LOVE on ice & LIFE with you [Yuri!!! On Ice fic]

ตอนที่ 20 : You are an angel I chained to the ground 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    5 ก.ค. 60



     คลื่นยักษ์สาดซัดกระทบฝั่งท่าเรือสำคัญของคีวานรุส เรือใบจำนวนมากขนาดน้อยใหญ่รวมไปถึงเรือสินค้าซึ่งมีน้ำหนักหลายตันค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากฝั่งจนผู้โดยสารบนเรือต่างต้องกระโดดออกจากเรือ แต่ไม่ว่าจะพยายามว่ายกลับเข้าฝั่งยังไงก็ถูกดูดออกไป ใจกลางมหาสมุทรไม่ไกลนักจากคีวานรุส เกิดน้ำวนหมุนขนาดใหญ่ลึก มันคือจุดศูนย์กลางความอลหม่านนี้ เรือถูกดูดลงไป ตามด้วยผู้คนที่ส่งเสียงร้องโหยหวน และเมื่อถูกกลืน ก็ไม่มีใครรอดออกมา หนวดเต็มไปด้วยปุ่มนูนนับร้อยพันวาดขึ้นกลางอากาศ และฟาดเข้ากับชายฝั่งเมืองท่า

 

ชาวเมืองคร่ำครวญอย่างทรมานและร่ำไห้อย่างเวทนา พวกเขาต่างก็วิ่งวุ่นไปยังที่สูงเพื่อหลบอุทกภัยซึ่งย่างกรายเข้ามา บางคนก็ไปไม่ถูก ได้แต่นั่งคุกเข่าสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้า วิหารเทพซุสคลาคล่ำไปด้วยผู้ศรัทธาซึ่งนั่งคุกเข่าพูดงึมงำในลำคอ เบื้องหน้าสุดของแถว หรือก็คือตรงแท่นบูชาของเทพซุส ชายวัยกลางคนใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย เสื้อคลุมสีขาวหม่นเปียกเกรอะกรัง แต่ทุกคนก็เปียกกันหมด สตรีนางหนึ่งนอนบนแท่นบูชา หลับตา มือประสานไว้ที่อก สีหน้าจนตรอก

ชายดังกล่าวชูมือขึ้น มือข้างหนึ่งถือกริชงองุ้ม

 

“ องค์ซุสกำลังพิโรธ!” เสียงแห้งผากราวกับต้นไม้ขาดน้ำดังก้องกังวานไปทั่ววิหาร “ เมืองคีวานรุสกำลังจะจมลงด้วยเงื้อมมือของเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น และพวกเราทุกคน จะตกเป็นอาหารของมัน! พวกเจ้ายอมงั้นหรือ?! บ้านของเรากำลังจม พวกเจ้าจะยอมหรือไม่!” เสียงผู้ศรัทธาโห่ร้องและสะอื้น วิหารส่งเสียงครืนพร้อมกับหลังคาที่แตกร้าว ที่นี่กำลังจะถล่ม “ ด้วยประสงค์ขององค์ซุส เราจักต้องสังเวยชีวิตหญิงพรหมจรรย์แก่ท่าน เพื่อที่คีวานรุสจะยั่งยืนต่อไปตราบเท่าที่ลูกหลานของเรายังอยู่!!”

 

 

“ เจ้าน่าจะไปเป็นนักการทูตนะ” เสียงจากด้านหลังสุดของผู้คนดังขึ้น ทุกคนต่างหันไปมอง พิธีสังเวยถูกขัดขวาง ไดโอเมเดส ในสภาพเปียกโชกและมีบาดแผลจนบริเวณขมับเลือดอาบ เสื้อเกราะเปื้อนไปด้วยเลือดและคราบโคลน

 

“ ฝ--ฝ่าบาท” ทุกคนต่างก้มหัวคำนับให้ผู้มาเยือนอย่างไม่คาดคิด แต่ไดโอดอรัสไม่ทักทายต่อ เขาง้างธนูออกจนแข็งเกร็ง เล็งไปที่ชายถือกริชกลางลานบวงสรวง

 

“ ปล่อยนางซะ เจ้าคนงมงาย จะไม่มีใครต้องถูกสังเวยวันนี้” คราวนี้ แม้แต่หญิงที่ถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยก็ยังเงยหน้าขึ้นมองเจ้าชายราวกับสิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นเป็นปาฏิหาริย์สำหรับนาง

 

“ แต่ฝ่าบาท-”

“ ถ้าคิดขัดขืนอีก ข้าจะให้เจ้าไปเฝ้าซุสแทนดีมั้ย?”

“ แต่ว่า!” คราวนี้ฝ่ายชาวบ้านซึ่งคุกเข่าอยู่เอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัว “ ถ้าไม่ทำ แล้วจะหาวิธีใดหยุดสัตว์ร้ายนั่นได้ล่ะขอรับ?!”

 

ไดโอเมเดสตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ นี่หาใช่คำสาปหรือสววรค์พิโรธ แต่เป็นฝีมือของมนุษย์” เกิดเสียงเซ็งแซ่ขึ้น แต่เขาก็อธิบายต่อ เขาถนัดนักล่ะเรื่องยุยง “ ซินดาร์เฮเกน เมืองที่อยู่ห่างออกไป ผ่านโพ้นทะเลหกวัน พวกนั้นปล่อยสัตว์ดุร้ายที่เลี้ยงไว้ออกมาเพื่อที่จะทำลายอาณาจักรของเรา อีกทั้งยังลักพาตัวเจ้าชายวิคเตอร์ไปอีกด้วย”

 

“ องค์ชายน่ะรึ!” ชาวบ้านมองหน้าซึ่งกันและกันราวกับลืมไปแล้วว่าอยู่ในพิธีบูชายัญ

“ แล้วเราจะหยุดเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นยังไงล่ะ?!”

 

ไดโอเมเดสค่อยๆผ่อนธนูลง เมื่อเห็นว่าทุกคนเหมือนจะลืมพิธีสังเวยกันหมดแล้ว และชายงมงายคนนั้นก็ลดกริชลงเช่นกัน

“ ข้าจับขุนนางของมันได้ และพวกมันสารภาพหมดแล้ว ประชาชนทั้งหลาย ข้าต้องการความร่วมมือจากพวกเจ้า อย่างน้อยที่สุดก็อย่าฆ่ากันเอง”

 

ไม่ทันได้รอคำตอบ ไดโอเมเดสผละออกจากวิหารซุส และกระโดดหลบหินก้อนใหญ่ที่กระเด็นจนทะลุวิหารเข้าไป เสียงถล่มดังครืน กลบเสียงกรีดร้องและผู้คนหนีตาย มีจำนวนไม่น้อยที่ถูกทับ เขารีบวิ่งออกจากวิหาร มองเจ้าสัตว์ร้ายไม่กะพริบตา

“ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเชื้อพระวงศ์ที่เอาการเอางานอยู่ด้วย” ชายหนุ่มหน้าเด็กผิวสีแทนเดินตามหลังขนาบข้าง มือทั้งสองก่ายท้ายทอยราวกับกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะ เส้นผมสีดำตัดหน้าม้าข้างหน้าจับเข้ากับรูปหน้าเรียว “ ดีแล้วที่เจ้าไม่ให้เขาฆ่านาง ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่รสนิยมซุสสักนิด”

 

ไดโอเมเดสปีนซากปรักหักพังของวิหารขึ้นไปและยืนอยู่บนยอดกองหินเหล่านั้นซึ่งสูงชะลูด มองเห็นคราเคนกำลังตวัดหางของมันเพื่อถล่มเมือง “ ข้าแค่ไม่อยากให้มีภาระมากไปกว่านี้ แค่ต้องต่อกรกับสัตว์ประหลาดและพาวิทย่ากลับมาก็ยุ่งยากพอแล้ว”

หนวดข้างหนึ่งกำลังจะพุ่งลงมาถล่มร่างทั้งสอง แต่แล้วก็ถูกตัดดังฉับ คราเคนร้องโหยหวน เลือดสีม่วงสาดกระจายเต็มกลายเป็นเม็ดตกลงจากฟ้า

 

ชายหนุ่มผมสั้นตัดเกรียนสีดำกระโดดลงมาจากฟ้า และยืนข้างไดโอเมเดส หอกในมือกลายเป็นสีม่วงและของเหลวข้นคลั่กไหลนองเต็มพื้น

 

“ สมกับเป็นเทพรับใช้ของเทพีอาธีน่า สู้ๆ!” พิชิตปรบมือ แต่ยอร์กีซึ่งถูกชมกลับหันหน้ามาตวาดเขา

 

“ พิชิต!! เจ้าอย่ามัวเอ้อระเหยจะได้มั้ย?! ขอแรงหน่อย!”

 

“ ไม่ดีมั้ง? ตัวมันน่าขยะแขยงจะตาย” พิชิตบ่นอุบอิบ เขาเป็นข้ารับใช้ของเทพีเฮราซึ่งขึ้นชื่อว่าชอบของสวยงาม พอมาเจอปลาหมึกที่ทั้งตัวหุ้มไปด้วยเมือกก็ถึงกับทอดถอนใจว่างานนี้มือต้องเปื้อนไม่น้อย

ไดโอเมเดสยิงธนูไปโดนหนวดของมันข้างหนึ่งได้ แต่คราเคนดูจะไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่ามันถูกทำร้าย ตาปูดโปนจ้องมองทั้งสามคนซึ่งยืนเด่นเป็นสง่ากลางซากวิหาร แต่ไดโอเมเดสรู้สึกว่ามันสนใจเทพสองตนซึ่งอยู่กับเขาตอนนี้มากกว่าเขาซะอีก

 

“ ท่านเทพทั้งสอง ข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากท่านเสียแล้ว” ไดโอเมเดสกล่าว

ยอร์กีสะบัดหอกจนเลือดสีม่วงกระเด็นถูกผ้าไหมสีฟ้าของพิชิต “ มาเร็วพิชิต! พวกเราจะได้ไปตามล่าเจ้าคริสตอฟกันต่อ โทษฐานที่บังอาจใช้วิธีต่ำช้าโกงพวกเรา!!”

พิชิตตอบอย่างเสียไม่ได้ “ โอเคๆ” เกิดแสงสีขาวรอบตัวของชายหนุ่ม ทั้งสองกระโดดขึ้นไปบนฟ้า เส้นสีขาวของพิชิตกลายเป็นโซ่ตรวนเรืองแสงมัดคราเคนตัวใหญ่ยักษ์ที่สูงเสียดฟ้า แน่นจนเนื้อปริและเลือดกระฉอก เดิมทีเฮราเป็นเทพีแห่งการสมรสและผูกพัน โซ่แห่งสายสัมพันธ์ที่ได้รับจากเฮรานี้จึงไม่มีวันขาด เมื่อถูกตรึงเป็นเป้านิ่ง ยอร์กีเล็งหอกไปที่สมองของมัน และเขวี้ยงหอกออกไป

“ เจ้าจงรับรู้พลังแห่งรักของอันย่าของข้าซะ!!!”

หอกเปล่งแสงและแทงทะลุจากด้านหน้าออกไปทางข้างหลัง กะโหลกของคราเคนหลุดลอกออก เส้นเลือดเปลี่ยนเป็นสีแดงและปูดออกมาตามเนื้อ ก่อนที่จะระเบิดออกเป็นชิ้นๆ

 

“ เฮ้อ งานเข้าไม่จบสักที” พิชิตถอนหายใจ ก่อนจะร่อนลงมาหยุดยืนข้างไดโอเมเดสที่มองดูผลงานของทั้งคู่อย่างไม่กะพริบตา ตามด้วยยอร์กีที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับหอกของตัวเองราวกับเป็นคู่รักที่พลัดพรากมาสิบชาติ

“ ขอบคุณพวกท่านมากที่มาช่วยข้า”

 

พิชิตง่วนอยู่กับการเช็ดคราบเลอะออกจากเครื่องแบบสีฟ้า ยอร์กี้จึงพูดแทน “ ปกติเทพจะไม่ยื่นมือมาช่วยหรอกนะ ถึงแม้พวกเจ้าจะโดนฮาเดสบุกก็ตาม”

 

“ เรื่องนั้นข้าทราบขอรับ ว่าพวกเทพไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่”

“ หา?!” ยอร์กีขึ้นเสียง แต่พิชิตก็ยืนขวางคนทั้งคู่ไว้

 

“ เจ้ามีนามว่าอะไร เจ้าชายน้อย” พิชิตซึ่งหน้าอ่อนกว่าไดโอเมเดสหลายปีนักถาม

“ ไดโอเมเดส บุตรแห่งเทเดียส เขยแต่งเข้าของคีวานรุสขอรับ”

“ เช่นนั้นเจ้าก็เป็นสามีของวิคเตอร์น่ะสิ” พิชิตว่า

“ เป็นเช่นนั้น”

“ อา….พอจะปะติดปะต่อได้แล้ว” พิชิตว่า แต่กลับเกาศีรษะไปมาจนเส้นผมพันกันยุ่ง “ ไดโอเมเดส พวกข้าจะไปกับเจ้าเพื่อชิงตัววิคเตอร์กลับมาด้วย”

 

“ เฮ้ยยๆๆ พิชิต เจ้าอย่าตัดสินใจเองสิ!” ยอร์กีตะโกนและบีบไหล่สหาย

 

“ ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของพวกท่านขอรับ”

 

“ ข้ายังไม่ทันตอบตกลงนะโว้ย!!”

 

“ แต่เหตุใดท่านถึงให้ความสนใจในการพาตัววิทย่าของข้ากลับขนาดนี้ พวกท่านไม่ยื่นมือมาช่วยเรื่องของมนุษย์ไม่ใช่รึ?”

“ เจ้ารู้เหตุผลหรือไม่ว่าทำไมยูริอุสแห่งซีดาร์เฮเกนถึงลักพาวิคเตอร์ไปอย่างอุกอาจชนิดที่ว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมาไม่มีใครมาชิงตัววิคเตอร์ไปได้” พิชิตกล่าว “ เพราะมันก็มีเทพช่วยเหมือนอย่างเจ้าตอนนี้ไง”

 

-----------------

 

 ไดโอเมเดสใช้เวลาถึงสองวันจึงจะเริ่มจัดตั้งกองทัพเพื่อไปยังซีดาร์เฮเกนและได้รับการติดต่อจากอาณาจักรพันธมิตรสี่สิบสี่ดินแดนว่าตกลงจะเข้าร่วมการรบนี้ เพื่อลงโทษผู้ที่ผิดสัญญา ไดโอเมเดสมีสีหน้าที่ไม่ดีนักเมื่อเสียเวลาถึงสองวันรอให้มหาสมุทรสงบนิ่ง ก่อนจะเพิ่งได้ออกเดินทาง แต่สำหรับยอร์กีและพิชิตนั้น ใช้เวลาจัดทัพแค่สองวันในสภาพบ้านเมืองที่กำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมนั้น ถือว่าเร็วมากสำหรับมนุษย์ จึงสงสัยว่าเหตุใดไดโอเมเดสถึงได้ใจร้อนนัก

 

“ เรามีเวลาสิบวันหลังจากที่วิทย่าออกจากคีวานรุส ถ้านำวิทย่ากลับมาไม่ได้ภายในสิบวันล่ะก็...คีวานรุสจะจมอยู่ใต้มหาสมุทร”

พิชิตพยักหน้า “ ...เข้าใจล่ะ”

ยอร์กีหันขวับไปทางพิชิต “ ข้าไม่รู้เรื่องอะไรสักนิด!!”

ทั้งสามกำลังจะเดินขึ้นไปยังกราบเรือ ใบเรือถูกคลี่ออก เผยให้เห็นสัญลักษณ์ของคีวานรุส ขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปที่หัวเรือ เหล่าทหารก็ก้มหัวเปิดทางกันยาว พวกเขาต่างเปี่ยมไปด้วยกำลังใจเมื่อรู้ว่ามีเทพเจ้าอยู่ข้างพวกเขาถึงสองตน

 

“ ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้ตอนองค์ซุสเมาน่ะ” พิชิตว่า พร้อมสูดกลิ่นเค็มของมหาสมุทรเข้าไปเต็มปอดอย่างสดชื่น “ องค์ซุสรวบหัวรวบหางภูตน้ำแข็งตนหนึ่ง...แต่ข้าว่าท่านคงจะขัดชืนใจนางตามฉบับท่านมากกว่า เจ้าก็รู้ว่าท่านเป็นยังไง ผู้ชายสไตล์แบดบอยสาวๆชอบเสมอ”

ระหว่างที่เล่าถึงกับได้ยินเสียงฟ้าร้องครืนจากบนฟ้าเลย

“ เฮ้ย พิชิต!!!” ยอร์กีสบถและหน้าถอดสี

พิชิตตะโกนไปข้างบน “ โธ่ ไม่เอาน่าท่าน!! ถ้าข้าไม่เล่าแล้วพวกเขาจะเข้าใจได้ยังไงว่ากำลังเจอกับอะไรอยู่!! ข้าไม่แขวะท่านแล้วก็ได้!!”

เสียงฟ้าร้องหายไป เหลืออยู่แค่เมฆหม่นสีเทาเท่านั้น เป็นสัญญาณว่าแม้จะอนุญาตให้เล่าได้แต่ก็ยังคงจับตาดูอยู่

ไดโอเมเดสเป็นฝ่ายเล่าต่อ “ ภูตสาวได้ให้กำเนิดทารกน้อยผู้ถูกปกปักษ์อยู่ทางทิศเหนือซึ่งเป็นจุดสูงสุดของโลก เป็นดินแดนที่ไม่มีใครย่างกรายเข้าไปด้วยความหนาวเหน็บที่กัดกินถึงกระดูก เมื่อภูตสาวตาย ทารกไม่มีใครคอยดูแล องค์ซุสจึงค้นหาผู้ที่มีคุณสมบัติและพร้อมที่จะดูแลทารกตนนี้ ซึ่งก็คือบรรพบุรุษของราชวงศ์เฟลส์แมน”

“ องค์ซุสทำถึงขนาดนั้น คงจะรักภูตตนนั้นไม่น้อยเลยสินะ เข้าใจเลยว่าทำไมไม่เอาไปเลี้ยงเอง ถ้าองค์เฮรารู้คง--” คราวนี้เสียงฟ้าร้องดังเปรี้ยงปร้าง แถมมาพร้อมพายุจนเรือที่กำลังออกจากท่าสั่นคลอน พิชิตรีบเงยหน้าทันที “ โอเคๆ คราวนี้ข้าจะสงบปากสงบคำให้สนิทเลย!!”

“ ถึงจะบอกว่าบรรพบุรุษ แต่ก็นับถอยหลังจากกษัตริย์ยาคอฟไปแค่สามชั่วอายุคนเท่านั้น เป็นแค่ชาวไร่ธรรมดา แต่องค์ซุสได้มอบทารกน้ำแข็งให้ พร้อมกับบอกเงื่อนไขอันชวนลุ่มหลงว่า หากเลี้ยงดูเด็กคนนี้ จะสร้างอาณาจักรให้ปกครอง ชาวไร่คนนั้นตอบตกลงทันที องค์ซุสยกอาณาจักรร้างขึ้นมาจากใต้มหาสมุทร บันดาลความรุ่งเรือง มั่งคั่ง หรูหราฟู่ฟ่า และอำนาจให้ โดยมีเงื่อนไขอีกข้อคือ จะต้องเลี้ยงดูทารกให้ดีที่สุด ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม อย่าให้ออกจากเมืองเด็ดขาด อย่าให้ต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก จนกว่าทารกจะโตและพร้อมกลับไปบนสวรรค์ หากเมื่อผิดกับที่สัตย์สาบานไว้นานกว่าสิบวัน อาณาจักรนี้จะจมลงไปอีกครั้ง”

ยอร์กีถองศอกไปที่พิชิต “ เจ้า หรือว่าที่ที่พวกเรายืนอยู่นี่จะเป็น--”

 

“ ดินแดนในการปกครองของโพไซดอน น้องชายของซุส คราเคนตัวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของโพไซดอน มันไม่ได้บุกอาณาจักรเพราะคลั่งอะไรเลย มันทำตามหน้าที่ของมันซึ่งก็คือจมเมืองเท่านั้น”

ยอร์กีได้ฟังถึงกับถลึงตาและกุมขมับตัวเอง “ นี่พวกเราฆ่าสัตว์เลี้ยงขององค์โพไซดอนหรือเนี่ย?”

พิชิตตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ “ ข้าถึงบอกแล้วไงล่ะว่างานเข้า”

“ เอาไงล่ะ ทีนี้?”

“ ช่างเถอะ เดี๋ยวให้พี่น้องเคลียร์กันเอง ศึกชิงแอปเปิลทองคำก็วุ่นวายแบบนี้ทุกครั้งแหละ”

 

ไดโอเมเดสเล่าต่อ “ ชาวไร่คนนั้นตอบตกลงและขึ้นเป็นกษัตริย์ลำดับที่หนึ่งของคีวานรุส เขาคิดว่ามันเป็นงานง่ายๆ แน่นอนล่ะ เพราะตอนนั้นทารกยังคงถูกฝังอยู่ในผลึกน้ำแข็งหนักหลายชั่งตวง ใครเลยจะสามารถลักพาตัวเขาออกไปได้ และยังทำลายยากมากอีกด้วย จนกระทั่ง เมื่อยี่สิบเจ็ดปีก่อน ผลึกน้ำแข็งนั้นก็ปริแตก พร้อมเสียงร้องไห้จ้าของทารก และนั่นคือวิคเตอร์ เฟลส์แมน” มือสองข้างของเขายันไว้กับหัวเรือ สายตาจดจ่อไปยังทิศข้างหน้า “ ข้าเคยสงสัยว่า อะไรที่ทำให้น้ำแข็งเพิ่งมาแตกออกตอนนั้นกันนะ? แต่ข้าเชื่อว่า...เพราะวิคเตอร์เกิดมาเพื่อข้า และข้าคือคู่ครองของเขา เราถูกสวรรค์ลิขิตให้มาเจอกัน”

ยอร์กีผิวปาก น้ำตาคลอเบ้าอย่างซาบซึ้ง ส่วนพิชิตได้แต่กลอกตาแคะหู ยิ้มเนือยๆ ยอร์กี้ตบหลังไดโอเมเดส “ ไม่เป็นไรนะสหาย ข้าจะให้พวกเจ้าได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง! ด้วยคำปฏิญาณของเทพเลย ไม่มีอะไรที่เอาชนะความรักได้!!”

ไดโอเมเดสยิ้มให้ยอร์กี “ ขอบคุณท่านมากขอรับ”

เมื่อได้เวลาที่ไดโอเดสจะต้องไปสั่งการเพื่อเดินทัพเรือ ยอร์กีกระโดดลงไปในท้องเรือเพื่อชมงานการเดินเรือของมนุษย์อย่างสนอกสนใจปฏิมากรรมและกระบวนการรูปแบบการออกรบของมนุษย์ ชายหนุ่มในชุดเกราะกำลังจะขอตัวเพื่อไปทำภารกิจ

“ ไดโอเมเดส” พิชิตซึ่งไม่ได้ปลีกตัวไปจากหัวเรือเรียกเขาไว้

“ เรียกข้าว่าดีโอก็ได้ ยังไงตอนนี้เราก็เป็นพันธมิตรกันแล้ว”

“ คนที่เป็นเพื่อนเจ้าคือยอร์กีต่างหาก” พิชิตว่า ก่อนจะมองอีกฝ่ายเขม็ง “ เจ้าดูจะรู้เรื่องของวิคเตอร์และราชวงศ์เฟลส์แมนเยอะดีนะ หากพิจารณาว่าเจ้าเป็นแค่เขยแต่งเข้า”

 

ไดโอเมเดสตอบกลับแค่รอยยิ้ม แต่เป็นยิ้มที่พิชิตไม่อาจหาความหมายได้ ถ้าต้องเจอกับยิ้มแบบนี้อีกเขายอมโดนฟ้าผ่าของซุสดีกว่า ดูก็รู้ว่าไดโอเมเดสไม่ใช่คนดีอะไรนัก เป็นเจ้าชายที่ดีน่ะใช่ แต่เป็นมนุษย์ที่ดีหรือไม่นั้นยากจะตอบ พิชิตมั่นใจว่าเขาไม่ค่อยชอบรอยยิ้มของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ ถ้าชิงตัววิคเตอร์กลับมาได้ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะทำอะไรกับวิคเตอร์ต่อ

แต่นั่นไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพวกเขา พิชิตและยอร์กีร่วมมือกับไดโอเมเดสเพราะต้องจับตัวคริสตอฟมาเท่านั้น


เจ้าไม่รู้อะไรด้วยซ้ำคริสตอฟ ว่าเกมโกงของเจ้านำพาการล่มสลายมามากแค่ไหน


เดี๋ยวนะ...คนที่ลักพาตัววิคเตอร์ ถ้าจำไม่ผิด ไดโอเมเดสบอกว่าชื่อยูริอุส รัชทายาทของซินดาร์เฮเกน ซึ่งพวกเขาเคยไปเยือนกษัตริย์เมืองนี้แล้ว จำได้ว่ามีแค่เจ้าชายเฮคเตอร์เท่านั้น เมื่อไม่ได้คำตอบจึงได้ไปหารัชทายาทอีกคน--

‘ยูริอุส’ คนนี้ อย่าบอกนะว่าคือ ‘ยูริ’ คนนั้น คนป่าที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นรัชทายาท


ขออย่าให้เป็นคนคนเดียวกันเลย เพราะ ‘ยูริ’ คนป่านั่นเป็น--


แต่ทุกอย่างมันลงตัวหมดไม่ใช่รึ เพราะแบบนี้ คริสตอฟถึงกล้าโกงพวกเขาไง เพราะคริสตอฟรู้ว่ายูริเป็นอะไร และเขาให้ในสิ่งที่ยูริต้องการได้ ยูริต้องการวิคเตอร์

พิชิตลอยตัวและพุ่งลงไปที่ท้องเรืออย่างรวดเร็วจนสายตาของคนธรรมดามองไม่ทัน ก่อนจะไปหยุดที่หน้ายอร์กีซึ่งกำลังหยิบชมอาวุธของมนุษย์อย่างสนอกสนใจ ควงลูกปืนใหญ่ไปมา

 

“ อ้าว พิชิต เจ้ามาดูนี่สิ ลูกปืนอันนี้--”

“ เรียกเทพสงครามฝั่งเจ้ามาเสริมที ยอร์กี”

ยอร์กีมองเขา นิ่งไปพักหนึ่ง วางลูกปืนทรงกลมซึ่งมีน้ำหนักหลายร้อยชั่งตวงลง “ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากที่ฆ่าคราเคนไปแล้วจะมีเทพตนไหนอยากโดนหางเลขไปพร้อมกับพวกเราอีก แบบว่า...เราเป็นเทพมีคดีติดตัวนะ พิชิต”


“ ข้าแค่บอกให้เตรียมพร้อม ศึกนี้เราสองคนน่าจะเอาไม่อยู่”

“ ก็แค่จับคริสตอฟมา จะอะไรกันนักกันหนา เรามีถึงสองคนนะ”

“ แต่คริสตอฟมียูริ และถ้าเจ้ายังจำได้นะ วิคเตอร์ก็เป็นเทพ ถึงพลังจะยังไม่ตื่นก็เถอะ”


ยอร์กีเอียงคอ ขมวดคิ้วจนพันกันเป็นปม “ ยูริรึ? เจ้าคนป่าที่เราเคยไปถามเมื่อสามปีก่อนนะนะ? แต่ไดโอเมเดสบอกว่าชื่อยูริอุส…” ยอร์กีหยุดพูด ปากอ้าพะงาบๆเหมือนปลาขาดน้ำ “....อ๋อ…….อ๋อ

“ ใช่ อ๋อออ

“ ซวยชะมัด”

“ ใช่ ซวย”

ยอร์กีนั่งคุกเข่า ชูมือข้างหนึ่งขึ้นฟ้า เล่นใหญ่กว่าเทพแห่งการละครและความสำราญซะอีก “ ยอมเจอคราเคนห้าตัวดีกว่า”

“ ข้าให้สิบเลย”



---------------



สิ่งแรกที่เขาตามหาเมื่อเปลือกตาเปิดออก คือ กระโถน

หรืออะไรก็ได้ที่จะรองให้เขาขย้อนน้ำย่อยในกระเพาะที่มาจุกอยู่บนคอหอยตอนนี้ กลิ่นเปรี้ยวในจมูกฉุนจัดจนแทบจะหายใจไม่ออก ดวงตาสีน้ำตาลแดงมองเพดานไม้และห้องที่มืดสลัว ได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าด และห้องสั่นไหวไปมา ยูริหมุนตัว และพบว่าทั้งร่างปวดแปลบเหมือนมีมีดเสียดแทง ราวกับกรงเล็บเสือฝังลึกลงไปที่หัวไหล่ เขาบิดตัวไปมาอย่างทรมานจนเหงื่อเม็ดเป้งเกาะที่ไรผม และเงยหน้าขึ้น เห็นเหยี่ยวสีน้ำตาลก็ตกใจ ชื่ออะไรนะ มันติดปาก ค้างอยู่ในหัว

 

“ มัคคาชิน?”

มันส่งเสียงร้องก่อนจะบินออกไปทางประตูทันที ยูริพยายามฝืนอาการวิงเวียนและโงหัวขึ้น แปลกใจที่พบว่าตนอยู่ในห้องนอนบนเรือ มิน่าถึงได้รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมโคลงเคลงไปมา

แต่ทุกอย่างยังไม่น่าประหลาดใจเท่ากับเสียงตึงตัง มัคคาชินที่บินกลับเข้ามานอนลงบนเตียงข้างยูริ และชายที่วิ่งเข้ามาในห้อง แปลกตาแปลกสถานที่จนยูริสะดุ้ง

 

“ จ--เจ้าชายว-วิคเตอร์!?”


ชายเจ้าของชื่อโผกอดเขาทันที “ ยูริ!”


สาบานได้เลยว่าไม่ได้เคลิ้มไปกับกอดนี้มากไปกว่าความสับสนที่มีอยู่ เขาพยายามดันคนที่กอดคอตัวเองอยู่จนแทบจะจูบกันแล้ว ยูริเลิ่กลั่กว่าควรจะออกแรงผลักดีหรือไม่ แต่เมื่อเห็นริมฝีปากอ่อนนุ่ม ขนตาแพยาวสีเงิน และดวงตาสีฟ้าที่เหมือนกับท้องฟ้าสีครามนั้น ยูริคิดว่าต้องขืนใจตัวเองตอนนี้เท่านั้น ก่อนที่จะถลำมากไปกว่านี้ เขาตัดสินใจแกะมือที่กอดคอตน และถอยหลังกรูดไปชนผนังไม้


“ ท่าน—ท่านมาอยู่นี่ได้ไงขอรับ? แล้วข้า…เกิดอะไรขึ้นกับข้า?? กับท่าน??” กับทุกอย่าง


วิคเตอร์มองเขาและเอียงคอ ก่อนจะคลานสี่ขาขึ้นมาบนเตียงใกล้เข้ามาอีก ยูริจนปัญญาจะถอยจึงกอดหมอนแน่นราวกับมันเป็นเกราะป้องกัน “ ยูริจำไม่ได้เหรอ?”


“ ขอประทานอภัยจริงๆขอรับ”  วิคเตอร์คลานเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว ยูริเบือนหน้าหนีทันที ยิ่งมองดวงตาสีฟ้านั่นก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ตัวเองจำอะไรไม่ได้ “ ข้ารู้แค่ว่าตอนนี้ ข้าปวดหัวมากขอรับ ข้าคงจะดื่มหนักไปจริงๆ ข้าคงไม่ได้…ไม่ได้ทำอะไรแปลกๆกับท่านใช่มั้ยขอรับ?”


วิคเตอร์ยิ้มกว้างทันทีจนยูริเสียวสันหลัง “ ยูริน่ะเปลี่ยนชีวิตข้าเลยล่ะ”


“ เปลี่ยน?” เปลี่ยนอะไร? ยังไง? เขาทำอะไรลงไปที่จะทำให้เสียใจในภายหลังใช่มั้ย?



ขณะที่กำลังต่อสู้กับตัวเองว่าจะขอร้องให้วิคเตอร์เล่าให้ฟังดีหรือไม่ ให้ตายเหอะ เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอยากรับรู้การกระทำน่าอายของตัวเองหรือเปล่า จริงๆแล้วก็อยากลืมไปเลย แต่หลักฐานชิ้นโตว่าเขาได้ลงมือทำอะไรบางอย่างที่อาจจะเป็นตัวจุดชนวนสงครามนั่งอยู่ตรงหน้า ยิ้มให้ แถมทำท่าทางราวกับว่า เขาเป็นผู้มีพระคุณอีกฝ่ายเหลือเกิน



เขาทำอะไรลงไป


“ เจ้าชายขอรับ”


วิคเตอร์พยักหน้า ดวงตาเป็นประกายราวกับคาดหวังว่าเขาจะพูดอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนโลกได้อีกครั้ง


“ ข้า--” ต้องแก้ทุกอย่างให้กลับเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยากให้ดวงตานี้จับจ้องแต่เขาคนเดียวแบบนี้ไปเรื่อยๆ

เสียงประตูเปิดขึ้นดังโครม ตามด้วยเด็กหนุ่มร่างเล็กบาง เส้นผมสีทองถูกมัดอย่างลวกๆปิดบังตาข้างหนึ่ง นัยน์ตาจ้องเขาอย่างเสียดแทง ถ้ามันเป็นมีดก็คงเจาะทะลุตัวเขาจนพรุนไปแล้ว ซึ่งเด็กชายก็ถือดาบอยู่ซะด้วย



“ เจ้า!” เด็กชายวิ่งดาหน้าเข้ามา เล็งปลายดาบมาที่เขา วิคเตอร์รีบหันไปทางอีกฝ่ายทันที ใช้ร่างกายบังยูริเอาไว้


“ ไม่เอาน่า ยูริ เราตกลงกันแล้วนะ”


“ ตกลงงั้นรึ? ท่านเรียกการมัดมือชกว่าตกลงงั้นรึขอรับ!?” อ้อ ยูริจำได้แล้ว เด็กคนนี้คือคนที่ชื่อเหมือนเขา ทั้งสองเคยคุยกันแค่ครั้งเดียวตอนที่เขาจับมัคคาชินได้ “ ท่าน-ท่านเป็นถึงเจ้าชาย แต่กลับบอกว่าจะหนีตามเจ้าคนเถื่อนคนนี้ และบอกว่าให้ข้าตามมากับท่านเพราะว่าท่านดูแลตัวเองไม่ได้”


“ ว่ากันตามตรง คนเถื่อนที่เจ้าว่าก็เป็นเจ้าชายนะ แล้วข้าก็ไม่ได้บอกว่าดูแลตัวเองไม่ได้เสียหน่อย แค่บอกว่าถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงไม่รู้ว่าจะหาอาหารหรือดูแผนที่ยังไง”


“ ก็นั่นแหละ!! นั่น—นั่น— โธ่เว้ย!!” แล้วใช้ดาบแทงเตียงหลายครั้งจนยูริถึงกับกลืนน้ำลาย เด็กชายยูริเงยหน้าขึ้นและจ้องทั้งสองตากร้าว “ ข้าจะพาท่านกลับให้ได้!!”


“ ข้าได้ยินเจ้าพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” วิคเตอร์ว่า ชูนิ้วชี้ขึ้นและขยิบตาใส่ยูริน้อย อาจจะเป็นเพราะเขายังเมาอยู่ก็ได้ แต่ยูริมั่นใจว่า กิริยาท่าทางของวิคเตอร์ตอนนี้ต่างจากครั้งสุดท้ายที่เจอกันราวกับเป็นคนละคน “ ถ้ารู้จักยูริกันไปนานๆ เจ้าต้องยอมรับในตัวเขาแน่”



มาอีกแล้ว ความคาดหวังของคนอื่น ความรู้สึกที่ยูริไม่เคยเข้มแข็งพอที่จะรับได้ เฮคเตอร์หวังว่าเขาจะเป็นนักรบแข็งแกร่ง วิคเตอร์เองก็หวังว่า…..ให้ตายเหอะ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิคเตอร์หวังให้เขาทำอะไร เมื่อต้องรับความคาดหวังของคนอื่นแบบที่แล้วๆมา ทำให้ยูริเริ่มขลาดกลัว


“ เจ้าชายวิคเตอร์ขอรับ! ข้าต้องขอโทษจริงๆในทุกสิ่งที่กระทำลงไป!” ยูริตะโกนและคุกเข่าก้มศีรษะจนหัวแตะผ้าปูเตียงที่ค่อนข้างแข็ง “ ข้าจะรีบพาท่านกลับคีวานรุสขอรับ!!”


วิคเตอร์หันมาที่เขาด้วยแววตาที่เบิกกว้าง ยิ้มค้างไว้แต่ตาไม่ได้ยิ้มอีกแล้ว ส่วนอัศวินยูริก็ได้แต่กุมท้องและหัวเราะ

“ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ข้าว่าข้าเริ่มยอมรับมันแล้วล่ะ”


วิคเตอร์พยายามเข้ามาใกล้ “ ยูริ”


เขารีบลุกขึ้นยืนบนเตียงและเดินผ่านทั้งสอง กระโดดลงจากเตียง พบว่าเสื้อผ้าของเขาได้รับการถอดจนเหลือแต่เสื้อซับใน ส่วนเครื่องประดับและผ้าไหมซึ่งเป็นเครื่องแบบของซีดาร์เฮเกนนั้นหายไปแล้ว

“ เราอยู่ที่ไหนกันขอรับ”


วิคเตอร์อ้าปากพะงาบๆ ยูริน้อยจึงเป็นฝ่ายตอบให้ด้วยน้ำเสียงร่าเริงสุดขีด แถมยังลุกขึ้นและเอาแขนโอบไหล่เขาอีกด้วย เด็กคนนี้ท่าทางจะจงรักภักดีกับวิคเตอร์แค่คนเดียว เพราะถึงแม้จะไม่ได้มีท่าทางจะสังหารเขาแล้ว แต่ก็ไม่ได้แสดงกิริยาสำรวมต่อหน้าเจ้าชายอย่างยูริ

“ บนเรือของไวกิ้งน่ะ”


ยูริพยักหน้า “ ข้าจะไปถามพวกเขาว่าจุดหมายต่อไปคือที่ใด เราจะลงเรือที่นั่น และหาเรือกลับ”

อัศวินยูริพยักหน้าสนับสนุน

“ เดี๋ยวสิ ยูริ! เจ้าบอกว่าจะพาข้าหนีไม่ใช่รึ!?” เสียงของวิคเตอร์ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ยูริหยุดเดิน หันกลับไป แม้ในสภาพที่อ่อนแอแบบนี้ อีกฝ่ายก็ยังคงงดงาม  “ เจ้าบอกข้าเอง”


“ ข้าขอโทษจริงๆขอรับ แต่ข้าจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย”


“ ม-ไม่ได้เลยรึ?” วิคเตอร์มองด้วยสายตาผิดหวัง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ทำให้คนที่เขาหลงใหลมานานต้องทำสีหน้าแบบนี้ ยูริเลือกที่จะเบือนหน้าหนี หากมันทรมานใจเขา ก็สู้ไม่มองดีกว่า


“ ตอนนั้น ข้าเมาจริงๆขอรับ หากล่วงเกินอะไรท่าน ข้าพร้อมที่จะรับโทษทุกข้อกล่าวหา”


“ รับโทษรึ?” วิคเตอร์แค่นหัวเราะด้วยความยากลำบาก “ เจ้าจำไม่ได้จริงๆรึ? ว่าเจ้าเลยจุดที่จะถอยได้แล้ว”



ยูริชะงักนิ่ง มองวิคเตอร์สลับกับยูริอีกคนที่จิ๊ปาก


“ มีคนจำนวนมากเห็นเจ้าลักพาตัวเจ้าชาย” ยูริน้อยว่า


วิคเตอร์เสริม “ และข้าก็ฆ่าคน” ประโยคนี้ ทำเอาเข่าของยูริอ่อนยวบยาบ พื้นเอียงไปมา และเขามั่นใจว่าไม่ได้เอียงเพราะเรือโคลงเคลงแน่นอน “ ถ้าเจ้ากลับไปล่ะก็… ยูริ!!”



เขาเร่งฝีเท้าออกไปจากห้องโดยเร็วที่สุด ยูริไม่คิดหนี โอ้ แน่นอน อยู่บนเรือไวกิ้ง พร้อมชนักติดหลังว่าเป็นคนลักพาตัวเจ้าชายที่งดงามที่สุดในโลก เป็นสมบัติของคีวานรุส เป็นที่หมายปองของทั่วทุกดินแดน จะหนีไปไหนได้ล่ะ เขาแค่ไม่อยากเจอหน้าใครๆตอนนี้ โดยเฉพาะวิคเตอร์

ยูริวิ่งออกมา ขึ้นบันไดไม้เสียงตึงตัง เปิดประตูออกมาเห็นท้องเรือ หลับตาหยีเมื่อแสงสว่างจ้าของท้องฟ้าเข้าตา เสียงผู้ชายดังโหวกเหวกเมื่อเห็นเขา มือใหญ่สากข้างหนึ่งแตะไหล่เขา ยูริสะดุ้ง สะบัดออกและหันไปทางคนแปลกหน้า ชายร่างใหญ่สวมชุดหนังมองเขา


“ เจ้าชายฟื้นแล้ว— เฮ้ย!!”



ยูริออกวิ่งหน้าตั้ง ชนเข้ากับอีกหลายคน มีชายคนหนึ่งตะครุบเขาได้จากข้างหลัง ยูริล้มลงโดยมีร่างใหญ่ยักษ์อีกสองร่างทับเขาไว้ไม่ให้หนี เขาพยายามดิ้นก็พบว่ามันไร้ความหมาย ขณะที่คิดว่าอากาศหายใจกำลังจะหมดเพราะตื่นตระหนกและถูกทับ  ชายสองคนข้างบนก็ถอยหนีทันทีเมื่อมัคคาชินพุ่งเข้ามาจะทำร้ายพวกเขา



“ ใจเย็นก่อน เจ้าชาย” ชายร่างใหญ่ติดจะท้วมศีรษะล้านเลี่ยนเดินฝ่าวงล้อมมาที่เขาซึ่งนั่งอยู่บนพื้นไม้อย่างตื่นตกใจ “ ท่าทีก้าวร้าวห้าวหาญหายไปไหนซะล่ะ?”


“ ท่านคือ…”


“ โจเซฟ กัปตันของเรือพาณิชย์ไวกิ้งลำนี้” โจเซฟจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาที่รอบด้านเต็มไปด้วยริ้วรอยและผิวกร้านแดด “ เจ้าชายวิคเตอร์เล่าให้ข้าฟังแล้ว ช่างน่ารื่นรมย์เสียนี่กระไรที่บนเรือของเรามีเจ้าชายคู่รักที่กำลังหนีตามกัน พนันได้เลยว่าทั้งสองอาณาจักรของพวกท่านต้องลุกเป็นไฟแน่ แล้วเดี๋ยวเรือข้าก็จะไฟลุกด้วยเช่นกัน ทหารของฝั่งคีวานรุสคงกำลังจัดทัพล่าพวกท่าน หรือก็คือไล่ตามเรือข้า”


“ ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”


“ นั่นไม่ได้หมายความว่า ท่านไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้” โจเซฟมองเขาด้วยหางตา “ เราไปคุยที่โต๊ะอาหารกันดีมั้ยท่าน ทานไปคุยไป สบายๆ ถ้าท่านยังนั่งที่พื้นแบบนี้ เกรงว่าข้าจะอดใจจับท่านโยนลงทะเลไม่ไหว”


ยูริไม่มีทางเลือกนอกจากลุกขึ้นและเดินตามโจเซฟไปยังท้ายเรือ เข้าห้องกับตันซึ่งดูหรูหราอยู่สบาย  โต๊ะไม้มะฮอกกานียาวกลางห้องเต็มไปด้วยอาหารนานาชนิด ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเล เขาไม่อยากอาหารแต่ก็นั่งลงบนเก้าอี้ถัดจากโจเซฟ กัปตันเรือยกส้อมและมีด ฉีกสเต็กปลาออก ก่อนจะหยิบเข้าปาก เคี้ยวหยุบหยับพร้อมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น



“ เมื่อคืน ข้ากำลังจะนำเรือออกจากท่าคีวานรุส ท่านก็บุกขึ้นเรือมา จับมือของเจ้าชายวิคเตอร์ไว้เสียแน่นเลยล่ะ ข้าเพิ่งเคยเห็นตำนานแห่งคีวานรุสเป็นครั้งแรก สวยยิ่งกว่าคำร่ำลือซะอีก เอาเป็นว่า…ท่านออกปากขอข้า และต่อสู้กับลูกเรือข้าได้อย่างน่าอัศจรรย์ ข้าแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าท่านคือมนุษย์ด้วยซ้ำ ข้าค่อนข้างเลื่อมใสท่านไม่น้อยที่กล้าเป็นศัตรูกับคีวานรุส ทิ้งบ้านเกิดตัวเอง เพื่อที่จะหนีไปกับเจ้าชายวิคเตอร์”


“ นั่นไม่มีอะไรที่น่านับถือหรอกขอรับ”


“ สำหรับคนปกติคงใช่ แต่สำหรับพวกข้าที่ทิ้งแผ่นดินและอาศัยอยู่บนเรือ สิ่งที่ท่านกระทำตอนนั้นคือความบ้าเลือดที่ข้าต้องปรบมือให้ พวกท่านทิ้งยศฐาบรรดาศักดิ์เพื่อความรัก ข้าทิ้งแผ่นดินเพื่อการสำรวจทางทะเล และลูกเรือที่นี่ก็มีบางคนที่จากแผ่นดินด้วยหลากหลายเหตุผลที่หนักหนาสาหัส เราต่างก็เหมือนกัน ข้าจึงตัดสินใจรับพวกท่านขึ้นเรือ สักพักก็มีอัศวินเด็กหนุ่มคนหนึ่งว่ายน้ำตามเรือมา เจ้าชายวิคเตอร์เรียกให้ข้าช่วยเขาไว้ก่อนที่จะจม ว่ากันตรงๆนะ เจ้าชายองค์นั้นงดงามจนข้าอิจฉาท่านเหลือเกิน ในตอนนี้ใครๆบนโลกต่างก็อิจฉาตาร้อนท่านเป็นแน่” น้ำเสียงของโจเซฟเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นเย็นเยียบ “ แล้วเช้าวันต่อมา เจ้าชายองค์นั้นก็ฟื้นจากอาการเมาค้าง เพื่อที่จะบอกข้าว่าเขาจะถอย ส่งเจ้าชายคู่รักของตนกลับเมือง”



ไม่ว่าใครต่างก็เหมือนกันหมด ทั้งชายตรงหน้า วิคเตอร์ หรือแม้แต่ยูริน้อย ทุกคนคาดหวังว่าเขาจะทำอะไรที่สูงส่ง จนยูริรู้สึกว่าตัวเองหดเล็กกะจิดริด ทำไมหลายๆคนถึงคิดว่าเขาจะทำอะไรที่กล้าหาญบ้าบิ่นได้กันนะ เมื่อสามปีก่อน เขาเป็นแค่คนป่าจิ๊บจ๊อยเท่านั้น


แล้วการกระทำของเขาที่แม้แต่ตัวเองก็จำไม่ได้นี้ เป็นชนวนเริ่มสงคราม อีกทั้งยังมีคนตายแล้วด้วย

เสียงเปิดประตูดังขึ้น และวิคเตอร์กับยูริน้อยก็เดินเข้ามา วิคเตอร์กระโจนเข้ามากอดคอเขาทันที “ ยูริ!”


ยูริทำอะไรไม่ถูกนอกจากหน้าแดง ได้ยินเสียงโจเซฟผิวปาก และเสียงจิ๊ปากจากยูริน้อย อาหารสองชุดถูกนำมาเสิร์ฟวางข้างยูริ ทั้งสองคนนั่งลงเมื่อถูกโจเซฟเชิญ



โจเซฟยืนขึ้น มือข้างหนึ่งถือจาน หยุดเดินตรงหน้าแผนที่ขนาดใหญ่และเอาส้อมชี้ไปที่คีวานรุส และเปลี่ยนมาชี้ที่ทะเล วิคเตอร์เผยแววตาเป็นประกายจนยูริคิดว่าอีกฝ่ายลืมเขาไปชั่วขณะ และยูริก็เข้าใจว่า นี่เป็นครั้งแรกที่วิคเตอร์เห็นแผนที่ ซึ่งน่าจะถูกวาดและเติมแต่งด้วยลายมือของตัวกัปตันเอง เป็นแผนที่ทำมือของแท้


“ เราจะเข้าทะเลบอลติกในวันพรุ่งนี้ และจะถึงซีดาร์เฮเกนราวๆสามวัน แต่ข้าจะส่งท่านลงที่คอลิวานก็ได้ เป็นเมืองท่าเมืองสุดท้ายก่อนที่จะออกสู่ทะเลบอลติก เมื่อออกทะเลแล้วข้าจะไม่เทียบท่าที่ไหนอีกจนกว่าจะถึงซีดาร์เฮเกน”


วิคเตอร์หันขวับมาที่เขาด้วยสายตาที่…ยูริคิดว่ามันคือความผิดหวัง ความตกใจ และหดหู่ “ ยูริ จะส่งข้ากลับจริงๆน่ะรึ?”


“ ข้าว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกแล้ว ใช่ว่าเขาจะมีทางเลือกเสียเมื่อไหร่” ยูริน้อยว่า


ตามแผนที่แล้ว คอลิวานห่างจากชายแดนของคีวานรุสไม่มากนัก ใช้เวลาแค่หนึ่งวันเดินทางโดยเรือกลับ ทุกอย่างก็จบ “ แต่ข้าคิดว่าท่านคงรู้สถานการณ์ตัวเองตอนนี้ดี”



“ ข้าไม่รู้อะไรเลย” เขาไม่รู้เลยว่าอะไรทำให้ตัวเองตัดสินใจลักพาตัวเจ้าชายวิคเตอร์มา แค่เพราะสุราเนี่ยนะ แค่นั้นจริงๆรึ? เขาอุตส่าห์สัญญากับตัวเองว่าจะไม่แตะของมึนเมาตอนไปงานเลี้ยงเด็ดขาดแท้ๆ อะไรทำให้เปลี่ยนใจกันนะ ยิ่งนึกก็ยิ่งมีหมอกหนาเกิดขึ้นในความทรงจำ ทุกอย่างเลือนราง ขาดๆหายๆเหมือนม้วนเอกสารตกลงไปในน้ำจนหมึกที่เขียนเลอะเปรอะกระดาษ



ใครเป็นคนยื่นสุราให้เขา แต่มีคนคุยกับเขาจนถูกคอขนาดยื่นสุราให้เชียวหรือ?

ขุนนางที่มาจากซีดาร์เฮเกนพร้อมเขา ป่านนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ?

แล้วเขาจะเป็นอย่างไรต่อ? จะทำอะไรต่อ?



“ เป็นถึงเจ้าชายแต่ไม่รู้เลยรึ?”


“ ข้าควรจะรู้อะไรรึขอรับ?”


โจเซฟยักคิ้ว วางจานและนั่งลงอีกครั้ง “ ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเจ้าชายก็น่าจะรู้นะ ว่าเรื่องมันไม่จบแค่การส่งตัวเจ้าชายวิคเตอร์กลับหรอก ท่านถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูกับคีวานรุสไปแล้ว ท่านชักนำซีดาร์เฮเกนสู่สงครามอันแสนจะไม่จำเป็น เพียงเพราะเสน่หาที่มีต่อเจ้าชายวิคเตอร์”


“ ท่านจะกล่าวว่า…”


“ ท่านมีสิทธิ์ถูกปลิดชีวิต ไม่ว่าจะถูกคีวานรุสจับได้ หรือซีดาร์เฮเกนจับท่านใส่พาน ประดับด้วยดอกไม้และทองคำ ส่งมอบให้กับคีวานรุสอย่างปราณีตวิจิตรก็ตาม ประเด็นก็คือ ท่านไม่มีที่ยืนที่ไหนที่ปลอดภัยอีกแล้ว”


ยูริสูดลมหายใจเข้าลึก เจ้าชายวิคเตอร์มองเขาผ่านเส้นผมสีเงินยาว แม้จะทำสีหน้าตื่นตระหนกก็ยังงดงามอยู่เสมอ ถ้ายูริไม่ได้อยู่ในสถานการณ์อับจน เขาคงจะมีเวลาเชยชมความงามของเจ้าชายนานกว่านี้



“ เขาไม่ได้ลักพาตัวข้า ข้าสมัครใจมาเอง” เจ้าชายวิคเตอร์กล่าว และนั่นทำให้อีกสามคนจ้องเขาเป็นตาเดียว “ ถ้าข้าเอ่ยสิ่งนี้กับไดโอเมเดสล่ะ? เขาจะว่าอย่างไร?”


โจเซฟทำสีหน้าเหลอหลาราวกับไม่แน่ใจว่าเจ้าชายวิคเตอร์กำลังถามใคร ยูริน้อยจึงตอบให้แทน

“ เขาเป็นสามีของท่าน ใครจะรู้คำตอบดีไปกว่าท่านล่ะ?”


“ งั้นก็ตัดสินใจแล้ว” และตะปบมือของยูริซึ่งวางบนโต๊ะอย่างสั่นไหว เจ้าชายวิคเตอร์กำมือของเขาหนักแน่นมั่นคง “ เขาฆ่าเจ้าแน่ยูริ และนั่นแปลว่า เราจะไม่กลับไปคีวานรุส จะไม่เจรจาหรือมีการส่งมอบตัวข้ากลับอะไรทั้งนั้น ดีโอไม่ใช่คนที่ฟังข้ออ้างของใคร ต่อให้ส่งข้ากลับไป เขาก็จะฆ่ายูริและถล่มซีดาร์เฮเกนอยู่ดี”


ยูริน้อยไม่พอใจที่เจ้าชายวิคเตอร์เลือกเส้นทางนี้ “ ท่าน!! ท่านไม่เห็นรึว่าเจ้ายูริคนนี้ตั้งใจจะทิ้งท่านน่ะ!? ไอ้นี่มันเลือกที่จะตัดช่องน้อยแต่พอตัวนะ!!”


เจ้าชายวิคเตอร์ทำหน้าหงิกทันทีเมื่อยูริน้อยกำลังจะเริ่มพูดอะไรบางอย่าง เขารีบขัดขึ้น “ งั้นข้าควรจะกลับไปซบอกคนที่ยอมรับข้างั้นรึ? ยูริคือคนที่ข้าเลือกนะ ต่อให้เขาจะเห็นแก่ตัวก็ตาม”


“ ข้าอยากให้ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้องต่างหากเล่า!! แบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับท่านหนีตามชายชู้เลยนะ!!”


“ พูดถึงสิ่งที่ถูกต้อง เจ้าคิดเหรอว่าการที่ไดโอเมเดสเล็งไปที่ซีดาร์เฮเกนทั้งที่ข้ากลับไปแล้วเป็นสิ่งที่ถูกน่ะ?”


“ เขาอาจจะไม่ทำก็ได้นี่”


“ ทำแน่ เขาเป็นผู้ชายแบบนั้นแหละ ได้คืบแล้วจะเอาศอก เขาไม่มองสงครามเป็นการสูญเสียทั้งสองฝ่าย เขามองว่าฝ่ายที่ชนะคือฝ่ายที่ได้กำไร”


“ ท่านแน่ใจแค่ไหนกันเชียว!?”


“ อ้าว ก็เขาเป็นอดีตสามีข้านี่ เจ้าบอกเองไม่ใช่รึว่าข้าควรจะรู้จักเขาดีที่สุด”


โจเซฟเคาะส้อมกับจานจนทั้งคู่หยุดเถียง มองไปที่กัปตันซึ่งยิ้มอยู่ “ พวกท่านช่วยมองสีหน้าของเจ้าชายยูริกันหน่อยนะ ข้าไม่แน่ใจว่าเขาเมาเรืออีกแล้วหรือเปล่า”

ยูริไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำสีหน้าอย่างไร รู้แต่ว่ามันพะอืดพะอมและวิงเวียน แต่ไม่ใช่อาการเมาค้างหรือเมาเรือแน่นอน ความจริงไล่ตามหลังเขาจนเขาหนีไม่พ้น นี่คือผลของการกระทำที่เขาก่อ สงครามกำลังจะเกิด การนองเลือด เข่นฆ่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเพราะเขาไปแตะต้องในสิ่งที่ไม่ควรแตะ


“ ยูริ”

“ เจ้าชาย ขอร้องล่ะขอรับ” เสียงของเขาสั่นเครืออย่างปิดไม่มิด

“ ขอร้องอะไรกัน?”

“ ถ้าท่านกลับไป ได้โปรด โน้มน้าวท่านไดโอเมเดสด้วย อย่างน้อยชาวเมืองซีดาร์เฮเกน…พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด”

เจ้าชายวิคเตอร์ส่ายหน้า ยูริก้มหน้า ไม่สบตากับดวงตาสีฟ้าใส “ เขาจะฆ่าเจ้านะ”

“ ถ้านั่นทำให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม ข้าก็ยินดีขอรับ”

“ แต่ข้าไม่”



เสียงหนักแน่นทำให้ยูริต้องเงยหน้าขึ้น โจเซฟไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว จริงๆไม่อยู่ในห้องแล้วด้วยซ้ำ เขาอาจจะให้เวลาทั้งสองปรับความเข้าใจ แต่ยูริตัดสินใจแล้ว ใครจะว่าเห็นแก่ตัวก็ช่าง “ เจ้าชาย-”


“ อย่า…” เจ้าชายวิคเตอร์พูดแผ่วเบา “ คิดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้สิยูริ ข้าเลือกเจ้าเพราะเจ้าทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำกับข้า แม้เจ้าจะจำไม่ได้ก็ตามที เจ้าบอกว่าจะพาข้าออกมาจากที่นั่น ปล่อยข้าเป็นอิสระ”


ยูริน้อยส่งเสียงฮึดฮัดเมื่อได้ยินที่เจ้าชายวิคเตอร์เล่า

“ แต่…แต่ท่านไม่อยากกลับไปรึขอรับ? ท่านก็รู้แล้วว่าข้าเป็นยังไง ข้า…ขี้ขลาดแค่ไหน ข้าไม่—ข้าทำให้ชื่อเสียงของท่านแปดเปื้อน ท่านไม่อยากกลับบ้าน กลับไปหาครอบครัว หรือใช้ชีวิตปกติสุขรึขอรับ?”


“ พูดตามตรงนะ ไม่ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าขึ้นเรือ รู้มั้ยว่าเมื่อวานนะ ข้าอ้วกไปตั้งหลายครั้ง แถมที่นอนก็แข็งสุดๆ ข้ายังคันไปทั้งตัวอยู่เลย และข้าก็คิดถึงท่านพ่อท่านแม่ด้วย แต่นั่นไม่ได้แปลว่า ข้าจะยอมแลกช่วงเวลานี้เพื่อให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม ข้าไม่ต้องการให้มันเหมือนเดิม ยูริ ข้าอยากให้เจ้าเปลี่ยนข้า เปลี่ยนทุกอย่างเพื่อตัวเจ้าเอง ข้าพร้อมไปกับเจ้าเสมอ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม”



วิคเตอร์เอนตัวมาใกล้เหมือนกำลังจะกอดเขาอีกครั้ง แต่ยูริลุกขึ้นพรวด “ ข้า…ขออยู่คนเดียวสักพักขอรับ” ทุกอย่างมันหนักไปหมด เหมือนมีดินปืนหลายร้อยลูกทับอยู่บนตัวเขา และมีลูกหนึ่งใกล้จะระเบิด เขาซึ่งจนปัญญาจะหาทางออกจากปัญหาเหล่านี้ก็ได้แต่นอนรอความตาย ไม่มีวิธีที่จะพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้เจตนาลักพาตัววิคเตอร์มาเลยรึ หรืออย่างน้อยที่สุด ชีวิตของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าชาวเมืองซีดาร์เฮเกนเลย  ถ้าชีวิตเขาสามารถแลกกับชาวเมืองได้ล่ะก็….



อย่าคิดว่าตัวเองสูงส่งนักเลย ยูริ


เขานึกในใจ และหัวเราะให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นเจ้าชายเมื่อสามปีก่อนเองนะ  และไม่ได้กลับมาเป็นเจ้าชายอย่างเต็มใจเท่าไหร่ด้วย แล้วตอนนี้ยังทำพลาดอย่างมหันต์ด้วยการไปฉุดคนรักของคนอื่นมาโดยที่ตัวเองก็จำเหตุการณ์ไม่ได้ และต้องรับโทษกับการกระทำนั้นอีก



เจ้าไม่ได้เป็นพ่อพระ ยูริ เลิกคิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษพร้อมที่จะเสียสละชีวิตเพื่อชาวเมืองสักที ความจริงแล้วเจ้ากลัวมาก เจ้าไม่พร้อมที่จะตายเพื่อคนอื่น เจ้าเห็นแก่ตัว



แต่ถึงอย่างนั้น ประชาชนของเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด พ่อแม่ ยูโกะ ทาเคชิ เฮคเตอร์ ที่นั่น มีคนที่เขาให้ความสำคัญอยู่ คนที่เขาเคารพ เติบโตมาด้วยกัน สนิทสนมกัน ที่นั่นคือบ้านของเขา


ข้าทำอะไรลงไป



เมื่อทางเดินไร้ผู้คน ยูริพิงกับผนังไม้ และเลื่อนตัวล้มลง นั่งกอดเข่า หน้าซุก กอดตัวเองราวกับอยู่ครรภ์ น้ำตาค่อยๆไหลลงตามแก้ม ไม่มีเสียงสะอื้น ทุกอย่างเงียบสงบตรงกันข้ามกับในใจซึ่งเต็มไปด้วยเสียงก่นด่าอึกทึกราวกับมรสุม ทุกคนมองเขาราวกับเขาเป็นแมลงวันที่นำพาเชื้อโรค ยูโกะและพ่อแม่ทึ้งหัวเขา มองเขาอย่างผิดหวัง เฮคเตอร์ถือดาบและเล็งมันมาที่เขาพร้อมพ่นคำสาปแช่งสารพัดว่าเขานั้นเป็นปีศาจอย่างที่โหรทำนาย



เกลียดตัวเองตอนนี้ชะมัด

--------------------------------



ชายกร้านแดดสวมชุดคล้ายกับเป็นลูกเรือผิวปากมาที่เขา วิคเตอร์เอียงคออย่างงุนงงจนยูริน้อยบอกว่านั่นคือวิธีการเกี้ยวพาราสี พร้อมกับหันไปแยกเขี้ยวใส่ชายคนนั้น วิคเตอร์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ยูริน้อยถูกชักชวนให้ประลองดาบกับลูกเรือคนหนึ่ง แรกเริ่มเด็กหนุ่มปฏิเสธและหันมาที่เขา ไม่ว่าจะยืนยันว่าดูแลตัวเองได้อย่างไร เด็กคนนี้ก็ยังยืนกรานตามเขาต้อยๆอยู่ดี วิคเตอร์ถึงกับต้องทบทวนตัวเองเลยว่าเขาดูไม่ประสีประสาขนาดนั้นเชียวหรือ แล้วก็ได้รู้ว่า ยูริไม่ได้กลัวเขาดูแลตัวเองไม่ได้หรอก แต่น่าจะกลัวเขาหนีมากกว่า


“ เราอยู่บนเรือนะ ยูริ ใช่ว่าข้าจะหนีไปไหนได้เสียหน่อย”

ยูริหน้าแดงเมื่อถูกจับได้ “ ข้าไม่ได้กลัวว่าท่านจะหนีไปไหนหรอกน่า เพราะถ้าท่านหนี ข้าจะเชือดเจ้ายูรินั่นทันทีเลย”

 

“ ทำไมจู่ๆยูริคนนั้นกลายเป็นตัวประกันไปได้ล่ะเนี่ย”

 

“ เพราะข้ามั่นใจว่าท่านจะไม่ไปไหนโดยไม่มีเขาน่ะสิ น่าโมโหแต่ก็เป็นเรื่องจริง”

 

วิคเตอร์พิงกราบเรือ สีหน้าครุ่นคิดจริงจัง “ จะว่าไป มีเรื่องที่เราต้องมาทำความเข้าใจเหมือนกันนะ”


“ หลายเรื่องเลยล่ะ”


“ อย่างแรก ข้าคิดว่าเจ้าควรจะเลิกป่าวประกาศใครต่อใครว่าข้าเป็นเจ้าชาย เพราะข้าไม่ใช่อีกแล้ว อย่าเพิ่งเถียงสิ” และชูนิ้วชี้แตะปากเด็กหนุ่มที่กำลังขึ้นเสียง “ อีกเรื่อง ด้วยความที่เรามีคนที่ชื่อยูริสองคน ข้าว่าเราต้องมีชื่อเรียกเจ้าใหม่”

คราวนี้ยูริตะโกนใส่ทันที “ ทำไมข้าต้องมีชื่อใหม่ด้วย!? เจ้านั่นมาทีหลังนะ!”

“ ยูริอุสมั้ย?”

“ ฟังกันบ้างสิขอรับ! แล้วทำไมข้าต้องใช้ชื่อเดียวกับเจ้านั่นด้วย!?”

“ ยูริโอะละกัน”

 


ยูริโอะกระฟัดกระเฟียดอยู่แบบนั้น จนกระทั่งมีคนมาชวนเขาประลองดาบ คราวนี้ยูริโอะไม่ปฏิเสธ อีกทั้งยังส่งสายตาท้าทายให้คู่ต่อสู้ที่ส่งเสียงโห่ร้องกลางเรือ เมื่อยูริโอะหายไปในวงล้อมของลูกเรือ เสียงเคร้งของดาบที่ประชันกัน ตามด้วยเสียงของผู้ชายที่ยืนล้อม วิคเตอร์ละสายตาไปมองทิวทัศน์นอกเรือ พระอาทิตย์ลูกโตสีส้มฉาบผืนน้ำที่เป็นคลื่นเบาๆให้ส้มตาม เสียงนกนางนวลซึ่งมัคคาชินบินเล่นไปด้วย มันก็เหมือนเขา ไม่เคยมาไกลได้ถึงขนาดนี้ คงตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ๆไม่น้อย

 


ได้ยินเสียงผิวปากอีกครั้ง คราวนี้ดังขึ้นใกล้มากจนวิคเตอร์ต้องหันไปมอง ทางขวามือของตัวเอง ลูกเรือคนหนึ่งยิ้มให้เขา เป็นขายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับวิคเตอร์ เส้นผมสีทองด้านบน แต่ข้างล่างกลับย้อมเป็นสีดำ หนวดเคราขึ้นบางประดับรอบปากและกรอบหน้า ส่วมใส่เสื้อผ่าลึก ขนหน้าอกสีทองขึ้นประปราย

 

“ รู้สึกอย่างไรบ้างขอรับ? ตอนที่เห็นพระอาทิตย์และเส้นขอบฟ้าที่ตัดกับทะเลครั้งแรก”

 

วิคเตอร์ถอนหายใจโล่งอกเมื่อหัวข้อสนทนาไม่ได้เจาะจงเรื่องของเขา “ วิเศษสุดๆไปเลยล่ะ พวกเจ้าได้เห็นทิวทัศน์นี้ทุกวันเลยสินะ”

“ มันก็ไม่สวยงามแบบนี้ทุกวันหรอกขอรับ ทะเลเป็นภูมิศาสตร์ที่มีอากาศแปรปรวน เราไม่รู้เลยจะเจอกับอะไรข้างหน้า พายุ ลูกเห็บ มรสุมหลากหลายอย่าง โจรสลัด หรือไซเรน ที่แย่ที่สุดก็คือคราเคน ชีวิตของพวกเราหันไปตามทิศทางของเข็มทิศ ดวงดาวและการตัดสินใจของกัปตันเท่านั้น ดูจิ๊บจ๊อยใช่ไหมขอรับ”

 

เมื่อเทียบกับเขาที่เลือกทางเดินเพราะผู้ชายคนหนึ่งแล้ว ก็ไม่รู้จะตอบอีกฝ่ายว่าอย่างไร

 

แต่วิคเตอร์มั่นใจว่า เขาไม่เสียใจที่เลือกทางเดินนี้

 



“ ก็จริง ถ้ายืนบนพื้นดินที่มั่นคงแข็งแรงอาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า กระนั้นข้าคิดว่า การที่เราเลือกทางเดินแปลกไปจากคนส่วนใหญ่ ไม่ได้แปลว่าเราจิ๊บจ๊อยหรอก” มัคคาชินบินลงมาเกาะกราบเรือข้างๆวิคเตอร์ เขายื่นมือลูบหัวมันที่ทำตาเคลิ้ม “ อีกอย่าง ข้าไม่รังเกียจที่จะมีมรสุมในชีวิตด้วย”

 

พอนึกถึงชายหนุ่มผมดำที่มอบอิสระให้กับเขา วิคเตอร์ก็หลุดหัวเราะออกมา จนคู่สนทนามองแปลกๆ เขากลั้นเสียงไว้ และจ้องมองไปยังวิวเดิมต่อ

 



ยูริหนีหน้าเขา

 

มันไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไรหรอก คนที่ควรจะตกใจและสับสนที่สุดคงจะเป็นตัวยูริเองนั่นแหละ แต่พอถูกเมิน ปฏิเสธ บ่ายเบี่ยง ซึ่งเป็นการกระทำที่วิคเตอร์ไม่เคยได้รับจากใคร เขาก็ทำตัวไม่ถูก ไม่ว่ายังไงยูริก็ไม่มองหน้าเขา ไม่แม้แต่ความงามที่ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของโลกจะทำให้ยูริมองได้ วิคเตอร์ไม่เชื่อเสียงลือเสียงเล่าอ้างนั้นหรอก เขาจะงามที่สุดในโลกได้อย่างไร แล้วโลกนี้คืออะไร กว้างแค่ไหน เขาไม่รู้อะไรเลย โลกของเขาเคยกว้างแค่ผืนดินคีวานรุส และตอนนี้โลกของเขาเหลือแค่ยูริ และโลกนั้นกำลังปฏิเสธเขา

แต่อย่างน้อย เขาก็ได้พูดกับยูริ ในสิ่งที่เขาอยากจะพูด แม้จะเป็นแค่คำเดียวก็ตาม

 

“ ยูริ ไม่ว่าพรุ่งนี้เจ้าจะตัดสินใจอย่างไร ข้าก็จะไปกับเจ้า”

 

ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งที่ให้ยูริตีตัวออกห่าง เขาเข้าใจว่ายูริต้องใช้เวลาคิด เข้าใจว่ายูริกลัว เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ทางที่ยูริเลือกด้วยตนเอง ดังนั้น เขาจะไม่ตะคอกใส่ ไม่เถียง ไม่ถาม ไม่ออกความเห็น ไม่ระบายว่าตอนนี้ในใจของเขานั้นเจ็บและผิดหวังแค่ไหน เพราะไม่ว่าจะทรมานอย่างไร เขาก็ไม่เสียใจที่เลือกยูริ



 

----------------



 

เมื่อเรือเทียบท่าที่คอลิวานในเช้าตรู่ วิคเตอร์ได้ยินเสียงเซ็งแซ่ของชาวเมืองก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องพักในเรือซะอีก ทั้งเสียงเกวียน แสงแดดที่ลอดมาตามช่องว่างระหว่างผนังไม้ เขายืนขึ้นจากเตียง ล้างหน้าล้างตา สวมชุดลำลอง หยิบมีดสั้นมาเสียบเอวแล้วสวมเสื้อคลุมบางๆเพื่อซ่อน หาวเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูออก ยูริโอะยืนรออยู่ตรงหน้า กำลังสนทนากับลูกเรือคนหนึ่งอย่างออกรส แค่วันเดียวก็มีเพื่อนซะแล้ว เมื่อเห็นเขา ยูริโอะหยุดพูด เบิกตากว้าง ชี้มาที่วิคเตอร์



“ จะ--เจ้าชา--”

“ บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกแบบนั้น”

“ ท่าน--ผมท่าน--”

 

วิคเตอร์เกาท้ายทอย ผมสีเงินสั้นคลอเคลียตามแก้ม “ นี่รึ? พอข้าถามโจเซฟว่ามีมีดสั้นกับชุดใหม่หรือไม่ เขาก็บอกว่าถ้าข้าจ่ายด้วยผมล่ะก็ จะจ่ายได้ทั้งค่าที่พักของพวกเราสามคนแล้วก็ได้มีดกับชุดด้วย ดูสิ ชุดทำจากขนแกะเชียวนะ” แล้วหมุนตัวรอบหนึ่งให้ยูริโอะดู ฝีมือการตัดของคริสตอฟ สหายใหม่ของเขานั้นไม่เลวเลย


“ เจ้ากัปตันขี้งก!”


วิคเตอร์หัวเราะ “ ยังไงก็เป็นพ่อค้านี่นะ” และสะบัดผมให้เข้าที่เข้าทาง มันยุ่งเล็กน้อย แต่เขาชอบแบบนี้มากกว่าตอนที่ยาวรุ่ยร่ายซะอีก

 


ทั้งสองเดินขึ้นมาบนเรือ แสงอาทิตย์จ้าแสบตา มัคคาชินทักทายวิคเตอร์ด้วยการบินลงมาเกาะไหล่ โชคดีจริงๆที่คิดถูกสวมผ้าสองชั้น ไม่เช่นนั้นกรงเล็บของมัคคาชินคงจิกเข้าที่เนื้อไปแล้ว เมื่อเห็นยูริ เขารีบโบกมือทักทาย ส่งรอยยิ้มที่ทำเอาผู้พบเห็นต้องละลาย ละลายจริงๆ บางคนลงไปกองที่พื้นเรือเลย

“ ยูริ!”

 

ปฏิกิริยาแรกของยูริก็จะคล้ายๆกับยูริโอะ คือตกใจและสะดุ้ง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผมสั้นของวิคเตอร์หรือเจ้าตัวยังคงยอมรับความจริงไม่ได้ แต่อย่างน้อย ครั้งนี้ยูริก็มองตาเขา และนั่นทำให้วิคเตอร์ใจชื้นขึ้น

 

“ เจ้าชายวิคเตอร์ขอรับ” มัคคาชินย้ายจากไหล่ของเขา ร่อนไปเกาะที่ไหล่ยูริแทน วิคเตอร์อดไม่ได้ที่จะอิจฉามัน

 

“ มาตกลงกันก่อน เราจะไม่เรียกกันและกันด้วยตำแหน่งนั้นอีกแล้ว” วิคเตอร์เอ่ยเสียงเข้ม

 

“ ข้าจะไปที่คอลิวานขอรับ”

 

วิคเตอร์พยักหน้า

 

“ ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะพาท่านกลับ แม้ว่าข้าจะถูกฆ่าก็ตาม”

 

วิคเตอร์พยายามนึกว่า ยูริกำลังรู้สึกอย่างไรในตอนนี้ ตอนที่อับจน ตอนที่ต้องเลือกเดินในทางสองแพร่งซึ่งมาบรรจบที่จุดเดียวกัน นั่นคือความตาย รู้สึกยังไงที่รู้ว่ากำลังเดินเข้าไปในลานประหาร รู้สึกยังไงที่เป็นตัวจุดชนวนสงคราม และวิคเตอร์ก็เข้าใจ เขาจึงไม่เถียง ไม่คัดค้าน

 

มีดสั้นในเสื้อนั้นหนัก แต่วิคเตอร์สาบานกับมันเลยว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้เพื่อปกป้องยูริ เขาจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของมันเลย มันจะเบาหวิว พาดผ่านเชือดเฉือนศัตรู รวดเร็วฉับไว เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด จะมีคนตาย แต่ถ้านั่นทำให้ยูริรอด วิคเตอร์ก็ยินดีที่จะแบกรับความหนักของมีดนี้

 

“ ยูริ บอกกับข้าอย่างหนึ่งได้มั้ย?” วิคเตอร์เอียงคอ ส่งรอยยิ้มเศร้าสร้อย ไม่ เขาไม่หวังว่าจะได้ยินคำว่ารักจากอีกฝ่าย มันมากเกินไป เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ายูริรู้สึกกับเขาแบบนั้นจริงๆตอนที่พาเขาออกมาจากคีวานรุสหรือเปล่า ทุกอย่างเป็นเพราะพิษสุราทั้งนั้น “ บอกข้าว่าเจ้าไม่เสียใจที่พาข้ามา”

 

ยูริหลบตา เมื่อสะพานถูกเชื่อมกับเรือและพื้นดิน ก็รีบเดินลงไปทันที ยูริโอะตวาดคำผรุสวาทไม่ถ้วนใส่อีกฝ่ายและไล่ตามลงไป วิคเตอร์ยิ้มให้กับตัวเอง

คริสตอฟ สหายคนใหม่ที่สนทนากันอย่างออกรสเมื่อวาน เดินเข้ามาขนาบข้างกับเขา น่าแปลก เขาเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ยาก กระทั่งยูริโอะที่อยู่ด้วยกันมานาน วิคเตอร์ก็ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวของตัวเองกับเด็กหนุ่มไปเสียทุกเรื่อง แต่กับคริสตอฟนั้นถูกคอกันอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเป็นคนประเภทเดียวกัน เรียกว่าคริสตอฟเป็นสหายคนแรกของวิคเตอร์ก็ว่าได้

 


“ กัปตันบอกว่า เรือจะเทียบท่าเพื่อซื้อเสบียง และจะออกเดินทางอีกทีพรุ่งนี้เช้า ปกติเขาไม่อยากจอดเรือนานๆแบบนั้นหรอกนะ แต่ท่านจ่ายราคางามจนกัปตันพูดไม่ออกเลย ตอนเห็นท่านเอาเส้นผมมาให้”

 

วิคเตอร์หัวเราะแห้งๆ “ รู้แบบนี้ ข้าน่าจะให้เจ้าตัดออกแค่ครึ่งเดียวก็พอนะเนี่ย รู้สึกขาดทุนจัง”

 

คริสตอฟเอื้อมแขนมากุมไหล่ บีบแน่นๆ มองไปยังทิศทางเดียวกับวิคเตอร์ “ กัปตันเห็นแบบนั้นก็เป็นคนเที่ยงตรง เขาไม่โกงท่านแน่นอน ถ้าท่านกลับขึ้นมา เราอาจจะมีงานเลี้ยงฉลองกันบนเรือก็ได้”

 

“ ข้าก็หวังว่าอย่างนั้น”

 

“ ท่านไม่จำเป็นต้องตามเขาเลย” น้ำเสียงของคริสตอฟเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ จะไปกับพวกเราก็ได้นี่ ท่านไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ใช่รึ?”

 

วิคเตอร์ก้าวเดินไปข้างหน้า ส่งผลให้แขนที่กอดไหล่เขาอยู่นั้นเลื่อนลง มองบันไดที่เชื่อมต่อกับคอลิวาน กับผืนดิน ยูริและยูริโอะยืนอยู่ข้างล่าง วิคเตอร์หันไปทางเพื่อนใหม่ รวบรวมกำลังทั้งหมดและส่งยิ้ม โบกมือให้

 

“ แล้วเจอกัน”

 

 

TBC

 

---------------------------------------------


คริสตอฟโผล่มาทุกงานเลย :v

ให้เวลายูริพัฒนาตัวเองหน่อยนะครับ

อ่านแล้วคงจะสงสัยกันว่า แล้วยูริรักวิคเตอร์จริงๆรึเปล่า ผมก็ตอบได้ว่าอย่างน้อยที่สุดก็มีความหลงใหลแหละ ส่วนรักหรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อไป แต่จากตอนนี้มันชัดเจนว่าเขายังไม่พร้อมที่จะแลกชีวิตเก่าเพื่อมีชีวิตใหม่กับวิคเตอร์ ใครจะรู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้วิคมาครองมันสูงขนาดนี้ แถมเขายังจำอะไรไม่ได้ แล้วต้องรับผิดชอบต่อความผิดที่เขาก็จำไม่ได้ว่าทำไปได้ยังไงอีก 

แล้ววิคเตอร์จะเปลี่ยนใจยูริยังไง หรือจะยอมกลับไปหาสามี แหม ถ้ายอมกลับไปง่ายๆ ก็ไม่ใช่เฮเลน คนงามล่มเมืองหรอกครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

163 ความคิดเห็น

  1. #162 Joee V (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 04:02
    อยากอ่านต่อ ลุ้นทุกตอนเลย ชอบช่วงทอร์คด้วย เวลาอ่านแล้วอยากกลับไปดู yuri on ice อีกรอบเลยค่ะ
    #162
    0
  2. #160 สาวก เคะสวย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 01:38
    ยังร้องเพลงรอออออออ

    ผูกเรื่องได้น่าติดตามมากจ๊ะ



    แต่ที่อยากรู้มากเลย คือ

    ยูริ..เป็นใคร ???

    อย่างวิคเตอร์เข้าใจว่าเป็น เทพ ( ลูกซุส )

    แต่ยูรินี่เดาไม่ออกเลย



    รอไรท์มาเฉลย...รีบมาเร็ว ๆ นะจ๊ะ
    #160
    0
  3. #158 วิทย่าน่ารัก (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:27
    ยังคงติดตามตอนต่อไป 👍👍
    #158
    0
  4. #157 yong6547 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 11:24
    ชอบฟิคแบบนี้มากเลยค่ะค่อยๆเรียนรู้กันไปไม่รีบ เหมือนคู่รักในชีวิตจริงเลย
    #157
    0