[FIC BTS] FIRST LOVE รักนะ...เจ้าเด็กแสบ [ VKOOK ] [END]

ตอนที่ 21 : I WOULD BE JEALOUS.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    6 ก.พ. 60

I WOULD  BE JEALOUS.


YOONGI PART


            หลังจากที่ผมแน่ใจแล้วว่าคนที่นั่งยิ้มแก้มปริให้กับใครสักคนที่ผมไม่รู้จักนั้นคือ ปาร์ค จีมิน ผมก็ไม่รีรออีกต่อไป ไม่มีสติคิดด้วยซ้ำว่าพวกเขาอาจจะรู้จักหรือสนิทกันเหมือนที่ไอ้โฮปสนิทกับวอนโฮฮยอง แค่เห็นรอยยิ้มกับความแนบชิดกันขนาดนั้น มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมยอมไม่ได้


            ผมเดินลงมายังชั้นล่างตรงปรี่ไปที่โต๊ะที่จีมินนั่งอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับชายผมสีเงินคนนั้นกระซิบกระซาบบอกอะไรบางอย่างกับจีมินแล้วลุกเดินออกไปพอดี เหลือแต่คนตัวเล็กที่นั่งกวาดตามองไปเรื่อยๆ มือก็หยิบยกแก้วเครื่องดื่มสีฟ้าขึ้นดื่มเป็นระรอก เครื่องดื่มที่ออกฤทธิ์เบาๆ หากแต่เพลิดเพลินกับมันมากจนเกินไปก็สามารถทำให้คนที่ไม่เคยแตะแอลกอฮอล์เลยแบบจีมินนั้นเมาได้ง่ายๆเหมือนกัน


            “ มานี่ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ” ผมเดินดุ่มๆเข้าไปกระชากข้อมือของคนตัวเล็กที่ตอนนี้ดูเหมือนจะงงและตกใจไปพร้อมๆกัน แต่ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กก็ยังไม่ลุกขึ้นทำให้ผมต้องออกแรงดึงมากกว่าเดิม


            “ ชูก้าฮยอง มายังไงครับเนี่ย บังเอิญจัง ” จีมินที่ไม่ได้รับรู้ถึงอารมณ์ครุกรุ่นของฮยองตัวขาวนั้นทักทายขึ้น เหมือนกับเวลาพวกเขาเจอกันที่มหาลัย ทั้งๆที่มือตัวเองก็ยังถูกจับไม่ปล่อย


            “ ลุกมานี่ ” น้ำเสียงเย็นๆถูกเปร่งออกมาจากปากของชูก้าบ่งบอกว่าเขากำลังพยายามข่มความรู้สึกแปลกๆอย่างเต็มที่มากแค่ไหน


            “ เดี๋ยวสิฮยอง จะไปไหนเนี่ย ”


            “.............” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนตัวขาว แต่แรงดึงที่เพิ่มขึ้นทำให้จีมินจำเป็นต้องลุกขึ้นแล้วเดินไปตามแรงลากอย่างเลี่ยงไม่ได้


            ชูก้ายังคงลากจีมินเดินลัดเลาะฝ่าผู้คนมากมายมายังหน้าประตูบานหนึ่งที่มีป้ายติดไว้ว่า STAFF ONLY มือขาวซีดผลักประตูบานนั้นอย่างแรงโดยไม่สนใจว่าห้องนี้จะห้ามคนนอกเข้า แต่ในเมื่อเขาสนิทกับเจ้าของคลับแห่งนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องแคร์และถึงไม่รู้จักเขาก็ไม่สนอะไรแล้วทั้งนั้น คนตัวเล็กถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้องด้วยแรงโทสะจนหลังกระแทกกับชั้นวางของ แต่ชูก้าไม่ได้สนใจกลับเดินไปล็อคประตูเพื่อกันคนอื่นเข้ามา


            “ อึก...ผมเจ็บนะ ฮยองเป็นบ้าอะไรของฮยองเนี่ย ”


            “........................” คนตัวขาวยังคงไม่ตอบ แต่อุ้มจีมินที่ร้องโวยวายให้นั่งตรงเคาน์เตอร์วางของที่มีระดับสูงพอให้คนตัวเล็กขึ้นนั่งแล้วใบหน้าของสองคนเสมอกันพอดี สายตาดุๆยังคงจ้องมองไปยังคนตัวเล็กที่ลูบแขนตัวเองเบาๆเพราะเจ็บจากการโดนเหวี่ยงเมื่อกี้ สีหน้างงงวยยังไม่เข้าใจว่าฮยองตรงหน้าเป็นอะไร


            “ มาทำอะไรที่นี่ ” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มันทำให้จีมินรู้สึกกลัว


            “ ผมก็มาเที่ยวไง มันแปลกตรงไหน ”


            “ มันก็ไม่แปลกหรอกถ้า...... ”


            “ ถ้า.....อะไร จะพูดอะไรก็พูดมาสิครับ ” ถึงจีมินจะดูกลัวๆ แต่ความสงสัยที่ชูก้าทำตัวแปลกๆวันนี้มันทำให้เขาอดถามไม่ได้


            “ หึ ชอบแบบนั้นก็ไม่บอกกันตั้งแต่แรกล่ะ ” ชูก้าแทรกตัวเองเข้าไปที่หว่างขาของจีมิน สายตากำลังจดจ้องใบหน้าหวานอย่างไม่ลดละทำให้คนตัวเล็กต้องหันหน้าหนี สองมือขาวจับข้อมือของคนตรงหน้าตรึงไว้กับผนังห้อง ไล่สายตามองซอกคอขาวโผล่พ้นจากเสื้อที่เจ้าตัวดูจะไม่ได้ตั้งใจใส่มาเพื่อยั่วยวนหรือเพื่อดึงดูดสายตาใคร หากแต่รุ่นพี่ต่างคณะคนนี้กำลังหลงไหลความเนียนขาวกับไหปลาร้าที่โผล่พ้นคอเสื้อกว้างของจีมินไม่วางตา


            “ ฮยองกำลังเมาใช่มั้ยครับ ชูก้าฮยอง!!!


            “ ทำไมถึงใส่เสื้อแบบนี้เข้ามาในสถานที่แบบนี้ ” ปากก็พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่มือกลับไล่ลูบไปตามเนื้อตัวเย็นๆของจีมิน ทำให้คนถูกสัมผัสถึงกับสะดุ้งจากตอนแรกที่เขาถอดเสื้อคลุมออกเพราะร้อนตอนนี้เค้ากลับคิดอยากจะออกไปเอาเสื้อคลุมที่ถอดวางไว้ข้างนอกมาใส่แล้วรูปซิบปิดให้มิดชิดจากสายตากระหายตรงหน้า


            “ ฮยอง ถ้าเมาก็กลับบ้านไปเถอะครับ ”


            “ ส่วนนายก็จะกลับไปนั่งยั่วไอ้หมอนั่นต่องั้นหรอ ”


            “ หมอนั่นที่ฮยองพูดถึงเค้าเป็น....... ” ยังไม่ทันที่จีมินจะพูดจบ ยังไม่ทันจะฟังว่าคนที่จีมินกำลังจะบอกนั้นเป็นใคร แต่ผมกลับกลัวในคำพูดนั้น ผมกดจูบลงบนปากเจ่อๆที่มักจะคอยพูดเจื้อยแจ้ว บดเบียดริมฝีปากของตัวเองลงไปด้วยความรู้สึกอยากครอบครอง จีมินดูตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้และกำลังขัดขืน มือเล็กๆพยายามพลักผมออกในขณะที่ผมเบียดตัวเข้าให้ชิดกว่าเดิมช้อนมือไปกดต้นคอไว้เพราะเจ้าเด็กนี่กำลังจะร่นหนี


            “ อือ...อือ... ” จีมินออกแรงผลักแรงขึ้น แต่ผมไม่สามารถละออกจากปากนุ่มๆของเขาได้เลยยิ่งเขาดิ้นมากเท่าไหร่ผมยิ่งกดจูบเขาแรงขึ้นเท่านั้นเช่นเดียวกับจีมีนที่พยายามเม้มปากแน่นไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผมเข้าไปลิ้มความหวาน ผมจึงใช้มือบีบแก้มเขาเบาๆจนเจ้าตัวเผลออ้าปาก ผมได้โอกาสสอดสิ้นร้อนเข้าไปสำรวจโพรงปากเล็กที่มีกลิ่นเครื่องดื่มสีฟ้าหลงเหลืออยู่มันยิ่งทำให้ความต้องการของผมสูงขึ้นไปอีก ลิ้นเรียวรุกไล่ไปทั่ว ดูดดื่มความหวานหอมจนเกิดเสียงก้องไปทั่วห้องเก็บของ จากคนที่ขัดขืนตอนนี้กลับอ่อนยวบจนผมต้องโอบกอดเขาไว้ใบหน้าแดงก่ำที่ดูเหมือนจะทรมานจากการถูกปิดกั้นอากาศทำให้ผมจำเป็นต้องปล่อยเขาให้เป็นอิสระ ทั้งๆที่ใจไม่อยากปล่อยเลยสักนิด จีมินเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระแล้วก็หอบจนตัวโยนพร้อมทั้งโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ เห็นดังนั้นมันทำให้ผมเริ่มมีสติ ผมทึ้งหัวตัวเองอย่างแรงเหมือนเป็นการลงโทษตัวเองที่ทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด นี่ผมทำอะไรลงไป


            “ จีมินอา... ”


            “ ............... ” คนตัวเล็กที่ก้มหน้านิ่งไม่แม้จะเงยหน้ามามองผมด้วยซ้ำ ผมรู้ว่าเขากำลังโกรธผม


            “ ฉันขอโทษ ”


            “ ฮึก.....ฮืออออออออ ” น้ำใสๆรื้นไหลออกมาจากขอบตาเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบของตัวผมเอง ยิ่งมองใบหน้าหวานๆเลอะน้ำตาอยู่ตอนนี้ยิ่งทำให้ผมเริ่มใจไม่ดี โคตรรู้สึกผิด โคตรอยากต่อยหน้าตัวเอง


            “ ขอโทษนะ ” ผมเอื้อมมือออกไปหวังจะกอดปลอบคนตัวเล็กแต่กลับถูกปัดออกอย่างแรง


            “ ฮยองทำแบบนี้ทำไม ฮึก... ผมไปทำอะไรให้ฮยองไม่พอใจ ฮึก...ทำไม...ฮึก...ไม่บอกกันดีๆ ” เสียงสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นกับน้ำเสียงตัดพ้อที่ผมได้ยินแล้วยิ่งโคตรเกลียดตัวเองที่ทำให้คนที่ผมชอบต้องมารองรับอารมณ์แบบนี้ มันไม่ใช่ความผิดเขาผมรู้ดี


            “ ไม่รู้ ฉันแค่ไม่ชอบที่เห็นนายอยู่กับคนอื่น ”


            “ คนอื่น?.....เค้าไม่ใช่คนอื่น ”


            “ ปาร์ค จีมิน อย่ามายั่วโมโหนะ ” อารมณ์โกรธเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่คนตัวเล็กบอกว่าใครคนนั้นไม่ใช่คนอื่น


            “ ผมยั่วตรงไหน มีแต่ฮยองนั่นแหละเป็นบ้าอะไร ”


            ผมหันหน้าหนีเพราะหาคำตอบให้คนตรงหน้าไม่ได้ นั่นสิผมเป็นบ้าอะไรอยู่ๆก็ของขึ้นไปลากเค้ามากดจูบแถมยังมีหน้าไปหาว่าเข้ายั่วโมโหอีก ผมรู้แค่ว่าผมแอบชอบจีมินมานานแล้วตั้งแต่เด็กนี่เข้ามาตอนปี1 แต่ด้วยความขี้ขลาดจึงไม่กล้าเข้าหาโดยตรง ถึงจะเคยหยอดไปบ้างแต่เจ้าตัวก็คงคิดว่าเหมือนพี่หยอกน้องมากกว่า


            “ ฮยองไม่มีสิทธิ์ทำกับผมแบบนี้ พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ” น้ำเสียงที่อ่อนลงทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองจีมิน น้ำตายังคงไหลไม่หยุดดวงตาเศร้ากับสีหน้าที่ดูผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของผมเมื่อครู่ยิ่งทำให้ผมปวดหนึบที่หน้าอก ผมอยากกล้ามากกว่านี้ อยากทำให้เขายิ้มมากกว่าร้องให้ ผมควรต้องจัดการกับความรู้สึกตอนนี้ให้มันชัดเจนสักที


            “ หึง.......ฉันหึง ” ถ้าความรู้สึกที่เห็นคนที่ชอบยิ้มให้คนอื่น ใกล้ชิดสนิทสนมกับคนอื่น แล้วทำให้ผมเป็นบ้าได้ขนาดนี้เรียกว่า “ หึง ” ผมก็จะยอมรับมัน


            “ ฮะ...ฮยองว่าอะไรนะ ” คนตัวเล็กเหมือนจะอึ้งกับคำพูดสั้นๆที่ดูไม่น่าจะออกมาจากฮยองตรงหน้าได้ เขาไม่เคยได้ยินคำพูดประเภทนี้ออกมาจากปากของคนตัวขาวเลยสักครั้งตั้งแต่รู้จักกันมา จีมินคิดว่าคนตรงหน้ากำลังเมา หรือกำลังขาดสติไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้ชูก้าฮยองต้องเป็นแบบนี้ เขาไม่สามารถเชื่อคำพูดของคนตรงหน้าได้เลย


            “ ฮยองแน่ใจหรอว่าฮยองหึงผม ผมว่าฮยองก็แค่เมา ”


            “ ไม่จีมิน... ฉันไม่ได้เมา แค่เหล้าไม่กี่แก้วไม่ทำให้เมาง่ายๆหรอกน่า ”


            “ ถึงไม่ได้เมา แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับผม ”


กึก


คำว่าไม่มีสิทธิ์ที่เปล่งออกมาจากปากคนตัวเล็กถึงสองครั้งสองครามันกำลังทำให้ผมรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์จริงๆ ผมโง่ใช่มั้ยที่รู้ตัวว่าชอบเด็กตรงหน้านี่แต่กลับไม่เคยทำอะไรเลย ผมได้แต่รอให้เวลามันผ่านไปเรื่อยๆ ให้คนตัวเล็กรับรู้กับการกระทำอ้อมๆของผมได้เองสักวัน แต่ผมผิดพลาดที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรให้มันชัดเจน ถ้าผมเริ่มต้นทำมันตั้งแต่ตอนนี้มันจะสายไปหรือเปล่า?


“ ฉันไม่มีสิทธิ์เพราะผู้ชายคนที่อยู่ข้างนอกนั่นหรอ ” ผมกำลังตัดพ้อตัวเอง ในเมื่อผมช้าเองมันก็ต้องยอมรับความจริงไม่ใช่หรอ มันเหมือนจะง่ายกับการแค่ยอมรับแต่ทำไมหัวใจผมกลับรู้สึกหน่วงไปหมดก็ไม่รู้


“ คนข้างนอกที่ฮยองหมายถึง เค้าเป็นคนสำคัญสำหรับผมและผมก็รักเขามากด้วย ” เมื่อผมได้ยินอย่างนั้น มันเหมือนทั้งโลกกำลังหยุดหมุน หูอื้ออึงไปหมด ทั้งๆที่ผมคิดว่าควรยอมรับความจริงแต่คำว่า “ ผมรักเขามาก ” มันยิ่งทำให้อยากต่อยหน้าตัวเองซ้ำๆแรงๆ กะอีแค่จะจีบคนที่ชอบยังทำไม่ได้เลยจะมีสิทธิ์อะไรไปทำแบบนั้นกับจีมิน ผมเกลียดตัวเอง


“ อือ ฉันเข้าใจแล้ว ”


“ เข้าใจว่าอะไร ” คนตัวเล็กตรงหน้าที่หยุดร้องไห้ไปได้สักพักแล้วเหลือทิ้งไว้แต่คราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนกับตาแดงๆที่ยังคงตอกย้ำให้ผมรู้สึกผิด ผมเบนหน้าหนีไม่กล้าสบสายตาจริงจังที่มองมา ความรู้สึกอึดอัดนี่มันคืออะไรกัน


“ ก็เข้าใจว่าคนข้างนอกเป็นคนที่นายรักไง ก็อย่างที่นายว่าคนมาช้าอย่างฉันจะไปมีสิทธิ์อะไร ” ตอนนี้ผมกำลังสบตาจีมินอยู่ ต่อให้ผมมาช้าแต่ความรู้สึกของผมมันไม่ใช่ความรู้สึกเพียงชั่ววูบ ผมชอบเขาจริงๆ หลงรักทุกอย่างที่เป็น ปาร์ค จีมิน มานานแล้ว ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้รับรู้แต่ผมควรบอกความรู้สึกนี้ให้เขาได้รู้สักที ถึงมันจะช้าไปก็ถือซะว่าผมได้บอกไปแล้ว ผมจะได้ตัดใจจากเขา


“ ผมว่าฮยองกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่นะ ” เข้าใจผิดหรอ ผมกำลังเข้าใจอะไรผิดไปในเมื่อมันชัดเจนขนาดนี้ภาพที่ผมเห็น กับสิ่งที่ฟังจากปากจีมิน มันยังมีเรื่องที่ผมเข้าใจผิดอยู่หรอ?


“ เข้าใจผิดอะไร? มันชัดเจนขนาดนั้น คนคนนั้นเป็นแฟนของนายไม่ใช่หรอ ดูรักกันดีนี่ คนที่รู้ตัวว่า “ รัก ” นายช้าไปแบบฉันมันจะมีสิทธิ์อะไรล่ะ ฉันก็เข้าใจถูกทุกอย่างแล้วไง กำลังรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไปเมื่อกี้ กำลังเจ็บทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย ฉันกำลังเกลียดตัวเองที่ทำอะไรโง่ๆ ” จีมินกำลังอึ้งค้างกับประโยคยาวๆที่ไม่น่าจะถูกเปล่งออกมาจากคนหวงคำพูดอย่างชูก้า ประโยคที่เหมือนจะสารภาพรักออกมาโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัว เหมือนเหตุการณ์มันบีบบังคับให้ความรู้สึกที่เก็บไว้มันพลั่งพรูออกมา


“ เดี๋ยว!!! เดี๋ยวฮยอง เมื่อกี้ฮยองพูดว่าอะไรนะ ”


“ ฉันบอกว่าฉันเกลียดตัวเองที่ทำอะไรโง่ๆ ”


“ ไม่ใช่ๆ ประโยคก่อนหน้านั้นสิ ” เหมือนจีมินกำลังไล่ต้อนชูก้าให้จนมุม สิ่งที่เขาสัมผัสได้จากฮยองตัวขาวอยู่บ่อยๆนั้นไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รับรู้หรือไม่รู้สึกอะไรเลย เพียงแต่มันไม่ชัดเจนพอ เขาต้องการเพียงคำๆเดียวจากคนปากหนักตรงหน้า ใครๆก็รู้ว่าชูก้าเป็นพูดน้อยแต่ในบางเรื่องคำพูดมันก็เป็นสิ่งจำเป็น จีมินยังคงเฝ้ารอคำตอบจากคนตัวขาวที่ยังยืนทบทวนคำพูดตัวเองเมื่อกี้ก่อนที่แก้มขาวๆจะเริ่มขึ้นสี เมื่อรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไป


“ เอ่อ...ฉัน...ฉันพูดว่า...ฉันรักนายหรอ? โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย ไอ้ชูก้ามึงพูดอะไรออกไปวะ ” ผมกำลังสับสน เมื่อกี้ผมพูดว่าผมรักเค้าออกไปงั้นหรอ? ผมทำได้แค่หันหลังให้จีมินแล้วทึ้งผมตัวเองอย่างแรงเหมือนมันไม่เจ็บ หน้าร้อนผ่าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนความรู้สึกเหมือนความร้อนมันประทุอยู่ในอกจนหัวใจมันเต้นแรงตุบ ตุบ ขาทั้งสองข้างมันไร้เรี่ยวแรงจนทรุดลงนั่ง คิดทบทวนว่าผมควรทำยังไงกับความรู้สึกแปลกๆนี่ดี ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นไปเผชิญหน้ากับเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมมั่นใจแล้ว


“ ......................... ” จีมินยังคงจดจ้องผมด้วยแววตาคาดคั้น โอ๊ย... อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นได้มั้ยเล่าคนยิ่งเกรงๆอยู่


“ ฉันขอโทษที่ทำแบบนั้น ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวนายเลย แต่...ขอให้ฉันได้บอกความรู้สึกของฉันเถอะนะ ถึงมันจะช้าไปแล้วก็ตาม แต่...ฉันคนนี้รักนายนะ ปาร์ค จีมิน ” ผมบอกความรู้สึกของผมให้จีมินรู้ไปหมดแล้ว มันโล่งอกอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าผมบอกเค้าเร็วกว่านี้ก็คงดี อ่า...อยากย้อนเวลากลับไปจัง ผมจะไม่ปล่อยคนตรงหน้านี่ไปให้ใครเด็ดขาด แต่ถึงตอนนี้เขาจะมีใครผมก็คงต้องยอมรับแล้วล่ะจะให้ไปแย่งมามันก็ไม่ใช่นิสัยของผม ผมไม่ใช่พระเองแต่ผมก็ไม่อยากเป็นตัวร้าย


“ ทำไมฮยองถึงมาพูดเอาป่านนี้ล่ะครับ ” น้ำตาคนตัวเล็กตรงหน้าไหลรื้นขึ้นอีกครั้ง แต่แววตากลับต่างออกไปจากครั้งแรก มันเหมือนเป็นน้ำตาของความดีใจเสียมากกว่า น้ำใสๆไหลออกมาเรื่อยๆจนทำให้ผมต้องดึงเขามากอดปลอบ เหมือนคนตัวเล็กจะยิ่งร้องหนักเมื่อผมลูบหลังเขา นี่ผมทำอะไรผิดไปงั้นหรอ?


“ อย่าโกรธ อย่าเกลียดกันเลยนะ ไม่ร้องนะครับ ” แรงสะอึ้นยิ่งหนักขึ้นไปอีก ทำไมพอผมพูดความรู้สึกออกไปแล้วเจ้าเด็กนี่ยังร้องให้อยู่ล่ะ หรือจริงๆแล้วผมไม่ควรพูดอย่างนั้นหรอ อ่า...ผมนี่มันแย่ชะมัด


“ พี่...ฮึก...พะ...พี่...ชาย...ฮึก ”


“ หืม ว่าไงฉันฟังไม่ถนัด ” ผมค่อยๆผละจีมินออกจากอ้อมกอดช่วยเช็ดน้ำตาที่แก้มออกให้เบาๆ และรอคำตอบเพราะเมื่อกี้เขาพูดด้วยเสียงอู้อี้ ได้ยินว่าพี่ๆอะไรสักอย่างผมฟังไม่ถนัด หรือเขาจะบอกว่าให้ผมเป็นได้แค่พี่ชายอย่างงี้ใช่มั้ยล่ะ อืม...ผมเข้าใจดี ไม่ต้องมาตอกย้ำกันหรอกน่า


“ พี่ชาย...คนข้างนอก ฮึก...เป็นพี่ชาย...ของผม ”


ห๊ะ! นายหมายความว่าไง ” หน้าผมเหวอแบบเบอร์ใหญ่สุด นี่หูผมเพี้ยนหรือน้องมันเมา เอาดีๆ


“ คนข้างนอกที่ฮยองหมายถึงเป็นลูกพี่ลูกน้องของผม เข้าใจหรือยัง ” หืม เอาจริงดิ ผมงงไปหมดแล้วนะ สรุปคือผมตีโพยตีพายไปคนเดียวว่างั้น ที่ทำอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไปเพราะจีมินอยู่กับพี่ชายเขาเนี่ยนะไม่น่าล่ะถึงบอกว่ารักมาก นี่ก็หน้ามืดตามัวหึงเขาทั้งๆที่ไม่ได้รู้อะไรเลย นี่กูโง่ หรือบ้ากันแน่วะ โอ๊ยยยยยย เหมือนโดนหลอกให้สารภาพรักเลย แต่ไหนๆมันก็มาถึงขั้นนี้ละ ในเมื่อไม่ใช่แฟนกัน ก็เอามาเป็นแฟนเราเลยละกัน ฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกแล้วจีมิน


“ งั้นสรุปว่าไม่ใช่แฟนใช่มั้ย? ”


“ อือ ทำไมเข้าใจอะไรยากจัง ฮยองไม่ยอมฟังผมก่อนเองนิ จูบอย่างเดียวเลย ” พูดไปก็หันหน้าหนีไปด้วย แก้มแดงๆเหมือนมะเขือเทศกำลังล่อตาล่อใจผมมาก ทำไมเจ้าหมูถึงได้น่ารักขนาดนี้นะ


“ งั้นเอาอย่างนี้นะ ถือเป็นการไถ่โทษที่ล่วงเกินนายไปก่อนหน้านี้ ฉันจะรับผิดชอบโดยการเป็นแฟนนายเอง จบนะ ”


“ มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอฮยอง ลากเค้ามาจูบแถมยังยัดเยียดความเป็นแฟนให้อีก ”


“ นายไม่สนหรอ ข้อเสนอนี้ฉันไม่เคยใช้กับใครเลยนะ ”


“ อืมมมมมมม............. ” จีมินทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักสีหน้าจริงจังจนผมเริ่มเครียดโอยยยยยยย ทำไมลุ้นแบบนี้วะ นี่ผมกำลังเกร็งมากเลยนะมือไม้เย็นเฉียบไปหมด


“ ยังไง อย่าทำให้ฉันเกร็งจะได้มั้ย ” ผมรอลุ้นกับคำตอบจนทนไม่ไหว คนอะไรคิดนานเป็นสิบนาที


“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครไม่สนก็บ้าแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” คำตอบของคนตัวเล็กมันทำให้ผมยิ้มกว้างจนตาหยี๋ น้ำเสียงบวมๆกับรอยยิ้มที่ส่งมามันทำให้หัวใจเต้นเสียงดังจนน่ารำคาญ ผมไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อนในชีวิตไม่เคยมีใครทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยกับจังหวะหัวใจที่มันเต้นเร็วได้แบบนี้มาก่อน ผมทั้งดีใจทั้งมีความสุขจนบอกไม่ถูก แถมคนตรงหน้ายังยิ้มกว้างให้ผมด้วยสีหน้าดีใจจนปิดไม่มิด มันบ่งบอกว่าเขาเองก็รอคำบางคำที่สำคัญจากผมเช่นกัน


“ งั้น ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะ ”


“ อะ...อือ ” โอยยยยยยย ให้ตายสิอยากจะปิดหมู่บ้านเลี้ยงจริงๆนี่ผมกำลังมีแฟนเป็นเจ้าหมูน้อยน่ารักแล้วหรอเนี่ย แล้วดูทำจะก้มหน้างุดๆมุดหนีเป็นตัวตุ่นไปถึงไหน เห็นแล้วหมันเขี้ยวเลยช้อนคางเจ้าหมูขึ้นมาให้สบตาก่อนที่ผมจะโน้มไปจูบอีกครั้ง


“ เดี๋ยวๆ ฮยองผมยังไม่บอกเงื่อนไขของผมเลยนะ ”


“ ว่ามาเลยครับ ” แหมเกือบจะได้ชิมปากหวานๆอีกครั้งแล้วแท้ๆ จะเบรคทำไมเนี่ยหืมมมมมม


“ น้ำถึง ขนมถึง ห้ามมีคนอื่น ห้ามมองคนอื่นแม้แต่หางตาก็ห้าม ห้าม.....อุ๊บ... ” ไม่ต้องรอให้เจ้าหมูนี่ห้ามผมครบทุกเรื่องหรอกครับ เพราะผมหยุดเขาก่อนที่เขาจะพูดจบด้วยจูบอันร้อนแรงของผมเนี่ยแหละ จูบที่เจ้าตัวเล็กไม่ได้ขัดขืนนี่มันรู้สึกดีขนาดนี้เลยหรอ จูบอันแสนหอมหวานนี้ผมจะไม่ยกให้ใครเด็กขาด ผมสัญญา


“ อ่า หวานจัง...”


เพี้ยะ!!! มือป้อมๆฟาดที่ไหล่ผมอย่างจัง จนต้องเผลอลูบเบาๆ


“ ฮยองนิสัยไม่ดี ผมยังพูดไม่จบเลยนะ ”


“ ใครสนกันล่ะ หึหึ ”


“ ผมโป้งฮยองแล้ว บู่ ตามไปง้อด้วย บาย ” พูดจบก็หันหลังเดินหนีผมออกไปเฉยเลย เจ้าเด็กนี่มันน่ารักขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ เห้ย!!!! เดี๋ยวก่อนดิ จะออกไปทั้งๆที่ใส่เสื้อแบบนั้นได้ยังไงจะไปโชว์กล้ามขาวๆให้ใครดูมิทราบ ว่าแล้วผมก็วิ่งตามเจ้าตัวเล็กออกไปทันที


“ ย๊า...ปาร์คจีมิน เอาเสื้อไปคลุมเดี๋ยวนี้เลยนะ ” ผมสัญญาว่าจับตัวเจ้าหมูนี่ได้เมื่อไหร่ จะตีให้ก้นลายเลยคอยดู หึหึ


#เจ้ากุกตัวแสบ


ก็แต่งตัวแบบนี้จะไม่ให้พี่ก้าของเราหวงได้ไงล่ะ มันช่างน่าจับกดจริงๆ 555

มาอัพแล้วน้าาาาา คู่รองเค้าสมหวังกันไปแล้วอ่ะ มาปุ๊บปั๊บรับโชคเป็นแฟนกันเลย

แอบสะใจเล็กๆที่ทำให้คนปากหนักอย่างชูก้าพูดความในใจออกมาได้สักที

ไงก็ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะ ไรท์จะพยายามมาอัพบ่อยๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

160 ความคิดเห็น

  1. #70 Sis_sisKa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:40
    เป็นแฟนกันแล้วว พี่กิเกือบเข้าใจผิดไปเองละ รออ่านต่อน้า สู้ๆค่า
    #70
    1
    • #70-1 Honey_VK(จากตอนที่ 21)
      7 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:57
      พี่ก้าขี้มโน ขี้หึง ตอนนี้เป็นแฟนกันแล้วน่าจะหวงหนักกว่าเดิม อิอิ
      #70-1
  2. #69 momo-ma (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:52
    น่ารักมากเลยยยยยเป็นแฟนกันแล้ว>~<
    #69
    1
    • #69-1 Honey_VK(จากตอนที่ 21)
      7 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:56
      เย้ๆ เป็นแฟนกันแล้ว
      #69-1