอาการคล้ายคนแพ้ท้องจึงตัดสินใจไปตรวจที่โรงพยาบาลและพบว่าตัวเองตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว 

ฉันดีใจมากและรีบกลับบ้านมาบอกให้เขารู้แต่เขาก็ไม่ตอบหรือไม่แสดงอาการดีใจออกมาเลย 

"เราสองคนกำลังจะมีลูกแล้วนะ" 

ฉันพูดกับเขาแบบนี้ 

"ฉันจะเลี้ยงลูกของเราให้ดีสุด จะต้องเป็นแม่ที่ดีให้ได้ คุณเห็นใช่มั้ยว่าฉันสามารถเป็นแม่คนได้ ขอบคุณนะ"

ลมเย็นพัดผ่านฉันไป ฉันหนาวเหลือเกินบ้านหลังนี้หนาวจริงๆ ถ้าเขากอดฉันก็คงดีสินะ ฉันเองก็อยากกอดเขาเหลือเกิน

สองเดือนผ่านมาฉันออกไปตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด และรีบกลับบ้านมาทำอาหารกลางวันให้เขากินถึงเขาจะไม่เคยกินมันเลยก็ตาม ฉันตั้งใจจะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีของเขาให้ได้

ถึงแม้จะสายเกินไปก็ตาม...

สามเดือนผ่านไปกับชีวิตที่ไร้เสียงตอบกลับ ชีวิตที่พูดคุยได้แต่กับเพียงรูปภาพ ชีวิตที่ฉันเลือก เส้นทางที่ฉันสร้างขึ้นมาจากการกระทำของตัวเอง

วันนี้ฉันตื่นแต่เช้าตรู่ขับรถไปรับพ่อแม่ของเขาที่บ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกเรา

ฉันพาเขามาด้วย

พอไปถึงพ่อกับแม่ก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

พ่อกับแม่เดินขึ้นรถมา ฉันขับรถออกไปช้าๆ แม่ที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับถามฉันว่า

"เป็นไงบ้าง? ลูกชายของแม่รักหนูมากนะ ถ้าอยู่คนเดียวไม่ได้ก็ย้ายมาอยู่กับแม่ได้นะ"

ฉันยิ้มทั้งนํ้าตา"คะแม่ แต่หนูไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะ เขายังอยู่กับหนูคะ"

"ถึงเขาจะพูดคุยกับหนูไม่ได้แล้วก็ตาม...."

วันนี้เป็นวันที่เขาจากไปเพราะอุบัติเหตุครบหนึ่งร้อยวันพอดี ฉันกับพ่อแม่จึงมาทำบุญร้อยวันให้เขา

 

ทุกครั้งที่ลืมตาเวลาก็ลดลงไปเรื่อยๆเช่นกัน

เวลามีแต่ลดไม่มีเพิ่ม มีเพียงเดินหน้าไม่มีถอยหลัง ดังนั้นจงใช่เวลาทุกวินาทีไปกับสิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุข แต่ต้องดูก่อนว่าความสุขนั้นมันคือของจริงหรือของปลอม

ขอบคุณครับ

ผลงานอื่นๆ ของ หมอกหนา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 00:29

    เศร้าเน๊าะ

    #1
    1
    • #1-1 bearaa22
      24 ตุลาคม 2563 / 01:06
      ผู้เขียนก็แอบเศร้าอยู่เหมือนกันครับ☺😢
      #1-1