bbcrew
ดู Blog ทั้งหมด

จะเลือกเงินหรือชีวิต ...

เขียนโดย bbcrew
จะเลือกเงินหรือชีวิต ...

เงินเป็นสื่อ กลางสำหรับการแลกเปลี่ยน
ตำราทุกเล่มบอกเราเช่นนั้น
แต่ในปัจจุบัน เงินเป็นมากกว่านั้น

------------------------------------------------------

เงินเป็นสื่อกลางสำหรับการแลกเปลี่ยน
ตำราทุกเล่มบอกเราเช่นนั้น

แต่ในปัจจุบัน เงินเป็นมากกว่านั้น มันได้ยกระดับจน
กลายเป็นสินค้าที่คนทั้งโลกพากันซื้อขายเพื่อหากำไรจากส่วนต่าง

ทุกวันนี้ตลาดเงินตราระหว่างประเทศมีอิทธิพลอย่างมาก
ต่อเศรษฐกิจโลกและสามารถสร้างความวิบัติให้แก่ประเทศใดประเทศหนึ่งก็ได้
ดังประเทศไทยได้ประสบมาแล้ว

เงินถูกสถาปนาให้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของสรรพสิ่ง
ตั้งแต่บุคคล ครอบครัว ซุมชน องค์กร ไปจนถึงประเทศ
แม้แต่ความสำเร็จของรัฐบาลก็ดูกันที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ของประเทศยิ่งกว่าอัตราการเกิดอาชญากรรมหรือ
ดัชนีวัดคุณภาพชีวิตของประชากร

ในระดับบุคคล เงินได้กลายเป็นเครื่องวัดคุณค่าชีวิตไปแล้ว
คนรวยจึงถือว่ามีคุณค่ามากกว่าคนจน
ใครที่มีเงินเดือนน้อยก็รู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่าด้อยกว่าเศรษฐี

เมื่อเป็นเช่น นี้ เงินจึงกลายมาเป็นจุดหมายของชีวิตไปในที่สุด

ผลก็คือ ชีวิตของเราถูกเงินครอบงำและผลักดันในแทบทุกด้าน
ไม่เว้นแม้กระทั่งความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือทัศนะต่อตนเอง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในนามความเจริญก้าวหน้าของชีวิตและการพัฒนาประเทศ

------------------------------------------------------

เมื่อเราตั้งคำถามกับอิทธิพลของเงินใน ชีวิตของเรา...

คำถามพื้นฐานก็คือ... เงินทำให้เรามีความสุขจริงหรือ...
การตั้งหน้าตั้งตาหาเงิน ช่วยให้เราสมหวังกับชีวิตเพียงใด
และสิ่งที่เราสูญเสียไปกับการทำมาหาเงินนั้น
คุ้มค่ากับสิ่งที่เราได้มาหรือไม่

เมื่อเราบวกลบคูณหารด้วยตัวเองแล้ว
เมื่อเราพบว่า สิ่งที่เราได้มานั้นน้อยกว่าที่คิด
และสิ่งที่เราเสียไปนั้นมากเกินกว่าที่นึกเสียอีก
ที่สำคัญก็คือ สิ่งที่เราเสียไปนั้น เราเอาคืนมาไม่ได้
แม้จะมีเงินมากมายเพียงใด
เพราะสิ่งที่เสียไปนั้น คือเวลาที่เรามีอยู่อย่างจำกัดในโลกนี้

หากเงินทำให้เรามีความสุข ผู้คนทุกวันนี้ย่อมมีความสุขกันถ้วนหน้า
เพราะมีเงินมากกว่าแต่ก่อน แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่

------------------------------------------------------

การสำรวจของศูนย์วิจัยทัศนคติแห่งชาติของมหาวิทยาลัยชิคาโกระบุว่า
นับแต่ พ.ศ. 2500 จนถึง พ.ศ.2541
ชาวอเมริกันที่ยอมรับว่าตนมี "ความสุขมาก"
ได้ลดลงจากร้อยละ 35 เหลือร้อยละ 30
ทั้งๆที่รายได้เฉลี่ยของประชาชนได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

รายงานดังกล่าวบอกเราว่า
แม้ผู้คนรวยขึ้นเป็น 2 เท่า แต่กลับเป็นสุขน้อยลง

------------------------------------------------------

ผู้คนมีความสุขน้อยลง ส่วนหนึ่งก็เพราะมีเวลาว่างน้อยลงที่จะแสวงหาความสุข
นับวันเราจะหมดเวลาไปกับการหาเงินมากขึ้นเรือยๆ จนไม่มีเวลา
แม้แต่จะใช้เงินที่ได้มาด้วยซ้ำ มิพักต้องพูดถึงการมีความสุขโดยไม่ต้องใช้เงิน

เช่น การนอน หรือ การสังสรรค์กับคนในครอบครัว
ซึ่งผู้คนสมัยนี้ให้เวลาน้อยลง ...
เพราะยิ่งมีเงินมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกว่า เวลามีค่ามากเท่านั้น

ดั้งนั้นจึงต้องใช้เวลาให้ "คุ้มค่า" มากที่สุด
ซึ่งก็มักจะหมายถึงการมีผลตอบแทนเป็นตัวเงินเยอะๆ
ในขณะที่การพักผ่อนอยู่กับบ้าน หรือกับคนในครอบครัว
ถือเป็นการใช้เวลาที่ไม่คุ้มค่า หรือ "ไม่สมเหตุสมผล"

ด้วยเหตุนี้ เราจึงตั้งหน้าตั้งตา "หาเงิน" กันไม่เลิกราเสียที...

------------------------------------------------------

โดย พระไพศาล วิสาโล. บทนำจากหนังสือ "เงินหรือชีวิต"
Dell Mini 12 Netbook Asus EEE PC 1005HA Netbook HP Mini 1000 Netbook Lenovo IdeaPad Netbook Lenovo IdeaPad Netbooks Buy HP Mini 1000 Netbook Acer Aspire One AO751H- Netbook Acer Aspire One 751H Netbook Pink Acer Netbook Acer Aspire One 11.6 Inch Netbook HP 1000 Netbook Gateway Computer Netbook Asus 1000 Netbook Acer Aspire One 11.6 Netbook Acer 11.6 Aspire One Netbook Sleeves for 10 Inch Netbooks Samsung NC10 Netbook Samsung NC-10 Netbook Sony Vaio Netbook Lenovo Netbook Lenovo Netbooks Mini 10v Netbook Cheap Lenovo Netbooks Gateway Netbook Gateway Netbooks Gateway Netbook Review Gateway Netbook Buy Gateway Netbook HP Mini 110 Netbook Dell 10.1 Netbook HP 110 Netbook MSI U100 Netbook Sony Netbook Sony Netbooks Toshiba Mini 10.1-Inch NB205 Netbook Acer 11.6 Netbook Sony Netbook Dell Inspiron Mini 10 Netbook Toshiba NB 205 Netbook Acer Linux Netbook Dell Mini 10 Netbook Toshiba Mini Netbook 10 Inch Toshiba Netbook Dell Inspiron Mini Netbook Dell 10 Netbook MSI Wind Netbook MSI Wind Netbooks MSI Wind Netbook 11.6 Inch Netbook HP 10.1 Netbook

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น