[EXO]OS//SF Kuma's

ตอนที่ 5 : BUS -CHANBAEK-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ก.ค. 60

+Bus+

 

 

                                                                                                                                   

 

 

 

 

-มาแบบงงๆและสั้นมากๆมันจะเบลอๆหน่อยๆ

 

วันนี้เป็นหนึ่งวันที่อากาศไม่ค่อยจะเป็นใจสักเท่าไรฝนตกหนักสลับกับหยุมหยิมตั้งแต่เช้าแล้วไหนจะยังต้องรีบรนตื่นเช้าเพื่อที่จะไปเบียดคนบนรถบัสอีกแถมรถผมก็ดันมาเสียเอาวันนี้ด้วยนะ นี่มันวันซวยมหาซวยชัดๆ เลยทำให้ผมไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิมแต่ก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่บ้างเมื่อมันยังคงเหลือเบาะหนึ่งที่ไว้สำหรับผม

 

 อ่ามันก็ไม่ได้แย่มากนักหรอกน่า พยายามพูดปลอบใจตัวเองก่อนที่จะสาวเท้าเข้าไปใกล้เบาะนั่นและหย่อนก้นลงนั่ง ผมหยิบเจ้าหูฟังคู่ใจเสียบลงกับตูดเจ้าโทรศัพท์เพื่อฟังเพลงแล้วทันทีที่ผมใส่หูฟังเข้ากับหูของตัวเองนั่นก็เท่ากับว่าตอนนี้ผมได้เข้าไปอยู่ในโลกของตัวเองแบบเต็มรูปแบบแล้วและผมจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย

 

 หลังจากจัดแจงเลือกเพลงที่อยากฟังก็จัดการอิงศีรษะลงกับพนักพิงเพื่อที่จะได้พักสายตา ดูจากสภาพการจราจรวันนี้แล้วก็คงใช้เวลามากพอสมควรในการเดินทางเชียวล่ะ

 

เสียงเพลงค่อยๆเบาลงและหยุดในทันทีที่มีคนกำลังโทรเข้ามาหาและมันทำให้ผมหงุดหงิด ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะสไลด์ลงบนหน้าจอเพื่อรับสายแม้จะไม่มองหน้าจอก็พอจะรู้และเดาได้ว่าใครที่เป็นคนโทรมาผมไม่ค่อยมีเพื่อนน่ะเพราะงั้นนอกจากไอ้เพื่อนหุ่นผอมเป็นคนไม่กินข้าวแบบไอ้เซฮุนแล้วก็คงไม่มีใครอีก

 

มีอะไร

 

[มึงจะไปมอยังเดี๋ยวกูไปรับวันนี้กูจะขับรถไปเอง] ให้ตายสิวะมันน่าจะโทรมาให้เร็วกกว่านี้สักหน่อย

 

กูขึ้นรถมาและ

 

[อ้าวปกติมึงไปสายนี่หว่า]

 

เห็นวันนี้ฝนตกกูเลยรีบ

 

[…เออๆ]

 

เออ เอาไว้เจอกันที่มอหลังจากที่วางสายจากไอ้เพื่อนหุ่นผอมแล้วผมก็จัดการเชื่อมต่อเพลงใหม่อีกรอบและเริ่มดำดิ่งสู่โลกของตัวเองอีกครั้งหลับตาลงและใช้อารมณ์ซึมซับไปกับเพลงที่กำลังฟัง

 

 ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่หัวไหล่ข้างขวาอ่าให้ตายสิทันทีที่ผมลืมตาขึ้นผมกลับได้พบใบหน้าของคนคนนึงที่อยู่ใกล้จนตกใจก่อนที่อีกฝ่ายจะค่อยๆเลื่อนใบหน้ากลับไปก่อนจะส่งยิ้มบางๆมายังผมที่ยังนั่งหน้ามึน เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีชมพูพาสเทลกางเกงแสล็คสีดำสะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลอ่อนเป็นผู้ชายตัวเล็กๆคนนึงนั่นแหละแต่ก็ดูดีใช่ย่อย

 

         เออเมื่อกี้ผมขอโทษนะครับพอดีว่าลงมันเบรกกะทันหันไปหน่อย

 

         “….ไม่เป็นไรครับผมตอบกลับไปพร้อมกับส่งรอยยิ้มกลับไปยังเขาบ้าง เออ ก็ผู้ชายตัวเล็กคนนั้นแหละ และหลังจากนั้นโลกของผมที่มีแต่งเสียงเพลงกับหูฟังก็กลายเป็นผู้ชายตัวเล็กตรงหน้าแทน 

 

               เขาทำให้ผมไม่สามารถใส่หูฟังและหลับตาลงได้อีกเพราะผมเอาแต่มองเขาที่ยืนหันหน้ามาทางผม เขาทำเป็นมองไปยังหน้าต่างไม่ได้สนใจอะไรแต่ผมรู้ว่าเขากำลังหลบตาผมที่เอาแต่มองเขาต่างหาก 

 

                เอาจริงๆผมนี่มันนิสัยไม่ดีเลยเนอะ

 

         "เออ ไม่ทราบว่าหน้าผมมีอะไรติดหรือเปล่าครับเห็นคุณมองมา…”เขาเอามือจับใบหน้าตัวเองแล้วส่งคำถามนั่นมายังผม ผมคงทำให้เขาอึดอัดสินะ

 

         “…”ผมไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไงเลยเลือกที่จะเงียบแล้วส่ายหัวเป็นคำตอบแทน เขาส่งยิ้มซื่อๆกลับมาให้ผมอีกครั้งและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อมีสายเรียกเข้า ผมไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันหรอกผมไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านขนาดนั้น

 

                แต่ปากเล็กๆนั่นเวลาพูดแล้วขยับไปมามันน่าเอ็นดูน้อยเสียที่ไหนกัน และพอเขามองมายังผมผมก็ต้องแสร้งหันหน้ามองไปทางอื่น ก็ไม่อยากทำให้เขาอึดอัดอีกนี่ครับ….

 

        เพียงไม่นานชายตัวเล็กคนนั้นก็เดินลงจากรถไปและก็เป็นผมเองที่มองตามแผ่นหลังเล็กๆนั่นไปจนสุด ที่นี่สินะ…    

 

   .

   .

   .

   .

   .

   .

   .

 

        “ไอ้ชานยอลมึงเหม่ออะไรของมึงวะ ไอ้เพื่อนตัวผอมที่นั่งฝั่งตรงข้ามเรียกให้ผมหลุดออกจากอาการเหม่อที่เป็น เอาจริงๆก็ไม่ได้เหม่ออะไรมากขนาดนั้นหรอกครับแต่ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องเอาแต่นึกถึงผู้ชายที่เจอบนรถบัสตลอด

 

        อ่า…ผมลืมไปซะสนิทเลยนี่ผมยังไม่ได้แนะนำตัวให้ทุกคนรู้จักเลยนี่นั่นชื่อของผมเองแหละชานยอลหรือว่าปาร์คชานยอล ทันตะปี3 เออผมขอบอกเท่านี้แล้วกันนะครับ

 

ป่าว กูแค่…”

 

แค่…”

 

พี่ชานยอลคะ!!”เสียงเรียกของใครบางคนดังเข้ามาจนทำให้บทสนทนาเมื่อครู่ของผมและไอ้เซฮุนถูกกลืนไป

 

นู้นเมียในอนาคนมึงเดินมาโน้นแล้วไอ้ห่าทันทีที่ไอ้เซฮุนเห็นยัยไอรีนที่เป็นรุ่นน้องต่างคณะที่กำลังตามจีบผมอยู่มันก็เอ่ยแซวออกมาทันทีส่วนผมก็ได้แต่พูดแบบไม่มีเสียงไปหามันว่าเมียพ่องมึงดิเท่านั้น

 

พี่ชานยอลคะวันนี้ไอรีนซื้อขนมมาให้ด้วยค่ะเธอยื่นขนมมาตรงหน้าผมก่อนที่ผมจะรับไว้และวางมันลงบนโต๊ะราวกับไม่ใส่ใจ แต่ว่าผมก็มีเหตุผลของผมนะ

 

       “…อ่า ขอบใจแต่ว่าพี่ไม่ค่อยชอบกินขนมเท่าไร

 

        งั้นพี่ชานยอลชอบกินอะไรล่ะคะเดี๋ยวไอรีนซื้อให้ใหม่ก็ได้

 

ไม่ต้องหรอกครับ :)”

 

หลังจากที่ไอรีนเดินกลับไปไอ้เซฮุนก็สวดผมยกใหญ่อย่างกับว่าผมผิดอะไรหนักหนากับอีแค่บอกไอรีนไปว่าผมไม่ชอบกินขนม มันบอกผมว่าน้องเขาจะเสียใจเอาคนเขามีน้ำใจซื้อมาให้มึงก็น่าจะพูดดีๆบลาๆๆซึ่งผมอยากจะซัดหน้ามันเหลือเกิน ยุ่งอะไรหนักหนาวะ

 

นี่กูทำอะไรผิดมากขนาดนั้นหรอเซฮุน กูฆ่าวีวี่หรอพูด!!!!!

 

และมึงเป็นบ้าอะไรวะคนสวยๆมาจีบเสือกเล่นตัว

 

ก็กูไม่ชอบปะวะผมตอบออกไปตามความจริง ไม่ใช่ว่าน้องเขาไม่ดี ไม่สวยหรืออะไรนะแต่คนมันไม่ชอบก็คือไม่ชอบมั้ยล่ะ บังคับได้หรอของแบบนี้อะ

 

มึงไม่ชอบผู้หญิงสวยแล้วชอบอะไรวะ….ผู้ชายหรอไอ้เซฮุนปั้นสีหน้าขี้เล่นส่งคำถามมายังผมแต่มันกลับทำเอาผมเสียหลักไปครู่นึงจนไอ้เซฮุนต้องพูดกลับมาใหม่กูล้อเล่นหน่า

 

ผมทำเป็นไม่สนใจแต่ภายในใจกลับกำลังตีกันเสียจนวุ่นวายไปหมดความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัวรวมถึงเรื่องของคนนที่เจอบนรถเมื่อเช้านี้ด้วยหรือว่าความจริงแล้วผมจะชอบผู้ชายวะ แต่ผมก็ไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคนสักหน่อยนี่ ช่างเหอะผมคงจะคิดมากไปเอง

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ผมนั่งอยู่บนรถบัสที่มีผู้คนเบียดกันมากมายโดยที่ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าทำไมผมต้องมานั่งมันทั้งๆที่รถของผมก็ซ่อมเสร็จนานแล้วแต่ก็ช่างเถอะผมขี้เกียจมาหาคำตอบเอาตอนนี้ และอีกอย่างที่จะบอกคือผมนั่งมันมาจนจะครบสองสัปดาห์แล้วด้วยแหละทั้งๆที่เป็นคนนึงที่เกลียดการเบียดเสียดมากที่สุดในโลก วันนี้ก็เช่นกันที่ผมยังคงทำเหมือนเดิมคือนั่งฟังเพลงเช่นเดียวกับทุกๆวันเหลือเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์คือการรอให้คนตัวเล็กขึ้นมาบนรถ

 

เพียงไม่นานเขาก็ขึ้นมายื่นที่ประจำก็คือตรงที่ผมนั่งและหันหน้ามาทางผมเหมือนกันกับทุกๆครั้ง อ่าขอวิธีหุบยิ้มหน่อยสิ คนตัวเล็กส่งยิ้มมาให้ผมเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา เราไม่ได้คุยกันแต่เราก็จะยิ้มให้กันตลอดผมว่ามันเป็นเรื่องดีๆในตอนเช้าที่แสนวุ่นวายอย่างหนึ่งเลยล่ะ วันนี้เขาแบกกระเป๋าใบใหญ่กว่าเดิมและแน่นอนว่าไอ้ใจเจ้ากรรมของผมมันกำลังตะโกนบอกผมอย่างบ้าคลั่งว่า'ถ้านายเป็นผู้ชายมากพอก็ควรจะลุกให้เขานั่งถึงเขาจะเป็นผู้ชายเหมือนกันกับนายก็เถอะแต่ไม่เห็นหรอว่าเขาน่าทะนุถนอมมากขนาดไหน

 

คุณมานั่งที่ผมเถอะครับคงจะเมื่อยน่าดู

 

ให้ตายสิ….และผมก็ลุกขึ้นยืนเพื่อให้เขาได้มานั่งที่ของผมแทน

 

ไม่เป็นไรครับผมยืนได้อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้วด้วยอีกนิดเดียวที่ไหนกันผมคิดในใจ เขาทำท่าโบกไม้โบกมือปฏิเสธและตอบกลับมาด้วยเสียงที่ผมคิดว่ามันแสนจะสดใส

 

คือ..ผมขี้เกียจนั่งน่ะครับ เบื่อแล้วอยากยืนดูบ้างโง่มั้ยล่ะ

 

ครับ??”

 

ล้อเล่นครับคือว่าผมจะลงป้ายหน้านี้แล้วต่างหากแถมันไปให้สุด

 

แต่ว่ามันยังไม่ถึงมหาลัยคุณเลยนี่ครับ

 

ผมจะลงไปทำธุระก่อนนะครับ

 

อ๋อ งั้นก็ขอบคุณมากๆนะครับ

 

ไม่เป็นไรครับแล้วหยุดที่นั่งวินมอไซค์ไปมอ...

 

ผมส่งยิ้มก่อนที่จะเดินลงป้ายหน้าตามอย่างที่บอก วันนี้ไม่ได้มองหน้านานๆเลยแต่ก็ดีเหมือนกันที่ได้ลุกให้เขานั่ง แล้วก็นั่นแหละอย่างที่รู้เลยจุดจบสายเด๋อผมต้องนั่งวินมอไซค์ต่อไปมอเองแล้วพี่คนขับวินนี่ก็นะขี่เร็วอย่างกับจะรีบไปตามควาย

 

        .

.

.

.

.

.

.

.

 

 “ไอ้ชานยอลนี่รถมึงยังไม่เสร็จอีกหรอวะผมเห็นมันมองผมแล้วขำแต่ก็นะไม่แปลกเลยเพราะผมยังขำตัวเอง คนที่ไม่สนใจใครนอกจากตัวเองอย่างผมเนี่ยถ้าเล่าให้ฟังว่าลุกให้คนนั่งที่ไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อนั่งแทนไอ้เซฮุนมันคงไม่เชื่อแน่

 

เสร็จแล้ว

 

แล้วทำไมมึงไม่ขับมาวะจะมานั่งวินทำไม

 

เสือก!”หลังจากว่าจบผมก็เดินนำหน้ามันตรงไปยังลิฟท์เพื่อที่จะได้ขึ้นเรียนเสียทีได้ยินเสียงมันดังมาแว่วๆแต่ก็ไม่อยากสนใจอะไรคนอย่างโอเซฮุนมากเพราะอะไรน่ะหรอ เพราะมันไร้สาระอย่างไงล่ะ

 

 “เออแล้วเดี๋ยวนี้กูไม่ยักเห็นไอรีนหอบขนมมาให้มึงเลยวะ

 

ดีแล้ว เปลืองเงินเขาเปล่าๆเพราะถึงอย่างไงผมก็ไม่เคยกินมันเลยสักครั้ง ผมพยายามที่จะพูดกับเธออ้อมๆแล้วแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมหยุดมันง่ายๆ

 

จ้ะ พ่อคนหล่อพ่อคนคูลเป็นน้ำแข็ง

 

วันนี้กูจะไปซื้อหนังสือ มึงจะไปมั้ย

 

ไม่อะกูขี้เกียจว่ะ

 

หลังจากที่วันนี้เรียนเสร็จผมก็รีบตรงไปยังร้านหนังสือแห่งหนึ่งเพื่อไปดูหนังสือสำหรับอ่านเพิ่มเติมโชคดีที่วันนี้ไม่เลิกเย็นมากแต่กว่าจะไปถึงผมก็เสียเวลาไปกับการเดินทางเกือบๆชั่วโมงเห็นจะได้ ไม่รู้ว่ารถจะติดไปถึงไหน รถมันเยอะจนจะไม่มีถนนพอแล้วโว๊ย

 

 “อ้าวคุณผมรีบหันกลับไปยังเสียงที่ทักท้วงขึ้นจากทางด้านหลังและเมื่อหันกลับไปมันกลับทำให้ใจผมเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาเลือดในร่างกายไหลเวียนอย่างหนักจนผมเหมือนกับคนจะวูบ

 

ครับ

 

มาทำอะไรครับเนี่ยเขาถามออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆเราเดินไปด้วยกัน ครับ เดินข้างๆกันแต่ก็ไม่ได้ใกล้เกินไปจนรู้สึกถึงความอึดอัดหรือชิดเกินไปจนทำให้คนอื่นมองไม่ดี

 

ผมว่าไปซื้อหนังสือมาน่ะครับ แล้วคุณล่ะครับ

 

อ๋อ ผมมาเดินเล่นน่ะครับวันนี้โดนเจ้านายบ่นจนหูชาเลยเขาจะรู้บ้างมั้ยว่ากำลังจะทำให้ผมตายเพราะเสียงหัวเราะแฮ้ะๆกับยิ้มโง่ๆนั่น

 

ถ้างั้นให้ผมเดินเป็นเพื่อนมั้ยครับ

 

จะดีหรอครับเดี๋ยวเพื่อนคุณ…”

 

ผมมาคนเดียวครับ

 

งั้นก็มาเดินด้วยกันสิครับสุขใจเป็นบ้า ผมอยากจะพูดออกไปเล่นๆตามอย่างที่ใจคิด เดินด้วยกันไปตลอดชีวิตได้มั้ยครับ แต่มันคงจะไม่ดีแน่กับคนที่ไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น

 

ผมเดินคุยนั่นคุยนี่ไปกับเขาเราคุยกันทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชื่ออะไรด้วยซ้ำแต่มันน่าตลกดีที่เราดันคุยถูกคอกันราวกับเป็นคนที่รู้จักกันมาแล้วนานนับสิบปีและหลังจากที่เดินกันมามากแล้วผมก็คิดว่าเราควรที่จะต้องหาอะไรยัดลงกระเพราะที่กำลังร้องโอดโอยอยู่ตอนนี้เสียที มันถึงเวลาแล้วล่ะ

 

กินร้านนี้ดีมั้ยครับเดี๋ยวผมเลี้ยงเอง

 

ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมออกเอง

 

ได้ไงกันวันนี้คุณอุส่าห์ลุกให้ผมนั่งนะ

 

ไม่ใช่สักหน่อยครับผมจะลงแล้วต่างหาก

 

งั้นหรอครับแต่ผมจะเลี้ยงถ้าคุณไม่ดื้อจนเกินไปช่วยเดินตามผมเข้ามาด้วยนะครับใครกันแน่ที่ดื้อ น่าจะเขามากกว่าผมนะ ไม่อยากจะเชื่อว่าแม้กระทั่งตอนที่เขาบอกว่าดื้อมันยังดูน่ารักได้ขนาดนี้

 

        .

.

.

.

.

.

.

.

 

เออ เราคุยกันมาตั้งนานแต่ว่าเรายังไม่รู้ชื่อกันเลยนะครับ

 

นั่นสิครับคิดว่าคุณจะไม่พูดเรื่องนี้แล้วเสียอีกไม่ใช่ว่าผมไม่อยากพูดเรื่องนี้เสียเมื่อไรแต่ผมรอให้มีโอกาสดีๆเท่านั้นแหล่ะแต่พอคิดไปคิดมาบางทีมันอาจจะไม่มีก็ได้ใครจะไปรู้

 

“…ผมชื่อ ชานยอลครับ ปาร์คชานยอล อายุ20”

 

อ่า ผมแบคฮยอนครับ บยอนแบคฮยอน อายุ25แล้วแก่แล้วใช่มั้ยครับดูเขาส่งคำถามนั่นมาให้ผมสิครับ คนที่อายุ25ปีเขาน่ารักกันแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่านะ

 

ไม่แก่ซักหน่อย งั้นผมเรียกคุณว่าพี่แบคฮยอนได้มั้ยครับไม่อยากเรียกคุณแล้วมันดู…”

 

อ๋า ดูแก่จริงๆนะเนี่ยที่ทำงานผมก็เป็นรุ่นน้องอยู่ตลอดพอมีคนมาเรียกพี่แบบนี้แล้วก็แปลกๆแหะแต่ชานยอลจะเรียกพี่ว่าพี่ก็เอาเถอะตามใจเราเลย

 

ผมหัวเราะกลับไปเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดีกับความน่ารักที่มีทั้งหมดในตัวของพี่แบคฮยอนตรงหน้า ผมอยากจะบ้าตายจริงๆนะ เขาเป็นคนที่น่ารักมากจริงๆทั้งคำพูดคำจาและท่าทางงอแงที่แสดงออกมาแบบนั้น 

 

แปลกใจจังทำไมถึงได้ถูกเจ้านายดุได้นะ หลังจากจัดกรกับอาหารตรงหน้าจนหมดก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้านแล้วล่ะครับมันน่าเสียดายจริงๆแต่ก็ยังดีที่ผมได้เข้าใกล้เขาเข้ามาอีกก้าวนึงแล้ว

 

พรุ่งนี้เจอกันนะชานยอล…”ให้ตายผมควรหาคำตอบให้กับอัตราการเต้นของหัวใจตอนนี้อย่างไงดี

 

เจอกันครับพี่แบคฮยอน:)”

 

 

 

///

เราบอกแล้วว่ามันสั้นจริงๆสั้นแบบไม่โกหก 55555

สั้นแบบเอ้ามึงจบแล้วหรอวะ แง~

สนุกไม่สนุกอย่างไงก็มาบอกกันบ้างนะคะ :)

 

 

 

B
E
R
L
I
N

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น