พ่อมด 'กด' หมอผี [Yaoi]

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 7 : ความจริง Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    27 ส.ค. 61

พ่อมด‘กด’หมอผี

ตอนที่ 7 : ความจริง

Part 1


ไฟถนนสีส้มส่องสู่พื้น เสียงลมต้านจากการนั่งอยู่บนมอไซค์วินเล่นเอาผมหูอื้อแต่ก็เย็นสบายดี



ผมชอบความรู้สึกที่ได้พุ่งไปข้างหน้าแบบนี้ ไปข้างหน้า... โดยไม่ต้องสนใจเสียงรอบข้าง ปล่อยให้คำพูดของคนที่ไม่เข้าใจเราเป็นเหมือนเสียงลมที่กำลังดังอยู่ในขณะนี้ เป็นเสียง ที่ไม่มีความหมายใดๆ 



ไม่รู้ทำไม เสียงที่ผมบอกตัวเป็นล้านครั้งว่าเป็นแค่ถ้อยคำขยะ ก็ดังขึ้นมาจนได้



- ฉันรู้หรอกนะ เรื่องบ้านของนายที่กำลังจะถูกยึดน่ะ - 



หยุด ทิโมธี อย่าไปฟังมัน



- ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่าต่อให้ขายได้มากแค่ไหนก็ไม่มีทางทันบ้านถูกยึด แต่นายยังพอใจที่จะกลายเป็นต้นเหตุให้พวกมิจฉาชีพเอายาเสน่ห์ไปใช้ในทางที่ผิดเนี่ยนะ -



ไม่มีความหมาย คำพูดของไอ้หมอนั่น... ไม่มีความหมาย



ไม่ไหว ผมไม่รู้ว่าทำไมคนคนหนึ่งที่เราไม่แม้แต่จะรู้สึกดีด้วย ผมถึงได้รู้สึกน้อยใจทุกครั้งที่ในหัวมันคิดไปเอง



“น้อง ลงได้แล้ว”



เสียงกระด้างดูหงุดหงิดดังจนใกล้กับคำว่าตะคอกเอ่ย ผมสะดุ้งหลุดออกจากภวังความคิดแล้วพบว่าตนกำลังอยู่หน้าประตูเก่าเขรอะสนิมที่ผมเดินเข้าออกมาตลอดชีวิต



ถึงตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ



“โทษครับพี่” ผมก้าวขาลงจากรถ ควักกระเป๋าตังค์ขึ้นมาแล้วหยิบแบงก์ยี่สิบยื่นให้



“เอ้อ ใจลอยนะเราเนี่ย” พี่วินมอไซค์ว่า พลางส่ายหน้าก่อนจะบิดรถกลับออกไปยังปากซอยอย่างรวดเร็ว จรดจนเสียงเครื่องยนต์แหลมๆ จากไปพร้อมกับความสับสนของผม หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ สองเท้าก็เดินเข้าบ้านไป



กึ้ง กึ้งงง....



“เฮ้ยๆ” ผมสะดุ้ง ไอ้เศษเหล็กนี่นับวันยิ่งห่างไกลจากคำว่าประตูไปซะทุกที “อย่าเพิ่งพังดิ ไม่มีเงินซ่อมหรอกนา”



ผมพยายามเปิดและปิดมันอย่างเบามือที่สุด สำเร็จ อย่างน้อยก็ไม่หลุดเป็นชิ้นๆ ตอนนี้ล่ะนะ



ความเงียบด้านในกำแพงบ้านไม่ต่างอะไรจากใต้น้ำลึกกลางมหาสมุทร



ตรงกันข้ามกับแสงไฟสว่างจ้าโดยสิ้นเชิง



“แม่เปิดไฟเยอะไปแล้วนะ” ผมไม่เข้าใจเลย ทั้งๆ ที่ย้ำกับแม่ตั้งหลายครั้งแล้วแท้ๆ ว่าอย่าเปิดไฟเยอะขนานนี้ “บอกให้เปิดแค่สองสามดวงแท้ๆ นี่เล่นสิบกว่าดวงเลย เห้อ”



ถึงแม้ว่าบ้านหลังนี้จะใหญ่ แต่ค่าไฟก็ไม่เคยเกินเดือนละพันห้าร้อย ผมอยู่กับแม่แค่สองคน อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด



ต้องใช้เวลาเดินระยะทางจากประตูรั้วไปยังประตูบ้านพอสมควร เมื่อผมมาถึงก็รีบปิดไฟด้านนอกทันที



“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว”



พูดไปสักพักแต่ไร้เสียงตอบกลับ ผมเหล่มองนาฬิกาถึงเข้าใจ เวลานี้บางครั้งแม่ก็หลับแล้ว



ร่างกายมันหนักไปหมดจนต้องเดินมาทิ้งตัวคว่ำหน้าลงบนโซฟาเก่าคร่ำคร่า กลิ่นเอกลักษณ์ของหนังแท้ๆ ที่ผ่านกาลเวลามาตั้งแต่คฤหาส์นหลังนี้ถูกสร้างเล่นเอาผมปวดจมูกจนต้องเบือนหน้าหนี



ทนไม่ไหวจริงๆ เลยต้องลึกขึ้นนั่ง



“สงสัยต้องออกกำลังกายบ้างแล้วเรา” ผมหมุนไหล่ที่ปวดเมื่อยตามประสาคนเรียนมาทั้งวันแล้วดันไปเปิดร้านขายของ “พักนี้ไม่ค่อยได้คาร์ดิโอ้เลยทิโมธีเอ๊ย”



บ่นไปก็เท่านั้น ผมมีเวลาออกกำลังซะที่ไหน ไหนจะเรียนที่มหาลัยฯ ไหนจะขายของอีก



พูดถึงขายของแล้วก็พอจะมีรอยยิ้มได้บ้าง ผมเปิดกระเป๋าสะพายข้างออกมาแล้วคว้ากล่องใส่เงินสำหรับขายน้ำหอมออกมาวางตรงหน้า



กึก...



เสียงกล่องกระทบผิวโต๊ะบ่งบอกว่าด้านในมีเงินอยู่พอสมควร ดูเหมือนยอดขายของวันนี้จะไม่เลวเลยทีเดียว



“นับซะหน่อยดีกว่า”



สองมือแยกประเภทแบงก์อย่างรวดเร็ว ยี่สิบ ห้าสิบ ร้อย ห้าร้อย พัน เศษเหรียญอันนี้เดี๋ยวค่อยนับ ไม่นานนักผมก็เริ่มรับเงินทั้งหมดอย่างช้าๆ จนที่สุดเงินตรงหน้าก็ถูกนับจำนวนเสร็จ



“ขาดอีกไม่เยอะแล้ว” เหมือนความเหนื่อยล้าจากการทำงานจะหายไปสิ้นเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ผมต้องการอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่แล้ว...



- ต่อให้นายจะขายน้ำหอมได้มากแค่ไหนก็ตาม... แต่ธนาคารก็จะมายึดบ้านนายอยู่ดี นายรู้อยู่แล้วใช่ไหม -



เป็นถ้อยคำขยะของไอ้หอกหักนั่นอีกแล้ว ที่ทำให้อารมณ์สดใสกลายเป็นหงุดหงิดขึ้นมาทันที 



“ไอ้บ้านั่น...” นานมากแล้วที่คำพูดของคนอื่นไม่ได้มีผลต่อผมมากถึงขนาดนี้ “ไปตายซะ” อดไม่ได้จริงๆ ต้องด่าเพื่อระบายความคับข้องใจ



เราไม่ควรเอาคำพูดของคนอื่นมาใส่ใจถูกไหม? 



แปะ แปะ ผมตบแก้มตัวเองทั้งสองข้างเรียกสติ “อีกนิดเดียว” บอกตัวเองเสร็จก็ใช้หนังยางรัดเงินเป็นก้อนๆ เก็บเข้ากระเป๋า



“อ้ะ” แต่แล้วผมก็นึกขึ้นได้ “เอาไปเก็บดีกว่า พกเงินขนาดนี้ติดตัวคงไม่ดีมั้ง”



คิดได้แล้วก็คว้ากระเป๋าพร้อมลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงเดินไปปิดไฟเพราะคงไม่กลับมาตรงนี้แล้ว



ความมืดในบ้านไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินในบ้านสักนิด แทบไม่ต้องกังวลว่าจะเดินชนอะไรไหม เพราะว่าอะไรก็ตามที่พอจะมีราคาอยู่บ้างในบ้านนี้ ก็ถูกผมยกไปขายเป็นเงินเอามาใช้จ่ายจนหมดแล้ว



คงไม่มีใครคิดหรอกนะ ว่าเด็กปีหนึ่งอย่างผมที่อยู่กับแม่ที่ป่วยหนักจะมีเงินกินเงินใช้ได้จากความสามารถของตัวเอง



คิดเพลินๆ ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตู้เสื้อผ้าเก่าแก่ใบหนึ่ง



“เห้อ ถ้าขายตู้นี่ได้ก็ดีสิ” ผมถอนหายใจ จริงๆ พวกขายของเก่าก็มาซักไซร้เสนอราคาสำหรับตู้ใบนี้ให้ผมอยู่หลายเจ้า แต่ให้ตายยังไงผมก็คงขายให้ไม่ได้หรอก



เพราะอะไรน่ะเหรอ?



กริ๊ก ครึก ครึก ครึก... ก



เสียงแปลกๆ ดังทันทีที่ผมปิดด้ามจับตู้ไปมา บิดไปทางซ้ายสองครั้ง ทางขวา และซ้ายอีกที



ป๊อก !



เหมือนเสียงขวดไวน์ถูกเปิดจุกไม่มีผิด ประตูตู้เปิดแล้ว สีเย็นๆ ตีใส่หน้าผมมาพร้อมกับกลิ่นอับชวนแหวะ แต่ไม่มีเสื้อผ้าอยู่ตู้สักตัว จะมีก็แต่บันไดทางเดินลงไปยังด้านล่างก็เท่านั้น



ใช่ ด้านหลังตู้นี้ มีบันไดสำหรับลงไปชั้นล่างอยู่



และการที่มันอยู่หลังตู้ที่ต้องปิดด้วยรหัสเฉพาะก็แปลว่า...



นี่คือห้องลับ



“หลอดไฟขาดอีกแล้วสินะ” ผมส่ายหน้าพลางก้าวเท้าลงไปยังชั้นล่าง หลอดไฟนับสิบที่เคยส่องสว่างตอนนี้มีเพียงสามดวงเท่านั้นที่ยังเปร่งประกายส่องทาง ด้วยความที่ว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเคยเข้ามาในห้องลับใต้ดินนี่ สองข้างจึงก้าวลงทีละขั้นตามปกติโดยไม่กลัวจะล้มเพราะสะดุดอะไร



ยิ่งลงไปลึกเท่าไรก็ยิ่งเหม็นชื้นมากขึ้นเท่านั้น ดูเหมือนเทคโนโลยีในตอนนั้นจะไม่ได้สูงมากนักต่อให้ฐานะดีแค่ไหนก็ตาม



ไม่นานนักผมก็ลงมาจนถึงพื้น ความลึกของห้องนี้ตามที่คุณพ่อผู้ล่วงลับเคยประเมินไว้คือหกเมตรนับจากผิวดิน นับว่าไม่ลึก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะไม่กลัวถ้ามันเกิดถล่มลงมา



โชคดีที่หลอดไฟตรงนี้ไม่ขาดไปด้วย มันทำให้ผมได้เห็นว่าด้านล่างนี่แต่ก่อนเต็มไปด้วยหยากไย่และคราบฝุ่นหนาแค่ไหน ตอนนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม



“คงต้องทำความสะอาดบ้างแล้วแหะ”



ภายในห้องลับใต้ดินนี้เต็มไปด้วยชั้นหนังสือล้อมรอบ ไม่รู้ว่าผมนึกอะไรถึงได้เดินไปหยุดอยู่ที่ชั้นหนังสือ ก่อนที่จะเลือกหนึ่งเล่มจากทั้งหมดออกมา เล่มนี้เป็นหนังสือปกหนังที่ดูออกว่าผ่านการซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง และชื่อของมันก็คือ...



Charming Witch



ใช่แล้ว หนังสือชื่อเดียวกับร้านขายน้ำหอมผสมยาสเน่ห์ของผม



ถ้าจะให้ถูก ต้องบอกว่าชื่อร้านตั้งตามชื่อหนังสือเล่มนี้จะดีกว่า



ผมบรรจงเปิดหนังสืออย่างระวัง พลันความทรงจำในวัยเด็กครั้งที่ผมลงมาข้างล่างตรงนี้กับพ่อก็ฉายภาพอีกครา



‘พ่อครับ หนังสือพวกนี้คืออะไรเหรอครับ’



‘หนังสือของบรรพบุรุษพ่อมดของเราน่ะทิโมธี ทุกเล่มล้วนเป็นบันทึกการปรุงยาของพ่อมดที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น’



‘หวาว แบบนี้ผมก็สามารถปรุงน้ำยาล่องหน หรือน้ำยาแปลงร่างได้ด้วยสิใช่ไหมครับ’



‘ได้สิ ถ้าลูกมีวัตถุดิบครบ’ ผมยังจำรอยยิ้มในวันนั้นของท่านได้ดี ‘แต่คิดว่ายังไงก็คงหาไม่ครบแหละ ยาพวกนั้นจำเป็นต้องใช้เลือดของพ่อมดผสมกับเลือดของมังกรหรือปิศาจ หาไม่ได้แล้วล่ะในยุคนี้น่ะ’



‘หวา… แบบนี้พวกเราก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาน่ะสิครับ’



‘ไม่หรอก น้ำยาบางอย่างก็พ่อมดอย่างเราก็พอจะปรุงได้ อย่างเช่นสูตรน้ำยาสเน่ห์ในเล่มนี้ยังไงล่ะ’



‘ยาสเน่ห์ โห แบบนี้ก็ดีสิครับ’



ผัวะ ท่านตบหัวผมเบาๆ “นี่แหน่ะ เจ้าบ้า”



‘โอย พ่อตีผมทำไมล่ะ’



ผมยังจำ รอยยิ้มและคำพูดนั้นจากปากท่านได้ดี



‘ทิโมธี จำไว้นะลูก ความรักที่แท้จริงน่ะ ต้องเป็นของจริง ไม่ใช่ภาพมายา’ นิ้วชี้ของท่านจี้ไปยังหัวใจของผม ‘และความรักที่เป็นของจริงน่ะ ต้องมาจากใจเท่านั้น ไม่ได้มาจากตัวช่วยอย่างยาสเน่ห์นี่ เข้าใจไหม?’



“เข้าใจครับพ่อ”



ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่น้ำตามันไหลออกมา แย่ชะมัด ดูเหมือนสิ่งที่ทำให้ผมหลุดจากความทรงจำที่ใฝ่หาจะเป็นคราบน้ำตาบนหนังสือตำราปรุงยาเล่มนี้ กระดาษเปียกเป็นวงและเปื่อยยุ่ยขึ้นขุยทันที ผมรีบใช้ปากเป่าให้แห้งก่อนจะยัดมันกลับไปยังชั้นวางดั่งเดิม



ทิโมธีเอ๋ย ทิโมธี นายควรจะรีบเอาเงินมาซ่อนแล้วไปนอนสักทีเถอะ พรุ่งนี้มีเรียนเช้านะเว้ย



เมื่อรู้ตัวผมก็รีบเอาเงินไปยัดไว้ใต้ชั้นหนังสือ จนมั่นใจดีแล้วว่ามิดชิดดีก็เดินออกมาหยุดที่กำแพงอิฐตรงมุมห้อง



มันเป็นกำแพงที่ราบเรียบซะจนไร้ที่ติ ทว่าตรงกลางของกำแพงกลับปรากฏรอยลึกบุ๋มลงไป



สายตาของผมจ้องไปยังรอยลึกนั่นแล้วอดพึมพำไม่ได้



“อีกนิดเดียวเท่านั้น ไปป์นั่น ฉันต้องเอามันมาให้ได้” 



ใช่แล้ว... รอยลึกบนกำแพงเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้สร้างจงใจทำเอาไว้แทนรูกุญแจ



มันเป็นกำแพงที่ต้องใช้ไปป์โบราณจากอังกฤษที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกของตระกูลผมเท่านั้น จึงจะเปิดประตูห้องลับอีกแห่งได้



ถ้ารูนี้คือรูกุญแจ ไปป์อันนั้นก็คือกุญแจ



ซึ่งมันได้ขโมยไป ตั้งแต่โจรขึ้นบ้านสมัยคุณปู่



“อีกนิดเดียวเท่านั้น ก็จะมีเงินมากพอสำหรับซื้อไปป์นั่นกลับมาแล้ว”



ถ้าถามว่าทำไมผมถึงต้องการเปิดประตูลับนี่แล้วล่ก็ เห็นทีก็คงจะเป็นเพราะ


ภายในห้องนี้มันมีสมบัติของตระกูลซ่อนอยู่



พ่อบอกผมว่า คุณทวดเก็บทรัพย์สมบัติมากมายเอาไว้ในห้องนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทองคำและอัญมณีจากอังกฤษ



คุณทวดกำชับว่า ถ้าหากไม่ใช่ไปป์เปิดประตูล่ะก็ ห้องลับนี้จะถล่มลงมาทันที



ดังนั้น ผมจึงต้องหาไปป์ของตระกูลกลับมาให้ได้



เพราะถ้าเปิดประตูห้องนี้ได้ ทั้งคฤหาส์นหลังนี้และอาการป่วยของแม่ ก็จะถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดาย



ซึ่งแน่นอนว่าผมรู้ดี ว่าตอนนี้ไปป์นั่นอยู่ที่ไหน ตามที่ผมใช้เวลาหลายปีในการสืบ ในที่สุดผมก็พบว่ามันตกอยู่ในมือของพ่อค้าในตลาดมืดคนหนึ่ง ราคาที่ประกาศขายนั้นอยู่ในระดับเดียวกับของเก่าราคาแพงทั่วไป ดังนั้นผมจึงสามารถเก็บเงินซื้อไหวอยู่



อีกนิดเดียวเท่านั้น...



“เห็นไหม อาคม นายนี่มันไม่รู้อะไรซะเลย”



ผมแค่นเสียงพร้อมกับเดินขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน








กะ-กลับมาแล้วครับ งืออออ ขออภัยที่หายไปนาน มีใครยังรออยู่ไหมครับ ขอเสียงชาวกาวที งืออออออ




ในทวีตใช้


#พ่อมดกดหมอผี 


น้าาาา มาหวีดกันได้น่ออออ >< ตามอ่านทุกอันแน่ครับผม





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 17:36

    เเน่ใจหรอว่าข้างในมีสมบัติ
    #582
    0
  2. #509 (< Ava >) (@0854564183) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 19:13

    เย้ๆๆๆๆมาแล้วววที่สุดของการรอคอยคือความสรุกและลุ้นนี้https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #509
    0
  3. #505 tangjam (@tangjam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:02
    สมกับที่ลอยคอ เอ๊ย!!รอคอย
    #505
    0
  4. #502 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 02:51
    เย้ มาแล้ววว
    #502
    0
  5. #500 MenMark (@lunatan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 23:45
    สรุปยังไงก็ทำร้ายคนอื่นอยู่ดีป้ะล่ะ
    #500
    0
  6. #499 Killer_Blood (@pailinlovetop111) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 18:45
    กี้สส รอสิรอ
    #499
    0
  7. #498 KanoKanup (@KanoKanup) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 15:38
    รอสิฮือวววว จะนานแค่ไหนเราก็รอ แต่อย่าเทก็พอนะ;^;
    #498
    0
  8. #496 MIKA_มิคาเงะ (@g-jinki) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 08:56

    รอตั้งนาน มาสักที~~ นึกว่าลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
    #496
    0
  9. #495 Fenista (@Fenista) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 08:35
    สารภาพตรงๆว่าลืมไปแล้ว ต้อยย้อนอ่านใหม่อ่ะ แง๊
    #495
    0
  10. #494 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 08:18

    สารภาพว่าลืมมมม&#128525;&#128525;
    #494
    0
  11. #493 RA-IN-ra-in (@RA-IN-ra-in) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 07:55
    รอเสมอนะคะ หายไปนานมากคิดถึงงงง
    #493
    0
  12. #492 aom apple (ออม) (@mikuandaom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 07:31
    คิดถึงมากกกกกก ฮื่อออออ
    นี่เป็นห่วงพี่นกฮูกมากมายเลย ;^;
    #492
    0
  13. #491 Fairytailla (@Fairylailla) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 06:12
    ค..คิดถึงไรท์!!!!
    #491
    0
  14. #490 WAA-Y (@WAA-Y) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 02:11
    ยังรอเธออยู่นะจ๊ะ~ คนเขียน~
    แต่สงสารธีทีง่าาา
    #490
    0
  15. #489 Gifuto: (@-gift-beautiful-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 01:42

    รอตลอดค่าาา ยินดีต้อนรับกลับนะคะ ดีใจมากกกกก

    #489
    0
  16. #488 Malypz04 (@tadson) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 01:36
    รออยู่ครับ ติดตามผลงานอยู่ตลอด
    #488
    0