[FIC] Hey!Say!JUMP | SHADE |

ตอนที่ 6 : SHADE [5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ค. 56

Title:: SHADE [5] 
Author:: beamsmile (heiseiclub::user>>beambanban)
Raiting:: PG13
Genre:: AU

I'm in love with you, 'cause you're the one for me


ขอบคุณเนื้อเพลง>> いとしすぎてduet with Tiara/KG
*******************************************************

SHADE [Part5]
...
..
.


"โอ้ยย! ไอ้พี่บ้า จะมาก็ไม่บอกก่อนเลยนะ! นี่! จานกินเสร็จแล้วทำไมไม่ล้างห้ะ!?" 

มาทีเดียวเป็นชุด ตั้งแต่ก้าวเข้ามาและเห็นรองเท้าแตะสีดำที่คุ้นตาถอดอย่างไม่เป็นระเบียบกองทิ้งไว้ที่ชั้นวางรองเท้าหน้าห้อง เรียวสุเกะก็บ่นอุบเข้ามาก่อนตัวจะถึงห้องเสียอีก ยิ่งเข้ามาในส่วนห้องนั่งเล่นและรับแขกที่อยู่ในส่วนเดียวกัน และเห็นยูยะนอนกองกับพื้น เปิดทีวีดูสารคดีท่องเที่ยวเสียงดังแล้วด้วย ก็ยิ่งระเบิดลงเข้าไปใหญ่

ยูยะเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาจากจานใส่เฟรนช์ฟรายยิ้มๆ

"ไม่ต้องมาทำเป็นยิ้ม! นี่อุ่นแกงกะหรี่กินเองใช่มั้ย ไปล้างเลยนะ"

"เรียวจังใจร้าย" ยูยะทำแก้มป่อง แต่ก็ต้องกลิ้งหลบเท้าที่เรียวสุเกะทำท่าจะเข้ามาเตะ ลุกขึ้นในที่สุด

"ไอ้พี่บ้า!"

"พูดจาไม่น่ารักเลยอะ"

"ก็ไม่ได้คิดว่าน่ารักอยู่แล้วนี่! ใครจะไปน่ารักเหมือนยูริจัง..."

พูดได้แค่นั้นก็เงียบลงทันที เหมือนนึกได้ว่าหลุดปากพูดอะไรออกไป ยูยะที่กำลังจะเดินเข้าไปในส่วนครัวถึงกับชะงักทันที

"ยูริจัง? ยัยกระรอกไม่น่ารักคนนั้นน่ะเหรอ" ก้าวเท้าเข้ามาจับข้อมือของคนเป็นน้องมานั่งที่โซฟาด้วยกันทันที

"อะไร ใครบอกว่าเรียวจังของพี่น่ารักไม่เท่ายูริจัง ไอ้โตะเหรอ"

"ปะ เปล่า..." เรียวสุเกะสะบัดหน้าหวือ นึกอยากตบปากตัวเองแรงๆที่ดันเผลอชินปากไป นึกว่ากำลังคุยอยู่กับยูโตะอยู่ไปได้อย่างไร นายรับยูโตะเข้ามายุ่มย่ามในชีวิตมากเกินไปแล้วเรียวสุเกะ!

ยูยะยึดไหล่ทั้งสองข้างให้เรียวสุเกะหันหน้าตรงๆมามองตา พูดเสียงเข้ม

"เรียวจัง"

"คะ ครับ" ทำยังไงเรียวสุเกะก็ยังไม่กล้ามองตา ยูยะจึงเชยคางคนตรงหน้าให้หันมองตรงๆ

สีหน้าจริงจังแบบนั้น ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นจากยูยะ

"อดีตมันจบไปแล้ว เราต้องตื่นจากฝันได้แล้วนะ เรียวสุเกะ"

"ผมรู้..."

"เราทิ้งเค้ามาแล้ว อย่าหันกลับไปหาเงานั้นอีก ถ้าสุดท้ายเป็นได้แค่เงา เราก็ควรจะพอ"

ยูยะบีบไหล่บางนั้นแน่นขึ้น

"และถ้าเขายังไม่ปล่อยไป พี่ก็จะจัดการมันเอง"

เรียวสุเกะเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะรู้ไปเสียทุกเรื่อง หากเว้นอยู่เรื่องเดียว

แล้วถ้าเขายินดีจะเผลอใจไปเป็นเงานั้นอีกรอบเสียเอง พี่ยูยะจะช่วยได้เช่นไร

เรียวสุเกะไม่กล้าถามคำถามนั้นออกไปเลย

...

.
.
.



"หาอะไรอยู่ลูก"

เสียงประตูที่เปิดออกพร้อมกับเสียงใจดีของอายากะที่ดังขึ้นมาพร้อมกันทำให้ยูโตะเหลียวหลังกลับไปยิ้มให้ ขณะยังคงปีนตู้หนังสือตู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยอัลบั้มภาพที่เขาถ่ายเองเต็มตู้ไปหมด

"หาของครับ เผื่อจะช่วยเรื่องความจำเสื่อมได้"

"อ่อ...มีอะไรถามป้าได้นะ ถ้าป้าตอบได้ป้าก็จะบอก" ป้าอายากะส่งยิ้มหวานให้ วางผลไม้ไว้บนโต๊ะตัวเล็กข้างเตียงใหญ่ของยูโตะ ผู้เป็นหลานกระโดดลงมาจากเก้าอี้ตัวเล็กที่เขาปีน พร้อมกับกล่องกระดาษใบใหญ่ที่ปิดฝากล่องไว้ลวกๆ

"ขอบคุณครับ" 

อายากะเพียงยิ้มกับคำตอบนั้น ทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง ก็ถูกรั้งไว้ด้วยคำถามของยูโตะเสียก่อน

"แฟนเก่าคนก่อนที่ผมจะมาคบกับยูริเป็นใครหรือครับ"

คำถามที่ทำให้อายากะหลุดเสียงเอ๋อย่างสงสัยขึ้นมาในลำคอ ยูโตะนั่งลงขัดสมาธิตรงหน้ากล่องกระดาษที่เต็มไปด้วยฝุ่นนั้น

อายากะเดินเข้ามานั่งตรงข้ามกับยูโตะ

"ป้าไม่รู้หรอกจ้ะ แต่ป้าพอรู้นะว่าคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่"

"เมื่อไหร่ครับ" ถึงจะยังไม่ได้อะไรมาก แต่แค่นี้ก็คงพอเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ยูโตะตั้งใจฟัง

"น่าจะเริ่มคบกันตั้งแต่มอปลายปีสองมั้งจ้ะ ช่วงนั้นยูโตะมานอนพักที่บ้านป้าบ่อยๆ แล้วก็เริ่มติดโทรศัพท์ อาจจะคบกันมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นก็ได้นะ แต่ป้าเพิ่งสังเกตเห็น" อายากะยิ้มขณะยังคงเล่าให้ฟัง

"คนนี้คบนานที่สุดเท่าที่ป้ารู้มาเลย แต่ก็แปลกคนนะ เพราะเราไม่เคยพาแฟนมาแนะนำเหมือนแฟนคนอื่น ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แฟนเราก็ไม่เคยมาที่บ้านป้าเหมือนกัน"

ก็เพราะเขาอยู่ห้องข้างๆเรานี่สิครับ คุณป้า

ยูโตะบอกเบาๆกับตัวเองในใจ

"ช่วงนั้นเราไม่มีแฟนเลย ป้าเลยคิดว่าน่าจะช่วงประมาณนั้นแหละ จนกระทั่งขึ้นมหาลัย หนูยูริก็เริ่มเข้ามาสนิทด้วย ยูโตะก็คุยโทรศัพท์เหมือนทะเลาะกับคนอื่นทุกวันเลย พอถามก็ไม่บอกว่าคุยกับใคร ป้าก็คิดว่าน่าจะผิดใจกับเพื่อน แต่มานั่งนึกอีกที น่าจะเป็นแฟนเก่าของเราคนนั้นนั่นแหละ"

"ทะเลาะ? ทะเลาะแบบไหนครับ" 

จำไม่ยักจะได้เลยว่าเคยทะเลาะกัน ดูท่าว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเรียวสุเกะคงจะมีอะไรแปลกๆเสียแล้วสิ

"ก็พูดเหมือนประชดใส่กันน่ะจ้ะ อย่ามาพูดแบบนี้นะ อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ อยู่ตรงนั้นแหละเดี๋ยวฉันไปหา แล้วยูโตะก็จะหายไปจากห้องทั้งคืนเลย กลับมาอีกทีก็รุ่งเช้า หน้าตานี่โทรมเชียว ป้าถึงบอกไงว่าเลิกกับเขาไปได้ก็ดี"

พูดเหมือนจะไม่ชอบใจในตัวคนรักเก่าของยูโตะนัก คนฟังเองก็สังเกตได้ จึงได้แต่โค้งตัวลงเล็กน้อยแล้วยิ้มจาง

"ขอบคุณครับคุณป้า"

"ว่าแต่ดูจะติดใจเรื่องนี้จังเลยนะจ้ะ ทำไมเหรอ มีใครติดต่อกับมาหรือยังไง"

"เปล่าหรอกครับ ผมก็แค่สงสัยเรื่องเมื่อวันนั้นที่ป้าบอกผม" ยูโตะรีบเบี่ยงไปเรื่องอื่นทันที

"ของเก่าๆของผมอยู่ตรงไหนบ้างเหรอครับ"

"ถ้าไม่ในห้องนี้ก็อยู่ในห้องเก็บของหลังครัวจ้ะ" อายากะพูด ก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ

"งั้นป้าไปอาบน้ำก่อนนะจ้ะ พรุ่งนี้ป้าตื่นไปทำงานแต่เช้า"

"ครับ" ยูโตะยิ้มให้กับอายากะที่เดินจากออกไปจากห้อง เปิดฝากล่องกระดาษข้างหน้าตนก่อนจะผิดหวังเมื่อพบเพียงแค่สมุดเรียนเก่าๆเมื่อตอนมอปลาย

"น่าจะเริ่มคบกันตั้งแต่มอปลายปีสองมั้งจ้ะ 

คำพูดของอายากะวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่จบสิ้น ยูโตะจึงลงมือไล่เปิดสมุดไปทีละเล่ม จนเกือบถอดใจเมื่อเปิดไปจนเกือบจะ30เล่มแล้ว ก็ยังไม่เห็นมีเบาะแสใดๆ จนกระทั่งเล่มสุดท้าย ที่เต็มไปด้วยตัวเลข คงเป็นช่วงที่เขาทำแบบฝึกหัดของมหาลัยปี1ล่ะมั้ง อ่านแล้วน่าปวดหัว และเกือบจะถอดใจ

ฟึ่บ!

กระดาษแผ่นหนึ่งร่วงลงมาจากข้างในสมุดเล่มนั้น ยูโตะหยิบมันขึ้นมาอ่าน และเห็นรอยขีดเขียนดินสอที่เริ่มจะจางไปตามกาลเวลา

มุมปากกระตุกยิ้มน้อยๆ ในที่สุดก็เจอ...

<<เราเลิกกันเถอะ ยูโตะ...>>

...

.
.
.



ยูโตะมาถึงมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนเที่ยงวัน อากาศที่ร้อนและแสงแดดจ้าเช่นนี้ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากจะเดินออกมาอยู่ข้างนอกกันมากนัก ทำให้คนรอบข้างไม่ค่อยมากสักเท่าไหร่ ยูโตะเองก็ร้อนไม่แพ้กัน เมื่อเดินมาได้แค่ถึงประตูทางเข้าของมหาวิทยาลัยก็ทนไม่ไหว ต้องหนีเข้าไปในร้านกาแฟด้านหน้าคณะบริหาร ที่ยูริและเรียวสุเกะทำงานอยู่ในคณะนั้นนั่นเอง

เสียงคลอเบาๆของดนตรีดังเข้าในโสตประสาท เป็นเพลงคลาสสิกที่ดูคุ้นหูไม่น้อย และคงเป็นเช่นนั้นจริงที่เขาคงเคยมาแวะเวียนที่นี่บ่อยๆ เพราะทันทีที่ยูโตะเอ่ยปากสั่งชาเขียวรสนม พนักงานร้านก็ยิ้มแล้วถามว่าเอาหวานน้อยเท่าเดิมใช่หรือไม่

"...ครับ"

จำไม่ได้หรอกว่าหวานแบบไหน แต่ยูโตะก็ตอบรับไปแบบนั้น บาริสต้าพยักหน้ารับช้าๆ หมุนตัวไปชงชาเขียวนมให้กับเขา ระหว่างนั้น ยูโตะก็สอดส่ายสายตาไปรอบด้าน เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่แขวนไว้กับประตูดังน่ารัก ปรากฏเป็นเรียวสุเกะ ยูริและผู้ชายที่ตัวสูงกว่านิดหน่อยเดินเข้าร้านมาด้วยกัน ยูโตะจำไม่ได้ว่าคนๆนี้ชื่ออะไร แต่คุ้นหน้าเพราะเขาเคยมาเยี่ยมยูโตะตอนที่พักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาเกือบ2อาทิตย์แค่นั้น

ผู้ชายคนนั้นหันมายิ้มกว้างให้ยูโตะ ขณะที่เรียวสุเกะทำเป็นหลบหน้าไม่มอง

"หายดีแล้วหรือนากาจิม่า" คนๆนั้นทัก เข้ามาเท้าแขนอยู่ที่เคาน์เตอร์ร้านเช่นกัน เงยหน้ามองยูโตะด้วยท่าทียิ้มๆ

"จำทางมาคณะของแฟนตัวเองได้ด้วย จิตสำนึกพามาสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า"

"ประมาณนั้นมั้งครับ" ยูโตะตอบรับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน พอได้ยินประโยคที่สุภาพเช่นนั้น คนตรงหน้าก็ใช้มือผลักไหล่สูงไม่เบานัก จนยูโตะเผลอนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความเจ็บ

"ไดจังไปผลักยูโตะซะแรงเดี๋ยวเขาก็เจ็บแย่" ยูริประท้วงขณะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนรักแกล้งยูโตะจากสมุดเมนูกาแฟกับเรียวสุเกะ

"ก็นากาจิม่าใช้คำซะสุภาพ นี่ลืมฉันไปแล้วเหรอไงถึงได้สุภาพกับฉันขนาดนี้"

"ผมจำคุณไม่ได้หรอกครับ" ยูโตะพูดเสียงเรียบ ยิ้มแหยๆให้กับคนตรงหน้าที่ทำหน้าเหวอตกใจเหมือนกับเพิ่งได้ยินอะไรที่น่าตกใจมากอย่างนั้น

"อ้าว! นี่มันเกิดอะไรขึ้น!" โวยวายลั่นร้านเสียงแปดหลอดตามประสานิสัยของตัวเอง เรียวสุเกะจึงเงยหน้าขึ้นมองสองคนที่ทำร้านแทบแตกแล้วพูดเสียงเรียบ

"ก็ฉันบอกไดจังแล้วว่ายูโตะความจำเสื่อมก็ไม่เชื่อ"

"เห้ยยยยย ไม่จริงอะ! ความจำเสื่อมจริงเด้ นี่ฉันน่าจดจำจะตาย นายกล้าลืมฉันได้ไง นากาจิม่า!"

อาริโอกะ ไดคิโวยวายเสียงสูง ยูริทำปากมุบมิบพลางส่ายหน้าเบื่อหน่ายอย่างทุกที

"เสียงดังอะ ไดจัง"

"เป็นฉันจะลืมนายคนแรกเลย ไดคิ" เรียวสุเกะทำหน้าทะเล้นใส่ไดคิที่ทำหน้าผิดหวังที่ยูโตะจำตัวเองไม่ได้ พลางหันไปหาคนป่วยความจำเสื่อมที่เหลียวหลังมารับชาเขียวแก้วใหญ่ เผลอสบตาเล็กน้อย ก่อนจะเป็นเรียวสุเกะก่อนที่เบือนตาหนีลงมองพื้น

"เพราะฉันกำลังฝันน่ะสิ" 

"นายเองก็กำลังฝัน ฝันเห็นว่าเราสองคนเคยรักกัน ทั้งๆที่ในโลกแห่งความเป็นจริง นายไม่เคยรักฉัน" 

"ไม่เคยรักฉันเลย ยูโตะ"


นึกถึงคำพูดที่พูดไปเมื่อวานนี้แล้วก็ทำเอาไม่กล้าจะมองหน้าคนตัวสูงที่เอื้อมมาหยิบแก้วชาเขียวไปจากตรงหน้า ยูโตะไม่ได้รั้งอะไรกับท่าทีห่างเหินของเรียวสุเกะมากนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าทั้งวันที่เขาจะมาอยู่ที่นี่ ต้องมีสักครั้งที่ได้อยู่กับเรียวสุเกะแค่สองคนแน่นอน

"ยูโตะจำได้ด้วยเหรอว่าชอบกินชาเขียวนม" ยูริที่เห็นแก้วในมือยูโตะพูดทันที ยิ้มหวานให้

"แล้วสั่งเขาหรือเปล่าว่าชอบหวานน้อย"

"เขาจำได้" ยูโตะตอบกลับ ก่อนยื่นแก้วให้คนตัวเล็กใบหน้าเปื้อนยิ้มลองดื่มดู ยูริยิ้มเขินก่อนก้มลงมาดูดน้ำในแก้วแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มอีก

"อร่อยเหมือนเดิมเลย"

"โอ้ยยยยยย หวานๆๆๆๆ ดีนะที่นากาจิม่าสั่งหวานน้อยไป ไม่งั้นฉันว่าคงมีรายการเบาหวานทะลุจุดพอดีแล้วมั้งเนี่ย" ไดคิทำเป็นคิ้วขมวด เอ่ยแซวคู่รักที่หวานอบอวลซะจนน้ำตาลในร้านทั้งหมดรวมกันยังหวานน้อยกว่า

"ว่างั้นมั้ยยามะจัง ฉันจะอ้วกตาย...ขอโกโก้แบบไม่ใส่น้ำตาลนะครับ เดี๋ยวมดจะไต่เสียก่อน"

"แบบนั้นก็ขมตายสิไดจัง" ยูริเอ่ยขัดจนไดคินึกขึ้นได้ หันไปบอกบาริสต้าที่ทำท่าขำกลุ่มลูกค้าตรงหน้า

"ผมล้อเล่นนะครับ เอาแบบหวานๆ"

"สั่งอะไรไม่ได้ดูสถานการณ์เล้ย" เรียวสุเกะรับแก้วสตอร์เบอร์รี่ปั่นที่บาริสต้าอีกคนทำเสร็จแล้วมาไว้ในมือ เหล่มองยูโตะที่จ้องมองมาไม่วางตาก็กลืนน้ำลายลงคอ

"งั้นฉันกลับไปห้องเล็กก่อนแล้วกันนะ ลืมไปว่าตัดกระดาษค้างไว้อยู่"

"อื้ม" ยูริยิ้มรับคำพูดนั้น ขณะที่เรียวสุเกะกำลังจะเดินออกไปจากร้าน ยูโตะก็พูดขึ้นมาก่อน

"ขอไปกับยามะจังได้หรือเปล่า ยูริ" คนที่โดนขอไปด้วยหันขวับกลับมาทันที ตาเขียวปั้ดใส่แต่คนขอไม่สนใจ

"ว่าจะไปเข้าห้องน้ำก่อนด้วยน่ะ นะๆ ยูริ"

"ไม่ได้นะ!" เรียวสุเกะปฏิเสธเสียงแหวทันที ทำเอายูริและไดคิหันมามองต้นเสียงด้วยความงุนงง

"ทำไมไม่ได้ล่ะ" เป็นไดคิที่ถามด้วยความสงสัยก่อน ทำหน้ายักคิ้วกิ่วใส่เพื่อนรัก

"มีอะไรเหรอออ"

"ปละ เปล่า" เรียวสุเกะโบกมือพัลวัน ขณะที่ยูโตะยิ้มกระย่องอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าด้วยประการทั้งปวง

"นั่นสิ ทำไมไปด้วยไม่ได้ล่ะ" ยูริเองก็สงสัยไม่แพ้กัน อันที่จริง เขาก็สงสัยตั้งแต่สายตาของทั้งยูโตะและเรียวสุเกะมาตั้งแต่ย่างเข้ามาในร้านแล้ว แล้วไหนจะยังประโยคที่บังเอิญได้ยินหน้าห้องน้ำเมื่อวานนี้อีก ยูริยิ่งทวีความสงสัยเข้าไปใหญ่

แต่เรียวสุเกะอ้างสถานะของเขากับยูโตะขึ้นมาจนยูริคลายความสงสัยลงไปสนิทใจ

"ก็นายกับยูโตะเป็นแฟนกัน น่าจะไปด้วยกันมากกว่าไปกับฉันนะ"

"จิเน็นจะหึงนากาจิม่าขนาดนั้นเลยเหรอ" ไดคิพูดพลางทำท่าหัวเราะคิกคัก

"ตั้งแต่รู้จักกันมา นากาจิม่าจะขอไปไหนก็ให้ไปหมด แต่แค่ต้องแจ้งมาแค่นั้น นายคิดว่าจิเน็นผู้แสนดีจะหึงงั้นเหรอ ฮ่าาาา บอกมาดีๆดีกว่าว่าทำไมไปด้วยไม่ได้"

"ฉันไม่ได้แสนดีขนาดนั้นสักหน่อย" ยูริทำแก้มป่อง ตีลงไล่ลาดของไดคิไม่แรงนัก

"ก็คิดว่าไปห้ามยูโตะก็เสียเปล่า สู้ปล่อยๆไปแต่ให้รู้ว่าไปไหนจะยังดีกว่านะ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน"

"โอ้ยยยย ยูริจังผู้แสนดี" ไดคิทำปากเป็ดล้อเลียน

"แต่ก็งี้แหละนะ นากาจิม่าถึงได้รักนายนักหนา ไม่นอกใจเลย"

คำพูดนี้ทำให้ยูโตะสะอึกเล็กน้อย เหลียวมาเหลือบมองเรียวสุเกะที่ชั่วขณะหนึ่งปรากฏเสี้ยวหน้าแห่งความเจ็บปวดสะท้อนขึ้นมาแล้วเลือนหายไปราวไม่เคยมีมันมาก่อน

"เพราะฉันกำลังฝันน่ะสิ" 

"นายเองก็กำลังฝัน ฝันเห็นว่าเราสองคนเคยรักกัน ทั้งๆที่ในโลกแห่งความเป็นจริง นายไม่เคยรักฉัน" 

"ไม่เคยรักฉันเลย ยูโตะ"


"ไม่ขนาดนั้นหรอก" ยูริยิ้มเขิน สองแก้มขึ้นสีเลือดฝาด

"ยูโตะจะไปห้องน้ำไม่ใช่เหรอ ฉันรบกวนด้วยนะ ยามะจัง"

"อืม" 

เห็นหน้าเว้าวอนขี้อ้อนแบบนั้น เรียวสุเกะจะปฏิเสธได้อย่างไร นอกจากยอมรับและเดินนำหน้ายูโตะไป

เพราะความใกล้ชิด เพราะรอยยิ้มที่เปล่งปลั่งราวพระอาทิตย์บนใบหน้าหวานนั้นหรือเปล่า ที่ทำให้เรียวสุเกะไม่กล้าแม้แต่จะปฏิเสธยูริได้เลยแม้สักครั้ง

ความลับจึงเป็นความลับเรื่อยมา

พ่นลมหายใจเชื่องช้า เหลือบมองเงาที่แทบไม่เหลือแล้วบนพื้นด้วยเวลานี้พระอาทิตย์ตรงหัวพอดี เงาที่ใหญ่กว่าของเขาประชิดใกล้ ยูโตะเดินเข้ามาใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เรียวสุเกะยังไม่รีบเดินออกห่างทันทีเมื่อทุกครั้ง หากเพียงเม้มริมฝีปากแน่นขณะมองใบหน้าของร่างสูงที่ยิ้มเยาะมุมปากขณะขยับเข้ามาใกล้อีก

"บางทีฉันก็สงสัยนะว่านายความจำเสื่อมหรือเพิ่งรถชนมาจริงๆหรือเปล่า" เรียวสุเกะพูดเสียงต่ำ

"ฉันเป็นแบบนี้แค่กับนายคนเดียว"

"บอกไว้เลยนะว่าไม่ได้ดีใจกับคำว่าคนเดียวของนายขนาดนั้น" ยังคงสวนกลับด้วยใบหน้าเชิดหยิ่ง

"เพราะนายยังมีคนเดียวอยู่ในร้านกาแฟหน้าคณะนั้น จิเน็น ยูริ แฟนของนาย" เน้นเสียงย้ำให้รู้ว่าตอนนี้เขากับยูโตะไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น หรือใครที่ควรเป็นคนสำคัญของร่างสูง ยูโตะพ่นลมหายใจแผ่วเบา ก่อนจะวางแก้วชาเขียวไว้บนโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้สูงที่ปลูกไว้เด่นเป็นสง่าหน้าคณะซึ่งด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมัน ทำให้บังมุมมองจากร้านกาแฟได้อย่างสิ้นเชิง

"ฉันรู้ ก็ฉันเลิกกับนายแล้วนี่" ยูโตะยิ้มๆ ขณะหยิบเอาสิ่งที่อยู่ในถุงพลาสติกใสในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาให้ดู เรียวสุเกะเบิกดวงตากว้าง ด้วยตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นยิ่งนัก

<<เราเลิกกันเถอะ ยูโตะ...>>

ลายมือหวัดๆแบบนั้นจะเป็นของใครไปได้ ถ้าไม่ใช่ของเรียวสุเกะเอง! เจ้าของลายมือถึงกับหน้าซีด ทำไมกัน ทั้งๆที่มันหายไปนานมากแล้วแท้ๆ...ทำไมถึงมาอยู่ในมือของยูโตะเสียได้!

พอจะกระโดดคว้าของในมือของยูโตะ คนตัวสูงก็เขย่งขึ้นสุดแขนจนคนที่ความสูงห่างกันหลายเซนติเมตรถึงกับกัดฟันด้วยความโมโห

ทำไมเกิดมาเตี้ยแบบนี้!

"เอาคืนมานะ!"

"ไม่!" ยูโตะยังคงเดินหนีพร้อมกับเขย่งสุดแขนให้เรียวสุเกะไม่สามารถเอาของในมือของเขาได้อีก คนตัวเล็กแทบจะกระทืบเท้าด้วยความโมโห กระโดดไล่ตามคนตัวสูงกว่า

"นายจะแคร์ไปอีกทำไมยูโตะ ไม่ต้องเก็บมันไว้แล้ว เดี๋ยวจิเน็นมาเห็นนะ!"

"ไม่เห็นเป็นไรเลย"

ยูโตะพูดพลางทำท่าทะเล้น ไม่รู้ตัวเลยว่าพาเดินมายังด้านข้างตึกตั้งแต่เมื่อไหร่ ตรงนั้นเป็นที่ปลอดคน เพราะเต็มไปด้วยข้าวของที่นักศึกษาไม่ใช้กันแล้วมาวางทิ้งไว้เต็มไปหมด ยูโตะไม่มองทางก็สะดุดล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้น แล้วฉวยเอาเอวคอดของคนตรงหน้าลงไปด้วยกันด้วยตามสัญชาตญาณ เรียวสุเกะที่ไม่ได้ระวังเช่นเดียวกันก็ล้มลงไปทับคนตัวสูงทันทีโดยไม่ตั้งใจ

ทั้งจุกทั้งเจ็บ ยูโตะพูดอะไรไม่ออกนอกจากทำหน้าเหยเก เรียวสุเกะที่บังเอิญล้มทับกับตัวยูโตะพอดีรีบลุกขึ้นแล้วประคองเบาะชั้นดีขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

"เป็นอะไรมั้ย ยูโตะ"

"หยะ อย่าเพิ่งลุก..."

"เจ็บเหรอ ขอโทษนะ ขอโทษ" เรียวสุเกะหน้าเสีย จ้องมองทั่วทั้งร่างและมือใหญ่ของคนตรงหน้าที่โอบเอวตัวเองไว้แน่น ปลายนิ้วเรียวที่แทบจิกลงเนื้อแบบนั้น คงเจ็บมากสินะ

"...อยากกอดนานๆ"

"ไอ้บ้า!" เรียวสุเกะทุบอกหนานั้นดังปั้ก จนคราวนี้ยูโตะงอตัวลงไปจริงๆ 

"เจ็บนะ..."

"คราวนี้เจ็บจริงเหรอ ขะ ขอโทษ!" เรียวสุเกะลูบลงที่อกนั้นแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยหวนคืนมาในความคิด ทำให้ยูโตะเผลอล่องลอยไปกับความคิดถึงที่อยู่ในความทรงจำนั้น

ริมฝีปากแดงก่ำที่สั่นริกจนน่าจูบแบบนั้น ยูโตะแทบอดใจไม่ไหวที่จะไม่กดหน้าตัวเองลงต่ำแล้วบดจูบแรงๆลงไปเหมือนอย่างที่เคยทำ เพราะลูกไก่ตัวน้อยในอ้อมแขนคงยิ่งกว่าทุบอกเขาเป็นแน่

ยูโตะเพียงยกมืออีกข้างที่ว่างแตะลงแก้มนวลแผ่วเบา เชยคางมาให้เรียวสุเกะจ้องหน้ากัน

"เรียวสุเกะ"

ทั้งชื่อที่เรียก น้ำเสียงที่ใช้ สายตาอันแสนอบอุ่นจนเร่าร้อนแบบนั้น เจ้าของชื่อถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น ใจคิดหนีแต่ร่างกายกลับไม่ฟังเจ้าของเลยแม้แต่นิด

"ฉันทำอะไรให้นายเกลียดหรือ นายถึงได้บอกเลิกฉัน บอกฉันได้มั้ย"

กระเถิบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เรียวสุเกะไม่กล้าแม้แต่จะผลักไสคนตรงหน้าออกไปอย่างที่ควรทำ เพียงแค่กระเถิบตามเข้ามาจนหน้าผากของทั้งสองประชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆรวมกันเป็นหนึ่ง

"ฉันจะได้แก้ไข เราจะได้กลับมารักกัน...อีกครั้ง"

"นายไม่ต้องทำอะไร กระดาษแผ่นนั้นมันบอกชัดอยู่แล้ว ยูโตะ"

เงยหน้าขึ้นสบตาคมนั้นด้วยใจปวดร้าว

"ว่าเรากลับมารักกันอีกไม่ได้แล้ว"

"แต่ฉันรักนาย"

"นายแค่จำได้ว่านายเคยรักฉัน" เรียวสุเกะพูดเสียงแข็ง ผละหน้าออกห่าง

"มันเป็นแค่ความทรงจำที่นายไม่ได้ลบทิ้ง เพราะนายลืมที่จะลบมันทิ้ง"

สองสายตาประสานกัน หนึ่งโกรธเกรี้ยวในคำพูดที่ได้ยิน อีกหนึ่งอ่อนไหวไปกับสิ่งที่พูดไป

"เพราะฉันรักนายอยู่ต่างหาก เรียวสุเกะ ฉันถึงไม่ลืมมัน" ยูโตะพูดเสียงแทบตะโกนเช่นกัน นึกโกรธที่คนตรงหน้าไม่เข้าใจเขาเสียที

"ต้องให้บอกอีกกี่รอบ ให้หาหลักฐานอีกกี่ชิ้นมาบอกกับนายว่าฉันยังรักนายอยู่"

"ความพยายามของนายสูญเปล่า ยูโตะ กลับไปแคร์คนที่ควรแคร์ ฉันไม่ใช่คนที่มีค่าอะไรขนาดนั้น" พูดจบก็ผลักอกกว้างออกห่าง แต่ยูโตะกลับคว้าเอวคอดนั้นไว้ให้เรียวสุเกะลงมาคุกเข่าตรงหน้าเขาอีกครั้ง

"เมื่อก่อนฉันทำอะไรไว้หรือเรียวสุเกะ นายถึงได้เกลียดฉันผลักไสฉันนักหนาแบบนี้" ยูโตะจ้องมองใบหน้าสวยด้วยใจปวดร้าว

"ฉันเลวมากเลยเหรอนายถึงเกลียดฉันแบบนี้"

"นายไม่เคยจำอะไรได้เลยยูโตะ" ถอดหายใจพร้อมกับกัดริมฝีปากแน่น

"ความทรงจำที่นายไม่ได้ลบมันทิ้งเป็นแค่เปลือกนอก นายไม่ได้จำในรายละเอียดของมันสักนิด ถึงมาพูดแบบนี้"

"งั้นบอกฉันสิ ฉันตกหล่นอะไรไปบอกฉันที"

"หากระดาษเจอไม่ใช่เหรอ งั้นก็ไปหาต่อเองสิ" พูดตัดบทในที่สุด เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ เรียวสุเกะจึงรีบลุกแล้วแสร้งทำเป็นยื่นมือขึ้นมาให้ยูโตะได้จับ

ยูริก้าวเข้ามาก่อนเป็นคนแรก ทำท่าโล่งอกไม่น้อยที่ได้เห็นภาพที่คนรักของตนลุกขึ้นตามแรงดึงของเพื่อนรัก

"เห็นมีคนบอกว่าพวกนายสองคนเข้ามากันในนี้ แถมยังได้ยินเสียงทะเลาะ ฉันตกใจแทบแย่นึกว่ามีเรื่องร้ายแรง" พูดด้วยน้ำเสียงโล่งอกอย่างที่ปากว่าจริงๆ ไดคิเดินตามมาพร้อมกับแก้วชาเขียวและสตอร์เบอร์รี่ปั่นของคนทั้งสองในมือ

"ยูโตะล้มเหรอ เป็นอะไรหรือเปล่า"

"ไม่มองทางเองน่ะ ขอโทษทีนะ" ยูโตะยิ้มให้กับคนที่มาตาม และเรียวสุเกะที่หันไปรับแก้วในมือของเพื่อนแล้ว

"ฉันดื้อจะมาทางนี้เอง ยามะจังก็ห้ามแล้ว แต่ฉันดื้อเอง"

"ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว ยังอยากเข้าห้องน้ำอยู่มั้ย ยูโตะ" ยูริเอ่ยถามก่อนจะจับมือใหญ่นั้นแน่นด้วยความอุ่นใจ

ขณะที่ยูโตะส่ายหัวเชื่องช้า ยิ้มให้กับยูริ

"ไม่แล้วครับ ไปกับยูริเลยดีกว่า"

"งั้นขอฉันไปทำงานต่ออีกแป้ปนึงนะ เดี๋ยวจะพาไปที่ห้องซ้อมดนตรีของยูโตะ" ยูริพูดเรื่อยๆ ก่อนหันไปหาเพื่อนอีกสองคน

"ไปกันเถอะ"

"อื้ม" 

ไดคิและเรียวสุเกะพยักหน้ารับ ก่อนที่เรียวสุเกะจะเดินตามคนรักทั้งสองไปก่อน เหลือเพียงไดคิที่เหลือบไปเห็นถึงพลาสติกใสที่หล่นอยู่ในน้ำและลายมือบนกระดาษในถุงนั้นก็ดูคุ้นตาเกินกว่าจะมองข้ามได้

หรี่ตาลงพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่นทันทีที่ของนั้นอยู่ในมือ ชักจะได้กลิ่นอะไรแปลกๆโชยมาแล้วสิ ก็นี่มันลายมือของเรียวสุเกะไม่ใช่เหรอ ก็ว่าอยู่แล้วว่าสองคนนี้มีอะไรแปลกๆต่อกันมาตั้งแต่ก่อนขึ้นมหาวิทยาลัยแล้ว คิดว่าคนอย่างไดคิจะไม่สังเกตเห็นหรือไง เขาไม่ใช่ยูริที่พร้อมจะมองเลยผ่านทุกสิ่งเพื่อคนที่รักหรอกนะ

ไม่มีอะไรที่ไดคิคนนี้อยากรู้แล้วไม่รู้หรอก!

คิดอย่างหนักแน่นก่อนจะยัดมันใส่กระเป๋ากางเกงแล้ววิ่งตามเพื่อนรักที่โบกมือไหวๆให้ตามมา 

ในกระดาษ แม้ตัวอักษรเลือนลาง แต่ไดคิก็จำมันได้ขึ้นใจ

<<เราเลิกกันเถอะ ยูโตะ...>>

...

.
.
.


ทุกสายตามองมาที่ยูโตะกันเป็นตาเดียว ห้องที่เล็กพอสมควรกลับยิ่งดูเล็กจนน่าอึดอัดเข้าไปใหญ่ ยูโตะรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกเมื่อเจอกับสายตาที่จ้องมองมาแบบนี้ แต่ยูริเองดูจะชินเสียแล้ว นั่นเพราะตัวเขาเองเป็นคนดังสำหรับคณะนี้นั่นเอง จึงก้าวเข้าประชิดข้างกายยูโตะแล้วพาเดินไปที่มุมห้องด้วยกัน

ลากเก้าอี้สีขาวให้คนรักนั่ง ยูโตะเหลือบมองใบหน้าหวานที่ยังคงยิ้มแม้จะมีใครต่อใครจดจ้องมาจนไม่เป็นส่วนตัวแบบนี้ เรียวสุเกะและไดคิที่เดินอ้อมไปเอาของตามมาวางของไว้บนโต๊ะตัวใหญ่ข้างๆยูโตะด้วยกัน ก่อนจะนั่งลงไม่ใส่ใจในสายตาของทุกคนเช่นเดียวกัน

"แฟนของคนดังคณะบริหารมาทั้งที่จะให้ปล่อยพลาดสายตาไปได้ไง" ไดคิพูดยิ้มๆ ขณะลงมือตัดกระดาษสีเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เห็นคุยกันระหว่างกำลังขึ้นลิฟต์มาที่ห้องเล็กนี้ว่าจะใช้เพื่อทำงานเข้าค่ายสานสัมพันธ์พี่สู่น้องสักอย่าง 

"แฟนนายดังจะตาย เนื้อหอมด้วย พอนากาจิม่าเกิดอุบัติเหตุตอนนั้นใครๆก็เลยสงสัยว่านายเป็นอะไรมากมั้ย ทีนี้มาให้เห็นเต็มตาจะได้รู้ๆกันสักทีว่าจิเน็นกับนากาจิม่ารักกันมากแค่ไหน" พูดต่ออีกโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากงานในมือเลย

"แล้วจิเน็นจะได้เลิกมีคนมาตามตอแยเสียที พวกฉันทำตัวเป็นไม้กันหมาจนเบื่อแล้วเนี่ย"

"ใครเป็นหมากัน" ยูริหันมาทำหน้าบู้ใส่ เอื้อมไปหยิบอุปกรณ์มาทำงานบ้าง

"อีกอย่างก็ฉันบอกไปแล้วว่าไม่ได้ชอบพวกนั้น เขาก็เข้าใจกันดีแล้วนี่"

"เข้าใจอะไร ถ้าเข้าใจไม่ต้องมานั่งน้ำตาตกในอยู่มุมห้องนั้นหรอก" เรียวสุเกะเงยหน้าขึ้นจากถุงขนมที่วางบนโต๊ะขึ้นมาพยักเพยิดไปทางมุมห้อง ปรากฏเป็นพวกผู้ชายทั้งปีสูง ปีเดียวกันนั่งสุมหัวกันทำหน้าโอดครวญกันกลุ่มใหญ่ พอเห็นสายตาคมๆของยูโตะที่เหลียวไปมองก็ทำหน้าเป็นไม่มีอะไรกันใหญ่ 

"พวกนั้นมาจีบยูริเหรอ"

"ก็ประมาณนั้นแหละ" ยูริดูหน้าเสียไปนิดหน่อย แต่ก็เอื้อมมือไปจับกับมือใหญ่ของยูโตะพร้อมแย้มรอยยิ้มหวาน

"แต่มันไม่มีอะไรหรอกนะ ก็ฉันรักยูโตะคนเดียวนี่"

โครม!

เกิดเสียงกระแทกดังใหญ่จากมุมห้อง โต๊ะตัวใหญ่ล้มระเนระนาดเช่นเดียวกันกับเก้าอี้ กลุ่มคนตรงนั้นพากันลุกขึ้นพรวดแล้ววิ่งหนีหายไปจากห้อง เสียงโวยวายดังรั้งท้าย

"ยูริจางงงงง เสร็จไอ้นากาจิม่าไปแล้ว โฮฮฮฮฮฮฮ"

"ทำไมต้องนากาจิม่าด้วย"

"แม่งก็แค่หล่อสูงยาวเข่าดีคุณชายแค่นี้เอง"

"ยูริจัง ฮืออออออ"

"นางฟ้าของเพ่"


และอีกมากมายที่จะได้ยิน กลุ่มของคนที่ตกเป็นเป้าสายตาพากันมองหน้ากันแล้วหัวเราะคิกคัก ยกเว้นยูโตะที่ดูจะไม่ชอบใจนัก

"ยูริ"

มือใหญ่จับมือเล็กนั้นกลับเช่นเดียวกัน บีบมันเอาไว้แล้วจ้องตากลมนั้นไม่ละไปไหน

"อะไรเหรอยูโตะ"

"ขอบคุณนะ...ที่รักฉัน คนเดียว..."

"อืม"

บทสนทนาที่ทำเอาคนที่นั่งด้วยทำท่าจะอาเจียนคลื่นไส้ไปพร้อมๆกัน ไดคิยกอุปกรณ์ที่ทำค้างอยู่มานั่งข้างเรียวสุเกะที่หันหลังกลับไม่มองคู่รักสองคนที่อยู่ตรงหน้าตนแล้วตอนนี้ เข้าไปเบียดไหล่แล้วกระซิบ

"น่าอิจฉาเนอะ ยามะจัง"

"น่าอิจฉาเหรอ ฉันเฉยๆนะ" ยิ้มพรายอย่างไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เพิ่งได้เห็นและได้ยินเมื่อครู่ แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อได้ยินผู้เป็นเพื่อนรักกระซิบบอกอีก

"เพราะนายก็เคยผ่านอะไรแบบนี้มาแล้วหรือเปล่า"

"พูดอะไร..."

"ก็นายเคยคบกับนากาจิม่ามาก่อนไม่ใช่เหรอ"

คำพูดที่เหมือนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงเข้ากลางใจเรียวสุเกะ คนฟังหน้าซีดเผือดวางของในมืออัตโนมัติแล้วจ้องหน้าไดคิด้วยความตกใจ แม้ต้องทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม

"พูดอะไรของนาย คบอะไร..."

"แฟนเก่าของนากาจิม่าก่อนหน้าจิเน็นที่ไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าคือนายเองใช่มั้ย" พูดพลางชักถุงพลาสติกที่ยูโตะบังเอิญทำตกไปตอนที่ล้มไปด้วยกันขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง ยักคิ้วกิ่วใส่เพื่อนที่แม้จะทำหน้าปกติอยู่แต่ก็ซีดเซียวเต็มทน

"เราเลิกกันเถอะ...นี่มันลายมือนายชัดๆ"

"ไม่ใช่" เรียวสุเกะปฏิเสธทันควัน มือเย็นเยียบโดยไม่รู้ตัว

"จำผิดคนแล้ว ไดจัง นั่นไม่ใช่ลายมือฉัน"

"ตัวเรของนายตวัดหางแบบนี้ มีแค่คนเดียวเท่านั้น อย่ามาเถียงเลย" ไดคิเชิดหน้าขึ้น ขณะจ้องตากลมๆที่สั่นริกของคนตรงหน้า

"หน้าเสียเลยเหรอ เรื่องเป็นยังไงว่ามา"

ไดคิต้อนเขาจนจนมุมแบบนี้ เรียวสุเกะจะพูดว่ายังไง กำหมัดแน่นอย่างไม่สามารถพูดอะไรได้ จนเจ้าตัววางถุงใสไว้บนโต๊ะแล้วตบเบาๆ

"ฉันว่าแล้วว่านายกับยูโตะต้องมีอะไรต่อกันแน่ๆมาตั้งแต่ก่อนจะมาคบกับจิเน็นแล้ว อะไรยังไงว่า..."

"เรียวจังมาทำงานคณะด้วยเหรอวันนี้"

เสียงทุ้มของใครบางคนดังขัดช่วยชีวิตเรียวสุเกะขึ้นมาได้ทันท่วงที การเรียกชื่อของเขาแบบนั้นจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่ยูยะ พี่ชายที่ชอบมาแวะเวียนนอนค้างที่ห้องของเขาอยู่เป็นประจำ ไดคิหน้าเจื่อนทันทีที่เห็นคนตรงหน้า ชายร่างสูงที่ในมือหอบหิ้วถุงพลาสติกจำนวนมากที่ใส่ขนมมาเป็นเสบียงมากมายจนน่าสงสัยว่ามาทำงานหรือมาปิกนิกกันแน่ ยูยะมองไดคิที่นั่งข้างๆเรียวสุเกะแล้วทำหน้ากวนประสาทใส่

"เพนกวิน ลุกเด้ะ"

"ใครเพนกวิน! ไอ้หมีกล้ามดำ!" สวนกลับไม่สนใจคนรอบข้างที่หันมามองเขาเป็นตาเดียวอีกครั้งหลังจากละสายตาไปทำงานกันแล้ว ยูยะคิ้วกระตุกทันทีก่อนเอาถุงพลาสติกมาโยกตีไหล่บางนั้นไม่แรงนัก

"ฉันจะนั่งกับน้อง อย่ามาขัดสายสัมพันธ์ยัยเพนกวิน"

"พี่ยูยะนี่จะเที่ยวมีเรื่องกับใครเค้าไปทั่วเลยหรือไง" เรียวสุเกะบ่นเสียงเบา ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานแล้วทำท่าจะเดินออกไปจากกลุ่ม

"ก็ยัยเพนกวินมันด่าพี่เป็นหมีกล้ามดำอะเรียวจัง!" ยูยะโวยวายเป็นเด็กๆ นี่ถ้าลงไปตีแขนตีขาได้คงทำไปแล้วล่ะมั้ง

"ไปๆ ไปกับพี่ ไปห้องซ้อมดนตรีกันเหอะ นั่งตรงนี้แล้วเดี๋ยวโดนเพนกวินเอาปลาแห้งเขวี้ยงใส่"

"ปลาแห้งบ้าอะไร!" ไดคิตวาดเสียงแหวไม่แพ้กัน

"แกสิไอ้หมีดำ มาก็จะมาแย่งที่คนอื่นเค้ากันแบบนี้ นิสัยเสีย"

"ถึงจะนิสัยเสียแต่ก็หล่อนะครับ"

"หล่อแบบนี้ไม่เอาหรอกเว่ย!" ไดคิทำหน้าเหยเกใส่ ไม่ใส่ใจใบหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่างของคนตัวสูงที่ยืนค้ำตัวเองเลยแม้แต่นิด

เสียงทะเลาะจากกลุ่มของเขาดังเสียจนคนในห้องเริ่มจะหันมามองอย่างปรามๆกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยูริจึงถอดหายใจแล้วลุกขึ้นไปลากเก้าอี้มาเพิ่มอีกตัวให้กับยูยะ

"นั่งซะ"

ชี้ไปที่เก้าอี้สีขาวที่เพิ่งลากมาวางไว้ให้ ยูยะเหลียวไปมองหน้ายูริแล้วสะบัดหน้าหนีเหมือนรังเกียจกัน

"เก้าอี้จากนายฉันไม่อยากได้หรอก"

"อย่าเรื่องมาก ถ้าไม่ใช่สต๊าฟแล้วมาสร้างเรื่องให้คนอื่นเค้าทำงานไม่ได้แบบนี้ฉันจะเชิญออกจากห้อง" ยูริพูดเสียงเรียบ ใบหน้าหวานที่เปื้อนยิ้มเสมอบัดนี้ดูเคร่งขรึมจนน่าหวาดกลัว ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นยูริในแบบนี้ ยูยะเงียบลงแต่ก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน

"ฉันอยากนั่งที่ของเพนกวิน" ไดคิทำท่าจะโวยวายขึ้นมาอีกรอบ แต่ยูริพูดขึ้นมาเสียก่อน

"สต๊าฟก็ไม่ใช่ คณะตัวเองก็ไม่ใช่ อย่ามาทำแบบนี้ถ้าไม่รู้จักคำว่ามารยาทก็เชิญ" ผายมือออกไปทางนอกห้อง ยูยะอึกอักเล็กน้อยแต่ก็ไม่เถียงอะไรอีกนอกจากกลืนน้ำลายแล้วเดินตามเรียวสุเกะที่ยืนห่างจากกลุ่มไปแล้วเพราะเตรียมจะออกไปหยิบอุปกรณ์ทำงานต่อ ยูริเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินหันหลังกลับไปนั่งกับยูโตะ โดยไม่เห็นเลยว่ายูยะเองก็แอบเหลียวหลังมองตามแผ่นหลังเล็กๆนั้นเช่นเดียวกัน

ได้แต่มองรอยยิ้มหวานที่ปรากฏบนใบหน้าเมื่ออยู่ต่อหน้ายูโตะ ยูยะเหลือบหางตามองเรียวสุเกะที่ยืนนิ่งรอเขาห่างออกไปทางหน้าห้องเพื่อไปทิ้งขยะและกำลังจะขออุปกรณ์ไปทำที่อีกห้องซ้อมดนตรีกับเขา

กับสายตาของยูโตะที่แม้จะอยู่ต่อหน้าคนรักอย่างยูริก็จริงอยู่ แต่มันกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับคนที่ควรจะเป็นเลย

ยูยะได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แล้วเหลียวหน้ากลับมามองยูริอีกครั้งหนึ่ง รอยยิ้มหวานแบบนั้น รอยยิ้มที่สดใสราวพระอาทิตย์ ความเหมือนกับเด็กที่แฝงอยู่ในตัวตนหากยังซ่อนความเป็นผู้ใหญ่เอาไว้ในคนๆเดียวกัน แบบนี้มันน่าหลงใหลไม่ใช่เหรอ

แบบนี้ใช่มั้ย ยูโตะถึงทิ้งนายไม่ได้สักที

"พี่ยูยะจะไปห้องซ้อมดนตรีใช่มั้ย" เสียงเรียวสุเกะเรียกให้ตื่นจากห้วงความคิด เจ้าของชื่อหันกลับมาผงกหัวให้

"ก็อืม"

"งั้นขอผมหยิบของแป้ปนะ เดี๋ยวจะตามไปด้วย"

เรียวสุเกะเหลียวหลังกลับไปคุยกับเพื่อนเพื่อจะขอเบิกอุปกรณ์อีกเล็กน้อยเพื่อเตรียมยกไปทำงานที่ห้องซ้อมดนตรีของยูยะด้วยกัน 

มองเห็นยูโตะกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับยูริ และเมื่อคนรักพยักหน้ารับแล้วก็เดินเข้ามาหายูยะ พร้อมกับบอกขออนุญาตไปห้องซ้อมดนตรีด้วย ยูยะแม้ไม่ถูกใจนักเพราะไม่อยากให้เข้าใกล้เรียวสุเกะ แต่ก็นึกเห็นใจเมื่อเห็นแววตาเว้าวอนและคิดได้ว่ายูโตะเป็นสมาชิกชมรมดนตรีที่แม้จะต้องพักการเข้าร่วมกิจกรรมเพราะบังเอิญเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน ก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไรถ้าหากจะให้ไปด้วย จึงพยักหน้ารับอย่างนั้น แล้วเลิกให้ความสนใจกับคนตรงหน้า หันไปมองยูริที่กระเถิบเก้าอี้ไปนั่งข้างๆไดคิแทน

ยัยเพนกวินตัวแสบนั้นยังคงพูดเจื้อยแจ้วไม่มีหยุด จนกระรอกตัวน้อยนั้นใช้ฟันหน้าสองซี่ขบริมฝีปากล่างบ่อยครั้งด้วยกลั้นหัวเราะจนหน้าแดง ยูริแม้ใบหน้าจะเปื้อนยิ้มตลอดเวลา แต่เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าในดวงตากลมสองข้างนั้นดูเหมือนมีอะไรแอบแฝงอยู่

เรียวสุเกะหันกลับมาตกใจเล็กน้อยที่เห็นยูโตะมาช่วยรับอุปกรณ์เพื่อจะเอาไปห้องซ้อมดนตรีด้วย แต่ก็ไม่สามารถเถียงใดๆได้ เพราะเจ้าตัวบอกว่าพี่ยูยะของตนอนุญาตแล้ว จึงได้แต่เบะปากแล้วโยนของแทบทุกอย่างใส่อ้อมแขนของยูโตะ แล้วสาวเท้าเร็วๆออกเดินไปที่ห้องซ้อมดนตรีของมหาวิทยาลัยซึ่งอยู่อีกอาคารหนึ่งเสียแล้ว

ยูยะจึงได้ผละสายตาออกจากสองคนนั้นแล้วเดินจากมา

"ไปแล้วเนอะ จ้องอยู่ได้ อึดอัดเป็นบ้า" ไดคิพูดในที่สุดเมื่อเห็นว่ายูยะเดินจากไปแล้ว แผ่นหลังใหญ่ๆที่เห็นไวๆนั้นทำให้ไดคิลอบถอนหายใจ

"เขาชอบจิเน็นหรือเปล่า จ้องอยู่ได้ไม่ละสายตาเลย"

"ชอบไดจังล่ะสิไม่ว่า มาทะเลาะกันขนาดนั้นน่ะ" ยูริบู้ปากพูด ทำท่าไม่ถูกใจนักที่ได้ยินคำพูดของเพื่อนรักคนตรงหน้าจนดูน่ารัก แม้ไม่ทันสังเกตได้ถึงนัยน์ตาขวางที่จ้องไม่ละจากประตูบานใหญ่นั้น

"ดูสนิทกันดีนะ ไดจังกับทาคาคิคุงน่ะ"

"สนิทอะไร กัดกันจะตายแบบนี้ไม่ใช่สนิทหรอก" ไดคิเบ้ปาก

"แต่จิเน็นก็เก่งนะ ไอ้หมีกล้ามดำจ๋อยไปเลยตอนที่นายด่าน่ะ ต้องแบบนี้สิ"

"ไม่หรอก ฉันหงุดหงิดนิดหน่อย" ยูริแก้ตัวแล้วหันไปหยิบกระดาษที่ยังตัดค้างอยู่อีกนิดหน่อยขึ้นมาจับแก้เขิน

"จริงๆไม่อยากให้ยูโตะไปกับทาคาคิคุงเลยนะ แต่มียามะจังไปด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก"

"พูดถึงยามะจังกับนากาจิม่า...นายเคยเห็นไอ้นี่หรือเปล่า" หันหลังจะเหลียวไปหยิบถุงพลาสติกที่ใส่กระดาษเจ้าปัญหานั้น แต่ก็พบว่ามันหายไปเสียแล้ว

เรียวสุเกะหยิบไปตอนชุลมุนเมื่อกี้แน่ๆ!

"เห็นอะไรเหรอ" ยูริชะโงกหน้าเข้าใกล้ เมื่อเห็นว่าไดคิยังไม่ยอมหยิบของมาให้ดูเสียที ไดคิเหลียวหน้ามาทำหน้าเสียเล็กน้อย ส่ายหัวช้าๆ

"ไม่มีอะไรหรอก..." ถึงจะอยากรู้แต่ไม่มีหลักฐานอยู่ในมือแบบนี้ ไดคิก็ไม่คิดจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและคนรักของยูริกับเรียวสุเกะและยูโตะหรอก เมื่อคนที่จะคอยดูของไม่เห็นว่ามีอะไรก็พยักหน้าหงึกๆแล้วก้มหน้าลงไปทำงานต่อ

ถ้าไม่เจอไอ้หมีกล้ามดำนั่น เขาก็ได้คลายข้อสงสัยนั้นไปแล้ว! 

ไดคิได้แต่ตะโกนลั่นในใจแล้วขบฟันแน่น นึกโมโหคนตัวสูงที่บังอาจมาว่าเขาว่าเป็นเพนกวินไปซะได้ คนอย่างนายนี่มัน...

...พูดดีๆด้วยไม่เป็นหรือยังไงนะ...

ได้แต่รำพึงกับตัวเองในตอนท้าย ไม่ใช่ว่าไม่หวั่นไหวไปกับคำพูดของยูริที่แซวเขาเมื่อครู่ แต่รู้ทั้งรู้ว่ายูยะไม่สนใจเขาหรอก ก็ในเมื่อเพียงแค่มองเข้าไปในตาของยูยะ ก็รู้อยู่แล้วว่ากระจกตาสีน้ำตาลเข้มนั้นกำลังสะท้อนเงาของใคร

นอกจากเรียวสุเกะแล้ว ก็ยังมีเพียงรอยยิ้มของยูริเท่านั้นที่อยู่ในสายตาของยูยะ

รอยยิ้มที่สะกดใครต่อใครได้อยู่หมัดเสมอไป...

...

.
.
.


TBC
*******************************************************

beamsmile :)

Talk::

สวัสดีค่ะ
มาลงพาร์ทห้าแล้วค่ะ
มีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆเลย
ตอนต่อๆไปก็ยังจะมีมาใหม่เรื่อยๆค่ะ
ตอนนี้อาจจะยังไม่ค่อยมีอะไรใหม่แต่ก็เริ่มมีเบาะแสใหม่ๆแล้วด้วย ถึงจะแค่อย่างเดียวก็เหอะ 5555
แต่ว่าตอนหน้าจะมีเยอะกว่านี้ค่ะ อย่าลืมติดตามนะคะ


ฝากติชมด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ปล.ขอบคุณทุกเม้นท์มากค่ะ 
เราขอบคุณมากเลยนะคะ
สำหรับนักอ่านเงา เราอยากขอให้แสดงตัวนิดนึง เม้นท์ให้รู้ว่ายังมีคนอ่านด้วยเถอะค่ะ
ไม่ใช่แค่เปิดเข้ามาเจอแล้วปิดหน้าต่าง ถ้าเป็นแบบนี้ เราอาจจะลงแค่ลิงก์เชื่อมให้ไปอ่านที่บล๊อกเราอย่างเดียวก็พอ เพราะลงที่นี่ค่อนข้างยากเลยค่ะ 
เห็นแต่ยอดวิว แต่มีคนเม้นท์แค่ไม่กี่คน
เราแอบเสียใจนะคะ
แต่ถึงยังไงก็ขอบคุณที่อ่านนะคะ 

ขอบคุณค่ะ


*******************************************************

16 ความคิดเห็น

  1. #9 Hibari Sora (@hibari-sora) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 23:15
    สงสารยามะจังอ่ะ T^T
    อิโตะนี่ก็ทำร้ายจิตใจกันจังเลยยยยยยย
    ชี่จังไม่รู้อะไรต่อไปแบบนั้นน่ะดีแล้ว
    ถ้าคุณป้าของยูตี้รู้ว่าคนๆนั้นคือยามะจังคุณป้าจะว่ายังนะ
    ถ้าไดจังรู้เรื่องแล้วจะเข้าข้างใคร
    ป๋ายูยังชอบชี่ใช่ป้ะ เพื่อความสุขของน้องป๋า ป๋าเอาชี่ไปเก็บเลยนะ
    #9
    0
  2. #7 minkeydolphinus (@minkeydolphinus) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 12:32
    เบื่องหลังเป็นไงกันน้อ

    เรื่องเริ่มเข้มแล้ว

    กำลังมันส์เลยจ้า

    มาต่อไวๆน้า ^^
    #7
    0