LOVE on ice & LIFE with you [Yuri!!! On Ice fic]

ตอนที่ 13 : Welcome to madness ตำนานความรักของเอรอส NEW!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 ธ.ค. 59

Welcome to madness ความรักของเอรอส






เสียงอื้ออึงดังขึ้นจากจัตุรัสกลางเมือง ตามด้วยเสียงโห่ร้องของผู้หญิงที่แหลมสูง แสดงถึงอารมณ์ของพวกเธอที่พุ่งขึ้นรวดเร็ว กลุ่มคนเริ่มมุงโดยมีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ชายที่หากมองเพียงภายนอกก็เป็นเพียงแค่สามัญชนคนเดินตามถนน เครื่องแต่งกายหลุดลุ่ย กลิ่นสุราโชยออกมาตามตัว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกในเมื่อพวกเขาอยู่ในงานเลี้ยงคาร์นิวัลอันรื่นเริงและมัวเมา ในขณะที่คนอื่นสวมหน้ากาก มีเพียงชายที่เป็นจุดศูนย์กลางเท่านั้นที่ถอดหน้ากากออก ถ้าถึงขนาดเสื้อผ้ายังไม่อยู่กับตัว ก็อย่าหวังว่าเขาจะยังมีหน้ากากติดตัวอยู่เลย




ชายดังกล่าวเลื้อยไปตามพื้นด้วยท่าทางสมบูรณ์แบบ และลุกขึ้นยกเท้าเตะเป็นจังหวะพร้อมกับปรบมือ เขากำลังเต้นรำอย่างสุดเหวี่ยงราวกับมองไม่เห็นคนรอบด้าน ก่อนจะตีลังกา เสื้อสีดำเลิกขึ้นเห็นหน้าอกและกล้ามเนื้อกำยำพอประมาณ ทำเอาผู้หญิงที่มุงอยู่รอบๆร้องเสียงหลง เขาดึงมือผู้หญิงที่เตะตาคนหนึ่งออกมาเต้นคู่กัน ซึ่งเธอก็พยายามเต้นตามอย่างเก้ๆกังๆ ผ่านไปไม่ถึงสิบวินาทีเขาก็เปลี่ยนไปเต้นกับคนอื่นต่อ ชายผมดำสั้น ใบหน้าอ่อนวัย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมีสเน่ห์ เป็นชายหนุ่มประเภทที่คุณอาจจะพบเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไป แต่เมื่อไรที่เขาเสยผมขึ้น เขาจะกลายเป็นความบ้าคลั่งของคุณและกางเกงในของคุณอาจจะเปียกเล็กน้อย




เขาเปลี่ยนคู่เต้นไปเรื่อยๆ จำไม่ได้ว่าเป็นผู้ชาย ผู้หญิง คนแก่ เด็ก พร้อมกับเปลี่ยนสไตล์การเต้น ไม่มีใครตามเขาทันสักคน บางครั้งเขาก็จะพักยกด้วยการกระดกขวดแชมเปญเป็นขวดๆให้หมดไป ขวดแชมเปญวางเรี่ยราดนับได้เกินสิบขวด




ไม่มีใครเลยรึไงนะ ที่จะคู่ควรกับเขา

มือของเขา มือของเธอ

ขาของเขา ขาของเธอ

ใจของเรา หลอมรวมเข้าด้วยกัน





โอ๊ะ นั่นไง




ดวงตาเลื่อนลอยจับภาพของคนคนหนึ่ง อันที่จริง เขามองไม่เห็นใครเลยนอกจากหล่อน เธอเป็นคนที่มองเขาจากรอบนอก ไม่ได้สนใจเขาจนถึงขนาดต้องเข้ามาดูใกล้ๆเหมือนคนอื่น แต่เขาเห็นเธอและจดจำเธอไว้ในสายตา ในห้วงจิตวิญญาณทันที เธองดงามขนาดนั้นเลยล่ะแม้จะสวมหน้ากากก็ตาม เส้นผมสีเงินยาวถึงกลางหลัง ชุดกรุยกรายตามแบบฉบับผู้หญิงทั่วไปสีขาวสะอาด ดวงตาสีฟ้าโทพาซสะท้อนแสงเจิดจ้าชนิดที่ว่าหน้ากากก็ไม่อาจบดบังความงามนั้นได้ เธอแอบลอบมองเขาเพียงนิดเดียวและรีบหลบตา และนั่น...ช่วยกระตุ้นความทะเล้นของเขาขึ้นมาทันที เขาสัมผัสได้ว่าเธอคงจะเป็นผู้หญิงสูงศักดิ์ไม่ใช่เล่น จากการแต่งกายและคนรอบตัวเธอที่เหมือนกับจะเป็นคนคุ้มกัน มันน่าท้าทายใช่เล่นเลยล่ะ




เขาพุ่งออกจากการรุมกลุ้มของคนดู ฝีเท้านั้นสะเปะสะปะเล็กน้อยแต่มั่นคง เขาสะอึกหนึ่งครั้งเพราะความเมา มือยื่นออกไป กำลังจะแตะเส้นผมสีขาวราวกับหิมะนั้นได้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรมาผลักเขาจนต้องก้าวออกห่างทันที



“ คิดจะทำอะไรวะ!!??” เขาถูกผลักอกอย่างแรงโดยฝีมือของเด็กหนุ่มเส้นผมสีทอง รูปหน้าเล็กเรียว ท่าทางจะโมโหเขามากจนถอดหน้ากากตัวเองออก และกระชากเสื้อเขา


“ ยูริ อย่ามีเรื่องกับคนอื่นสิ” เสียงของสาวงามที่มัดใจเขาพูดขึ้น โอ้โห ขนาดเสียงยังไพเราะกว่าเพลงร้องประสานเสียงที่เขาเคยได้ยินในโบสถ์เสียอีก


“ อย่าห้ามฉัน! ไอ้ขี้เมานี่เล็งจะทำร้ายเธออยู่นะ!” เด็กชายยูริหันไปตะคอกนางฟ้าและมองเขาด้วยสายตาคมกริบ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่าใด อา ขอบคุณแอลกอฮอล์


“ ทำร้ายรึ? เราอยู่ในงานคาร์นิวัลนะ คาเพรตโต้” เขาล้อเด็กหนุ่มจนหน้าของอีกฝ่ายกลายเป็นสีเขียว


“ อย่าล้อว่าฉันเป็นเด็ก ไอ้ขี้เมา!!”


“ ฉันแค่จะชวนซินญอร์ท่านนั้นเต้นรำเท่านั้นเอง”


“ ให้ตายแกก็ไม่ได้แตะแม้กระทั่งปลายเส้นผม!!”



“ น่าเสียดาย เพราะฉันมั่นใจทีเดียว” เขาจ้องไปที่หญิงงามไม่วางตา เธอไม่มีทีท่าจะหลงสเน่ห์เขาเหมือนคู่เต้นรำคู่ก่อนๆที่แค่มองก็ถึงกับละลาย เธอดู...สับสนและงุนงง ออกจะห่วงใยเขาเสียด้วยซ้ำที่เมาหยำเปแบบนี้ “ เธออยากจะเต้นกับฉัน”



และนั่นไม่ใช่ประโยคคำถาม เขาชอบทำแบบนี้ พูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงแน่วแน่ ไม่ใช่คำถามเพราะเขาไม่มีช่องว่างให้คนที่มัดใจเขาหนีไปไหนได้เด็ดขาด


แต่ยูริก็เป็นอุปสรรคชิ้นโตที่เขาต้องผ่านไปให้ได้เหมือนกัน เขาจึงก้มลงมองเด็กหนุ่มเป็นครั้งแรก ส่งเสียงหึในลำคอ “ แต่ฉันคงต้องผ่านด่านนายไปก่อนสินะ”



“ อะไรนะ!”


“ เรามาเต้นแข่งกัน นายกับฉัน” เขาท้าพร้อมแสยะยิ้ม “ หากฉันชนะ จะขอยืมตัวซินญอร์ท่านนั้นเป็นคู่ของฉันในคืนนี้”


“ ไม่ คู่ของนายคือทหารยามที่จะกักตัวนายจนถึงเช้าในคุก และนายจะต้องไสหัวไป เดี๋ยวนี้ ตอนนี้!”




เขาถึงกับหัวเราะออกมาเสียงกังวานกับคำพูดของเด็ก


“ เอาสิ” เสียงใสดั่งแก้วพูดเพียงสั้นๆ แต่มันกลับทำให้ทั้งสองคนหันไปมองเธอ


“ วิคเตอเรีย! นี่มันไม่ตลกนะ!” ยูริตะโกน และเขาได้แต่พยายามจำชื่อนี้ไว้ เก็บมันไว้ในใจ


“ ไม่เป็นเป็นไรเลยนี่ ฉันก็ยังไม่มีคู่เต้นในงาน ก็กะจะมาหาเอาที่นี่อยู่แล้ว เธอก็ช่วยๆฉันคัดเลือกละกันนะ ยูริ”



เขาพยายามนึกว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใครกันแน่ถึงต้องมีคู่เต้นในงานสวมหน้ากาก งานที่เราจะเต้นไปเรื่อยเปื่อยและเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ งานที่เราเมามันส์ได้เต็มที่ แต่ยูริก็หันกลับมาหาเขา จิ๊ปาก และชี้หน้าเขา

“ ไอ้ขี้เมา!”


“ ฉันก็มีชื่อนะ”


“ ไม่สน!! อยากแข่งก็มาเลย และถ้าแกหมดแรงไปก่อน เตรียมโดนยัดเข้าคุกได้เลย”


ทั้งคู่ยืนอยู่กลางวง ผู้ชมยืนล้อมเป็นวงกลมวงใหญ่ วิคเตอเรียเองก็ยืนอยู่ด้านหน้า กอดแขนกับเพื่อนที่เป็นผู้หญิงผมสีทองคุยกันสองคน แม้วิคเตอเรียจะเป็นคนเริ่มการแข่งนี้ แต่เธอดูไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ว่าเขาจะชนะหรือไม่ ราวกับแค่อยากจะแกล้งยูริเท่านั้น หรือไม่ส่วนหนึ่งเธอก็ไม่คิดว่ายูริจะชนะชายขี้เมาคนนี้ได้ เธอไม่มองเขาสักนิด และนั่น ทำให้เขาฉุนขึ้นมาเล็กน้อย ขาดีดตัวหันหลัง แค่สองก้าวก็เข้าประชั้นชิดวิคเตอเรียทันที เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อใบหน้าของทั้งคู่แทบจะชนกัน เขายกมุมปากพร้อมกระซิบไปที่ใบหูของเธอ พบว่าเธอสูงไม่ใช่เล่น สูงกว่าเขาเสียอีก น่าจะเพราะสวมรองเท้าส้นสูง




“ มองแค่ฉัน อย่าละสายตาไปไหนล่ะ”




“ เฮ้ย ไอ้ขี้เมา!!” ยูริตะคอก ทำให้เขาต้องถอยห่างจากดอกไม้หอมหวาน แต่คำพูดของเขาดูท่าจะได้ผลดีไม่น้อย วิคเตอเรียไม่หันไปคุยกับเพื่อนสาวอีก กลับกันเธอจ้องเขาด้วยแววตาคมกริบ เขาไม่เห็นสีหน้าของเธอนอกจากดวงตาสีฟ้าเพราะถูกบดบังด้วยหน้ากาก แต่เดาว่าเธอคงจะเริ่มสนใจเขาบ้างแล้ว




คู่ประลองมองหน้ากัน ยูริถอดเสื้อคลุมที่เต็มไปด้วยลวดลายสีสันออก เหลือแต่เสื้อแขนยาวสีขาวด้านใน เสื้อคอเต่า ปลายแขนมีลูกไม้ประดับ นักดนตรีข้างทางเมื่อครู่เริ่มนึกสนุกจึงขอเป็นฝ่ายเล่นดนตรีให้ ชายหนึ่มเสยผมดำที่ปรกตกมาที่หน้า เงยมองยูริราวกับเด็กหนุ่มไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกับเขาเลย เป็นเพียงมดตัวน้อยตัวนิดที่คลานต้วมเตี้ยมอยู่บนพื้น


เขาชี้ไปที่ยูริอย่างท้าทาย





“ เรียกฉันว่า เอรอส”






เสียงกลองและเครื่องสายขับกล่อมดังขึ้น เป็นเพลงจังหวะตื่นเต้นเร้าใจ สนุกสนาน หลากสีสัน เอรอสงอตัวจนหัวอยู่ในระดับเดียวกับเอว แขนขากางไปมาไม่มีจังหวะ ขาข้างหนึ่งยกขึ้น ก่อนจะกระโดดลอยตัวขึ้นจากพื้น และเมื่อลงมาก็ตีลังกาหมุนติดต่อกันหลายครั้ง เขาถอดรองเท้าออกตั้งแต่แรก ปล่อยให้เท้าเลอะดินทราย เพลงนี้สื่อถึงการมีชีวิตที่สนุกสนานและสดดิบ เขาจึงอยากให้ร่างกายใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด เต้นเข้าไป เต้นให้ผู้ชมดูราวกับว่าวันพรุ่งนี้เขาจะไม่ได้เต้นอีก ร่างกายของเขาไม่ได้เต้นตามเพลง แต่มันคือเสียงเพลง คือตัวโน้ตแต่ละตัวเรียงร้อยเป็นจังหวะและถูกบรรเลงออกมา



พวกเขาประชันกันถึงสี่เพลง เมื่อผ่านไปครึ่งเพลงที่ห้า ยูริก็หยุดเต้น หอบและงอตัว ความเหนื่อยที่พยายามซ่อนไว้ระเบิดออกมา มือวางไว้บนเข่าที่สั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่



เอรอสหยุดเต้นเมื่ออีกฝ่ายปราชัย เดินไปที่คนที่กำลังมองเขาอยู่ ดวงตาฉายแววต้องการอย่างไม่คิดจะปิดบัง เพราะเขาคือผู้ชนะ และนั่นคือความจริง



แต่แล้วผู้หญิงผมบลอนด์ก็จับแขนของวิคเตอเรียไว้ พร้อมกับพยักหน้าให้เธอ วิคเตอเรียยักคิ้วอย่างสงสัย แต่เธอไม่ได้ห้ามเพื่อนมากมายอะไร หญิงสาวผมทองจึงหันมามองเอรอส ยกเท้าขึ้นเผยให้เห็นรองเท้าส้นหนาใต้กระโปรงกรุยกรายและถอดมันออก ก่อนจะถอดหน้ากากสีขาวออกเช่นกัน ดวงตาสีเขียวใบไม้และขนตายาวงอนงามเผยสู่สายตาผู้คน ชายหนุ่มและหญิงสาวต่างจ้องมองเธอ ยิ่งเมื่อเธอค่อยๆก้าวเข้าสู่กลางวงด้วยท่าทางราวกับเสือดาวย่องจ้องรองับเหยื่อ หน้าอกหน้าใจกลมกลึงที่เน้นด้วยเสื้อผ้าและคอร์เซ็ทรัดแน่นกระเพื่อมเล็กน้อย ได้ยินเสียงวีดวิ้วจากในวง



ผู้หญิงคนนี้...รู้จักใช้สเน่ห์ยั่วยวนดึงดูดใจได้ดี



แต่ตาของเขามีไว้มองวิคเตอเรียเท่านั้น เอรอสกำลังเลี้ยวหลบเธอเพื่อไปหาคนที่เขาหมายตา แต่สาวผมทองก็กระชากเสื้อของเขาดึงเข้าหาตัวเธอ


“ พ่อหนุ่ม เธอนี่น่าสนใจไม่เลว มาเต้นกับฉันหน่อยสิ” เสียงยานคางยั่วยวนของเธอทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับขาอ่อนล้มลงนั่งพื้นเลยทีเดียว แต่เอรอสกลับพยายามแกะมือของเธอออก


“ ไม่ล่ะ ลาก่อนนะ”


“ ฉันเป็นเพื่อนของวิคเตอเรีย ชื่อคริสติน”


“ อ่าฮะ คริสติน สวัสดีและลาก่อน”



คริสตินดึงเสื้อสีดำของเขาแน่นจนเอรอสตะลึงไปพักนึงเลยทีเดียว นี่ไม่ใช่แรงของผู้หญิงเลยสักนิด แต่ก็นั่นแหละ ยูริมีทักษะการเต้นที่ดี เขาเดาว่าคริสตินที่เป็นเพื่อนกับวิคเตอเรียและยูริก็คงเป็นนักเต้นเช่นกัน



“ ซินยอรีเอรอส บาปของคนที่ต้องการเก็บวิคเตอเรียไว้กับตัวคนเดียวนั้นหนักหนาสาหัสมาก และฉันจะแสดงให้เห็นว่ามันไม่ง่าย”





อืม...ยิ่งทำให้วิคเตอเรียน่าค้นหาเข้าไปใหญ่ เธอคือใครกันนะ เขาถึงแตะต้องไม่ได้


ราวกับจะรู้ว่าอีกฝ่ายสงสัยเรื่องอะไรอยู่ คริสตินจึงตอบให้ “ วิคเตอเรียคือของขวัญจากพระเจ้า”



เอรอสยักไหล่ให้กับความกำกวมนั้น หันไปเผชิญหน้ากับคริสติน เธอดูพอใจทีเดียวที่เขาสนเธอแทนแล้ว คริสตินยกขาขึ้นข้างหนึ่งและเลิกกระโปรงยาว รวบมันขึ้นจนเห็นขาอ่อนสีขาวเนียนไร้ริ้วรอย ได้ยินเสียงผู้ชายโห่กันใหญ่ คริสตินเอาริบบิ้นรัดชายกระโปรงทบนั้นเข้ากับเอว ตอนนี้จึงดูเหมือนเธอสวมประโปรงยาวที่ผ่าสูงด้านข้าง



เมื่อเพลงดังขึ้น ท่วงทำนองเย้ายวนหอมหวาน เสียงเครื่องสายมีพลังเหนือกว่าเสียงกลองหนัง เอรอสรู้ได้ทันทีว่านี่คือเพลงที่เกี่ยวกับความลึกซึ้งต่อกันทางกายของคู่รัก


คริสตินยักย้ายส่ายสะโพกสั่นเป็นลูกคลื่น มือสองข้างประกบกันชูขึ้นฟ้า หมุนตัวไปมาเพื่อให้ผู้ชมรอบด้านเห็นว่าเธอวาบหวามและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ดีแค่ไหน และเธอก็ได้การตอบรับด้วยเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องของเหล่าผู้ชมที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเสียด้วย



โจทย์นี้ยากสำหรับเขา จริงอยู่ว่าคริสตินไม่มีแรงมากไปกว่ายูริ แต่เธอมัดใจผู้ชมได้ดีกว่า เอรอส กับยูริต้องเอาชนะด้วยแรง กับคริสตินก็ต้องความสร้างสรรค์ ร่างสูงของชายหนุ่มผมดำเดินไปที่ขอบสนาม คว้าเหล้าขึ้นมาดื่มแก้วหนึ่ง ก่อนจะหยิบกระถางดอกไม้ หยิบมาหนึ่งดอกคาบที่ปาก เป็นดอกกุหลาบสีแดง โชคดีจริงๆ ถ้าเป็นลิลลี่สีขาวมันคงดูฮาพิลึกที่จะต้องคาบมันเพื่อเต้นเพลงที่เกี่ยวกับกามารมณ์



เมื่อคริสตินกำลังติดลมบน มันก็คงไม่เป็นอะไรถ้าเขาต้องการใช้ประโยชน์จากเธอและดีดตัวออกทิ้งเธอไว้ข้างหลัง เอรอสเต้นประสานคู่ไปกับคริสติน ท่าเดียวกัน พร้อมกัน จนคนดูแปลกใจ แต่ในเมื่อมันออกมาสวยงามเร่าร้อน พวกเขาก็ไม่รู้สึกแย่ที่จะดูมัน ยกเว้นเสียแต่คริสติน





เมื่อใดที่เต้นคู่กัน จังหวะของผู้นำจะโดดเด่นกว่าผู้ตาม


ในตอนนี้ ทั้งสองต้องมาแข่งกันเพื่อให้ได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายนำ




เอรอสแสยะยิ้ม พวกเขาเต้นด้วยกันมาตลอด คราวนี้ได้เวลาที่จะสลัดคริสตินออกแล้ว เขาเลียริมฝีปาก และทิ้งเธอด้วยการเปลี่ยนแนวเต้น เขากระทืบเท้าและปรบมือเป็นจังหวะเดียวกับเพลง เขาเพิ่มชีวิตให้กับดนตรี เท้าขยับไปมาเสียงดังตึงๆ และมือดังแปะๆ มันคือดนตรีชิ้นใหม่ที่ผสมรวมเข้ากับดนตรีที่บรรเลงได้อย่างสวยงาม นิ้วทั้งสิบขยับตามตัวโน้ตราวกับกำลังเล่นเปียโน ประกอบกับดอกกุหลาบที่คาบอยู่ ถึงจะไม่ได้ทำท่าทางอะไรมากมาย แต่มันคือความสวยงามวาบหวามอีกแบบ ราวกับเอรอสกำลังขยับนิ้วนั้นไปตามร่างกายเปล่าเปลือยของคนรัก มันบอกเล่าประสบการณ์บนเตียงแสนร้อนแรง แต่กลับเงียบงัน ไม่มีคำพูด มีเพียงเสียงลมหายใจ และสองกายที่กอดเกี่ยวจนช่องว่างเหลือเพียงศูนย์




เอรอสหันไปยังทิศที่คริสตินยืนอยู่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้จับจ้องมองอะไร เขาแทบล้มเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเต้นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่คริสตินอีกแล้ว แต่เป็นวิคเตอเรีย เธอหมุนรอบตัวเอง หน้ากากถูกถอดออก และคนตรงหน้ากลายเป็นคนที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น



พวกเขาทั้งสองอยู่ห่างกันพอสมควร และเอรอสรู้ดีว่าเขาไม่ควรไปใกล้เธอตอนนี้ เธอที่งดงามเกินกว่าเขาจะกล้าแตะต้อง เธอที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดนตรีอย่างที่เขาเป็น ภาพตรงหน้าทำให้เอรอสถึงกับหยุดเต้น ดอกกุหลาบที่คาบอยู่ร่วงออกจากปาก ไม่มีคำบรรยายใดๆให้กับภาพนี้นอกจาก...




“ ว้าว”




เอรอสยิ้ม จนเกือบๆจะร้องไห้ออกมา ตาของเขาเริ่มเฉอะแฉะ อาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะวิคเตอเรีย หรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง



“ ฉันคิดว่า ดนตรีนี้ควรจะมีเครื่องสายสักเครื่องบรรเลงด้วยนะ”



เธอว่า และทำท่าสีไวโอลินกลางอากาศ แต่เอรอสกลับได้ยินเสียงของไวโอลินดังแว่วมาเมื่อตั้งตัวได้อีกครั้ง ทั้งสองก็เต้นต่อไป แม้จะยืนอยู่ห่างกัน บางครั้งวิคเตอเรียก็จะทำท่าตลกราวกับเป็นสาวน้อยแรกรุ่น หรือทำท่าเป็นมาทาดอร์ เขาก็ยินดีจะเป็นกระทิง หรือชักดาบไม้จากรวงร้านข้างๆขึ้นมาระบำ เขาก็จะสนองตอบท่าเต้นที่ผาดโผนนั้นด้วยการหยิบไม้ชุ่มไขปลาวาฬขึ้นมา กลืนน้ำมันและเป่ามัน เกิดไฟก้อนใหญ่ร้อนแรงขึ้น แเขามองเธออยู่เสมอ เธอเองก็หวังว่าเอรอสจะมองอยู่เช่นกัน


จนในที่สุด เธอและเขาก็ก้าวเข้ามาชิดกัน ใกล้เพียงเอื้อมถึง แต่ทั้งสองกลับยืนตรงนิ่ง ไม่มีใครแตะใคร เอรอสยิ้มอ่อนโยน ก้มโค้งคำนับ ยื่นฝ่ามือขวาออกมาทางวิคเตอเรีย

สาวงามที่สุดของเมืองถอนสายบัว ก้มศีรษะและวางมือของเธอซึ่งสวมถุงมือลูกไม้สะอาดบริสุทธิ์บนฝ่ามือที่เต็มไปดินและทราย


เอรอสจูบนิ้วนางของเธอ




“ ถ้าฉันชนะเธอ เธอจะเป็นของฉันในคืนนี้”


ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างเล็กน้อย นัยน์ตาสะท้อนภาพของชายหนุ่มในชุดดำและผมสีดำดั่งอีกา เขาเป็นดั่งจอมมารที่จุติบนโลกเพื่อลักพาตัวนางฟ้าไป

แต่วิคเตอเรียไม่เคยมั่นใจมากขนาดนี้ในชีวิต ว่าเธอพร้อมที่จะถูกลักพาโดยชายตรงหน้า เช่นเดียวกับหัวใจของเธอที่ถูกช่วงชิงไปแล้วเมื่อมองชายตรงหน้าเต้นรำ เป็นหนึ่งเดียวกับเพลง เป็นเหมือนเธอ เมื่อเธอมองเขาเต้น ราวกับว่าเธอไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง มันไม่สำคัญเลย ว่าเอรอสจะเนื้อตัวมอมแมม เหม็นกลิ่นเหล้าจนฉุน ไม่มีรองเท้า มือเลอะดินเลอะทรายยังไง สำคัญคือ วิคเตอเรียหลงรักชายคนนี้


“ ถ้าอย่างนั้น ฉันขอหวังว่า คืนนี้จะอยู่ยาวนานไปชั่วนิรันดร์”





คำตอบของวิคเตอเรียทำให้เอรอสประหลาดใจ ใช่ เธอทำให้เขาประหลาดใจทั้งที่เจอกันเพียงครั้งแรก ทั้งที่คุยกันแค่ไม่กี่คำ และเอรอสไม่อยากจะคิดเลยว่าชีวิตที่มีวิคเตอเรียอยู่เคียงข้างนี้ จะเต็มไปด้วยความน่าประหลาดใจมากแค่ไหน


สองคนสองร่างเต้นรำกัน บางจังหวะหนักหน่วง รุนแรง เบาบาง นุ่มนวล เอรอสอ่อนโยนกับวิคเตอเรีย สัมฟัสกายเธอราวกับเธอคือสมบัติชิ้นโปรด บดเบียดทั้งร่างและริมฝีปากมาหาเธอ วิคเตอเรียพยายามอย่างมากที่จะกดเสียงครางไว้ แต่ก็ยากเหลือเกิน จังหวะที่เอรอสสร้างเริ่มเร็ว แรง และถี่ขึ้น เอรอสของชายตรงหน้าแผ่ซ่านในกายและใจของวิคเตอเรีย เอรอสทำให้เธอกลายเป็นคนใหม่ เธอที่ไม่ใช่นางฟ้า ไม่ใช่ตำนานมีชีวิตหรือสมบัติของเมือง เธอที่เป็นมนุษย์ธรรมดา


และวิคเตอเรียไม่อาจตอบแทนด้วยสิ่งอื่นใดนอกจากคำว่า รัก





END


-------------------------------------





“ โอเค แล้ว…..ยังไง?”


“ โธ่ ยูริ ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ” วิคเตอร์อ้อน “ อยากให้เพื่อนที่แต่งเพลงของนาย ช่วยแต่งเพลงจากนิยายเรื่องนี้ทีนะ นะ นะ น้า”


ยูริกลอกตา “ วิทย่า แบบ...นี่คุณแต่งเรื่องนี้ใช่มั้ย? ผมสัมผัสได้ถึงความสดๆร้อนๆ ของกระดาษที่เพิ่งพิมพ์เสร็จเลย”




วิคเตอร์พยักหน้า

“ และคุณจะนำเพลงที่เพื่อนผมแต่งมาเปิดในงานแต่งของเรา”




พยักหน้าอีก

“ วิทย่า...ผมเข้าใจว่าวิคเตอเรียคือคุณ แต่เอรอสในเรื่องไม่ใช่ผมสักนิด นี่ถ้าคุณเอานิยายเรื่องนี้ไปให้คนอื่นอ่าน เขาคงเดาว่าเจ้าบ่าวไม่ใช่ผม แล้วชื่อเรื่องตำนานอะไรของคุณ นี่มันนิทานคนเมาชัดๆ”




“ ไม่ นายมีเอรอสอยู่ในตัวนาย แบบนี้เด๊ะๆ” วิคเตอร์ยืนยัน นั่งยัน สเกตยันก็ได้

“ ไม่อ่ะ”

“ มีสิ ตอนที่นายเต้นในงานกาล่าสองปีก่อนไง” วิคเตอร์หยิบมือถือขึ้นมาจะกดให้ดู แต่ยูริรีบยึดมือถือมาไว้กับตัวทันที หน้าแดงแปร๊ด



“ ห้ามเปิดดูนะ!! อุตส่าห์ขอให้คุณลบก็ไม่ยอมลบ โธ่!!”


“ นั่นมันมือถือของฉัน และถ้านายยุ่งกับอะไรๆที่อยู่ข้างในนั้น คืนนี้ก็ไปนอนที่บ้านมัคคาชินได้เลย” วิคเตอร์ยิ้มร่า แต่เนื้อหาที่พูดไม่ได้ทำให้ยูริยิ้มตาม


ยูริถอนหายใจและวางมือถือลงบนเตียงของวิคเตอร์ “ ว่าไงก็ว่างั้นครับ”




“ นี่ ช่วยหน่อยนะ” วิคเตอร์ทำสีหน้า ‘ถ้าช่วย ฉันจะรักนายไปตลอดกาล’ หรืออะไรๆที่คล้ายแบบนั้น เป็นสีหน้าที่ยูริยอมแพ้อยู่เสมอ ชายผมดำพยักหน้าเบาๆ วิคเตอร์ลุกขึ้นมากอดคอเขา เอาแก้มถูกันทันที “ น่ารักมาก ยูริของฉัน”  


“ วิทย่า ขอคำถามสุดท้าย” ยูริโบกกระดาษในมือไปมา “ เราจะได้เต้นแบบนี้ในงานแต่งด้วยกันมั้ย? ตัดรำดาบกับพ่นไฟออกไปนะ”



วิคเตอร์ได้ยินคำถามก็หัวเราะออกมา คำตอบของเขาทำเอายูริแทบจะกระโดดออกจากชั้นสองของออนเซ็นยูโธเปียและดำดินหนีหายไปอยู่ในอีกซีกโลก “ เอาสิ ฉันอยากเห็นเอรอสของยูริอีกครั้งมาตลอด เอรอสของยูริทำให้ฉันท้องได้เลยล่ะ”



END


-------------------------------------

ยังอึ้งกับตอน 10 ไม่หายเลย ผมให้เป็นตอนที่เซอร์ไพรส์มากที่สุดรองจากตอน 7 เลยครับ มันทำให้ผมต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่ตอนแรก กลายเป็นว่าที่เขียนฟิคตั้งแต่ตอน 1 ถูกยกทิ้งเลย วิคที่ยั่วยวน วิคที่อ่อยยูริแรงก่อน หายวับไปจากสมองเลย
ก็ว่าอยู่...เพราะเคยสงสัยว่าวิคมันเป็นคาแรคเตอร์ flirty แต่ไม่เห็นจะเฟลิร์ทกับใครนอกจากยูริ

และสิ่งที่ตอกหน้าผมอย่างจังในตอน 10 คือ ยูริเป็นเพลย์บอย และวิคเป็นสาวงามที่สุดในเมือง ซึ่งเป็นที่มาของฟิคเรื่องนี้ครับ

(ซึ่งว่ากันตามตรง ผมดูวิคสเกตเอรอสแค่ช่วงสั้นๆ ก็รู้สึกว่าวิคเป็นสาวงามจริงๆ คือเหมือนท่าทางหยดย้อย ตัวอ่อนกว่า แต่ตอนนั้นคิดว่าตัวเองติดฟิลเตอร์วิคเคะไง เลยเข้าใจว่าคงจะมโนไปเอง ที่ไหนได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ)

และการที่ยูริเต้นกับวิคเตอร์ในท่าเต้นที่ตัวเองเป็นชาย และวิคเตอร์เป็นหญิงซะส่วนใหญ่(มีแค่มาธาดอร์-กระทิงเท่านั้นที่ยูริเป็นหญิง) ทำให้ผมคิดว่า ยูริ...ที่เป็นตัวยูริจริงๆ ไม่มีปัจจัยภายนอกมาขวางกั้น เขาเป็นเมะที่...ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองสูงและผู้นำมาก มีความ masculine สูงมาก ยูริ...ที่เป็นสาวงามในเมืองคือเรื่องแต่งตอนที่เขายังไม่มั่นใจในตัวเอง และเขาก็จำเรื่องที่เต้นกับวิคไม่ได้ด้วย ทำให้ยูริเข้าใจไปว่า ตัวเองเหมาะกับบทบาทนั้นๆ แต่ยูริที่เมาเรื้อน(ซึ่งก็คือยูริที่ไม่มีปัจจัยภายนอกมาสั่นคลอน มีอิสระในความคิดเต็มที่) มีความ aggressive พอสมควรเลย

ยูริเป็นคนเล่าเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้จริงๆ เราดูเรื่องราวผ่านจากหัวของยูริและเข้าใจผิดมาเก้าตอนเต็มๆ ตัวละครอื่นๆในเรื่องดูจะเข้าใจยูริมากกว่าที่ยูริเข้าใจตัวเองซะอีก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

163 ความคิดเห็น

  1. #101 puai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 01:24
    เป็นฟีลเดียวกันเลย



    ที่ดูมา 10 ตอน เจอ ED ทำลายความเข้าใจไปหมดสิ้น



    ถ้ายูริมั่นได้ขนาดนั้น คงได้แชมป์กรังด์ปรีซ์ไฟนอล ไปแล้ว แต่คือพ่อท่านจำไม่ได้ไง



    เพลงที่วิคเตอร์กับยูริเต้นด้วยกันในงานกาล่า คิดถึงพาสเซโดเบล เป็นท่วงทำนองของมาธาดอร์สู้วัวกระทิง จังหวะจะร้อนแรงมาก



    งานแต่งของคู่นี้ต้องเป็นประวัติศาสตร์โลกอนิเมชั่น
    #101
    0
  2. #96 ChubbyOwl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 23:23
    กรี๊ดดดด กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง แบบมันสุดยอดดด วิคสวยมาก ยูรินี่อึดมากค่ะ
    คริส คริสแบบเราชอบนางง! กรี๊ดดด
    ยูริห่มหนังหมูอยู่ค่ะ หลอกคนมา9ตอน ฮะๆ คดีผลิกเลย
    #96
    0
  3. #90 SiverRia - SaMa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 21:56
    น่ารักกกกกก อบอุ่นหัวใจมากกกก ชอบจังนิทานคนเมา 5555555555 //แต่ดูท่าทางขุ่นวิคจะไม่เขินที่บรรยายตัวเองซะงามหยดย้อยเลยนะ 5555555555
    #90
    0
  4. #88 แมวนั่งเขียน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 21:49
    กดไลท์รัวๆเลย อ๊าก!! ชอบมากค่ะ สุดยอด 555 อ่านแล้วสนุกมากค่ะ เห็นภาพเลย เยียวยาตอน11ได้จริงๆ รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ^^
    #88
    0