Unspecific Singularity มหาวิบัติสังหาร

ตอนที่ 1 : เข้าสู่จุดจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 เม.ย. 55

ชายผู้นั้นเงยศีรษะขึ้นประจันหน้ากับผม ใบหน้าของเขาถูกปกปิดโดยเงาดำทำให้ยากที่จะแยกแยะเขาออกจากความมืดในทางเดิน ด้วยเหตุผลที่หลอดไฟไม่ยอมทำหน้าที่ของมัน ทำให้ในระยะ 1 เมตรภายหน้าผม ไม่มีอะไรนอกจากสีดำ

ในไม่ช้าแสงไฟก็ถูเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการหายไปของชายผู้นั้น ผมพบว่าบางสิ่งกำลังดึงดูดผมให้เดินตรงไปเรื่อยๆตามทางเดินซึ่งดูยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด

ผมไม่ทันที่จะสังเกตเลขห้องของประตูบานหนึ่งที่เปิดออกอย่างช้าๆ ราวกับผมเป็นตัวละครในภาพยนตร์ซึ่งตนเองต้องทำทุกสิ่งไปตามบทบาทที่ได้รับมา ถึงแม้จิตใต้สำนึกของผมจะมีความหวาดระแวงแต่ขาของผมก็ยังเดินตรงไปห้องนั้น

                ผมไม่รู้ว่าตนอยู่ในนี้มานานเท่าไหร่แล้วหรือมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ถึงแม้จะเป็นคำถามที่น่าสนใจแต่สมองของผมกลับไม่คิดแม้แต่จะตั้งข้อสงสัยขึ้นมา กลิ่นสาบและกลิ่นอับพุ่งเข้ามาสัมผัสกับจมูกของผมทันทีที่ผมไปถึงหน้าห้อง คงไม่ต่ำกว่าศตวรรษตามที่ผมคิด จากคราบฝุ่นที่สะสมและตะไคร่เป็นหย่อมๆ รวมถึงสภาพทรุดโทรมของห้อง เพราะอะไรมันจึงถูกทิ้งให้รกร้าง

                ประตูบานที่ตัวผมเพิ่งได้ผ่านมาเมื่อครู่กลับได้หายไปแล้ว ไม่ทิ้งไว้แม้แต่วงกบของประตู เสมือนกับว่าไม่เคยมีประตูอยู่ ณ จุดนั้นมาก่อน วอลเปเปอร์สีขาวลายดอกไม้ตามความนิยมของการแต่งบ้านยุคเก่าถูกแปะไว้อย่างเรียบเนียนแทนที่อยู่ของประตูนั้น

                ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตามผมกลับไม่รู้สึกสงสัยหรือชั่งใจที่จะสืบหาเหตุผลของความประหลาดนี้ ถึงแม้ภายในห้องจะไม่มีแม้สวิทซ์หลอดไฟที่กำลังเปิดอยู่ เป็นเรื่องแปลกที่ผมยังสามารถมองเห็นโซฟาที่ขึ้นราในห้องนั่งเล่นที่ไกลออกไปได้ชัดเจนราวกับกลางวัน ทั้งที่หน้าต่างทุกบานถูกชั้นอิฐปิดทับจนมิดชิด ไม่มีความเป็นไปได้ใดๆที่ทำให้แสงด้านนอกลอดผ่านเข้ามาได้เลย

                ทันใดนั้นโทรทัศน์จอนูน 20 นิ้วด้านหน้าโซฟาก็เปิดขึ้นทั้งที่ปลั๊กของมันได้หายไปแล้ว สิ่งที่มันฉายออกมาทางจอภาพไม่มีอะไรนอกจากสีขาวดำของช่องโทรทัศน์ที่ว่างเปล่า ร่างของผมละความสนใจจากมันแล้วเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ติดกัน

                บานประตูไม้โบราณปรากฏอยู่ ณ สุดห้องครัว บางสิ่งทำให้ผมรู้สึกถึงความน่าดึงดูดของมันอย่างน่าประหลาด และแล้วผมก็พบกับความจริงที่ว่าประตูนั้นถูกลงกลอน

                ไม่ต่างกับผู้เสพยา ความรู้สึกที่กระหายอยากค้นหาดอกกุญแจพุ่งทะลักเข้ามาในหัวของผม หลังจากการรื้อลิ้นชักทั้งหมดในห้องครัวแล้วผมจึงกลับไปยังห้องนั่งเล่น

                “จอห์น ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เขาควานหากุญแจอย่างบ้าคลั่ง แต่เขาก็ล้มเหลว ความรู้สึกสิ้นหวังและกระหายบังเกิดขึ้นในความคิดของจอห์น เขาเริ่มคลุ้มคลั่ง ประสาทเริ่มเล่นตลกกับเขา ทำให้สิ่งที่เขาเห็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น...” ด้วยเสียงดังเหมือนกับการเร่งเสียงโทรทัศน์จนสุด จอโทรทัศน์ที่เคยฉายเพียงภาพขาวดำ ในตอนนี้มันฉายภาพตัวของผมที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่กลางห้องโดยการเหวี่ยงข้าวของและสลับกับภาพที่ผมกำลังนอนกลิ้งไปมาบนพื้นราวกับคนเสียสติ

                ดูเหมือนมันจะไม่ยอมหยุดพูด การพรรณนาที่ยืดยาวไม่สิ้นสุด ถึงแม้น้ำเสียงที่เปล่งออกจะคล้ายกับคนที่จิตวิปริตแต่ผมก็จดจำมันได้ชัดเจนเมื่อมันเป็นเสียงเดียวกับที่ผมเปล่งออกมาจากลำคอ

                โดยไร้ซึ่งการเตือนใดๆ เฉกเช่นเดียวกับการทำลายอาคารจากลูกตุ้มที่เหวี่ยงมาโดยปั้นจั่น พื้นรอบตัวผมสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับการหายไปของส่วนหนึ่งของผนัง หากยังคงมีเศษซากของผนังที่หายไปส่วนนั้นตกอยู่ ถ้ามีลูกตุ้มโลหะขนาดยักษ์พุ่งทะลุเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแม้แต่น้อย ในตอนนี้ดูเสมือนสิ่งที่โทรทัศน์วิปลาสเครื่องนั้นกล่าวไว้จะเป็นจริง

                เหมือนกับผู้ป่วยจิตหลอน อย่างไร้ซึ่งเหตุผล แทนที่กำแพงที่ถูกพังลงไปนั้นจะทำให้ผมสามารถมองเห็นภาพบรรยากาศภายนอกอาคารได้แต่กลับเป็นทางเดินเส้นเดิมที่ผมได้อาศัยมันผ่านมายังห้องนี้

                เดจาวู คงเป็นคำคำเดียวที่ทำให้ผมสามารถอธิบายเรื่องทั้งหมดได้ ภายในพริบตาวอลเปเปอร์ลายดอกไม้และตะไคร่ได้เปลี่ยนเป็นพรมสีเลือดหมูและผนังสีน้ำตาลออกแดง ผมกลับมายืน ณ จุดเดิม ก่อนที่จะเดินเข้าห้องประหลาดนั้นโดยสมบูรณ์

                รองเท้าหนังของผมได้เหยียบทับเข้าบางสิ่งที่แข็ง เมื่อผมยกเท้าออก กุญแจที่ผมตามหามาก็ปรากฏขึ้น แต่มันกลับเป็นคนละดอก ด้านหลังกุญแจนี้มีติดหมายเลขห้องๆหนึ่งไว้คือ 1520

                ผมเป็นเหมือนสุนัขที่ถูกสายจูงลากไปตามทางที่ผู้จูงต้องการ ไม่มีความสามารถตัดสินใจเองได้ ทุกสิ่งเป็นไปตามที่ผู้จูงอยากให้เป็น ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินไปตามแผนที่เขาวางไว้อย่างสิ้นหวังประตูบานหนึ่งพร้อมกับเลขห้อง 1520 ได้ปรากฏขึ้นห่างจากหน้าของผมไปไม่เกิน 1 ฟุต พร้อมกับการหายไปของสิ่งอื่นๆ ทางเดินและประตูห้องหมายเลขอื่นได้กลับกลายเป็นความมืดสนิท

                เสียงกุญแจที่สอดเข้าไปด้านในลูกบิดดังก้องกังวาน ผมบิดมือเพียงเล็กน้อยก็สามารถปลดล็อกได้ ภายในห้องไม่มีอะไรอื่นนอกจากกุญแจ 1 ดอกบนโต๊ะ 1 ตัว

                มันมืดเกินไปสำหรับสายตาของมนุษย์ที่จะสามารถมองเห็นรายละเอียดปลีกย่อยรอบๆตัวได้เมื่อในห้องนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวๆฉายไปยังโต๊ะตัวนั้นราวกับจงใจให้เดินไปหา

                ทุกครั้งที่ผมก้าวเดินผ่านทางเดินไปหามัน ราวกับอยู่ในเทปวีดีโอที่เล่นสะดุด ราวกับมองเห็นภาพที่ทับซ้อน โดยไร้ซึ่งความสามารถในการอธิบายข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ ผนังและพรมที่ถูกปูลงบนพื้นบางส่วนเกิดอาการที่เสมือนกับการสั่นทั้งที่พื้นจะคงนิ่งสนิทไม่มีแผ่นดินไหวหรือแม้แต่รอยบนผนังที่เริ่มร้าวจากการสั่น การสั่นของมันอาจเรียกได้ว่าเกิดการบิดเบี้ยวทางรูปลักษณ์ของวัตถุ เกิดเป็นภาพซ้อนขึ้นลางๆคล้ายกับในวินาทีแรกที่โดนแสงจ้าส่องเข้าตา และความพร่ามัวของสิ่งนั้น

                สิ่งเหล่านี้มาพร้อมกับกลุ่มควันสีดำจางๆแพร่ออกมาจากจุดที่ผิดปกติเหล่านั้น 1 ก้าวที่ผมย่ำลงบนพื้น เสมือนเป็นการกระตุ้นให้บางสิ่งตื่นจากหลับใหล จากอาการสั่นเล็กน้อยของกำแพง ตอนนี้มันได้ขยายอาณาเขตขึ้นเป็นทวีพร้อมกับการสั่นที่รุนแรงและการทับซ้อนภาพที่ใหญ่และห่างออกจากภาพจริงจนสามารถเห็นชัดเจน

                ทุกสิ่งเริ่มแย่ลง...และแย่ลงไปเรื่อย ไฟดวงเดียวนั้นเริ่มริบหรี่ลงอีกพร้อมกับเสียงโหยหวนทุ้มต่ำที่แผ่วเบาก้องมาจากด้านหลังของผนังราวกับบางสิ่งพยายามดันตัวออกมาจากพื้นที่หลังกำแพง

                โดยไร้ซึ่งการตัดสินใจใดๆ ผมเริ่มออกแรงวิ่งตามสัญชาตญาณเมื่อหลอดไฟนั้นเริ่มกระพริบ และกระพริบถี่ขึ้น...ถี่ขึ้น หัวใจของผมเริ่มสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้นเมื่อสารอะดีนะรีนหลั่งออกมา

                เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มหมอกควันที่โพยพุ่งออกมาจากสิ่งที่ผิดปกติเหล่านั้น แต่ครั้งนี้มันแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วเสมือนเป็นหยดหมึกในน้ำโดยมีประตูที่ผมไปผ่านเข้ามาเป็นจุดศูนย์กลาง เสียงคล้ายคนทุบประตูดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ประตูบานนั้นเริ่มเกิดภาพทับซ้อนที่ดูรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเสียงทุบประตูที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

                ถึงแม้ผมจะก้าวเท้าวิ่งไปจนสุดความสามารถที่ตนมีแล้ว ทุกครั้งที่ผมเหลียวหลังกลับไปมอง ประตูนั้นกลับไม่ห่างออกไปแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเข้ามาใกล้ขึ้นอย่างช้าๆ

                ในไม่ช้าความหยาบกระด้างของผิวบานประตูก็สัมผัสกับผิวแผ่นหลังของผม ยังไม่ทันที่ผมจะทันได้หันหลังกลับไป เสียงเปิดประตูที่ดังสนั่นก็บังเกิดพร้อมกับเสียงโหยหวนหลากหลายโทนเสียงดังออกจากประตูที่เก็บความดำมืดไว้อีกฝั่งของมัน

                และไม่ทันที่ผมจะขยับตัว บางสิ่งจากอีกฟากฝั่งนั้นก็ดึงตัวผมเข้าไปสู่มัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น