พ่อมด 'กด' หมอผี [Yaoi]

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,082
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 608 ครั้ง
    2 เม.ย. 61

พ่อมด‘กด’หมอผี

Prologue 


โลกหลังความตาย สิ่งเหนือธรรมชาติ ตำนานปรัมปรา ใครๆ ต่างก็นึกว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าโบร่ำโบราณที่ไม่ต่างอะไรไปจากเล่าเรื่องหรือนิทาน เพียงแต่มีมนุษย์อยู่จำพวกนึงเท่านั้นที่รู้ ว่าเรื่องพวกนี้จริงๆ แล้วแม่งก็มีความจริงอยู่



แถมยังจริงเสียเป็นส่วนมาก



ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ใช่อะนะ เพราะความจริงนั้นไซร้ ช่างน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง 



เทพ ปิศาจ อสูรกาย สัตว์ในตํานาน ทุกอย่างล้วนมีจริง เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในแดนลับแลอย่างที่มนุษย์เราเข้าใจ 



แต่ถ้าถามผมว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน บอกไปเดี๋ยวจะทําใจไม่ได้เปล่าๆ 



มนุษย์หมาป่าเป็นไกด์พาเที่ยว แวมไพร์อาบแดดทําผิวแทน มังกรจำแลงกายเป็นอาเจ็กขายวัสดุก่อสร้างที่แปรรูปมาจากทรัพยากรใต้บาดาลซึ่งพวกพญานาคให้สัมปทานนานสามศตวรรษ 



แถมล่าสุดนี่ยิ่งมีตํานานรัก ที่ว่ากันว่าเกิดมาจากนายยักษ์รักครุฑหนุ่มเสียด้วยสิ... ประเด็นคือครุฑเป็นเมะด้วยไง! 



พวกเขาล้วนปะปนอยู่กับสังคมคนธรรมดามาช้านาน มีมนุษย์ส่วนน้อยมากที่รู้ว่ามีการคงอยู่ของพวกเขา



อ่าว... แล้วผมรู้เรื่องพวกนี้ได้ไงงั้นสินะ ถามว่าผมไม่ใช่มนุษย์หรือ? คําตอบคือผมเป็นมนุษย์เพศชาย



แถมยังหล่อวัวตายควายอัมพาต จนต้องทํากายภาพไปตลอดชีวิต 



ชื่อของผมคือ ‘อาคม อครไตยธงไกร’ หนุ่มไทยวัยยี่สิบปี ดีกรีเดือนคณะวิทยาศาสตร์มหา’ลัยชั้นนําของประเทศ อะไรนะ ไหนว่ามนุษย์ไม่รู้ว่ามีการคงอยู่ของพวกเหนือธรรมชาติ? ใจเย็น ฟังผมอธิบายก่อน ใจร้อนเกินไปแล้วนะเราน่ะ 



เอาเป็นว่า ผมน่าจะใช้คําผิดไปนิดหน่อย



ที่ว่ามนุษย์ไม่รู้ว่ามีการคงอยู่ของสิ่งเหนือธรรมชาติน่ะ ผมหมายถึง ‘มนุษย์ธรรมดา’ ต่างหาก



ส่วนผม ผมไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ทว่าเป็นตัวตนที่ค่อนข้างแตกต่างออกไป



ผมเป็นผู้วิเศษ 



ผู้วิเศษคือชื่อที่ใช้เรียกมนุษย์ที่ ‘ได้รับการยอมรับจากตัวตนเหนือธรรมชาติ’ ว่าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา อย่างที่ฝรั่งมีพ่อมดวิงกาเดี้ยมเลวิโอซ่า คนจีนกินหม่าล่าก็มีนักพรตบําเพ็ญเต๋าทลายนภากลายเป็นอมตะ ญี่ปุ่นมีองเมียวจิปราบปิศาจ และพี่ไทยคนอัลไตอย่างเราก็มีหมอผีไง



ใช่ ผมเป็นหมอผี แล้วก็ต้องขอย้ําอีกทีว่ามีดีกรีเดือนคณะวิทย์ฯ ด้วยนา 



ผู้วิเศษอย่างเรารับรู้ถึงตัวตนเหนือธรรมชาติแบบนี้มานานนนนนนนแล่ว อีกทั้งตัวผมก็เข้าสังคมเหนือธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงรู้มาตั้งนานแล้ว ว่าไม่ได้มีแค่โฮโมซาเปี้ยนที่สามารถเดินเล่นในพาราก้อนได้



และเมื่อเรื่องราวเหล่านั้นมีจริง สิ่งของหรือพรวิเศษอย่างเช่นยาเสน่ห์หรือน้ำมันพราย ก็เลยกลายเป็นของที่มีจริง



หลบ !



ผมกล่าวเสียงฮึดฮัด เดินตบเท้าหนักๆ ตามทางเดินไปยังตลาดนัดใกล้มหาวิทยาลัย ใบหน้าไม่เป็นมิตรเพราะกำลังหงุดหงิดใจ เลยทำให้ไม่ว่าใครต่างก็หลีกทางให้ผมแทบจะทันทีเหมือนชะนีหนีเสือ



“อ๊ะ... มะ-มึง หลีกเร็ว วันนี้ลอร์ดมืดอารมณ์ไม่ดี”



“ลอร์ดมืด? ลอร์ดมืดอะไรวะ”



“เชี่ย นี่มึงไม่รู้จัก คนที่คุณก็รู้ว่าคม ใช่ป่าว!”



“อะไรวะ เขามีแต่คนที่คุณก็รู้ว่าใครปะ? จากเรื่องแฮร์รี่อะ”



“เชี่ยๆๆ หลบก่อน เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง ไปขวางพี่เขาแบบนั้นระวังโดนเสกหนังควายเข้าท้องหรอกมึง”



ในที่สุดนักศึกษาต่างคณะคนนั้นก็หลบทางให้ผมด้วยใบหน้าอึ้งพิลึก ผมถลึงตามองอย่างขุ่นใจ อะไรวะ ขวางทางคนกำลังรีบแบบนี้



นักศึกษาหลายคนเห็นผมอารมณ์บูดก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ผมแค่นเสียงในใจ ไอ้พวกคนอัลไตขี้กลัวเอ๊ย คิดว่าวิชาเสกหนังควายเข้าท้องมันทำกันง่ายๆ หรือไง? วิชาแม่งสูญหายไปตั้งหลายร้อยปีแล้วโว้ย



ถึงผมจะเป็นหมอผี แต่ก็ไม่ได้มีวิชาครบถ้วนแบบในหนังในละคร เสกของเข้าท้อง?  เลี้ยงผี? ปราบวิญญาณ? เหอะๆ ...



กูทำไม่เป็นโว้ย



“หลีกหน่อย คนกำลังรีบ”



ผมพูดเสียงไม่ถือว่าดัง แต่คนฟังกลับหน้าถอดสี รีบหลีกรีบหนีให้จนผมเดินผ่านได้โดยไม่ต้องหยุดชะงักแม้แต่พักเดียว



เรื่องนี้จะว่าไปแล้วแม่งจะถือว่าเป็นเรื่องดีไหมเนี่ย? เหตุผลที่ผมเดินสะดวกแบบนี้ ก็เห็นทีว่าจะมีต้นเหตุเดียวกันกับฉายาแปลกๆ ที่ได้รับมาอย่าง ‘คนที่คุณก็รู้ว่าคม’ หรือที่เรียกกันตามประสาสายย่อ (เรียกย่อๆ) ว่า ‘ลอร์ดมืด’ นั่นละ



เรื่องมันเริ่มต้นจากที่ผมซึ่งประกวดเดือนชนะจนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เย็นวันนั้นมีรุ่นพี่ที่ค่อนข้างเกเรมาเดินชนจนผมล้มหน้าจูบพื้น พวกแม่งสามคนไม่ขอโทษไม่เท่าไร แถมยังหัวเราะเสียงดังได้ใจอีกนะสัด ไอ้ผมก็เป็นคนจริงไง เลยพูดออกไปว่า



“หัวเราะไปเถอะพวกมึง เดี๋ยวกูจะกลับไปเสกหนังควายเข้าท้องแม่ง”



รุ่นพี่สามคนนั่นได้ยินแบบนี้ก็หัวเราะชอบใจ หารู้ไม่ผ่านไปคืนเดียว ทั้งสามคนก็ปวดท้องเข้าโรงบาลแบบไม่มีสาเหตุ นอนนานตั้งสามวัน หลังจากนั้น คนทั้งมหา’ลัยก็ลือกันว่าผมเป็นหมอผี



ซึ่งก็ดี แม่งทำให้ผมทำธุรกิจง่ายขึ้น



ผมเริ่มขาย น้ำมันพราย ในมหา’ลัยตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ในฐานะหมอผีนี่ นอกจากนี้ไอ้ที่ฝึกวิชามาก็ไม่ค่อยจะสำเร็จ วิญญาณเอยผีเอยนี่ยังมองไม่เห็นเลยเถอะ



หลังจากพ่อแม่ท่านตายตอนผม ม.ปลาย ได้ไม่นาน ผมก็รับช่วงกิจการร้านขาย ‘เทียนหอม’ ในตลาดนัดขนาดใหญ่ใกล้มหา’ลัย กิจการนี้ไม่ค่อยดีนักเรียกได้ว่าพอถูไถ ไหนผมจะต้องหาเลี้ยงน้องสาวที่ตอนนี้เพิ่งจะอนุบาลสามอีก เรียกได้ว่ายากลำบากเชียวล่ะ



อันที่จริงผมเริ่มขายน้ำมันพรายมาตั้งแต่ตอนนั้นนั่นแหละ แต่ขายไม่ได้เลย เป็นเรื่องจริงที่โคตรน่าเจ็บใจ ไม่มีใครอยากซื้อน้ำมันพรายจากเด็ก ม.ปลายหรอก



แต่พอมีเรื่องข่าวลือของพวกรุ่นพี่ห่านั่น ที่ผมไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำก็ป่วยกันไปเอง เมื่อความน่าเชื่อถือมาเงินตราก็เกิด น้ำมันพรายของผมก็กลายเป็นรู้จัก ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า!



ขายดีชนิดที่ว่าต่อให้ขึ้นราคาสิบเท่าก็ยังมีคนอยากได้ ต่อให้ตอนนี้ผมจำกัดการขายที่เดือนละแค่ 10 ขวด เงินที่ได้ก็ยังเหลือๆ



เป็นแบบนี้มาแรมปี ทุกอย่างแม่งเหมือนจะดีเหมือนจะเริ่มลงตัว...



แต่แล้ว เมื่อกี้นี้เอง ผมที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนก็ถึงกับโดนลูกค้าดักรอด่าหน้าห้อง!



ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที



“พี่! ไหนว่าน้ำมันพรายพี่ของจริงไง แล้วทำไมไม่เห็นได้ผลอย่างที่บอกเลย” เด็กหนุ่มปีที่หนึ่งที่ผมจำได้ว่าเป็นลูกค้าคนล่าสุดที่ยอดซื้อน้ำมันพรายไปด้วยราคาสูงลิ่วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ



“เดี๋ยว มึงว่าไงนะ น้ำมันพรายของพี่ไม่ได้ผล?”



“ใช่ครับ” น้องลูกค้าโชว์ขวดน้ำมันพรายขนาดสูงหกนิ้วครึ่งที่ถูกใช้จนเหลือเพียงคราบเหลืองอ๋อยให้ผมดู “ไม่เห็นได้ผลเลย”



ผมปวดหัวจี้ด มันจะเป็นไปได้ยังไง น้ำมันพรายของกูเนี่ยนะไม่ได้ผล



“ไอ้น้อง พูดจาดีๆ นะ อย่ามาตุกติกกับพี่ นี่ไม่ใช่ว่าใช้จนหมดแล้วมาหาเรื่องเอาเงินคืนนะโว้ย เดี๋ยวเจอดีหรอกมึง!”



“มะ-ไม่ได้ตุกติกครับ” น้ำเสียงของเขาดูอ่อนลงทันตาเห็น ดูเหมือนว่าชื่อเสียงด้านลบๆ ของผมจะดังอยู่ในหมู่เด็กปีหนึ่งไม่น้อยล่ะนะ “มันไม่ได้ผลจริงๆ”



ดวงตาผมเบิกกว้าง อะไรนะ ไม่ได้ผลจริงดิ



“มึงเล่าให้พี่ฟังหน่อย อะไรวะ น้ำมันพรายของพี่ไม่ได้เลยจริงดิ?” น้ำเสียงผมอ่อนลงบ้าง



“ไม่เชิงครับ คือ... มันก็ได้ผลดี สาวที่ผมอยากจะจีบก็ดูจะมองผมด้วยสายตาชื่นชมอยู่หรอก ผมค่อยๆ ใช้น้ำมันพรายของพี่วันละนิดวันละหน่อยตามที่พี่สอน เธอก็ดูใจดีกับผมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง...”



คิ้วเข้มๆ ของผมขมวดเข้าหากัน ทวนคำพูดกลับเป็นเชิงถาม 



“จนกระทั่ง?”



รุ่นน้องคนนั้นก้มหน้าลงเล็กน้อย “จนกระทั่งคู่แข่งของผมแม่งเดินเข้ามา พูดจาหยอกล้อไม่กี่คำ เธอคนนั้นก็เมินผมไปเลย แถมยังดูสนิทกับมันมากๆ ผมไปสืบมาแล้ว ทั้งสองคนเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก!”



เชี่ย!



เจอกันครั้งแรก? พูดแค่ไม่กี่คำ?



ไม่กี่คำแล้วดูสนิทกัน... สนิทกันก็เหี้ยแล้ว! อาการแบบนี้ แม่งมีปัญหาแล้วนี่หว่า



ดูจากหน้าตาที่พร้อมจะร้องไห้ของไอ้คนตรงหน้าแล้วผมเองก็หวั่นใจไม่คิดว่าน้องนุ่งมันจะโกหก แต่นี่มันออกจะแปลกเกินไปแล้ว



“พี่ ผมไม่ได้โกหก พี่เคยบอกผมนี่ ว่าถ้าไม่ได้ผลยินดีคืนเงิน...”



ผมได้ยินแบบนี้ก็กัดฟันกรอด



“มึงไม่โกหกกูแน่นะ”



“สาบานให้ฟ้าผ่าตายเลยพี่”



“ชิ ดูท่ามึงคงไม่ได้โกหกกูจริง” ผมสบถในลำคอ “ก็ได้ แต่ถ้ากูจับได้ว่ามึงโกหก ชื่อเสียงพี่มึงก็รู้ดี กูไม่เก็บเอาไว้แน่!” ผมพูดไปเพื่อที่จะดูท่าทีน้องมัน แต่ดูแล้วกลับไม่มีพิรุธใดๆ ทั้งสิ้น



เออ คืนเงินก็ได้วะ!



ผมควักแบงก์พันหลายใบคืนเด็กมันไป พอได้เงินแล้วอดีตลูกค้าก็เดินจากไปด้วยท่าทางห่อเหี่ยวเหมือนหมาหงอย



แม่ง อาการเหมือนคนอกหักไม่มีผิด อะไรวะ น้ำมันพรายของกูไม่ได้ผลจริงดิ?



ตอนนั้นผมยอมรับว่าสับสนมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนอย่างไอ้อาคมไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้มาก่อน บวกกับเพิ่งจะเสียเงินที่ควรจะเป็นค่าใช้จ่ายในเดือนนี้ไป ในใจแม่งเลยโคตรหงุดหงิด



เชี่ยไรวะ ของกูเสื่อมจริงดิ?



สารพัดสารพันคำถามเกิดในใจ ผมเดินลงบันไดอาคารเรียนด้วยอารมณ์หมองหม่นจนลงมาถึงหน้าโรงอาหาร แต่แล้วในตอนที่ผมเดินผ่านเด็กสาวกลุ่มหนึ่ง หูก็พึ่งขึ้นมาทันที



“อะไรนะแก น้ำหอมฟีโรโมน?” เป็นเด็กสาวปีหนึ่งซึ่งกำลังเดินพูดคุยกับเพื่อนอยู่



“ใช่แล้วแก เห็นว่าขอแค่ฉีดใส่ตัว ผู้ก็รักผู้ก็หลง”



“บ้าเหรอ น้ำหอมแบบนั้นมีที่ไหน”



“มีดิแก มีร้านขายน้ำหอมเปิดใหม่ในตลาดนัดใกล้ๆ นี่เอง เห็นว่าเจ้าของร้านเป็นเดือนคณะวิทย์ปีนี้ด้วยนะ ราคาแรงหน่อยแต่ได้ผลชัวร์ อันที่จริง ฉันก็ลองซื้อมาใช้แล้วล่ะ ได้ผลจริง”



“จริงเหรอ เห้ย รีบเลย แกรีบพาฉันไปซื้อเดี๋ยวนี้เลย!”



“เอาสิ ฉันว่าจะไปซื้อเพิ่มพอดี”



ทั้งสองคนพูดจบ ก็เดินหายไปไกลลิบ ทิ้งให้ผมยืนนิ่งดวงตาเบิกกว้างอยู่กับที่



น้ำหอมฟีโรโมน? แค่ฉีดใส่ตัวผู้ก็รักผู้ก็หลง?



กูเจอสาเหตุที่ลูกค้ามาขอเงินคืนแล้วโว้ย!



ผมรู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้แม่งมีเงื่อนงำ เป็นไปไม่ได้ที่น้ำมันพรายของผมจะไม่ได้ผล แต่ถ้าเป้าหมายของลูกค้าผมถูกทำเสน่ห์ใส่ซ้ำ ผลลัพธ์ก็คือ ของที่ใช้ทีหลังจะได้ผลเป็นเท่าทวี



“แม่ง ต้องเป็นไอ้น้ำหอมเหี้ยนั้นแน่ๆ”



ด้วยความที่ผมกินปลามามาก สมองเลยฉลาดคิดออกได้ไว เห็นเงาเด็กสองคนนั้นเดินไปไกลลิบแล้วก็รีบสาวท้าวตามไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว



และนั่น ก็คือสาเหตุที่ทำให้ผมรีบร้อนเดินฝ่าฝูงชนคนอัลไตอยู่แบบนี้



กลับมาที่ปัจจุบัน ดูเหมือนว่าไอ้อาคมจะตามสองสาวนั่นทันเสียแล้ว



“อีกนิดแก ใกล้ถึงแล้ว”



“เร็วๆ เถอะ ฉันแม่งอยากลองใช้ใจจะขาดแล้ว”



ผมเดินตามสองสาวใคร่อยากมีหลัวมาตลอดทางแล้วก็หงุดหงิด ตลอดเส้นทางที่เดินตามมาผมรู้สึกคุ้นมาโดยตลอด จนในสุดท้ายก็มั่นใจ ว่าจุดหมายนี่มันไม่ใช่ที่ไหนนอกจากตลาดนัดขนาดใหญ่ที่ผมเปิดร้านขายเทียนหอมอยู่นี่หว่า



ยิ่งเดินตามก็ยิ่งขมวดคิ้ว อะไรวะ นี่มันเป็นทางมาร้านผมนี่...



ผมค่อยๆ เดินตามทั้งสองพร้อมสังหรใจแปลกๆ และในที่สุด เธอทั้งสองก็เดินหายเข้าไปในร้านๆ หนึ่งซึ่งมีป้ายอันเบ้อเร่อแขวนตรงหน้าว่า ‘Charming Witch’



ซึ่งนั่นมันทำให้ผมต้องอ้าปากค้าง



“เชี่ย! ข้างๆ ร้านของกูเลยนี่หว่า”









“ได้ผลแน่นอน รับประกันเลยครับพี่”



หนุ่มหน้าตาดียื่นเงินทอนพร้อมถุงกระดาษที่มีโลโก้ร้านประทับไว้ให้ลูกค้า ซึ่งภายในได้บรรจุขวดน้ำหอมจนทำให้ถุงดูอ้วนคล้ายลังไวน์ใบหนึ่ง



ทิโมธี ศิกัญกุล หนุ่มลูกครึ่งสูงร้อยแปดสิบห้าผู้ได้เชื้อทวดมามากจนใบหน้ามีความเป็นผู้ดีอังกฤษมากเสียกว่าลูกครึ่งคนใดก็ตามในรุ่นเดียวกัน จมูกโด่งเป็นสัน ผมสั้นดำขลับ กรามเล็กน้อยหน้าเรียววี ปากบางสีหวานตามธรรมชาติ สมกับเป็นทายาทตระกูลผู้ดีเก่าแก่ที่ข้ามมหาสมุทรมาตั้งรกรากครั้งที่ไทยยังเป็นแดนสยาม



“กลิ่นนี้เหมาะกับพี่มากเลยครับ วิธีใช้ง่ายมาก อยากให้ใครหลง ก็เพียงแค่หยิบเส้นผมใส่ไปในขวดแล้วทิ้งไว้สักครู่ หลังจากนั้นให้ฉีดน้ำหอมก่อนออกไปเจอเป้าหมาย เท่านั้นเจ้าของเส้นผมก็หลงรักเราแล้วครับ!”



รุ่นพี่สาววัยยี่สิบสองมองคนขายหนุ่มตรงหน้าแล้วก็พูดขึ้นด้วยเสียงอ่อน



“ตะ-ต้องซื้อเท่าไรถึงจะแถมเส้นผมของคนขายคะเนี่ย...”



มาแบบนี้ ทิโมธีก็อึ้งไปครู่หนึ่ง



พี่สาวครับ ผมเพิ่งบอกพี่ว่าต้องใช้เส้นผม แต่ไม่ได้แปลว่าตัวผมจะยอมตกเป็นเหยื่อของสินค้าตัวเองนะโว้ย!



ทิโมธีเริ่มมองไปรอบๆ อย่างวิตกกังวล ผมกูร่วงลงพื้นบ้างปะวะ... ไม่ได้ๆ จากนี้ไปต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ซะแล้ว



หนุ่มลูกครึ่งยิ้มหวานๆ ส่งกลับผู้ถาม แล้วว่าตามน้ำลูกค้าสักหน่อยก็คงไม่แย่อะไร



“ทางร้านยังไม่มีโปรโมชั่นนั้นครับ เอาไว้ถ้ามีเมื่อไหร่ จะโทรไปบอกคุณลูกค้าเป็นคนแรกเลย”



ลูกค้าสาวปีสี่ฟังจบแล้วก็หน้าแดงก้มหน้างุด เธอพยักหน้าสองสามทีแล้วก็เดินออกจากร้านไปด้วยใบหน้ายิ้มแปลกๆ ทิโมธีมองตามไล่หลังแล้วก็ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะหันมารับลูกค้าเจ้าใหม่



“อันนี้กลิ่นอะไรเหรอคะ?”



พ่อค้าใหม่หันไปหาต้นทิศทางของเสียงหวาน เห็นในมือว่าเป็นขวดที่สวยและแพงที่สุดในร้านแล้วก็เริ่มวาดไม้วาดมืออธิบายสรรพคุณ



“พี่ตาถึงมากเลยครับ นั่นกลิ่นโกเด้นฮันนี่ เหมาะกับสาวสวยที่มีความเซ็กซี่อยู่แล้ว สาวๆ ที่ใช้กลิ่นนี้จะให้ความรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงลึกลับแต่แอบแฝงความเย้ายวนน่าค้นหา ยิ่งผสมสูตรของร้านเรารับรองว่าเป้าหมายจะต้องตกหลุมรักหัวปักหัวปำแน่นอนครับ”



ลูกครึ่งหน้าสวยอธิบายสรรพคุณจบก็ส่งยิ้มมุมปากให้ลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นพี่สาวเมื่อฟังจนจบแก้มก็แดงขึ้นเล็กน้อย ในใจเธอก็ปรากฏความคิดหนึ่งขึ้นมา



สาวสวยที่มีความเซ็กซี่อยู่แล้ว? เหย พ่อค้าพูดจาน่าฟังแหะ



“เอาขวดนึง-- ไม่สิ สองขวดเลยค่ะ”



“ได้เลยครับ รอสักครู่นะครับพี่”



หนุ่มน่ามองฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เขาหยิบขวดน้ำหอมราคาแพงบรรจงใส่ถุงกระดาษอย่างคล่องแคล่ว เมื่อแพคเสร็จก็เตรียมส่งให้รุ่นพี่ตรงหน้า



แต่ทว่า...


“วันนี้ร้านปิดแล้ว ขอเชิญทุกท่านออกไปก่อนได้เลยครับ!”


เสียงเกรี้ยวกราดแจ้งปิดร้านดังขึ้นจากประตูหน้า ลูกค้าที่เหลือไม่มากรวมทั้งเจ้าของร้านอย่างทิโมธีสะดุ้งแล้วหันไปมองแทบทันที


มือที่กำลังจะยื่นมารับถุงน้ำหอมของหญิงสาวต้องชะงัก ทิโมธีเห็นท่าทีแบบนี้ก็ชักสีหน้าไม่พอใจใส่งคนมาใหม่ที่ไม่รู้ว่าไปเอาความมั่นใจผิดๆ นั่นมาจากไหน



“อะไรน่ะ ร้านยังไม่ได้ปิ--”



ทิโมธียังพูดไม่จบคำ เสียงพึมพำจากทั้งร้านก็ดังขึ้น



มันเป็นเสียงอื้ออึงที่เกิดจากการพูดพร้อมกันของลูกค้าสาวทั้งร้าน ทิโมธีฟังแล้วยากจะจับใจความ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทุกคนก็เริ่มเดินออกไปช้าๆ ด้วยแววตาดูหวาดกลัวเล็กน้อย



มันเกิดอะไรขึ้นกันวะ?


“พี่ครับ! นี่ครับน้ำหอม”


ทิโมธีพยายามเรียกคนที่เกือบได้เป็นลูกค้าไปแล้ว เธอหันมามองด้วยแววตาลนลาน “ไม่รับแล้วค่ะ” พูดจบก็เดินออกไปจากร้านราวกับจะหนีอะไรบางอย่าง ทิโมธีสังเกตเห็นว่าจังหวะที่เธอเดินผ่านออกจากประตูสายตาตำหนิของแขกไม่ได้รับเชิญก็กวาดมองคนที่เกือบเสียเงินให้เขาด้วยแววตาดุดัน



“อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอมาร้านนี้อีก คนอาชีพอย่างเธอไม่ควรใช้ของพวกนี้”



“ขะ-เข้าใจแล้วค่ะ”



ทิโมธียืนอยู่ห่างพอควรจึงไม่ได้ยินบทสนทนาเท่าไรนัก แต่มันก็ไม่ยากที่จะจับใจความถูกไหม เพราะยังไงท่าทีขับไล่ของหนุ่มผิวเข้มซึ่งกำลังยืนกอดอกตรงหน้าซึ่งราวกับว่าจะกัดคอใครก็ตามที่ออกจากร้านช้านั่น ดูยังไงก็คงไม่ได้พูดจาดีเท่าไรหรอก



หนอย นายเป็นใครกันถึงได้มาไล่ลูกค้าฉันแบบนี้?



ทิโมธีจ้องตาเขม็งไปยังคนที่เพิ่งจะมาใหม่ ไล่สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า



ผมดำผิวเข้ม ดวงตากลมโตคิ้วดกหนา สูงร้อยแปดสิบกว่าๆ ทว่าก็ยังเตี้ยกว่าเขาอยู่นิดหน่อย คนๆ นี้เขาคล้ายว่าจะเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่ในเวลาอันสั้นนี้ยังไม่ทำให้หนุ่มลูกครึ่งนึกได้ รู้เพียงแค่ชุดที่ใส่นั้นมันบ่งบอกว่าเป็นเด็กมหา’ลัยเดียวกับเขาไม่มีผิด



“แก รีบออกกันเถอะ”



“ว้าย เขาคนนั้นนี่...”



ลูกค้าซึ่งกำลังเดินออกทิ้งคำพูดชวนสงสัยให้หนุ่มเจ้าของร้านน้ำหอมคิ้วขมวดวุ่น ดูเหมือนว่าทุกคนจะดูเกรงกลัวเขาเสียเหลือเกิน ทำไมนะ ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันแน่



“โอกาสหน้าไม่ต้องมาอีกนะครับ”



เพลิงโทสะในก้อนเนื้อใต้อกซ้ายของทิโมธีเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด ไอ้เผด็จการหน้าเข้มคนนี้มันเป็นใครกัน



ทิโมธีเดินเข้าไปหาแขกไม่รับเชิญหลังจากลูกค้าคนสุดท้ายหมดไปจากร้าน หมัดกำราวกับอยากจะตั้นหน้าไอ้บ้าที่กำลังเต๊ะท่าเป็นมาเฟียเรียกค่าคุ้มครองคนนี้เสียเหลือเกิน



ทิโมธีเดาออก ว่าคนที่ทำแบบนี้ได้จะต้องมีอิทธิพลบางอย่างกับเด็กมหา’ลัยเขา มันใช่เรื่องปกติเสียเมื่อไร ที่ใครๆ ต่างก็ฟังคำสั่งของเจ้าตัวแบบนี้ 



“ขอโทษนะ” หนุ่มลูกครึ่งพยายามทำเสียงอ่อนทั้งๆ ที่คิ้วขมวดวุ่น “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมนายถึงทำแบบนี้ นี่มันร้านของฉันนะ คิดจะมาป่วนกันหรือไง!”



คนฟังได้ยินแล้วก็ถอนหายใจแรงๆ “นายเป็นผู้วิเศษถูกไหม?”



ทิโมธีได้ยินคนผิวเข้มตรงหน้าพูดประโยคนี้ออกมาก็หน้าเสียเล็กน้อย



“ใช่ ฉันเป็น--” แต่ก่อนที่ทิโมธีจะกล่าวจบ แขกไม่รับเชิญก็แสยะยิ้มหลี่ตา พูดตัดบทออกมา



“พ่อมด?”



“!!!”



ทิโมธีทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ หนุ่มหล่อเหลาเหาไม่มีอย่างอาคมเห็นแบบนี้ก็ยิ่งได้ใจ



“ตั้งแต่ได้กลิ่นน่าขยะแขยงที่แทรกมากับน้ำหอมแล้ว ไอ้น้อง ผู้วิเศษต่างด้าวอย่างนายไม่ใช่ว่าตายสูญพันธ์ไปหมดแล้วเรอะ”




ทิโมธีด่าในใจว่าคนอะไรแม่งช่างเก่งเรื่องพูดไม่เข้าหูขนาดนี้



“นายเป็นใครกันแน่?”



เมื่อถูกถาม มีหรือคนวางอำนาจบาปใหญ่จะไม่ตอบ



“ฉันชื่ออาคม อยู่ปีสาม คณะเดียวกับนายนั่นละ เป็นผู้วิเศษ--”



ถึงตอนนี้ ก็ถึงทีโมธีพูดแทรกบ้างแล้ว



“นายเป็นกระหัง? ไอ้ที่แบกไม้กระบองแล้วกระพือปีกที่ทำมาจากถาดอะไรสักอย่างที่เอาหญ้าแห้งมาสานนั่นอะนะ โห เหมาะสมกับนิสัยดีนี่”



เชี่ย! กระหัง?



กระหังป้าแกสิ! นั่นมันผู้วิเศษที่ไหน มันเป็นผีไทยชั้นต่ำโว้ยยย



อาคมได้ยินแบบนี้ก็กัดฟันกรอด เขารู้แล้วว่าพ่อมดลูกครึ่งตรงหน้าไม่ใช่อะไรที่จะเคี้ยวง่ายอย่างที่คิด



“ฉันเป็นหมอผีโว้ย กระหังบ้านป้าแกสิ!”



ทิโมธีหัวเราะอย่างไม่ใส่ “เอาเถอะ หมอผีตกยุคอย่างนายเป็นบ้าอะไร ถึงได้มาหาเรื่องในร้านของชาวบ้านเขาแบบนี้”



“เข้าเรื่องก็ดี” อาคมทำหน้าสบายๆ จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นอาฆาตมาดร้าย ถลึงตาใส่หนุ่มลูกครึ่งตรงหน้า “เลิกขายน้ำหอมผสมยาเสน่ห์ห่วยๆ ของแกซะ”



ทิโมธีกระพริบตาปริบๆ



“ห่วย? กล้าดียังไง--” ยังพูดไม่จบดีอาคมก็แทรก


“ฉันขายน้ำมันพรายที่นี่มาสามปีแล้ว ใครๆ เขาก็รู้ ราคาที่ฉันขายยังมากกว่านายไม่รู้กี่เท่า”


ทิโมธีได้ยินแบบนี้เข้า ก็ยิ้มเย้ยหยัน


“อ๋อ ที่แท้ก็ขายแพงนี่เอง นายควรจะรู้นะ ว่าถ้าขายของห่วยราคาแพงแล้วขะโดนของดีราคาถูกทำให้ร้านเจ๊งเอาน่ะ”


“ของห่วยราคาแพง... ห่วย? น้ำเหม็นนายสิห่วย!”


“น้ำหอมต่างหาก แล้วอีกอย่าง ที่ห่วยน่ะ ยังไงก็เป็นนำมันพรายของนายเว้ย”


“โถเอ้ย พูดแค่ปากยังไงก็พูดได้ ของห่วยของดี มันต้องมีการลองถึงจะรู้ น้ำมันพรายฉันขายมาตั้งหลายปี ถูกการันตีด้วยกาลเวลาแล้ว”


“หลายปีแล้วไง เท่าที่เห็นก็ใกล้เจ๊งแล้วนี่ แต่เห็นด้วยนะ ของดีไม่ดีมันต้องมีการลอง”


อาคมได้ยินแบบนี้ก็แสยะยิ้มยิงฟัน


“เอาแบบนี้เป็นไง เรามาวัดกันดีกว่า ว่าของใครดีกว่ากัน”


ทิโมธีเองก็ดูได้ใจไม่แพ้กัน


“ก็เอาเซ่ เรามาวัดกันไปเลย”


พูดจบ ต่างฝ่ายต่างก็ดึงเส้นผมของตนออกมา พร้อมทั้งยื่นไปหาฝ่ายตรงข้าม แลกเส้นผมกัน



อาคมหยิบขวดน้ำมันพรายออกมา จากนั้นก็ใส่เส้นผมสีน้ำตาลของพ่อมดหนุ่มลงไป



ทิโมธียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาใส่ผมของหมอผีหนุ่มลงไปในขวดน้ำหอมเช่นกัน


และแล้ว...


อาคมก็ป้ายน้ำมันพรายใส่แก้มทิโมธี


ทิโมธีก็ฉีดน้ำหอมอัดหน้าอาคม


มันต้องใช้เวลาสักพักเพื่อจะให้เวทมนต์และคุณไสยออกฤทธิ์ ดังนั้นอาการของทั้งสองจึงยังไม่ออกตอนนี้


อาคมดวงตาเบิกกว้าง กล่าวออกมาก่อน


“ใครหลงรักใครก่อน!” พูดจบ ทิโมธีก็พูดต่อ


“ก็คือคนแพ้!”


กล่าวจบ ทั้งสองคนก็แยกย้ายออกจากกันไปคนละทิศคนละทาง












วันต่อมา



วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ทั้งหมอผีหนุ่มเช่นอาคม และพ่อมดหน้าสวยอย่างทิโมธีเดินทางมายังมหา’ลัยตั้งแต่เช้าเพราะมีเรียนตอนเก้าโมงครึ่งกันทั้งคู่



แต่ในขณะที่มาถึงนั้น สิ่งแรกที่พวกเขาทำกลับไม่ใช่การเดินเข้าคลาสแต่อย่างใด



อาคมทำตาขึงขัง ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืน เมื่อผ่านเข้ารั้วมหา’ลัยมาก็เดินไปทั่วราวกับกำลังมองหาใครบางคน และเมื่อหนุ่มตาคมเห็นอีกทิโมธี ก็คล้ายกับมีสายฟ้าแล่นปร๊าบในใจ เขาคว้าบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย



ทางด้านทิโมธีที่ตาแดง แสดงว่าผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน เมื่อเขาเห็นหมอผีหนุ่มรุ่นพี่ ก็อดคว้าบางอย่างออกกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยไม่ได้เช่นกัน



ทั้งสองทำหน้าขึงขัง ค่อยๆ เข้าใกล้กันและกัน ทว่าในตอนนั้นนั่นเอง ที่เสียงซุบซิบรอบข้างของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็กล่าวออกมา



“แกๆ ดูเหมือนพี่อาคมกับน้องทิโมธีจะมีเรื่องกัน”



“ใช่ ฉันได้ยินมาว่าเมื่อวานพี่อาคมบุกเข้าร้านไปหาเรื่องทิโมธี ฉันว่าคราวนี้เป็นเรื่องใหญ่แน่เลย”



“เดือนปีหนึ่งกับเดือนปีสามคณะเดียวกันกำลังจะมีเรื่อง?”



เรื่องเมื่อวานที่ร้าน Charming Witch นั้นมีคนเห็นเหตุการณ์อยู่มาก โดยที่ไม่ต้องคาด ตอนนี้คนครึ่งมหา’ลัยรู้กันไปหมดแล้วว่าทั้งสองมีเรื่องกัน



ท่ามกลางเสียงระทึกในก้อนเนื้อของซ้ายก็ใครก็ตามที่ลุ้นว่ากำลังจะเดินอะไรขึ้น อาคมและทิโมธีก็เดินจนเกือบจะมาถึงกันอยู่แล้ว



ห่างกันห้าก้าว...


ห่างกันสี่ก้าว...


ห่างกันสามก้าว...


ห่างกันสองก้าว...


และแล้ว ทั้งสองก็มาประจัญหน้ากัน



แทบจะทันที ที่ทั้งสองตะโกนออกมา พร้อมกับยื่นบางอย่างที่หยิบติดมือมาส่งไปให้อีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสชนิดที่ว่าถ้าใครเห็น ก็ต้องตกใจในออร่านี้



“น้องทิโมธีครับ♥ พี่อาคมคิดถึงทั้งคืนเลย วันนี้พี่เอาโอเลี้ยงมาฝากค้าบบบ~~”


“พี่อาคมครับ♥ น้องทิโมธีร้องไห้จนนอนไม่หลับ เลยเอาเวลาเปิดกูเกิ้ล ฝึกอบขนมปังมาให้เลยค้าบบบ~~”













กลับมาเขียนแล้วครับ แอร๊ยยยย >_< นิยายเรื่องนี้ไรต์ทำการบ้านหนักมาก หวังว่านักอ่านทุกท่านจะชอบนะครับ


อ่านแล้วชอบตรงไหน คอมเม้นต์เพิ่มกำลังใจได้น้าาาาา รักกก >< ขอบคุณครับ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 608 ครั้ง

740 ความคิดเห็น

  1. #736 นักอ่านผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 00:03

    สรุปแรงทั้งคู่555

    #736
    0
  2. #734 แค่สาววาย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 16:23

    เฮ้ย!!! อย่างงี้ก็ได้หรอ??? ง่ายๆ งี้เลย 555+

    #734
    0
  3. #733 Nongdearnaka (@Nongdearnaka) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 01:46
    โอ้ย!ขำอ่ะ55555555555+
    #733
    0
  4. #731 Porpui_40 (@Porpui_40) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 02:32
    เดี๋ยวนะ!?! ได้หรออออออ 5555555555555555555
    #731
    0
  5. #674 reluz (@kanun0_0) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:01
    ว่าแล้ววว555555
    #674
    0
  6. #657 IN-A (@IN-A) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 09:58

    5555 โอ้ยน้อ นี่ก็เก่งเหลือเกินทั้งหมอผีทั้งพ่อมด ตายเพราะอาคมเวทย์มนตร์ตัวเองแท้ๆ

    #657
    0
  7. #645 iiวมlwรน้oe (@vampirebaby) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 18:17
    อห! 5555555555555555
    #645
    0
  8. #632 Empty2403 (@Empty2403) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 14:28
    กูว่าแล้ว!!555555555555
    #632
    0
  9. #620 Delipo (@rin-scarlet) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:48

    เดี๋ยวนะ แบบนี้ก็ได้เหรอ----------

    เออได้! 5555555555 พีค ตกใจ 555

    #620
    0
  10. #590 ลานร่มไม้ (@my_zinnia11) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 18:18
    ไม่น่าเลยทั้งสองคน 555555
    #590
    0
  11. #588 aommy2611 (@aommy2611) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 08:10
    เพิ่งหลงเข้ามาอ่านชอบๆๆๆค่ะ
    #588
    0
  12. #573 Fjsjz (@Fjsjz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 10:57
    ชิบแล้วไงงงง!!!
    #573
    0
  13. #549 [เสพศิลป์] (@kaety) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 15:31
    น่ารักกกกก เคยอ่านยมทูตว่าชอบคาแรคเตอร์เรื่องนุ้นนนแล้ว เรื่องนี้ยิ่งชอบบบบ
    #549
    1
    • #549-1 [เสพศิลป์] (@kaety) (จากตอนที่ 1)
      16 กันยายน 2561 / 15:51
      แอบเขียนผิดค่ะ หมายถึงพี่แท็กซี่
      #549-1
  14. #546 Armsakc Poparkdi (@armsakc) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 10:52

    ขขำแรงมาก

    #546
    0
  15. #534 Kaning1345 (@Kaning1345) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 19:40
    อะไร คือไร
    #534
    0
  16. #532 BM93977 (@BM93977) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 15:34
    ฮื่ออขำ&#128514;&#128514;&#128514;&#128514;&#128514;&#128514;
    #532
    0
  17. #523 Sasi2546 (@Sasi2546) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 13:28

    เดี๋ยวนะ โอ้ยขำจริงอะไรจริง55555
    โถ่ น้องทิโมธีพี่อาคม
    #523
    0
  18. #517 น้องซีคนสวย (@khwa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 10:30
    โว้ยยยย
    #517
    0
  19. #510 KT:) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 04:38

    โอ๊ยยขำไม่ไหวแล้ว555555 น่ารักก

    #510
    0
  20. #508 ploypoiza (@ploypoiza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 11:28
    -เชี้ยยยยยยย คือไร ขำหนักมากกกกกกกกก&#128514;&#128514;&#128514;
    #508
    0
  21. #507 momomai (@MoMomai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 07:43
    55555555 หลุดขำเลยค่ะเมื่ออ่านจบ &#128514;&#128514;
    #507
    0
  22. #503 zacuya (@praguywan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 11:31
    จบแบบ ขำวายวอด5555
    #503
    0
  23. #497 Finallove (@finallove) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 09:31
    กาวมากๆ
    #497
    0
  24. #486 Present (@hiiro-kwan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 07:28
    โว้ยยย 555
    #486
    0
  25. #484 ตั้งใจมาอ่าน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 09:44
    55555555.ฮาไปเดะ ช่างคิดจริง ๆ #กู้ดเก๋มากกกกก??‘???‘???‘???‘???‘???‘???‘???‘???‘???‘?❤??’???’???’???’?
    #484
    0