พ่อมด 'กด' หมอผี [Yaoi]

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : โชคชะตามากับสายฝน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 383 ครั้ง
    11 เม.ย. 61

พ่อมด’กด’หมอผี

ตอนที่ 3 : โชคชะตามากับสายฝน


อาจารย์พร่ำสอนอย่างคร่ำเคร่งอยู่หน้าคลาส ในขณะที่นักศึกษาปีสามแต่ละคนบ้างนั่งเล่มเกม บ้างนั่งหลับ บ้างนั่งเล่นมือ



แต่ตรงมุมมีชายหนุ่มหน้าตาดีแต่สีหน้าแย่ผู้หนึ่งกำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง



ผิวเข้ม ตาคม ผมดำ จมูกเป็นสัน บวกกับความสูงร้อยแปดสิบนิดๆ และข่าวลือเรื่องไสยศาสตร์ที่เจ้าตัวสามารถใช้ได้ เหล่านี้ล้วนสร้างภาพลักษณ์ให้ชายหนุ่มดูน่ายำเกรงและมีเสน่ห์มาตลอดเวลาที่ผ่านมา



ทว่า... วันนี้ ทุกอย่าง...



แม่งจบสิ้นแล้ว



“ฮืออ... กูทำอะไรลงไป”



พูดจบคอก็ตก โป๊ก! หน้าคว่ำกระแทกลงพื้นโต๊ะเรียนอย่างแรง



!!!



เสียงกระโหลกหนาๆ กระแทกกับของแข็งดังไม่ใช่เล่น ถึงแม้มันจะไม่ดังมากพอที่อาจารย์ประจำวิชาจะได้ยิน แต่เพื่อนรอบตัวเขาต่างสะดุ้งโหยงหันมาด้วยความตกใจ



“เชี่ย อาคม เป็นไรวะ”



“ฆ่า เอาหัวไปกระแทกโต๊ะทำไม โต๊ะเป็นไรป่าวเนี่ย”



“วันนี้มันแปลกๆ ว่ะ ต่างกับเมื่อวานคนละเรื่องเลย...”



“เออใช่ เมื่อวานก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแบบนี้แหละ แต่ด้วยสายตาหวานๆ ทำไมวันนี้ทำสายตาเหมือนอยากตายล่ะวะเห้ย”



เพื่อนรอบข้างต่างก็วิพากษ์เขาอย่างเป็นห่วงเป็นใย แต่ไม่รู้ทำไมหน้าของหมอผีผิวเข้มถึงได้กระตุกไม่หยุด



“พวกมึงเงียบ!” เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วทำหน้ายักษ์ “ได้โปรดเถอะ ให้กูอยู่คนเดียว” พูดจบก็คว่ำหน้าลงไปอีกรอบ



เพื่อนๆ เห็นแบบนี้ก็ถอนหายใจเฮือก



เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ฤทธิ์น้ำหอมผสมยาเสน่ห์ของทิโมธีหมดลงแล้ว อันที่จริง มันหมดตั้งแต่ตื่นนอนแล้ว



หลังจากทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่อาคมมีสภาพเช่นนี้



กูย้ายมหา’ลัยดีไหม? ออกจากประเทศไทยเลยดีรึเปล่า?



พับ!



จู่ๆ มือหยาบใหญ่ของเพื่อนตั้งแต่ปีหนึ่งก็ตบลงบนบ่า อาคมเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับใบหน้าเข้าอกเข้าใจ



“เห้ย อาคม พวกกูเป็นเพื่อนมึงมาตั้งนานแล้ว อย่าคิดนะว่าพวกกูไม่รู้ ว่ามึงกำลังกังวลเรื่องอะไร” เอก เพื่อนคนแรกๆ ของอาคมกล่าว



ปากของอาคมสั่นเล็กๆ



อะไรนะ พะ-พวกมึง... พวกมึงเข้าใจกู



หนุ่มผิวเข้มมองไปยังเพื่อนทั้งสามซึ่งเป็นชายสองหญิงหนึ่ง แววตาซึ้งๆ ก็ปรากฏขึ้น อาคมหัวเราะยิ้มแย้มแล้วก็เริ่มกล่าวออกไปอย่างถอดถอนใจ



“ขอบคุณนะที่เข้าใจกู ก็มีแต่พวกมึงนี่แหละ ที่รู้ดีว่าระหว่างกูกับทิโมธี มัน--” ทว่าเขายังกล่าวไม่จบดี หนุ่มตาเล็กหยีเพื่อนสนิทก็พูดแทรกต่อจากเดิม



“เออกูเข้าใจ มันเป็นรักแรกสินะ”



ดวงตาอาคมเบิกกว้าง เดี๋ยวนะเอก... เดี๋ยวนะพวกมึง



แต่ยังไม่ทันที่เขาจะแย้ง แก้ม เพื่อนสาวข้างๆ ก็แทรกขึ้นมาอีกดอก



“เออใช่ รักแรกก็แบบนี้แหละมึง ตอนกูมีรักแรกนี่ ม.4 มั้ง อาการเหมือนมึงเลย นังเหม่อมองหน้าต่าง อยากไปหาใจจะขาด”



เดี๋ยวก่อน พวกมึง มันไม่ใช่อย่างที่คิด--



อาคมพยายามแย้งในใจ แต่ได้แค่คิด เพราะตอนนี้หัวแม่งชาไปหมด ตอบโต้ไม่ทัน 



ต้น เพื่อนชายอีกคนเห็นอาคมนิ่งไปก็คิดเองเออเองว่าเป็นการยอมรับแบบหนึ่ง เขาเลยตบบ่าอาคมอีกครั้ง พร้อมทั้งเอ่ยคำปลุกใจให้เพื่อนคนนี้กล้าตัดสินใจ



“มึง ไปเถอะ กูเข้าใจว่ามึงคิดถึงน้องเค้าจนเหี่ยวเฉาแบบนี้ โดดเรียนไปเถอะ น้องมันน่าจะอยู่ตึก C แหละ”



“พะ-พวกมึง...” 



พออาคมพอจะมีแรงพูด สาวหน้าหวานอย่างแก้มก็ส่ายหน้า พูดแทรกอีกจนได้



“แต่เดินระวังๆ หน่อยล่ะ” เธอพูดมาแบบนี้ หนุ่มผิวเข้มคิ้วก็ชนกันเป็นเชิงว่าทำไมวะ แก้มหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดไม่กี่ที เพจมหา’ลัยก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เธอไม่รีรอเลยสักนิดรีบส่งให้อาคม



คนที่เพิ่งฟื้นจากฤทธิ์ยาเสน่ห์เห็นแล้วก็ได้แต่ร้องว่า...



“เหี้ยแล้ว!”



30,000 กว่า like 8,000 กว่า shared 10,000 กว่า comment



นี่คือยอดผลตอบรับ หลักจากที่มีคนเอารูปอาคมและทิโมธีซึ่งกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาและรอยยิ้มหวาน มาตัดต่อให้เป็นรูปเดียวกัน



อาคมจำได้ดี รูปนี้ มันคือรูปตอนที่เขาถูกแอบถ่ายตอนกำลังหลงหนุ่มลูกครึ่งหัวปักหัวปำ แสงสีทองๆ ส่องลงมายังใบหน้า มองออกไปทางซ้ายของภาพ ทำให้เขาดูเหมือนคนมีความรักอย่างถึงที่สุด



แค่นั้นมันยังไม่พีค...



อาคมคิดว่าทิโมธีเองก็น่าจะถูกแอบถ่ายเช่นกัน ประเด็นคือทำไมคนถ่ายมึงต้องจงใจกดชัตเตอร์ในมุมกล้องที่ทำให้ทิโมธี หันไปทางขวาของภาพด้วยล่ะ



คนนึงหันไปทางซ้าย



อีกคนหันไปทางขวา



เมื่อนำสองรูปมาตัดต่อวางติดกัน มันช่างเหมือนกับว่าทั้งสองคนกำลังมองกันและกันด้วยความรักสุดซึ้งกินใจ



เท่านั้นไม่เท่าไร....



‘แต่เราก็หากันจนเจอ #ธีคม’



ใช่... เคยได้ยินคำว่า less is more ไหม? มันคือการที่เราทำอะไรสักอย่างน้อยๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากๆ อาคมเพิ่งจะมาตระหนักก็ตอนนี้ ตอนที่เขาโดนเพจมหา’ลัยช่วยลงรูปพร้อมแคปชั่นกินใจ



รูปแค่นี้ แคปชั่นแค่นี้.... แต่ผลตอบลัพธ์.... แม่งมหาศาลมาก



อาคมรูดนิ้วปัดหน้าจออ่านคอมเม้นต์ยอดนิยม



อะไรคือการที่เรื่องของเขารู้กันไปสามบ้านแปดบ้าน?



อะไรคือการที่ประชาชีมากมายบอกว่าฟิน?



อะไรคือการที่แต่ละคนร่วมอวยพรให้ครองรักตราบชั่วนิรันดร์?



โป๊ก! หนุ่มผิวเข้มเอาหัวโขกโต๊ะอีกแล้ว... 



เพื่อนตัวดีทั้งสามต่างหัวเราะฮิฮะ “มึงดูดิ อาคมมันเขินจนฟุบหน้าไปเลยว่ะ” แก้มกล่าวพลางส่ายหน้าอย่างจนใจ ต้นกับเอกเองก็เช่นกัน พวกเขาทำหน้าเหมือนเห็นลูกตัวเองมีความรักครั้งแรก ต่างร่วมยินดีด้วยความเอ็นดู



อาคมคร้านจะพูดอะไรแล้ว ถ้าเลือกได้ เขาอยากหายไปจากตรงนี้ซะเลย

ในขณะที่คนทั้งสามต่างเลิกให้ความสนใจในรักแรกของเพื่อน โทรศัพท์ของอาคมก็สั่นขึ้นมา



“พี่วิช?”



ใบหน้าเข้มๆ เห็นชื่อนักสือเอกชนที่เขาร่วมทำงานมาหลายปีแล้วก็ขมวดคิ้ว ชายหนุ่มกดรับโดยไม่ต้องคิดแล้วแนบหูพูด “ครับพี่ สวัสดีครับ”



ปลายสายกล่าวออกมาไม่กี่คำ สีหน้าของอาคมก็เปลี่ยนไป



เขากดวางสาย... และลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะวิ่งออกไปจากคลาสเรียน โชคดีที่อาจารย์ไม่ทันสังเกตุ เขาออกไปจากห้องได้อย่าวราบรื่น



เพื่อนทั้งสามมองแผ่นหลังของอาคมที่ผ่านประตูห้องเรียนไปแล้วก็ต้องเอ่ยออกมา



“อาคมแม่งคนจริงว่ะ โดนเรียนเพื่อให้พบหน้า” แก้มเริ่มก่อน



หนุ่มตาเล็กหยีถอนหายใจ “สนแล้วที่เป็นเพื่อนกู” เขาชูนิ้วโป้งให้



ส่วนต้นหนุ่มคนสุดท้ายของกลุ่มพยักหน้ารัวๆ



“อาคมแม่ง น่าจะรักน้องเค้ามากว่ะ กูล่ะดีใจแทนเพื่อนจริงๆ ที่เจอคนที่ใช่”






---------------- 30% -----------------


เสียงดังกระหึ่มของครื่องยนต์สี่สูบหายวับไปทันทีที่มือแกร่งบิดกุญแจออก



เจ้าของบิ๊กไบค์ลงจากรถพร้อมยืดตัวจนเต็มความสูง ชุดหนังดำด้านที่เข้ากันไม่ยากกับหมวกกันน็อคสีแดงเมทัลลิคบนร่างสมส่วนนั่น ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของสาวๆ ที่ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี



เจ้าของร่างสมส่วนถอดหมวกกันน็อคออก ตาคมๆ ก็มองตรงเข้าไปในร้านทองที่เขาเพิ่งจะมาถึง



ยามเมื่อใบหน้าชวนมองเผยออกต่อสาธารณะ เดิมทีเจ้าตัวก็เป็นจุดสนใจของสาวน้อยใหญ่รอบข้างอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ เขากลับเป็นที่ต้องตามากกว่าเดิม



ที่ดีหน่อยเพราะอายุยังไม่มากก็แอบมองอย่างแนบเนียน มีการแวะเวียนดูสินค้าข้างทาง ก่อนนะหันมามองเป็นระยะ



ที่ตรงไปนิดก็พวกสาววัยกลางคน พวกเธอจ้องมองอาคมชนิดที่ไม่คิดจะปิดบัง



แต่คนผิวเข้มไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำว่าตกเป็นอาหารหวานทางสายตา ไม่นานนักคนแต่งไม่ต่างไปจากอาคมสักเท่าไรก็เดินเข้ามาพร้อมกับพูดทั้งๆ ที่กำลังมองเข้าไปในร้านทองเหมือนอาคม



“นั่งไงลูกค้านาย คนที่ใส่เชิ้ตสีเทาน่ะ”



“ครับพี่วิช ผมพอจะจำเขาได้” พูดจบก็หันไปมองคนที่เรียกให้เขารีบมาที่นี่



ตาโตหูกางจมูกเล็ก เขาไม่ใช่คนหน้าตาชวนมองเสียเท่าไร เรียกได้ว่าธรรมดาซะจนต่อให้เจอหน้าหรือได้พูดคุยก็ไม่แน่ว่าจะจำได้หากเจอครั้งต่อไป



ซึ่งนั่นนับว่าวิเศษนัก สำหรับอาชีพที่เขาทำอยู่



วิช เป็นเพียงชื่อเดียวที่อาคมสามารถเรียกคนตรงหน้าได้ เพราะไม่ว่าชายหนุ่มจะถามเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเขา อาคมก็ไม่เคยได้รับคำตอบเลยสักครั้ง



“ค่อนข้างมันใจ ว่าลูกค้านายกำลังทำผิดกฏ ไปเถอะ เดี๋ยวจะช้าเกินไป”



คิ้วเข้มๆ แทบจะพันกันเป็นปม อาคมจ้องหนุ่มเสื้อเทาในร้านทอง ผู้กำลังออดอ้อนสาวสูงวัยในชุดคุณหญิงตาเขม็ง



“แบบนี้มันหยามกันเกินไปแล้ว”



พูดจบ อาคมก็เดินเข้าไปในร้านทองทันที ทิ้งวิชที่ไม่มีอะไรให้ทำอีกจนต้องหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอยู่ตรงนั้น



อาคมก้าวเท้าหนักๆ เปิดประตูกระจกใสเข้าไปในร้าน บรรยากาศของร้านทองดูช่างครึกครื้น บ่งบอกว่าเศรษฐกิจไม่ได้แย่นักไปซะทีเดียว



“พี่ครับ ผมขอเส้นนั้นได้ไหม ผมชอบมากเลย นะครับๆ หนักเส้นละห้าบาทเอง”



“ได้เลยค่ะน้องพลของพี่ คนขายคะ รับบัตรเครดิตไหม?”



อาคมเข้ามาเห็นฉากที่หนุ่มเสื้อเทากำลังอ้อนของสาววัยทองแล้วใบหน้าก็กลายเป็นดุร้ายขึ้นมา ไม่รอช้า ชายยกแขนข้าวขวาขึ้นในระดับสายตา นิ้วโป้งและนิวกลางประกบบีบแน่น แล้วดีดนิ้วทันที



เพี้ยะ!



เสียงดีดนิ้วราวกับจะก้องดังไปทั้งร้าน ทว่ามันน่าแปลกที่ราวกับว่าไม่มีใครสนใจเสียงนี้สักนิด



ทันทีที่อาคมดีดนิ้ว แสงสีม่วงอ่อนก็กระจายออกจากปลายนิ้วของเขา มันพุ่งเข้าไปหาสาวสูงวัยแล้วทะลุผ่านร่างของเธอไปอย่างรวดเร็ว



วินาทีที่แสงนี้ทะลุผ่าน แววตาที่ฉายแววลุ่มหลงก็เปลี่ยนกลับเป็นสับสนงุนงง



“นี่ค่ะบัตรเครดิต.... เดี๋ยว!”



กำลังยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานร้านทองอยู่แท้ๆ แต่เธอกลับชะงักแล้วดึงบัตรกลับมา



“เอ๋ ทำไมล่ะครับพี่ ผมอยากได้จริงๆ นะครับ ซื้อให้ผมหน่อยน้าา”



หนุ่มชุดเทาดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อย เขาเริ่มออดอ้อนอีกครั้ง



แต่ดูเหมือนว่าสาวอายุมากจะเริ่มมีสติมากขึ้น แววตาจากที่สับสนก็กลายเป็นแน่วแน่ขึ้นมาบ้างแล้ว เธอหันไปมองคนรุ่นลูกที่เอาแต่เรียกเถอะว่าพี่ ปากบึ้งตึงเผยให้เห็นถึงอารมณ์ กระแทกเสียงใส่แต่ไม่ใช่การตะโกน



“พี่ไม่คิดเลย ว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ พี่จ้างเธอมาเป็นเพื่อนเที่ยว ไม่ได้จ้างมาปลอกลอกกันแบบนี้!”



ใช่แล้ว เธอเป็นเพียงสาวสูงวัยท่ี่ขี้เหงาไปสักหน่อย เลยจ้างผู้ชายมาเดินเที่ยวด้วย



“เอ๋... พี่ครับ เกิดอะไรขึ้น พี่ไม่รักผมแล้วเหรอ?” เด็กจ้างเที่ยวหน้าเสีย



“รัก? เหอะ” ไม่พูดมาก เธอเดินออกจากร้านไปทันที ไม่สนใจพนักงานขายทองที่ยืนอึ้งเลยสักนิด เอ้า ตกลงจะซื้อไหมเนี่ย เมื่อกี้ก็ยื่นบัตรมาให้แล้วนี่นา



“เดี๋ยวครับพี่!” คนหิวเงินวิ่งตาม เขาเดินผ่านอาคมโดยไม่ทันมองหน้าด้วยซ้ำ



อาคมดวงตาเบิกกว้าง “หนอย จำฉันไม่ได้งั้นสินะ” เขาหัวเราะในลำคออย่างดุร้าย แล้วเดินตามออกไปเงียบๆ



“เดี๋ยวพี่ เดี๋ยวก่อน!” ชายหนุ่มยังไม่ยอมแพ้ แม้คุณหญิงจะขึ้นรถเบนซ์และถอยออกจากที่จอดพร้อมขับออกถนนไป ทั้งหมดนี้ไม่มีการชะงักเลยสักนิด ทิ้งให้คนใส่เชิ้ตเทามองท้ายรถหรูตาละห้อยอย่างผิดหวัง



“โถ่เว้ย” เขาร้องอย่างหัวเสีย พลางเตะถังขยะจนลิ้มไม่เป็นท่า “มันเกิดอะไรขึ้นวะ อีกนิดเดียวเองแท้ๆ ทองห้าบาทเลยนะสัด อีแก่นั่นทำไมมันได้สติวะ โอ้ยยยยยยยยย”



ในขณะที่เขากำลังหัวเสียอยู่นั่นเอง รองเท้าหนังก็ก้าวเข้ามาหาเขาจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ



เสียงเย็นๆ ดังขึ้น



“มันเกิดอะไรขึ้น? แหม คุณลูกค้านี่ก็โง่จังนะครับ ยังไม่รู้อีกว่ามันเกิดอะไรขึ้น”



ทันทีที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย โทสะของคนที่เกือบได้ทองก็หายไปเกือบครึ่ง ใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนจากบูดบึ้งเป็นซีดขาว จากนั้นจึงเริ่มหันไปด้านหลังอย่างเชื่องช้า



“!!!”



ทันทีที่เขาเห็นอาคม ความไม่ค่อยแน่ใจก็กลายเป็นความกระจ่าง ปากอ้าตาค้าง ตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้



“มะ-มาได้ไง” น้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อพูดจบตัวก็สั่นเทิ้ม แต่เพียงผ่านไปครู่เดียวพอจะตั้งสติได้ ชายหนุ่มก็ปั้นหน้ายักษ์แล้วชี้หน้าอาคม “มาก็ดีแล้ว น้ำมันพรายไม่เห็นได้ผลเลย ฉันซื้อไปตั้งแพง คืนเงินมาเดี๋ยวนี้นะ!”



“ไม่ได้ผลงั้นเหรอ?” อาคมเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่ทำให้ขนลุกซู่ปรากฏบนใบหน้า เสียงทุ้มๆ เอ่ยกับคู่สนทนาอย่างคุกคาม “มันก็ได้ผลมาทั้งวันไม่ใช่รึไง?”



“เออ มันก็ได้ผลมาทั้งวันนั่นแหละ แต่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม มันก็ไม่ได้ผลไง เอาเงินฉันคืนมาเลยนะ!”



อาคมก้าวเท้าเขาไปหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าว ตะเบ็งเสียงต่ำ



“เข้าด้ายเข้าเข็ม? คุณลูกค้า ผมจำได้ว่าคุณมาซื้อน้ำมันพรายผมไปเพราะอยากหาทางจีบสาวคนหนึ่งไม่ใช่รึไง? แถมข้อตกลงก็คุยกันแล้วนี่ ว่าห้ามเอาไปใช้ทำเรื่องผิดกฏหมายหรือต้มตุ๋นใคร!”



ลมหายใจของลูกค้าน้ำมันพรายเริ่มติดขัด



“ก็แล้วจะทำไมล่ะ ของฉันซื้อมาแล้ว ฉันจะเอาไปทำอะไรมันก็เรื่องของฉันป่าววะ มึงไม่เสือกดิ เมื่อของมันไม่ได้ผล มึงก็คืนเงินกูมาเลยไอ้เหี้ย”



สีหน้าอาคมกลายเป็นน่ากลัวยิ่งขึ้น



“ไม่ได้ผล? คืนเงิน? เหอะๆ” เสียงหัวเราะน่าขนลุกดังขึ้นอีก “น้ำมันพรายได้ผลมาทั้งวัน คุณลูกค้าไม่คิดว่ามันแปลกเหรอครับ ที่จู่ๆ พอจะให้ผู้หญิงคนนั้นซื้อทองให้ แล้วมันก็กลายเป็นไม่ได้ผลขึ้นมา”



“ระ-หรือว่า...”



อาคมพยักหน้ายิ้มเหี้ยม “แหม มีสมองเหมื่อนกันนะเนี่ย ก็ตามนั้นแหละ เนื่องจากคุณลูกค้าทำผิดกฏของทางร้าน เมื่อพนักงานของเราที่แอบตามดูคุณไม่ห่างโทรมารายงาน ผมก็เลยรีบเดินทางมายกเลิกฤทธิ์น้ำมันพรายยังไงล่ะครับ” พูดจบใบหน้ายิ้มแย้มก็หายไป 



ตาดุๆ จ้องเขม็ง เขาเลิกพูดจาสุภาพแล้ว “ดังนั้น ทางร้านไม่คืนเงินนะ ถ้าไม่อยากถูกเสกหนังควายเข้าท้องเพราะตอแหลหมอผีอย่างกู มึงต้องไปให้พ้นๆ หน้าภายในสิบวินาที”



“อะไรวะ แบบนี้ก็ได้เรอะ!” ชายหนุ่มเหงื่อเต็มหน้าแล้วยังทำใจดีสู้เสือ



“สิบ!” อาคมไม่สนใจ เริ่มนับถอยหลัง ไม่ได้ผล คนตรงข้ามยังยืนนิ่ง



“เก้า!”



“แปด!”



“ฝะ-ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” หลังจากทิ้งคำพูดโง่ๆ ก็วิ่งออกไปอย่างขลาดเขลา ไม่นานนักก็หายไปไม่เหลือแม้เงา อาคมเบะปากบ่นพึมพำ แล้วจู่ๆ เสียงด้านหลังก็ดังขึ้นมา



“ฉันไม่ใช่พนักงานร้านนายซะหน่อย” เสี่ยงเนือยๆ ไม่กล่าวอย่างไม่รีบร้อง อาคมหันไปมองก็พบว่าเป็นพี่วิชที่โทรเรียกเขามา



“แหม แต่พี่ก็เป็นลูกจ้างผมนี่ ถูกไหม” พูดไปก็ล้วงซองเงินออกจากกระเป๋ายื่นให้คนอายุมากกว่า “นี่ครับพี่ ถือโอกาสให้ค่าจ้างสำหรับจ๊อบนี้ซะเลย”



วิชรับมาแล้วเก็บลงกรเป๋าสะพายข้างโดยไม่คิดจะนับ



“ขอบใจนะ”



“ไม่เป็นครับ อันที่จริง ผมต้องขอบคุณพี่มากกว่า” อาคมหันมายิ้มครั้งแรกในรอบวัน “แล้วลูกค้าคนอื่นๆ ในเดือนนี้ของผมล่ะครับ?”



วิชพยักหน้า แล้วหยิบกล้องถ่ายรูปขนาดใหญ่ออกมา เห็นได้ชัดว่าในกระเป๋าสะพายข้างมีเลนซ์ใหญ่ๆ ใส่อยู่ในนั้น เขากดผุ่มสองสามครั้งแล้วยื่นให้อาคม หนุ่มผิวเข้มรับมาก็ดูภาพแล้วเลื่อนไปเรื่อย ทุกภาพล้วนถูกถ่ายจากระยะไกล นี่แสดงว่าเป็นการแอบถ่ายทั้งสิ้น



วิชเริ่มรายงาน



“นั่นน้องเกดที่ซื้อน้ำมันพรายนายไปป้ายพี่ชายต่างแม่ซึ่งเกลียดเธอมาก หลังจากป้ายวันละหยดครบสามสิบวัน ตอนนี้คนเป็นพี่เริ่มมองน้องเกดดีขึ้นเยอะแล้ว”



อาคมถอนหายใจ “ค่อยยังชั่วหน่อย ผมแอบลุ้นผลลัพธ์นี้มากที่สุดแล้ว”



นิ้วเรียวกดปุ่มเปลี่ยนภาพ ทำให้เห็นรูปชุดต่อไป



หลังจากหาวน้ำตาเล็ดวิชก็เริ่มอธิบายด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย



“ส่วนนี้คุณทราย ลูกค้าคนที่บอกว่าอยากได้น้ำมันพรายไปป้ายแม่ผัวที่เกลียดหน้า เท่าที่ฉันเห็น น้ำมันพรายของนายหมดขวดไปสองวันแล้ว แต่แม่ผัวก็ยังไม่กลับไปอคติเมื่อก่อนหน้า นับว่า... สำเร็จแหละนะ”



อาคมถอนหายใจยาวเหยียด



“ค่อยยังชั่ว ผมนี่ลุ้นแทบตาย” อาคมเลื่อนดูรูปชุดต่อไป แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว ภาพที่เห็นคือรูปของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอน เดิมทีใบหน้าก็ไม่ได้สวยอยู่แล้ว ยิ่งร้องไห้ยิ่งกลายเป็นไม่น่ามองเข้าไปใหญ่



วิชตอบเสียงเรียบ “ลูกค้าคนนี้ทำตามกฏของนายนะ แต่หลังจากใช้หมดขวดผู้ชายที่เป็นเป้าหมายก็หายหน้าไปเลย”



หมอผีหนุ่มถอนหายใจ “ผมก็บอกแล้ว น้ำมันพรายนี่ทำได้แค่สร้างโอกาสเพิ่มความสัมพันธ์ ไม่ใช่ว่าจะมาบังคับรักอะไรนั่นเหมือนที่ใครๆ ก็เข้าใจผิด”



“เอาน่า ไม่ต้องเสียใจไปหรอก กดดูรูปต่อไปดิ”



อาคมมองหน้าวิชแบบงงๆ แล้วคนอายุมากกว่าก็ส่งสายตาเป็นเชิงว่าให้ทำตามที่พี่ว่าเถอะ



ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก



เสียงคลิกเปลี่ยนรูปดังขึ้น เพราะเลขวันที่ตรงมุมจอทำให้อาคมรู้ว่าภาพต่อมาเกิดหลังจากภาพก่อนหน้าที่เธอร้องไห้ มันเป็นรูปที่บันทึกการสารภาพรักของหนุ่มเจ้าเนื้อคนหนึ่งกับลูกค้าสาวคนนั้น



อาคมเริ่มยิ้มได้



รูปเปลี่ยนไปพร้อมกับเลขวันที่เปลี่ยนตาม อาคมยิ้มแก้มปริเมื่อพบว่าในที่สุดลูกค้าคนนั้นกำลังยิ้มแย้มอยู่ในร้านชาบูกับหนุ่มเจ้าเนื้อกลางห้างดัง



“มันเกิดอะไรขึ้นครับพี่ นี่มันเซอร์ไพรส์มาก”



วิชมองอาคมด้วยสายตาแปลกๆ “พี่จะไปรู้ได้ไง” เขาว่า พลางหันไปทางอื่น



“ไม่เอาน่า พี่เป็นนักสืบเอกชนที่เก่งที่สุดในกรุงเทพฯ เลยนะ ถ้าพี่อยากรู้ขึ้นมา มีอะไรบ้างที่พี่สืบไม่ได้”



ใช่แล้ว วิช ประกอบอาชีพนักสืบเอกชน ซึ่งอาคมจ้างวางให้ติดตามลูกค้าทุกคนที่ซื้อน้ำมันพรายไปจากเขา



คนอายุมากกว่าส่ายหน้า “ฉันจะสืบเฉพาะเรื่องที่มีคนสั่งให้สืบ อยากเช่นนายสั่งให้ตามติดลูกค้าเพื่อดูว่าเอาน้ำมันพรายไปใช้ผิดจากที่ตกลงกันไว้รึเปล่าไงล่ะ ดังนั้น เรื่องไอ้หนุ่มนั้นจู่ๆ มาสารภาพรักกับลูกค้านายได้ยังไง ฉันจะรู้ไหม?”



เด็กวิทยาฯ ปีสามได้ยินแบบนี้ก็เบะปาก



“เท่าไร?” แน่นอนว่าอาคมหมายถึงราคาของการสืบว่าตกลงเรื่องหนุ่มจ้ำม่ำนั่นมันยังไง



วิชแสยะยิ้ม “คนกันเอง ห้าร้อยพอ”



“คนกันเอง สามร้อยพอ”



“ตกลง” พูดจบ ก็แย่งกล้องมาจากอาคม แล้วเริ่มกดส่งเสียงติ๊กๆ



“เพราะงี้ไง น้ำมันพรายผมถึงต้องขายราคาแพง” อาคมเหน็บแนม



วิชแค่นเสียง “เหอะ ไม่ใช่ว่าหมอผีแถวนี้ถือคติยอมตายดีกว่าให้น้ำมันพรายของตัวเองถูกใช้ในเรื่องไม่ดีรึไง? แล้วค่านักสืบตามประกบแบบนี้มันถูกที่ไหน นายเล่นบวกราคาเข้าไปในของไม่มันแพงก็แย่แล้ว”



อาคมยิ้มขมๆ “ไม่ต้องมาวิจารณ์ผมเลย พี่ทำไรอยู่น่ะ?” เขาถาม



“ทำงานมูลค่าสามร้อยอยู่ เพิ่งโดนจ้างตะกี้เอง” พูดจบก็กดปุ่มไปมาอีกครู่หนึ่ง “ได้แล้ว” เขาส่งกลับไปให้ลูกค้าผิวเข้ม



อาคมรับมาแล้วส่ายหน้าอย่างยิ้มแย้ม ให้ตายเถอะ เขากะไว้แล้วไม่มีผิด 



เมื่อดูรูปภาพที่คาดว่าวิชน่าจะสืบมาเพราะมั่นใจว่ายังไงเขาต้องถามเรื่องนี้แน่ๆ คำอธิบายจากเสียงแหบแห้งพลันดังขึ้น


“จริงๆ ไอ้หนุ่มนั่นชอบลูกค้านายมาตั้งนานแล้ว แต่พอเธอผิวหวังจากหนุ่มหล่อนั่นก็เศร้าอยู่หลายวัน เหมือนทนไม่ได้มั้งที่เห็นคนที่ตัวเองแอบชอบตาแดงมาเรียนประจำ สุดท้ายเลยรวบรวมความกล้าเข้าไปบอกรักเพื่ออาสาเยียวยาไรงี้”



อาคมได้ยินแล้วก็ตาโต



“โอ้โห อย่างกับซีรีส์เกาหลี”



“เออ ประมานนั้นแหละ”



ทั้งสองคนหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง ท่าทีสนิทสนมของเพื่อนต่างวัยบ่งบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองไม่ได้เป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องแน่ๆ ซึ่งก็ใช่ เพราะเดิมทีแล้ว วิชก็เป็นนักสืบเอกชนที่พ่อของอาคมเคยจ้างมาก่อน



นั่นแปลว่าทั้งสองคนรู้จักกันมานานนมแล้ว



ครึมม....



โดยไม่ทันรู้ตัว เมฆหนาก็เข้าปกคลุมท้องฟ้าจนแทบสิ้นแสง ส่งเสียงฮึมคล้ายพายุก่อตัวและพร้อมฟ้ารั่วฝนกระหน่ำได้ตลอดเวลา



“พี่ไปก่อนนะ นี่ก็เย็นมากแล้ว ยังไม่รีบกลับไปเปิดร้านอีก” นักสืบวัยกลางคนกล่าวเตือนพร้อมเดินไปยังรถมอ’ไซค์ของตนโดยไม่รอให้อาคมบอกลา



“ครับพี่ ผมไปละครับ หือ.... เห้ย!



อาคมเหล่มองนาฬิกาแล้วอุทานออกมาอย่างดัง เจ้าตัวรีบวิ่งไปที่รถของตนแล้วรีบสวมหมวกกันน็อคพร้อมสตาร์ทรถและออกถนนไปอย่างรวดเร็ว



“เชี่ย... วันนี้มะลิจะมาที่ร้านนี่หว่า ทำไมกูลืมได้วะเนี่ย”



หน้าเครียดๆ บ่นภายในหมวก วันนี้เป็นที่มะลิ น้องสาวสุดที่รักของอาคมไม่มีเรียนพิเศษแล้วรถตู้รับส่งพาเธอมาลงที่หน้าร้านเทียนหอมของอาคม



ประเด็นคือเขาออกมาไกลถึงที่นี่ คิดว่ากว่าจะกลับไปก็คงไม่พ้นที่น้องสาวคนเก่งต้องรอหน้าร้านอยู่นานแน่ๆ



เปาะ แปะ เปาะ แปะ...



“ฉิบหายแล้ว ฝนตก!”



ในขณะที่อาคมทำความเร็วบนถนนฝนก็โปรยปรายลงมา เขาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าที่ตลาดฝนตกหนักเหมือนกัน มะลิจะไปหลบได้ที่ไหน



“มะลิ รอพี่ก่อนนะ พี่กำลังไป”



เครื่องยนต์สี่สูบคำราม พร้อมกับพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว





------------------------- 70% --------------------------


หยาดฝนโปรยรายดุจฟ้ารั่ว



“ฮือออ... นี่กูทำอะไรลงไป”



ผมกำลังยืนอยู่หลังเครื่องคิดเงินในร้านของตัวเองแล้วร้องเสียงหลงออกมาเป็นระยะ ตลอดชีวิตที่ผ่านสิบแปดปี คนอย่างไอ้ทิโมธีไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนั้นได้ลง



ฝึกอบขนมปัง? อาหารผมยังไม่เคยคิดจะทำกินเองด้วยซ้ำ



พลอตรักต่อหน้าธารกำนัล? แค่เดินจูงมือรสนิยมที่ใช่กลางสังคมไทยนี่ยังไม่เคยลอง



แต่ประการพนันโง่ๆ นั่นที่ผมเดิมพันกับรุ่นพี่ปีสาม หลายอย่างที่ไม่คิดว่าจะทำก็ดันเหมาหมดในเวลาเพียงวันเดียว



“ใครแม่ง... เอารูปกูไปตัดต่อลงเพจวะ แม่งเอ๊ย!”



ผมทุบโต๊ะดังปึ้ก มือถือที่วางข้างมือเปิดเพจมหา’ลัยที่ลงรูปผมกับไอ้หมอนั่นพร้อมแคปชั่นซึ่งกินใจ ‘แต่เราก็หากันจนเจอ #ธีคม’ ผมกดรีเพรชแทบทุกๆ สองนาที เรื่องอัปรีย์คือยอดไลค์และคอมเม้นต์แม่งเพิ่มรัวๆ



พวกมึงจะอะไรนักหนากับคนบ้าสองคนที่โดนของ?



ผมเริ่มเข้าใจหัวอกของคนที่อยากมีเงินหลายล้านเพื่อเอาไปฟาดหัวมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก มึงรู้ไหมว่าเฟซบุคของมึงทำกูชิบหายหมดแล้ว



ผมประสานมือไว้กลางอกแล้วเริ่มอ้อนวอนต่อพระเจ้า



“พระบิดาครับ โปรดอย่าให้แม่ของผมเห็นโพสนี้เลยนะครับ”



เสียงสั่นๆ ดังออกจากคนที่กำลังจะหมดแรง แม่ของผมเพราะป่วยและไม่ค่อยแข็งแรง วันๆ นึงจึงเอาแต่นอนเล่นเฟซบุคดูยูทูปอยู่เป็นประจำ



ถึงแม้มันจะมีความเป็นไปได้ต่ำที่แม่ผมจะเห็น ต่อให้ผมเปิดตัวกับแม่ว่าชอบผู้ชายมาตั้งแต่  ม.ปลาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมอยากให้แม่เข้าใจอะไรผิดๆ จากโพสนี้



เพราะใบหน้าของไอ้ทิโมธีคนดีของแม่ แม่งตาเยิ้มเกินจรงไปสิบเท่า!



โอ้ย กูทำสีหน้าแบบนั้นได้ไงวะ ผมลองทำหน้าแบบนั้นนานสองนานยังไม่เหมือนเลยแม้แต่น้อย



“แม่งเอ๊ย ไอ้หมอผีเฮงซวยนั่น ทำกูป่นปี้หมดแล้ว!”



ผมระบายอารมณ์โดยการทุบโต๊ะอีกเป็นคำรบที่สอง แต่แล้วสายตาก็มองออกไปนอกร้านเพราะเสียงหวีดหวิวของลมพายุ มันพัดพาไอน้ำชุ่มฉ่ำเข้ามาในร้าน



ไม่ได้การ สินค้าบางอย่างในร้านไม่ควรจะชื้น



“เห้อ ฝนตกแบบนี้แล้วจะมีคนมาเดินตลาดไหมนะ”



ผมบ่นเสียงเซ็งก่อนจะสาวเท้าออกไปจากร้านเพื่อจะปิดประตูและหน้าต่าง หากปล่อยให้ไอน้ำพัดเข้ามามากกว่านี้ต้องไม่ดีแน่ๆ



“หือ?”



หลังจากจับประตูร้านแล้วกำลังจะดึงเข้าหาตัว หางตาก็ดันไปเห็นเงาเล็กๆ เข้า ผมยื่นหน้าออกไปเพราะอยากมั่นใจว่าตัวเองมองเห็นอะไร แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าเงาเล็กๆ ตรงหน้า...



คือเด็กประถมคนหนึ่ง



เปรี้ยง!



“กรี๊ด! ฮะ-ฮึบ ไม่ร้องนะ มะลิจะไม่ร้อง...”



เป็นธรรมดาที่ฝนตกแล้วจะมีฟ้าร้อง แต่ไม่ธรรมดาถ้ามีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ มานั่งหลบฝนใต้ชายคาข้างร้านผมโดยเอากระเป๋านักเรียนใบจิ๋วพยายามปิดหัวกลมๆ ที่มัดผมเปียสองข้างน่ารักนั่น



เธอร้องกรี๊ดขึ้นมาแล้วพยายามบอกตัวเองว่าต้องไม่ร้อง ผมดูออกว่าน้องเค้าต้องกลัวฟ้าร้องแน่ๆ เพราะแขนขาสั่นไปหมดแล้ว



พยายามจะไม่ร้องไห้? น่าเอ็นดูจริงๆ



ผมมองไปทางซ้าย มองไปทางขวา เป็นธรรมดาที่เวลาประมานนี้พวกร้านค้าในตลาดนัดจะยังไม่เปิด ยิ่งฝนตกแบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าบางคนเลือกจะรอให้ฝนซาแล้วค่อยเข้าตลาดมาตั้งร้านทีหลังเสียด้วยซ้ำ



แล้วเด็กคนนี้มาได้ไง?



เปรี๊ยง!



เสียงฟ้าผ่าอีกครั้งเล่นทำให้เด็กอายุไม่กี่ขวบตรงหน้าสะดุ้งโหยง ไม่มั่นใจว่าน้ำใสๆ ที่หางตาคือไอน้ำจากสายฝนหรือน้ำตากันแน่นะ



ผมรู้เพียงแค่ขืนปล่อยให้น้องเขาตากไอฝนแบบนี้คงไม่ดีแน่



“น้องครับ” ผมทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ เพิ่มความอบอุ่นสู้กับอาการที่เริ่มหนาวเพราะฝนตกสักหน่อย “เข้ามาหลบฝนร้านพี่ก่อนไหมครับ?”



น้องเค้าหันมาช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าอันประกอบไปด้วยดวงตากลมโตและแก้มยุ้ยชวนหยิก



อาจจะเป็นเพราะกำลังกลัวเสียงฟ้าร้องมากแน่ๆ น้องเค้าเอากระเป๋าลงจากหัวแล้วนำมาสะพาย จากนั้นก็เดินเข้ามาร้าน จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมและพนมมือย่อตัวไหว้ตามแบบเด็กไทยตัวอย่าง



“ขอบคุณนะคะพี่” พูดจบสองขาเล็กๆ นั่นก็เดินเข้าไปในร้าน



ช่างมารยาทงาม หลังจากอุทานในใจก็รีบปิดประตูและหน้าต่าง เสียงฝนตกฟ้าร้องจากด้านนอกเบาลงมาก แต่พอผมเห็นน้องเค้ายืนนิ่งจับสายกระเป๋าอยู่กลางร้านก็ต้องขมวดคิ้ว



ผมเดินเข้าไปแล้วย่อตัวนั่งจนทำให้ระดับสายตาเราเท่ากัน



“ทำไมไม่หาที่นั่งล่ะครับคนเก่ง”



เด็กสาวน่าหยิกแก้มส่ายหน้า



“พี่ชายหนูสอนว่า เข้าบ้านคนอื่นไม่ควรแตะต้องอะไรตามใจค่ะ”



ดวงตาผมเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ แล้วก็เปลี่ยนเป็นแววตาเผยความเอ็นดู



“น่ารักมาก”ผมชมแล้วค่อยถาม “น้องชื่ออะไรครับ”



“มะลิค่ะ” เจ้าของแก้มยุ้ยน่าฟัดตอบ “มะลิที่มาจากดอกมะลิค่ะ”



ผมหัวเราะ ให้ตายเถอะ มีการบอกความหมายของชื่อด้วย



“พี่ชื่อทิโมธีครับ” ผมแนะนำตัว



มะลิฟังแล้วก็เอียงคอเป็นเชิงสงสัย ปากเล็กๆ นั่นพยายามออกเสียงเรียก



“พี่ทีโม... ทีโมมี่?”



ผมส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ทิโมธีครับ เรียกยากไปไหมนะ”



เด็กสาวพยักหน้า จากนั้นพนมมือขึ้นมาอีกครั้ง แล้วย่อตัวไหว้สวยงามอย่างไทย



“พี่ทีมี่สวัสดีค่ะ”



เอ้า! แบบนี้ก็ได้? รวบเสียงชื่อผมเฉย



“ฮะฮะ ทีมี่ก็ทีมี่ จะว่าไป นี่มัมชื่อตัวละครในเกมหรือเปล่านะ”



มะลิพยักหน้า “ใช่ค่ะ เกมที่พี่ชายหนูเล่นมีตัวนึงชื่อทีมี่ พี่หนูชอบมากๆ เลย”



ให้ตายเถอะ โดนตั้งชื่อเล่นให้ซะแล้วสิเรา



“มะลิไปนั่งตรงนั้นได้เลยครับ แต่อย่าเล่นขวดน้ำหอมน้า มันทำจากแก้ว ถ้าตกแตกขึ้นมาพี่ทีมี่จะตีก้น ตกลงไหม?”



มะลิพยักหน้าทำท่าขึงขัง ผมพ่นลมพรืดแล้วรอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้น น้องเค้าเดินไปนั่งบนโซฟาตามที่ผมบอก ผมอดคิดว่าถ้าตัวเองมีน้อง ก็อยากให้น้องผมเหมือนเด็กคนนี้ทุกประการ



“หือ?”



ผมเพิ่งสังเกตุเห็นว่าน้องมะลิตัวเปียกไปครึ่งนึงแล้ว อันที่จริงตอนลูบหัวเด็กคนนี้ก็พบว่ามันเปียกอยู่บ้าง ผมไม่ยอมให้น้องเขาต้องป่วยแน่ๆ มันจะยิ่งแย่ถ้าเป็นไข้หวัดเข้า



ขายาวๆ ก้าวไปหยิบผ้าขนหนูสะอาดผืนหนึ่งที่หลังร้าน จากนั้นจึงเดินมาแล้วนั่งลงข้างๆ น้องเขา



“เช็ดหัวหน่อยนะ เดี๋ยวจะป่วยเอา”



เด็กสาวตรงหน้ารับผ้าไปอย่างว่าง่าย “ขอบคุณค่ะพี่ทีมี่ พี่นี่ใจดีเหมือนพี่ชายหนูเลย” เด็กอะไรไหว้ทุกครั้งที่รับของ น่ารักชะมัด



“เอ๋ ใจดีเหมือนพี่ชายหนูเลยเหรอ”



“ค่ะ” เช็ดหัวไปก็รับคำเสียงหวาน



“แล้วพี่ทีมี่ กับพี่ชายของหนู ใครหล่อกว่ากันละหือ?”



เด็กสาวตรงหน้าจ้องผมตาเขม็ง คิ้วเล็กนั่นแทบจะพันกันอยู่แล้ว ผมเริ่มหัวเราะเมื่อพบว่าเธอออกจะใช้เวลานานในการตัดสิน สีหน้าลำบากใจเผยออกมาอย่างไม่คิดจะปิด



“พี่ทีมี่... หล่อกว่าค่ะ แต่พี่ชายของมะลิยิ้มสวยกว่านะ!” มาเน้นคำเอาท้ายประโยคราวกับว่าจะไม่ยอมให้พี่ตัวเองน้อยหน้า ผมหัวเราะเฮฮาแล้วชมว่าน้องเค้าตาถึงดีนี่



และในตอนนั้นเอง...



เปรี๊ยง!



เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอย่างไม่คิดจะเตือนล่วงหน้า ถึงแม้ว่าเสียงจะเบาลงไปเกือบครึ่งเพราะหน้าต่างและประตูถูกปิดมิดชิด แต่มันก็ดังมากพอที่ทำให้ใบหน้าแย้มยิ้มของมะลิบิดเบี้ยวในเสี้ยววินาที



ผมสังเกตุว่าน้องเค้าดูกลัวน้อยลง แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี ให้ตายเถอะ ฝนฟ้าช่างทำร้ายกันเสียจริง



“มะลิไม่เป็นไรค่ะ มะลิปิดหูได้...” เหมือนน้องเค้าจะไม่อยากเป็นภาระให้ใคร เมื่อเอาผ้าขนหนูที่คลุมหัวไว้เสร็จก็ยัดนิ้วเล็กๆ เข้ารูหู ปิดหูไม่เท่าไร น้องเขาปิดตาหยีด้วยไง



โอ้ยยยย น่ารักเกินไปแล้วโว้ย



เห็นเด็กน่ารักๆ ต้องมาทนฟังเสียงฟ้าร้องที่กลัวแทบแย่แล้วผมก็เศร้าใจ สายตาผมมองวนไปทั่วร้าน แล้วก็นึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ ไม่รอช้า ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วตรงไปหยิบแก้วเซรามิคใบเล็กมาใส่ผงโกโก้ ชงตามสไตล์ที่คาดว่าเด็กน่าจะชอบ คือเน้นหวานและใช้ความมันจากนมโคที่เก็บไว้ในตู้เย็นร้านมาชง



ไม่นานนัก โกโก้อุ่นก็พร้อมเสริฟ



ผมนำมามาให้น้องมะลิ เด็กสาวเลิกอุดหูครู่หนึ่งเพื่อไหว้ขอบคุณ รับแก้วโกโก้วางบนโต๊ะข้างโซฟา แล้วหันไปอุดหูอีกครั้ง



ผมขมวดคิ้ววุ่น “ถ้าอุดหู แล้วจะทานโกโก้ยังไงล่ะครับ”



มะลิทำหน้าเหมือนจะร้องไห้



“ขอโทษนะครับ หนูกลัวฟ้าร้องมากๆ เลย รอให้ฝนหยุดตก หนูค่อยทานได้ไหมคะพี่ทีมี่”



ผมหัวเราะ



“ถ้าพี่ทีมี่มีวิธีทำให้เสียงฟ้าร้องหายไป น้องมะลิจะทานโกโก้ได้เลยไหม?”



ถึงแม้ผมดูออกว่าน้องเค้าคงไม่ค่อยเข้าใจ แต่เด็กสาวก็พยักหน้าแล้วเลิกอุดหู



ผมเดินตรงไปยังเปียโนตัวเก่าที่หอบมาจากบ้านเพราะอยากเอามาประดับร้าน มันห่างจากโซฟาไม่มาก ผมนั่งลงตรงหน้า แล้วสองมือก็แทบลงไปยังแป้น



“พี่ทีมี่เป็นพ่อมด เดี๋ยวจะเสกให้เสียงฟ้าฝนหายไปให้ดูนะครับ” พูดจบ นิ้วเรียวของผมก็กดลงแป้น



ในตอนนั้นเอง ที่เสียงเพลงดังก้องไปทั้งร้าน



ผมเล่นเพลงโปรดที่ผมชอบและคล่องนิ้ว love of my life ของวง Queen ถูกบรรเลงด้วยเปียโนหลังเก่าโดยสองมือของผมที่ต้องการจะสยบเสียงฝนด้วยดนตรี



นอกจากคุณแม่และเพื่อนตอนมัธยมปลายแล้ว ก็เห็นจะมีเด็กคนนี้เท่านั้นที่ได้ฟังเพลงที่ผมเล่น



บรรเลงไปได้ราวสามสิบวินาที ด้วยความที่ผมชำนานจนไม่ต้องมองแป้นคีย์ก็ได้ในท่องนี้เลยสามารถหันไปมองน้องมะลิได้ มันได้ผล น้องเค้าตาเป็นประกาย การที่เมื่อครู่นี้มีฟ้าฝ่าแต่ว่ามะลิไม่ได้สะดุ้งมันก็บอกได้อย่างชัดเจน ว่าเสียงเพลงที่ผมกำลังเล่นนั้นไม่ได้สูญเปล่า











จบ Ep3 แล้ววววววว ชอบเรื่องนี้ช่วยแชร์กันได้ไหม งืออออ

ปล. ใครอยากฟังเพลงที่ทิโมธีเล่น กดลิ้งค์ด้านล่างได้เลยฮับ


จิ้มตรงนี้




ชอบตรงไหน คอมเม้นต์เพิ่มกำลังใจได้น้าาาาา รักกก >< ขอบคุณครับ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 383 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. #694 thieves14122 (@Thieves1412) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 22:23
    ทีมคมเคะจ้าาา
    #694
    0
  2. #693 Fernbaka123 (@Fernbaka123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 20:16
    ว้าวๆ #ธีคมจ้า
    #693
    0
  3. #677 reluz (@kanun0_0) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:49
    ไม่ๆๆๆๆ เคะสิ เคะ!!!
    #677
    0
  4. #676 reluz (@kanun0_0) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:49
    ทีมอาคมเมะค่ะ!!
    #676
    0
  5. วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 01:01
    อาคมหน้าจะเป็นเมะนะ
    #664
    0
  6. #520 rainyjung99 (@rainyjung99) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 22:57
    สนุกมากๆ เลยคะ รออ่านต่อน้าาา
    #520
    0
  7. #478 BlueberryMixes (@blueny110) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 23:44
    ยังมีคำผิด และรูปประโยควกไปวนมาอยู่นะคะ ถ้าแก้ไขจะทำให้เนื้อเรื่องไหลลื่นกว่านี้ค่ะ

    สู้ๆๆ
    #478
    0
  8. วันที่ 25 เมษายน 2561 / 16:35
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #418
    0
  9. #380 Chulity (@Chulity) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 07:34
    อยากได้ผู้อย่างทีมี่ง่า~
    #380
    0
  10. #367 prince_Lprince (@prince_Lprince) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 09:03
    ความน้องพลัวววว
    #367
    0
  11. #283 J-Kia (@mimi-meme-meme) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 20:51
    ROV ก็มา  มะลิน่ารักกกกกก
    #283
    0
  12. #264 Dark blue moon (@Pin5951) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 22:50
    ทีมี่น่ารัก~~~
    #264
    0
  13. #245 มะมะหม๊าววว (@l3ungkee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 13:51
    อบอุ่นนน
    #245
    0
  14. #242 Blue slots (@puntira234) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 18:11
    มาต่อเถอะ
    #242
    0
  15. #241 Godsmon (@demongods) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 21:05
    อยากอ่านต่อจัง
    #241
    0
  16. #237 '$ CB. ชาน เลีย @' (@toon2546) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 20:44
    โอ้ยยยย น้องมะลิน่ารักกกก พี่ทีมี่(แอบเรียกตามน้อง)ก็อบอุ่นสุดๆ น่าร้ากกกกก
    #237
    0
  17. #236 WAA-Y (@WAA-Y) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 09:29
    น้องมะลิน่าเอ็นดูจังเลยหนู
    #236
    0
  18. วันที่ 12 เมษายน 2561 / 09:02
    โอ้ย ลงหลายลำได้บ่ น้องมะลิคือน่าฮักเเท้ //วิณญาณหมีกลับเข้าร่างงง หนูอยากได้กลับบ้านนนนนนน
    #235
    0
  19. #234 kaowphun (@kaowlovely) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 02:10
    นี่มันโลลินี่เฮ้ยยย อาค๊มมมมมรีบมาเร็วเร๊ววววววว
    #234
    0
  20. #230 -S!MPLE- (@khimmonsicha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 19:25
    ซิสค่อนโว้ย5555555
    #230
    0
  21. #228 Killer flowers (@meiji0852147369) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 10:26
    เจอโลลิค่อน 1 ea 😂😂😂 อาโค๊มมมมมม น้องนายชนะใจอิทีธีแล้วววววว รีบๆมาเร๊วววววว
    #228
    0
  22. #227 ammykjd (@ammykjd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 09:20
    เห็นด้วยกับเม้นที่226

    พี่อาคม น้องมะลิกับพี่ที่มี่เขาชนะใจกันแล้วนะคะ5555555
    #227
    0
  23. #226 ส่องไปวัน วัน (@beam8880) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 08:57
    น้องสาวน่ารักกกก พี่ชายน่าลากกกกกก 5555
    #226
    0
  24. #225 Night Demon (@pimmie1204) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 08:39
    ทิธีกับมะลิดีไหม5555 ไม่ดีกว่า มันจะหมีไป อาคมมารับน้องมะลิได้แล้ววว
    #225
    0
  25. #224 ビール (@Beer1222) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 08:15
    เหยียบเรือหลายแคมมากค่ะตอนนี้55555
    #224
    0