[EXO]OS//SF Kuma's

ตอนที่ 6 : Postcard | ชานเลี่ย ป๋ายเซียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

Postcard

-พู่ชานเลี่ย เปี๋ยนป๋ายเซียน-










            “คุณชานเลี่ยคะหญิงสาววัยกลางคนที่เป็นพนักงานประจำอยู่บริเวณเคาน์ทเตอร์ของคอนโดเอ่ยเรียกชื่อเขาก่อนที่จะยื่นบางสิ่งมาตรงหน้า


           “ครับ?”


โปสการ์ดค่ะ ของคุณชานเลี่ยกระดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งด้านหนึ่งจะมีลวดลายของสถานที่ใดสักที่บนโลกประดับอยู่บนแผ่นกระดาษนั่นซึ่งชานเลี่ยก็ไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่ามันคือหอนาฬิกาถูกยื่นมาให้เขาก่อนที่พนักงานสาวจะส่งยิ้มให้เพื่อเป็นมารยาท


อีกแล้วหรอครับชานเลี่ยถามออกไปเพราะว่าเขาได้มันมาสักระยะหนึ่งแล้วซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเป็นเขาและเขาก็ไม่รู้อีกเช่นกันว่าเจ้าของเจ้าโปสการ์ดใบนี้เป็นใคร ชานเลี่ยรู้เพียงแค่ว่ามันจะถูกส่งมาให้เขาทุกๆเดือนไม่สิบางเดือนก็ถูกส่งมาให้ถึงสองฉบับด้วยกันและนี่ก็เป็นเวลากว่าแปดเดือนแล้วที่เขาได้รับโปสการ์ดพวกนี้


ค่ะ


ชานเลี่ยมึงทำไรวะเสียงเรียกที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ชานเลี่ยหันหลังไปก่อนที่จะพบกับเจ้าของใบหน้าหวานที่ติดจะขี้เล่น หางตาตกๆนั่นช่วยทำให้เจ้าตัวดูน่ารักไม่หยอกไหนจะไอ้ปากทรงสามเหลี่ยมของมันอีกแต่ยังไงล่ะวะมัน….เป็นผู้ชาย และแน่นอนว่าต่อให้เขาไม่หันไปเขาก็รู้อยู่ดีว่าเจ้าของเสียงนั่นมันจะเป็นใครไม่ได้นอกจากไอ้ตัวเล็กที่ชื่อเปี๋ยนป๋ายเซียน


มีคนส่งโปสการ์ดมาให้กูอีกแล้วว่ะ


อีกแล้วหรอวะป๋ายเซียนตอบออกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเขาเห็นว่าไอ้ชานเลี่ยมันได้โปสการ์ดมาหลายใบแล้วทั้งๆที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนให้มัน น่าตลกเป็นบ้า


เออแม่ง โรคจิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ท่าทางไม่สบอารมณ์แบบนั้นหมายความว่าไงวะ ชานเลี่ยมันจะอารมณ์เสียอะไรหนักหนากะอีแค่มีคนส่งโปสการ์ดมาให้มัน ดีซะอีกที่มันได้เห็นสถานที่สวยๆซึ่งแน่นอนว่าคนอย่างมันไม่เคยไปหรอก


ช่างมันเถอะน่ามึงก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรไม่ใช่หรอวะแค่อ่านๆมันเองอีกอย่างเขาจะเป็นโรคจิตได้ไงในเมื่อเขาก็เขียนรู้เรื่องดีเขาเนี่ยอิจฉามันจะตาย ทำไมไม่มีคนมาให้บ้างวะแม่ง


เข้าข้างเขาจังนะมึงเนี่ย แล้วนี่มึงมาหากูทำไม


มาหาไม่ได้ไงวะเพื่อนอะ


เอาจริงๆ” รู้ทันตลอดไอ้เสือ


กูหิวเดือนนี้ไม่มีเงินจะกินแล้วเนี่ยเลยว่าจะมาขอพึ่งใบบุญจากเพื่อนอย่างมึงสักหน่อย


กูว่าละ งั้นปะขึ้นห้องกัน


ว่าแล้วทั้งคู่ก็พากันเดินออกมาจากบริเวณนั้นก่อนที่จะเดินไปยังลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังชั้นหกห้องพักของพู่ชานเลี่ยคนตัวโตที่เดินนำหน้าเปี๋ยนป๋ายเซียนผู้นี้อยู่เสมอ



*

 

ไอ้ชานเลี่ยไหนขอดูหน่อยเขาเขียนอะไรมาให้ทันทีที่กินอาหารเสร็จป๋ายเซียนก็พาตัวเองไปหย่อนก้นนั่งบนโซฟาตัวนุ่มก่อนที่จะเริ่มยุ่งเรื่องชาวบ้านทันที่โดยที่ไม่รีรอให้อาหารย่อยแม้แต่น้อย ก็นะคนเราต้องใช่เวลาให้มีประโยชน์


เสือกนะครับน้องป๋ายเซียนชานเลี่ยพูดยิ้มๆก่อนที่จะส่งมือใหญ่ไปโคลงหัวเล็กๆของไอ้เพื่อนตัวแสบไปมา


เออ ใช่ซี่กูมันก็แค่เพื่อนที่มึงจะทิ้งเมื่อไรก็ได้นี่ไม่ได้สำคัญอะไร


ไม่ตัดพ้อดิ ใครบอกกูจะทิ้งมึง กูไม่ทิ้งมึงหรอกน่าไอ้ตัวเล็ก


ไม่เรียกกูแบบนั้นไม่ได้หรอวะ แม่ง คนในคณะเขาล้อกูหมดแล้วเนี่ยใครสั่งใครสอนให้มันเรียกแบบนั้นกันใครเขาก็มีชื่อที่ป๊ากับม๊าตั้งให้กันทั้งนั้นป่าววะ เนี่ย ป๋ายเซียนเนี่ยทำไมไม่รู้จะเรียกเข้าไปวะ


น่ารักจะตายมึงไม่ชอบหรอวะมึงก็ตัวเล็กส่วนกูก็ตัวโตไงนี่ไงเพื่อนกันคัพเพิลกันไปอี๊ก


โอ๊ย มึงพอเหอะชานเลี่ย กูขอร้อง


 “ถึงกับขอร้องเลยหรอครับตัวเล็กป๋ายเซียนส่งเสียงจิ๊ออกมาเมื่อรู้สึกว่าต่อให้เถียงอย่างไงคนที่แพ้มันก็เป็นเขาอยู่วันยังค่ำ ไหนๆก็ไหนๆแล้วปล่อยมันไปเหอะ ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังเสือกเรื่องของไอ้ชานเลี่ยไม่สำเร็จ


นี่มึงจะไม่ให้กูอ่านจริงๆหรอถามออกไปอีกครั้งก่อนที่จะหันหน้าไปทางเพื่อนตัวโตแล้วทำสีหน้าอ้อนๆใส่มัน “ชานเลี่ยนี่เพื่อนไงป๋ายเซียนเอง


เออกูไม่ให้อ่าน


ใจร้าย ไอ้เพื่อนชั่ว!”


โห หยอกนิดเดียวเองมั้ยวะชานเลี่ยเดินออกไปจากบริเวณโซฟาก่อนที่จะเดินไปหยิบโปสการ์ดที่ถูกวางแมะเอาไว้บนชั้นเก็บหนังสือมาให้เพื่อนอย่างป๋ายเซียนได้อ่านก่อนที่จะถูกตัดพ้อใส่ไปมากกว่านี้


เขากับไอ้ตัวเล็กนี่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้ามัธยมปลายใหม่ๆแต่ก็มีช่วงที่เขากับมันทะเลาะกันไปพักหนึ่ง เอาจริงๆมันก็พักใหญ่เลยล่ะเพราะว่าเขาเองแหละที่ไปติดเพื่อนใหม่เกเรจนเกือบจะเสียผู้เสียคนแต่ก็ยังดีที่ไอ้ตัวเล็กนี่ไม่ยอมทิ้งกันไปง่ายๆและดึงเขากลับมาอีกครั้ง เขายังจำเหตุการณ์ตอนนั้นดีเชียวล่ะว่าเหตุผลหลักๆที่แท้จริงที่ทำให้เขาสำนึกได้มันคืออะไร



ชานเลี่ยกลับบ้านกัน


มึงก็กลับไปก่อนสิวะ


แต่….”


จะอะไรหนักหนาตัวไม่ได้ติดกัน จะไปไหนก็ไป!!!”เขาขึ้นเสียงใส่ป๋ายเซียนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนแต่ความรู้สึกในตอนนั้นคือเขาเบื่อ เขาเบื่อความธรรมดาของเพื่อนตัวเล็กนี่ เขาเบื่อที่ต้องกลับบ้านพร้อมกัน กินข้าวด้วยกันหรือทำอะไรด้วยกัน


เขาแค่รู้สึกว่าเขาอยากจะมีเพื่อนใหม่ดูบ้าง อยากเตะบอล อยากลองกินเหล้า สูบบุหรี่ อยากไปเที่ยว  อยากทำอะไรก็ได้อย่างที่ตัวเองอยากทำ จะไปตีกับใครก็ได้ที่มันกวนอวัยวะเบื้องล่างเขาเท่านั้นโดยที่ไม่ได้คิดถึงใจของป๋ายเซียนเลยแม้แต่น้อย


เออ!!!”ว่าจบคนตัวเล็กก็เดินออกไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์แต่ ณ ตอนนั้นเขาไม่สนใจหรอกเขาสนก็แค่ฟุตบอลตรงหน้าเท่านั้นแหละ


ผ่านไปได้เพียงไม่นานเขาไม่รู้ว่ามันถึง30นาทีหรือเปล่าแต่มันก็….


ไอ้เลี่ย!!!!”


มีอะไรวะไอ้จื่อเทา


ไอ้ป๋ายเซียน


ไอ้ป๋ายทำไม กูถามว่ามันทำไม!!”ชานเลี่ยเขย่าไหล่จื่อเทาอยากแรงด้วยความอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนตัวเล็กของเขา


มันโดนพวกไอ้ลู่เฟยรุมกระทืบตรงร้านน้ำ ทำไมมึงปล่อยให้มันเดินกลับบ้านเองวะไอ้เลี่ยทันทีที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็รีบวิ่งออกไปจากสนามฟุตบอลทันทีโดนไม่ฟังเสียงเรียกของใครทั้งนั้น เขารู้แค่ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาจะต้องไปปกป้องป๋ายเซียนให้ได้


          เมื่อไปถึงภาพที่เขาเห็นคือพวกไอ้ลู่เฟยกำลังต่อยเข้าไปที่ใบหน้าหวานๆนั่นอย่างไม่ยั้งแรง ใบหน้าที่เคยน่ารักเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ทั้งๆที่ป๋ายเซียนล้มลงไปกองกับพื้นแล้วทำไมไอ้พวกสวะนั่นมันยังถึงทำได้ลงคอเขาได้แต่เก็บคำถามเหล่านั้นเอาไว้ในใจแล้วรีบวิ่งเข้าใส่ไอ้พวกนั้นอย่างไม่กลัวเจ็บ


         “ไอ้พวกเหี้ยมึงทำอะไรป๋ายเซียน!!!”


มาแล้วหรอวะไอ้ชานเลี่ย


มึงทำแบบนี้ทำไมไอ้ลู่เฟย


ก็ในเมื่อกูทำอะไรมึงไม่ได้กูก็จะไปลงที่เพื่อนสนิทมึงแทนไง


ไอ้เวรเอ้ย!!!”ชานเลี่ยซัดหมัดหนักๆเข้าไปที่หน้าของไอ้ลู่เฟยอย่างแรงจนมันถลาลงไปกองบนพื้นและหลังจากนั้นเขาก็เข้าไปคร่อมมันแล้วต่อยอย่างไม่สนใจต่อให้ลูกน้องของไอ้ลู่เฟยจะมีเยอะขนาดไหนแต่เพื่อปกป้องเพื่อนคนนี้แล้วเขาจะทำ


ไอ้ชานเลี่ยพวกกูมาช่วยแล้วจื่อเทากับเพื่อนในทีมฟุตบอลจำนวนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาจัดการกับลูกน้องของไอ้ลู่เฟยจนพวกมันต้องลนลานหนีไปราวกับหมา


ป๋ายเซียนมึงเป็นไงบ้างชานเลี่ยรีบเขาไปดูป๋ายเซียนที่ตอนนี้นั่งร้องไห้อยู่บนพื้น หน้าตาที่บวมช้ำกับน้ำตาที่ไหลเป็นสายมันช่างไม่เข้ากับไอ้ตัวเล็กนี่เลยแม้แต่น้อย


ฮึก ชานเลี่ย


กูขอโทษนะไอ้ตัวเล็ก กูขอโทษเขารู้สึกผิดที่ทำให้ป๋ายเซียนต้องมาเจ็บตัว เขาโกรธโชคชะตาที่ทำให้ป๋ายเซียนมาเจอกับไอ้พวกลู่เฟย แต่ที่สุดเขาโกรธตัวเองที่ที่ทิ้งให้ป๋ายเซียนกลับบ้านเพียงลำพัง เจ็บมั้ย กูไม่ได้ตั้งใจ


ไม่เป็นไร ฮึก กูไม่เป็นไรชานเลี่ยและเขาก็นึกโกรธป๋ายเซียนที่บอกว่าไม่เป็นไรเสมอ


กลับบ้านกัน เดินไหวหรือเปล่า


อือ มึงไม่ไปเล่นบอลต่อแล้วหรอ


ไม่ กูจะไม่ทิ้งมึงให้อยู่คนเดียวอีกแล้วและหลังจากวันนั้นเป็นต้นมาเขาก็สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่ทิ้งป๋ายเซียนให้อยู่คนเดียวอีก เขาจะกลับบ้านพร้อมกัน กินข้าวพร้อมมัน ทำทุกอย่างพร้อมมัน(ยกเว้นเข้าห้องน้ำแล้วกัน)


 

ชักช้าจริงๆเลยต้องให้ด่าก่อนตลอด


อะ เอาไปอ่านซะให้เต็มตาเลยครับคุณป๋ายเซียน” ป๋ายเซียนรับโปสการ์ดแผ่นนั้นมาก่อนที่จะรีบพลิกไปอ่านข้อความด้านหลังอย่างรวดเร็ว


 

ถึง….นายคนที่เราแอบมองอยู่ตลอด

สวัสดีนี่ก็ไม่รู้ว่าเป็นฉบับที่เท่าไรแล้วเนอะที่เราเขียนมันให้นายถึงนายจะอยากรู้ว่าเราเป็นใครแต่เราคิดว่านายไม่ต้องรู้ดีกว่าแค่รู้ว่าเราชอบที่ได้แอบมองนายอยู่ตรงนี้ตลอดก็พอ อือ..มันมีความสุขดีนะเวลาที่ได้เห็นนายในมุมเงอะงะ ได้เห็นในมุมที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นและก็มีบางทีที่เราคิดว่าถ้าเราได้ลองเจอกันสักครั้ง พูดคุยกันสักประโยค เดินจับมือไปด้วยกันบนถนนสักสายและพัฒนาความสัมพันธ์นี้มันคงจะดีไม่น้อยแต่พอคิดไปคิดมาถ้าเราต้องจบความสัมพันธ์นั้นลงสู้เราแอบมองนายแบบนี้ไปเรื่อยๆดีกว่า ไม่ต้องพัฒนาแต่ก็ยังได้เฝ้ามองแค่เท่านี้มันก็เพียงพอต่อหัวใจของเราแล้วล่ะ

ปล.ที่นี่สวยมากเลยล่ะในอนาคตอย่าลืมพาคนที่นายชอบมาดูด้วยกันนะ

จากบุคคลนิรนาม


 

มึงไม่เขินบ้างหรอวะป๋ายเซียนถามออกไปด้วยความใคร่รู้หลังจากที่อ่านจบ ถ้าเกิดวันหนึ่งวันใดมีคนมาเขียนอะไรแบบนี้ให้เขาบ้างมันต้องดีมากแน่ๆเพราะมันดูบริสุทธิ์แต่ก็รับรู้ได้ถึงความหน่วงหัวใจเล็กๆในประโยคท้ายๆเหมือนกันถ้าสดใสกว่านี้ก็คงจะดีไม่หยอก


กูจะเขินก็ต่อเมื่อกูรู้ว่าเขาเป็นใครเท่านั้นชานเลี่ยตอบกลับมาเสียงแข็ง


บางทีถ้ามึงรู้มึงอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้น้ำเสียงแปลกๆของป๋ายเซียนทำเอาชานเลี่ยอดที่จะสงสัยไม่ได้


ทำไมมึงคิดงั้นวะ หรือมึงรู้ว่าเขาเป็นใคร


บ้า กูจะไปรู้ได้ไง” โอเค ไอ้ตัวเล็กนี่มันไม่รู้


เออ แต่จะว่าไปมึงก็ชอบเขียนอะไรแบบนี้ไม่ใช่หรอวะ


กูชอบเขียนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูอะป๋ายเซียนทำหน้างงๆก่อนจะหันไปทางไอ้เพื่อนตัวโตแล้วส่งโปสการ์ดคืนให้กับเจ้าของตัวจริง


เออๆไม่เกี่ยว คืนนี้นอนห้องกูป้ะ


ทำไมวะ ไม่เอาอะ กูไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยน


ก็ของกูไง


โห ตัวใหญ่อย่างกะควายถ้ากูใส่เสื้อมึงไปมอคนนี่ไม่คิดว่ากูเอาผ้าห่มห่มไปหรอพูดซะรู้สึกผิดที่เกิดมาตัวใหญ่เลย มันตัวเล็กเองเปล่าวะทำไมเอาแต่โทษเขา


เดี๋ยวพน.เช้าไปส่งหอแล้วค่อยไปมอพร้อมกัน


เออๆแต่ตอนเย็นมึงต้องสั่งพิซซ่ามากิน


จัดไปครับ



*


ชานเลี่ยเดี๋ยวมึงเดินเข้าไปก่อนเลยกูจะไปเข้าห้องน้ำ


เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อน


เออ ตามใจ


หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จโดยที่มีไอ้ชานเลี่ยที่ตัวโตเท่ายักษ์ไปเป็นเพื่อนก็ถึงเวลาที่ต้องเข้าห้องเรียนเสียทีและที่ต้องทำใจเอาไว้เลยก็คือทันทีที่เปี๋ยนป๋ายเซียนผู้นี้เปิดประตูเข้าไปจะต้องมีเสียงแซวจากไอ้เพื่อนห่าในกลุ่มแน่นอนและประเด็นหลักก็ไม่พ้นเรื่องของเขากับพู่ชานเลี่ย


โอ๊ย รังสีความรักแผ่ซ่านมาหากูว่ะเพื่อนตัวขาวประจำกลุ่มอู๋ซื่อชุนพูดออกไปด้วยน้ำเสียงติดจะขี้เล่นซึ่งเป็นลักษณะประจำของเจ้าตัว


เออ ตัวติดกันจังแล้วก็บอกไม่มีอะไรๆจินจงเหรินเพื่อนผิวเข้มอีกคนที่นั่งถัดไปก็อดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้ ก็เห็นแล้วมันน่าแซวน่าแกล้งเสียให้อายนี่


พวกเชี่ย มึงเงียบปากไปเลยนะป๋ายเซียนเหวออกมาอย่าหัวเสีย แซวมันเข้าไปทุกวี่ทุกวันนี่ขนาดเตรียมใจเอาไว้แล้วนะ ถ้าเกิดไอ้ชานเลี่ยไม่ไปเป็นเพื่อนเขาเข้าห้องน้ำมันก็คงไม่แซวหรอก ผิดที่มันคนเดียวเลย


เขินหรอจ๊ะน้องป๋ายเซียนแก้มแดงใหญ่แล้วซื่อชุนเอ่ยอีกครั้งด้วยท่าทางสนุกๆ


อยากให้กูเลิกคบพวกมึงเป็นเพื่อนใช่มั้ย นี่โมโหแล้วนะคนตัวเล็กวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเสียงดังก่อนที่จะนั่งลงไปบนเก้าอี้แรงๆเพื่อให้รู้ว่าเขาอารมณ์เสียจริงๆ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าวันนี้เขาไม่ได้เรียนรวมกับคณะอื่น หมดกันป๋ายเซียนเอ้ย


เออ พวกมึงก็หยุดแกล้งไอ้ตัวเล็กสักทีชานเลี่ยเห็นท่าไม่ดีเลยปรามไอ้เพื่อนห่าพวกนี้เสียหน่อย ไม่ใช่อะไรหรอกเพราะว่าถ้าเกิดไอ้ตัวเล็กนี่งอนมันก็จะงอนทั้งกลุ่มซึ่งเขาไม่ชอบให้เป็นแบบนั้น


ชานเลี่ย!!!กูชื่อป๋ายเซียน!!! เปี๋ยนป๋ายเซียน!!!”และอีกครั้งที่เปี๋ยนป๋ายเซียนเหวออกไปเมื่อไอ้คนต้นเรื่องอย่างพู่ชานเลี่ยดันเรียกเขาว่าตัวเล็ก


เออหน่าหรือมึงจะให้มันแกล้งต่อ


น่อ ไม่เบานะครับมีการไม่ให้กงไม่ให้แกล้งจงเหรินว่างั้นก่อนที่จะโดนชานเลี่ยมองปรามทำนองว่าให้พอและพูดแบบไม่มีเสียงออกไปน่อที่ตีน มึงจะหยุดไม่หยุด


กราบพ่อสิจงเหรินซื่อชุนยังคงไม่เลิกราง่ายๆจนชานเลี่ยต้องตบหัวกบาลเสียฉาดใหญ่ สมน้ำหน้าแม่งไม่ยอมหยุดสักที


ไอ้ชานเลี่ยกูเจ็บนะเนี่ย


อยากโดนอีกครั้งมั้ย


โหดกะกูจังทีไอ้ป๋ายเซียนไม่เห็นมึงจะตบหัวมันแรงๆแบบกูมั่งเลย ป่านี้สมองกูไหลออกจากหัวหมดแล้วมั้งซื่อชุนยังคงบ่นปอดแปดกับการกระทำเมื่อสักครู่ของชานเลี่ยแต่ครั้งนี้เหมือนว่าอู๋ซื่อชุนมันจะรู้ตัวถึงได้ขยับเก้าอี้ออกห่างจากเขา


มึงไม่มีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อย่าพูดมาก ม๊ามึงส่งให้มาเรียน


ครับป๊าคนที่สอง


นั่งเรียนจนจะหมดคาบแต่ก็ยังไม่มีใครได้ยินเสียงของป๋ายเซียนแม้แต่น้อยคาดว่าพวกเขาคงจะถูกงอนกันเสียเข้าให้แล้วล่ะแต่พอชานเลี่ยมองไปทางโต๊ะของไอ้ตัวเล็กกลับพบว่าที่มันเงียบมันไม่ใช่เพราะมันงอนแต่เพราะมันกำลังหลับต่างหาก ไอ้ขี้เซาเอ้ย


ว่าแล้วชานเลี่ยก็ถอดเสื้อคลุมของตัวเองไปคลุมให้กับป๋ายเซียนที่ตอนนี้กำลังนอนฟุบหน้าหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ดีที่พวกเราไม่ได้นั่งกันข้างหน้ามิเช่นนั้นอาจจะโดนอาจารย์ป้าหน้าห้องที่กำลังสอนอยู่ด่าโชว์เพื่อนคณะอื่นไปแล้ว


แหม ไอ้ชานเลี่ยมึงนี่มันจริงๆเลยอีกครั้งที่อู๋ซื่อชุนพูดจาล่อมือล่อตีน


อะไร


ดูแลดีขนาดนี้เหลืออย่างเดียว


เหลืออย่างเดียวอะไรของมึงไอ้นี่แม่งชอบพูดจาให้งง


เป็นผัวให้ไอ้ป๋ายเซียนไอ้อู๋ซื่อชุน!!!นี่ถ้าไอ้ตัวเล็กมันตื่นขึ้นมาได้ยินมันคงจะต้องตะโกนเป็นคนบ้าอีกแน่ๆมึงนี่มันไม่เข็ดจริงๆ



*


กลับยังเดี๋ยวกูไปส่งชานเลี่ยถามออกมาระหว่างที่กำลังเดินไปยังหน้าคณะด้วยกัน


ไม่เป็นไรเดี๋ยววันนี้กูกลับเอง อะ เสื้อมึงเอาคืนไปป๋ายเซียนพูดด้วยน้ำเสียงตึงๆก่อนที่จะรีบยื่นเสื้อคืนให้กับเจ้าของ


มึงเป็นอะไรเนี่ยป๋ายเซียนอดที่จะถามออกไปไม่ได้ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าถูกงอนแต่ก็นะเขายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนี่หว่า


ไม่ไง


 เออมึงงอนพวกกูหรอซื่อชุนถามย้ำออกมาอีกครั้ง


กูขอโทษเว้ยไอ้ป๋ายเซียนแต่มึงอย่าทำตึงใส่ไอ้ชานเลี่ยมันดิวะมันไม่ได้ผิด มันห้ามพวกกูแล้วไงมึงก็เห็นจงเหรินเอ่ยออกไปตามความเป็นจริงในเมื่อคนที่ควรจะถูกไอ้ตัวเล็กนี่งอนมันควรจะเป็นเขากับไอ้อู๋ซื่อฮุนมากกว่า


แต่…”


ยอมรับแล้วใช่มั้ยว่างอนชานเลี่ยหยุดฝีเท้าลงก่อนที่จะหันหน้ากลับมาเผชิญกับป๋ายเซียน สายลมอ่อนๆของฤดูหนาวทำให้ใบหน้าเล็กนั่นเปื้อนไปด้วยสีแดงและมันน่าเอ็นดูจนเขาอยากจะบีบเจ้าก้อนกลมทั้งสองข้างนั่นถ้าไม่ติดว่าตอนนี้มันคือสถานการณ์ที่ไม่ควร


เออ งอน!! ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะเว้ย อายเขานี่ก็มีคณะอื่นเรียนด้วยเนี่ย


“….”


ถ้าเหตุผลของมึงมันคือแบบนี้งั้นกูกลับแล้วนะ ขอโทษที่ทำมึงโดนแซวเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ทำเอาใจรู้สึกแปลบๆ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าแท้จริงแล้วไอ้ตัวเล็กนี่มันอายคนอื่นที่โดนแซวกับเขา ถ้าเป็นกับไอ้อี้ฝานป๋ายเซียนมันคงไม่อายสินะ


เดี๋ยวชานเลี่ย!!!”ป๋ายเซียนตะโกนลั่นหวังให้คนที่กำลังค่อยๆเดินนำหน้าตัวเองไปทีละก้าวๆหยุดลงแต่มันก็เปล่าประโยชน์เมื่อชานเลี่ยไม่ยอมหยุดมิหนำซ้ำยังรีบเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิม


นั่นป๊างอนเลยจงเหรินเอ่ยก่อนที่จะเดินไปยังลานจอดรถ


ไปง้อผัวซะนะไอ้ป๋ายเซียนตามด้วยไอ้ซื่อชุนและทิ้งเขาไว้เพียงคนเดียวกลางทางเดินนี้พร้อมกับเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ของพู่ชานเลี่ย


 คนทุกคนย่อมมีเหตุผลเป็นของตัวเองพวกมึงไม่มาเป็นกูไม่มีวันรู้หรอกว่าทำไม



*


วันนี้อากาศดีแต่สำหรับป๋ายเซียนแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ปกติเวลานี้เขากับชานเลี่ยต้องมานั่งกินอาหารด้วยกันแล้วแต่วันนี้มันไม่มีส่วนไอ้พวกนั้นไม่ต้องไปพูดถึงมันหรอกแค่ตื่นมาเรียนให้ทันก็บุญหัวมันแล้ว


ป๋ายเซียน มึงมายืนเด๋อทำไมตรงนี้


ชานเลี่ย!! มึงไม่โกรธกูหรอวะ เรื่องเมื่อวานกูขอโทษนะที่พูดแบบนั้นออกไป


เออ ช่างแม่งเหอะแต่อย่าพูดแบบนั้นอีกได้มั้ยวะอย่าพูดว่าอายอีกได้มั้ยที่เขาไม่โกรธก็เพราะว่าเขาไม่อยากปล่อยมันให้อยู่คนเดียวก็เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วนี่


เออ กูไม่พูดแล้วใจอ่อนให้ทุกทีแค่เพราะคนตรงหน้าเป็นพู่ชานเลี่ย เปี๋ยนป๋ายเซียนคนนี้ก็พร้อมที่จะอ่อนให้ แล้วแบบนี้เมื่อมันไหร่ล่ะวะ


ดี ไปแดกข้าวกันว่าจบก็จัดการล็อคคอไอ้เพื่อนตัวเล็กให้เดินตามทางไปด้วยกันกลิ่นแป้งเด็กนุ่มนิ่มของมันยังคนเตะจมูกเขาอยู่ประจำและเขากล้าสาบานเลยว่าเขาเสพติดไอ้กลิ่นแป้งเด็กนี้ไปเสียแล้ว


ชานเลี่ยถ้าคนที่ส่งโปสเตอร์หามึงประจำเขาไม่ส่งมาแล้วมึงจะรู้สึกอะไรมั้ยวะป๋ายเซียนตักข้าวคำใหญ่เข้าปากก่อนที่จะพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อยและมาจบด้วยเรื่องนี้ที่เขาพึ่งคิดออกสดๆร้อนๆเมื่อกี้


ก็คงไม่รู้สึกหรอก มึงถามทำไมวะ ใจหายสิถามมาได้


ก็ถามดูเฉยๆกลัวว่าบรรยากาศมันจะเงียบไป


เออ พูดเรื่องนี้แล้วกูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยว่ะชานเลี่ยวางช้อนลงในจานก่อนที่จะเงยหน้ามาพูดกับเขาด้วยท่าทางที่จริงจัง


ช่วยไรอะก้มหน้าตักข้าวเข้าปากจนแก้มทั้งสองข้ามบวมตุ่ยเป็นหนูแฮมสเตอร์ ที่ไม่เงยหน้ามองตอบก็เพราะว่ากลัว


กลัวจะ….


ช่วยกูตามหาเจ้าของโปสการ์ดนี้หน่อยดิ


เชี่ย!! มึงบ้าป้ะ อะไรก็ไม่รู้แล้วจะไปหาเขาเจอได้ไง ประสาทแล้วป๋ายเซียนทำหน้าเหรอหราก่อนที่จะรีบเอาน้ำมาดื่มเพราะเกือบสำลักข้าวตายกับสิ่งที่ชานเลี่ยขอให้ช่วย


 “นะ ช่วยกูหน่อย กูอยากรู้จริงๆชานเลี่ยยังคงใช้ลูกตื้อเข้าอ้อนเหมือนกับที่ผ่านๆมา “นะมึง ป๋ายเซียนครับ” ครับอะไรของมึง!!!


แลกกับการที่มึงเลิกเรียกกูว่าตัวเล็ก


โห ยากว่ะ


งั้นกูไม่ทำ


เออแต่วันเดียวเท่านั้นแหละ ไอ้ตัวเล็กเอ้ย



*


วันนี้อาจารย์ยกคลาสแต่ให้ทุกกลุ่มกลับไปทำรายงานต่อแล้วมาส่งชั่วโมงหน้าเสียงเพื่อนในห้องที่ยืนประกาศบอกอยู่หน้าห้องทำเอาพวกเขาถึงกับทำหน้าเซงถึงในใจลึกๆจะแอบดีใจไปแล้วก็เถอะ


เพื่อไรวะเพื่อนตัวขาวทำสีหน้างุนงงก่อนที่จะทำเป็นปลงๆกับมัน คือจะไม่อะไรเลยถ้าแม่งอีชั่วโมงหน้าของอาจารย์คือวันศุกร์หน้าไม่ใช่วันจันทร์ที่กำลังจะมาถึง เสาร์-อาทิตย์ของกูมันไม่มีจริงสินะ


เออให้กูตื่นมาทำไมวะแม่งต่อด้วยเพื่อนผิวเข้มบ่นด้วยสีหน้าง่วงๆซึ่งหน้าก็เป็นแบบนี้ตลอด ทำไมไม่รีบบอกนี่คือสิ่งที่วิ่งวนอยู่ในโสตประสาทของเขา ให้กูรีบตื่นรีบเข้าไปทรมานร่างกายตัวเองด้วยการอาบน้ำทั้งๆที่นี่เป็นหน้าหนาวมันใช่เรื่องหรอวะ ใจร้าย


และจะเอาไงกับรายงานชานเลี่ยคนดีประจำหมู่บ้านผู้ซึ่งไม่ทุกข์ร้อนห่าเหวอะไรเหมือนกับคนอื่นนอกซะจากเป็นเรื่องของไอ้ตัวเปี๊ยกที่ยืนอยู่ข้างๆนี้เท่านั้นเอ่ยออกมาก่อนที่จะหันไปมองไอ้ตัวเปี๊ยกข้างๆเพื่อถามความเห็น “เอาไงไอ้ตัวเล็ก


ชานเลี่ยกูบอกมึงว่าไง


เออๆ ป๋ายเซียน


นี่กูทุกทรมานร่ายกายตัวเองด้วยน้ำเย็นแล้วยังต้องมาทุกข์ทรมานใจด้วยการเห็นคนรักกันด้วยหรอวะ มึงไม่ได้ยืนกันอยู่สองคนมั้ย ฮัลโหล เห็นกูกับไอ้ซื่อชุนมั้ยสหายจงเหรินอยากจะบ้าตาย


ไปห้องมึงมั่งดิไอ้ป๋ายเซียนกูเบื่อห้องไอ้ชานเลี่ยแล้ว” ซื่อชุนรีบเอ่ยออกมาราวกับว่าเบื่อแสนเบื่อคอนโดของไอ้ตัวโตนี่เต็มทนแต่ดันมาชอบห้องรังหนูกูซะงั้น อะจัดไป


เออๆเอางั้นก็ได้แต่พวกมึงห้ามยุ่มย่ามกับของในห้องกูด้วย


เออ พวกกูไม่ใช่เด็กๆแล้วนะเว้ยจงเหรินรีบแย้งออกมาก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาใครสักคน


ครั้งที่แล้วที่พวกมึงไปกันก็พูดงี้อะและเป็นไงรื้อของกูดูนู้นนี่สบายใจเลยสิ


เอองั้นตกลงเย็นนี้ไปห้องไอ้ป๋ายเซียนแล้วก็อยู่ต่อจนถึงวันอาทิตย์เลยใช่ป้ะซื่อชุนว่าก่อนที่จะทำท่าล้วงมือหากุญแจรถในกระเป๋ากางเกง


พวกมึงไม่มีห้องเป็นของตัวเองหรือไงถึงได้มาอยู่กับกูถึงวันอาทิตย์บ่นออกไปก็เท่านั้นในเมื่อไม่มีใครคิดที่จะฟังเขาอย่างจริงจังสักคน


ก็ห้องมึงเวลาแดกเหล้าแล้วมันได้บรรยากาศนี่หว่าแน่นอนนี่มันห้องของคนที่ชื่อเปี๋ยนป๋ายเซียนเชียวนะมันต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว


แล้วมึงอะชานเลี่ย จะกลับวันไหนคนตัวเล็กถามเพื่อนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างๆโดยที่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักนิดราวกับว่าใครชักจูงไปทางไหนก็เอาด้วยกับเขาหมด


กูกลับวันเดียวกับพวกมันแหละ กูไม่ยอมปล่อยให้พวกมันสองคนอยู่กับมึงตามลำพังหรอกประโยคแรกพูดออกมาอย่างเต็มเสียงแต่ประโยคหลังนั่นแผ่วเบาราวกับว่าไม่อยากให้ใครได้ยินแต่ก็ไม่พ้นคู่หูคู่เสือกอย่างซื่อชุนและจงเหรินที่หูดียิ่งกว่าอะไร ทั้งสองคนหันมามองหน้าชานเลี่ยก่อนที่จะหันไปยิ้มใส่กันอย่างรู้ความหมาย


ฮะ มึงพูดว่าไงนะ


กูบอกว่ากูกลับวันเดียวกับพวกมัน


หรอชานเลี่ย!!!”คู่หูคู่เสือกเอ่ยออกมาพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมายราวกับว่าจ้องจะเล่นงานเขาอยู่แล้วแต่แรก แต่ขอโทษเถอะไม่ได้แดกกูหรอก



*


ไอ้ชานเลี่ยกูถามจริงๆมึงชอบไอ้เปี๊ยกหรอเพื่อนตัวขาวเอ่ยถามออกไปในขณะที่กำลังนั่งขัดสะหมาดทำอะไรซะอย่างอยู่บนพื้น


“….”


ไม่เงียบดิพวกกูถามอะให้ตอบ


พวกมึงคิดว่าไงชานเลี่ยปรายตามองไปยังเพื่อนทั้งสองคนที่ตอนนี้ทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็นเสียจนน่าเกลียด


ก็อย่างที่บอกเหลืออย่างเดียวคือมึงเป็นผัวมัน มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ามึงอะชอบมันเพื่อนผิวเข้มถึงกับทนไม่ไหวต้องรีบพูดออกไปตามอย่างที่ตาเห็น


หรอยังจะมาถามเสียงนิ่งอีกนะมึง


เออ!!”คู่หูคู่เสือกทั้งสองคนตอบออกมาพร้อมกันจนเสียงดังเข้าไปถึงห้องน้ำที่ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังอาบน้ำอยู่และเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงตะโกนแว่วๆดังออกมาจากในห้องน้ำพวกมึงเรียกกูหรอ


พวกกูไม่ได้เรียกไอ้ห่านี่ก็หูดีจั๊ง



*


มึงกูว่าวันนี้เราพอแค่นี้ก่อนเหอะเหลือแค่จัดรูปเล่มเองพรุ่งนี้ก็เสร็จ


เออจริง กูปวดตาไปหมดแล้วเนี่ยอยากผ่อนคลายแหม เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะมึง


งั้นเดี๋ยวกูทำต่อเองชานเลี่ยว่าก่อนที่จะเดินไปหยุดลงบนหน้าโน้ตบุ๊คขนาดกลาง


ต่อห่าอะไร พอ หยุด มาแดกเหล้ากันดีกว่าซื่อชุนว่า


กูว่าและป๋ายเซียนทำหน้าตาหน่ายๆอย่างรู้ทันก่อนที่จะปล่อยตามเรื่องตามราวทำงานกันทีไรเป็นอันต้องได้แดกกันตลอด กูจะเป็นตับแข็งแล้วโว้ย


หลังจากที่กินเหล้ากันไปได้สักพักก็ดูเหมือนว่าคนบางคนในที่นี้ออกอาการเมาอย่างเห็นได้ชัดและแน่นอนว่ามันคงไม่พ้นไอ้ตัวเล็กที่คอพับคออ่อนซบไหล่ชานเลี่ยอยู่ตอนนี้ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองเป็นคนคออ่อนขนาดไหนแต่ก็ยังไม่วายซัดเอาๆราวกับว่ามันเป็นน้ำเปล่าชานเลี่ยนึกอยากจะดุไอ้ตัวเล็กนี้เสียให้เข็ด


มึงเรามาเล่นเกมส์กันดีกว่าซื่อชุนว่า


เกมส์อะไรกูจะพาไอ้ตัวเล็กไปนอนแล้วชานเลี่ยพูดก่อนที่จะเอามือไปประครองศีรษะของป๋าเซียนไว้อย่างระมัดระวังเพราะกลัวจะทำให้คนตัวเล็กตื่น


แหมๆๆจะพาไปนอนหรือพาไปทำอะไรครับจงเหรินแซวก่อนที่จะยกยิ้มมุมปากทำนองว่า กูรู้ทันมึงนะชานเลี่ยมึงจะแดกตับไอ้ป๋ายเซียนแน่นอน


ตีน เดี๋ยวถีบเลย


เล่นกับพวกกูก่อนนะ ชานเลี่ยครับ นะๆ


ไอ้จงเหรินหยุดทำแบบนั้น เออ กูยอมเล่นก็ได้


ดีมาก


ไอ้เกมส์ที่ว่าก็เบสิคๆ เกมส์หมุดขวดไม่รู้หรอกว่าเขาเรียกกันว่าอะไรแต่เอาเป็นว่าหมุนขวดไปได้สักพักก็ยังไม่มีทีท่าว่าปากขวดจะไปหยุดอยู่ที่พู่ชานเลี่ยเสียทีจึงทำให้คู่หูคู่เสือกหัวเสียอย่างห้ามไม่ได้ นี่กูกะซักมันจนสะอาดไหงกลายเป็นพวกกูสองคนโดนเล่นซะเองวะเนี่ย


กูอีกและเมื่อไรไอ้ชานเลี่ยมันจะโดนบ้างวะจงเหรินบ่นปอดแปดกับความบ้าบอของโชคชะตานี่มันถามลึกจนถึงตับแล้ว กูหมดเรื่องจะตอบแล้วโว๊ย


เออ พวกกูหมดเรื่องจะพูดแล้วเนี่ยซื่อชุนเสริม


งั้นก็เลิกเล่นจะได้ไปนอน


กูขออีกตานึงครั้งนี้ไม่มีพลาดแน่นอนไอ้เลี่ย


ตามสบายไหวไหล่อย่างไม่มีการเกรงกลัวเพราะว่าอย่างไงซะโอกาสที่มันจะมาโดนเขาก็เป็นไปได้น้อยมากเหลือเกินหลังจากที่นั่งเล่นกันมาได้สักพักแล้ว


“…”และเหมือนโชคชะตาเข้าข้างไอ้คู่หูคู้เสือกทั้งสองคนเมื่อไอ้ปากขวดโง่ๆนั่นมันดันไปหยุดชี้เป๊ะๆตรงหน้าเขา


เชี่ย!!กว่าจะโดน กูอยากร้องไห้


เร็วๆไอ้ซื่อชุนอย่ามาเว่อร์กูจะได้พาไอ้ตัวเล็กไปนอนซะทีมันเมื่อยจะแย่แล้วเนี่ย


เออครับๆแต่ขอสองคำถามได้ปะ แบบนะเดี๋ยวให้ไปนอนเลย


เออ เร็วๆเขาตอบปัดๆไปเพราะว่ารำคาญไอ้สองคนนี้เต็มทนแล้วไม่รู้พวกมันจะอะไรกันนักกันหนามีหวังถ้าเขาไม่ยอมคงเออออตามคงได้ปวดกบาลกว่านี้แน่ๆ


มึงชอบไอ้ป๋ายเซียนมั้ยจงเหรินถามคำถามที่เขาต้องการคำตอบแบบชัดเจนถึงจะเมาแต่ก็ไม่ได้ไร้สติขนาดที่ว่าไม่รู้เรื่องหรอกนะครับ


อันนี้มึงถามกูไปแล้วจะถามย้ำอีกเพื่ออ้าวซะงั้น


เออว่ะ งั้นเอาใหม่ๆ มึงรู้สึกหวั่นไหวกับคนที่ส่งโปสการ์ดมาให้มึงมั่งป้ะ” เมื่อได้ยินคำถามทำเอาชานยอลถึงกับเงียบไปพักนึงก่อนที่จะตอบออกมาด้วยท่าทางสบายๆ


กูก็หวั่นไหวตามประสาป่าววะ มีคนส่งโปสการ์ดมาสารภาพรักกับมึงตั้งเยอะนี่มึงจะไม่รู้สึกหรอก็จริงอย่างที่ไอ้ชานเลี่ยว่าถ้าเป็นเขาคนนี้ก็คงรู้สึกไม่น้อย ไหนจะความพยายามต่างๆนาๆนั่นอีกถ้าเป็นเขาก็คงพูดได้เลยว่ามีเขวบ้างแหละ


งั้นคนที่ส่งโปสการ์ดมาให้กับป๋ายเซียนมึงเลือกใครซื่อชุนถามออกมาบ้างเพราะเขาเองถึงจะเป็นเพื่อนกับไอ้ชานเลี่ยมาตั้งนานแต่ก็ใช่ว่าจะเดาใจมันได้ง่ายๆมันมักจะชอบทำอะไรที่พวกเราไม่คาดคิดเสมอและตอนนี้ก็เหมือนกันที่มันกำลังก้มไปฟัดแก้มไอ้ป๋ายเซียนที่ทำหน้าอ้อนซุกอกมันอยู่


ไอ้เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยพวกมึ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงไอ้ชานเลี่ยเห็นหัวพวกกูมั้ย


ชานเลี่ย อื้อ กูอยากไปนอนบนเตียงนุ่มๆไม่ไหวแล้วเมื่อย งื้อป๋ายเซียนส่งเสียงออดอ้อนออกมาทั้งๆที่ตายังปิดอยู่แบบนั้นและในสายตาของคนตัวโตมันน่าลงไปฟัดแก้มอีกสักรอบเป็นบ้าแต่ติดที่ว่าเกรงใจไอ้คู่หูขาวดำ(พึ่งจะมาเกรงอกเกรงใจ) คงจะเมื่อยตัวอยู่ไม่น้อยสินะที่ได้แต่อิงไหล่เขาน่ะไอ้ตัวเล็ก


ครับๆไอ้ตัวเล็กครับที่หน้ามันหรอวะ คำถามกูนี่เป็นคำถามซึ่งไร้คำตอบไปเลย พวกเชี่ยทำเหมือนกูเป็นอากาศอีกแล้ว ไอ้ป๋ายเซียนนี่ก็อ้อนมันจังมึงไม่รู้ตัวหรือไงว่ามึงโดนมันฟัดแก้มไปเมื่อกี้อะ ไอ้ห่านี่เดี๋ยวก็โดนแดกตับจนได้ ซื่อชุนได้แต่คิดในใจเพราะถ้าพูดออกไปคงไม่เหมาะแน่



* 


ตื่นแล้วหรอตัวเล็กชานเลี่ยละมือจากการทำข้าวต้มในหม้อก่อนที่จะหันไปมองคนที่มาใหม่ด้วยใบหน้ายุ่งๆ


เออ โคตรปวดหัวอะแม่งเอามือทั้งสองข้างของตัวเองทึ้งลงไบนศรีษะอย่างแรงหวังจะให้หายปวดแต่ก็ดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องสาระ


สมควร ใครใช่ให้มึงซดเอาๆล่ะ


เออ แล้วใครพากูเข้านอนวะยกมือปิดปากก่อนที่จะหาวออกมาสองสามทีตามประสาคนที่ยังรู้สึกว่านอนไม่เต็มอิ่มแต่กลิ่นหอมของอาหารมันดันเรียกร้องให้ลุกขึ้นมาซะงั้น จะว่าเห็นแก่กินก็ได้แหละไม่โกรธหรอก


จะใครล่ะ กูนี่ไงครับพู่ชานเลี่ย


ขอบคุณครับคุณชานเลี่ย


ไปอาบน้ำดิจะได้มากินข้าวต้ม


เออๆว่าจบคนพวกเล็กก็รีบสาวเท้าไปยังห้องอาบน้ำแล้วมองตัวเองในกระจกด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีเล็กน้อย เรื่องเมื่อคืนที่เขาโดนพู่ชานเลี่ยฟัดแก้มน่ะไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้หรอกไหนจะคำถามต่างๆที่ไอ้จงเหรินกับไอ้ซื่อชุนถามนั่นอีกเขาได้ยินมันเต็มๆ


ไหนจะเรื่องเจ้าของโปสการ์ดเหล่านั้นที่ชานเลี่ยยอมรับว่าหวั่นไหวนั่นอีก แต่ที่เขาต้องแกล้งทำแบบนั้นก็เพราะว่าเขากลัวจะหลุดออกมานะซี่ก็เลยต้องอ้อนให้ไอ้ชานเลี่ยมันพาเข้าไปนอน เจอกันเมื่อกี้ก็เกือบตายหลบสายตามันตั้งหลายครั้งด้วย วุ้ ไอ้ชานเลี่ยมันทำแบบนั้นทำไมวะ


หลังจากที่จัดการกับธุระส่วนตัวเสร็จป๋ายเซียนก็เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับกลิ่นตัวหอมฉุยที่ส่งกลิ่นไปทั่วยามคนตัวเล็กเดินผ่านไปตรงไหนกลิ่นนั้นก็จะตามไปด้วย ว่าแล้วก็เดินไปดูโต๊ะทำงานก่อนแล้วกันเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้เก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทางรวมถึงของสำคัญที่เขาคิดว่าไม่ควรมีใครได้รู้ แต่พอไปถึงกับต้องตกใจเพราะแม่ง ของบนโต๊ะกูหายไปไหนวะ!!!!!


เชี่ย!!! ใครมายุ่งกับโต๊ะทำงานกูป๋ายเซียนเหวลั่นเมื่อพบว่าข้าวของบนโต๊ะทำงานที่เคยรกๆก่อนหน้านี้มันหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้ ในใจภาวนาต่างๆนาๆว่าขอให้ไม่ใช่แบบที่คิดเอาไว้


มีไรไอ้ตัวเล็กตะโกนซะดังเลย


มึงบอกกูทีสิชานเลี่ยว่าไม่ใช่มึงเขาหายใจได้ไม่ทั่วท้องแต่ก็พยายามที่จะเก็บมันเอาไว้ไม่คิดไปเองไม่เป็นกระต่ายตื่นตูม แต่มันทำไม่ได้โว๊ยยย


หึ กูเก็บเองแหละ” เชี่ยแล้ว!!!!


แต่มึงไม่ได้เปิดลิ้นชักใช่มั้ยล่ะ เออดีแล้วยังคงทำใจดีสู้เสือถามต่อเพราะหวังว่าคำตอบที่ได้รับมันจะทำให้ใจเต้นเบาลงกว่านี้เสียหน่อย


หึ เปิด


แล้วมึง…”


อือ เห็นหมดแล้วจบกัน อีแม่มึง!!


ละ..แล้วมึง


ป๋ายเซียนทำไมมึงทำแบบนี้วะไม่รอช้าชานเลี่ยพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจังและน้ำเสียงที่ไม่ติดความขี้เล่นเลยสักนิด


ชานยอลกูขอโทษกูไม่ได้ตั้งใจกูแค่…”กูแค่รักมึง


แค่อะไรมึงพูดมาดิวะ


กูแค่กลัวว่ามันจะมันจะทำลายความสัมพันธ์ของเราลง กูไม่อยากเลิกเป็นเพื่อนกับมึงอือ ไม่เคยอยากเลย เขาไม่เคยอยากเลิกเป็นเพื่อนกับชานเลี่ยเลย


แล้วไงวะมึงมันก็แค่คนใจร้ายคนนึง!!”ชานเลี่ยว่าด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นจนทำเอาคนตัวเล็กที่ปกติก็ขี้ตกใจสุดๆอยู่แล้วสะดุ้งจนตัวโยน


อะไร กูเนี่ยนะป๋ายเซียนทำหน้าเหวอชี้มือเข้าหาตัวเองด้วยความรู้สึกงงสุดๆ เขาใจร้ายตรงไหนกัน


เออ มึงคิดจะบอกเรื่องนี้กับกูเมื่อไรวะ กูรู้ตั้งแต่มาห้องมึงครั้งที่แล้วแล้วแต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะหวังว่าสักวันมึงคงจะบอกกูแต่นี้มันนานเกินไปแล้วนะเว้ย



เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว


กลุ่มของพวกเขาก็ต้องทำรายงานกันนี่แหละและแหล่งมั่วสุมก็ไม่พ้นห้องของเปี๋ยนป๋ายเซียนเนื่องจากว่าในตอนนั้นที่คอนโดของชานเลี่ยไม่ค่อยสะดวกเท่าไรบวกกับเบื่อๆเลยตกลงกันว่าจะมาทำงานที่ห้องของไอ้ตัวเล็กนี่


พวกมึงกำลังทำอะไรกันวะ!!!”ทันทีที่ออกมาจากห้องแล้วเห็นไอ้พวกเวรนี่กำลังยืนเรียงกันหน้าสลอนอยู่ที่โต๊ะทำงานเขาก็อดที่จะเหวออกมาไม่ได้


“….”


“…”


“…”


กูบอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามยุ่งกับของกู แม่ง!!! โว๊ะ!! ”หงุดหงิดโว๊ย แล้วแม่งจะเห็นของสำคัญกูมั้ยวะนั่นมันเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของป๋ายเซียนมาตลอดแต่พอเขาเห็นว่าไอ้เพื่อนตัวโตไม่ได้มีทีท่าอะไรเขาก็เลยปล่อยผ่านไป


ไอ้จงเหรินไอ้ซื่อชุนมึงไม่เห็นอะไรใช่มั้ย


เห็นห่าไรล่ะยังไม่ทันจะดูดีๆเลยมึงก็ออกมาด่าแล้วเนี่ย


แล้วมึงล่ะชานเลี่ย มึงไม่ได้เห็นอะไรใช่มั้ยวะ


 “เออ ไม่เห็น เห็นไรวะหนังโป๊หรอไม่ กูเห็นแล้วป๋ายเซียน กูเห็นมันแล้ว


โป๊ที่หน้ามึงสิ โปสการ์ดพวกนั้น


 

ชานยอลมึงไม่เป็นกูมึงไม่รู้หรอกก็อย่างที่บอกว่าคนเราย่อมมีเหตุผลเป็นของตัวเองเสมอเขาเองก็เช่นกัน


ทำไมวะหรือกูมันไม่ดีกูสู้ไอ้อี้ฝานไม่ได้


ไม่ใช่!!แต่เพราะว่ามึงสำคัญเกินไป สำคัญจนกูไม่อยากเสียไปมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ป๋ายเซียนจ้องตากับชานเลี่ยโดนที่ไม่คิดแม้แต่จะหลบสายตาแต่อย่างใดเพราะไหนๆมันก็มาถึงจุดนี้แล้ว เขาอยากให้ชานเลี่ยรู้ถึงจุดประสงค์และเข้าใจมันจริงๆ


ถ้ากูสำคัญทำไมมึงถึงไม่บอกกู


ก็กูกลัว ได้ยินมั้ยชานเลี่ยกูกลัว!!!! ฮึกเขาตะโกนออกมาจนสุดเสียงเพราะไม่อาจสกัดกั้นอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้แล้ว ฮึก มึงคิดว่ามันง่ายนักหรือไงที่จะเก็บความรู้สึกพวกนั้นอะ


ชู่ว ไม่ร้องดิป๋ายเซียน เงียบก่อนครับชานเลี่ยดึงป๋ายเซียนเข้ามากอดก่อนที่จะโคลงตัวไปมาราวกับว่ากำลังปลอบโยนเด็กน้อยที่วิ่งเล่นจนหกล้มอย่างไงอย่างนั้น


กูกลัวว่าถ้าบอกไปมึงจะไม่เหมือนเดิม บอกไปแล้วมึงจะเกลียดกัน ฮึก ถ้าเป็นแบบนั้น กูกูทนไม่ได้ตอนนี้คนในอ้อมกอดของเขาร้องไห้โยเยจนพูดจาไม่เป็นภาษาแต่ก็ยังพอที่จะจับใจความได้ชานเลี่ยผละออกมาเล็กน้องก่อนที่จะส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้ป๋ายเซียน


กูจะเกลียดมึงได้ไงไอ้ตัวเล็กในเมื่อกูคิดไม่ซื่อกับมึงมาตั้งแต่แรก


จริงหรอชานเลี่ย


เออ และก็เลิกร้องไห้ได้แล้วแม่งโคตรขี้เหร่เลยชานเลี่ยว่าพลางเองนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาออกอย่างเบามือราวกับกลัวป๋ายเซียนผู้นี้จะดับสลายหายไป


ชานเลี่ยวันนี้มึงก็รู้แล้วมึงจะ…”ป๋ายเซียนทำใจกล้าจ้องหน้าชานเลี่ยทั้งๆที่ตอนนี้ใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาไหนจะมือทั้งสองข้างที่ตอนนี้มันชื้นเหงื่อไปหมด


จะอะไร?”


จะคบกับกูมั้ยพูดไปแล้ว เขาพูดมันออกไปแล้วสิ่งที่เขาอยากพูดมาโดยตลอด


ก็คบอยู่นี่ไง


ไม่ใช่ดิ แบบ คบ แบบว่า..”ทำไมต้องแกล้งกันด้วยล่ะวะป๋าเซียนคิดในใจ


“….”


จะคบกับกูเป็นแฟนมั้ยกูไม่อยากเป็นแล้วเพื่อนอะ


ก็แค่นี้แหละไอ้ตัวเล็กเอ้ยเขาส่งยิ้มไปให้คนตัวเล็กตรงหน้าก่อนที่จะฟัดแก้มเจ้าตัวอีกครั้งขอหาทำตัวน่ารักเกินกว่าเหตุและเขาไม่สามารถต้านทานความน่ารักนี้ได้ 


เสียงคนตัวเล็กครางฮื่อออกมาราวกับว่าเขินหนักหนาและมันก็ยิ่งทำให้เขาไม่สามารถควบคุมอะไรได้อีกนอกจากฟัดแก้มยุ้ยๆนี้ให้ช้ำไปเสีย


ไอ้พวกเชี่ยแม่งทำกูลุ้นแทบแย่ กว่าจะพูดได้นะมึงไอ้ป๋ายเซียนเสียงคู่หูตัวดีดังเข้ามาทำให้เขาทั้งสองคนต้องผละออกจากการฟัดแก้มกัน


พวกมึงรู้หรอป๋ายเซียนถามออกไปด้วยความตกใจเพราะถ้าไอ้พวกนี้มันพูดว่าลุ้นแทบแย่ก็แสดงว่ามันรู้มาตั้งแต่แรกแล้วดิ


เซอร์ไพรส์!!


แล้วที่มึงถามไอ้ชานเลี่ยเกี่ยวกับคนที่ส่งโปสเตอร์มาให้มันอะ


กูแกล้งมึงไง เมื่อคืนนี้มึงส่างแล้วเถอะพวกกูรู้หรอก” ร้ายนักนะไอ้ตัวเปี๊ยกตัวก็มีนิดเดียวแต่แสบใช่ย่อย เขาเห็นหรอกตอนที่มันลืมตาน้อยๆที่มีเท่าเม็ดถั่วขึ้นมามองแวบนึงก่อนจะเล่นละครเป็นคนเมา


งื้อ เขินจังอะ


น่ารักว่ะ


โอ๊ยเบาๆหน่อยพวกกูยังอยู่นะไอ้เชี่ยเหม็นความรัก


"ไม่เห็นเป็นอะไรเลยเนอะชานเลี่ยเนอะ แบร่"ฟอดและคนตัวเล็กก็กดจมูกลงไปฟังบนแก้มของคนตัวโตท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของคู่หูทั้งสองคนรวมถึงพู่ชานเลี่ยคนนี้ด้วย 


...แฟนใครวะโคตรแสบเลย

 

 

 

 

 

 

จบ.

 



-เห็นน้อยๆแบบนี้แต่งโคตรนานไม่ใช่อะไรหรอกไม่มีเวลามีแต่งานๆอาจารย์จะสั่งทำไมหนักหนา

-งงมั้ยคะ คือเราไม่ค่อยถนัดแต่งอะไรแบบนี้เท่าไร 55555 ตอนแรกกะจะให้จบแบบที่ไม่ได้คบไม่ได้คุยกันต่อแต่ไม่เอาอะชีวิตจริงก็เศร้ามากพอแล้ว แง 

-อย่างไงก็ฝากเม้นต์กันบ้างน้า เราจะได้รู้ว่ามันดีไม่ดีอย่างไง งงตรงไหนก็บอกได้ค่า #shotfickuma



 

 

 

 

 


28.8.60

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #3 -เสพติดดราม่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 19:41
    เหม็นฟามมมรักกก
    #3
    1
    • #3-1 beamji29(จากตอนที่ 6)
      10 กันยายน 2560 / 15:56
      555555555555 เหม็นๆ
      #3-1