ทำอย่างไร? เมื่อมีกลิ่นตัว
เขียนโดย
bbcrew
กลิ่นตัวเกิดขึ้นจากกลิ่นผสมผสาน ระหว่างกลิ่นของสารที่ถูก สร้างจากต่อมไขมัน กลิ่นของโปรตีนเคอราตินที่อยู่บนผิวหนังที่ถูกย่อยสลายโดยเชื้อแบคทีเรีย กลิ่นของอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เช่น กระเทียม เครื่องเทศ ที่ถูกขับออกมาทางต่อมเหงื่อธรรมดา และที่สำคัญคือกลิ่นที่มีสาเหตุจากต่อมเหงื่อพิเศษที่อยู่บริเวณรักแร้ที่ทำ ให้เกิดกลิ่นตัวแรง
ต่อมเหงื่อพิเศษ นี้ อันที่จริงยังมีอยู่ที่บริเวณหัวนมและรอบทวารหนักแต่ไม่ค่อยมีการพัฒนาการ เต็มที่ และไม่มีบทบาทในเรื่องกลิ่นตัว การทำงานของต่อมเหงื่อพิเศษจะเริ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาวทำการผลิตของ เหลวออกมาเพียงวันละไม่กี่ลูกบาศก์เซนติเมตร สารที่ผลิตออกมานี้เดิมทีไม่มีกลิ่นแต่อย่างไร เชื้อ แบคทีเรียที่ผิวหนังทำการย่อยสลายสารนี้และผลพลอยได้ก็กลิ่นตัวที่ไม่พึง ประสงค์นั่นเอง ยิ่งอากาศร้อนชื้นมากเท่าไรต่อมเหงื่อธรรมดายิ่งผลิตน้ำเหงื่อมากขึ้นเท่า นั้น ปัจจัยจากความร้อนและความชื้นช่วยส่งเสริมให้เชื้อแบคทีเรียเจริญงอกงามได้ ดี การย่อยสลายสารที่สร้างจากต่อมเหงื่อพิเศษนี้ได้มากขึ้นกลิ่นตัวก็จะรุนแรง เพิ่มขึ้นตามลำดับ
อิทธิพลของ กรรมพันธุ์และเชื้อชาติก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อขนาดของต่อมเหงื่อ พิเศษยิ่งมีขนาดต่อมใหญ่ก็ยิ่งผลิตได้มากและก็จะมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนที่มี ขนาดต่อมเล็ก ดังนั้นคนเรามีกลิ่นตัวแรงมากน้อยต่างกันเพราะสาเหตุนี้เอง
การลดกลิ่นตัวที่ง่ายที่สุด คือการ อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด เป็นการกำจัดสิ่งสกปรกเหงื่อไคล ลดปริมาณสารที่สร้างจากต่อมเหงื่อพิเศษและเชื้อแบคทีเรียออกไปจากผิว
ลูกกลิ้งทา รักแร้ที่มีอยู่ในท้องตลาดมักมีส่วนผสมที่ประกอบไปด้วยสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สารลดเหงื่อ และน้ำหอม ซึ่งก็มีประโยชน์ดีแต่บางคนมีปัญหาในการใช้เกิดผื่นแพ้ คัน เห่อแดงขึ้นมาได้จึงสมควรหยุดใช้และพบแพทย์เพื่อรับการรักษา ถ้าฝืนใช้ต่อไปผื่นแพ้จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเกิดการอักเสบเรื้อรัง เมื่อรักษาหายแล้ว สีผิวรักแร้จะเปลี่ยนสีคล้ำดำลง ต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าสีผิวจะจางลงเป็นปกติ
ในกรณีที่ใช้ลูกกลิ้งทารักแร้ไม่ได้ เราก็หันมาใช้วิธีดั้งเดิมใช้สารส้มก็พอช่วยได้บ้างหรือใช้ผ้านุ่มๆ หรือกระดาษทิชชูชุบน้ำหมาดๆ เช็ดรักแร้ระหว่างวันบ่อยๆ ก็จะช่วยลดกลิ่นตัวได้ดีพอควรค่ะ
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
11 เม.ย. 53
404
0
ความคิดเห็น