bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

เรื่องน่ารู้ของ 'ชาเขียว'

เขียนโดย bbcrew
Bike Helmets Graphic Softball Batting Helmets Best Motorcycle Helmets Hci Motorcycle Helmets Motorcycle Half Helmets Motorcycle Helmet Bag Motorcycle Helmet Intercom Systems NFL Replica Helmets Custom Welding Helmets Scorpion Helmet Replacement Parts Arai Helmet Bag Children Bike Helmet Roman Bronze Helmet German WWII Helmets Pro Tec Helmet Nike Batting Helmet Icon Motorcycle Helmets Motorcycle Helmet Lock Bell Moto 8 Helmet Scorpion Helmet Parts Arai Helmet Parts Fulmer Helmet Reviews Roman Centurion Helmet Helmet Law Helmet Law States Motorcycle Helmets Sales Shark Motorcycle Helmets AGV S4 S-4 Motorcycle Helmet Matte Black Small Bell Motorcycle Helmet Carbon Fiber Motorcycle Helmet Replica Vintage Motorcycle Helmet Scorpion EXO 700 Crackhead Full Face Motorcycle Helmet Bell Drifter Helmets Michigan Football Helmet Schutt Football Helmets ATV Cheap Helmets Dirt Bike Helmets Gloves Specialized Bike Helmet Sport Bike Helmets Giro Flak Helmet Bluetooth Helmets German Motorcycle Helmets Old School Motorcycle Helmets German Motorcycle Helmet Motorcycle Helmet Bags Motorcycle Helmet Locks Motorcycle Helmet Luggage Texas Motorcycle Helmet Law Bell Sweep Helmet HJC IS-33 Helmet
      ชามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนกว่า 4,000 ปีมีแล้ว กล่าวคือเมื่อ 2,737 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาได้ถูกค้นพบโดยจักรพรรดินามว่า เสินหนง ซึ่งเป็นบัณฑิตและนักสมุนไพร จะรักความสะอาดมาก ดื่มเฉพาะน้ำต้มสุกเท่านั้น วันหนึ่งขณะที่เสินหนงกำลังพักผ่อนอยู่ใต้ต้นชาในป่า และกำลังต้มน้ำอยู่นั้น ปรากฏว่าลมได้โบกกิ่งไม้ เป็นเหตุให้ใบชาร่วงหล่นลงในน้ำซึ่งใกล้เดือดพอดี เมื่อเขาลองดื่มก็เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ชาเขียวถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆในช่วงศตวรรษต่างๆดังนี้

ช่วงศตวรรษ ที่ 3
      ชาเป็นยา เป็นเครื่องบำรุงกำลังที่ได้รับความนิยมมากในช่วงศตวรรษที่3ชาวบ้านก็เริ่ม หันมาปลูกชากันและพัฒนาขั้นตอนการผลิตมาเรื่อยๆ

ช่วงศตวรรษที่ 4 และ 5
      ชาในประเทศจีนได้รับ ความนิยมมากขึ้นและได้ผลิตชาในรูปของการอัดเป็นแผ่นคือ การนำใบชามานึ่งก่อน แล้วก็นำมา กระแทก ในสมัยนี้ได้นำน้ำชาถึงมาถวายเป็นของขวัญแด่พระจักรพรรดิ

สมัย ราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 - 906)
      ถือเป็นยุคทองของชา ชาไม่ได้ดื่ม เพื่อเป็นยาบำรุงกำลังอย่างเดียว แต่มีการดื่มเป็นประจำทุกวัน เป็นเครื่องมือเพื่อสุขภาพ

สมัยราชวงศ์ซ้อง (ค.ศ. 960 - 1279)
      "ชา" ได้เติมเครื่องเทศแบบใน สมัยราชวงศ์ถังแต่จะเพิ่มรสบางๆ เช่น น้ำมันจากดอกมะลิ ดอกบัว และดอกเบญจมาศ

สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 - 1644)
      ชาที่ปลูกในจีนทั้งหมดเป็นชาเขียว สมัยนั้นกระบวนการผลิตชาได้พัฒนาขึ้นไปอีก ไม่อัดเป็นแผ่น แต่มี การรวบรวมใบชา นำมานึ่ง และอบแห้ง ซึ่งจะเก็บได้ไม่ดีนัก สูญเสียกลิ่นได้ ง่าย และรสชาติไม่ดี

ในช่วงศตวรรษที่ 17
      มีการค้า ขายกับชาวยุโรป การผลิตเพื่อจะรักษา คุณภาพชาให้นานขึ้น โดยได้คิดค้นกระบวนการที่ เราเรียกว่า การหมัก เมื่อหมักแล้วก็จะนำไปอบ ซึ่งก็เป็นที่มาของชาอูหลง และชาดำ ในประเทศจีน มีการแต่งกลิ่นด้วย โดยเฉพาะกลิ่นดอกไม้

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น