(produce101) กรุณาระบุอาชีพที่ต้องการ - sf holin ♡

ตอนที่ 4 : Please take me away [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,779
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    7 ก.ค. 60











            ที่นี่ที่ไหน เขาหลงทาง ?



            ไลควานลิน สับขาวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่ขายาวๆ ของเขาจะทำได้ ร่างโปร่งหยุดหอบหายใจใช้มือดันเข่าโค้งตัวด้วยความเหนื่อยพลางกอบโกยเอาอากาศทั้งหมดเข้าปอด เสียงโวยวายของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่แห่ตามหลังมาทำให้เด็กหนุ่มต้องแทรกตัวหลบเข้าไปในตรอกซอยแคบๆ ข้างตึกอาคารที่ดูเก่าคล้ายจะถล่มในเร็ววัน บรรยากาศที่ทั้งมืดและมีเหม็นกลิ่นขยะคละคลุ้งไปทั่วทำให้ควานลินรู้สึกคลื่นไส้แทบจะขย้อนของเก่าในกระเพาะออกมาให้ได้



            มือขาวยกขึ้นมาปิดปากกลั้นความพะอืดพะอมนั่นไว้ สายตาพลับเหลือบไปเห็นเพิงเก่าๆ คาดว่าจะเป็นสถานที่ที่ใช้พักอาศัยของพวกคนเร่ร่อนเท่าที่มองจากภายนอกสภาพก็ไมได้ต่างจากกองขยะดีๆ นี่เอง



            แต่ก็ดีกว่าโดนกระทืบตายวะ



            เร็วเท่าความคิดร่างโปร่งพยุงร่างเหนื่อยหอบของตนเดินเข้าไปในเพิงที่ว่านั่น ดึงแกลลอนเหล็กที่ตั้งอยู่ไม่ห่างมากมาบังส่วนทางเข้า ก่อนจะใช้ผ้าห่มเน่าของใครซักคนคลุมบังตัวเองไว้แล้วไปขดตัวอยู่มุมในสุด



            ครืดด ครืดด



            เสียงท่อนเหล็กแข็งถูกลากมาตามพื้นถนนพร้อมกับฝีเท้าหลายคู่ที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พวกนั้นคงกำลังตามหาตัวเขาให้วุ่นและตอนนี้คงใกล้จะหาตัวเขาเจอแล้ว ไม่รู้จะใช้บทสวดบทไหนให้เกิดปาฏิหาริย์กับชีวิตที่ไม่รู้จะสิ้นสุดลงตรงนี้หรือไม่ ควานลินหลับตาแน่นพยายามข่มให้ใจนิ่งที่สุดตั้งสมาธิคิดว่าเขาควรทำเช่นไรเพื่อที่จะหนีเอาชีวิตรอดออกไปจากเหตุการณ์ห่าเหวนี่



            “ไลควานลิน กูรู้นะว่ามึงอยู่แถวนี้”



            เสียงตะโกนกร้าวเต็มไปด้วยโทสะทำเอาเด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าไหลซึมไปตามลำคอใบหน้าหล่อที่ซีดเซียวไร้เลือดฝาดเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการต่อสู้ เช่นเดียวกันฝ่ามือที่เย็นเฉียบและจังหวะชีพจรที่รัวตุบตับที่มาพร้อมความว่างเปล่าในสมอง เสียงฝีเท้าของคนข้างนอกยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยเสียงโครมครามของการทำลายข้าวของด้วยความโมโห



            ควานลินพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดและเงียบที่สุด เขารู้ว่าไม่นานเดี๋ยวก็ถูกค้นตัวเจอแต่อย่างน้อยก็ขอยื้อเวลาออกไปเพื่อทำใจอีกสักพัก หรือตอนที่พวกมันหาตัวเจอเขาจะร้องขอให้สั่งพิซซ่ามาให้ก่อนตายดีนะ ตอนนี้ทั้งกลัวทั้งหิว มันรู้สึกแย่มากๆ เลย



            ถ้าได้พิซซ่าเปปเปอร์โรนีซักถาดตอนนี้คงจะดี การรอเวลาโดนกระทืบของเขาคงมีความสุขมากๆ



            ไลควานลิน คนนี้ก็แค่เด็กมัธยมปลายธรรมดาที่แส่หาเรื่องเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกนักเลงลักลอบส่งของผิดกฎหมายประจำถิ่น จุดเริ่มต้นของเขาคือการบรรจุตัวเข้าเป็นเด็กส่งของให้พวกนั้น แล้วค่อยๆ เลื่อนมาเป็นคนขายเองบ้างบางครั้ง ถ้าถามว่าของที่เอามาขายเขาเอามาจากไหน... ก็ขโมยมาจากของที่มันให้เอาไปส่งนั่นแหละ พวกนั่นดีแต่ใช้กำลังไม่ค่อยมีสมองเท่าไหร่ หากมีของที่เล็กๆ หายไปนิดหน่อยก็ไม่รู้ตัวหรอก พอแอบเอามาปล่อยตลาดเองก็ได้เงินตั้งเยอะ ไม่ต้องแบกหน้ากลับไปขอเงินที่บ้านได้หลายวัน



            แต่ตอนนี้เขาถูกหัวหน้าเขตของพวกมันจับได้และสั่งตามตัวไปกระทืบเล่นเหมือนกระป๋องใช้แล้ว ไม่ใช่ว่าคิดน้อยที่เลือกเอาชีวิตเข้ามาพัวพันเส้นทางสายมืดดำ แต่ควานลินแค่อยากทำให้คนคนนั้นรู้สึกแย่และเสียหน้าเพราะสิ่งที่เขาทำ แต่ดูเหมือนบางอย่างที่ทำจะไม่ได้เรียกความสนใจจากอีกฝ่ายได้เลย บางทีควานลินก็คิดนะว่า... ถ้าไม่มีเขาอยู่ ก็คงไม่เป็นไรมั้ง



            เขารู้ดีว่าบทลงโทษของการทรยศจะลงเอยเช่นไร แต่ถ้ารู้เอาตัวรอดและหาทางหนีได้มันก็เป็นทางที่คุ้มจะลองเสี่ยง และถ้ารอดจากวันนี้ไปได้เขามีแผนจะไปซบอกมาเฟียใหญ่ประจำถิ่นเพื่อให้พวกนั้นคุ้มกะลาหัวจากพวกนักเลงค้ายาต๊อกต๋อยพวกนี้



            ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เขาหลบซ่อนอยู่ตรงนั้น แต่คนพวกนั้นก็ยังไม่ไปไหนจนมีเสียงฝีเท้าวิ่งย่ำน้ำที่ขังอยู่ตามพื้นใกล้เข้ามาพร้อมเสียงหอบหายใจของใครซักคน



            “พะ พี่ ไอ้ยองจุนมัน แฮ่ก” ช่วงเสียงขาดๆ หายๆ ทำให้รู้ว่าคนๆ นี้วิ่งมาไกลแค่ไหน และดูท่าว่าจะกำลังหนีอะไรซักอย่างมา ควานลินขยับตัวเล็กน้อยเงี่ยหูฟังบทสนทนาที่เกิดขึ้นด้วยความอยากรู้



            “ไอ้ยองจุนมันทำไม มึงก็พูดสิวะ” เสียงของหัวหน้าพวกมันตะคอกกลับอย่างหัวเสีย



            “ไอ้ยองจุนมันโดนสายตรวจจับได้พี่ ไม่รู้ว่าแม่งโผล่มาจากไหน แล้วไอ้ห่ายองจุนมันมีปืนไงเลยโดนจับตัวไว้ ผมแอบหนีออกมาบอกพี่เนี่ย”



            “ชิบหาย แล้วทำไมแค่จับตัวไอ้เด็กเวรนั่นต้องมีเรื่องห่าเหวมากมายขนาดนี้วะ” หัวหน้าคนเดิมตะโกนออกมาอย่างเหลืออด “ไลคลานลิน!! มึงฟังกูให้ดีนะ ต่อให้โชคเข้าข้างคนทรยศอย่างมึงแค่ไหน พวกกูก็จะลากคอมึงมาเหยียบให้ได้ กลับ!



            เหอะ มึงตามช่วยไอ้ยองจุนลูกน้องมึงก่อนเถอะ



            ดูเหมือนความหิวและกลัวตายของควานลินจะส่งกระแสจิตเรียกสายตรวจที่พูดถึงนั่นจะเข้ามาช่วยไว้ได้ เด็กหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกนักเลงเงียบหายไปนานแล้วแต่เขาก็ยังไม่วางใจที่จะโผล่หัวออกไปอยู่ดี



            ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าของอีกคนเดินเข้ามาใกล้จุดที่เขาอยู่ แต่ฝีเท้าครั้งนี้ดูเบาและระวังตัวมากกว่าพวกนั้นตามด้วยเสียงสัญญาณน่ารำคาญของวิทยุสื่อสารที่พวกสายตรวจชอบพกดังอืดๆ ให้ได้ยิน คนที่อยู่ข้างนอกคงเป็นพวกตำรวจสายตรวจนั่นสินะ....



            ควานลินโผล่หัวออกจากผ้าห่มเส็งเคร็งนั่น พยายามหยัดตัวลุกขึ้นแต่ความเจ็บปวดก็พุ่งเข้าจู่โจมที่บริเวณหน้าท้อง จุดที่เขาโดนไอ้พวกนั้นใช้ท่อนเหล็กฟาดก่อนจะหนีออกมา ดูเหมือนความปวดเริ่มจะทำหน้าที่ของตัวเองแล้วหลังจากหนีตายจนลืมเจ็บ



            ถึงจะรอดจากไอ้พวกนั้น แต่เขาก็ไม่ได้อยากโดนตำรวจเจอตัวในสภาพแบบนี้หรอกนะ



            ริมฝีปากบางสั่นเล็กน้อยก่อนจะเม้มแน่นข่มความเจ็บที่เกิดขึ้นกับร่างกาย แต่โชคดันไม่เข้าข้างเมื่อขาและแขนพลันไร้เรี่ยวแรงเอาเสียดื้อๆ ควานลินทรุดตัวลงกับพื้นจนมือที่พยายามเอื้อมคว้าหลักยึดดันไปปัดของหล่นจนทำให้เกิดเสียง



            “มีใครอยู่ในนั้น?” เสียงทุ้มร้องทักเมื่อจับการเคลื่อนไหวของคนพร้อมเสียงกุกกักที่ดังมาจากเพิงเก่าๆ นั่น สายตรวจหนุ่มย่างเท้าเข้าไปใกล้จุดเกิดเสียงมากขึ้น แสงไฟจากไฟฉายพกพาแยงส่องทางเข้าด้วยความระมีดระวัง มืออีกข้างก็กระชับกระบองที่พกแน่นกันเหตุฉุกเฉิน



            “ผมเป็นตำรวจครับ ขอเข้าไปข้างในหน่อยนะ”



            ถ้ากูบอกว่าไม่ มึงจะถอยออกไปมั้ยละคุณตำรวจ ?



            ควานลินแอบนึกในใจ คนที่อยู่ข้างนอกดูเป็นสายตรวจมือใหม่ที่ถ้าเจอเข้ากับพวกนักเลงสายแข็ง ก็เท่ากับว่าถูกส่งมาตายชัดๆ แล้วที่พวกนั้นบอกว่าไอ้ยองจุนโดนจับนี่... ถูกจับโดยไอ้ตำรวจลูกเป็ดนี่เหรอ ?



            ควานลินยกมือขึ้นมาบังแสงจากไฟฉายที่แยงตา ส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความหงุดหงิด ดูเหมือนบุญคุณที่ช่วยไล่คู่อริจะไม่ได้ทำให้เขานึกหงุดหงิดพวกตำรวจน้อยลงเลย โดยเฉพาะสายตรวจน่ารำคาญ วันๆ เอาแต่นั่งรถเล่นบนถนนใหญ่ๆ กินลมชมวิวไปทั่วเมืองไม่ทำมาหาแดกอะไร ประชาชนจะถูกจี้ตายห่าอยู่แล้วยังไม่รู้เรื่อง เปลืองงบประมาณจริงๆ



            แต่ยังดีที่วันนี้นึกอยากเข้าตรวจตรอกเล็กๆ นี่ เพราะงั้นจะนึกขอบคุณซักวันแล้วกัน



            “อ่าวไอ้หนู มานอนอะไรอยู่นี่” เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงตกใจ ควานลินโบกมือบอกให้ลดไฟฉายลงอีกฝ่ายก็สะดุ้งเฮือกพร้อมทำตามที่เด็กหนุ่มบอก



            “โดนซ้อมมา ช่วยพาไปส่งหน่อยได้มั้ย?” ควานลินตอบตรงๆ ไหนๆก็หนีไอ้สายตรวจนี่ไม่ได้แล้ว ก็ขอให้มันไปส่งเลยละกัน พอได้ยินดังนั้นก็รุดเข้ามาช่วยพยุงร่างโปร่งออกมาทันที สายตรวจที่ว่าดูจะตัวเตี้ยกว่าควานลินนิดหน่อยแต่ตัวหนากว่าเลยมีแรงที่จะช่วยพยุงเด็กหนุ่มสบายๆ



            ควานลินเป็นเด็กตัวสูง แต่ร่างกายกลับเพรียงบางไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อ แขนขายาวแต่ดูไม่เก้งก้าง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เล่นกีฬาเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้สมชายอะไรทำนองนั้นแต่ชีวิตส่วนมากเสียเวลาไปกับการวิ่งหนีตำรวจและพวกที่จ้องรุมกระทืบมากกว่า นิสัยของเขาผิดกับหน้าตาขาวใสที่ติดจะหล่อไปทางน่ารักหน่อยๆ ดวงตากลมโตขนตางอนยาว จมูกโด่งได้รูปช่างรับกับริมฝีปากบางสีชมพูสวย ลักยิ้มเล็กๆ ที่แก้มข้างซ้ายยิ่งทำให้เขาดูน่ารักมากขึ้นเวลายิ้ม แต่มันก็จะเห็นได้ยากหน่อยเพราะเด็กคนนี้ชอบทำหน้าบูดบึ้งมากกว่าที่ฉีกยิ้มไปทั่ว



            “แล้วนี่ไปโดนใครรุมกระทืบมาเนี่ย เจ็บมากรึเปล่า? ไปแจ้งความก่อนมั้ย?”



            “ไม่เป็นไรครับ พาไปส่งก็พอ” 



            “อา นายยังเด็กอยู่เลยน้า อะ เอ้อ ลืมแนะนำตัว ผมชื่อคิมแจฮวานนะ”



“............” ควานลินไม่ได้ตอบอะไร และตอนนี้เขาเริ่มที่จะรำคาญบ้างแล้ว



“เมื่อกี้นี่จับนักเลงพกปืนได้ด้วย นายคงไม่เกี่ยวอะไรกับพวกนั้นใช่ม้า ต้องใช่แน่ๆ เลย แต่หน้าตาแบบนี้มันคุ้นๆ อยู่นะ..” แจฮวานว่าพลางทำหน้านึก ตาดวงเล็กๆ เพ่งมองใบหน้าของควานลินเหมือนพยายามหาคำตอบ แต่มองไปก็ไม่มีตัวอักษรผุดขึ้นมาเฉลยหรอกนะ



“แล้วคิดว่าเกี่ยวมั้ยล่ะ?”



คำพูดกวนๆ ของควานลินทำเอาแจฮวานคว่ำปากร้องอูวพยักหน้าคล้ายเข้าใจ ดูเหมือนการลงพื้นที่ตรวจของเขาในคืนนี้จะได้งานจริงๆ ครั้งแรกในหนึ่งเดือนแล้วล่ะ



“ถ้างั้นพี่คงไปส่งไม่ได้แล้วแหละ ไปนอนที่โรงพักก่อนเนอะ เผื่อจะได้คุอะไรกันมากขึ้น”



ควานลินอุทานเหี้ยในใจดังมาก ต้องโทษตัวเองที่อยากกวนอีกฝ่ายจนไม่ทันคิดทำให้เป็นการชักความซวยเข้าใส่ตัวเอง ถ้าตอนนี้มีแรงมากพอเขาก็อยากจะผลักไอ้ตำรวจบ้านี่แล้ววิ่งหนีไปให้ไกลๆ แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยกับความคิดเลย เด็กหนุ่มถอยหายใจยาวด้วยความเซ็ง ใบหน้าน่ารักบูดบึ้งหนักกว่าเก่า



โรงพักอีกแล้วเหรอ โทรเรียกผู้ปกครองอีกแล้วสินะ

แต่ท่านผู้การคนไม่ว่างมาดูลูกหรอกมั้ง....

 

 

 





            สถานีตำรวจในเวลาตีสองมันช่างว่างเปล่าและไร้ผู้คน มีแค่ตำรวจไม่กี่นายที่ยังคงเข้าเวรแถมยังอยู่นอกเครื่องแบบกันอีก โดยเฉพาะแจฮวานที่เจอกันครั้งแรกควานลินนึกว่าลุงขายโจ๊กหน้าปากซอยเสียอีก เด็กหนุ่มถูกพาที่มาสถานีและให้นั่งรอลงประวัติและเขียนบันทึกประจำวันรวมทั้งเรื่องที่เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้ยองจุนที่ดันพกปืนออกนอกสถานที่นั่นอีก



            น่ารำคาญแถมยังเสียเวลาอีก



            ควานลินนึกในใจ นี่ก็หลังจากลงประวัติก็นั่งมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ได้ทำอะไรต่อเลย ไม่เห้นจะมีใครมาถามซักนิดว่าเขาเกี่ยวข้องอะไรกับพวกนั้น เด็กหนุ่มเหลือบไปมองสายตรวจซื่อบื้อที่นั่งกินโดนัทอยู่ม้านั่งยาวข้างประตูทางออกแล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความเซ็ง



            นี่ไม่คิดว่าเขาจะวิ่งหนีออกไปเลยหรือไง มิน่าล่ะคนร้ายถึงหนีกันได้ง่ายๆ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ช้ำหนักของเขาตอนนี้ควานลินรู้ดีว่าไม่สามารถพยุงตัวหนีไปได้แน่นอน ถึงไปได้ก็โดนลากตัวกลับมาอยู๋ดี บางทีแจฮวานอาจรู้ถึงความจริงข้อนี้เหมือนเขาก็ได้



            “นี่ ชื่อแจฮวานใช่ป่าว” ด้วยความเบื่อควานลินเลยตัดสินใจหันหลังกลับไปเพื่อชวนสายตรวจซื่อบื้อคุย แม้จะพยายามเคลื่อนตัวเบาแค่ไหนเขาก็ยังรู้สึกเจ็บปวดตามตัวจนต้องร้องออกมาเบาๆ อยู่ดี



            “ใช่ๆ แต่นายควรเรียกฉันว่าพี่นะ เรียกชื่อเฉยๆ นี่ดูหยาบคายเกินไปแล้ว”



            เด็กหนุ่มยักไหล่แสดงออกว่าเขาไม่ได้สนใจคำต่อว่าของแจฮวานเลยซักนิด แต่ก็คิดว่าถ้ายอมเรียกพี่ดีๆ อาจจะคุยกันถูกคอก็ได้



            “เออพี่ แล้วคนที่จับมาอยู่ไหนอะ ที่บอกว่ามีปืนอะ” ควานลินถามด้วยความอยากรู้ ความจริงก็ถามหยั่งเชิงดูเหมือนกันว่าเขาจะต้องไปอยู่กับไอ้หมอนั่นหรือเปล่า



            “อ่อ อยู่ในห้องขังโรงพักน่ะ ผู้กองเขาจัดการเรียบร้อยแล้ว นี่ไม่ได้อยากจะเล่าเลยนะ ตอนหมอนั่นพยายามวิ่งหนีน่ะไวอย่างกะลิง แต่ดันโดนผู้กองเขารวบตัวไว้ได้ แหม บอสเรานี่เก่งจริงๆ” 



แจฮวานโอ้อวดถึงบุคคลที่สามด้วยท่าทางภาคภูมิใจ โดนัทชิ้นที่เหลือถูกยัดเข้าปากก่อนจะหันมาถามควานลินทั้งที่ยังมีเศษขนมเต็มปากจนพูดฟังไม่ได้ภาษา



“ว่าแต่ถามทำไม เพื่อนเหรอ?”



            “เห้ย เปล่าพี่ แค่บังเอิญไปเหยียบเท้าพวกมันแล้วโดนรุมเฉยๆ น่ะ” ควานลินโบกมือไปมาเพื่อปฏิเสธ ความจริงเขาตั้งใจว่าถ้าได้ลงบันทึกข้อความจะบอกแค่ว่าเดินมาร้านสะดวกซื้อกลางดึกแล้วเผลอไปทำตัวสะกิดเท้าพวกนักเลงเลยโดนรุมเท่านั้น ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากกว่านี้



            ขืนบอกความจริงทั้งหมด เขานี่แหละที่จะโดนข้อหาเสียเอง แหมนี่แอบส่งยานะ ไม่ใช่เล่นขายของ



            “จริงเหรอ เอ้อ... ยังไม่ลงบันทึกเลย แต่เห็นว่าผู้กองเขาจะมาทำเอง”



ควานลินพยักหน้ารับก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมผู้กองที่ว่าต้องมาทำเองอะ ให้พี่ทำก็จบเรื่องแล้วนี่ ผมจะได้กลับบ้านไปนอน”



“ไม่รู้เหมือนกัน แต่เดี๋ยวคงออกมาแล้วมั้- อ่า ผู้กองคังครับ กำลังพูดถึงพอดีเลย”



พูดไม่ทันจบประโยคสายตาของแจฮวานที่ตอนแรกกำลังจับจ้องอยู่กับคู่สนทนาก็เลื่อนขึ้นไปมองจุดโฟกัสใหม่ที่โผล่มาจากที่ไหนซักแห่ง ควานลินรับรู้ถึงคนมาใหม่ที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังของเขา เงาของคนที่คาดว่าที่ร่างกายที่ใหญ่พอตัวพาดลงมาที่ร่างของเด็กหนุ่ม ควานลินขยับตัวช้าๆ เพื่อหันมามองผู้กองคังที่พูดถึง



“สวัสดีครับ  แล้วนาย... ไลควานลินใช่มั้ย?” ครั้งแรกหันไปทักทายแจฮวานที่ส่งยิ้มจนตาหยีมาให้แล้วค่อยเปลี่ยนมามองเด็กหนุ่มที่สภาพไม่ต่างจากคนที่พึ่งไปกัดกับหมามา ใบหน้าน่ารักอยู่ในสภาพแย่และสะบักสะบอมพอตัว ผู้กองหนุ่มมองควานลินด้วยสายตายากที่จะอ่าน แต่ในความคิดของคนถูกจ้องกลับรู้สึกเหมือนกำลังมองด้วยสายตาสมเพช คิดแล้วก็หงุดหงิดในใจแปลกๆ



 “อือ” ควานลินพยักหน้าตอบรับคำถาม สายตาไม่พอใจมองไปยังนิ้วที่กำลังชี้หน้าของเขาอยู่ ดูเหมือนอีกฝ่ายก็รู้ตัวจึงลดระดับมือของตัวเองแล้วเปลี่ยนมาเท้าสะเอวแทน



“ผมคังดงโฮนะ ผมมารับผิดชอบต่อจากแจฮวาน”



ตำรวจหนุ่มแนะนำตัว คังดงโฮเป็นผู้ชายหน้าตาที่จัดว่าค่อนข้างดีแม้ตอนนี้จะมีหนวดเคราเขียวครึ้มทำให้เขาดูดุดัน ถ้าไม่บอกว่าเป็นตำรวจควานลินคงคิดว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ทำงานสายมืดแน่ๆ ไม่ค้ายาก็รับจ้างฆ่าคน ร่างกายของดงโฮดูกำยำมากกว่าเขาที่ผอมบาง เหมือนควานลินจะเผลอจ้องสำรวจอีกฝ่ายมากเกินไปทำให้ดงโฮเลิกคิ้วพร้อมยกมือขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าเพื่อเรียกสติ



“ได้สติแล้วก็ตามผมมา เดินไหวใช่มั้ย คงไม่ต้องอุ้มหรอกมั้ง”



พูดจบก็เดินนำเข้าไปตามทางเดินที่ดูเหมือนจะมีห้องแยกอีกมากมายอยู่ข้างใน ควานลินใช้มือเท้าโต๊ะดันตัวขึ้น แต่ความเจ็บก็เข้าจู่โจมเข้าอีกครั้ง



“นี่ๆ เดินไม่ไหวก็บอกสิ” เป็นแจฮวานที่เห็นท่าไม่ดี เลยอาสาเข้ามาช่วยพยุงควานลินเดินตามเข้าไป  ไม่นานทั้งสามคนก็เดินมาถึงหน้าห้องที่ไม่มีป้ายชื่อติด ควานลินหันไปสบตากับแจฮวานด้วยความสงสัย



“ห้องใครเหรอ?” คำตอบที่ได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มแหยๆ ของสายตรวจจอมบื้อเท่านั้น



“ขอบคุณมากครับ เข้าไปข้างในเลยครับ” หันไปขอบคุณแจฮวานเสร็จก็ผายมือเชิญให้ควานลินเข้าไปด้านในโดยที่ไม่ลืมเปิดประตูให้ตามมารยาท



แจฮวานทำความเคารพดงโฮก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ควานลินเผชิญหน้ากับผู้กองหนุ่มเพียงลำพัง



ควานลินชะเง้อคอเข้าไปด้านในห้องด้วยความไม่ไว้วางใจ เขาไม่รู้ว่าต้องเข้าไปเจออะไรที่อยู่ในห้องนั้น หรือผู้กองนี่จะพาเขามาเค้นความลับกัน แต่ยังไงเขาก็ตั้งใจแต่งเรื่องมาแล้วต่อให้เค้นยังไงก็ไม่ยอมบอกง่ายๆแน่



“กลัวอะไร ไม่ได้เอามาฆ่า เข้าไปเถอะ” ต้นเสียงที่อยู่ใกล้หูจนเกินไปทำเอาเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก พอหันหน้าไปมองก็ปะทะเข้ากับปลายจมูกโด่งที่อยู่ห่างจากใบหน้าของเขาไปเพียงไม่กี่เซน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นดงโฮกำลังไม่เข้าใจกับท่าทางของเด็กตรงหน้า สรุปจะขี้สงสัย ขี้ระแวง หรือขี้ตกใจกันแน่



“ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นซักหน่อย”



“ก็เห็นทำท่าเหมือนกลัว นึกว่าป๊อดซะอีก”



คำพูดของตำรวจหนุ่มดูเหมือนจะเรียกอารมณ์หงุดหงิดจากควานลินได้ เด็กหนุ่มใช้แรงที่เหลือดันหน้าอกของอีกฝ่ายออกห่างก่อนจะเดินนำเข้ามาในห้อง



ร่างโปร่งเคลื่อนตัวเข้ามาในห้องช้าๆ ด้วยความยากลำบากโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือซักนิดจากผู้กองหนุ่มที่เดินตามหลังมา นึกแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมากกว่าเก่าไหนบอกว่าจะมารับช่วงต่อจากแจฮวาน ถ้าพูดแบบนั้นก็หมายถึงการดูแลเขาด้วยไม่ใช่หรือไง



ควานลินพยุงร่างเข้ามาถึงกลางห้องที่มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ดูหรูหราและน่าจะเป็นโต๊ะประจำตำแหน่งของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เขาทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ที่วางเอาไว้ด้านหน้าโต๊ะ นี่ พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกพลางชื่นชมตัวเองในใจว่าสามารถพาตัวเองมาถึงจุดหมายได้โดยไม่ล้มต่อหน้าตำรวจขี้เก๊ก



ดงโฮเดินอ้อมไปยังเก้าอี้ตัวใหญ่ที่วางอยู่มุมในของโต๊ะทำงาน แต่มันไม่ได้หันออกมาคงเป็นเก้าอี้ประจำตำแหน่งของของคังดงโฮแน่ ควานลินคิดในใจ



แต่ดูเหมือนสิ่งที่ควานลินคิดจะไม่ถูกต้อง เมื่อเก้าอี้ตัวโตที่ว่านั่นหมุนกลับมาหาเขาเผยให้เห็นบุคคลที่คุ้นตา ใบหน้านิ่งๆ ที่มีความคล้ายกันกับเขาอยู่ไม่น้อย ดวงตาดุดันมากกว่าที่กำลังจับจ้องมี่ควานลินอย่างเอาเรื่อง



พ่อ...”



ไล จินเหลียง ผู้บังคับการตำรวจประจำเขตและเป็นพ่อแท้ๆ ของควานลิน เขาเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลและเส้นสายมากมายในสายตำรวจ ด้วยบารมีที่สะสมมาต่อให้ควานลินจะไปสร้างเรื่องก่อวีรกรรมไว้ที่ไหนก็ไม่มีเหตุการณ์ที่ต้องเข้าคุกเข้าตารางแบบจริงๆ จังๆ เสียที และนี่อาจจะเป็นข้อเสียของการเลี้ยงลูกของจินเหลียงที่ช่วยเหลือและตามใจมากเกินไป ทำให้ควานลินก่อเรื่องซ้ำๆ ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่ควานลินไม่เคยเห็นความรักของเขาเลย



“แล้วดูสภาพสิ นึกว่าไปกัดกับหมามา” น้ำเสียงเข้มดุลูกชาย ใบหน้าจริงจังแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าตอนนี้เขากำลังโกรธ ควานลินหลบตาพ่อและหันไปจ้องดงโฮอย่างเอาเรื่อง



เขานึกว่าครั้งนี้จะไม่ต้องมาเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อแน่ เรื่องแค่นี้จำเป็นต้องถึงหูพ่อของเขาไหม คำตอบคือไม่ คังดงโฮไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับสายตาไม่เป็นมิตรของเด็กน้อย และสิ่งที่เขาทำเขาเองก็คิดว่าถูกแล้ว คนเป็นพ่อควรได้รับรู้ถึงพฤติกรรมและเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชาย ไม่ใช่ปล่อยผ่านไปเฉยๆ



“มันไม่เกี่ยวกับพ่อเลย ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะ”



“หยุดเดี่ยวนี้นะควานลิน! เมื่อไหร่แกจะเลิกก่อเรื่องซักที ตั้งแต่เด็กจนโตฉันไม่เคยสอนให้แกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ บ้านช่องก็ไม่กลับ เรียนก็ไม่มา จะให้ฉันอกแตกตายเหรอ!



ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจะทะเลาะกับพ่อ มันเป็นประจำและทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เราไม่เคยคุยกันดีๆ เลย แม้ช่วงเทศกาลที่ถือเป็นวันสำคัญของครอบครัว ควานลินเองก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างครอบครัวปกติ ผู้เป็นพ่อที่ทำงานหนักเหมือนวันพรุ่งนี้โลกจะแตก บ้างานซะจนไม่มีเวลาแม้แต่ละกลับมาเจอหน้าเขา และมันเป็นแบบนี้เสมอมาจนกระทั่งแม่จากไป



ถ้าการจากไปของแม่มันคือการจากตายควานลินคงทำใจได้มากกว่านี้ แม่ของเขาได้ตกลงหย่ากับพ่อและก่อนหน้านั้นพวกเขาทะเลาะกันอย่างรุนแรงโดยไม่รู้ว่ามีลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดและทนดูด้วยความเจ็บปวด



เด็กคนหนึ่งต้องมาเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้า เขาไม่รู้เลยว่าควรรู้สึกยังไง ทุกอย่างที่เห็นและที่คิดไม่สามารถพูดหรือแสดงมันออกไปได้ ควานลินทำได้แค่เก็บมันไว้ในใจ... และสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดก็มาถึง แม่เก็บของย้ายออกจากบ้านและไม่กลับมาหาเขาอีกเลย



“พ่อเคยสนใจผมด้วยเหรอ ถ้าไม่มีผมซักคน... ชีวิตพ่อก็คงจะดีกว่านี้ ไม่ต้องมาตามเช็ดล้างสิ่งที่ผมทำ ไม่ต้องมายุ่งกับผม!!” เด็กหนุ่มตวาดลั่น นึกโมโหที่ถูกตำหนิ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายไม่เคยสนใจใยดีเขาเลย แต่ทำไมทุกครั้งที่เขามีเรื่องต้องมาคอยตำหนิและซ้ำเติมอยู่เสมอ ใบหน้าหล่อแดงก่ำ ร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว มือสวยกำแน่นจนขึ้นข้อขาว หัวใจของเขาร้อนไปหมด ก่อนจะเอ่ยท้ายประโยคที่ถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เหมือนที่ทำมาตลอดไง”



“แกไม่เคยเข้าใจอะไรเลยควานลิน”



“แล้วผมต้องเข้าใจอะไร พ่อก็ดีแต่ซ้ำเติม ไม่เคยสนใจไม่เคยฟังผมเลย อายมากมั้ยที่มีผมเป็นลูก... มันน่าขายหน้ามากไหม!!



“ก็ดูสิ่งที่แกทำสิ หันกลับมาดูตัวเองว่าทำอะไรไว้บ้าง จะให้ฉันยิ้มรับกับเรื่องเลวๆ ที่แกทำงั้นเหรอ”



“งั้นพ่อก็ไม่ต้องยุ่งกับผมสิ ผมจะตายห่าที่ไหนก็เรื่องของผม” พูดจบก็ดันตัวลุกขึ้นใช้พลังร่างกายที่เหลืออยู่ทั้งหมดเดินหนีออกจากห้องที่แสนอึดอัดและเต็มไปด้วยอารมณ์โทสะระหว่างเขากับพ่อ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนพ่อก็ยังเป็นเหมือนเดิม



ควานลินถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าลูกผู้ชายไม่ว่าเจอเรื่องทุกข์หนักแค่ไหนก็ต้องไม่แสดงด้านอ่อนแอให้ใครเห็น และดูเหมือนมันจะไม่ใช่คำสอนที่ถูกซักเท่าไหร่ แต่ร่างกายและสมองของเขาก็จำคำพูดพวกนั้นได้ขึ้นใจ ควานลินไม่เคยร้องไห้หรือแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นตามที่ถูกสอนมา ไม่ว่าจะตอนที่แม่ทิ้งไปหรือถูกรุมทำร้ายแค่ไหนก็อย่าหวังจะได้เห็นน้ำตาของไลควานลิน



เขาอาจจะเป็นแค่เด็กที่ต้องการความรักมากเกินไปเท่านั้น มันน่าน้อยใจจริงๆ

 

 

 






           

 

 

หลังจากถูกพวกนักเลงล่าหัว ควานลินก็ไม่ออกไปไหนอีกเลย เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่มีแค่เขาและคนดูแลอีกไม่กี่คน ต่อให้เขาไม่ออกจากบ้านเป็นปีเขาก็อยู่ได้ เด็กหนุ่มใช้ชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เล่นคนเดียว กินข้าวคนเดียว อ่านหนังสือคนเดียว อยากได้อะไรก็แค่สั่งคนดูแลให้ไปหามาให้ จนติดเป็นนิสัยและเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการถูกเสมอ



หลายครั้งที่เอ่ยถามหาพ่อ ผู้ที่มีงานรัดตัวทั้งในและนอกประเทศ บางทีเขาก็สงสัยว่าตำแหน่งที่พ่อของเขาทำอยู่นี่จำเป็นต้องงานเยอะขนาดนั้นไหม ไม่เห็นครอบครัวอื่นเขาต้องอยู่แยกกันนานขนาดนั้นเลย ตั้งแต่เด็กที่ชอบแกล้งป่วยเพื่อหวังให้พ่อรีบกลับบ้านมาดูแล แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่อยากเจอเป็นเหตุให้พอโตมาก็มีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจในรูปแบบที่ต่างออกไปตามอายุ



และถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้... ตัวควานลินเองนั่นแหละที่จะแย่



“คุณหนูคะ ตื่นขึ้นมาทานอาหารเช้าเถอะค่ะ”



แม่บ้านคิม ผู้ที่ดูแลคุณหนูควานลินมาโดยตลอด ทั้งตอนที่พ่อแม่หย่าร้างกันก็มีเธอเป็นคนปลอบแม้เด็กน้อยจะไม่แสดงท่าทางอ่อนแอออกมาซักครั้ง แต่เธอก็รู้ดีว่าข้างในจิตใจเล็กๆ นั่นบอบช้ำแค่ไหน


“ผมง่วงครับ ยังปวดตัวอยู่เลย เดี๋ยวหิวเมื่อไหร่ผมจะเรียกคุณแม่บ้านเองนะ”



ลูกไม้ออดอ้อนที่เขามักใช้กับคุณแม่บ้านถูกงัดออกมา ใบหน้าหล่อซุกลงกับหมอนก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมโปรง แม่บ้านคิมส่ายหน้าระอากับความดื้อดึงของอีกฝ่าย แต่ก็ยอมถอยออกมาเพราะกลัวคุณหนูจะโมโหร้ายขึ้นมาเหมือนทุกครั้งที่ถูกขัดใจ



“อ้อ... คุณหนูคะ คุณท่านฝากมาเรียนว่า เดือนนี้ทั้งเดือนท่านจะไม่อยู่ที่เกาหลี แต่จะมีคนมาดูแลและอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูนะคะ” หญิงชราเดินกลับมาพร้อมแจ้งข่าวที่ถูกวานมาอีกทอด



เด็กหนุ่มเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ขยี้ตารัวๆพร้อมมองคุณแม่บ้านด้วยความสงสัย ใบหน้าที่เริ่มบูดบึ้งเป็นสัญญาณว่าอารมณ์ของเขากำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี



ไม่มีครั้งไหนที่ท่านผู้การไลไปราชการแล้วจะฝากฝังให้คนมาดูแลลูกชายของเขา ไม่ว่าจะเป็นบอดี้การ์ดหรือลูกน้องในสังกัด แต่แปลกที่ครั้งนี้มีการฝากมากำชับและแจ้งล่วงหน้า



เพื่ออะไร แล้วคนๆ นั้นคือใครกัน ?



“แล้วทำไมพ่อต้องให้คนมาดูแลผมล่ะ ไม่เอา ผมไม่ออกไปไหนหรอก ถ้าเขามาก็ไล่เขากลับไปเลย” น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความดื้อรั้น ไม่ฟังใครของควานลินทำให้คุณแม่บ้านรู้สึกหนักใจขึ้นมา


จะไล่ออกไปยังไงเล่า ในเมื่อคุณเขาขนของเข้ามาอยู่ในบ้านตั้งแต่เช้าแล้ว แม่บ้านคิมคิดในใจ


“ถ้างั้นคุณหนูลงไปบอกคุณเขาเองเถอะค่ะ”


 

 



 

เสียงกระทืบเท้าของเจ้านายคนเล็กของบ้านดังโครมครามมาจากชั้นบน ร่างโปร่งวิ่งลงมายังห้องรับแขกด้วยความเร็ว อาการกระฟัดกระเฟียดของเด็กหนุ่มทำเอาแม่บ้านอาวุโสที่เดินตามหลังมาเริ่มใจไม่ดี ครั้งนี้พวกเธออาจจะได้เก็บเศษแจกัน หรือไม่ก็ทำความสะอาดห้องทั้งห้องใหม่ก็เป็นได้



“ไหนอะ คนไหนที่พ่อส่งมา”



เมื่อเดินมาถึงกลางห้องรับรอง ควานลินก็ตะโกนเรียกหาคนที่ถูกถึงด้วยเสียงที่ดังและเตมไปด้วยความเอาแต่ใจ แม่บ้านคิมเดินเข้ามาใกล้มือเหี่ยวย่นเอื้อมไปแตะแขนอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อหวังปรามให้อารมณ์เย็นลง แต่ก็ถูกเด็กนิสัยไม่ดีสะบัดทิ้ง



“ก็คุณแม่บ้านบอกให้ผมมาไล่ไปเองไม่ใช่เหรอ” ควานลินหันไปตะคอกใส่เสียงดัง



“เด็กนิสัยไม่ดีอย่างคุณนี่มันน่าจับขังไว้จริงๆ”



ควานลินหันไปมองยังต้นเสียง ร่างกำยำที่คุ้นตาทำให้เขาร้องอ๋อในใจ ที่แท้คนที่พ่อฝากฝังมาก็คือผู้กองคังดงโฮนี่เอง ถึงแม้จะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวแต่ก็ถือว่าไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย



“ผู้กองขี้ฟ้องนี่เอง พ่อให้เงินพิเศษเท่าไหร่ล่ะครับ” ควานลินเหยียดยิ้มอย่างยียวน คังดงโฮนึกชังใบหน้าหล่อของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้มันกวนอารมณ์ซะอยากเอาฝ่ามือโบกให้หายซ่า



“ไม่ได้เงินครับ แต่ทำตามหน้าที่ที่ถูกไหว้วานมา”



“ความจริงคุณไม่ต้องทำก็ได้นะ ผมอยู่แต่ในบ้านไม่มีใครกล้ามาทำอะไรหรอก กลับไปเถอะ”



ดงโฮถอนหายใจยาว สาวเท้าก้าวเดินเข้ามาใกล้ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มมากขึ้น ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายนิ่งยากต่อการคาดเดาความรู้สึก



เด็กหนุ่มไม่รู้หรอกว่าผู้กองคนนี้ถูกสั่งมาว่าอย่างไร แล้วถ้าการไกล่เกลี่ยของเขาไม่สำเร็จอนาคตควานลินจะต้องเจออะไรบ้าง แต่การมาแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากนักโทษที่มีผู้คุมติดตามไปทุกที่หรอก



“ไม่ได้ คุณต้องไปเรียน ผมจะเป็นคนไปรับไปส่งเอง”



“แค่ไปรับไปส่งเหรอ ถ้าในระหว่างวันไอ้พวกนั้นมันบุกเข้ามาจับผมไปล่ะ? ไม่เอาด้วยหรอก ผมไม่ไปเรียน” เด็กดื้อเถียงกลับ



“ผมไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณหรอก อย่าดื้อสิ”



น่าแปลกที่คำพูดจากคนที่เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นคนแปลกหน้ากลับทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยจริงๆ แม้จะรู้ว่ามันเป็นหน้าที่ของดงโฮก็ตาม



ถ้ายังยืนยันที่จะดูแลกัน ก็อย่าปล่อยให้เขาต้องตกอยู่ในอันตรายแม้แต่วินาทีเดียว



“คุณจะทำยังไง จะไปนั่งเรียนกับผมเหรอ”



“ผมจะไปกับคุณทุกวัน ดูจากตารางเรียนแล้วที่มีเรียนแค่บางวันและแต่ละวันก็มีชั่วโมงเรียนต่างกันออกไป ผมจะรอคุณอยู่แถวๆ นั่นเพื่อรับกลับครับ ถ้ามีอะไรให้รีบโทรหาผม” พูดพร้อมกับยื่นมอถือของควานลินให้เจ้าตัวเอง เด็กหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ โทรศัพท์มือถือของขาได้อยู่กับคนแปลกหน้านี่ได้ยังไงเท่าที่จำได้เขาทิ้งมันไว้ที่ห้องนอนแน่ๆ



“นี่คุณเข้าในห้องผมเหรอ?” ใบหน้าดุพยักหน้ายอมรับ ท่านผู้การให้สิทธิกับเขาในการเข้าออกทุกห้องของบ้าน และกำชับเรื่องดูแลความปลอดภัยของลูกชายคนเดียวด้วยความเป็นห่วง เรื่องบาดหมางระหว่างท่านผู้การและไลควานลิน เขารับรู้มาตลอด และคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านี่ออกจะไร้เหตุผลไปเสียหน่อย แต่ทำยังไงได้ในเมื่อถูกเลี้ยงมาแบบนี้  ถ้าจะดัดไม้แก่ก็ยากหน่อย คงต้องใช่เครื่องทุ่นแรงหนักน่าดู



หวังว่าไม้แก่อย่างไลควานลิน คงไม่ชิงหักไปก่อนในขณะที่เขาพยายามดัดมันนะ




to be continued






หว้าย  หัดแต่งแนวนี้ครั้งแรกเลยอะ เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า 

เรื่องนี้แบบไม่ใช่แนวเลยจ้าา แล้วน้องหลินก็งอแงมากด้วย เด็กดื้อสุด

อาจจะแต่งออกมาไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมเอวด้วยนะฮรับ 


ปล.ตอนแรกว่าจะลงทีเดียวเลย เพื่อไม่ให้อ่านลกบาำ ขออแยกเป็นตอนเด้อ ร้ากกก






เม้าท์มอยในทวิต
╯﹏╰

#อาชีพโฮลิน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,334 ความคิดเห็น

  1. #970 Galaxy_Pcy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 17:32
    ง้าอุ้มน้องงหลินน้องงแค่ต้องการความสนใจจากพ่อแม่เองงค่อยๆดูแลน้องงนะคะ
    #970
    0
  2. #941 maybee23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 09:43
    จริงจ้ะน้อง พี่เขาหน้าตาเหมาะแก่ทำธรุกิจมืดมากว่า555555
    #941
    0
  3. #851 Stars shine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 12:25
    ผู้กองสุดหล่อของหนู~~
    #851
    0
  4. #753 swaggrills (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:46
    ส่งผู้กองไปดีดค่ะ ฮรี่
    #753
    0
  5. #729 โอเลนจี ×` (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:08
    หลินนนนนนน!!!! ก่ากั้นมาก. 555
    #729
    0
  6. #627 mmth. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:03
    รอเจอน้องเวอร์ชั่นที่โดนพี่จ๋าผู้กองดัดแล้วค่ะ ให้ความรักกับเด็กดื้อมากๆนะคะพี่ผู้กองจ๋า
    #627
    0
  7. #553 E.L.F*JW (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 01:50
    กรี้ดดด พิผู้กองงงง
    #553
    0
  8. #321 tnananan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 02:50
    รอตอน2 รอออออออออ
    #321
    0
  9. #317 จีจี. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 11:35
    รออ่า รอๆๆๆ มาอ่านวนหลายรอบแล้ววว
    #317
    0
  10. #224 ทาสรักโฮลิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 22:26
    รอๆๆๆๆ อยากอ่านเรื่องนี้ต่อแล้วววว



    อ่านวนไป2รอบแล้ว พิดงโฮจะดัดน้องยังไงๆๆๆ
    #224
    0
  11. #223 ace.v (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 22:12
    หวีดดดดดดดดดดดด คูมตำรวจจจจจจจจ มันดีมากค่ะ อยากรู้เลย ว่าน้องจะเป็นยังไง
    #223
    0
  12. #222 ทาสรักโฮลิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 18:31
    อยากอ่านนนนรน มาต่อเร็วๆนะคะ รอออ.
    #222
    0
  13. #218 Mamimilky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 20:11
    คุณตำรวจคะ ในตัวหนูมียาค่ะ ได้โปรดมาจับไปที *-*
    #218
    0
  14. #162 yyykx_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 19:41
    น้องเเค่ต้องการคนมาดูเเลให้ความรักความสนใจกับน้องฝากพี่ดงโฮดูเเลเเละมอบความรักให้น้องด้วยนะเชื่อว่าจริงๆเเล้วน้องเป็นเด็กน่ารักเเต่ดื้ออะ รอนะคะอยากอ่านต่อเเล้ว
    #162
    0
  15. #154 จีจี. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 05:37
    โงยยยย พี่ดงโฮให้ความรักน้องเยอะๆนะ น้องเป็นคนขาดความรัก น้องต้องการคนใส่ใจ
    #154
    0
  16. #153 morning.star (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 22:25
    ตอนบอกว่าควานลินจะมีคนมาดูแล
    นี่ยิ้มรอแล้วค่า ยังไม่ทันบอกเลยว่าคือผู้กอง55555555555555
    อยากเห็นไอตัวแสบเวอชั่นเด็กดีของพี่ดงโฮแล้ววว รอนะคะ
    #153
    0
  17. #151 PANGYONGGUK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 14:43
    เสร็จแน่ยัยหลิน หึ.. แต่ก็เจ้าใจยัยนะ คงต้องการความรักมากๆเลย คุณดงโฮช่วยให้ความรีกน้องเยอะๆเลยนะเั
    #151
    0
  18. #150 ,,STORM_SURGE ★ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 10:29
    พี่ดงโฮต้องมากำราบเด็กดื้อสินะ
    เรารอมาอัพต่อน้าาา
    #150
    0
  19. #146 Pippy.Kung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 20:10
    พี่ดงโฮเอาเลยจ้าาา กำราบนุหลินเล้ย ดื้อขนาดนี้
    #146
    0
  20. #145 muriel_cp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 16:30
    ดื้อขนาดนี้ อิพี่จะจัดหนักขนาดไหนเนี่ย รอเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้น้า
    #145
    0
  21. #143 toysmile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 07:39
    น้องดื้อมากกก น่าตี พี่ดงโฮจัดหนักๆเลย
    #143
    0
  22. #142 Maysquidz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 02:37
    น้องมีความดื้อ มีความเย็นชา แต่ก็โหยหาความรักความห่วงใยจากใครสักคน ;^; อ่า.. คู่ปรับใหม่หนูหลิน ผู้กองนี่เอง5555555555555555555 งานยากแล้วล่ะคุณหนู รอมาต่อนะคะ~ ปล.ทำไมแค่เห็นชื่อทั่นผู้ใหญ่บ้านก็ขำละอะฮือ ช่วยด้วย5555555555555555555555
    #142
    0
  23. #141 LetFly_Sky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 02:12
    น้องดื้อมากกก ตามประสาคุณหนูอะเนอะ555 ผู้กองต้องสู้นะคะ เอาน้องให้อยู่หมัดนะ /)_(\
    #141
    0
  24. #140 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 01:29
    ผู้กองคังสู้ๆน้าาาาา ดัดยัยหลินให้ได้ น้องนี่อันตรายจริงๆ
    #140
    0
  25. #139 m_xiu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 00:58
    เปิดเรื่องมาน้องหลินค้ายานี่ไม่ทัมดาเลยค่ะ แต่น้องนางน่าสงสารจัง ;.; คุณผู้กองอย่าใจร้ายกับน้องมากน้า แต่ถ้าน้องดื้อ จัดไปสักยกเลยค่ะ 555555555555555
    #139
    0