(produce101) กรุณาระบุอาชีพที่ต้องการ - sf holin ♡

ตอนที่ 51 : Always waiting 03 .up!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    17 ม.ค. 62



บรรยากาศชวนอึดอัดคล้ายกับมีเมฆทะมึนลอยอยู่รอบๆ ตัว ทำให้ควานลินอยากจะวิ่งออกไปจากที่ตรงนี้ แม้ว่าคนตรงหน้าคือคนที่เขาอยากเจอมาตลอดหลายปี ทั้งที่คิดไว้ตั้งมากมายว่าจะถามอะไรหรือจะทำอะไร แต่พอเอาเข้าจริงๆ ปากกลับไม่กล้าแม้แต่จะอ้าออกด้วยซ้ำ

หลังจากที่ดงโฮไปหาเขาที่ร้าน ก็ถูกชวนออกมาเดินเล่นข้างนอกโดยคนเป็นพี่ได้บุกเข้าครัวไปขออนุญาตคุณแม่ให้ หากแต่ต้องนั่งรอสักพักเพราะลูกค้าในร้านยังคงแน่นและวุ่นวายกันมาก พอได้จังหวะว่างงานเขาทั้งคู่เลยได้โอกาสที่จะหลบออกมาข้างนอกกันสองคน....


และควานลินคิดว่า บางทีเขาน่าจะเป็นเด็กดื้อซักวันและปฏิเสธคำชวนนั่นซะ


ริมฝีปากบางสีเชอร์รี่เม้มเข้าหากันแน่น มือที่กำเอาไว้ชื้นไปด้วยเหงื่อ ควานลินรู้สึกกดดันจนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องเอ่ยทักทายด้วยประโยคไหน ต้องยิ้มยังไง หรือนั่งเอียงองศาไหนถึงจะเหมาะ


อึดอัดจัง.... เขาภาวนาขอให้คนเป็นพี่พูดอะไรออกมาก่อนเพื่อเปิดบทสนทนา


ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองใบหน้าใสของเด็กน้อยที่ไม่ได้เจอกันนาน ดงโฮยกยิ้มบางเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ควานลินเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาพอดี สายตาที่สอดประสานกันทำหน้าที่เป็นตัวนำความคิดถึงส่งผ่านไปยังหัวใจดวงน้อยที่เต้นไม่เป็นส่ำโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดให้มากความ


พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ ไลควานลินแปลงร่างเป็นลูกมะเขือเทศสุกงอมที่พร้อมเก็บเกี่ยว คังดงโฮสามารถนำมะเขือเทศลูกนี้ไปได้ เพราะมันเป็นของเขา.... มาตั้งนานแล้ว


“เอ่อ... พี่ สบายดีมั้ยครับ?” เป็นควานลินเองที่ทนความอึดอัดไม่ได้แถมหน้าของเขายังร้อนเห่อไปหมด ถ้าไม่พูดอะไรซักอย่างออกไปเพื่อทำลายบรรยากาศสีทะมึนนี่ร่างกายของเขาต้องมีอัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งสูงเกินกว่ามนุษย์ปกติจะทำได้แน่ๆ ต้องทำลายมัน ต้องทำลายมัน


“สบายดี นายดูเกร็งๆ นะ ทำตัวสบายๆ เถอะ” เสียงนุ่มทุ้มที่เค้าคิดถึง ดูเหมือนว่ามันจะนุ่มหูน่าฟังมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ หรือเพราะว่าควานลินเองก็ไม่ได้ยินเสียงของดงโฮนานแล้ว


พี่ดงโฮยังร้องเพลงเพราะเหมือนเดิมอยู่มั้ยนะ ?


“ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี แถมไม่ได้ติดต่อกันเลย มันก็จะรู้สึกแปลกๆ ไปบ้างน่ะครับ ก็เลยเกร็งนิดหน่อยน่ะ...”


ประโยคยาวยืดที่สุดตั้งแต่ทั้งคู่ได้เจอกันหลุดออกจากปากของเด็กหนุ่มที่นั่งยิ้มแห้งๆ ใบหน้าหล่อหันมองไปอีกทางแกล้งชมนกชมไม้เลี่ยงที่จะไม่มองใบหน้าของคนที่ทำให้ใจของเขาเต้นแรง


“เหมือนกำลังโดนด่าเลย โกรธพี่มากมั้ยที่ไม่เคยติดต่อมา”


นี่คงเป็นคำถามยอดแย่ประจำปี ควานลินอยากจะกระโดดหายไปจากที่ตรงนี้ที ทำไมคนโดนทิ้งต้องเป็นมาเจอคำถามห่วยแตกแบบนี้ด้วย


            “ถ้าตอบว่าไม่โกรธมันก็จะคงจะดูเป็นเด็กขี้โกหกไปนะครับ”


            ดงโฮหัวเราะกับคำตอบที่ได้รับ เด็กน้อยของเขาดูจะร้ายกาจขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว ฟังจากทักษะการต่อปากต่อคำและแอบต่อว่าเขาในทุกประโยคที่พูดออกมา ต่างจากเด็กตัวเล็กที่เคยติดเขาเป็นลูกลิง ไม่ว่าดงโฮจะไปไหนก็จะมีเด็กไต้หวันตัวผอมที่คอยเกาะแข้งเกาะขาเขาไปตลอด


            แต่ดูตอนนี้สิ... เข้าเด็กกุ้งแห้งคนนั้นโตขึ้นมาเป็นเด็กหนุ่มที่สูงเลยเขาไปตั้งเยอะ ไหนจะโครงหน้าที่ดูดีเหมือนถูกพระเจ้าจับวางอย่างประณีต เสียงทุ้มที่กำลังแตกหนุ่มกับใบหน้าเนียนใสไร้จุดด่างดำที่เจ้าตัวคงดูแลมาอย่างดี ไลควานลินโตมาอย่างมีคุณภาพจริงๆ ถ้าเทียบเป็นลูกมะเขือเทศคงเป็นมะเขือเทศที่ปลูกในสวนระบบออแกนิกที่ถูกคัดสรรค์อย่างมีคุณภาพบรรจุส่งออกด้วยราคาที่สูงลิบ


            และที่สำคัญ มะเขือเทศลูกนี้สีแดงน่ากินชะมัด


            “พี่ขอโทษนะ ไม่คิดว่าจะทำให้เราคิดมาก”


            “ผมว่าพี่คิดน้อยไปมากกว่า แต่ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ” คำพูดของคนเป็นน้องทำเอาดงโฮใจกระตุกวาบ เด็กคนนี้คงโกรธเขามากสินะ และคงไม่ยกโทษให้ง่ายๆ


“เพราะตอนนี้พี่ก็มาหาผมแล้วนี่ไง”


ดงโฮยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว ก่อนจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายจากใจจริง “ขอบคุณที่ยังจำพี่ได้นะ”


“ผมก็มีแค่พี่มาตลอดนั่นแหละ” ไลควานลินตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วเบา เราทั้งคู่ถูกความเงียบกลืนหายเข้าไปอีกครั้ง บรรยากาศยามเย็นที่มีลมพัดเอื่อยทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดไปมากกว่านี้ เสียงใบไม้ที่พริ้วขยับเสียดสีกันดูเหมือนว่าธรรมชาติยังเข้าข้างพวกเราอยู่ ส่งเสียงพวกนั้นมาทำให้ความเงียบพวกนั้นไม่ใช่ความเงียบเสียทีเดียว


“แล้วตอนนี้มีใครหรือยัง?”


เสียงทุ้มของคนเป็นพี่เอ่ยถามพร้อมแรงเต้นจากในอก ยากนักที่จะเอ่ยคำถามแบบนั้นออกมาแต่เขาก็ได้พูดมันออกไปแล้ว คนตัวโตเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้อาการประหม่าเริ่มแสดงออกมาให้เห็นเช่นเดียวกับควานลินที่กระพริบตาถี่ สมองประมวลคำตอบแทบไม่ทัน


ตอนนี้ในใจเขาดันนึกย้อนไปเมื่อปีก่อนที่ตัดสินใจตอบตกลงใครอีกคนเพื่อเริ่มสายสัมพันธ์ที่มากกว่าพี่น้อง ปากอยากจะตอบไปว่าเขารออีกฝ่ายมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ดันกลายเป็นยังมีใครที่รออยู่ข้างหลัง คนที่มีฐานะเป็นแฟนของเขา พี่ฮักนยอน


“มี.. มีแล้ว”


คำตอบของน้องเล่นเอาดงโฮแทบหยุดหายใจ ลมหายใจของเขาสะดุดกึกขมกรามเข้าหากันแน่นจนเกิดรอยนูนอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตลอบมองเสี้ยวหน้าของพี่ชายเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย


และแน่นอนว่าคังดงโฮยังเป็นคนที่เก็บอาการดีเหมือนเดิม


คนตัวโตยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้พลางเสมองไปทางอื่นเพื่อเอียงหน้าหลบไม่ให้อีกคนเห็นความเจ็บปวดทีjแสดงออกมาผ่านสีหน้าของตน


“อืม ดีแล้วแหละ” พูดออกมาทั้งที่ยังไม่หันหน้ามามองกันด้วยซ้ำ “ปีนี้ก็อายุ 17 แล้วใช่มั้ย อยากได้อะไรรึเปล่า”


“ถามแบบนี้ผมคิดไม่ออกหรอกพี่” ตอบออกไปตรงๆ เอียงคอไปมาทำท่าคล้ายคนบิดขี้เกียจเพื่อแสร้งทำตัวว่าไม่ได้อึดอัดกับบทสนทนาก่อนหน้านี้ เด็กน้อยประสานมือเข้าด้วยกันก่อนจะเหยียดออกไปตรงๆ


“เผลอแปปเดียวก็โตเป็นหนุ่มแล้วน้าเจ้าหลินของพี่” ดงโฮหันหน้ามาแล้ว หันมาพร้อมรอยยิ้มเดิมๆ ที่ยังคงความอบอุ่นที่ทำให้เขาชอบอยู่ ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มแล้ว แต่ทำไมแสงอาทิตย์ยังคงเหลืออยู่นะ... มันคงออกมาจากคนตรงหน้าเขา คังดงโฮเป็นเหมือนพระอาทิตย์ที่ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนก็ยังคงส่องสว่างให้ความอบอุ่นแก่เขาเสมอ และบางทีมันก็ร้อนเกินไปจนทำให้หัวใจแทบจะมอดไหม้ได้ง่ายๆ


ควานลินไม่ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงนั่งมองรอยยิ้มของดงโฮอยู่อย่างนั้น จดจำทุกรายละเอียดของใบหน้าเหมือนเช่นก่อนที่อีกฝ่ายจะหนีเขาไปเรียนที่ห่างไกล


ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ จริงๆ ก็หล่อขึ้น ดูเป็นผู้ใหญ่และมีเสน่ห์ความเป็นผู้ชายมากขึ้นกว่าเดิมมาก จากเด็กหนุ่มรุ่นพี่ข้างบ้าน ตอนนี้กลายเป็นชายหนุ่มที่มาพร้อมร่างกายที่สามารถปกป้องเขาด้วยอ้อมแขนนั่น แต่ว่ามันยังจะอุ่นเหมือนเดิมหรือเปล่า


“ขอกอดได้ไหม?”


“อืม มาสิ” ทันทีที่คำตอบจบลงร่างทั้งร่างก็ถูกกลืนหายเข้าไปในอ้อมแขนที่เฝ้ารอมาตลอดเกือบสี่ปี ความอบอุ่นที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงทำเอาขอบตาร้อนผ่าวขึ้นอย่างมาควบคุมไม่อยู่ ใบหน้าใสของน้องซุกเข้าที่อกกว้างนั่นแอบสูดดมกลิ่นกายของพี่ชายที่คิดถึง แขนเรียวเผลอกอดตอบอีกฝ่ายไปไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป ในเมื่อหัวใจยังเป็นของพี่ ร่างกายของผมก็คงจะเป็นของพี่ไปแล้วเหมือนกัน


            ทั้งสองคนกอดกันอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ แสงไฟจากเสาไฟในสวนเริ่มเปิดขึ้น เสียงฝูงนกที่บินกลับมาเกาะที่ต้นไม้ระแวงดังเริ่มดังจนน่ารำคาญ ทำให้พวกเขารู้ตัวว่าตอนนี้ควรแยกย้ายกันกลับบ้านได้แล้ว ควานลินผละตัวออกเตรียมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาจากใบหน้าของตัวเองแต่ก็ไม่ทัน...


            ดงโฮยื่นมือมาปาดน้ำตาออกจากแก้มใสนั่นเบาๆ ราวกลับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บหรือแตกสลายไปเพราะสัมผัสของเขา ดวงตาทั้งสองคู่เผลอสบประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาที่สะท้อนภาพของกันและกัน ดวงตาที่เฝ้ามองอีกฝ่ายมาโดยตลอด


            “เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ”


            ควานลินพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนก่อน ทั้งคู่เดินออกไปจากสนามเล่นที่เคยเป็นที่นัดพบประจำในสมัยเด็ก ดงโฮปล่อยให้ควานลินเป็นฝ่ายเดินนำไป เขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายเดินตามน้องเพราะที่ผ่านมาเขาเองก็รู้สึกผิดและเหมือนว่าเลือกที่จะเป็นฝ่ายวิ่งหนีความรู้สึกตัวเองไปในที่ที่แสนไกล ปล่อยให้เด็กตัวน้อยเดินตามเขามาโดยตลอด และเด็กคนนี้ก็ไม่เคยเรียกร้องหรือตะโกนเรียกให้เขาหันกลับหลังมาเลยซักครั้ง


            และในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่น้องเลือกที่จะหยุดเดินตาม เลือกที่จะพักระหว่างทางกับใครซักคน กลับกลายเป็นเขาเองที่พึ่งรู้ตัวว่าเป็นคนใจร้ายมาโดยตลอด คนใจร้ายเริ่มหันกลับมามองด้านหลังที่ว่างเปล่า


            แต่มันก็ดีแล้วแหละ เขาจะได้สบายใจว่ายังมีคนคอยดูแลเจ้าเด็กน้อยของเขาแทนคนใจร้ายคนนี้


            ไม่นานพวกเราก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของควานลินอีกครั้ง เหมือนสี่ปีที่แล้วก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนใจร้าย


          “พี่อยากเข้าไปข้างในก่อนมั้ย?” ควานลินเอ่ยถาม ดงโฮส่ายหน้าแทนคำตอบก่อนจะเอามือขึ้นมากอดอกตัวเองเอาไว้หลวมๆ ทั้งๆที่อากาศไม่ได้หนาว แต่ทำไมเขารู้สึกเย็นจับขั้วหัวใจแบบนี้กัน


            “พี่ไม่มีอะไรอยากจะพูดกับผมเหรอ?” ดงโฮส่ายหน้าอีกครั้ง สมองของเขาตื้อตันไปหมดตั้งแต่ตอนที่อยู่สนามเด็กเล่นแล้ว


            เด็กตัวสูงยืนมองอีกคนที่ดูยังไงก็ยังมีคำพูดที่คั่งค้างอยู่ในใจแน่นอน


            “แต่ผมมีนะ”


            “พี่เคยบอกไว้เมื่อตอนนั้นว่ารอให้ผมสูงเท่าพี่ก่อนถึงจะพูดคำนั้นอีก”


            “ตอนนี้สูงกว่าแล้วนะ อยากจะพูดคำนั้นอีกครั้งจะแย่”


            ดงโฮยืนฟังคำพูดของน้อง รู้สึกเหมือนหัวใจมันพูดเข็มแหลมๆ มาเจอจนเหี่ยวไปหมด ไม่เห็นดีใจเหมือนสี่ปีก่อนเลย

“แต่ผมพูดไม่ได้”


            “เพราะว่ามีคนนั้นแล้วเหรอ” ควานลินพยักหน้าแทนคำตอบ ดงโฮเองก็พยายามเข้าใจและไม่อยากจะบีบคั้นน้องต่อ จึงเลือกที่จะค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกมาช้าๆ และเดินจากไปโดยไร้คำพูดใดใด


            ทิ้งไว้เพียงเด็กน้อยที่เฝ้ามองแผ่นหลังของคนพี่จนลับตา คนที่ดงโฮคิดว่าคงหยุดพักกลางคันและมีความสุขกับที่พักพิงใหม่นั้น เขาอาจจะแค่กำลังตั้งหลักเพื่อเริ่มเดินใหม่อีกครั้งก็ได้


            “ผมยังชอบพี่อยู่นะ”

            .

            .

            .

            .tbc


             เอามาแต่งต่อให้จบจ้า

    #อาชีพโฮลิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,334 ความคิดเห็น

  1. #1299 bmw0626 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:52
    แงงงงงง รอนะคะ
    #1,299
    0
  2. #1298 pukkapuk (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:11
    สุดท้ายน้องจะเลือกยังไง
    #1,298
    0
  3. #1297 lovebieber110 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 21:37
    งื่อออออ น้อง สงสารพี่ดงโฮเลย
    #1,297
    0
  4. #1295 ohhoimim1215 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 00:50
    อ่านแล้วหน่วงไปหมดเลย ฮือออออ อะไรกันเนี่ย ทำไมข้อจำกัดมันเยอะไปหมด ชอบก็บอกไปว่าชอบสิ แล้วก็คบกันไปเลย!!!! แงงงงง
    #1,295
    0
  5. #1283 Fruit-Tea (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:33
    โหหหห บีบใจมากค่า
    #1,283
    0
  6. #1282 neaumn_sm (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 17:23
    ถ้าน้องหลินจะคบกับพี่ดงโฮก็สงสารจูฮักอ่ะ แง เจ็บสุดในเรื่องแล้วนิ
    #1,282
    0