LOVE on ice & LIFE with you [Yuri!!! On Ice fic]

ตอนที่ 14 : LOVE on ice & LIFE with you 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    10 ม.ค. 60


LOVE on ice & LIFE with you




เร็วๆมานี้ ยูริจะติดนิสัยอย่างหนึ่งที่เขาเดาว่าคงจะได้รับมาจากยาคอฟ วิคเตอร์สังเกตมาหลายวันแล้ว ยูริดูเหมือนจะไม่รู้ตัว แต่นี่เป็นนิสัยที่เจ้าตัวทำบ่อยเอาเรื่องเลย นั่นคือ ยูริชอบเกาหลังคอเวลามีเรื่องครุ่นคิด ครั้งแรกที่ทำน่าจะเป็น...ตอนที่กำลังออกแบบโปรแกรมของตัวเองอยู่ล่ะมั้ง ยูริอยากออกแบบเองมานานแล้ว และเมื่อย่างเข้าปีที่สามที่อยู่รัสเซียด้วยกัน วิคเตอร์ก็ให้ยูริออกแบบโปรแกรมเอง ช่วงนั้นทั้งคู่ทะเลาะกันหลังจากที่ไม่ได้เป็นมานาน วิคเตอร์เป็นคนเริ่ม มันเป็นเพราะความคิดติดลบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ วิคเตอร์ไม่รู้ว่ามันฝังอยู่ในใจเขามานานจนเรื้อรังแค่ไหน ตอนนั้นถึงได้พูดแบบนั้นออกไป มันเป็นเรื่องธรรมดาที่นักสเกตจะอยากสร้างโปรแกรมของตัวเอง เลือกเพลง เลือกสเตปเอง เขาก็ทำอยู่และไม่เคยขอความช่วยเหลือจากยาคอบมากไปกว่าคอมเม้นท์ และยาคอบก็ไม่เคยน้อยใจ...อย่างที่วิคเตอร์เคยเถียงกับยูริ



ดีแล้วไม่ใช่รึ เพราะนั่นแปลว่า ยูริกล้าที่จะยืนหยัดด้วยตัวเอง มั่นใจในความสามารถของตัวเองมากขึ้นแล้ว



แต่เขากลับรู้สึกว่ายูริอยู่ไกลห่างจากเขาขึ้นเรื่อยๆ ความขมุกขมัวขมขื่นกำลังค่อยๆกัดกินเนื้อข้างในใจ มันเป็นความรู้สึกน่ารังเกียจที่แม้แต่ตัววิคเตอร์ก็ไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำว่าจะรู้สึกแบบนี้ได้ โดยเฉพาะคนแบบวิคเตอร์ที่น่าจะเข้าใจยูริที่สุดด้วยซ้ำ



อา…. ช่วงเวลาที่เขาจะเป็นโค้ชให้ยูริน้อยลงเรื่อยๆนี่เอง




ครึ่งปีที่อยู่กับยูริ เขาให้ยูริเลือกเพลงเอง และยูริก็เป็นคนบอกเขาว่าอยากให้เขาอยู่ข้างๆ ไม่ต้องทำอะไร มาตอนนี้ สามปีที่อยู่ด้วยกันในเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ยูริต้องการออกแบบโปรแกรมเอง…



วิคเตอร์...นักสเกตวิคเตอร์ แชมเปี้ยนวิคเตอร์ ตำนานมีชีวิตวิคเตอร์ ผู้ที่ขับเคลื่อนโลกสเกต ดีใจที่ยูริได้เติบโตขึ้น ทั้งในฐานะนักสเกตและมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่จมอยู่กับความผิดพลาดของตัวเองจนไม่กล้ายืนหยัด ราวกับลูกนกที่โตขึ้นพร้อมสยายปีกกว้าง



แต่วิคเตอร์ที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง วิคเตอร์ที่เป็นผู้ชายจุดเล็กๆบนโลก นักสเกตที่หัวใจเคยแตกร้าวกระจายหลายต่อหลายครั้ง นักสเกตนั้นเปราะบาง และเขาก็รู้ข้อนี้ดี มันแตกหลายครั้งจนสุดท้ายก็ค่อยๆกลั่นตัวแข็งเป็นเพชร หรืออีกนัยหนึ่ง..ก็คือชินชา เพชรหุ้มหัวใจของเขาไว้ และยูริก็เป็นคนทำมันแตก เขาไม่อยากอยู่ห่างจากยูริไปมากกว่านี้ อยากจะมีประโยชน์กับยูริยิ่งกว่านี้ ตอนนี้บทบาทของโค้ชแทบจะไม่ได้ทำอีกแล้ว ยังเหลือบทคู่แข่งในสนามซึ่ง...ว่ากันตามตรง เขาไม่มั่นใจว่าจะเล่นบทนี้ไปได้อีกนานแค่ไหนในวัยที่เลยสามสิบมาแล้ว แต่ไม่ว่าจะมั่นใจหรือไม่ เขาก็ยังทำมันต่อไป



สเกตคือตัวเชื่อมโยงเขาและยูริ จะไม่ยอมให้มันขาดสะบั้นเด็ดขาด



“ โอ๊ย” คนที่นั่งอยู่ด้านหน้าร้องและสะดุ้งจนไหล่สั่น ตาของวิคเตอร์ที่เหม่อไปเรื่อยเปื่อยเปลี่ยนเป็นจ้องคนข้างหน้าเขม็ง และมองลงมาที่มือตัวเองที่กำลังดึงผมของยูริ พลีเซตสกี้จนแน่น


“ ขอโทษที” วิคเตอร์ผ่อนแรงลงเพื่อปล่อยปอยผม ก่อนจะจ้องมองที่ผมยาวสีทองของชายหนุ่ม (ใช่ มิสเตอร์ ยูริ พลีเซตสกี้) และค่อยๆเปียมันอีกครั้ง


“ นายขอโทษเหรอ?”


“ แน่นอนสิ”


ยูริโอะกุมขมับและเงยหน้าราวกับกำลังเล่นละครอโศก “ ท่าทางวันนี้พายุหิมะเข้าแน่”


“ จากพยากรณ์อากาศก็ว่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน”


“ ฉันประชดโว้ย”




ทั้งคู่อยู่ในลานที่พวกเขาโตและฝึกกันมาตั้งแต่ยังเป็นมือสมัครเล่น กอร์กีและมิล่ากำลังคุยกันอย่างออกรสกลางลาน แต่วิคเตอร์คิดว่ามิล่าแขวะกอร์กีอยู่มากกว่า ดูจากสีหน้าของชายหนุ่มผมดำที่เหมือนอยากจะวิ่งหนีจากเธอเต็มแก่ ยาคอบในชุดโอเวอร์โค้ทไม่สวมเนกไทกำลังบ่นใส่คนทั้งคู่ ได้ยินเสียงเพลงเปิดคลอเบาๆ เป็นเพลงที่ยูริโอะจะใช้ในการแข่งยูโรเปียนคัพในอีกสองเดือนข้างหน้า เนื้อเพลงสื่อถึงธรรมชาติและกลิ่นหอมของใบไม้ ชนิดที่หลับตาก็นึกภาพคุณอยู่ท่ามกลางป่าและน้ำตก อากาศสะอาดสดชื่นเลยทีเดียว ซึ่งตรงกันข้ามกับเพลงปีที่แล้วที่เกี่ยวกับความตาย (ยูริโอะชอบเพลงปีที่แล้วมาก และยาคอบกับลิเลียต้องพยายามอย่างมากที่จะทำให้ยูริโอะยอมรับเพลงใหม่นี้ได้)



วิคเตอร์เปียผมให้ยูริโอะอย่างละเมียดละไมและพิถีพิถัน ยอมรับก็ได้ว่าเวลาลูบผมยูริโอะ ก็ชวนให้คิดถึงผมตัวเองสมัยที่ยังไว้ยาวอยู่เสมอ นานมากแล้วที่ไม่ได้ทำผมแบบนี้ ปกติลิเลียจะเป็นคนทำผมให้ยูริโอะ แต่เธอไปเป็นโค้ชให้ยูริในขณะที่กำลังแข่งสี่ทวีป โปรแกรมของยูริในปีนี้มีท่าบัลเล่ต์เป็นจำนวนมาก การมีลิเลียไปเป็นโค้ชจะช่วยให้คำแนะนำยูริมากขึ้น



อย่างน้อย นั่นก็เป็นเหตุผลที่ยูริบอกเขา


แล้วทำไมเขาถึงไม่ได้ไปด้วยน่ะรึ?


วิคเตอร์ควรจะซ้อมเพื่อยุโรเปียนคัพ ยูริว่าอย่างนั้น



อยากได้เหตุผลอีกข้อใช่มั้ย จริงๆแล้วยูริให้เขามาหลายข้อเลยล่ะ ทั้งห่วงเขาและบอกให้วิคเตอร์ดูแลสุขภาพตัวเอง ทั้งบอกว่าให้วิคเตอร์ตั้งใจกับการแข่งของตัวเอง ยูริพูดเยอะกว่าปกติเวลาต้องการหลีกหนีจากอะไรสักอย่างหรือพยายามหาข้อแก้ตัว และวิคเตอร์ก็ไม่เคยขัดใจ เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขาพยายามคุยภาษาเดียวกับยูริ ถ้ายูริอยากให้เขาเป็นตัวของตัวเองก็ย่อมได้ อยากให้อยู่เงียบๆเฝ้ามองยูริและเคียงข้างเขาก็ทำ บอกว่ามันคือแหวนเครื่องรางเขาก็จะเข้าใจว่ามันคือเครื่องราง บอกว่าไม่ใช่การแต่งงานเขาก็ยอมรับ บอกว่าอยากให้เขากลับไปแข่งเขาก็กลับ



วิคเตอร์ไถลไปตามพื้นน้ำแข็ง สถานที่ที่ใช้เวลาอยู่มาทั้งชีวิตมากกว่าอยู่บ้าน มันเคยเป็นเพื่อนในยามที่เขาโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งพิง ใช่ วิคเตอร์ไม่มีเพื่อน ไม่ใช่มีน้อยแต่ไม่มี ทุกครั้งก่อนแข่งสิ่งที่เขาจะทำคือหลับ ไม่ใช่การยืดเส้น ทำสมาธิ ดูนักกีฬาคนอื่น แต่เป็นการหลับ การจมดิ่งลึกลงไปในความมืดอันเงียบงันและรอให้ใครมาปลุก กอร์กีเคยล้อว่า ‘จะรอให้เจ้าชายมาจูบแล้วค่อยตื่นเหรอ?’ อืม...ก็ไม่ผิดซะทีเดียว แต่ส่วนใหญ่เจ้าชายที่ว่าถ้าไม่ใช่ยาคอบ ยูริโอะ มิล่า ก็จะเป็นนาฬิกาปลุกในมือถือ ซึ่งเขาคิดว่ามันปลุกได้ดีกว่าจูบเจ้าชายซะอีก ถึงตอนนั้นจะยังไม่รู้ก็เถอะว่าจูบเจ้าชายเป็นยังไง จนกระทั่ง ยูริ คัตสึกิเข้ามาในชีวิตของเขา…




“ วิคเตอร์ เป็นอะไรวะ”


มือที่ถักเปียยูริโอะชะงัก “ อะไร?”


“ ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ เปียผมฉันไปถอนหายใจไปเนี่ย”


“ ฉันไม่ได้ถอนหายใจเรื่องผมนาย”



“ อย่าบอกนะว่า…......โอ๊ย...บ้าเอ๊ย!! ไม่อยากจะถามเลย” ยูริโอะกัดฟันกรอด สองนิ้วนวดขมับตัวเอง ทำตัวเหมือนเป็นลุงแก่ๆทั้งที่ตัวเองยังไม่ยี่สิบดี วิคเตอร์ไม่แน่ใจว่าเขาติดนิสัยทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัยเพราะอาศัยกับปู่มาตั้งแต่เด็กหรือเปล่า  “ ฉันสังหรณ์ใจว่าต้องเป็นเรื่องของไอ้หมูแน่ เกลียดตัวเองชะมัดที่รู้จักพวกนายดีขนาดนี้”



วิคเตอร์หยุดเปีย อันที่จริง เขาหยุดทุกการกระทำยกเว้นหายใจ หยุดแม้กระทั่งกะพริบตา เบ้ปากจนงอเป็นรูปตัวยูคว่ำ ยูริโอะหันมามองอีกฝ่ายเพราะความที่เงียบไปนาน พอเห็นสีหน้านี้ก็เริ่มหน่ายใจ


“ ยูริโอะ”


“ ไม่”


“ ยูริน่ะ--”


“ ฟัค! ไม่ต้องเล่าให้ฟังนะโว้ย อย่า! เล่า! เด็ด! ขาด!”




น่าแปลกที่รอบนี้วิคเตอร์เงียบตามที่เขาขอ หากเป็นเวลาปกติที่คู่รักสุดชื่นมื่นจนน้ำแข็งจะละลายนี้ทะเลาะหรือมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันและต้องการล่ามแปล ยูริโอะจะถูกยัดเยียดตำแหน่งนั้นให้ทันที ไม่ว่าเขาจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และเขาไม่เคยเต็มใจ…

แต่ถ้าเงียบแบบนี้แสดงว่าอาการหนัก คงจะไม่ใช่แค่ทะเลาะธรรมดา




ยูริโอะถอนหายใจให้กับชะตาชีวิตของตัวเอง “ คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ?”



ทันใดนั้น วิคเตอร์ก็โผเข้ากอดเขาทันที หน้าซุกลงไปตรงหัวไหล่ เส้นผมสีเงินบังใบหน้างาม ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดจากคนตัวใหญ่ที่กอดเขา เหมือนตอนที่วิคเตอร์กอดเขาในการแข่ง GPF เมื่อสามปีก่อน และเป็นสัญญาณว่าหายนะกำลังจะมาเยือนยูริโอะอีกครั้ง


พวกเขานั่งคุยกันในห้องอาหารของลาน โชคดีที่ในห้องไม่มีใครอยู่ สองคนนั่งตรงข้ามกัน ยูริโอะกดน้ำผลไม้กระป๋องจากตู้กด ใส่หลอดเข้าไปและดูดดังซู้ด นั่งมองวิคเตอร์ที่ก้มมองโต๊ะสแตนเลสราวกับมันคือสมบัติที่หายากที่สุดในโลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาดูจับจ้องโต๊ะมากขนาดนั้นเลยล่ะ เส้นผมสีเงินซีดยาวระต้นคอตัดกับเสื้อคอวีสีดำและแจ็คเกตหนัง ยูริโอะแปลกใจทุกครั้งที่เห็นวิคเตอร์เริ่มไว้ผมยาว ทั้งๆที่ก่อนที่จะเจอยูริวิคเตอร์จะพยายามเล็มผมให้มีความยาวเท่าเดิมสม่ำเสมอ



“ ฉัน--” วิคเตอร์อ้าปากจะพูดแต่ก็หุบอีกครั้ง ยูริโอะยักไหล่


“ ฉันรอได้เรื่อยๆ จนกว่านายจะพูดกับโต๊ะเสร็จ”


วิคเตอร์เงยหน้ามองเขา.....แล้วในที่สุด “ ฉันคิดว่าจะรีไทร์หลังจากเวิรล์ดปีนี้”



ถ้าเป็นยูริโอะเมื่อสามปีก่อนคงจะหัวเสียไม่น้อยที่วิคเตอร์จะรีไทร์ แต่ในเวลานี้ ด้วยอายุของวิคเตอร์และวุฒิภาวะของยูริโอะ อะไรๆเปลี่ยนไป และการที่วิคเตอร์ไม่ได้อยู่บนน้ำแข็งก็ไม่ได้ทำให้การแข่งน่าเบื่อเสียทีเดียว ยูริโอะพบเจอกับความท้าทายใหม่ๆและหลากหลายกับผู้คนใหม่ๆ ยูริเป็นต้น และโอตาเบคอีกด้วย เขาเข้าใจแล้วว่าถึงไม่มีวิคเตอร์ โลกสเกตก็ต้องดำเนินต่อไป


“ อ่าฮะ”


“ ฉันยังไม่ได้บอกยูริเรื่องนี้”



มาแล้ว นี่แหละบทบาทของเขาต่อคู่นี้ คนกลาง ล่ามแปล คิวปิด จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ “ นายจะให้ฉันบอกหมูให้ใช่มั้ย? เออ ว่าไงก็ว่างั้น ไว้รอมันกลับมาจากการแข่งก่อนละกัน”


“ ไม่เป็นไร ฉันคิดว่าเรื่องนี้ฉันจะคุยกับยูริเอง”


“ ถ้านายหมายถึงการคุยแบบสเกตด้วยโปรแกรมยาวห้านาทีเพียงเพื่อจะพูดออกจากทางปาก และขอพูดเลยนะว่าฉันเห็นพวกนายคุยกันด้วยวิธีมาตั้งแต่ปีแรกซึ่งโคตรจะเสียเวลาและเลี่ยนสุดๆ….ไม่ ฉันพูดเองดีกว่า”


วิคเตอร์ยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย และกลอกตามองเพดานกับมุขฝืดๆของเขา “ ฉันหมายถึงคุยกันจริงๆ นี่เห็นว่าพวกฉันเป็นยังไง?”


“ แฟนที่คุยกันด้วยรองเท้าสเกตมากกว่าปากล่ะมั้ง ฉันตกใจนะที่พวกนายเล่นเกมนี้กันมาได้ถึงสามปี ไม่เหนื่อยบ้างรึ?”




วิคเตอร์เอียงคอ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายดูเครียดขึ้งและมีแววของความเหน็ดเหนื่อย มันกลายเป็นยิ้มฝืนๆที่ยูริโอะไม่สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากอะไร หรือเขาพูดอะไรผิด

ทันใดนั้น วิคเตอร์ก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะสแตนเลสเสียงดังแก๊ง จนยูริโอะสะดุ้ง “ เฮ้ย เป็น’ไรวะ?!”



“ เปล่า แค่...เหงานิดๆที่ตัดสินใจจะรีไทร์จริงๆแล้วน่ะ”



ตาสีฟ้าปิดลง ลมหายใจสูดเขาลึก เขาไม่เคยฟุบหน้าลงราวกับต้องการหนีจากสายตาของยูริโอะ ต้องการหนีออกจากโลกมากขนาดนี้



วิคเตอร์ไม่ได้ซ้อมต่อและเดินออกจากลานโดยไม่บอกใครนอกจากยาคอบที่ตะโกนด่าเขาจนเสียงก้องไปทั้งลาน เขาคิดว่ายูริโอะที่มองตามหลังเขา แต่ก็ไม่ได้สนใจมากมายซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่วิคเตอร์ต้องการ เขาไม่อยากให้ใครมาสนตอนนี้ อยากกลืนหายไปในกลุ่มฝูงคนที่เดินขวักไขว่ในเลนินกราด เขาสวมโอเวอร์โค้ทสีน้ำเงินเข้มและเดินไปเรื่อยเปื่อย แว่นตาดำคอยปิดบังใบหน้า แต่ก็มีคนคอยชะเง้อมองและแอบถ่ายรูปเขา น่าเสียดายที่เลนินกราดหากไม่ใช่เวลากลางคืน ผู้คนก็ริบหรี่บางตา เขายังเป็นตำนานมีชีวิตในสายตาของรัสเซียอยู่ และมันเหลืออดจนบางครั้งก็อยากจะตะโกนออกไปดังๆเลย...กลางเลนินกราดนี่แหละ...ว่าไม่เอาแล้ว






วิคเตอร์หยุดที่ร้านสตูดิโอถ่ายรูปที่มีหุ่นสวมชุดแต่งงาน เป็นชุดเจ้าบ่าวสีขาวคู่กับเจ้าสาวสีเดียวกัน เลนินกราดคือถนนสำหรับวัยรุ่นมาจับจ่ายและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มันคือห้างกลางแจ้งที่สร้างใหม่บนสถาปัตยกรรมเก่าแก่ บรรยากาศเหมาะแก่การถ่ายพรีเวดดิ้งเหลือเกินถ้าไม่นับว่าที่นี่ผ่านประวัติศาสตร์สงครามโลกที่ร้ายแรงมา แต่ใครสนประวัติศาสตร์กันล่ะ วิคเตอร์ยังไม่สนเลย



วิคเตอร์เข้าไปนั่งในร้านกาแฟโดยหันหลังให้กับหน้าต่างซึ่งเห็นวิวข้างนอก การไม่เห็นใครสักพักทำให้เขารู้สึกสงบมากขึ้น ระหว่างที่เดินมาก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะกลับไปที่คอนโดดีหรือไม่ แต่เขายังไม่อยากกลับไปเจอพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยูริ อย่างน้อยก็ในตอนนี้

บาร์เค้านเตอร์ห่างจากเครื่องทำกาแฟสามเก้าอี้คือที่นั่งที่วิคเตอร์เลือก ใกล้สุดของเขามีเพียงชายวัยกลางคนนั่งอ่านหนังสืออยู่ ดูเหมือนจะไม่สนใจเขาเลย ซึ่งเป็นเรื่องดี เขาสั่งกาแฟเอธิโอเปีย เชลบา...ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร มันแปะหราที่เมนูตัวเป้งๆว่าเป็นเมนูยอดฮิตก็สั่งตามนั้น พนักงานวัยรุ่นชายเมื่อเห็นเขาที่ถึงแม้จะสวมแว่นกันแดดก็อ้ำอึ้งเลยทีเดียว ทุกคนจำเขาได้เสมอ วิคเตอร์แกล้งทำท่าจุ๊ปากโดยเอานิ้วชี้แตะที่กลีบปากล่าง พนักงานผงกหัวพัลวันและรีบหันหนี เหลือไว้แต่ปลายหูสีแดงแปร๊ด



วิคเตอร์เกลี่ยนิ้วไปตามหน้าจอโทรศัพท์ สองจิตสองใจว่าจะโทรหายูริดีมั้ย บ่ายโมงของที่นี่คือทุ่มนึงของที่นู่น เขาสูดหายใจเข้าลึก เปลี่ยนไปอ่านข่าวกีฬาแทน

แก้วกาแฟสีน้ำตาลเงาขลับราวกับถูกเช็ดซะเอี่ยมจนสะอาดเกินไปถูกวางตรงหน้า มีกระดาษสีน้ำตาลสำหรับเทคเอ้าท์ห่อแก้ว กระดาษถูกเขียนด้วยปากกาสีดำวาดเป็นรูปสเกตและหัวใจ แซนวิชจานหนึ่งถูกวางตรงหน้า วิคเตอร์เงยหน้าขึ้นไปเพื่อบอกว่าแซนวิชไม่ใช่ของเขา ก็เห็นบาริสต้าหนุ่มคนเดิม



“ ตามสบายเลยครับ ผมไม่กวน มื้อนี้ผมเลี้ยง”




วิคเตอร์ไม่ทำอะไรอื่นนอกจากพยักหน้า โปรยยิ้มโฆษณาและก้มลงไปอ่านข่าวตามเดิม หากคุณคิดว่าการสวมแหวนที่นิ้วนางข้างขวาจะทำให้คนหยุดหยอดคุณได้ ก็ถือว่ามองชาวรัสเซียผิดไป


พูดถึงแหวน…





วิคเตอร์ยกแขนเท้าบนโต๊ะ มือกุมขมับ อาจจะมีคนแอบถ่ายรูปเขาทำท่าเคร่งเครียด แต่เขาไม่สน เมื่อทำใจได้สักพักใหญ่ๆก็กดเบอร์โทรไปหายูริโอะ ที่เขาเพิ่งจากมาไม่ถึงชั่วโมง


[อะไรอีกวะ?!] ปลายสายหอบเล็กน้อย คงอยู่ในระหว่างฝึกซ้อม




“ เราไม่ได้คบกัน”




ทั้งคู่เงียบ ได้ยินเสียงเครื่องทำกาแฟคลอไปตามเพลงฟอล์คที่ร้านเปิด


[อะไรนะ?]


“ ต้องพูดอีกรอบจริงๆเหรอ?” วิคเตอร์ถอนหายใจ “ ฉันกับยูริไม่ได้เป็นแฟนกัน”




[ห๊ะ!!?? อำกันใช่มั้ย? นายคิดถึงไอ้หมูมากจนสติเลอะเลือนคิดว่ามันจะทิ้งนายอีกแล้วใช่มั้ย อาการนี้กำเริบครั้งสุดท้ายก็คือตอนมันกลับญี่ปุ่นไปตั้งสิบวันติดต่อกัน ฉันคิดว่านายหายแล้วซะอีก]


วิคเตอร์กลอกตา และกัดฟันพูด “ ขอบคุณที่เตือนความจำนะ ยูริโอะ”


เขาไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายเชื่อได้มากกว่านี้ เขาชอบพูดจาอ้อมค้อมบางครั้งก็แหลสดบ้างเพื่อความสนุก แต่พอต้องสารภาพความจริงออกมาทุกอย่างก็หนักอึ้งไปหมด เขาไม่มั่นใจว่าต้องร้องไห้ออกมาหรือเปล่ายูริโอะถึงจะเชื่อ ขณะที่กำลังจะทำท่าสะอึกสะอื้น(ก็ไม่ใช่การแอคติ้งซะทีเดียว เพราะน้ำตาก็เริ่มคลอเหมือนกัน) ยูริโอะก็เอ่ยถามเสียงเรียบอย่างผิดปกติสำหรับคนอย่างยูริโอะ [เรื่องจริงรึ?]



วิคเตอร์พยักหน้า ลืมไปว่าพวกเขาโทรศัพท์กันอยู่ จึงออกเสียงตอบรับเพียงเล็กน้อย“ อือ..”


[ ใครเป็นคนผิด ฉันจะ-- อา ไม่ๆ ไม่ต้องพูด นายไม่มีทางโทษไอ้หมูอยู่แล้ว ฉันจะต่อยมันให้ปลิวกลับญี่ปุ่นเอง]


“ อย่าพูดไม่รู้เรื่องน่า ยูริอยู่ในช่วงแข่งนะ”


[ ถ้าชกหลังแข่งนายจะยอมใช่มั้ย?]


“ ไม่มีทาง”




[ก็เป็นซะแบบนี้ทุกที] ยูริโอะกระชากเสียง [ฟังนะ ไอ้หมอนั่นมันหัวช้า ไม่รู้ใจตัวเอง โง่ดักดานเรื่องความรัก ฉันคนนี้เป็นคนพูดเชียวนะ Damn it! แล้วนายก็ไม่ทำอะไรสักทีตลอดสามปี! เออ นายมันก็โง่พอกัน!]



ภาพสะท้อนของตัวเองในถ้วยกาแฟสีน้ำตาลอ่อนสั่นกระเพื่อมเล็กน้อย ภาพวิคเตอร์ในนั้นช่างบิดเบี้ยวและดำทะมึน แม้ว่าเขาจะยิ้มอยู่ก็ตาม



น่าขำจริงๆที่เพิ่งมารู้ตัวในเวลาที่ตัดสินใจจะรีไทร์ ว่าพวกเขายึดติดความสัมพันธ์ของทั้งสองกับการสเกตมากเกินไป เมื่อใกล้จะลาวงการ หลุมดำในใจก็แผ่ขยายกว้างขึ้น เด่นชัดขึ้น มันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้ว เป็นรูเหวอะหวะคอยกัดกินใจของเขา แต่เพราะสเกต...วิคเตอร์จึงพยายามทำเป็นมองไม่เห็นมัน



“ รู้อะไรมั้ย ยูริโอะ ฉันว่ามันก็ไม่ได้แย่ไปซะทั้งหมดหรอกนะ ถึงจะไม่รู้แน่ชัดว่ายูริรู้สึกยังไงกับฉัน แต่ เฮ้...เขาก็ยังอยู่กับฉันตลอด”


[ นี่พูดให้ฉันหรือตัวเองฟังวะ]


อูย


“ ทำไมต้องพูดเหมือนตัวเองโตแล้วด้วย” วิคเตอร์แกล้งทำเสียงตัดพ้อ แต่ก้อนขมๆในลำคอทำให้ยากที่จะพูดออกมา


[ ฉันก็โตแล้วโว้ย!]


“ อา นั่นสิ ลืมไปเลย” เขาไม่คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะปลอบใจหรือชี้ทางแก้ปัญหา โดยเฉพาะข้อหลังที่เขารู้ดีว่าต้องทำอย่างไร แต่พอคิดจะทำก็เกิดกลัวขึ้นมาดื้อๆ กลัวสูญเสีย กลัวอีกฝ่ายตีจาก


[เดี๋ยว งั้นพวกนายก็ยังไม่ได้มีเซ็กซ์กันเลยน่ะสิ]


“ ขอบใจที่รับฟังนะ ยูริโอะ”


ปลายสายพูดอะไรสักอย่าง แต่เขายกหูออกและกดปิดการโทร สวมแว่นกันแดด ลุกขึ้นยืนเดินออกไปจากร้านโดยไม่แตะกาแฟเลย สองจิตสองใจระหว่างเดินเล่นต่อ กลับบ้าน หรือกลับไปซ้อม สุดท้ายก็เลือกบ้าน มันไม่ใช่ที่ที่น่าอภิรมย์ที่สุด แต่เขาก็อยู่กับมันมาได้สองสัปดาห์แล้วตั้งแต่ที่ยูริออกเดินสายและที่นั่นมัคคาชินก็รออยู่ ช่วงนี้เขาใช้เวลาอยู่ในบ้านนานกว่าปกติ และรู้สึกว่าทุกอย่างดูกว้างขึ้นตั้งแต่คนสำคัญหายไป วิคเตอร์นอนไม่ค่อยหลับในเวลากลางคืน จ้องเพดานสีขาว มือลูบมัคคาชินไปพลาง ทำแบบนี้มาสิบกว่าวัน ครุ่นคิด ตรึกตรอง ลังเล





การถามยูริออกไปตรงๆนั่นแหละคือวิธีที่ดีที่สุด ไม่ต้องคลางแคลงใจแบบนี้ นั่นคือสิ่งที่สมองวิคเตอร์บอก แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ เขาลองพยายามจะถามหลายรอบแล้ว แต่ปากไม่เคยขยับในสิ่งที่ต้องการจะเอ่ย และสุดท้ายก็ต้องยกเลิกทุกครั้ง ท่าทางจะใช้สเกตในการสื่อสารนานเกินไป กี่ปีมาแล้วนะ ยี่สิบสองปีล่ะมั้ง?



วิคเตอร์เปิดประตูเข้าบ้าน เปิดไฟ มัคคาชินกระดิกหางพุ่งมาหา วิคเตอร์นั่งยองๆกอดมัน ปล่อยให้มันเลียหน้าและมือ เขายิ้มให้มันและเดินไปที่ตะกร้าตรงมุมทางเดิน เติมอาหารเม็ดให้มัคคาชิน ปกติจะต้องนั่งอยู่ข้างๆมันจนกว่าจะกินเสร็จ แต่วันนี้เขารู้สึกเพลียจึงมุ่งหน้าไปนอนที่โซฟาแทน มัคคาชินที่เห็นท่าทีของเจ้านายแปลกไปจึงเดินมาดมที่มือและกระโดดขึ้นมานอนด้วย


วิคเตอร์ที่นอนคว่ำอยู่ยกมือปัดหน้าของสัตว์เลี้ยง “ ไปกินก่อนไป มัคคาชิน อย่าเพิ่งเล่น” รอสักพัก น้ำหนักบนตัวหายไป มัคคาชินคงจะยอมเดินไปกินแล้ว วิคเตอร์กดหัวตัวเองลงไปในหมอนมากขึ้น



อะไรควรบอกยูริก่อนดีนะ? เรื่องที่เขาจะรีไทร์ หรือความรู้สึกของตัวเอง มีแต่หัวข้อที่ไม่อยากคุยกับยูริทั้งนั้น แล้วมันก็ผ่านไปแค่สามปี ถ้ายูริรู้ว่าเขาจะรีไทร์ก็อาจไม่อยากแข่งต่ออีกแล้วก็ได้ ยูริปรารถนาอยากให้เขากลับลงลานซึ่งเขาก็ทำแล้ว ความฝันที่จะได้รีไทร์ด้วยกันก็เป็นสิ่งที่วิคเตอร์ต้องการ ซึ่งตอนนี้สุดท้ายมันก็คือความฝัน


ถ้าบอกเรื่องรีไทร์ ยูริอาจจะไม่แข่งสเกตอีกเพราะไม่มีวิคเตอร์เป็นตัวกระตุ้น พวกเขาเคยชินกับความสัมพันธ์คลุมเครือ จะเป็นคู่แข่งกันก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่เชิงมานานมากเหลือเกิน


ถ้าเขาบอกความรู้สึกกับยูริ….ใบหน้าขึ้นสีของวิคเตอร์ถูแรงๆกับหมอน เขาไม่เคยเป็นตัวนำความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลย จริงอยู่ว่าเขาชอบล่วงเกิน จับตัวยูริ อ้อล้อออดอ้อนอีกฝ่าย และมันก็ไม่ใช่ว่ายูริจะไม่ชอบ แต่หากถามว่าใครคนผลักดันความสัมพันธ์ นั่นคือยูริ และเป็นยูริเสมอ ยูริเป็นคนดึงทั้งสองก้าวต่อไป พวกเขาจับมือเดินไปด้วยแต่ยูริก้าวยาวกว่า ยูริมองไปข้างหน้า ส่วนวิคเตอร์มองที่ยูริ




จะยืนที่ปลายทาง รอให้ยูริมาหา




ตอนที่คิดวิธีนี้เพราะได้ยินยูริเล่าให้ฟังเรื่องที่เคยผลักหญิงที่มากอดตอนอยู่ดีทรอยต์ และวิคเตอร์จำได้ว่าตอนนั้นเขาไม่อยากเป็นเหมือนผู้หญิงคนนั้น จึงเปลี่ยนตัวเองชนิดจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาไม่ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของยูริมากจะเกินไปอีก พยายามคุยภาษาเดียวกับยูริ และดูผลลัพธ์ของมันตอนนี้สิ สามปีที่อยู่แบบนี้ ทำให้เขาไม่อาจเดินหน้าได้อีก


ต้องเปลี่ยนตัวเอง ต้องรุกเต็มที่ รุกไล่เหมือนมัคคาชินที่โดดเลียหน้ายูริเลย ทำไมมัคคาชินทำได้แต่เขาไม่กล้าล่ะ นี่เขาเจ้านายมันนะ ต้องกล้า ต้องเป็นฝ่ายเริ่มบ้าง




ถ้าถูกปฏิเสธล่ะ?





โอเค นั่น...เป็นผลลัพธ์ที่อยู่ในความคาดหมายแต่ไม่อยากให้เกิดก็เลยไม่อยากคิดถึงมัน แต่พอตั้งใจว่าจะสารภาพ ภาพที่ยูริผลักเขาออกเหมือนสาวดีทรอยต์ก็ผุดขึ้นมา เขาไม่เคยเห็นหรอกว่าเธอคนนั้นหน้าตาอย่างไร เธอกอดยูริอย่างไร ยูริผลักเธอออกแรงแค่ไหน เธอล้มหรือเปล่า หรือยูริวิ่งหนีมั้ยหลังจากนั้น แต่ภาพในหัวกลับผุดขึ้นมาเอง เขาคือคนที่ถูกผลัก ขณะนั่งบนพื้นก็เงยหน้ามองยูริที่ยืนอยู่ ยูริไม่ได้วิ่ง แต่หันหลังเดินห่างออกไป เขาไม่รู้ว่าอะไรจะเจ็บกว่ากันระหว่างยูริวิ่งหรือเดินจากไป แต่เอาเป็นว่าแผ่นหลังของยูริคือภาพที่เขาไม่อยากเจอ


“ มัคคาชิน” วิคเตอร์ลุกตัวนั่ง มัคคาชินได้ยินเสียงจึงเดินมาหา วิคเตอร์กอดมันแรงๆ ซุกหน้าลงไปในไรขนหยิกสีน้ำตาล “ คิดถึงยูริจัง” เขาอยากรู้ว่ามัคคาชินเบื่อบ้างหรือไม่ที่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ทุกวัน  แต่หากเขาคิดอะไร ส่วนใหญ่มันก็จะคิดแบบนั้น ถ้าเขารักใคร มัคคาชินก็จะรักคนคนนั้น



เขาไม่อยากสูญเสียยูริ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เพราะงั้น..





----------------





วิคเตอร์เปิดตู้เย็นโดยเอาโทรศัพท์แนบหู ก่อนจะดันไหล่ปิด ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วแต่เขายังนอนไม่หลับ เพราะเมื่อครู่การแข่งสเกตสี่ทวีปเพิ่งจบรอบโปรแกรมยาวไป เขาดูผ่านสตีมและรอเวลาที่นักกีฬายูริจะขึ้นมา ยูริเป็นคนสุดท้ายที่จะสเกต นั่นแปลว่าเขาเป็นอันดับหนึ่งของโปรแกรมสั้น วิเศษเหมือนเคย เว้นเสียแต่เครื่องแบบสีขาวที่อีกฝ่ายสวมในโปรแกรมยาว มันดูเฉิ่มสุดๆเสียจนวิคเตอร์อยากจะโดดเข้าไปในจอเพื่อถลกมันออก



เมื่อต่อติดก็ได้ยินเสียงยูริ [วิคเตอร์!! เห็นที่ผมสเกตมั้ย!?] ยูริพูดเร็วสลับกับเสียงหอบ



“ ฉันละอยากทึ้งชุดนายจริงๆ แต่อย่างอื่นสวยมาก นายงดงามมาก ยูริ ถึงจะอยู่ในชุดอวกาศนั่นก็ตาม” วิคเตอร์นั่งลงบนโต๊ะเค้านเตอร์ แกะโยเกิร์ตรสผลไม้รวมทาน


[มันตรงกับธีมของผมนะ] ยูริบ่นอุบอิบ [แล้วมันก็ไม่ใช่ชุดอวกาศด้วย คุณเคยเห็นชุดอวกาศของจริงซะที่ไหน]


“ ก็ไม่ ดีจริงๆที่นายแข่งเป็นครั้งสุดท้าย เสร็จแล้วจะได้มาเผาชุดนั้นกัน”


[ผมไม่แปลกใจเลยที่หาเนกไทสีฟ้าผืนเก่าไม่เจอ] ยูริว่ากลับ แต่ก็หัวเราะในลำคอ วิคเตอร์ก็เช่นกัน รัสเซียช่วงนี้หนาวเป็นพิเศษแต่ไม่ใช่กับเวลานี้สำหรับเขา [กินข้าวรึยัง?]


“ อ่าหะ”


[รดน้ำต้นไม้แล้วใช่มั้ย]


“ ครับแม่” วิคเตอร์แกล้งพูด ถึงกับได้ยินเสียงยูริชะงักไป โยเกิร์ตในถ้วยหมด วิคเตอร์เลียช้อนจะสะอาดเกลี้ยง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอน มัคคาชินเดินตาม ร่างสูงเพรียวล้มนอนลงบนเตียงดังตุบ มัคคาชินกระโดดขึ้นมานอนข้างๆ

น่าแปลกที่เมื่อตอนบ่ายเขายังหนักใจเรื่องของยูริแท้ๆ แต่พอได้ยินเสียงของอีกฝ่ายก็เหมือนเวลาถูกหยุดพร้อมกับความเจ็บปวด






[ผมเห็นรูปคุณในแทบลอยด์ วันนี้คุณโดดซ้อมเหรอ?] หม่าม๊ายูริถาม ซึ่งวิคเตอร์ก็ได้แต่กัดฟันสีไปมา พยายามหาข้ออ้าง



[คุณมองชุดแต่งงานอยู่รึ?]




อะไรบางอย่างในน้ำเสียงของยูริทำให้ใจวิคเตอร์เต้นระรัว เหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าฉี่รดที่นอนหรือแมวที่รู้ตัวว่าทำแจกันแตก มันไม่ใช่ความตื่นเต้นที่รู้สึกเบิกบานเท่าไหร่ “ นั่น...ฉันก็แค่ไปเดินเล่นแถวเลนินกราดเอง” เขาคงต้องรู้จักหัดปลอมตัวด้วยวิธีอื่นนอกจากใส่แว่นซะแล้ว


“ กลับมาเมื่อไหร่ไปซื้อสูทแถวนั้นให้นายกัน ตัวที่ใส่ในกาล่าน่ะเห่ยสุดๆ” วิคเตอร์กล่าว และยูริเงียบไป...นานพอสมควรทีเดียว “ ยูริ?”




[ผมอยากเห็นวิคเตอร์ใส่ชุดแต่งงานจัง]



“ อ้อ งั้นนายลองไปดูโปรแกรมเก่าของฉันสิ สักหกปีก่อน ฉันใส่ชุดแต่งงานสเกตล่ะ” ยูริเงียบไป คราวนี้นานจะวิคเตอร์เริ่มแปลกใจ “ ยูริ เป็นอะไรหรือเปล่า?”


[ เปล่าครับ เปล่า] เขาได้ยินเสียงถอนหายใจจากปลายสาย [วิคเตอร์ ตอนที่ผมกลับไป ผมมีเรื่องจะต้องพูดกับคุณให้ได้ เอ่อ...ช่วยรอ..ผม..]



เสียงของยูริแน่วแน่ ถึงจะสั่นไหวอยู่บ้าง จริงจังแต่ไม่มั่นคงเท่าไหร่ ถ้าเป็นเวลาปกติ วิคเตอร์คงจะหน้าแดงตื่นเต้นคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายพูดแล้ว ตอนนี้เขาก็ยังหน้าแดง แต่ด้วยความรู้สึกตรงกันข้าม


“ น่าแปลกใจจริงๆ เพราะฉันก็มีเรื่องที่จะพูดกับนายเหมือนกัน”


[จริงเหรอ?!]


มุมปากยกขึ้นเป็นร้อยยิ้มบางๆ คิ้วขมวดเล็กน้อย วิคเตอร์หลับตา “ ไว้เจอกันนะ”


[วิคเตอร์ ผมไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ค...คราวนี้ ผมจะพูดออกไปให้ได้!]




บางครั้ง เขาก็อยากให้ยูริแบ่งความกล้าแบบนั้นออกมาบ้าง หากคนนอกมองพวกเขาสองคนจากที่ไกลๆ ก็คงจะคิดว่าวิคเตอร์เป็นฝ่ายควบคุมความสัมพันธ์ ซึ่ง….ว่ากันตรงๆ เขาปล่อยให้ยูริเดินนำและเขาตามต่างหาก เขาไปได้ทุกที่ที่ยูริพาไป และวิคเตอร์รอได้ เขาไม่ได้เก่งเรื่องรอใคร แต่นี่คือยูริ คนที่กุมใจได้อยู่หมัดตั้งแต่แรกพบ

เขาเปลี่ยนท่าเป็นนอนตะแคง มองผนังห้องที่เต็มไปด้วยตู้หนังสือ


“ ฉันก็จะพูดเหมือนกัน”


วิคเตอร์กล่าวเบาๆ


[คุณต้องตกใจแน่ว่าผมจะพูดอะไร]


ตรงกันข้าม เขากลัวที่จะมองปฏิกิริยาของยูริหลังจากพูดสิ่งที่กำเงียบไว้ในใจออกไป


“ งั้นเราก็ต้องมาดูกันสินะ ว่าใครจะทำให้ใครเซอร์ไพรส์ได้มากกว่ากัน” เสียงหัวเราะในลำคอดังจากปลายสาย ยูริหัวเราะแบบนี้ก็เซ็กซี่ไปอีกแบบ “นายไปนอนเถอะ ที่โน่นใกล้จะตีสองแล้วไม่ใช่รึ?” ถึงจะรู้ดีว่ายูริเป็นคนนอนเช้าก็ตาม แต่ตีสองในขณะที่วันต่อไปจะต้องขึ้นเครื่องบินนั้นเหนื่อยไม่น้อยเลย


[ครับ คุณแม่] ไม่บ่อยนักที่ยูริจะพูดล้อเลียนแบบนี้ วิคเตอร์ยิ้มตรงมุมปาก ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ก็ทำให้เขาหน้าแดงได้ [ฝันดี วิคเตอร์]


“ เหมือนกัน”




วิคเตอร์วางมือถือลงข้างหมอน กลับท่ามานอนหงาย มองเพดานที่มืดทึบและเพิ่งรู้ตัวว่าเขาไม่ได้เปิดไฟตอนเข้าห้องมา ตาสีปิดลง คิ้วขมวดกันจนยุ่ง มัคคาชินเขยิบตัวเข้ามาใกล้เขาราวกับรู้สึกได้ว่าเขาต้องการความอบอุ่นตอนนี้ วิคเตอร์กอดมันและซุกหน้าลงไป


“ ไม่เป็นไร มัคคาชิน ฉันทำได้...ฉันพูดมันออกไปได้ ไม่เป็นไร”




ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นน้ำแข็ง เราเรียกว่าความรัก


แต่เมื่อออกมายืนบนผืนดินแข็งกระด้าง ฉันอยากรู้มากพอๆกับที่กลัวคำตอบ ว่าความรักจะยังคงอยู่หรือไม่





TBC


------------------------



ผมรู้สึกว่าวิคเตอร์กับยูริคุยกันด้วยภาษาสเกตตลอดตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก น่ารักด้วยซ้ำ แต่ตอน 12 คือจุดเปลี่ยนมุมมองของผมต่อคู่นี้ เราไม่เห็นทั้งสองคนเคลียร์กันด้วยภาษาคนรักหรือคนสองคนที่มีปัญหากัน เห็นแต่ตอนแข่งซึ่งก็คุยด้วยสเกตเหมือนเดิม ผมไม่รู้สึกว่าพวกเขาคุยเรื่องสเกตในเชิงอุปมาอุปไมยความสัมพันธ์

ผมคิดว่าทั้งคู่มีแต่สเกต และยังไม่ได้ก้าวเดินออกจาก Comfort zone ไม่มีใครกล้าพูดภาษาคนรักปกติ

ผมไม่ได้หวังว่าจะได้ยินทั้งคู่บอกรักกันในอนิเม เข้าใจว่ามันชัดเกิน แต่ต้องมองด้วยว่าถ้าทีมงานโยนบทให้คนสองคนเป็นคนรักกัน บางอย่างก็เลี่ยงไม่ได้ ขอแค่หนึ่งในสองคนนี้พูดว่า "ผมจะยังอยู่กับคุณ ต่อให้เราไม่ได้สเกตกันแล้วก็ตาม" ก็พอ ไม่มีคำว่ารักแต่มันชัดเจน

ตอน 12 ทำเหมือนกับว่าพวกเขามีแค่สเกตเท่านั้นที่ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ยังงั้นแหละ
ใช่ สเกต ทำให้ทั้งคู่มาเจอกัน เกี่ยวโยงพวกเขาไว้ ทำให้พวกเขารักกัน เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา
แต่นั่นไม่ได้แปลว่า พวกเขาจะเอาสเกตมาวัดความรัก จะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับสเกต...ไม่ใช่เลย
ผมเห็นพวกเขารักกัน on ice แล้ว แต่ยังไม่เห็น off ice ก็เลยเขียนฟิคนี้ขึ้นมา ให้ใครสักคนก้าวออกจาก comfort zone หรือไม่ก็ทั้งคู่ไปเลย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

163 ความคิดเห็น

  1. #128 SiverRia - SaMa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 16:07
    ชอบประโยคสุดท้ายจัง คือเจ็บจึกมาก สงสารวิคเตอร์ที่ต้องคอยโอนอ่อนตลอด ;___; แต่นี่ชอบฉากอ้อยเบาของขุ่นวิคมาก ถูกใจ 555555555
    #128
    0
  2. #127 Thunpitcha Meksuk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 19:12
    อ่านซ้ำหลายรอบจนเข้าใจความรู้สึกของวิคเตอร์เลย ถ้าสองคนนี้แต่งงานกันต้องยกความดีความชอบให้ยูริโอะเลยนะเนี่ย
    #127
    0
  3. #126 I.A. OF BLACX (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 16:16
    "ผมอยากเห็นวิคเตอร์ใส่ชุดแต่งงานจัง"

    เหมือนประโยคขอแต่งงานเลยเนอะแก//นั่งคุยกับเพื่อนตอนเรียนพิเศษ----
    #126
    0
  4. #125 ChaRisara (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 18:11
    -ผมอยากเห็นวิคเตอร์ใส่ชุดแต่งงานจัง

    อืม เหมือนเห็นอะไรสักอย่างในประโยคนี้ หวังว่าจะจริงนะคะ

    แต่ปฏิกิริยาวิคมันช่าง....เฉยเหลือเกิน😂 ไปหาดูสิอะไรกันคะวิค นี่คือยูริพูดแค่เป็นนัย ไม่พูดตรงๆบ่อยไปจนชินชาไปแล้วเหรอ(ก็ดู"เครื่องราง"รูปแหวนแต่งงานสีทองวิบวับทิ่มตานั่นสิ...)

    -รักยูริโอะจังเลย

    -แปลกใจนิดหน่อยที่กอร์กียังอยู่ที่ลาน นางก็อยู่อึดอยู่ยาวพอๆกันกับวิคเลย มัคคาชินด้วย แต่อยู่เถอะมัค เดี๋ยววิคพังหนักกว่านี้



    #125
    1
    • #125-1 San-Ge(จากตอนที่ 14)
      10 มกราคม 2560 / 21:35
      เข้าใจถูกแล้วครับ ยูริพูดขอแต่งงานแบบอ้ออออมมมมมม มากๆ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พูดแบบนี้กับวิคเตอร์ วิคคงชินแล้วล่ะ
      #125-1
  5. #124 feeangel (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 15:36
    เป็นคนที่สื่อสารกันยากลำบากมากจริงๆ ปากไม่ตรงกับใจทั้งคู่ รู้สึกที่ยูริพูดน่าจะเป็นขอคบไม่ก็แต่งงานเลย แต่ของวิคเตอร์นี่แบบ... ถ้ายูริพูดก่อนก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าวิคเตอร์พูดก่่อน ยูริไม่กล้าพูดแน่เลย ขอให้จบหวานๆฮีลตับหน่อยเถอะนะ~~~
    #124
    0
  6. #123 Puai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 15:13
    เป็นสองคนที่มีปัญหาเรื่องการบอกความในใจ ให้คนอื่นรับรู้ จนกว่าจะเกิดสถานการณ์บังคับ



    ต้องให้ยูริเมาถึงจะได้ยิน ต้องให้วิคเตอร์บอกคนอื่นแล้วถ่ายทอดมสถึงจะเห็น



    ยูริดูเป็นผู้ชายญี่ปุ่น ที่มีปัญหาเรื่องการบอกรัก ส่วนวิคเตอร์เอาจริงเป็นคนใสใส หวาดกลัวความรัก หนักพอกัน



    ขอให้ยูริไม่คิดเอาเองอีก เห็นแล้วคิดว่าวิคเตอร์อยากแต่งงานกับคนอื่นไม่เอานะ มึนเกิน
    #123
    0
  7. #122 PP.Jiotto (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 14:21
    สงสารวิคเตอร์มากค่ะ เป็นคนที่เก็บทุกอย่างไว้ใต้รอยยิ้มจริงๆ T_T ขนาดถุงถั่ว ยังยิ้มให้ยูริเลย จนกระทั่งโดนคะยั้นคะยอจริงๆ ถึงยอมเหวี่ยงใส่ว่าเหนื่อย

    ยูริโอะผู้เป็นทุกอย่าง โธ่ /กอด/ หวังว่าหนูจะไม่หมานะคะ T_T ถ้าสองคนนี้ได้แต่งงานจริงๆ ไปขอบคุณยูริโอะซะด้วย!!!

    ยูริจะพูดเรื่องอะไรคะ ลุ้น ตื่นเต้นนนนน
    #122
    0
  8. #121 rulor (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 12:28
    ยูริจะพูดเรื่องอะไรรรรรรรรรรร
    #121
    0
  9. #120 sakaki miyaza (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 12:13
    สงสารวิคเตอร์นะเอาจริงๆเลย คือบางคนเคยบอกว่าคนจะรักกันให้ดูที่การกระทำก็ได้ แต่กับบางเรื่องมันก็เป็นวิธีที่ห่วย ยูริไม่เคยชัดเจนเลย ส่วนวิคเตอร์เพราะกลัวการปฎิเสธจึงทำได้แค่รอแล้ว คนรอมันเจ็บปวดนะยูริ หวังว่าเรื่องที่นายจะพูดจะทำให้วิคเตอร์มีความสุขสักทีนะ
    #120
    0
  10. #119 KEANLAO (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 11:03
    โอยยยยยยยย ยูริโอะะะลูกรักกกกกกกกก (มาเพื่ออวยลูกโดยเฉพาะ55555555)

    ความสัมพันธ์ของสองคนนี้คลุมเครือจริงๆ เหมือนจะใช่แต่ก็เฟหมือนไม่ใช่ ดูไม่ชัดเจน คนบางคนเขาก็ไม่ได้คุยกันผ่านสเก็ตเพื่อความยื้ดเยื้อเหมือนเธอสองคนไหมเนี่ย(ฉันก็หนึ่งในนั้น) แต่วิคยิ่งแก่แล้วดูมีความน้อยใจ มีความคิดมากหนักกว่าเดิม ประมาณสาว 30 ที่มีแฟนแต่แฟนไม่ขอแต่งงานสักที แต่เพราะวิคไหลตามยูริตลอด ซึ่งความสัมพันธ์มีพื้นที่ระหว่างกันมาก มากเกินจนทำให้อีกฝ่ายไม่แน่ใจ ตอนหน้ายูริก็ขอวิคแต่งสักทีเถอะ... นางแก่แล้ว-- //โดนวิคตบ



    รอตอนต่อไปอย่างมั่นคงค่ะ! 5555555
    #119
    0
  11. #118 Madpinkie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 10:50
    อ่านยิ้มไป..โมโหกับสองคนนี่ไป รู้สึกเหมือนเป็นใครสักคนที่รู้เรื่องสองคนนี้ดี และภาวนาให้ทั้งสองพูดกันด้วยภาษามนุย์เสียที //ฉันน่าคือยูริโอะแน่ๆ //รออ่านตอนต่อค่ะ...ภาษาสวยงามเข้าใจง่ายเหมือนเคยเลยนะคะ
    #118
    0