[FIC BTS] FIRST LOVE รักนะ...เจ้าเด็กแสบ [ VKOOK ] [END]

ตอนที่ 13 : Special : HappyVDay ( AllV )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 ธ.ค. 59

SPECIAL : HappyVDay (AllV)



*เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกับเรื่องหลัก*


30 December 2016

                “ อ่า แย่ชะมัด วันเกิดตัวเองแท้ๆดันไม่สบายซะได้ ” ชายหนุ่มร่างโปร่งบางกำลังนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเตียงเนื่องจากโดนพิษไข้เล่นงาน งานที่ถาโถมเข้ามามากมายจนไม่มีเวลาพักผ่อนได้เต็มที่บวกกับอากาศที่หนาวเย็นจนติดลบ ทำให้ร่างกายที่ไม่ได้รับการผักผ่อนอย่างเพียงพอนั้นทรุดลง และป่วยจนคุณหมอสั่งให้นอนพักผ่อนจนกว่าจะหายดี งดขึ้นทุกสเตจ ทุกการแสดง หยุดตารางงานทั้งหมด


                เจ้าของใบหน้าคมสวย แต่สีหน้ากลับบ่งบอกถึงความเสียดายอย่างมากที่เค้าไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขึ้นแสดงบนสเตจกับเหล่าเมมเบอร์ได้ ทั้งๆที่เป็นช่วงปลายปี เทศกาลแห่งความสุข เขาแค่ยากจะแสดงให้เหล่าแฟนคลับของเขา และผู้คนอื่นๆสนุกสนานและมีความสุขไปกับเทศการปีใหม่อย่างที่พวกเมมเบอร์ทำ  


                “ เห้อออออ น่าเสียดายจัง ” เสียงบี้ขึ้นจมูกถูกเปล่งออกมาเบาๆ หากเขาได้ขึ้นร้องเพลงจริงๆ เสียงของเขาก็แหบพล่าอยู่ดี


                วันนี้เป็นอีกวันที่บังทันต้องขึ้นสเตจถ่ายทอดสดทางช่องโทรทัศน์ แต่แทฮยองทำได้แค่นอนติดตามและเป็นกำลังใจให้เหล่าเมมเบอร์ของเขาอยู่ที่หอพักเท่านั้น


                แอ๊ดดด


                ประตูห้องที่แทฮยองนอนพักอยู่ถูกเปิดออกด้วยมือใครบางคน ชายร่างสูงไหล่กว้างเดินดุ่มๆเข้ามาพร้อมกับถาดที่วางแก้วน้ำกับถ้วยที่บรรจุยาเข้ามาหาคนที่กำลังนอนป่วย


                “ แทฮยองอ่า อาการเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมั่งรึป่าว ” น้ำเสียงนุ่มๆที่ซักถามด้วยความเป็นห่วง ทำให้คนที่นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่อยๆหันมาแล้วส่งยิ้มกว้างให้กับคนที่เปรียบเสมือนพี่ชาย


                “ ก็ยังปวดหัวอยู่นิดหน่อยฮะ ”


                “ ไหน ตัวร้อนอยู่หรือป่าว ” ซอกจินฮยองผู้ถูกขนานนามว่าเป็นออมม่าของวง ค่อยๆก้มลงใช้หน้าผากของตัวเองกดทาบหน้าผากของคนป่วยเพื่อวัดไข้แต่คนป่วยกลับนอนเกร็งไปทั้งตัวเพราะใบหน้าที่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆของคนเป็นพี่รดโดนปลายจมูกของแทฮยองเบาๆ ทำให้จู่ๆอุณหภูมิร่างกายก็เหมือนจะสูงขึ้นอย่างประหลาด


“ อืม ก็ยังอุ่นๆอยู่นะ ฮยองเอายามื้อเช้ามาให้ ถ้วยนี้กินก่อนอาหารนะ ส่วนถ้วยนั้นหลังอาหาร ” ฮยองไล่นิ้วชี้ไปที่ถ้วยใส่ยาสองใบ อธิบายให้แทฮยองฟังเป็นขั้นตอน เพื่อกันคนป่วยสับสนและกินยาสลับมื้อกัน


“ เข้าใจหรือป่าวเนี่ย อย่าเงียบสิ ”


“ อือ เข้าใจฮะ ” แทฮยองพยักหน้าหงึกหงักเป็นการยืนยันว่าเขาเข้าใจ แต่ในสายตาของคนเป็นพี่นั้นกลับคิดว่าแทฮยองแค่เบลอๆตอบเค้า เขาเข้าใจอาการของคนป่วยดียิ่งเวลาตื่นจากการนอนพักยาวๆทำให้สมองยังไม่ทำงานได้เต็มที่บวกกับสมองแทฮยองที่ปกติก็ไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรง่ายๆก็รู้สึกกังวลขึ้นมา


“ เอางี้ดีกว่า ฮยองป้อนเอง ลุกขึ้นกินยาไหวมั้ย ”


“ จินฮยอง ผมเข้าใจจริงๆนะ 555 ”


“ ไม่ต้องเลย มาๆลุกขึ้น ” คนเป็นพี่ค่อยๆประคองคนป่วยให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อที่จะทานยาได้ถนัด


“ อืออออ ปวดหัวจัง ”


“ อ่ะ กินซะจะได้กินข้าวต้ม ”


“ ขอบคุณฮะฮยอง ” แทฮยองส่งยิ้มหวานให้คนเป็นพี่ก่อนจะรับยาจากมือหมอจำเป็น แล้วค่อยกระดกยาลงคอ ตามด้วยดื่มน้ำไปอึกใหญ่


“ ดีมาก เดี๋ยวเอาข้าวมาให้นะ รอแปปนึง ” จินยื่นมือไปลูบหัวแทฮยองเบาๆด้วยความรักใคร่ เมมเบอร์ทุกคนก็เปรียบเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงไม่แปลกที่พวกเค้าจะแสดงความรัก และความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกันเหมือนที่จินฮยองทำอยู่ตอนนี้


“ ครับ ” แทฮยองล้มตัวนอนอีกครั้ง ชำเลืองมองหลังพี่ชายไหล่กว้างที่กำลังเดินออกไปจากห้อง เขายิ้มให้กับแผ่นหลังนั่น รอยยิ้มปรากฏขึ้นเพียงเพราะเค้ามักได้รับความห่วงใยจากพี่ชายคนนี้เสมอ


“ เหวอออออ เกือบไป ” เสียงอุทานที่มาพร้อมกับผู้มาใหม่ ในมือถือถาดข้าวต้มเอียงกระเท่เร่ที่ดูเหมือนมันจะหกแหล่ไม่หกแหล่ พอเดินเข้ามาพ้นประตูก็ใช้ขาอีกข้างยกดันประตูให้มันปิดลง เพราะมือไม่ว่าง

“ 5555555555 ฮยองทำอะไรเนี่ย ”


“ ฉันเอาข้าวต้มมาให้แทนจินฮยอง รายนั้นกำลังจัดการกับมักเน่จอมซนอยู่ ”


“ 55555 หรอครับ จองกุกก่อเรื่องอะไรอีกล่ะคราวนี้ ”


“ไม่มีอะไรมากหรอกแค่เล่นเกมในโทรศัพท์ไม่สนโลก เลยโดนจินฮยองดึงหูไปเรียบร้อย ” พี่ชายผมสีบอลนด์เขียวเจ้าของลักยิ้มทั้งสองข้างที่มักจะปรากฏและหายไปตามการขยับของปากเวลาพูดหรือยิ้ม เรียกได้ว่าเป็นเสนห์ของเค้าเลยทีเดียว อาร์มี่หลายคนละลายเพียงเพราะรอยยิ้มของเขา


“ แรพมอนฮยองกินแล้วหรอถึงเอามาให้ผมอ่ะ ”


“ ยังหรอก เอามาให้นายก่อนจะได้กินยาไง ”


“ แหม เป็นห่วงผมด้วยหรอเนี่ย กิ้วกิ้ว ” คนป่วยที่ยังไม่ทิ้งความขี้เล่น เอ่ยแซวคนเป็นลีดเดอร์ของวงอย่างอดไม่ได้


“ ไม่มีใครอยากให้คนในวงป่วยหรอก ไม่ว่าใครก็ตาม ” ลีดเดอร์ก็ยังคงเป็นลีดเดอร์ที่ต้องคอยดูแลเมมเบอร์ทุกคน ถึงในบางครั้งคำพูดหรือคำสั่งบางอย่างอาจจะลอยข้ามหัวข้ามหูเหล่าเมมเบอร์ไปบ้างแต่ทุกๆคนก็มักจะเคารพและยอมรับในการกระทำและการตัดสินใจของเขาเสมอ


“ คร้าบ คร้าบ ” แทฮยองเลื่อนถาดข้าวต้มมาวางตรงหน้า หยิบช้อนขึ้นตักข้าวต้มเข้าปาก


“ ให้ฉันป้อนมะ ”


                “ หืม ผมกินเองได้น่าฮยอง ”


                “ อ่าว เห็นในละครนางเอกชอบให้พระเอกป้อนข้าวต้มเวลาไม่สบายนิ ”


                “ ผะ...ผมไม่ใช่นางเอกในละครสักหน่อยนี่ ” แทฮยองรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของคนตัวสูงที่ยังคงนั่งจ้องมองเขาตักข้าวต้มเข้าปากอย่างไม่วางตา คนป่วยก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมาเหมือนกันแต่ทำอะไรไม่ได้จึงทำได้แต่ก้มหน้าก้มตากินเคี้ยวตุ้ยๆจนมันหมดชาม


                “ ดีมาก อ่ะกินยาด้วย ถ้วยนี้ใช่มะ? ”


                “ ครับ ” แทฮยองรับยามากรอกเข้าปากแล้วตามด้วยน้ำอีกเช่นเคย แต่ที่น่าสงสัยก็คือแรพมอนฮยองยังคงนั่งนิ่งจ้องมองเขาเหมือนผู้ใหญ่คุมเด็กว่าเด็กกินยาครบมั้ย แอบเทยาทิ้งหรอป่าว รีดเดอร์ที่คิดว่าแทฮยองผู้มีอายุครบ 22 ปีบริบูรณ์ในวันนี้เป็นเด็กน้อยสามขวบ


                “ เก่งมาก นอนพักผ่อนซะฮยองไปละ ” แรพมอนฮยองส่งยิ้มหวานให้แทฮยองก่อนที่จะหันไปเก็บถาดยากับถาดข้าวต้มซ้อนกันแล้วเดินออกไป แต่ก่อนที่ประตูจะปิดสนิทผมก็ได้ยินเสียงเหมือนสิ่งของตกกระแทกลงพื้นจนมันแตกดัง “ เพล้ง ” ตามมาด้วยเสียงร้องลั่นของซอกจินฮยอง


                “ ย๊า!!! คิมนัมจุน นายจะทำจานแตกกี่ใบถึงจะพอใจเนี่ย ” ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้วยชามทั้งหมดที่แรพมอยฮยองถือออกไปเมื่อกี้นั้นมันได้ไปสู่สุขติเรียบร้อยแล้ว อาเมน


                “ แรพมอนฮยองนี่มันแรพมอนฮยองจริงๆ ” คนป่วยได้แต่พึมพำเบาๆกับตัวเองพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้น ถึงทุกคนจะต่างนิสัย ต่างพฤติกรรม มีข้อดีข้อเสียบ้างแต่พวกเขาก็รักกันด้วยใจจริง ถึงจะมีบ่นบ้างแต่นั่งมันก็เป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งไม่ใช่หรอ?


                หลังจากที่กินข้าวกินยาเสร็จเรียบร้อยแล้วคนป่วยที่อาการดีขึ้นก็ออกมาจากห้องเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเพราะสองวันที่ผ่านมาเขาได้แต่นอนอยู่ในห้องเพราะไข้ขึ้นสูง แทฮยองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นแต่มันกลับเงียบมาก เจ้าน้องเล็กที่ปกติจะครองทีวีกลับหายไป สงสัยจะไปฟิตเนสเพื่อวอร์มร่างกายก่อนขึ้นเสตจคืนนี้ เจ้าเพื่อนหมูของเขาก็ไม่อยู่เช่นกันคาดว่าน่าจะไปด้วยกันกับจองกุก เจอก็แต่ชูก้าฮยองที่นอนเหยียดเต็มตัวเล่นโทศัพท์อยู่บนโซฟา กับโฮปบี้ฮยองที่เอาหูฟังยัดหูยืนเต้นยึกยักๆอยู่ข้างๆโซฟาต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครสังเกตเห็นเขาที่กำลังเดินเข้ามา


                แทฮยองมองพี่ๆของเขาแล้วนั่งลงที่โซฟาตัวตรงข้ามกับคนตัวขาวที่ยังนอนไม่รู้ว่ามีผู้มาใหม่ เสียงน้ำหนักตัวที่ทิ้งลงโซฟาทำให้คนหูดีอย่างชูก้าหันมา เข้าลุกขึ้นนั่งทันทีที่เห็นคนป่วยมานั่งตรงนี้แทนที่จะนอนพักอยู่ในห้อง


                “ แทฮยอง นายออกมาทำไม ทำไมไม่ไปนอนในห้องล่ะ ข้องนอกมันหนาวนะ ” คำพูดที่ออกมาจากปากคนตัวขาวที่ดูจะเป็นคำพูดที่ยาวที่สุดของวัน ทำให้คนป่วยถึงกับไม่รู้ว่าจะตอบว่าออกมาทำไมก่อน หรือทำไมไม่อยู่ในห้องก่อนดี


                “ เอ่อ ผมแค่เบื่อๆน่ะ นอนทั้งวันเลย ”


                “ ไม่สบายก็ต้องพักผ่อนดิ ” เสียงห้วนๆกับสายตานิ่งๆที่จ้องมาทางแทฮยองนั้นดูเหมือนจะดุ แต่ถ้ามองลงไปลึกๆจะสัมผัสได้ว่ามันเป็นสายตาที่เป็นห่วงน้องชายตรงหน้านี้มากแค่ไหน


                “ อ้าวเจ้าหมาน้อย ดีขึ้นแล้วหรอ ” พี่ชายเมนแดนซ์หัวส้มที่ยืนเต้นยึกยักอยู่เมื่อกี้ร้องทักแล้วเดินมานั่งลงข้างๆคนที่เขาเรียกว่าหมาน้อย


                “ อือ ดีขึ้นมาแล้วล่ะครับ ”


                “ ไหนมาดูสิ๊ ” เจโฮปยกมือทั้งสองข้างประกบแก้มของคนป่วยพลางหันซ้ายทีขวาทีจนหัวเริ่มมึน


                “ เห้ยๆ ไอ้โฮป หันขนาดนั้นเดี๋ยวเจ้าแทมันก็อ้วกหรอก ” ไม่ได้ส่งเสียงโหดๆมาอย่างเดียว แต่กลับเดินมาทิ้งตัวลงอีกข้างของแทฮยองแล้วจับมือเจโฮปออกจากแก้ม


                “ แฮะๆ โทษที โอเคใช่ป่ะ ”


                “ ถ้าชูก้าฮยองห้ามช้ากว่านี้นิดผมจะอ้วกจริงๆ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ” พี่ชายหัวส้มหน้าเจื่อนลงนิดหน่อยเพราะเจอสายตาดุๆที่ส่งมาจากพี่ชายตัวขาว คนที่เมมเบอร์ทุกคนเกรงใจมากกว่าลีดเดอร์ตัวจริงอย่างแรพมอนส์เตอร์เสียอีก


                “ โทษทีๆ แค่คิดถึงน่ะอยู่บนสเตจแล้วคนไม่ครบนี่มันรู้สึกแปลกๆ ใช่มั้ยชูก้าฮยอง ” เจโฮปหันไปถามความเห็นกับคนตัวขาว


                “ อือ ฉันชอบให้อยู่ด้วยกันครบทั้งเจ็ดคนมากกว่า ” แทฮยองดูจะแปลกใจกับความแปลกของพี่ชายตัวขาวในวันนี้มาก เพราะปกติเขาจะไม่ค่อยพูดจาอะไรแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เขารู้ว่าไม่มีอะไรดีกว่ากว่าการอยู่ด้วยกันครบทั้งเจ็ดคนอีกแล้ว


                “ เห้ ทุกคนไปรวมกันที่ห้องซ้อมนะ แทฮยองนายก็พักผ่อนซะล่ะ ” แรพมอนเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่ออกไปคุยกับเมเนเจอร์เมื่อเช้าเพื่อบอกงานให้กับเมมเบอร์ให้ไปเตรียมตัวสำหรับงานคืนนี้


                “ อือ/โอเค/ฮะ ” ทุกคนในห้องนั่งเล่นตอบรับพร้อมกัน


                “ ไม่ต้องหงอยไปหรอกน่า หน้าที่นายตอนนี้คือต้องหายป่วยไวๆ ” ชูก้าวางมือลงบนกลุ่มผมของแทฮยองอย่างเบามือ น้ำเสียงที่ดูอ่อนลงกว่าปกติทำให้แทฮยองปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขากำลังรู้สึกดี


                “ หายไวๆล่ะ เดี๋ยวพวกเรารีบกลับมา ” รอยยิ้มกว้างที่แสนจะอบอุ่นถูกส่งมาจากพี่หัวส้มผู้เป็นความหวังของทุกคน รอยยิ้มที่แทฮยองมองแล้วสบายใจและรู้สึกอบอุ่นไปพร้อมกัน


                “ คืนนี้ผมจะโบกมี่บอมบ์หน้าทีวีแล้วตะโกน เจ-โฮปปปปปปปปป เจ-โฮปปปปปปปปป เป็นการให้กำลังใจนะ ”


                “ อย่าตะโกนเสียงดังมากก็แล้วกันเดี๋ยวจะไม่หายเอา ”


                “ ครับ ” เป็นอีกครั้งที่แทฮยองตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะเค้ารู้ดีว่าทุกคนเป็นห่วงเขาด้วยใจจริงๆ


“ พวกฉันไปละนะ บ๊ายบาย ” โฮปโบกมือลาน้องชายก่อนที่จะหยิบกระเป๋าแล้วเดินกอดคอชูก้าออกไป พวกเขาต้องไปห้องซ้อมเพื่อเพิ่มความแม่นให้กับการแสดงของคืนนี้ มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบังทันไปแล้วเพราะพวกเขาทุกคนตั้งใจที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแฟนเพลงของพวกเขานั่นเอง


เมื่อเห็นว่าทุกคนออกไปหมดแล้วแทฮยองเลยกลับเข้าห้องไปนอนเพราะยาที่กินไปเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ทำให้หนังตาเริ่มหนัก พอกลับมาถึงห้องก็ทิ้งตัวลงนอนดึงผ้าห่มคลุมตัวเพื่อลดความหนาวเย็น ถึงแทฮยองจะรู้สึกเหงาบ้างแต่ก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจกับการที่ตอนนี้ต้องอยู่คนเดียวเลย


เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงหกโมงเย็นคนป่วยที่ตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนเกือบจะหายดีแล้วก็มานั่งอยู่หน้าทีวีเพื่อรอดูรายการถ่ายทอดสดของเหล่าเมมเบอร์ แทฮยองเปิดทิ้งไว้อย่างนั้นเพราะตอนนี้เป็นช่วงโฆษณาขั้น เขาจึงหยิบมือถือเครื่องหรูขึ้นมาดูพบว่ามีข้อความแจ้งเตือนมากมายที่เขายังไม่ได้เปิดดูเพราะสองวันก่อนนอนซมจนไม่ได้แตะมือถือเลย


แทฮยองเปิดข้อความเป็นอย่างแรกพบว่ามีข้อความจากคุณแม่ของเขาส่งมาบอกว่าให้ดูแลสุขภาพให้ดี ให้หายจากอาการป่วยเร็วๆ ตามด้วยข้อความจากคนอื่นๆไม่เว้นแม้แต่บังทันพีดี ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นห่วงเขาไม่ต่างจากเมมเบอร์เลย เปิดอ่านไปเรื่อยๆจนตอนนี้เขายิ้มจนแก้มแทบจะปริอยู่แล้ว หลังจากที่เขาไล่เปิดข้อความจนหมดแล้วจึงเปิดเข้าไปที่แอบสีฟ้ารูปนกที่มีการแจ้งเตือนเยอะจนน่าตกใจ เมื่อเขาเปิดดูตาก็เบิกโพลงเพราะเหล่าอาร์มี่ทวิตข้อความถึงเขามากมายทั้งขอให้เขาหายป่วยไวๆ ขอให้ดูแลสุขภาพ หรือแม้กระทั่งข้อความแฮบปี้เบิร์ทเดย์ที่แฮชแทคชื่อเขาตอนนี้ดูจะติดอันดับหนึ่งเทรนด์โลกไปแล้ว


“ อ่า...ทำไมพวกเขาน่ารักจัง แค่บอกรักพวกเขามันยังไม่พอสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำให้เลย ”


เมื่อเห็นดังนั้นแทฮยองเลยตัดสินใจอัดคลิปวีดีโอลงทวิตเพื่อเป็นการตอบแทนเหล่าแฟนคลับแล้วคนที่ให้กำลังใจเขา


“ ทุกคนครับ ผมวี บังทันโซนยอนดันนะครับ ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะครับ ตอนนี้ผมหายดีแล้ว แข็งแรงเลยล่ะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดด้วยนะครับ ผมขอให้พรนั้นส่งผลถึงพวกคุณเช่นกัน ออ...แล้วก็ขอโทษด้วยที่ผมไม่สามารถขึ้นแสดงร่วมกับเมมเบอร์ได้ แต่พวกเรามาให้กำลังใจเมมเบอร์ทั้งหกคนที่ทำงานหนักกันเถอะครับ ออ...สุดท้ายนี้ ผมรักทุกคนนะครับ อาร์มี่..... ” ปิดท้ายคลิปด้วยการชูมินิฮาร์ทและขยิบตาข้างซ้ายหนึ่งทีก่อนกดโพสต์ลง


Rrrrrrrrrrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrr


จู่ๆมือถือที่อยู่ในมือแทฮยองก็สั่นขึ้นหลังจากที่ลงคลิปไปเมื่อกี้ เขาก้มลงมองพบว่าเป็น “ หมูจีม ” ที่วีดีโอคอลมาหา เพื่อนสนิท 95 ไลน์ของเขานั่นเอง


“ ว่าไงไอ้หมู ” เขายกโทรศัพท์ขึ้นเพื่อให้คนอีกฝั่งเห็นหน้าเค้าได้ชัดเจน


“ เป็นไงมั่ง หายละดิถึงมีแรงลงคลิปได้ ”


“ อือ ก็ดีขึ้นเยอะเลยอ่ะ เจอข้อความเยอะแบบนั้นเลยอดขอบคุณอาร์มี่ไม่ได้ ”


“ หายดีก็ดีแล้วทุกคนเป็นห่วงแกทั้งนั้นแต่ไม่มีเวลาโทรหาเลย ”


“ ออ แล้วทำไมแกถึงโทรหาฉันได้ล่ะ ”


“ เอ้า ก็แต่งหน้าเสร็จคนแรกเลยโทรมาเนี่ย แล้วเมื่อเช้าก็ยังไม่เห็นหน้าแกเลย คิดถึง ” รอยยิ้มน่ารักๆกับตาหยีๆผ่านมือถือทำให้แทฮยองรู้สึกว่าถ้าอยู่ใกล้ๆจะหยิกให้แก้มช้ำด้วยความหมันเขี้ยว


“ แล้วคนอื่นๆล่ะ ”


“ แกเจาะจงหมายถึงใครล่ะ ”


“ กะ.....ก็ทุกคนแหละ ”


“ ก็ถ้าพวกฮยองก็แต่งหน้าอยู่นะ กว่าจะขึ้นโชว์จริงๆก็ประมานสี่ทุ่มอ่ะแหละ ส่วนจองกุกอยู่กับพวกเด็ก 97 ไลน์ เพราะเค้าจะมีการแสดงพิเศษร่วมกัน ”


                “ งั้นหรอ ”


                “ หน้าแกดูไม่ค่อยดีใจนะที่เห็นหน้าฉันเนี่ย ”


                “ เห้ย เปล่าๆ ดีใจดิแหมมีคนเป็นห่วงต้องดีใจอยู่แล้ว แถมนางฟ้าประจำวงโทรมาขนาดนี้ไข้นี่หายเป็นปลิดทิ้งเลย ”


                “ เออ ให้มันจริงเหอะ งั้นแค่นี้ก่อนละกันขอไปเตรียมตัวก่อน บายเพื่อนรัก ”


                “ อือ บายเพื่อน ” แทฮยองลดโทรศัพท์ลงกดวางสายของเพื่อน ใจนึงก็ดีใจที่เพื่อนโทรมาแต่อีกใจนึงก็อยากให้เป็นอีกคนนึงมากกว่า


                บุคคลเดียวที่อยู่ที่หอตอนนี้กำลังจดจ้องทีวีอยากตั้งอกตั้งใจ มือทั้งสองข้างก็โบกมี่บอมบ์ที่ไปหยิบมาจากห้องนอนของซอกจินไปมาตามจังหวะเพลง ปากก็ตะโกน เจ-โฮปปป เจ-โฮปปป หลังจากการแสดงจบลงและเป็นช่วงสุดท้ายของรายการ พิธีการจึงส่งไมค์ให้กับกลุ่มนักร้องทีละวงเพื่อให้พวกเขาอวยพรแฟนคลับก่อนที่จะถึงเวลาเคาท์ดาวน์เพื่อต้อนรับปี2017 ไมค์ที่ตอนนี้ถูกครอบครองด้วยกลุ่มบังทันจึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับแทฮยองอย่างมาก เขาตั้งตารอช่วงนี้อย่างใจจดใจจ่อเพราะเขาคาดหวังว่าเมมเบอร์ของเขาต้องอวยพรเขาออกอากาศ แล้วก็เป็นจริงดังคาดไมค์ที่ถูกแย่งกันไปแย่งกันมาเพื่ออวยพรเขานั้นทำให้เขายิ้มออกมาอย่างง่ายดาย


                แต่รอยยิ้มสวยๆก็ปรากฏได้ไม่นานนักเมื่อคนที่เขาคาดหวังกลับไม่ได้แย่งไมค์ไปอวยพรเขาเหมือนเมมเบอร์คนอื่นๆแต่กลับยืนเล่นหยอกล้อกับ คิม ยูคยอม ที่อยู่ GOT7 อย่างสนุกสนาน จนจบรายการเขาก็ยังไม่ได้คำอวยพรจากปาก จอน จองกุกเลย


                แทฮยองปิดทีวีลงทันที เดินกลับเข้าห้องตัวเองพร้อมนอน อีกไม่กี่นาทีก็หมดช่วงเวลาวันเกิดของเขาแล้วแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ผิดหวังไปหมดเสียทีเดียวเพราะทั้งพ่อแม่ บังทันพีดี เมมเบอร์คนอื่นๆ รวมถึงอาร์มี่ก็ไม่ได้ลืมวันนี้แค่เพียงจองกุกคนเดียวคงเทียบไม่ได้ แทฮยองทิ้งลงตัวลงนอนและพยายามคิดแบบนั้นจนเผลอหลับไป


                23.50 นาที


ประตูห้องแทฮยองถูกเปิดออกอย่างเบามือด้วยฝีมือเมมเบอร์คนหนึ่ง แต่เจ้าของห้องกลับหลับสนิทอาจเป็นเพราะฤทธิ์ของยาก่อนนอน บุคคลที่แอบเข้ามานั้นค่อยๆนั่งลงบนเตียงเงียบๆช้าๆ ห้องที่มืดสนิทแต่ยังพอมองเห็นใบหน้าสวยภายใต้แสงไฟจากข้างนอกที่สาดส่องเข้ามา นิ้วมือไล่เกลี่ยผมหน้าม้าที่ปกคลุมหน้าผากให้เปิดออกและค่อยๆบรรจงจุมพิตลงเบาๆ


“ หลับสบายเลยนะครับวีฮยอง ” บุคคลที่เข้ามานั้นคือ จอน จองกุก น้องเล็กของวงที่แทฮยองเฝ้ารอคำอวยพรจากปากมากที่สุด


“ อือ..... ” แทฮยองที่เหมือนจะรู้สึกตัวหลังจากถูกกวนก็ค่อยๆส่งเสียงแล้วพลิกตัว แต่เหมือนเขาแค่ละเมอมากกว่า


“ หึหึ เวลาหลับยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะครับ ” จองกุกนั่งจ้องมองใบหน้าสวยที่หลับสนิทแพขนตายาวที่รับกับดวงตาเรียวสวยทำให้จองกุกก้มจุมพิตลงที่เปลือกตาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนคราวนี้จะทำให้คนที่หลับอยู่ตื่นซะแล้ว


“ จะ...จองกุก เข้ามาทำเนี่ยไม่ไปนอนล่ะ ” จองกุกได้ยินอย่างนั้นก็อดที่จะอมยิ้มกับความตกใจปนเป็นห่วงของแทฮยองไม่ได้


“ จะนอนได้ยังไงล่ะ ผมยังไม่ได้แฮปฮยองเลยนะ ไม่อยากได้คำอวยพรจากผมหรอ? ”


“ นายสนใจด้วยหรอ เห็นเล่นแต่กับคนอื่นทั้งที่เมมเบอร์ทุกคนก็อวยพรฮยองกันหมดแล้ว ”


“ งอนหรอครับ ไม่เอาน่า ผมไม่อยากพูดให้คนอื่นได้ยินหนิ ผมถึงกลับมาบอกฮยองด้วยตัวผมเองยังไงล่ะ ”


“ อย่างนั้นหรอ ”


“ อืม อย่างนั้นแหละครับ ” จบประโยคจองกุกก็เคลื่อยใบหน้าหวานปนหล่อเข้ามาใกล้จนแทฮยองเริ่มร่นหน้าหนี แต่ไม่ทันที่มือจองกุกเอื้อมไปช้อนต้นคอของเขาไว้เสียก่อน ลมหายเริ่มรดรินกันเพราะหน้าห่างกันเพียงคืบ จองกุกค่อยๆบรรจงประกบปากของแทฮยองทีละน้อย เชื่องช้าและอ้อยอิ่งแต่กลับทำให้หัวใจของคนที่ถูกจูบนั้นเต้นแรง จองกุกค่อยๆขบเล็มปากบางไปทีละนิดเลื่อนจากปากล่างจนค่อยๆประกบจนแนบชิด สอดลิ้นร้อนเข้าไปเพื่อสำรวจและตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ หากแต่แทฮยองเองก็ไม่ได้ขัดขืนเพราะเค้าก็ต้องการจูบนี้เช่นกัน


“ สุขสันต์วันเกิดนะครับแทแทฮยอง ของให้อยู่เคียงข้างผมไปทุกๆปีเลยนะ ”


“ อือ อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปเลย ”


“ หายงอนหรือยังครับ ”


“ ป่าวนิ ฮยองไม่ได้งอนสักหน่อย ”


“ ปากแข็ง เมื่อกี้ก็นุ่มดีนี่นา ไหนมาลองอีกทีสิ๊ ” จองกุกส่งสายตาเจ้าเลห์ยื่นหน้าเข้ามาหวังจะจัดการกับคนปากแข็ง แต่กลับโดนสองมือของแทฮยองดันออกห่าง


“ โอเคๆ หายแล้ว แล้วพวกคนอื่นล่ะ ”


“ ไม่รู้สิ ว่าแต่ฮยองออกไปกินขนมเป็นเพื่อนกุกหน่อยสิ ” จองกุกไม่รอฟังคำตอบลุกขึ้นดึงมือของแทฮยองให้เดินตามออกมาข้างนอก ห้องนั่งเล่นที่มืดมิดจู่ๆก็ปรากฏกลุ่มเทียนที่ไหวไปตามอากาศ พร้อมกับเสียงร้องเพลงที่ดังขึ้น


เเซง-งิล-ชุก-คา-ฮัม-นิ-ดา

เเซง-งิล-ชุก-คา-ฮัม-นิ-ดา

ซา-รัง-ฮา-นึน คิม แทฮยอง
เเซง-งิล-ชุก-คา-ฮัม-นิ-ดา


สิ้นเสียงเพลงวันเกิดไฟทุกดวงในห้องนั่งเล่นก็ติดขึ้นพร้อมกันทำให้คนเป็นเจ้าของวันเกิดเห็นคนที่ร้องเพลงให้เขาทั้งหมด ซึ่งมันจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเหล่าสมาชิกบังทันโซนยอนดันนั่นเอง


“ เอ้า ยืนนิ่งทำไมล่ะ อธิษฐานสิ ” ซอกจินเป็นคนเรียกสติเจ้าของวันเกินที่ยังดูงงๆกับเหตุการณ์ที่ตัวเองพึ่งเจอ


“ ออ...อืม ” แทฮยองเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นกุมมือไว้ที่อก หลับตาอธิษฐานตามที่จินฮยองบอกแล้วเป่าเทียนจนดับหมดครบทุกเล่ม


“ เย่ เย่ สุขสันต์วันเกิดนะเจ้าแท มีความสุขมากๆล่ะ ” ซอกจิน


“ ขอให้นายมีสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วย ” แรพมอน


“ มีแต่คนรักแล้วก็เอ็นดู ” เจโฮป


“ มีเงินเยอะๆแล้วใช้ชีวิตแบบSWAG ” ชูก้า


“ ออกกำลังกายซะบ้างจะได้ไม่มีพุง ” จีมิน


“ แต่ถึงจะมีพุง ผมก็รักนะ ” ปิดท้ายด้วยจองกุก


“ ฮิ้ววววววววววววววววววววว 55555555 ” เสียงหัวเราะและเสียงหยอกล้อกันดังลั่นหอ ถึงมันจะดูโหวกแหวกโวยวายแต่มันสัมผัสได้ถึงความรัก ความผูกพัน และความห่วงใยที่พวกเขามอบให้กัน กลุ่มเด็กเจ็ดคนที่ดูธรรมดาๆ แต่เมื่อพวกเค้ารวมตัวกันและทำในสิ่งที่รักอย่างตั้งใจมันจึงทำให้พวกเขาไม่ใช่เด็กธรรมดาอีกต่อไปแต่พวกเขาเป็น “ บังทันโซนยอนดัน ” ที่พวกเราเหล่าอาร์มี่ทั้งรักและภูมิใจในตัวพวกเข้าเสมอ


HAPPY BIRTHDAY KIM TAEHYUNG


ฮรือออ วันเกิดเจ้าหมาน้อยของไรท์ ว่าจะไม่มีแล้วนะแต่มันอดไม่ได้จริงๆ

ตอนแรกก็ตั้งใจว่าต้องเป็น AllV แต่ไหงมาลงเอยด้วย #kookv ก็ไม่รู้ 555555

หวังว่าจะชอบนะ

อย่าลืมติดตามเรื่องหลักกันด้วย จุ๊ฟ

 

               

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

160 ความคิดเห็น

  1. #39 Im_Jinyoung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 08:50
    ชอบบ;-;
    #39
    0
  2. #38 kookkiekimv123 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 06:52
    ไรท์สู้ๆน้า
    #38
    0
  3. #37 Sis_sisKa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 02:57
    น่ารักมากๆค่า เนื้อเรื่องสบายๆมากเลยยย รออ่านเรื่องหลักค่า สู้ๆน้า
    #37
    0
  4. #36 NazijungZozi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 01:25
    อบอุ่นใจจังเลยยยยยอยากเป็นvแทน????????????????????
    #36
    0