(produce101) กรุณาระบุอาชีพที่ต้องการ - sf holin ♡

ตอนที่ 40 : /ice-here ที่รัก/ - 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    30 มิ.ย. 61

/ice-here ที่รัก/


ฉลองเห็นกล้ามพี่แบคโฮเขาล่ะ

                แบล็ค แบคโฮ

                น้ำแข็ง ควานลิน





“แม่! ไอ้พี่แบล็คทำกระสอบหายอีกแล้ว!!


                เสียงโวยวายของเด็กหนุ่มตัวสูงดังลั่นบ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าตึกตัง น้ำแข็ง เดินกระทืบเท้าเข้าไปในบ้านตรงไปยังโต๊ะทำงานที่แม่ชอบนั่งเคลียร์บัญชีเป็นประจำทุกวัน


                ใบหน้าใสบึ้งตึงด้วยความโมโห หลายครั้งที่แบล็คหนึ่งในคนงานในโรงน้ำแข็งตั้งวารี ธุรกิจหลักของครอบครัวของน้ำแข็ง ทุกครั้งที่พี่ชายตัวโตออกรถไปส่งน้ำแข็งต้องมีเรื่องอะไรซักเรื่องกลับมาให้น้ำแข็งหงุดหงิดเล่นตลอดไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งลืมเก็บค่าน้ำแข็งร้านบิงซูซอยแปด ขับรถเฉี่ยวหมาข้างถนน ทะเลาะกับเด็กป.4 เรื่องน้ำแข็งหลอดกับกับน้ำแข็งบดอะไรเย็นกว่ากัน ล่าสุดวันนี้คือลืมเก็บกระสอบน้ำแข็งกลับมาหลายถุง


                “ก็ให้พี่เค้าไปเก็บมาคืนสิลูก จะอารมณ์เสียอะไรนักหนา” คุณแม่ยังสาวเงยหน้าขึ้นมาสนใจลูกชายแก้มป่อง ตัวก็โตแล้วแต่ยังชอบโมโหร้ายกับเรื่องเล็กๆ อยู่เรื่อยโดยเฉพาะเรื่องของเจ้าแบล็คลูกน้องคนขยันของเธอนั่นแหละ


                มาลี จำได้ดีว่าตอนที่แบล็คเข้ามาทำงานก็เพราะเป็นช่วงหยุดเรียนของมหาวิทยาลัยนี่ก็เข้าเดือนที่สองแล้วที่อยู่ด้วยกัน ดีที่ชายหนุ่มเป็นขยันและน่าเอ็นดูบอกอะไรสอนอะไรก็ทำตามเสมอต่างจากเด็กวัยเดียวกันหลายคนที่เคยมาสมัครงานที่ไม่เอาอ่าวมาแค่ไม่ถึงอาทิตย์ก็บ่นกระปอดกระแปดสุดท้ายก็ขอลาออกไป เด็กส่งน้ำแข็งไม่ใช่แค่ขับรถเก็บเงินเก็บกระสอบแล้วก็รับเงินเดือนหรือเงินรายวัน เพราะมันเหนื่อยมากอยู่นะ ถ้าไม่ทนจริงก็อยู่ไม่ได้ โรงน้ำแข็งของเธอมันเถื่อน


                “ก็ไม่ชอบอะ มันไม่มีความรับผิดชอบแค่กระสอบน้ำแข็งยังรักษาไว้ไม่ได้เลยจะไปรับผิดชอบอะไรได้” พายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำมาทำให้น้ำแข็งพ่นคำต่อว่ามากมายออกมาเสียงดัง และมันดังพอที่จะทำให้ผู้มาใหม่ได้ยินทุกถ้อยคำ


                “เน้ไอ้เด็กแข็ง พูดให้มันดีๆ หน่อยก็แค่ลืมกระสอบป่าววะไม่ได้ทำหายซักหน่อย”


                คนตัวโตเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกระเป๋าเงินประจำตัวในมือ แบล็ควางกระเป๋ากระแทกโต๊ะทำงานของเจ้านายอย่างแรงส่งผลให้เกิดเสียงดังจนเด็กตัวสูงสะดุ้งเพราะตกใจ


                “ละ แล้วยังไงวะ ยังไงพี่ก็ลืมเก็บมาก็เท่ากับว่ามันหาย สรุปคือพี่ไม่มีความรับผิดชอบนั่นแหละ” เด็กหนุ่มเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าอีกคนจะเดินตามเข้ามาไวขนาดนี้ เขาควรได้ฟ้องแม่ให้จบแล้วจัดการเป่าหูเสร็จก่อนสิถึงเข้ามาได้ มันควรเป็นแบบนั้น! “แม่ต้องหักเงินไอ้พี่แบล็คนะ มันเรียกแข็งว่าว่าไอ้เด็กแข็งด้วย”


                “แข็งก็เรียกพี่เขาว่าไอ้เหมือนกัน” เถียงไม่ออก คนทำผิดตัวแข็งทื่อเมื่อโดนคนเป็นแม่จับได้ ใครบอกว่าคนแก่หูไม่ดีแม่มาลีน่ะหูดีตาไวยิ่งกว่าอาจารย์สมรฝ่ายปกครองอีกนะ


                “ก็ ก็ไอ้- หมายถึงพี่แบล็คชอบกวนประสาทแข็งอะ”


                “ไม่เป็นไรหรอกครับน้ามาลี ผมมันไม่ดีเองทำอะไรก็ผิด ไม่เคยดีในสายตาน้ำแข็งหรอก” ได้ทีก็ตัดพ้อเบอร์ใหญ่เบอร์โตเหมือนอัดอั้นมาจากบ้าน น้ำแข็งตวัดสายตาไปมองด้วยความไม่พอใจ ดูก็รู้ว่าจงใจแกล้งเขาชัดๆ แล้วที่เจ็บใจมากกว่านั้นคือแม่ก็เข้าข้างอีกฝ่ายแทนที่จะอยู่ฝ่ายลูกแท้ๆ ตัวเอง


                “น้ำแข็ง ไปมองพี่เขาแบบนั้นทำไมล่ะ ตัวเองเป็นน้อง


                “ต้องเคารพพี่ที่อายุมากกว่า แข็งรู้แล้วหน่าแม่” เสียงนุ่มทวนคำสอนของผู้เป็นแม่เป็นการตัดบท ตั้งแต่แบล็คมาทำงานที่นี่เขาก็ถูกสอนเรื่องนี้ตั้งแต่อาทิตย์แรกจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่จำซักที ก็แหงล่ะไอ้พี่แบล็คมันกวนตีนยิ่งกว่าอะไร พอโมโหเข้าหน่อยก็โดนแม่ดุ ทำไมคนอายุน้อยกว่าถึงไม่มีสิทธิ์ต่อยปากคนเกิดก่อนวะ


                แบล็คลอยหน้าลอยตาลากเก้าอี้มานั่งนับเงินพร้อมจดลงบัญชีส่วนตัวเพื่อนับยอดให้มาลี ดวงตาคมจ้องมองเด็กหนุ่มอย่างท้าทายถ้าเป็นในการ์ตูนมังงะคงเกิดประกายไฟแปร๊บๆ วิ่งผ่านระหว่างสายตาของทั้งคู่


                ในสายตาน้ำแข็ง แบล็คก็คือคนงานคนหนึ่งที่กินเก่งตัวโตเหมือนร่างกายเจริญเติบโตดีมากๆ ยกเว้นส่วนสูง หุ่นล่ำๆ ที่เจ้าตัวภูมิใจนักหนา แถมยังชอบใส่เสื้อกล้ามมาทำงานล่อสาวโรงงานที่ผ่านไปมาอีก หน้าตาที่จัดว่าดีไม่ออกไปทางเถื่อนหรือหล่อละมุนนีอย่างทีผู้หญิงสมัยนี้ชอบกัน เพราะแบล็คเป็นผู้ชายกลางๆ หมายถึงกลางสวรรค์ชั้นดาวดึงส์น่ะ


                และน้ำแข็งเองก็จะหงุดหงิดทุกครั้งที่มีสาวแอบดอดมาขายขนมจีบอีกฝ่ายเวลาทำงาน และครั้งแรกที่ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันก็คงเป็นเพราะแบล็คใช้เวลาทำงานแอบไปรับผู้หญิงไปส่งบ้านทำให้เขาที่รอรวมยอดบัญชีอยู่โรงงานหงุดหงิดจนเผลอขึ้นเสียงและทำให้มีปากเสียงกันยกใหญ่ เดือดร้อนถึงน้ำใสพี่สาวของน้ำแข็งและยังพ่วงตำแหน่งเพื่อนสมัยมัธยมของแบล็คต้องมาเคลียร์ให้สงครามสงบลง


                ก็มันใช่เรื่องที่ไหนที่ต้องเอาเวลางานไปรับสาวไปส่งบ้านล่ะ ควรจะรีบส่งน้ำแข็งแล้วกลับมานับยอดที่โรงงานไม่ใช่รึไง ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งหงุดหงิดทุกทีเลย


                นี่ยังไม่รวมที่ถูกแม่วานให้ไปรับน้ำแข็งที่โรงเรียนแต่เลทไปเกือบสองชั่วโมงโดยให้เหตุผลว่าลืมอีกนะ ครั้งนั้นคือจำได้ว่างอนหนักมาก ไม่เคยงอนใครแรงเท่าครั้งนั้นมาก่อนจะกลับเองก็กลับได้แต่แม่กำชับว่ากลับมากับพี่แบล็คห้ามเถลไถล สุดท้ายก็ได้กลับบ้านเกือบหนึ่งทุ่มนั่งตบยุงรออยู่เซเว่นหน้าโรงเรียน ท้องก็หิวใจก็อ่อนแอ สุดท้ายพอเห็นหน้าอีกคนก็น้ำตาแตกและตบบ้องหูไปทีหนึ่ง ดีที่อีกฝ่ายยอมรับผิดและขอโทษเลยทำให้ใจชื้นขึ้น... นิดนึง


                “ไอ้หมวย มาช่วยดูตรงนี้หน่อยดิ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงที่ยกสมุดนัมเบอร์ขึ้นมากางตรงหน้าเด็กหนุ่ม น้ำแข็งขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นยอดตัวเลขของวันนี้ตีกันยุ่งไปหมด แถมยอดรวมยังดูแปลกๆ อีกด้วย


                “ไรอะพี่แบล็ค ตกเลขป่าวเนี่ย ยอดตั้งเยอะทำไมรวมได้แค่นั้นอะ” น้ำแข็งแหวใส่ทันที แย่งสุดบัญชีมาไว้กับตัวเองก่อนจะจัดการรวมยอดใหม่อีกรอบ แค่การรวมยอดแค่นี้เด็กประถมก็ทำได้ แถมยังมีเครื่องคิดเลขอัจริยะเป็นตัวช่วยอีก เด็กมหาวิทยาลัยแบบแบล็คจะรวมผิดได้ไง จบม.ปลายทีไหนจะเอาไปฟ้องผอ.


                “เรียกหมวยอะ ไม่โกรธแล้วเหรอ?”


                “ห้ะ?” ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เขามัวแต่สนใจตัวเลขในสมุดบัญชีจนไม่ได้สนใจสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกตัวเอง ปกติแล้วแบล็คจะชอบเรียกน้ำแข็งว่าหมวยเล็กบ้าง ไอ้หมวยบ้าง หรือแม้กระทั่งเด็กดอยก็ยังเคย แต่ทุกสรรพนามที่ใช้นั้นล้วนยั่วโมโหของน้ำแข็งได้ดีทีเดียว


                “รู้แล้วว่าไม่ชอบแล้วจะเรียกทำไมอะ” ตอบเบาๆ พร้อมกับเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ ตาหันมาสนใจสมุดบัญชีมือก็กดเครื่องคิดเลขต่อ ปากเล็กๆ มุบมิบไปมาเวลาที่กำลังตั้งใจทำอะไรซักอย่าง แบล็คมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมือใหญ่ที่วางแหมะบนหัวของน้องอย่างลืมตัว


                เวลาน้ำแข็งทำตัวน่ารัก เขาก็ลืมทุกทีว่าต้องเล่นเป็นไอ้พี่แบล็คกวนตีน


                เวลาน้ำแข็งทำตัวน่ารัก เขาก็รู้สึกว่าหัวใจของเขามันไม่ได้เต้นตามจังหวะที่ตนสั่ง


                ตึกตักอะไรกัน เสียงหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะ น้ำแข็ง น้ำแข็ง ต่างหาก


                “เอาอะไรมาเช็ดหัวป่ะไอ้พี่” น้ำแข็งโวยวายออกมาพร้อมปัดมืออีกฝ่ายออกจากหัว และจากนั้นก็เกิดสงครามน้ำลายย่อมๆ ขึ้นมาอีกครั้งสมุดบัญชีที่ถูกแก้ไขตัวเลขเสร็จแล้วถูกวางกระแทกโต๊ะอย่างแรง เด็กหนุ่มที่เถียงคอเป็นเอ็นใบหน้าใสขึ้นสีแดงจัดเพราะความโกรธ ลามไปถึงหูด้วยนะ... แต่ปกติคนโกรธหูจะไม่แดงนี่นา


                มาลีมองเด็กทั้งสองคนที่เถียงกันเอาเป็นเอาตายก็ต้องส่ายหน้าเบาๆ โบราณว่าไว้ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น แต่ไม่รู้สิ่งที่เกิดอยู่ตรงหน้านี่เพราะความเกลียดหรือชอบมากเลยหาเรื่องกลบเกลื่อนกันแน่


                เธอไม่เข้าใจเด็กสมัยนี้เลย ว่าถ้าชอบทำไมไม่บอกออกไปมัวแต่เล่นตัวอยู่ได้

                .

                .

                .



                “วันนี้ให้ไอ้แบล็คไปส่งโรงเรียนนะน้ำแข็ง” น้ำใสพูดพร้อมกับตักข้าวสวยใส่จานน้องชาย น้ำแข็งขมวดคิ้วมุ่นมองหน้าพี่สาวด้วยความไม่เข้าใจ วันนี้วันจันทร์และยังเป็นวันที่เขาต้องไปเตรียมตัวเป็นผู้นำร้องเพลงชาติหน้าเสาธงด้วยเลยต้องไปเช้ากว่าทุกวัน ปกติแล้วน้ำใสจะเป็นคนรับหน้าที่ไปส่งน้องชายที่โรงเรียนเพราะช่วงนี้มหาวิทยาลัยหยุดและพี่สาวของเขาก็ไม่ได้ลงเรียนซัมเมอร์เลยมาอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนกับไอ้พี่แบล็คนั้นแหละ


                “ทำไมอะ เจ้ไปส่งแข็งไม่ได้เหรอ?” พูดพร้อมตักผัดผักเข้าปาก อีกนิดจะโมโหแล้วนะ ทำไมเช้าวันใหม่ที่สดใสของเขามาเจอหน้าไอ้พี่แบล็คด้วย


                “ทำไมอะ นั่งรถไปกับแบล็คมันจะตายเหรอ ให้มันไปส่งนั่นแหละ เนี่ยอาทิตย์หน้าแม่กับป๊าก็จะไปดูโรงน้ำแข็งอยู่แพร่ ส่วนพี่ก็จะไปเที่ยวกับเพื่อน แข็งต้องอยู่ดูแลบ้านดีๆ นะ แล้วจะวานให้ไอ้แบล็คมันไปส่งทุกวัน”


                เห็ดหูหนูในปากแทบพุ่งออกมาติดฝาบ้านเมื่อได้ยินเรื่องเล่าจากปากพี่สาวที่ดูเป็นคำเตือนเสียมากกว่า


                “ไรอะเจ๊ จะทิ้งแข็งไว้บ้านคนเดียวเหรอ แล้วที่โรงงานใครจะดูแล”


                “ไม่อยากทำร้ายจิตใจด้วยการตอบใช่หรอกนะ แต่มันคือเรื่องจริง ส่วนโรงงานแม่ฝากให้อาศรดูแลแทน ไปแค่สามวันเองเดี๋ยวแม่กับป๊าก็กลับมา” น้ำใสแจงรายละเอียดก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ว่างข้างๆ น้อง เด็กหนุ่มฝืนใจพยักหน้ารับอย่างเข้าใจถึงจะไม่ค่อยอยากเข้าใจนักหรอก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นจานข้าวที่ถูกตักข้าวไว้เกินมาหนึ่งจาน


                “เจ้ ตักข้าวให้ใครอะ ป๊าออกไปแล้วนี่นา?” ถามออกไปด้วยความสงสัยและซึ่งปกติแล้วคนเป็นผู้นำครอบครัวจะลงมาทานข้าวเช้าก่อนลูกๆ ก่อนจะออกไปจัดแจงงานในส่วนของการควบคุมการผลิตในโรงงาน ส่วนคุณแม่คนสวยคงกำลังอาบน้ำหลังจากเล่นโยคะตอนเช้าอีกสักพักคงลงมา


                “ตักให้น้องเขย” คำตอบที่ได้ทำเอาน้ำแข็งหน้ามุ่น ไม่เข้าใจกับสิ่งที่พี่สาวกำลังจะสื่อ


                “อะไรวะเจ๊ น้องเขยอะไร” ถามออกไปด้วยความสงสัยใบหน้าน่ารักมู่ทู่ไปหมด


                “ก็ไอ้แบล็คไง”


                น้ำแข็งขมวดคิ้วรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของเช้าวันนี้ อีกซักนิดคิ้วของเขาคงพันกันแล้วแกะไม่ออกแน่ๆ เลย สงสัยเทรนด์ใหม่วันนี้คือการถักเปียคิ้วไปโรงเรียน


                ไม่ใช่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่แบล็คมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย แต่ที่สงสัยคือจะมาทำไมในเมื่อบ้านก็มีข้าวให้กินแต่ละครั้งที่มาก็แทบจะไม่ได้พูดคุยกับเพื่อนตัวเองเลย เอาแต่จ้องหน้าเขาอยู่นั่น เหมือนมาเพื่อกวนประสาทเฉยๆ  


                ไม่นานก็ได้ยินเสียงเครื่องรถยนต์ที่เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านก่อนจะดับไป พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยสวัสดีคนงานที่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอยู่ด้านหน้าอย่างร่าเริง ไม่นานก็ปรากฏร่างของแบล็คที่เดินยิ้มร่าเข้ามาอย่างอารมณ์ดี เนื่องจากบ้านของน้ำแข็งจะมีโต๊ะอาหารอยู่ห้องครัวที่ต้องเดินอ้อมจากหน้าบ้านมา แต่มันใกล้กับหน้าบ้านมากจึงทำให้คนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารได้ยินเสียงทุกอย่างที่เกิดขึ้นหน้าบ้าน และง่ายสำหรับผู้มาใหม่ที่จะเดินลัดเข้ามาด้วย


                “หวัดดีมึง” น้ำใสเอ่ยทักเพื่อน พร้อมยกไม้ยกมือบอกให้มานั่งเก้าอี้ว่างที่เธอตักข้าวเตรียมไว้ให้ เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมองหน้าผู้มาเยือนแล้วก็เบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ หลายครั้งที่น้ำแข็งคิดว่าแบล็คเข้ามาจีบพี่สาวของตนแต่น้ำใสไม่สนใจเลยตามตอแยมาขอทำงานเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดพี่น้ำใส แต่เขาไม่อยากได้พี่เขยกวนตีนแบบนี้หรอกนะ ฝันไปเหอะว่ะ


                “เออหวัดดี” แบล็คหันไปทักทายเพื่อน ก่อนจะหันมามองเจ้าเด็กตัวขาวที่กำลังจ้องเขาอยู่เช่นเดียวกัน “มองไรไอ้หมวย หน้าเหมือนผัวเหรอ?”


                “ปล่อยหมาในปากแต่เช้าเลยไอ้พี่แบล็ค แล้วมากินข้าวนี่ทำไมใครจุดธูปมา” เมื่อถูกสะกิดต่อมก็ปล่อยฝีปากเข้าปะทะทันที น้ำแข็งที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับต้องกุมขมับรอ ถ้าสองคนนี้ได้เถียงกันเมื่อไหร่ก็เตรียมปิดหูได้เลย รำคาญ


                “ไม่มีใครจุดธูปหรอกกูไม่ใช่ผี มึงอย่าลองดีนักไอ้แข็งเดี๋ยวจะสวย”


                “พูดอะไรไม่รู้ฟังไม่รู้เรื่องบะลั่กบะลั่กอุกๆ อะอุกๆบลุ๋งๆ”


                “ลิ้นไก่สั้นเหรอหมวยเร้กกกกกกก ไหนพูดภาษาคนหน่อยจิ”


                น้ำใสมองเพื่อนและน้องชายคนเธอต่อล้อต่อเถียงกันด้วยสีหน้าเอือมระอา ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าแบล็คน่ะเอ็นดูน้ำแข็งมากแค่ไหน ตั้งแต่น้ำแข็งอยู่ประถมเพื่อนของเธอก็เอาแต่ถามอยู่นั่นแหละว่าน้ำแข็งชอบกินขนมอะไร แล้วควักเงินซื้อขนมมาฝากน้องชายของเธอตลอด แบล็คเอาแต่บอกว่าน้ำแข็งเหมือนเด็กเผือก ตัวก็ขาว ปากก็แดงเหมือนโดนต่อยตลอดเวลา เป็นคนที่ปากหมาโดยชาติกำเนิดชอบสรรหาคำอื่นมาใช้แทนที่จะยอมพูดคำว่าน่ารักออกมาตรงๆ


                ไอ้เด็กเผือกนั่นชอบกินไรนะมึง

                เด็กลิง มันไม่สบายเหรอมึง เป็นไรมากป่าว

                ไอ้หมาเตี้ยนั่นมันทำไมไม่มองหน้ากูว่ะ มันกลัวกูเหรอ


                และอีกล้านคำเรียกที่แบล็คสรรหามาเรียกน้ำแข็ง แต่ทุกครั้งที่เจอกันตั้งแต่เด็กจนโตก็ชอบตีหน้าบึ้งใส่น้องจนน้ำแข็งกลัว มาหายกลัวก็ตอนเดือนที่แล้วนี่แหละที่แบล็คมาสมัครงานเป็นเด็กส่งน้ำแข็งที่โรงงาน กลายเป็นเหม็นขี้หน้าแทนเพราะไอ้แบล็คมันปากหมาเหมือนทำฟาร์มชิบะไว้ในปาก


                “มองหน้ากูอีกละไอ้เผือก มีไรก็พูดมา” แบล็คที่เงยหน้าจากจานข้างที่พร่องไปแล้วเกินครึ่ง ขึ้นมาถามเด็กเจ้าปัญหาที่เอาแต่จ้องหน้าเขาอยู่ตลอดเวลา รู้ว่าหล่อแต่ไม่ต้องมองมากก็ได้เดี๋ยวก็เก็บเงินซะหรอก


                “ก็...อาทิตย์หน้าแม่กับป๊าจะไปดูงานที่แพร่ เจ้ก็ไม่อยู่... พี่จะไปส่งแข็งแทนน้ำใสทุกวันเหรอ?” เด็กหนุ่มถาม เขี่ยข้าวในจานเล่นพร้อมกับทำปากมุบมิบๆ น้ำใส่หรี่ตามองท่าทางของน้องก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้น้องชายของเธอกำลังกังวลอยู่ ไม่รู้ว่าเรื่องที่ไม่มีใครอยู่บ้านหรือเรื่องที่ต้องให้แบล็คไปรับไปส่งที่โรงเรยนทุกวันกันแน่


                ท่าทางของน้ำแข็งน่ะอ่านง่ายจะตาย เธอเองก็เป็นคนเลี้ยงน้องมาตั้งแต่เกิดน้ำแข็งคิดอะไรเธอก็เดาได้ไม่ยาก อย่างเช่นตอนนี้ รู้ว่ากังวลแต่ไม่รู้ว่ากังวลเรื่องอะไรกันแน่ น้ำแข็งไม่ค่อยลงรอยกับแบล็คเพราะอีกฝ่ายเอาแต่กวนประสาทเด็กหนุ่มอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกลียดหรือเข้าข่ายคนไม่ชอบกัน ออกแนวรำคาญเวลาโดนกวนตีนมากกว่า ศักดิ์ศรีมันค้ำคอกวนมากวนกลับไม่โกง


                “อืม ก็เริ่มตั้งแต่วันนี้เลย ใสมันไปพรุ่งนี้นี่” แบล็คตอบ น้ำแข็งหันขวับไปมองพี่สาวที่หลบสายตาและลุกพรวดพราดขึ้นทันที เหมือนรู้ความผิดตัวเองว่าลืมบอกอะไรน้องชายไป น้ำใส่ค่อยๆเดินไปยังตู้เย็นแง้มฝาตู้ออกมาแล้วแทรกตัวเข้าไปหลบซ่อนจากสายตาแค้นเคืองของน้ำแข็ง


                “เจ้! ทำไมเจ้ไม่บอกแข็งวะ ว่าจะไปวันนี้?” น้ำแข็งถามด้วยความไม่พอใจ


                “กะจะบอกแหละ แต่ไอ้แบล็คมันชิงบอกก่อนเจ้นี่นา” พี่สาวเอ่ยตอบเสียงเบา โผล่หน้าออกมาจากบานตู้เย็นในมือหยิบกล่องบรรจุสตรอเบอร์รี่มาวางไว้ตรงหน้าน้อง เปิดฝาออกมาก่อนจะหยิบเอาเจ้าผลไม้สีแดงมาจ่อปากน้องเพื่อง้อเด็กขี้โมโห “ไม่งอนเจ้นะน้ำแข็ง เดี๋ยวจะซื้อของฝากมาให้เยอะๆ เลย”


                “ก็ได้ แต่เจ้ต้องทิ้งเงินไว้ให้แข็ง...” เด็กเจ้าเล่ห์เริ่มทำตามแผนที่คิดเอาไว้ การแกล้งงอนเพื่อจะได้เงินค่าขนมเพิ่มนี่ใช้ได้ตลอดจริงๆ น้ำแข็งชูนิ้วทั้งชี้และนิ้วกลางขึ้นมาให้พี่สาวเห็น


                “สองร้อย?” น้ำใสทวนจำนวนที่น้องชายบอก แต่เด็กหนุ่มกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบ


                “สองพัน แข็งจะเอาไปซื้อเกม” ทันทีที่ได้ยินพี่สาวก็หน้าถอดสีพร้อมกับแสดงท่าทีเลิ่กลั่กออกมา จะเดินหน้าต่อก็ไม่ได้จะถอยหลังก็กลัวเหยียบขี้หมา ทำไมเธอถึงได้มีน้องชายเจ้าเล่ห์แบบนี้กันนะ


                “เกมฝังเพชรเหรอแพงขนาดนั้น สองร้อยก็พอแล้ว” แบล็คไม่ถูกเปล่าหยิบจานของตัวเองที่กินหมดแล้ววางทับกับจานเปล่าของน้ำแข็ง พร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางซิงก์ล้างจานหมายจะบอกเป็นนัยๆ ว่า ฝากล้างหน่อยนะหนู


                “อะไรอะพี่แบล็ค กินเองก็ล้างเองดิ สกปรก”


                “วาจาร้ายกาจ ไอ้ใสมึงไม่ต้องให้เงินมันนะ ตัวแค่นี้จะเอาเงินไปทำไรเยอะแยะ” แบล็คพูดพร้อมกับลุกขึ้นหยิบกุญแจรถเตรียมตัวไปส่งเด็กนักเรียนไปโรงเรียน ก่อนที่เวลาจะสายไปมากกว่านี้ น้ำใสมองหน้าเพื่อนพร้อมพูดขอบคุณเบาๆ คนตัวโตยิ้มให้บางๆ พร้อมขยับปากพูดไร้เสียงให้เพื่อนรับรู้


                “เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง”


                แค่ไอ้แข็งคนเดียว คิดว่ากูจะเลี้ยงไม่ได้เหรอ

                หน้าอย่างไอ้แบล็คนี่คนมีตังค์นะ เงินเดือนจากแม่ไอ้แข็งนั่นแหละ!

                .

                .

                .


               วันนี้เป็นวันที่แม่กับป๊าของน้ำแข็งต้องเดินทางไปดูโรงงานที่จังหวัดแพร่ เมื่อเช้าก่อนมาโรงเรียนน้ำแข็งก็ได้ล่ำลาออดอ้อนแม่ก่อนมาโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว และคนที่มาลงเด็กหนุ่มก็จะเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่แบล็คตัวโตที่ตอนนี้นั่งหน้าบึ้งอยู่เบาะคนขับเพียงเพราะเขาออกจากโรงเรียนช้าไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำไมไม่คิดบ้างนะว่าทีตัวเองมารับช้าเขายังไม่หน้าบึ้งใส่เลยซักนิด.... ร้องไห้เลยต่างหาก


                “ก็เพื่อนให้ช่วยติวเลขให้ พี่แบล็คเลิกทำหน้าเหมือนหมาโดนยาเบื่อได้มั้ยอะ เห็นแล้วรำคาญ” คนเด็กกว่าอดไม่ได้ที่จะแซะไปหนึ่งดอก ตัวก็โตอย่างกับตึกแต่ใจน้อยเหมือนมดลูกของลูกมด น้ำแข็งขมวดคิ้วมองคนขับที่ออกรถกะทันหันจนทำให้รถกระชาก หัวกระแทกกับคอนโซลหน้ารถอย่างจัง น้ำแข็งยกขึ้นมากุมหัวไว้ และเร็วพอกับใครอีกคนที่รีบพุ่งเข้ามาประคองใบหน้าของน้องเอาไว้ด้วยความตกใจ


                “เจ็บมั้ย?” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความร้อนรน ความเป็นห่วงและรู้สึกผิดทำให้น้ำเสียงของแบล็คอ่อนลงจากปกติมาก น้ำแข็งเบะปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมๆ แดงพร้อมกับน้ำตาคลอหน่วยแต่มันก็เพียงแว๊บเดียวเท่านั้น


                “ก็เพราะพี่ไงไอ้บ้าเอ้ย ถ้ามันเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง แข็งยังไม่ได้คาดเบลท์ด้วย” เมื่อเห็นอีกคนอ่อนให้น้ำแข็งก็ซัดชุดใหญ่ใส่ไข่ใส่กล่อง ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวคนเป็นน้องเบาๆ ยอมให้น้ำแข็งทุบตีโดยไม่ขัดขืนอะไร ถ้าเป็นเวลาธรรมดาแบล็คคงจัดการกำข้อมือเล็กๆ นั่นแล้วบิดให้แดงเล่นไปแล้ว แต่นี่เขาคิดน้อยเองอยากจะแกล้งอีกคนจนลืมนึกถึงความปลอดภัยของน้องและตัวเอง


                “ขอโทษ” น้ำเสียงที่อ่อนอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งอ่อนกว่าขนมปังแช่น้ำในบ่อปลาสวาย ใบหน้าหงอยๆ ของมนุษย์ตึกแสดงออกถึงความสำนึกผิดเต็มที่ ผิวเนื้อที่พ้นเสื้อกล้ามสีดำออกมาเริ่มมีรอยแดงเพราะถูกอีกฝ่ายลงโทษทั้งตีทั้งจิก แต่แบล็คก็ไม่ได้ว่าอะไรน้อง ในเมื่อผิดจริงอยากจะให้อีกฝ่ายยกโทษให้ก็ต้องยอมเขาหน่อย แต่ตอนนี้เริ่มแสบๆ แล้วนะ


                “เกิดมาไม่เคยยอมให้ใครตีขนาดนี้เลยนะเนี่ย นอกจากแม่” พูดพร้อมกับจับมืออีกคนเอาไว้ ก่อนที่หนังตัวเองจะหลุดติดเล็บไป “อีกคนที่จะยอมคงเป็นเมีย”


                กึก.... น้ำแข็งหยุดทุกการกระทำ มองหน้าคนตัวโตทันที หลายครั้งที่แบล็คพูดหยอกล้อด้วยคำพูดกำกวมและสายตาที่แพรวพราวเหมือนพวกเจ้าชู้ประตูผีดีไม่ดีปากว่ามือถึงบ่อยด้วย แต่เด็กหนุ่มเองก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะเขาเองก็เป็นผู้ชาย ที่ผ่านมาที่รู้จักแบล็คมีผู้หญิงเข้าหาเยอะเรียกได้ว่าต่อคิวจากโรงน้ำแข็งยาวไปถึงหน้าศาลากลางเลย


                “ถ้าไม่ใช่เมียกับแม่ ป่านนี้โดนหามส่งโรงบาลไปละ”


                “ทำไม ตบพี่แล้วท้องเสียเหลือถึงไปโรงบาลอะ” ใจดีสู้เสือไปดิ รู้ว่าถ้าพี่แบล็คเอาจริงขึ้นมา เขาเองก็คงได้นอนห้องพิเศษเหมือนกัน ตัวก็โตหมายถึงโตออกข้างอะ อย่าพูดเรื่องส่วนสูงนะ หยุดโตไปตั้งแต่อายุ 17 แล้วแถมแขนก็ใหญ่รัดคอทีคงหายใจไม่ออกขาดอากาศหายใจตายคาที่แน่ๆ


                “เนี่ย พูดงี้ก็ปากแตกหลายคนละนะ”


                “ถ้าพี่ทำ แข็งจะบอกป๊าให้ไล่ออกแถมบอกตำรวจมาจับด้วย” น้ำแข็งทำหน้าตาขึงขังใส่ บิดข้อมือตัวเองให้หลุดออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แบล็คไม่ได้ขืนอะไรจึงทำให้หลุดออกมาง่ายดายเหมือนทะเลาะกับเด็ก ป.2


                “มึงไม่กล้าหรอกหมวยเร้กกกกกก กูให้เลือกระหว่างปากจะแตกเพราะตีนหรือปากกู”


                เงียบ.... เด็กหนุ่มนิ่งค้างไปพร้อมกับค่อยๆ ขยับตัวออกห่างคนท้าทาย ริมฝีปากนุ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อประมวลผลคำพูดของอีกคนได้ มือขาวยกขึ้นมาปิดปากเอาไว้ด้วยหน้าตาตื่นๆ


                “ปิดเอาไว้แบบนี้แสดงว่าเลือกอย่างที่สอง?”


                “ไม่ ไม่เลือกห่าไรทั้งนั้นแหละไอ้พี่ ไปส่งแข็งที่บ้านเดี่ยวนี้เลยอยู่กับพี่นานๆ แล้วรู้สึกไม่ปลอดภัยว่ะ ทำไมเจ้ต้องส่งคนบ้ามารับมาส่งด้วยวะเนี่ย แล้วกว่าป๊ากับแม่จะกลับมาไม่ใช่แข็งจะโดนเอาไปขายเรียกค่าไถ่ละเหรอ”


                “มึงบ่นอะไรหมวกเล็ก บ่นไปป๊ากับแม่ก็ไม่กลับมาหรอกมั้ย สามวันนี้มึงต้องอยู่กับพี่แบล็คคนนี้แหละ” พูดจบก็เลิกสนใจเด็กนักเรียนขี้บ่น ออกรถเพื่อเดินทางกลับบ้านส่งเด็กเจ้าปัญหาคืนสู่ป่า ก่อนที่ตัวเขานี่แหละจะเผลอทำอะไรแปลกๆ ออกไป


                ก็เวลาน้องมันงอแงมันน่าแกล้งจะตาย ผิวขาวๆ ที่จะขึ้นสีแดงน้อยๆ เสียงนุ่มทุ้มที่ตะเบงออกมาเท่าไหร่ก็ดังน้อยกว่าตดนิดนึง ใบหน้างอแงเอาแต่ใจที่โคตรจะน่าหยิก ปากนุ่มๆ ที่ไม่ต้องสัมผัสก็รู้ว่านุ่มแค่ไหน แต่จริงๆ ก็อยากจูบแหละ เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเดียวที่ไม่เคยพูดเล่น


                แบล็คขับรถพร้อมกับฮัมเพลงตามเพลงที่ดังออกมาจากเครื่องเสียงรถมันถูกเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือของคนขับเอง น้ำแข็งมองมือถือสลับกับหน้าของเจ้าของเครื่อง ฟังเพลงแล้วดูไม่เข้ากับเบ้าหน้าเท่าไหร่ ก็เพราะเพลงที่กำลังเปิดอยู่คือเพลงทำไมต้องรักเธอไง เด็กหนุ่มมองคนตัวเท่าตึกที่นั่งร้องเพลงขยิบตายิ้มหวานด้วยอินเนอร์คริสหอวังด้วยความไม่เข้าใจ รู้ว่าคนเรามีหลายด้านแต่แบบนี้มันหักมุมกับภาพพจน์ตัวเองเกินไปหรือเปล่า?


                “คริสหอวังมากป่ะ จะอ้วก” อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขัดอารมณ์แบล็คหอวัง คนกำลังสนุกหยุดกึก หันมามองหน้าเด็กหนุ่มด้วยสายตาเบื่อๆ


                “มึงไม่เข้าใจว่ะน้อง คนเรามันต้องมีมุมสดใสร่าเริงแบบนางฟ้าวีเอสที่เดินเฉยๆ ก็ได้อดัมเลอวีนเป็นผัวดิวะ หัดหาความสนุกใส่ตัวบ้าง แหน่ะ หน้าบึ้งอีกละ” ไม่พูดเปล่า แบล็คเอื้อมมือมาบีบแก้มนุ่มๆ ของน้ำแข็งเล่น บิดเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว แต่น้องก็สะบัดหน้าหนี


                “ตลกขนาดนี้เลิกแบกน้ำแข็งแล้วไปชวนชื่นเหอะพี่”ขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งด้วยอินเนอร์นางร้ายในละครเสร็จก็ยกเอากระเป๋าเป้มากอดไว้แนบอก รู้สึกยิ่งพูดกับอีกฝ่ายยิ่งอยากบ้า ชอบหลุดอะไรแปลกๆ มาตลอดแบบไม่ทันตั้งตัว


                แบล็คทำแค่หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนทั้งรถจะตกอยู่ในความเงียบปล่อยให้คริสหอวังทำหน้าที่ของตัวเองและพี่อุ๋ยที่โผล่มาร้องแล้วกลับไปสวดมนต์ต่อ การที่ไม่มองอีกฝ่ายและไม่หาเรื่องทะเลาะทำให้น้ำแข้งนั่งฟังและจับใจความเนื้อเพลงได้มากขึ้น ความหมายทั้งเพลงคงจะเป็นการได้รักใครที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ปลอดภัยที่ได้รักไม่จำเป็นต้องเหมือนคนในฝันที่ตั้งไว้ ไม่ต้องดีเด่นอะไรมากละมั้ง


                “นี่ หมวยเล็ก” หมวกเล็กพ่อง เรียกอีกแล้วนะ


                “ว่า” น้ำแข็งตอบห้วนๆ แต่ตาก็ยังมองออกไปนอกหน้าตาชมวิวริมทางที่ไม่มีอะไรนอกจากตึกราบ้านช่อง บ้างก็มีช่องบ้างก็ไม่มีช่อง แต่มีประตูกับหน้าต่างแทน แต่มันคงทำให้เขามีสมาธิมากกว่ามองหน้าไอ้คนขับก็แล้วกัน


                “เคยมีแฟนป่ะ แบบคบกันงี้” คำถามที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินจากปากของแบล็คถูกเอ่ยขึ้น คนถูกถามเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะส่ายหัวแล้วตอบปฏิเสธไป


“ไม่เคย”


“แล้วไม่คิดจะมีแฟนเหรอ อายุเท่าไหร่แล้วนะถ้าจำไม่ผิดก็ 17 ใช่มั้ย?” ใช่ว่าแบล็คจะไม่ใส่ใจน้ำแข็งหรือแค่แกล้งเล่นไปวันๆ เขาจำได้แม้กระทั่งวันเกิดของน้อง ตุ๊กตาชิบะอ้วนเมื่อปีที่แล้วก็เป็นเงินเก็บของเขาเองที่ซื้อแล้วฝากน้ำใสเอามาให้ เมื่ออาทิตย์ก่อนยังเห็นถ่ายรูปลงไอจีอยู่เลยแถมตั้งชื่อว่านินจาอีก


                “ยังอะพี่ แม่บอกให้ตั้งใจเรียน ส่วนเวลาว่างก็ช่วยงานที่บ้านไงเอาเวลาไหนไปหาแฟนอะ”


                “งั้นก็หาแฟนใกล้ๆ ตัวดิจะได้อยู่ใกล้กันมากขึ้นหน่อย” แบล็คพูดพร้อมหมุนพวงมาลัยเลี้ยงเข้ารั้วเหล็กสูงที่มีป้ายหินอ่อนขนนาดใหญ่สลักไว้ว่า โรงน้ำแข็งตั้งวารี


                “อย่างที่พี่จิ๊บชอบซื้อขนมมาฝากพี่น่ะเหรอ?” บทสนทนาที่มีการกล่าวถึงบุคคลที่สามที่เป็นอีกหนึ่งคนงานของโรงน้ำแข็ง สาวโสดประจำตั้งวารีที่ชอบหอบขนมซื้อของกินมาฝากชายหนุ่มเป็นประจำทุกวัน แต่ก่อนไม่เค๊ยไม่เคยหรอกจะใส่เสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงรัดรูปมาทำงาน พอแบล็คเข้ามาเท่านั้นแหละการแต่งตัวเปลี่ยนจากป้าเขียงหมูเป็นสาวแซ่บไปเลย ดูก็รู้ว่าตั้งใจจะทำให้อีกฝ่ายสนใจ


                “ขนมพวกนั้นมึงก็เอาไปกินหมดอะน้อง จะพูดขึ้นมาทำไม” น้ำเสียงที่ตอบมาดูหงุดหงิดอยู่เล็กๆ แบล็คไม่เข้าใจเลยว่าทำไมน้ำแข็งชอบที่จะขุดเรื่องคนอื่นขึ้นมาพูดตลอดด้วย ถ้าทะเลาะกันเพราะแค่เรื่องเราสองคนอันนี้พอยอมรับได้


                “ก็มันจริงอะ อีกอย่างพี่ไม่กินขนมพวกนั้นแข็งก็กินให้ไงเสียดายออก แล้วพี่จิ๊บออกจะสวย แสนดีก็ที่หนึ่งเมื่อไหร่จะคบกันอะ” คนน้องยังไม่ยอมหยุด เมินน้ำเสียงขึงขังของแบล็คไปซะอย่างนั้น


                “นี่ ไอ่ลิงเผือก มันไม่เกี่ยวกับพี่จิ๊บสวยมากสวยน้อย หรือต่อให้แสนดีกว่าพระโพธิสัตว์ถ้ากูไม่ชอบก็คือไม่ชอบปะวะ แต่ถ้าคนมันใช่ต่อให้ดื้อแค่ไหนกูก็ชอบ” ทันทีที่พูดจบ รถก็หยุดตัวลงทันที แบล็คดับเครื่องยนต์พร้อมกับเปิดประตูลงมาทิ้งให้เด็กหนุ่มที่เตรียมจะต่อล้อต่อเถียงได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ น้ำแข็งหน้างอด้วยความไม่พอใจและยอมลงจากรถตามมาแต่โดยดี


                คนตัวโตเดินตรงไปยังโรงน้ำแข็งที่ตั้งเยื้องออกไปจากตัวบ้านทันที แต่เดินไปยังไม่ถึงไหนก็ต้องหันกลับมาพร้อมกับโยนกุญแจรถในมือส่งมาให้เด็กหนุ่ม น้ำแข็งที่ยังไม่ทันตั้งตัวร้องออกมาด้วยความตกใจแต่สัญชาตญาณทำให้รับกุญแจที่ลอยตรงดิ่งมาหาตนได้ทัน


                “ฝากเก็บกุญแจหน่อย เดี๋ยวสักพักจะเข้าไปกินข้าวด้วยนะ”


                แบล็คว่าแค่นั้นแล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้เด็กตัวสูงยืนงงมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ ห่างออกไปสลับกับกุญแจรถในมือ ชักจะเริ่มสงสัยแล้วว่าเขาหรือพี่แบล็คใครเป็นลูกเจ้าของโรงน้ำแข็งกันแน่ ตั้งแต่แม่กับป๊าไม่อยู่นี่ก็ใช้ตั้งแต่เก็บรถ ล้างรถเอง เหลือแค่ส่งน้ำแข็งละมั้งที่ยังไม่ได้ทำ


                แต่ว่านะ.... ทำไมไอ้พี่แบล็คต้องมากินข้าวเย็นกับเขาด้วยล่ะ?

                .

                .

                .

 

               


                “วันนี้มีการบ้านมั้ยหมวย”


                “เลิกเรียกหมวยซักทีได้มั้ยไอ้พี่แบล็ค แข็งเป็นผู้ชายนะเว้ยย” โวยวายขึ้นมาทันทีเมื่อสรรพนามต้องนามถูกนำมาใช้อีกครั้ง แบล็คหัวเราะชอบใจกับท่าทางของเด็กน้อย ถือจานข้าวในมือเดินอ้อมเก้าอี้ที่น้ำแข็งนั่งอยู่ก่อนจะใช้ช้อนจิ้มลงในจานไข่เจียวที่น้ำแข็งกำลังจะตัก คนตัวโตแย่งตักชิ้นไข่มาใส่จานตัวเองเกินครึ่งพร้อมกับเดินหนีออกมานั่งเก้าอี้ว่างตรงข้างลูกเจ้าของบ้าน


                “ไอ้พี่แบล็ค จะมาแย่งกันทำไมวะ อยากกินก็ไปทอดเองดิ”


                “กูทำไม่อร่อย แต่ว่ามึงก็ทำเค็มนะ” แย่งของคนอื่นไปแล้วยังมาวิจารณ์รสชาติหน้าตาเฉย ไข่เจียวคำโตถูกส่งเข้าไปในปากของแบล็คอีกครั้ง มนุษย์ตึกเคี้ยวตุ้ยๆ ทำหน้าตาเอร็ดอร่อยยั่วโทสะของอีกฝ่าย และมันก็ได้ผล


                “อยากกินก็กินไปเลย ไม่กินแล้ว!” น้ำแข็งกระแทกจานข้าวใส่โต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ดีที่ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้วไม่มีคนงานคนอื่นอยู่เลยซักคน ไม่งั้นคงมีใครหาว่าเรากำลังทะเลาะกันอยู่แน่ๆ แต่จริงๆมันก็ใกล้เคียงกับคำว่าทะเลาะนั่นแหละ


                โดนงอนเข้าซะแล้ว คราวนี้ง้อยังไงดีวะเนี่ย


                เสียงตึงตังจากการกระเดินกระแทกเท้าด้วยอารมณ์โมโห น้ำแข็งเดินขึ้นมาบนบ้านและหายวับเข้าไปในห้องตัวเองทันที ในหัวก็นึกโกรธเคืองที่คนตัวโตหาแต่เรื่องแกล้งตัวเอง คิดถึงน้ำใสคิดถึงแม่กับป๊า ถ้าคนใดคนหนึ่งอยู่ด้วยอย่างน้อยแบล็คก็จะไม่หาเรื่องแกล้งบ่อยขนาดนี้ ยังมีความเกรงใจกันอยู่บ้าง แต่นี่ตั้งแต่ก้าวขึ้นรถตอนไปรับจากโรงเรียนจนถึงตอนกินข้าว ก็ยังไม่หยุดแกล้งกันเลยจะงอแงให้ป๊าไล่ออกก็ไม่ได้มันดูไร้สาระเกินไปและเป็นเขาเองที่จะโดนตำหนิ


                น้ำแข็งจัดการแกะกระดุมเสื้อนักเรียนออกมารังดุมก่อนจะเขวี้ยงเสื้อที่ถูกถอดออกลงตะกร้าหวายอย่างแม่นยำ ตามด้วยเข็มขัดและกางเกงนักเรียนสีกากีที่ถูกถอดออกในเวลาต่อมา ด้วยความคุ้นเคยที่มีห้องส่วนตัวตั้งแต่เด็กทำให้น้ำแข็งไม่นึกอายที่จะเดินแก้ผ้าไปมาในห้องของตัวเอง เด็กหนุ่มเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่แขวนเอาไว้กับเก้าอี้มาพันรอบตัวก่อนจะตรงเข้าไปในห้องน้ำ


                หัวร้อนนักก็ต้องเอาน้ำเย็นๆ มาดับร้อนซะหน่อย ข้าวก็ยังกินไม่อิ่มแถมยังต้องมาอารมณ์เสียกับคนอีก ร้อน!


                สายน้ำเย็นๆ ไหลออกมาจากฝักบัวผ่านร่างกายขาวเนียน ชำระล้างสิ่งสกปรกและความร้อนรุ่มในใจออกไป กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ที่เจ้าตัวเป็นคนเลือกเอง ไม่ว่าจะถูกี่ครั้งก็ยังชอบอยู่ ฟองสีขาวเกาะผิวกายเนียนละเอียดที่มันวาวเพราะถูกน้ำ ต้องมีใครบ้างคนอิจฉาฉันแน่ๆที่ฉันกำลังอธิบายฉากน้องอาบน้ำอยู่ ถ้าใจกากอย่าปากเก่งนะแบล็ค รีบบอกชอบน้องแล้วฉันจะให้หล่อนได้เห็นน้องน้ำแข้งอาบน้ำ จอบอ


                เด็กหนุ่มที่กำลังเคลิบเคลิ้มปลอดปล่อยอารมณ์ผ่านสายน้ำกลับต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงแง้มประตูห้องดังขึ้น ถ้าเป็นปกติเขาอาจจะคิดว่าพี่สาวของตนแอบเข้ามาในห้องและหยิบจับอะไรซักอย่างออกไป เช่น ปากกา กรรไกร หรือเทปใส แต่ครั้งนี้แปลกตรงที่ว่าลูกสาวคนโตของบ้านไม่ได้อยู่แถมยังไปเที่ยวกับเพื่อนตั้งหลายวัน ทั้งบ้านก็มีเพียงแค่เขาและ....


                ไอ้พี่แบล็ค


                เด็กตัวสูงรีบชำระฟองสบู่สีขาวออกจากตัว พร้อมกับเดินออกมาหยิบผ้าเช็ดตัวพันร่างกายส่วนล่างเอาไว้อย่างรวดเร็ว เปิดประตูห้องน้ำออกไปด้วยความสงสัย ถ้าถามว่ากลัวไหมถ้าคนที่อยู่ในห้องไม่ใช่พี่ชายตัวโตอาจจะเป็นโจรหรือคนร้ายที่บุกเข้ามาคนรื้อห้อง บอกได้เลยว่า... ไม่ทันคิด


                ห้องน้ำน้ำแข็งไม่ใช่ห้องใหญ่อะไร ออกจะเหมือนห้องในหอพักเล็กๆ มีแต่ห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกแบ่งออกมาทำเป็นห้องน้ำในตัว ไม่มีระเบียงเพราะไม่รู้จะทำไปทำไม เตียงที่วางไว้ตรงกลางห้อง โต๊ะคอมที่เอาไว้ทำการบ้านอ่านหนังสือและตู้เสื้อผ้า มีแค่นั้นจริงๆ แน่นอนว่าถ้าเปิดออกมาจากห้องน้ำมันต้องเห็นทุกอย่าง


                แต่สิ่งที่น้ำแข็งเห็นกลับว่างเปล่า.... ไม่มีใครเลยซักคน


                มีแต่กลิ่นอาหารหอมกรุ่นที่ลอยมาแตะจมูก เด็กหนุ่มเดินไปที่โต๊ะคอมก็พบจานข้าวผัดหมูที่หน้าตาดูเหมือนข้าวคลุกซีอิ๋วมากกว่า มันถูกวางเอาไว้พร้อมกับกระดาษสมุดที่ถูกฉีดออกมาในนั้นมีข้อความขยุกขยิกเขียนเอาไว้สั้นๆ โดยไม่ต้องเดาเลยว่าใครเป็นเจ้าของ ลายมือแย่แบบนี้มีคนเดียวทั้งบ้าน


                ขอโทษครับ วันหลังจะไม่แย่งไข่เจียวแล้วครับ


                น้ำแข็งยกยิ้มอย่างลืมตัวเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ ความจริงพี่แบล็คก็แปลกนะ ชอบมาแกล้งแล้วก็หาวิธีง้อได้ทุกวัน ไม่เบื่อหรือไงกันนะ ทั้งๆ ที่ถ้าเลิกแกล้งให้น้อยลงมันจำดีกว่าที่ต้องมานั่งคิดวิธีง้อซะอีก


                ตึ๊ง


                เสียงแจ้งเตือนจากโรงศัพท์มือถือทำให้น้ำแข็งต้องหยุดความคิดและหันมาสนใจโทรศัพท์ทันที แอพลิเคชันสีเขียวที่แจ้งเตือนชื่อผู้ส่งมาทำเอาน้ำแข็งถึงกับต้องหัวเราะลั่น สงสัยกลัวเขาไม่ยอมหายโกรธง่ายๆ ถึงต้องตามตอแยทั้งส่งข้าวและทักไลน์เลยเหรอ


              แบล็ค : แดกข้าวด้วยนะครับ เดี๋ยวปวดท้อง

แบล็ค : พี่แบล็คขอโทษ

แบล็ค : ครับ

แบล็ค : น้องหมวยเร้กกกกก


ก็ว่าจะหายงอนแล้วเชียว... ถ้าไม่เรียกหมวกเล็ก!!

.

.

.

.




“แล้วหลังจากนั้นพอนิวหันหลังกลับไปดูก็ไม่เจอผู้ชายคนนั้นแล้วค


น้ำแข็งกดหยุดวิดีโอทันทีหลังจากเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา ที่จริงเขาไม่ควรมานั่งฟังเดอะโกสต์เรดิโอตอนนี้ เด็กหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาในมือถือก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ผิวกายสัมผัสกับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างทีไม่มีขาดตกบกพร่องอะไรเลยซักนิด แสงไฟจากโคมที่สร้างบรรยากาศให้ทั้งห้องดูสลัวไปหมด ปกติแล้วถ้าอยู่ห้องคนเดียวน้ำแข็งจะเปิดแค่โคมไฟเท่านั้น แต่มันต้องไม่ใช่วันนี้สิ


คนตัวสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมไปเปิดไฟก่อนจะเดินกลับมาเปลี่ยนแท็ปในบราวเซอร์เพื่อหาเพลงฟังกลบเกลื่อนความกลัวที่มี นั่งเช็คโซเชียลไปเรื่อย มีบางครั้งที่เหลือบมองหนังสือเรียนที่กางค้างไว้จากคืนก่อน แต่ความขี้เกียจที่มีมากในตัวทำให้น้ำแข็งเลือกที่จะเมินมัน


ไอ้อาการยิ่งนอนดึกยิ่งหิวนี่มันเป็นจริงๆ และเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงวัยกำลังเจริญเติบโตแบบเขา ไม่รู้ว่าเพราะปากอยากหรือท้องอยาก นึกไปถึงข้าวผัดหน้าตาประหลาดที่พี่แบล็คทำมาให้กินแล้วก็ขำ สงสัยแค่นั้นคงไม่อยู่ท้องจริงๆ คงต้องลงไปหาอะไรยัดท้องซะแล้วแหละ


นึกได้ก็รีบลุกจากเก้าอี้ตรงไปประตูห้องไม่รู้ว่าตอนนี้ในตู้เย็นจะเหลืออะไรให้กินบ้าง น่าจะมีนมสดกับผลไม้อยู่ไม่มากก็น้อย แต่ขอแค่กินให้ท้องมันไม่ร้องประท้วงทั้งคืนแบบนี้ก็พอแล้ว


เมื่อบานประตูห้องเปิดออก สิ่งแรกที่เห็นคือความมืด...


ใช่  บ้านทั้งบ้านเปิดไฟไว้แค่นอกบ้านแต่ภายในตัวบ้านกลับดับเอาไว้ทุกดวง ปกติแล้วถ้าน้ำใสอยู่ตามทางเดินจะถูกเปิดไฟทิ้งเอาไว้เพราะพี่สาวเป็นคนที่ชอบออกมาหาอะไรกินตอนดึกๆ แต่ตอนนี้มีเพียงน้ำแข็งที่อยู่คนเดียวคุณพี่แม่บ้านเลยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟอะไรไว้เยอะแยะ และแน่นอนว่าเธอกลับไปตั้งแต่ทุ่มสองทุ่มแล้ว


ชิบหายล่ะ... เดอะโกสต์ที่ฟังมาถึงแม้จะเกี่ยวกับโรงเรียน แต่วิญญาณมันก็มีอยู่ทุกที่ไม่ใช่เหรอ เด็กหนุ่มขมวดคิ้วยู่หน้าพลางรู้สึกขนลุกเกรียวกับความคิดของตัวเองและคิดว่าไม่น่าเลย ไม่น่าหาอะไรแบบนั้นฟังในยามที่อยู่บ้านคนเดียว


แต่ด้วยความรู้สึกหิวและเสียงท้องเริ่มร้องประท้วงขึ้นมาเป็นระยะๆ น้ำแข็งจึงตัดสินใจเปิดไฟฉายในมือถือพร้อมกับค่อยๆ เดินลงบันไดบ้านไปอย่างระมัดระวัง พยายามมองหาสวิตช์ไฟห้องโถง แกว่งไฟฉายในมือไปมาอย่างหวาดระแวง ตกใจแม้กระทั่งเงาตัวเองที่ปรากฏขึ้นมาเวลาต้องไฟ น้ำแข็งสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงกึกกักดังออกมาจากห้องครัว


ดวงตากลมมองไปยังจุดเกิดเสียงผ่านความมืดสลัวที่มองแทบไม่เห็นอะไร เงาตะคุ่มขยับขึ้นลงเบาๆ ดูคล้ายคนแต่เหมือนกับเงาของสิ่งของ น้ำแข็งพินิจพิจารณาดูแล้วก็ไม่รู้สึกว่าจะเหมือนคนเลยซักนิด เงาทะมึนสูงใหญ่ดูน่ากลัวหายวับเข้าไปในห้องครัว พลันในหัวก็นึกไปถึงเรื่องเล่าสยองขวัญที่พึ่งได้ฟังมา ในเรื่องผู้หญิงคนนั้นก็เดินมาคนเดียวแล้วเจอเงาทะมึนแบบนี้เลย ก่อนที่มันจะกลายเป็นผู้ชายร่างสูงที่มายืนจ้อง พอหันไปสนใจอย่างอื่นแค่ชั่ววินาทีผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นก็หายไปแล้ว


น้ำแข็งถือไฟฉายให้อยู่ระดับอกส่องไฟไปทางประตูโถงห้องครัวที่เป็นต้นกำเนิดเสียง ชีพจรร่างกายที่เริ่มเต้นผิดปกติที่ถี่และหนักขึ้นเพราะความรู้สึกกลัว ทั้งๆที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนแต่รับรู้ได้ถึงเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเล็กน้อย มือชื้นกำมือถือแน่นอยากจะวิ่งหนีขึ้นห้องแต่ก็ดันอยากรู้ว่าสิ่งที่เห็นคือเขาคิดไปเองหรือในบ้านมีเรื่องลี้ลับจริงๆ ถ้าเป็นผีจะขอป๊าย้ายไปอยู่หอซักเดือนสองเดือนพอทำใจได้ก็ค่อยกลับบ้าน


“เอ่อ.. พี่พิมพ์เหรอครับ” น้ำแข็งเอ่ยเรียกชื่อคุณแม่บ้านที่ความจริงควรกลับบ้านไปตั้งทุ่มสองทุ่มแล้ว แล้วจะให้เรียกใครเล่า ในบ้านก็มีแค่เขากับพี่พิมพ์ที่น่าจะอยู่ดึกสุด ไร้เสียงตอบรับจากปลายทาง น้ำแข็งสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะก้าวขาเดินไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง


เอาจริงๆ ในหัวมีสองทาง คือ หนึ่งที่กำลังเจออยู่คือสิ่งลี้ลับ และสองสิ่งที่น่ากลัวมากกว่าผีคือขโมย มันอาจจะมีฟืนหรือของมีคมที่สามารถทำร้ายร่างกายของเขาให้บาดเจ็บได้ เพราะงั้นเขาควรวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องหรือเปล่าวะ


เคร๊ง


เสียงถาดแสตนเลทที่จำได้ว่าเคยวางไว้บนเคาท์เตอร์ครัวตกลงพื้นเสียงดังก้องไปทั่วบ้าน ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำมากๆ ของบุคคลปริศนา ดูเหมือนว่าใครคนนั้นจะเดินไปชนกับข้าวของในครัวเข้า แต่มันก็ทำให้น้ำแข็งรับรู้ได้ว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นเป็นคนไม่ใช่ผี เพราะผีจับของไม่ได้นี่นา แต่ทำไมผีถ้วยแก้วถึงเลื่อนแก้วได้ล่ะ....


“ขโมยเหรอวะ จะโทรแจ้งตำรวจแล้วนะ” ทางออกที่ดีที่สุดของเด็กหนุ่มคือการเรียกคนมาช่วยมากกว่า เพราะแค่ตัวเขาคนเดียวคงไม่ไหวหากคนร้ายมีอาวุธขึ้นมาจริงๆ แต่น้ำแข็งดันโง่ที่ตะโกนออกไปแบบนั้น จะจับโจรใครเขาบอกโจรให้รู้ตัวก่อนเล่า!


เด็กตัวสูงหันหลังกลับเตรียมวิ่งขึ้นบันไดบ้านแต่กลับถูกมือปริศนาคว้าตัวเอาไว้พร้อมกับฝ่ามือกร้านที่ทาบทับปิดปากให้สนิท น้ำแข็งดีดดิ้นออกแรงขืนตัวพยายามร้องตะโกนออกมาเพื่อให้เกิดเสียงดังมากที่สุด หวังว่าจะมีใครได้ยินแต่คนงานคนอื่นที่นอนอยู่โรงงานอยู่ห่างออกไปไกลมาก น้ำแข็งลอยหวืดจากพื้นเพราะแรงยกจากคนที่เดินมาซ้อนหลัง ลำแขนแกร่งที่โอมอุ้มร่างกายของเด็กหนุ่มทำมันได้อย่างง่ายดายเหมือนเป็นแค่การยกนุ่นธรรดา


                เมื่อถูกประชิดตัวแบบนี้ในหัวของน้ำแข็งมีทั้งบทสวดมนต์และร่ำร้องหาป๊ากับแม่ สติเตลิดแตกกระจาย กลัวก็กลัวแต่ไม่รู้จะทำยังไง สู้แรงอีกฝ่ายก็ไม่ได้แถมยังไม่มีทักษะการป้องกันตัวติดตัวมาอีก หรือชีวิตจะต้องจบลงแค่ 17 ปี


                “อื้อ อ่อยยยยยยยยยยยย” เด็กน้อยพยายามสู้และขัดขืนจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะหมดแรงและยอมอยู่นิ่งๆ พยายามใช้เท้าเตะไปข้างหลังแต่ก็เตะได้แค่ลม ไม่ว่าจะดิ้นก็แล้วจะเตะจะดันก็แล้วแต่คนที่ทำการอุกอาจกับเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับทนทานอย่างกับหิน


                หินงั้นเหรอ.....


                น้ำแข็งนิ่งใช้ความคิดพิจารณาสัมผัสและกลิ่นที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอีกครั้ง แผ่นหลังของเขาที่ชนกับแผงอกแน่นๆ ที่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะสวมใส่เพียงเสื้อกล้ามเพราะท่อนแขนที่โอมรัดเขานั้นเปลือยเปล่าไม่มีเนื้อผ้าปกปิด ผ่ามือใหญ่ที่ปิดปากไว้ขนาดมันก็เหมือนจะคุ้นเคยและจำได้ว่าตนเคยถูกใครบ้างคนแกล้งแบบนี้มาก่อนแล้ว ไหนจะกลิ่นสบู่ที่คุ้นจมูกราวกับว่าเคยได้กลิ่นบ่อยๆ เวลาที่ใครคนนั้นตื่นเช้าไปส่งเขาที่โรงเรียน


                “ไอ้อี้แอ๊กกกก!!


                พอถูกจับได้จอมโจรเงาทะมึนก็หัวเราะออกมาดังลั่น พร้อมกับยอมปล่อยตัวเด็กหนุ่มออกจากอ้อมกอด พร้อมกับเดินไปเปิดไฟที่สวิตช์ที่ใกล้ที่สุด ทันทีที่ไฟสว่างวาบน้ำแข็งก็มองหาไอ้คนขี้แกล้ง ดวงตากลมฉายแววความไม่พอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด ก็นึกว่าเจอขโมยเข้าจริงๆ ซะอีก การเข้ากระชิดตัวแบบนั้นมันน่ากลัวมากๆ เลยนะเว้ยไอ้บ้า


                “เดินลงมาทำไมดึกๆ ดื่นๆ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองคาดโทษ แบล็คก็เลยเป็นคนเริ่มบทสนทนาขึ้นมาก่อน น้ำแข็งก้มลงปิดไฟฉายในมือถือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบ


                “ก็หิว” ปากเล็กๆ ยื่นออกมาเหมือนลูกเป็ดขี้งอน “คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ”


                “ทำอะไรอะ?” คนขี้แกล้งไม่สะทกสะท้านอะไรเลย พร้อมกับยักไหล่ที่บ่งบอกว่าไม่แคร์จะทำอีกจนคนเห็นอยากจะกระโดดถีบขาคู่เอาให้รู้กันไปเลยว่าใครจะอยู่ใครจะไป


                น้ำแข็งรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้เจอขโมยหรือโจรจริงๆ แต่ก็โกรธที่อีกคนเล่นอะไรพิเรนทร์แบบนี้ พอนึกแบบนั้นขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาแปลกๆ ใบหน้าใสเงยหน้าขึ้นมองเพดานบ้านไม่ยอมให้น้ำตาที่กำลังจะไหลไหลออกมาง่ายๆ หันตัวหนีสายตาอีกคนที่กำลังจับจ้องอยู่ แบล็คเห็นท่าทางแปลกๆ ของน้องแล้วก็รับรู้ได้ว่าอีกคนคงกำลังโกรธและน้อยใจเขาอยู่ไม่น้อย


                “เฮ้ย เป็นไรวะหมวย แค่นี้เอง” เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับพยายามจับข้อมือเล็กกว่าเอาไว้


                “แค่นี้เหี้ยอะไรพี่ วันนี้ผมอยู่บ้านคนเดียวก็นึกว่าเจอผีเจอขโมยแล้ว กลัวแทบเยี่ยวจะราดเลยรู้มั้ยตอนที่พี่เข้ามาล็อกตัวไว้อะ พี่แม่งเล่นเหี้ยอะไรก็ไม่รู้” น้ำแข็งตะโกนออกมาอย่างเหลืออด น้ำตาที่คาดไว้ว่าจะไหลออกมาในตอนแรกหายวับเข้าไปแต่ความแดงก่ำของดวงตาแต่น้ำเสียงสั่นๆ นั่นก็แสดงได้ถึงอารมณ์ของน้องได้เป็นอย่างดี


                คราวนี้คงโกรธและกลัวมากจริงๆ แบล็คยอมอ่อนลง ไม่แสดงท่าทางยียวนให้เห็นเหมือนก่อนหน้านี้ ถูกน้องสะบัดมือหนีพร้อมกับพยายามจะเดินหนีขึ้นห้องไป แต่คนมือไวก็คว้าแขนขาวๆ นั่นไว้ก่อน แต่ดูเหมือนจะออกแรงมากเกินไปจนทำให้ผิวเนียนนั่นเกิดรอยแดงขึ้นมาเสียอย่างนั้น


                “ขอโทษ จะไม่ทำอีกแล้ว” น้ำเสียงอ่อนๆ แสดงถึงการยอมรับผิดเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อหงอยขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อถูกคนน้องมองกลับตาแข็ง ดูเมหือนวันนี้น้องหมวยจะใจแข็งซะด้วยสิ สงสัยถูกโกรธเข้าจริงๆ แล้ว


                “พี่ก็พูดแบบนี้ทุกครั้ง แต่ก็แกล้งแข็งใหม่ทุกครั้ง”


                “กูขอโทษจริงๆ ไม่คิดว่ามึงจะกลัวขนาดนี้” แบล็คพยายามอธิบายความคิดในส่วนของตัวเองแต่น้ำแข็งก็ปิดหูปิดตาไม่ยอมฟัง


                “กลัวดิวะ ใจคนอยู่คนเดียวอะ ใครจะไปรู้ว่าจะมีหมามาแกล้งแบบนี้ล่ะ ก็นึกว่าเป็นขโมยจริงๆ กูก็กลัวตายเป็นนะเว้ยไอ้เหี้ย” อารมณ์ให้ห้าดราม่าให้สิบ น้ำแข็งใส่กลับเต็มที่ทั้งน้ำเสียงและคำพูดที่รุนแรงขึ้นกว่าปกติ


                “เออ ก็ยอมรับผิดแล้ว ให้กูเป็นหมาก็ได้ หายโกรธได้ป่ะล่ะ”


                เป็นแบบนี้ตลอดเลย พี่แบล็คที่ชอบเข้ามาแกล้งเขา แล้วเอ่ยคำขอโทษและทำตัวกวนๆ อีก จนเขาเผลอยกโทษให้ง่ายๆ


                “เมื่อไหร่จะเปิดเทอมวะ เมื่อไหร่จะกลับไปซักที” น้ำแข็งเอ่ยออกมาเบาๆ แต่กลับทำให้แบล็คชะงักกับคำพูดของน้อง มันดูเหมือนถูกไล่ให้ไปไกลๆ ยังไงก็ไม่รู้ แบล็คขบกรามแน่นรู้สึกอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน น้องไม่เคยโกรธหรืองอนจนถึงขนาดไล่เขาไปไกลๆ ทุกครั้งที่แกล้งก็เตรียมรับมือมาง้อเต็มที่แต่ครั้งนี้ไม่รู้จะง้อยังไงเลย...


                “ไม่ต้องมาจับ ไม่ต้องเข้ามาใกล้!” น้ำแข็งสะบัดตัวหนีมือปลาหมึกที่พยายามจะมาแตะต้องตัวตนอีกครั้ง ใบหน้างองุ้มของเด็กน้อยทำเอาแบล็คเริ่มอ่อนใจ ในหัวก็เริ่มคิดว่าไม่น่าแกล้งอีกฝ่ายเลยให้ตายดิ


                “ขอโทษ พี่ผิดไปแล้วน้ำแข็ง” สรรพนามที่เปลี่ยนไปถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนและยอมคนน้องมากขึ้น อย่างที่เคยบอกไปคนที่แบล็คจะยอมอ่อนให้มีอยู่สองคนคือแม่กับเมีย น้ำแข็งไม่ใช่แม่และไม่ใช่เมีย แต่ในใจจริงๆ เขาก็หวังอยากได้น้องเป็นเมียอยู่ลึกๆ แม้จะไม่เคยบอกออกไปก็ถาม


                “ไม่ต้องมาทำหน้าหมีป่วยแถวนี้ แข็งไม่ยกโทษให้หรอก” ปากก็พูดไปแต่ครั้งนี้กลับยอมให้คนตัวโตเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น น้ำแข็งหันหน้าหนีสายตาคมของพี่ที่เอาแต่จ้องมาทางเขา แบล็คอับจนหนทางที่จะง้อด้วยวิธีเดิม ทั้งการเปลี่ยนคำเรียก การจับไม้จับมือ หรือทำตัวให้น้องขำเพื่อจะลืมความโกรธไป เอาวะ... ลองวิธีใหม่ๆ หน่อย  เวลาเขาง้อเด็กเขาทำกันยังไงบ้าง


                คนตัวโตเดินเข้ามาประชิดตัวพร้อมกับตวัดวงแขนโอบรอบเอวบางจากข้างหลัง วางคางเกยไว้ที่ไหล่มนพร้อมกับกอดโยกไปมาเบาๆ คล้ายโอ๋เด็กน้อย ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดผิวกายทำเอาน้ำแข็งแข็งทื่อสมกับชื่อไปเลย เด็กหนุ่มไม่คิดว่าแบล็คจะเข้ามากอดกะทันหันแบบนี้ ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยซักนิด


                “ พะ พี่แบล็ค ทำอะไรของพี่วะ” แก้มใสที่ขึ้นสีขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งโกรธทั้งเขินทั้งอาย เขาไม่เคยถูกใครกอดแบบนี้นอกจากครอบครัว และน้ำใสก็เลิกกอดเขาไปตั้งแต่ประถมปลายแล้วด้วย


                “โอ๋ไง มีเด็กงอนก็ต้องโอ๋” ไม่พูดเปล่า แบล็คโยกตัวเบาๆ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม น้ำแข็งขยับตัวยุยิกพยายามแกะตัวออกจากอ้อมกอดนั่น แต่ยิ่งดิ้นอีกคนก็ยิ่งกอดแน่นมากกว่าเดิมอีก


                เด็กหนุ่มชะงักนิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายจมูกของคนพี่ที่เลื่อนเฉียดแก้มของตนไปเบาๆ เมื่อรู้ตัวต่างฝ่ายต่างก็นิ่งค้างไปซะอย่างนั้น แบล็คลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ จมูกของเขาพึ่งเฉียดผ่านแก้มกลมๆ นั่น แม้จะได้สัมผัสเพียงนิดเดียวแต่ก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มน่าสัมผัส


                มันจะเหมือนสกุชชี่ที่เขาเคยเห็นหลานเอามาบีบเล่นมั้ยนะ ?


                ไม่คิดเฉยๆ เพราะมือใหญ่ที่ละออกจากเอวบางมาบีบแก้มนุ่มนั่นเบาๆ แบล็คขมวดคิ้วแมวใบหน้าน่ารักที่อยู่ห่างจากใบหน้าของตนเพียงไม่กี่เซนติเมตร ใช้นิ้วเกลี่ยไปมาเบาๆ เหมือนกำลังเล่นสกุชชี่ลูกพีชสีชมพู จิ้มเบาๆ เช็คความคืนตัวของเนื้อแก้ม และมันนุ่มและหยุ่นมากจริงๆ ตามที่คิดไว้เลย


                “นี่ แก้มนะไม่ใช่ขี้จิ้มอยู่ได้” แล้วดูเจ้าตัวเปรียบตัวเองสิ....


                “ไม่ขี้ดิ ขี้อะไรจะหอมขนาดนี้วะ”


                น้ำแข็งเบิกตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน ขืนตัวออกจากอ้อมแขนของคนพี่อย่างแรงและแบล็คก็ยอมปล่อยน้องโดยง่ายไม่ได้รั้งเอาไว้เหมือนอย่างตอนแรก


                “แล้วนี่ไม่หิวแล้วเหรอ ไปหาไรกินดิ” แบล็คเปลี่ยนเรื่องพูดก่อนที่น้ำแข็งจะได้เอ่ยอะไรขึ้นมา เด็กหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับเดินผ่านคนตัวโตสานตาก็คอยชะเลืองมองด้วยความไม่ไว้ใจ กลัวว่าจะถูกแกล้งอะไรเข้าอีก


                เด็กตัวสูงเดินไปเปิดตู้เย็น สำรวจไปทั่วก็เจอแต่นมสดกับผลไม้เล็กๆ น้อยๆ อย่างที่คาดเอาไว้ น้ำแข็งหยิบนมและสตรอเบอร์รี่ออกมา ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะทานข้าวที่เคยนั่งประจำ แบล็คเดินตามเข้ามาและนั่งลงตรงข้าม สายตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าขาวของอีกฝ่ายไม่ละไม่ไหน คนถูกมองที่กำลังเทน้ำใส่แก้วรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่าตนกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครอีกคนในห้อง จนต้องกระแอมไอแก้เขินหมายจะบอกเป็นนัยว่ารู้นะว่ามองมองทำไมมองแล้วได้เงินเหรอ


                “มองอะไรนัก!” อดไม่ได้ก็แหวใส่ทันที ใบหน้างองุ้มลงอย่างขัดใจ เขาไม่ชอบถูกมองแบบนี้นี่นา แล้วยิ่งถูกมองด้วยสายตาแบบนั้นแล้วล่ะก็.... สายตาที่เหมือนกำลังมองเด็กเล่นขายขนมน่ะ สายตาที่มีแต่ความเอ็นดูพร้อมรอยยิ้มบางๆ แบบนั้น


                “มองเด็ก” แบล็คตอบสั้นๆ แต่ทำให้น้ำแข็งรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา


                “เลิกเรียกว่าเด็กได้แล้ว โตแล้วนะเว้ย” ไม่รู้ว่าแกล้งอารมณ์เสียแก้เขินหรืออารมณ์เสียเพราะว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองเขาว่าเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา


                “เด็กก็คือเด็กมั้ยวะหมวยเร้ก” พูดจบก็เอื้อมตัวมาหยิบสตรอเบอร์รี่ลูกโตแล้วป้อนเข้าปากตัวเอง มนุษย์ตึกเคี้ยวผลไม้หนุบหนับเต็มแก้มจนพอง เด็กหนุ่มที่นั่งมองอยู่เผลอหลุดหัวเราะออกมากับคนหน้าโหดไว้หนวดไว้เคราแต่นั่งกินผลไม้น่ารักๆ มันดูขัดแต่ก็... น่ารักดี


                “ขำไรไอ้น้ำแข็ง” ถามออกมาด้วยความสงสัย ร่างไอ้แบล็คคนกวนตีนกลับมาอีกครั้ง


                “โห เรียกไอ้เลยเหรอวะพี่ งั้นไม่ต้องกินนะสตรอเบอร์รี่อะ” พูดพลางแย่งกล่องคืนมาไว้กับตัวเอง แต่มือใหญ่กลับคว้ากล่องถนอมอาหารเอาไว้พร้อมกับแย่งคืนมาไว้ที่ตน ร้อนถึงเด็กแสบที่ต้องลุกออกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่เพื่อเดินอ้อมมาจัดการกับมนุษย์ตึกขี้โกงขี้แกล้งคนนี้


                ด้วยส่วนสูงที่สูงอยู่แล้วพอแบล็คนั่งเก้าอี้แบบนี้ยิ่งทำให้น้ำแข็งดูสูงขึ้นกว่าเดิมอีก เด็กตัวสูงหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกับแบมือขอคืน


                “ไม่ให้ ทำไมต้องให้”


                “ก็ของแข็งอะ คนหิวคือแข็ง พี่อย่ามาแย่งดิ” เด็กน้อยเริ่มงอแงฟึดฟัดใหญ่


                “ของแข็งเหรอ แข็งมากป่าว” แบล็คล้อเลียนพร้อมหยิบลูกสตรอเบอร์รี่เข้าปากอย่างอารมณ์ดี พึ่งง้อได้ไม่นานก็จะแกล้งให้งอนอีกแล้ว


                “ฟาดปากพี่แตกแล้วกัน” คนตัวโตร้องอู้วออกมาด้วยความพึ่งพอใจในคำตอบที่ได้ยิน ฝ่ามือหนาวาดโอบเอวอีกดคนแล้วดึงให้เดินมาชิดตัวเองมากขึ้น แบล็คนั่งแยกขาออกกว้างมากขึ้นเพื่อให้เด็กน้อยได้แทรกกายเข้ามาก่อนจะใช้ต้นขาหนีบเอาไว้ไม่ให้ดิ้นไปไหน น้ำแข็งเห็นท่าทางของพี่แล้วก็ถามขึ้น “อะไรอีกพี่แบล็คค”


                “ตอบคำถามก่อน สรุปว่ายังไม่มีแฟนใช่มั้ย?”


                “เออออ ตอบไปแล้วว่าไม่มี” คำถามนี้ที่เจอเมื่อตอนเย็นวนกลับมาอีกครั้ง


                “แล้วเคยได้ยินมั้ยว่าผู้ชายยิ่งแกล้งยิ่งชอบ โฆษณาเบบี้มายด์อะ”


                “เพ้อเจ้อป่ะ ตอนนั้นแข็งยังดูทีวีไม่เป็นเลย แต่ที่ว่ายิ่งแกล้งยิ่งชอบเคยได้ยินมาอยู่นะ” ตอบกลับพลางนึกถึงสิ่งที่เคยได้ยินหรือเห็นมา แล้วพวกเพื่อนผู้ชายที่โรงเรียนจะมีบางคนที่ชอบแกล้งคนที่ชอบด้วย แสดงว่าทฤษฏีนี้ก็จริงแน่นอน “แล้วยังไงอะ”


                “พี่นี่ก็แกล้งน้ำแข็งบ่อยนะ” แบล็คพูดยิ้มๆ มือหนาเลื่อนมากุมมืออีกคนเอาไว้พร้อมกับลูบหลังมือเบาๆ ซึ่งน้ำแข็งเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบให้อีกคนแตะนู้นลูบนี่ตัวเองจัง เขาควรจะขืนตัวออกไม่ใช่หรือไง


                “เออ แกล้งแรงด้วยพี่อะ”


                “งั้นแสดงว่าพี่ชอบน้ำแข็งมากๆๆๆๆๆเลยถูกมะ?” น้ำแข็งตวัดสายตามองหน้าอีกคนอย่างแรงจนคอแทบเคล็ด พึ่งเข้าใจในสิ่งที่ไอ้พี่แบล็คกำลังจะบอก ผู้ชายยิ่งแรงยิ่งชอบ ยิ่งแกล้งแรงมากแค่ไหนยิ่งชอบมากๆ งั้นเหรอวะ


                ชิบหายแล้ว.... ตอนนี้ใบหน้าของเขากำลังเห่อร้อนไปหมด ถ้ามองมาต้องรู้แน่ๆ ว่ามันแดงมากแค่ไหน แบล็คยกยิ้มตาหยีให้กับเด็กดอยแก้มแดงอย่างนึกเอ็นดู มันน่าจับหอมซ้ายหอมขวาซะจริงๆ


                “อะ เอ่อ... แล้ว แล้วยังไง หมายถึงอะไร โว้ย ไม่รู้ ไม่รับรู้”


                ดูเหมือนจะมีคนสติแตก น้ำแข็งยกมือขึ้นมาปิดหูปิดหน้าตัวเองเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทันทีที่เข้าใจข้อความทั้งหมดที่แบล็คต้องการสื่อ มันก็อดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรงแถมยังรู้สึกแปลกๆ แบบนี้อีก รู้สึกเหมือนอึดอัดแต่ไม่ทรมาน รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อภายในอกพองโตขึ้นมาแทบจะลอยขึ้นไปในอวกาศ รู้สึกอยากแทรกแผ่นดินหนีหรือหาไฟฉายย่อส่วนมาย่อตัวลงให้เล็กลงแล้ววิ่ง!


                “ทำไมมาบอกวันนี้อะ” น้ำแข็งถามคนที่เอาแต่หัวเราะ


                “ก็เพราะวันนี้มีเราอยู่แค่สองคน” แบล็คตอบทันที ป๊าของน้ำแข็งฝากฝังให้เขามานอนเฝ้าลูกชายในช่วงระยะเวลาที่ตนไม่อยู่ โดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นยิ่งเป็นอันตรายมากกว่าเดิมเสียอีก เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะเผลอทำอะไรไปหรือเปล่า แต่แบล็คเป็นคนที่หักห้ามใจตัวเองได้มากพอเพราะงั้นขอแค่....


                “กะจะสารภาพรักแล้วขอซักจูบสองจูบ”


                ทันทีที่พูดจบเด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นน้ำแข้งที่ถูกความร้อนหลอมละลาย ร่างกายเริ่มอ่อนแรงแข้งขาที่เคยทรงตัวได้ตอนนี้มันหยุดทำหน้าที่ไปเสียดื้อๆ แบล็คโอบรอบตัวน้องเอาไว้ก่อนจะโน้มคออีกคนเข้ามาใกล้ใบหน้าตัวเองมากขึ้น ไม่รอช้าให้เด็กหนุ่มได้ตอบรับหรืออนุญาต ริมฝีปากหนาทาบทับลงที่ส่วนเดียวกันของอีกคนจูบคลึงเบาๆ โดยไม่มีการรุกล้ำใดๆ เพียงแค่แตะไว้ ดูดดึงริมฝีปากนุ่มหยุ่นอย่างมันเขี้ยว


                น้ำแข็งหลับตาปี๋ความนุ่มอุ่นที่ประทับอยู่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงกว่าเดิมหลายเท่า คนที่ไร้ประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้รู้สึกวูบวาบไปทั้งใจ มันอารมณ์เดียวกับตอนลืมทำการบ้านมาแล้วถูกคุณครูเรียกไปเฉลยให้เพื่อนดูหน้าห้อง ทั้งประหม่า กลัว แต่การที่เราจูบกันมันต่างจากลืมทำการบ้านตรงที่.... มันรู้สึกดี


                ไม่นานนักแบล็คก็ผละริมฝีปากออกไป ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่รุกล้ำใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงแค่สัมผัสริมฝีปากนุ่มๆ นั้นก็พอแค่นี้ก็พอใจแล้ว ไว้วันไหนจีบติดแล้วตกลงเป็นแฟน พอถึงเวลาที่สมควร เขาจะฟิตร่างกายมาเพื่อรังแกอีกฝ่ายทั้งวันทั้งคืนแน่!


                “ยังไม่ต้องตอบตกลงเป็นแฟนกับพี่ก็ได้”


                น้ำแข็งนึกขอบคุณในใจที่อีกฝ่ายที่ให้เวลาตัวเองได้คิดทบทวนและเรียนรู้กันแต่กันในอีกมุมหนึ่งมากขึ้นแทนที่จะรวบรัดด้วยการยกระดับความสัมพันธ์จากพี่ขี้แกล้งเป็นแฟนทันที เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้างให้พร้อมกับพยักหน้ารับแต่อารมณ์ดีได้ไม่นานก็ต้องหุบยิ้มฉับเมื่อได้ยินคำพูดจากอีกฝ่าย


                “เพราะพี่ยังไม่ได้ขอเป็นแฟน”


                “ไอ้.....เหี้ยพี่แบล็ค”

                .

                .

                .

                .



                   “ทำไมช่วงนี้ติดไอ้แบล็คจังเลยวะน้อง” น้ำใสที่นั่งอ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมาถามน้องชายที่ยืนมองเพื่อนตัวโตของเธอที่กำลังแบกกระสอบน้ำแข็งขึ้นรถเพื่อเตรียมออกส่งลูกค้า น้ำแข็งขานรับก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าเหรอหราเหมือนคนเหมอที่พึ่งถูกเรียกสติกลับมา


                “ห๊ะ ไรเจ้ เปล่าเลย ไม่ได้ติดไรเลย ไม่ได้มีอะไรกันด้วย”


                “เดี่ยวๆ เจ้ยังไม่ได้ถามเลยว่าอะไรกัน ทำไมถึงร้อนตัวออกมามากมายขนาดนั้น” น้ำใสขมวดคิ้ว ดูเหมือนน้องชายของเธอจะหลุดหลักฐานชิ้นสำคัญออกมาซะแล้ว


                การที่ปล่อยให้อยู่กันตามลำพังสองคนที่มันถึงขั้นติดกันแจขนาดนี้เลยเหรอวะ!


                “น้ำแข็งบอกเจ้มา ได้กับไอ้แบล็คยัง?” คำถามตรงไปตรงมาของพี่สาวทำเอาเด็กหนุ่มต้องรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธทันที ใบหน้าใสถอดสีจนซีดเซียว


                “ไม่! ยังไม่ได้กัน พี่แบล็คเขาแค่กำลังจีบแข็งอยู่” พอรู้ตัวว่าหลุดอะไรออกไปน้ำแข็งก็รีบเอามือตะครุบปากตัวเองไว้ทันที น้ำใสหรี่ตามองน้องชายอย่างจับผิด เสียแรงที่ไว้ใจตอนที่ตนไม่อยู่ไอ้เพื่อนตัวดีมันรุกหน้าขอจีบน้องชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอแล้วงั้นสินะ แต่แค่ขอจีบมันทำไมถึงต้องตัวติดกันแจยังดีที่ยอมทำงานทำการตามหน้าที่เลยไม่ทำให้เสียงานเสียการเท่าไหร่ คิดแล้วก็สงสัยจริงๆ เชียว


                “แค่จีบทำไมต้องตัวติดกันขนาดนั้น มันเหมือนเพื่อนเจ้ช่วงติดผัวเลย บอกมานะว่าไปถึงไหนกันแล้ว” น้ำใสคาดคั้นเอาคำตอบจากน้องให้ได้ น้ำแข็งมีสีหน้าลำบากใจที่จะตอบอย่างมาก “ไม่งั้นจะบอกป๊า”


                “อย่านะเว้ยน้ำใส!” เด็กหนุ่มร้องขึ้นมาทันที น้ำใสทำหน้าอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ล้วงมือถือขึ้นมาพร้อมกดเบอร์ป๊าตามที่บอก จริงๆ แล้วเธอก็รู้อยู่ว่าป๊าเป็นผู้ใหญ่หัวสมัยใหม่เรื่องแบบนี้เข้าใจง่าย และแบล็คก็เป็นเพื่อนลูกอีกคนของครอบครัว แน่นอนว่ารับได้แถมยังดีใจเสียอีกที่มีคนมาคอยช่วยงาน


                “งั้นก็บอกมาดิ”


                น้ำแข็งเกาหัวจนยุ่งไปหมด เหมือนถูกมัดมือมัดขาหนีไปไหนไม่ได้เลย ใจก็กลัวว่าถ้าป๊ารู้จะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้วมันจะพาลทำให้ความสัมพันธ์ที่พึ่งเริ่มของพวกเขาพังไม่เป็นท่า


                บอกก็ได้วะ!


                “กอด จูบ ลูบ คลำ”


                แต่นั่นไม่ใช่เสียงของเขา คนตัวโตที่เดินเข้ามาในบ้านอยู่ในชุดกางเกงยีนส์สีเข้มเสื้อกล้ามสีดำตามสไตล์ที่ชอบใส่อยู่ทุกวัน เหมือนชีวิตนี้มีเสื้อแค่แบบเดียวไม่เคยใส่แบบอื่นเลย ผิวเนื้อที่โผล่พ้นเสื้ออกมาประดับด้วยรอยน้ำหมึกสีดำชวนให้ไม่ว่าใครที่พบเห็นก็ต้องมองเหลียวหลังตาม น้ำแข็งหันขวับไปมากผู้มาใหม่ แบล็คที่เดินเข้ามาในสภาพเหงื่อเต็มหน้าพุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับซุกหน้าลงกับเสื้อยืดสีเหลืองลายเป็ดถูไถไปมาเพื่อซับเหงื่อ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจหรือผลักไสอีกฝ่ายออกถ้าเสื้อเปียกก็ค่อยไปเปลี่ยนก็ได้ ดีกว่าให้เหงื่อเขาตาเจ้ามนุษย์ตึกเดี๋ยวจะได้เห็นคนงอแงแสบตาอีก


                “มาก็ดีแล้วไอ้ตัวดี กูไม่อยู่บ้านแป๊ปเดียวริอาจจะตีท้ายครัวเหรอ?”


                “ไม่ คือมึงต้องเข้าใจคนรักกัน มึงจะมาห้ามไม่ได้ใส มันบาป” แบล็คตอบกลับ ทำเอาน้ำใสหัวเราะลั่นในที่สุดเพื่อนของเขาก็เลิกปากแข็งเสียที ไม่เสียแรงที่คอยเป่าหูตลอดว่ามีคนมาจีบน้ำแข็งเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่คิดว่าแบล็คจะใจกล้าไวขนาดนี้ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี


                “เออๆ แล้วสรุปแค่กอดจูบลูบคลำใช่มั้ย จะได้สบายใจว่าน้ำแข็งมันยังซิงอยู่”


                แบล็คแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอาอย่างคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเด็กตัวสูง แบล็คมองหน้าน้องที่ตอนนี้เริ่มเห่อแดงขึ้นมา ดูเหมือนในหัวเจ้าเด็กนั่นกำลังคิดถึงเรื่องลามกอยู่แน่ๆ และมันก็เป็นเรื่องลามกที่เกิดขึ้นจริงระหว่างเราทั้งคู่  บอกดีไหมนะ?





                “มือกับปากไอ้แข็งมันไม่ซิงแล้ว”

                .

                .

                .

                END







อย่าลืมนะคะ ถ้าเม้นในนี้มไ่สะดวก ไปคุยกันในแท็ก #อาชีพโฮลิน ก็ได้เด้อ 
เพื่อขวัญและกำลังใจที่ดีจะได้มีแรงปั่คฟิค แอ้กกกก


แง่มมมมม มาแก้คำผิดแล้วค่ะ <3 10/06/2561
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,334 ความคิดเห็น

  1. #1092 ohhoimim1215 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 13:47
    ฮือๆๆๆๆๆ น่ารักที่สุดเลยค่ะ พี่แบล็คทำไมปากแข็ง ชอบก็บอกว่าชอบดิ แกล้งน้องอยู่ได้ น้องก็น่ารักมาก ฮื้ออออ ทำไมเรื่องนี้มันถึงน่ารักอย่างเน้~~~~~~ พอบอกชอบกันก็สวีทเว่อร์ อะไรคือการที่หน้าชุ่มเหงื่อแล้วเอาหน้ามาเช็ดเสื้อน้องอ่ะ บ้าๆๆๆๆๆ เขินมากแล้ว ตอนจบคือแบ๊บบบบบ ปาก กับ มือ ไม่ ซิง!!!! หมายความว่าไงคร๊!!!!!!!!!!!!!
    #1,092
    0
  2. #1090 AIYSHY_K (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 02:18
    พิแบล็คคคตตทำอารัยยยยยยยลูกชั้นนนนน เดี๋ยวตีเลย -บ้าขี้แกล้งชะมัด555555 แต่น่ารัก อิอิ
    #1,090
    0
  3. #1072 swag_tpk (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 15:58
    โอโห น้องหมวยเร้กกก มือกับปากนี่ไม่ซิงแล้วคืออะไรคะ หื้มมม
    #1,072
    0
  4. #1071 Khunmedsai (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 01:57
    กรี๊ดดดดด น้องงง มือกับปากทำรัยคะ ตัยล่าวววว
    #1,071
    0
  5. #1070 maielf13 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 03:12
    กี้สสสสสสสสสสสสส อะไรคือมือกับปากน้องไม่ซิงแล้ว พี่แบคมาให้ตีเดี๋ยวนี้!!!
    #1,070
    0
  6. #1067 Erica Lucia (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 19:56
    อรุ่มมมมมมม ิุดรี้ส
    #1,067
    0
  7. #1066 ace.v (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 11:38
    อะไรคือปากกับมือไม่ซิงแร้วววววววว ปากพอเข้าใจ แต่มือน่ะมืออออออออ ทำไมมมมมมมมมม พี่แบล็คทำอะไรน้องงงงงงงงงงงงงง
    #1,066
    0
  8. #1064 bmw0626 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 14:42
    อมกกกกกกก. บกากน้ห้นพว้ย่หันำวยีกนัพ
    #1,064
    0
  9. #1063 greenismine (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 11:05
    ชอบคาแรคเตอร์-พี่แบล็ค แสนจะกวนเบื้องล่างจริง ๆๆๆๆ 555555 แต่ก็เนาะ น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจน้องน้ำแข็งอ่ะ พี่แบล็คแกล้งทุกวัน มันก็ต้องหวั่นไหวกันบ้างแหละ เขินฉากที่โต๊ะอาหารเว่อ ฮือ น่ารักกก เขินตอนจูบด้วย กำลังเขินๆอยู่ดีๆ อิพี่บอกว่ายังไม่ได้ขอเป็นแฟน อิพี่แบล็คโว้ยยยยย 555555555555555555 จากคู่กัดกลายเป็นคู่รัก— แค่กๆๆๆๆๆ
    #1,063
    0
  10. #1062 Fruit-Tea (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 05:56
    ไวเหลือเกินค่ะพี่แบล็คคคค
    #1,062
    0
  11. #1061 E.L.F*JW (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 03:08
    อหห ประโยคสุดท้ายอบบบๆบฟบฟบฟบ
    #1,061
    0
  12. #1060 Cchaz (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 01:31

    แแอคแทคเหลือเกินนน -//-

    #1,060
    0
  13. #1059 ptrp. (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 01:20
    กรี้ดดดดดดดดดด ประโยคสุดท้ายมันคืออะไรรรรรรร น้องลูกกกฮือ น่ารักมากเลยเรื่องนี้ น้องน้ำแข็งดื้อแต่น่ารัก ฮือ แต่ภาพพี่แบล็คในเสื้อกล้ามก็ชวนหืดหาดดีจริง -..-
    #1,059
    0
  14. #1058 ansine (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 23:33
    ผู้ชายยิ่งเเกล้งยิ่งชอบ เเต่บางทีก็เเกล้งน้องเเรงไปมันน่าทุบ!!!

    ประโยคสุดท้ายนี่โคตรคิดไปไกลออกนอกทะเลเเล้วววว หรือความจริงมันมีถึงเเค่ชายหาด5555555555
    #1,058
    0
  15. #1057 Elllsaaaa (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 20:20
    ขอส่วนขยายปากกับมือด้วยค่ะ
    #1,057
    0
  16. #1056 นางสาว แก้มป่อง (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 19:43
    ฮื้ออออออ อิพิแบคร้ายมากกกกกก //น้ำแข็งลูกแม่ แงงงงงง
    #1,056
    0
  17. #1055 Pupae Sp (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 19:02
    เดี๋ยววว ไม่ซิงตอนไหนนน อยากอยู่ในเหตุการณ์55555555555
    #1,055
    0
  18. #1054 Pinky Poppy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 18:29
    ประโยคสุดท้ายแอทแท็คเต็มๆเลยค่ะ ตายไปเลยยยยย น้องน้ำแข็งระเหยระเหิดไปแล้วเเน่ๆ
    #1,054
    0
  19. #1053 Xingmin (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 17:38
    โอ๊ย​ พี่แบล็คตรงไปละ​ น้ำใสหัวใจวายละมั้ย​ 5555
    #1,053
    0
  20. #1052 Tanee Lov (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 16:48
    มือกับปสกไม่ซืง กรี๊ดๆ
    #1,052
    0
  21. #1051 lovebieber110 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 15:46
    งุ้ยยยยยย น่ารัก เขินจนเพื่อนมองไปหมด ยิ้มจนแก้มจะแตกแล้ววววว 555555
    #1,051
    0
  22. #1050 baekhoismysmile (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:29
    เขินแรงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    พี่แบล็คโซกร้าวใจอะ ไม่ดิบเกิน ไม่สุภาพเกิน เวลาอ่อนโยนนี่แบบ ฟนาดวดงกวหมกาแนยอสแมด เขินว่อยยย
    #1,050
    0
  23. #1049 DKSm (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:24
    ผู้ชายยิ่งแกล้งยิ่งชอบเนอะ 555555 แต่แบบพี่คะ ยังเกลืออีกจุดเนอะที่แข็งยังซิงอยู่ 55555555 โอ้ยยย
    #1,049
    0
  24. #1047 Fhunter (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 23:17
    ดีมาก ดีมากๆๆๆๆๆๆ พี่ก็ปากสุนัข น้องก็ปากแข็งสมชื่อเลย ชอบค่ะๆ นี่ขนาด 20% นะ งืออๆๆๆๆ กล้ามอิพี่น่าแซ่บกับน้องจังค่ะ ว๊ายยยนี่เราพูดอะไรออกไป
    #1,047
    0
  25. #1046 maielf13 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 22:52
    ว้อยยยยยยยยยย ปากนี่พอๆกันเลยยนะคะทั้งพี่ทั้งน้องเลยเนี่ย บ้านจะพังมั้ยให้ทาย55555555
    #1,046
    0