(produce101) กรุณาระบุอาชีพที่ต้องการ - sf holin ♡

ตอนที่ 35 : FATTY FATTY CAT 04 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,078
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    20 พ.ค. 61

FATTY FATTY CAT

เหมียวแบคโฮ ไลควานลิน



ควานลินตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอัดอัดเหมือนถูกกอดรัดเอาไว้ เปลือกตาขยับลืมขึ้นกระพริบถี่ๆ เพื่อปรับสภาพแสงที่ยังไม่ชินนัก สิ่งแรกที่เห็นคือลำแขนล่ำของแมวที่คุณก็รู้ว่าตัวไหนกอดเขาเอาไว้แน่น แถวเจ้าตัวยังซุกใบหน้าลงกับหน้าอกของควานลินไม่ยอมถอยห่างออกไป ขาหนักๆก็พาดเข้าที่ตัวของคนตัวบางกว่า ควานลินถอนหายใจกับภาพตรงหน้า ถึงจะน่าเอ็นดูแต่มันหนักมากเลยนะเหมือนเอาหมูมาทับเขายังไงอย่างนั้น แถมตอนนี้ยังไม่ใช่ร่างคนซะด้วย


“ไอ้อ้วน ตื่นได้แล้ว” มือขาวเขย่าตัวอีกคนพยายามตีเพื่อเรียกให้ตื่น แมวตัวใหญ่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ซุกหน้าเข้ากับอกเขามากยิ่งขึ้น ริมฝีปากอุ่นแนบจูบเบาๆ ย้ำๆ อย่างออดอ้อน ไม่รู้แมวตัวอื่นเป็นหรือเปล่า ไอ้อาการขี้เกียจแล้วชอบอ้อนเฉไฉแบบนี้


“พี่จะไม่ตื่นดีๆ ใช่มั้ย?” เด็กหนุ่มถามย้ำอีกครั้ง


“ไม่เอา ยังอยากนอนกอดควานลินอยู่เลย” เสียงบ่นงึมงำดังขึ้น คนตัวโตไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเขาง่ายๆ ควานลินเองก็เริ่มอึดอัดมากแล้วด้วย ตอนนี้เขาควรจะลุกขึ้นไปแต่งตัวอาบน้ำเตรียมไปเรียนได้แล้ว ดวงตากลมโตเหลือบไปมองนาฬิกาแขวนผนังที่ชี้บอกเลาว่าถ้าเขาไม่รีบลุกขึ้นตอนนี้คงได้ไปสายจริงๆแน่


“พี่! ผมจะไปเรียนสายแล้วนะ”


“ไม่ต้องไปเรียน เลิกเรียนไปเลย เมียคนเดียวพี่เลี้ยงได้” เจ้าแมวอ้วนเอาแต่ใจพูดขึ้น


“จะบ้าเหรอ ผมเป็นคนนะถ้าเกิดวันหนึ่งพี่เป็นแมวอ้วนไปเดินเล่นข้างถนนแล้วโดนรถทับตายมาใครจะดูแลผมวะ จะให้มาเกาะแมวกินเนี่ยนะประสาท!” ควานลินสวนกลับอย่างหัวเสีย ไม่ได้หัวเสียกับความคิดบ้าๆ นั่น แต่เพราะตอนนี้เขาจะสายแล้ว


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“ควานลิน พี่เข้าไปนะ”


เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาทำให้ทั้งสองคนชะงักและนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนพวกเขาไม่ได้ล็อกประตูห้องเอาไว้ แบคโฮหดร่างกลายเป็นเจ้าแมวอ้วนพุงย้วยเช่นเดียวกับควานลินที่เด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนตักก็มีเจ้าอ้วนนอนอืดอยู่


จังหวะเดียวกันกับจินรีที่ผลักประตูเข้ามาพอดี ภาพที่เห็นคือน้องชายตัวสูงที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงพร้อมกับเจ้าแมวอ้วนขนฟูม้วนเป็นก้อนกลมๆ ที่ตัก หญิงสาวอ้าปากหวอกับสิ่งที่เห็น เธอไม่คิดว่าน้องชายของเธอจะเอาแมวขึ้นมาบนห้อง ควานลินน่ะเกลียดเจ้าอ้วนนี่จะตายไป


“ทำไมเจ้าอ้วนถึงมาอยู่บนห้องได้ล่ะ?” เธอเดินเข้าไปนั่งลงที่ปลายเตียงพร้อมกับยื่นมือไปอุ้มเจ้าแมวย้วยมาแนบอก แบคโฮมีท่าทางขัดขืนแต่ก็สู้แรงคนไม่ได้อยู่ดี จินรีลูบพุงนุ่มๆของแมวอ้วนเล่นอย่างเพลินมือ รู้สึกว่ามันจะอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย กินดีอยู่ดีเกินไปแล้วนะเจ้าอ้วน


“กะ ก็ เมื่อวาน.. ยังไงดี” ควานลินอึกอักที่จะตอบ พยายามพูดช้าลีลาเยอะเพื่อถ่วงเวลาให้คิดข้อแก้ตัวของตัวเองให้ทัน “ก็เมื่อวานนี้กลับบ้านมา เห็นไอ้อ้วนนี่นอนซมอยู่หน้าบ้าน สงสัยไม่สบายเลยพาเข้ามาในบ้าน”


“เหรอ?” จินรีเลิกคิ้วถามอย่างไม่เชื่อสายตา ใบหน้าสวยก้มลงไปจ้องมองเจ้าอ้วนที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนแมวป่วย แถมยังร้องแง๊วๆ ตอบรับเธออีกด้วย อารมณ์ดี สุขภาพดีแบบนี้จะป่วยได้ยังไงนะ


“จริงๆนะ ไม่ได้ล้อเล่นด้วย เชื่อลินเถอะ” ดูเหมือนจะมีคนร้อนตัว


“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แล้วพาเจ้าอ้วนไปหาหมอยัง คลินิกที่อยู่ซอยถัดไปน่ะ” จินรีพูด เมื่อนึกขึ้นได้ว่าแอบเห็นคลินิกสัตว์เลี้ยงที่ตั้งอยู่ไม่ไกลมาก ถ้าน้องชายบอกว่าเจ้าอ้วนไม่สบายเราก็น่าจะต้องพาไปหาหมอ ไหนๆก็ได้ดูแลแล้วก็ต้องดูแลอย่างดี


“ไปหาหมอเหรอ? ไปหาทำมะเอ้อ ไปแล้ว หมอบอกว่าไม่เป็นไร แมวมันแค่ตอแหลซึมเฉยๆ” พอพูดจบแบคโฮก็ร้องเหมียวขึ้นมาเสียงดังเหมือนจะท้วงว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มตอบมานั่นแหละตอแหล เขาไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย ควานลินส่งสายตาดุๆ ไปให้เจ้าแมวอ้วน อย่ามาทำแผนแตกได้ไหมเล่า!


“อ่า ก็ดีแล้วว ว่าแต่เจ้านี่อ้วนขึ้นรึเปล่านะ หนักชะมัดเลย”  จินรีว่าสังเกตว่าทั้งพุงทั้งแก้มที่ย้วยออกมามากกว่าเดิมแถมน้ำหนักขึ้นที่เพิ่มมากขึ้นอีก ชัดเจนว่าอ้วนขึ้น ควานลินหัวเราะออกมาเบาๆ


จะไม่อ้วนได้ยังไง กินอิ่ม นอนหลับ แถมยังได้... นั่นแหละ มีความสุขจนแทบจะสำลักตายแล้วนั่น


“สงสัยกินมากไปหน่อย” ควานลินพูดเอื้อมมือมาลูบหัวเล็กๆ อย่างเอ็นดู เข้าแมวอ้วนอ้าปากพยายามจะงับมือขาวๆ แต่อีกฝ่ายกลับหลบได้เสียก่อน  อุ้งเท้าน้อยๆ ที่ยื่นออกมาพยายามตะปบอากาศเด็กหนุ่มแต่จินรีเร็วกว่าจึงอุ้มแนบอกและรั้งตัวเอาไว้ทัน


“อย่าไปแกล้งพี่ควานลินสิครับเจ้าอ้วน ขอโทษพี่ควานลินก่อน” พอเธอพูดจบแบคโฮก็ร้องแง๊วๆ ออกมาดังกว่าเดิมด้วยความโมโห


พี่ควานลินอะไรกันล่ะ เขาต่างหากที่เป็นพี่ แถมยังเป็นผัวด้วย!


“ขอโทษพี่ก่อนเร็วไอ้อ้วนๆๆๆ” ควานลินแกล้งพูดย้ำๆ ตามพี่สาว หน้าตาน่ารักล้อเลียนอย่างนึกสนุก ยิ่งเห็นเจ้าแมวอ้วนดิ้นๆ เท่าไหร่ยิ่งมีความสุข ตอนนี้พี่จินรีอยู่ด้วยไม่มีวันที่เจ้าแมวลามกนี่จะกลับร่างคนแล้วทำเขาคืนแน่ๆ  เพราะงั้นก็ขอแกล้งให้หนำใจแล้วกัน


ดวงตากลมๆ ของแมวอ้วนสบตาคนรักอย่างอ้อนวอน พยายามสื่ออกไปให้มากที่สุดว่าไล่พี่สาวกลับไปเสียที ไล่เธอกลับไป พอมีคนอื่นอยู่ด้วยเขาก็ต้องอยู่ในร่างแมวแบบนี้ทำอะไรก็ไม่สะดวก พูดอะไรไปควานลินก็ฟังไม่รู้เรื่อง แย่ชะมัด


“หืม ทำไมดื้อแบบนี้ล่ะอ้วน หยุดดิ้นได้แล้วๆ” จินรีเริ่มเมื่อยและวางตัวเจ้าแมวตัวโตบนพื้นพรม แบคโฮรีบวิ่งไปซุกหลังเก้าอี้ทำตัวเหมือนแมวขี้กลัวทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาเบื่อที่จะอยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาวต่างหาก


ควานลินหัวเราะกับท่าทางแบบนั้นของแบคโฮ ก่อนจะหันกลับมาสนใจพี่สาวต่อ มีอีกเรื่องที่เขานอนคิดมาแล้วเมื่อคืนว่าควรจะบอก... เรื่องของแบคโฮ


“พี่ ถามไรหน่อยสิ” ควานลินหยั่งเชิงพี่สาว จินรีขายตอบรับในลำคอก่อนจะหันมาหาน้องชาย “เคยได้ยินเรื่องคนที่กลายร่างเป็นสัตว์ได้มั้ย?”


จินรีเอียงคอมองน้องชายพยายามนึกถึงเทพนิยายที่เคยได้ยินได้อ่านมา “ก็เคยอ่านนิทานมาบ้างนะ พวกเทพนิยายครึ่งคนครึ่งม้า ยูนิคอร์น หรือพวกเงือกตัวเป็นคนมีหางเป็นปลา หรือจะเป็นม้านิลมังกรแบบวรรณคดีไทย”


“ม้านิลมังกรมันเป็นคนซะที่ไหนกันล่ะพี่ แล้ว... ถ้าเกิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ได้มีแค่ในเทพนิยายล่ะ พี่คิดว่าไง”


“ก็ไม่รู้สิ อันนี้คือเรื่องสมมุติใช่มั้ยอะ” จินรีถามย้ำอีกที เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่น้องชายกำลังพูดมันคือเรื่องอะไร


“ชะ ใช่น่ะสิ ก็สมมุติไง สมมุติ” เสียงทุ้มหวานตะกุกตะกักไป เอื้อมมือไปคว้าตัวแมวอ้วนกลับมาไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง แบคโฮที่ดิ้นไม่หยุดพอถูกคนรักกอดเอาไว้ก็หยุดนิ่งและซุกใบหน้าลงกับแขนนุ่มทันที จมูกเล็กๆ ฟุดฟิดดมกลิ่นกายอ่อนๆ ของคนรัก นอนกางพุงฟังสองพี่น้องคุยกันต่อ


“ก็... คง คงตกใจระดับปานกลางถึงมากที่สุด แต่คิดว่าถ้าชีวิตนี้มีเพื่อนที่สามารถกลายร่างเป็นสัตว์ได้มันก็คงเจ๋งดีนะ เช่นพวกผีเสื้อ นกสีสวยๆงี้ รู้สึกเป็นสโนไวท์เลยแหละ” จินรีหัวเราะยิ้มตาหยี ควานลินนั่งฟังความคิดของพี่สาวแล้วก็ต้องหัวเราะเหอะๆ ออกมา ไม่คิดว่าพี่สาวของเขาจะมีความคิดที่ลอยฟุ้งเหมือนไอสีชมพูจากยูนิคอร์นแบบนี้


แขนเล็กช้อนพุงย้วยๆ ของเจ้าแมวอ้วนก่อนจะอุ้มมันขึ้นมาต่อหน้าจินรี พร้อมกับพูดสิ่งที่อยากจะบอก


“แล้วถ้าไอ้อ้วนนี่เป็นคนล่ะ?”


จินรีหุบยิ้มฉับพลันก่อนจะมองเจ้าแมวอ้วนอย่างพิจารณา ตั้งแต่หูเล็กๆที่ดุ๊กดิ๊กไปมา ตากลมๆ ที่จ้องเธอตาแป๋ว จมูกเล็กๆที่ชื้นตามแบบเจ้าแมวสุขภาพดี ปากเล็กๆ ที่อ้าปากร้องเมี๊ยวหม๊าวตอบรับเธอตลอดเวลา จินรียิ้มขำก่อนจะตอบน้องชายว่า


“ถ้าเจ้าอ้วนนี่กลายเป็นคนได้คงเป็นเด็กอ้วนหน้ากลมน่าหยิกน่าฟัดพุงมากแน่ๆ ดูสิพุงย้วยขนาดนี้น่าจะกลายร่างเป็นหมูมากกว่าคนนะ” ไม่พูดเปล่าหญิงสาวใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่พุงนิ่มๆ เพื่อหยอกล้อ แต่ดันโดนแบคโฮร้องเงี๊ยวๆกับกรงเล็บเล็กๆ ปัดเฉี่ยวมือไป


“ดูเหมือนจะมีคนไม่พอใจนะ” ควานลินพูดแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ จินรียู่หน้ามองคาดโทษเจ้าอ้วนที่นั่งนิ่งหน้าตาเฉย “ไม่พอใจอะไรก็มาคุยกันดีๆดิ”


ควานลินสะกิดพุงนิ่มๆ พร้อมกับวางแบคโฮลงใต้ผ้าห่ม คำพูดที่บอกเป็นนัยว่าให้อีกฝ่ายกลับร่างคนเพื่อมาแนะนำตัวและทำความรู้จักกับพี่สาวของตน ก้อนกลมๆ ของแมวอ้วนมุดไปมาใต้ผ้าห่มก่อนที่มันจะขยายใหญ่ขึ้นเหมือนก้อนแมวยักษ์ ทำเอาจินรีถึงกับอ้าปากค้างเมื่อสิ่งที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าห่มไม่ใช้ก้อนแมวอีกต่อไป


แบคโฮโผล่หน้าออกมาทักทาย รอยยิ้มแหยๆ ถูกส่งมาให้ จินรีถอยหลังจนเกือบตกเตียงดีที่น้องชายคว้าตัวเอาไว้ทัน เธอมองชายหนุ่มหน้าตาดีที่รูปร่างไม่เหมือนเจ้าแมวอ้วนเลยซักนิดที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา


เอาไปเล่าต่อให้ใครฟังคงไม่มีใครเชื่อ ว่าคนตรงหน้าของเธอโผล่ออกมาจากผ้าห่มที่ก่อนหน้านี่มีเจ้าแมวอ้วนพุงพลุ้ยมุดเข้าไป ชายหนุ่มหน้าตาคมคาย ตาเฉี่ยวคมเหมือนสัตว์ป่าแต่นัยน์ตากลับมีประกาบของความขี้อ้อน ผิวกายเนียนละเอียดขาวนวลเหมือนลูกผู้ดีตระกูลดังจากที่ไหนซักที่ แผงอกที่มีกล้ามเนื้อและดูดีในแบบฉบับคนออกกำลังกายอยู่เสมอทำเอาเธอถึงกับอึ้งจบนิ่งค้างราวกับคนสติหลุด


“นี่อย่ามองแบบนั้นสิ เขินเป็นนะ” แบคโฮยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกทั้งสองข้างอย่างเหยียมอายบิดตัวหลบสายตาของหญิงสาวเล็กน้อย ท่าทางสะดิ้งเกินชายนั่นทำให้ควานลินเหลือกตามองบนใส่ทันที มือขาวเองก็ยื่นไปหยิกเอวคนรักเบาๆ เพื่อเตือนให้รู้ว่ากำลังไปไกลเกินไปแล้ว แบคโฮหันมายิ้มตาหยีให้ก่อนจะกลับไปโค้งหัวทักทายพี่สะใภ้สุดสวยที่ยังไม่หายอึ้ง


“ไอ้อ้วนนี่ชื่อแบคโฮ เป็นแมว”


“ปะ เป็นแมว นี่ล้อเล่นหรือเปล่า?” เสียงหวานเอ่ยอย่างตะกุกตะกักทั้งที่สายตายังคงไม่ละจากแบคโฮ ควานลินยิ้มเจื่อนพร้อมตอบกลับไป


“ไม่ได้จ้อจี้ นี่เรื่องจริง” ไม่พูดเปล่าเด็กหนุ่มดึงมือพี่สาวมาวางไว้ที่แขนล่ำของเจ้าแมวอ้วน “นี่จับดูซิ คนตัวเป็นๆ มีเนื้อมีหนัง พี่ไม่ได้ฝันหรือช็อกตายกะทันหันจนเจอเรื่องอะไรประหลาดๆ แต่มันก็ประหลาดจริงๆ แหละ”


จินรีชักมือกลับทันทีที่รู้สึกตัวเขยิบตัวหนีน้องชายและแมวประหลาดไปปลายเตียงจนแทบจะร่วงลงพื้น หญิงสาวยืนขึ้นใบหน้าหวานแสดงออกถึงความหวาดกลัวและประหลาดใจ ความรู้สึกมันผสมปนเปกันไปหมด ไม่อยากยอมรับและเชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้า แม้ควานลินจะยืนยันว่าคือเรื่องจริง แต่เธอก็ยังอยากภาวนาให้สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นความฝัน ตื่นมาตอนเช้าเจอพ่อแม่และน้องชายนั่งทางอาหารเช้าร่วมกันบนโต๊ะอาหารตามปกติ


“พี่! กลับมานี่ก่อน”


ควานลินร้องเรียกพี่สาวที่วิ่งหนีออกไปจากห้อง แต่จินรีก็ไม่ได้สนใจแถมยังหายตัวไวอย่างกับเดอะแฟลชซะอีก แบคโฮคว้าตัวคนรักที่ดูเหมือนจะลุกขึ้นตามพี่สาวไปพร้อมกับส่ายหน้าห้ามเอาไว้


“ไม่ต้องตามหรอก ให้เวลาทำใจนิดนึงมันไม่ใช่เรื่องที่คนปกติจะเจอได้ง่ายๆ”


ควานลินพยักหน้าเข้าใจ พยายามเอาความรู้สึกแรกที่ตัวเองเจอมาคิดตามความรู้สึกของพี่สาว ละหวังว่าเรื่องนี้จะยังไม่ถึงหูแม่หรือพ่อก่อนที่เขาจะเป็นคนบอกเองหรอกนะ

.

.

.

.

.

เสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง ความเย็นที่ถูกสร้างขึ้นวันนี้กลับทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกหนาวเย็นจนถึงขั้วหัวใจ ยังดีที่มีมืออุ่นๆ ของเจ้าแมวอ้วนกุมมือของเขาเอาไว้ ทำให้รู้สึกปลอดภัยและคลายความหนาวได้มาก


คนในครอบครัวที่นั่งประจันหน้ากันอยู่บนโซฟารับแขก สีหน้ามีความตึงเครียดมากโดยเฉพาะคนเป็นหัวหน้าครอบครัวที่คิ้วขมวดแทบจะผูกกันเป็นเงื่อนพิรอด ตอนมัดน่ะมันง่ายตอนแก้น่ะซิยากชะมัดเลย ส่วนคุณแม่คนสวยเองก็เอาแต่ส่งสายตาหวาดระแวงมาที่ชายหนุ่มตัวโตข้างๆ เขา ไม่เห็นเหมือนตอนที่แบคโฮเป็นแมวเลย ทั้งอุ้มทั้งหอมแถมยังถักเสือไหมพรมให้ใส่อีกต่างหาก


หลังจากวันที่ควานลินตัดสินใจบอกความจริงกับพี่สาว ไม่นานนักเขาและเจ้าอ้วนก็ถูกพ่อเรียกตัวลงมาคุยกันด้วยประโยคและสีหน้าที่ซีเรียสที่สุดในชีวิต ไอ้อาการรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ตามจุดชีพจรต่างๆ นี่ไม่ได้เกิดเพราะอาการไข้ขึ้นหรืออากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย แต่เป็นเพราะสายตากดดันของพ่อทั้งนั้นเลย


“มีอะไรจะบอกพ่อมั้ย?”


“อะ เอ่อ ก็ตามที่พี่บอกนั่นแหละคะ ครับ” ควานลินตอบเสียงเบา ดวงตากลมโตผลุบลงมองพื้นไม่กล้าสบตาดุๆ ของคนเป็นพ่อ ครอบครัวของควานลินโดยพื้นฐานแล้วเป็นคนใจดีมาก แล้วก็อารมณ์ดีสุดๆ พอมาเจอเหตุการณ์ตึงเครียดแบบนี้มันเลยทำให้ทำตัวไม่ถูกแปลกๆ


                คนเป็นพ่อไม่ตอบอะไรกลับมาเอาแต่จ้องเจ้าแมวอ้วนในร่างชายหนุ่มที่ตอนนี้สวมใส่เสื้อผ้าของลูกชายเขาอยู่ แบคโฮนั่งยิ้มแป้นให้กับพ่อตา ทำตัวใจดีสู้เสือในแบบที่เคยได้ยินมนุษย์พูดกัน แม้จะเจอเหตุการณชวนกระโดดตึกแต่เราก็ต้องยิ้มเอาไว้ ทำใจนิ่งสู้กับทุกสิ่งที่เข้ามา คุณพ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยอมขยับตัวและเอ่ยถามเพื่อคลายบรรยากาศ


                “ซีเรียสมั้ย?”


                “ไม่ครับ ผมซีเรียสแบล็ค”


                พูดจบก็ถูกมือขาวหยิกเข้าที่ข้างเอวจนต้องร้องโอ้ยออกมาเสียงดัง ควานลินตาเขียวมองแบคโฮที่ยังมีอารมณ์เล่นมุข แต่มุขกะโหลกกะลาปลากระป๋องปุ้มปุ้ยของเจ้าแมวบ้าก็ดันเรียกรอยยิ้มจากคุณแม่และทำให้คุณพ่อหลุดขำออมาได้ แต่ก็ใช่ว่าคุณแม่จะหายระแวงเจ้าอ้วนนี่หรอกนะ


                ควานลินยกยิ้มขึ้นช้าๆ ตามพ่อแม่ที่กำลังส่งสายตายิ้มๆให้กัน เด็กหนุ่มมองไปทางพี่สาวเพื่อขอความช่วยเหลือ ทำไมพ่อกับแม่ถึงทำท่าทางแปลกๆ จู่ๆ บรรยากาศอึมครึมก่อนหน้านี้ก็หายไปเพราะซีเรียสแบล็คเฉยเลย


                “พ่อแม่ไม่ต้องไปแกล้งน้องลินเลยนะ แค่นี้ก็ตัวหดหมดแล้ว” จินรีเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มมาให้น้องชายตัวโต


                “พ่อ นี่พ่อแกล้งน้องเหรอ ใจร้ายว่ะ” เสียงนุ่มบ่นออกมาทันทีเมื่อรู้ตัว เด็กหนุ่มถอนหายใจพร้อมกับทิ้งตัวลงกับโซฟานุ่มอย่างหมดแรง นั่งเกร็งมาตั้งนานสุดท้ายก็กลายเป็นว่าโดนต้มซะเปื่อยเลย แต่ทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่ว่าอะไรเขาเลยล่ะ


                “แล้ว... พ่อกับแม่รับได้เหรอ เรื่อง....เรื่อ


                “เรื่องคนนี้น่ะเหรอ?” ผู้นำครอบครัวเอ่ยถาม มองไปยังผู้ชายแปลกหน้าที่จะรับว่าแปลกหน้าหรือก็ไม่เต็มปาก เพราะคนตรงหน้าเป็นเจ้าแมวอ้วนที่ชอบมาด้อมๆ มองๆ ที่บ้านนานเป็นเดือยแล้ว “เอาจริงๆ ยังไม่สนิทใจเท่าไหร่หรอก แต่มานั่งคิดแล้วก็ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าจะเลี้ยงแมวหนึ่


                “ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แมว แต่ควานลินจะได้เลี้ยงลูกแมวต่างหาก ผมกับควานลินจะอีอูกอ้วยอันน อื้ออ อ่อยยย” แบคโฮสวนขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนแต่พูดยังไม่ทันจบก็ถูกมือขาวปิดปากพร้อมกับลากมานั่งตามเดิม แขนขายาวๆของน้องล็อกคนตัวโตเอาไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางความตกใจของครอบครัวไล


                “เอ่อ... อย่าไปฟังนะพ่อ แมวมันเมายากันยุงน่ะ ช่วงนี้ยุงเยอะ”


                “ไหนๆ ก็บอกแล้ว ก็บอกให้หมดเลยซิ” คุณแม่คนสวยเอ่ยขึ้นมาบ้าง มองหน้าสามีแล้วพยักหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณบอกว่าตนโอเคและพร้อมที่จะรับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า


                พ่อแม่และพี่สาวนั่งฟังเรื่องราวจากปากของผู้นำแห่งเมาเนียซหรือไอ้อ้วนพุงพลุ้ยที่ชอบคาบซากจิ้งจกศพตั๊กแตนมาวางไว้หน้าบ้านเพื่อนสู่ขอลูกชายคนเล็ก เรื่องราวประวัติศาสตร์ชนเผ่าเมาเนียซและกระบวนการการสืบพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ที่คนเล่าเองก็ยังไม่รู้ว่ามันทำอย่างไร บอกแค่ว่าน้องผมผมรู้ครับ และดาเนียลจะช่วยพวกเรา คุณแม่ที่นั่งฟังไปด้วยเกร็งมือไปด้วยบางครั้งก็เผลอเอามือขึ้นมาทาบอกด้วยความตกใจประหลาดใจ ส่วนพี่จินรีที่มือถือกระป๋องเบียร์จิบไปพร้อมๆ กับอีกข้างที่ถือยาดม คนที่ฟังอย่างสบายใจที่สุดคงจะเป็นผู้นำครอบครัวที่ตั้งใจและสนใจมาก ไหนจะเออออไปกับเจ้าอ้วนนั่นอีก


                แบคโฮอ้าปากโกยอากาศเข้าปอดหลังจากเล่าเรื่องราวยาวเหยียดให้พ่อตาแม่ยายฟัง ผิดท้ายด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร รอยยิ้มกว้างที่แสดงออกไปเป็นเครื่องมือปกปิดความสั่นไหวภายในจิตใจของแบคโฮ มือใหญ่ที่กุมมือคนรักเอาไว้กระชับให้แน่นขึ้นเหมือนกลัวว่าคำตอบจากครอบครัวของควานลินจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง


                ในเมื่อเขาเองก็ไม่ใช่มนุษย์ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นก็ออกจะประหลาดเหลือเกินจะรับไหว มันก็เป็นธรรมดาที่คนจะไม่ยอมรับ และเห็นว่าเป็นเรื่องแปลก ไม่งั้นคงไม่มีกลุ่มนักล่าเมาเนียซตามล่าหัวคนในครอบครัวของเขา เพื่อเอาไปโชว์โตส่งขายเป็นสัตว์เลี้ยงหรือจับไปวิจัยในศูนย์วิทยาศาสตร์หรอก หวังว่าครอบครัวของควานลินจะรับได้... ไม่สิ ไม่ต้องรับได้ตอนนี้ก็ได้ แต่ขอให้เปิดใจรับตัวเขาก็พอ


                “นี่นั่งรอคำตอบอยู่สินะ...” คุณพ่อเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “ก็... แล้วแต่ควานลินละกัน พ่อกับแม่เองก็ได้ปรึกษากันมาแล้วล่ะ ถ้านาย... ชื่ออะไรนะ?”


                “แบคโฮครับ” สะดุ้งโหยงก่อนจะตอบออกไป


                “อ่า แบคโฮ ถ้านายสามารถดูแลและรักควานลินได้จริงๆ พวกเราก็ไม่มีปัญหา จะพยายามปรับตัวเข้าไปละกันนะ” พูดพร้อมกับยื่นมือมาตบบ่าลูกเขยหมาดๆ คำอนุญาตที่สั้นกระชับง่ายๆ แต่น้ำตาแทบไหล ทำเอาแบคโฮรีบโค้งตัวขอบคุณเป็นการใหญ่ พร้อมกับให้คำสัญญาอย่างหนักแน่นต่อหน้าทุกคนในครอบครัว


                “ผมสัญญาครับ ว่าผมจะรักและดูแลปกป้องควานลินด้วยชีวิตของผมครับ”


           

.

.

.

.

 




ไลควานลินตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสะลึมสะลือ ฤทธิ์ยาสลบที่ยังคงเหลืออยู่ทำเอามึนศีรษะเล็กน้อย พยายามลืมตาให้เต็มหน่วยแต่ก็ทำไม่ได้อาการเจ็บจี๊ดๆ ที่หน้าท้อง แต่ก็ไม่เจ็บมากจนทนไม่ไหว แค่รู้สึกว่ามันแปลกไป... และมีอะไรเพิ่มเข้ามาในร่างกาย


เมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมาเขาถูกพาตัวเข้าไปในห้องผ่าตัดของดาเนียลที่โคตรไม่ถูกกฎหมาย แต่ไอ้หมอแมวนั่นก็รับประกันความปลอดภัย กว่าควานลินจะยอมตกลงก็ต้องใช้เวลาคิดทบทวนอยู่เป็นเดือน การที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสร้างคนๆ หนึ่งขึ้นมามันต้องจริงจังกันหน่อย นอนคิดตีลังกาคิดหาเหตุผลข้อดีข้อเสียมาคุยกัน และแม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นยังไง แบคโฮก็ไม่ได้บังคับหรือข้องใจ ถ้าเด็กหนุ่มเลือกที่จะปฏิเสธเราก็แค่อยู่ด้วยกันตามปกติ เจ้าแมวอ้วนเคารพในการตัดสินใจของควานลินทั้งหมด


และการตัดสินใจครั้งสุดท้ายคือไลควานลินยอมและพร้อมจะเป็นแม่แมว ครั้งแรกที่แบคโฮได้ยินถึงกับน้ำตาไหลพร้อมกับกระชากตัวเด็กหนุ่มมากอดเอาไว้แน่นซะจนเกือบหายใจไม่ออก นึกว่าจะตายก่อนมีลูกซะแล้ว


ดาเนียลเล่าว่าการตั้งครรภ์ลูกของเมาเนียซท้องของแม่จะไม่ใหญ่มากเพราะทารกอยู่ในร่างของเมาเนียซไม่ใช่คน โดยมีระยะกำหนด 9 เดือนเหมือนมนุษย์ปกติ ส่วนเรื่องการท้องได้ยังไงดาเนียลไม่ได้บอก พอตกลงก็ถูกดมยาสลบเข้าห้องไปแล้วสิ่งสุดท้ายที่เห็นคือแสงไฟสีขาวที่ค่อยๆ พร่าเลือนไปรู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกแปลกๆ เหมือนร่างกายมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ขาดหาย แค่มันเพิ่มเข้ามา...


ดาเนียลบอกแค่ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับควานลินมันไม่ใช่เรื่องที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้และหมอผีก็ตอบไม่ถูกเช่นกัน ขอให้ทำใจให้สบายๆ และดูแลร่างกายให้แข็งแรงก็พอ


“ควานลิน.. ได้ยินพี่มั้ย?” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหูพร้อมกับคนตัวโตที่นอนลงข้างตัว ไออุ่นจากร่างกายของแบคโฮทำให้ควานลินขยับตัวเข้าไปซุก อ้อมกอดแกร่งโอบรอบอีกฝ่ายเอาไว้หลวมๆ ริมฝีปากหนากดจูบเบาๆ ที่หน้าผากมน หลายชั่วโมงที่ควานลินหายเข้าไปในห้องผ่าตัดของดาเนียลทำเอาเขานั่งแทบไม่ติดเก้าอี้


ตัวแบคโฮเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ที่คนใกล้ตัวต้องเข้าผ่าตัดสร้างมดลูกเทียมเพื่อสืบพันธุ์ในแบบเมาเนียซ เคยได้ยินแต่ดาเนียลพูดและบอกว่าทำสำเร็จแล้ว ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งเขาต้องมาเจอกับตัวเอง แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่เหรอ ที่เขาจะได้กลายเป็นพ่อแมวและควานลินก็ได้เป็นแม่แมว สร้างครอบครัวกับคนที่รักมันคืออะไรที่ดีที่สุดแล้ว ความรักของเขาที่มีต่อควานลินมันจะไม่เหือดหายไป มันจะเพิ่มขึ้นทุกวัน รวมถึงเพิ่มและแบ่งไปให้ลูกแมวตัวน้อยๆ ของเขาด้วย


“รู้สึก.. แปลกๆนะ” เสียงแหบแห้งของเด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น ดวงตากลมโตเหมือนลูกกวางจับจ้องไปที่ใบหน้าของคนรัก ริมฝีปากอิ่มตอนนี้ซีดเซียวลงไปมาก แบคโฮเห็นดังนั้นจึงรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเบามือเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนร่างกายของควานลินที่ยังคงอยู่ในระยะพักฟื้นหลังจากการผ่าตัด


คนตัวโตเดินไปหยิบเหยือกน้ำแล้วเทใส่แก้วพร้อมกับตรงมาหาคนรักที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง ลำแขนแกร่งโอบรอบตัวคนรักและค่อยๆ พยุงให้เปลี่ยนเป็นท่ากึ่งนอนกึ่งนั่งพิงหัวเตียงเพื่อที่จะได้ดื่มน้ำแก้กระหาย ควานลินดื่มน้ำอย่างว่าง่ายพร้อมกับยกยิ้มบางเป็นการขอบคุณเจ้าแมวอ้วน


“ดีใจนะที่ลืมตามาแล้วเจอพี่” ควานลินเอ่ย ดวงตาแสดงออกถึงความดีใจอย่างปิดไม่มิด แม้ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันควานลินจะเป็นฝ่ายปกปิดความรู้สึกและชอบทำตัวเป็นเด็กปากแข็งอยู่เสมอ แต่เจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่าดวงตากลมๆ คู่นั้นมันบอกออกมาหมดแหละว่าเจ้าของคิดยังไง ไลควานลินไม่เคยซ่อนความรู้สึกตัวเองจากแบคโฮเลย


“จะไม่อยู่ได้ไงล่ะ พี่ก็มีแค่ควานลิน รู้มั้ยว่าตอนควานลินเข้าไปในห้องนั่นโคตรเป็นห่วงเลย”


เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ ควานลินเลิกสนใจเจ้าแมวอ้วนที่ตั้งแต่เขาตื่นมาก็คอยเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ ตอนนี้ยังไม่ได้ท้องซักหน่อยไม่อยากนึกสภาพเลยว่าถ้าถึงวันนั้นจริงๆ แบคโฮคงไม่ยอมให้เขาเดินเองแน่ๆ


มือขาวเลื่อนลงมาจับผ้าห่มและสะบัดออกจากตัว เลิกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวใหญ่ที่ใส่อยู่ขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องแบนเรียบที่ผ้าก๊อซแปะไว้บริเวณท้องน้อย แต่แปลกที่ตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือว่าอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว


“ดาเนียลบอกว่ามันจะไม่เจ็บ แผลเล็กกว่าผ่าตัดใส่ติ่งอีกนะ” แบคโฮบอกเล่าสิ่งที่เขาได้นั่งคุยกับหมอแมวคนเก่ง


“แล้วมันจะเข้าไปได้ยังไง.. หมายถึงอะไรที่เพิ่มเข้ามา หรือมันไม่ได้เพิ่ม หรือยังไง” ควานลินขมวดคิ้วเมื่อได้ยินและเห็นสิ่งที่มันขัดแย้งกันไปหมด ใบหน้าหวานมู่ทู่ด้วยความสงสัย แบคโฮเองก็กรอกตาไปมามองฟ้ามองอากาศเหมือนกำลังเรียบเรียงคำตอบให้อีกฝ่ายที่รออย่างใจจดใจจ่อ


“เอาตรงๆนะ ไม่รู้อะ”


“ใช่ไม่ได้” ควานลินใช้สิทธิแม่บ้านใจกล้าทันทีที่ได้ยินคำตอบ


“พี่ไม่ใช่หมอนะควานลิน พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน” แบคโฮอ้าปากค้างพร้อมรีบแก้ตัวทันที “ความจริงเคยถามดาเนียลแล้ว แต่ไอ้แมวอ้วนมันไม่ยอมบอกอะไรเลย”


“แต่พี่เป็นผู้นำเมาเนียซนะ หัดรู้อะไรซะบ้างสิ แล้วไหนบอกว่าส่งไปร่ำเรียนกันมา ทำไมไม่รู้เรื่องบ้างเลย”


“พี่เรียนดนตรีมา...” แบคโฮเอ่ย กลืนน้ำลายลงคอมองหน้าคนรักด้วยอาการหน้าชา “เอกขับร้องด้วยนะ”


ควานลินขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีก  ไหนบอกว่าจะส่งเรียนในสายอาชีพที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตไง ไม่ใช่ว่าที่เรียนมามันไม่ดี แต่อย่างดาเนียลที่เรียนหมอ ซองอูเรียนกฎหมาย ส่วนน้องคนเล็กอย่างอูจินตอนนี้ก็เรียนระดับมัธยมอยู่ ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกเรียนด้านไหนแต่เห็นเปรยไว้ว่าจะสอบเข้าสายแพทย์เหมือนกันเผื่อจะได้มาช่วยดาเนียลคิดค้นอะไรใหม่ๆ ได้


“ควานลินอย่าองพี่แบบนั้นสิ ไม่เคยได้ยินเหรอว่าเรียนในสิ่งที่ชอบมันทำให้เรามีความสุข”


“ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรพี่นี่นา” ควานลินพูดพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ


“แต่สายตานายมันบอกว่า เจ้าแบคโฮ เจ้าแมวอ้วน ทำไมไม่เลือกเรียนอะไรที่มันสามารถช่วยเผาพันธุ์ของตัวเองได้มากกว่านี้” แบคโฮทำเสียงล้อเลียนคนรัก พร้อมท่าทางประกอบ จนเจ้าตัวเองก็หลุดหัวเราะออกมา


“ฮ่าๆ ท่าทางผมอ่านง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ”


“อย่าลืมสิ บางทีพี่อาจจะรู้จักควานลินดีกว่าตัวนายเองอีกนะ” แบคโฮพูดด้วยสีหน้าจริงจัง หย่อนตัวลงมานั่งข้างเตียง พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่วางแหมะลงบนกลุ่มผมสีดำขลับ ลูบเบาๆ อย่างทะนุถนอม ส่งผ่านความรักที่เขามีต่ออีกฝ่ายผ่านสัมผัส แม้จะบางเบาแต่หนักแน่นไปด้วยความรู้สึก


“มีเวทมนต์รึไงเจ้าอ้วง ผมเริ่มจะกลัวพี่ขึ้นมาแล้วนะ” ควานลินพูดหยอกเย้า พร้อมใช้มือวางซอนมือใหญ่ที่ลูบหัวตัวเองอยู่ จับกุมเอาไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นที่ได้รับทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกปลอดภัยและสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นอกจากครอบครัวของเขา ก็คงจะเป็นคนแรกเลยมั้งที่ทำให้ควานลินรู้สึกแบบนี้ได้... หรือว่าแบคโฮก็คือหนึ่งในครอบครัวของเขาแล้วนะ


“ไม่ได้มีเวทมนต์อะไรหรอก เป็นแค่แมวตัวอ้วนๆ ที่รักควานลินมากเท่านั้น”


“............”


“เคยได้ยินมั้ยที่เขาว่ากันว่าแมวมันมีตั้งเก้าชีวิต”


“.............”


“แต่พี่จะใช้ทั้งเก้าชีวิตของพี่ เพื่ออยู่กับควานลินนะ”


เหมือนความร้อนทั้งโลกมากองกันอยู่ที่แก้วทั้งสองข้างของเขา ดูเหมือนมันจะกักเอาไว้แค่ที่แก้มไม่ไหว ถึงได้ไหลออกไปทั่วทั้งใบหน้า ใบหูและลำคอ  ริมฝีปากอิ่มกลั้นยิ้มจนปวดกระพุ้งแก้มไปหมด ในที่สุดเจ้าตัวก็เลือกที่จะยอมแพ้ ฉีกยิ้มหวานให้กับประโยคหวานเลี่ยนของแบคโฮแมวอ้วนที่ไปจำคำพูดของคนอื่นมาเพื่อทำให้เขาใจสั่นได้ทุกวัน


“ไปจำคำใครเขามาอีกล่ะไอ้อ้วน”


“เปิดเจอในอินเตอร์เน็ต” แบคโฮสารภาพตามตรง “ถึงคำจะไปจำเขามา แต่ความรู้สึกที่มีให้ไม่เคยก๊อปใครมานะครับ”


ยัง ยังไม่เลิกหยอดอีก แค่นี้ก็เขินจนจะแทะหมอนเล่นอยู่แล้วไอ้อ้วน!


“เรื่องหยอดนี่เก่งเชียวนะ” ด้วยความหมั่นไส้เลยตีเข้าอกแกร่งเข้าหนึ่งทีแบบเน้นๆ แต่ด้วยความชินมือเลยถือโอกาสวางมือไว้ที่แผงอกนั่นซะเลย ความแน่นของกล้ามเนื้อที่ไม่รู้ว่าไม่เอามาจากไหนเยอะแยะทั้งที่ตอนเป็นแมวตัวนุ่มและพุงย้วยมากแท้ๆ แต่ไม่ว่าจะร่างคนหรือร่างแมวควานลินก็ชอบทั้งหมดนั้นแหละ


“อย่างอื่นก็เก่ง ปากเก่ง หยอดเก่ง จูบเก่ง สืบพันธุ์ก็เก่ง” มือหนาคว้าข้อมือบางเอาไว้ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องเข้าไปในตากลมโตอย่างเจ้าเล่ห์ “ถ้ายังไม่เลิกลูบคงได้ลองสืบพันธุ์ก่อนแผลหายซะแล้วแหละ ดาเนียลคงไม่ว่าอะไรหรอก”


“ไม่ได้ดิ! เผื่อมันมีผลข้างเคียงขึ้นมาทำยังไง” ควานลินท้วงขึ้นทันที ใช้มือดันร่างอีกฝ่ายออกห่าง เพราะกลัวว่าแบคโฮจะคิดจริงทำจริง กลายเป็นแมวไวไฟแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แต่ความจรงแล้วก็เป็นแมวลามกมาตั้งแต่ไหนแต่ไรนี่นา


แบคโฮทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะ เงยหน้าขึ้นมาสบตาคนรักอีกครั้ง “งั้นเดี๋ยวไปถามดาเนียลแปปนะ”


คนตัวโตหายไปกลายเป็นเจ้าแมวอ้วนขนฟูที่วิ่งมุดออกจากเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ หายออกไปทางประตูแมว ควานลินตกใจกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเจ้าแมวอ้วน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างรู้ชะตากรรม ถ้าดาเนียลบอกว่าทำได้ แน่นอนว่าคืนนี้ตัวเขาเองนี่แหละที่จะเหนื่อย...


ในใจก็ภาวนาขอให้ดาเนียลเข้าข้างเขาบ้าง... ช่วยกันซักครั้งเถอะนะ ขอใช้สิทธิพี่สะใภ้ก็ได้

.

.

.

.

.

 

ผ่านมากว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ควานลินได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ใหญ่ได้ไงท่องได้ทั้งที และมันก็เป็นหนึ่งอาทิตย์ที่แบคโฮถูกห้ามไม่ให้หาเรื่องสืบพันธุ์หรืออะไรที่จะเป็นการรบกวนผลงานการผ่าตัดของดาเนียลเด็ดขาด เพราะคุณหมอแมวคนเก่งอยากจะให้ผ่านระยะพักฟื้นไปก่อน ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง  แต่ดาเนียลดันทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าไม่เข้าไปข้างในก็ถือว่าโอเค แล้วสุดท้ายใครที่เดือดร้อน ก็ไลควานลินคนนี้นี่ไง


ร่างขาวเนียนของเด็กหนุ่มที่แช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำ ฟองสบู่สีขาวที่ถูกตีพอประมาณลอยวนเวียนคลอเคลียผิวเนียนนุ่ม มือขาวกวักน้ำขึ้นมารดหัวไหล่ใช้มือบีบนวดต้นคอเพื่อคลายความเมื่อยล้า จังหวะสายน้ำวนที่เปิดระบบเอาไว้ช่วยผ่อนคลายให้กับร่างบางได้อย่างดี ไหนจะกลิ่นดอกกุหลายสีสดที่ถูกเด็ดกลีบโรยไว้ทั่วอ่างนั่นอีก นอกจากการนอนและกินก็คงจะเป็นตอนแช่ในอ่างน้ำนี่แหละที่ควานลินชอบมากที่สุด


ดูเหมือนเจ้าตัวจะเคลิบเคลิ้มไปกับการแช่น้ำจนลืมสังเกตเห็นประตูกระจกใสที่ถูกแง้มเปิดออกอย่างเบามือ อาจจะเรียกว่าเบามือไม่ได้เพราะไร้วี่แววของมนุษย์เมื่อบานประตูถูกเปิดออกแล้ว กลายเป็นเจ้าแมวตัวอ้วนที่ค่อยๆ ย่องเข้ามาในห้องน้ำ และเดินวนอยู่รอบๆ อ่างเพื่อสังเกตการณ์


เด็กหนุ่มยังคงหลับตาพริ้มปล่อยตัวปล่อยอารมณ์ไปกับสายน้ำเย็นฉ่ำ ต่างจากเจ้าแมวอ้วนที่ค่อย กระโดดปืนข้นมาขอบอ่างด้วยความเงียบเชียบ แบคโฮหย่อนตัวนอนราบกับขอบอ่างที่มีพื้นที่ใหญ่พอที่จะรอบรับพุงย้วยๆ ของตัวเอง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องไปที่ร่างกายขาวผ่องของคนรัก หนวดแมวกระดิกไปมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมพวงหางฟูที่เคลื่อนไหวช้าๆ ตามจังหวะการไหลของน้ำวนในอ่าง


ร่างกายของควานลินสวยงามมาก ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง สัมผัสกี่หนมันก็ไม่เคยพอเลยซักนิด นับวันเขายิ่งต้องการและหวงแหนอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น ไม่รู้ว่าความรักของมนุษย์จะเป็นอย่างไร แต่สำหรับเมาเนียซอย่างเขานั้นมันมากขึ้นทุกวันๆ จนบางทีเขาเองก็กังวลและกลัวว่ามันจะมากไปสำหรับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ


                เมี๊ยววว~


                “หือ...” ควานลินเบิกตาขึ้นมามองยังต้นเสียง เจอแมวอ้วนที่นอนกระตุกหนวดอย่างอารมณ์ดีแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้ “พี่เข้ามาได้ยังไงเนี่ย ผมว่าผมล็อกประตูแล้วนะ”


เมี๊ยวววว~

เจ้าเมาเนียซส่งเสียงเหมียวม่าวตอบรับ หน้าตาดูอิ่มเอมกับความสุขมากเสียจนเด็กหนุ่มอยากยกเท้าขึ้นไปเขี่ยให้ตกขอบอ่างเล่น พวงหางฟูๆ แกว่งไปมาช้าๆ ดวงตากลมกระพริบตาเอื่อยๆ ยกขาหน้าขึ้นมาเท้าคางนอนมองควานลินที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วกับท่าทางกวนบาทาของอีกฝ่าย


“เข้ามาทำไมอะ เลิกทำนิสัยแมวถ้ำมองได้แล้ว” ควานลินดุทีเล่นทีจริง มือขาวกวักเอาฟองสบู่มาใกล้ตัวเพื่อปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าที่อยู่ใต้น้ำ แม้อีกฝ่าจะเคยเห็นมันหมดทุกส่วนแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังเขินอายราวกับว่ามันเป็นครั้งแรก ใบหน้าใสเจือไปด้วยสีชมพูระเรือความเคอะเขินที่เกิดทำให้ควานลินเบือนหน้าหนีพร้อมกับขยับตัวหันหลังให้เจ้าแมวอ้วนที่เอาแต่จ้องมองไม่วางตา


แบคโฮไม่ได้ส่งเสียงหรือตอบรับอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เอาแต่นอนชมเรือนร่างขาวเนียนที่โผล่พ้นน้ำออกมา แม้อีกฝ่ายจะหันตัวหนีแล้วก็ตาม แผ่นหลังบางที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างน่าสัมผัสเสียจริง แล้วอีกอย่างเวลาที่ดาเนียลกำหนดเอาไว้ว่าเป็นระยะพักฟื้นก็หมดไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เพราะฉะนั้นวันนี้เขาสามารถทำตามใจตัวเองได้ถ้าควานลินยินยอม


เสียงวัตถุหล่นลงน้ำทำให้ควานลินเอี้ยวตัวกลับหันมามองสิ่งที่เกิดขึ้น ขอบอ่างที่เดิมทีมีเจ้าแมวอ้วนนั่งเท้าคางมองอยู่ตอนนี้ว่างเปล่าไปแล้ว แต่เขากลับรับรู้ถึงวัตถุประหลาดที่กำลังแหวกว่ายเคลื่อนไหวตัวอยู่ในอ่างน้ำแทน เนื่องด้วยอ่างน้ำที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับคนสองคนและเขาเคยลงแช่พร้อมกับเจ้าของห้องบ้างแล้ว ทำให้วานลินเดาไม่ยากเลยว่าไอ้อ้วนนั่นหายไปไหน


อ่างน้ำที่เคยมีเพียงเขาตอนนี้ถูกเพิ่มเข้ามาด้วยร่างกายกำยำของชายหนุ่มที่พึ่งโผล่หัวขึ้นมาจากใต้น้ำ แบคโฮลูบหน้าไล่หยาดน้ำออกก่อนจะยกยิ้มกว้างส่งมาให้คนรัก แต่ไม่ทันไรก็ต้องตะแคงหัวพร้อมกับโยกไปมาด้วยท่าทางแปลกๆ


“เป็นอะไร?” ควานลินถามด้วยความห่วงใจ


“น้ำเข้าหู สงสัยขึ้นจากน้ำผิดท่า” หมดกันความหล่อ ไม่เหลือมาดพระเอกเลยซักนิดมีแต่เจ้าแมวเด๋อที่อยากมุดน้ำโผล่ขึ้นมาเท่ๆ แต่ดันน้ำเข้าหูจนดิ้นไม่เป็นท่า ควานลินถอนหายใจเอือมระอากับท่าทางบ๊องๆ ของอีกฝ่าย มือขาวช่วยประคองใบหน้าหล่อพร้อมจับเอียงค้างไว้เพื่อรอให้น้ำที่ค้างอยู่ภายในโพรงหูค่อยๆ ไหลออกมา ดีกว่าให้แบคโฮดิ้นไปมาแต่น้ำไม่ออกซักที


“ก็แค่เอียงหูแล้วค้างไว้นิ่งๆ มันก็ออกแล้วพี่” ควานลินพูด


“รู้แหละ แต่อยากให้ทำให้” แบคโฮส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ พร้อมกับขยับตัวเข้ามาชิดมากขึ้น ลำแขนแกร่งโอบรอบเอวบางรั้งเข้ามาชิดตัวเอง ร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งคู่แนบชิดกันใต้น้ำ ผิวนุ่มลื่นของควานลินในตอนนี้สัมผัสผ่านสายน้ำเย็นๆ มันยิ่งทำให้ลื่นมือและน่าจับน่าบีบไปซะทุกส่วน สะโพกองค์เอวที่เต็มไม้เต็มมือมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ผิวเนียนสีชมพูสุขภาพดี จับตรงไหนก็เป็นรอยง่าย ยิ่งได้จับยิ่งอยากแกล้ง        

  

แบคโฮเพ่งพินิจใบหน้าของคนรัก ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูที่ออกจะดูบวมตลอดเวลาและจะบวมมากยิ่งขึ้นเวลาที่ถูกเขาบดขยี้ ดวงตากลมโตหวานที่ไม่ว่าจะจ้องมองเมื่อไหร่ก็ดูเหมือนข้างในกักเก็บดวงดาวเป็นล้านดวงไว้ในนั้น จมูกโด่งสวยรับกับใบหน้าหวาน พวงแก้มที่ป่องออกมาดูน่ารักและน่าฟัดให้หายมันเขี้ยว ยิ่งมองหน้าควานลินเขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้อยู่เคียงข้างและอยากจะขอบคุณอีกฝ่ายที่ยอมรับในตัวเขา แม้เริ่มแรกจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย และเป็นเขาเองที่ใจร้อนเข้าหาอีกฝ่ายแบบรวบรัด ถ้าภาษามนุษย์คงเป็นการปีนขึ้นบ้านแล้วตีหัวเข้าถ้ำ แต่มันก็ผ่านมาด้วยดี


“อยากมีลูกแล้ว” แบคโฮเอ่ย ดวงตายังคงจับจ้องมองเขาไปในตาอีกฝ่าย หมายจะสื่อความรู้สึกและความปรารถนาของตนให้ควานลินได้รับรู้


“วันๆ จ้องแต่จะ...แบบนั้นอย่างเดียวรึไงห้ะ?”


“มันไม่ใช่แค่การสืบพันธุ์ แต่มันคือการสร้างครอบครัว พี่เป็นพ่อ ควานลินเป็นแม่ มีลูกด้วยกัน วิ่งเต็มบ้านกินวิสกัสเพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรงในทุกๆ วัน” ควานลินหัวเราะออกมากับคติพจน์แปลกๆ ของอีกคน มือขาวเอื้อมไปลูบใบหน้าคมของคนรักพร้อมกับแกล้งหลบตาด้วยความเขินอาย เงียบหายไม่ตอบอะไรก่อนจะช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยท่าทางที่คิดมาจากบ้านแล้วว่าเซ็กซี่ที่สุด ริมฝีปากอิ่มเคลื่อนเข้าไปแนบชิดและประทับรอยจูบที่ลำคอของอีกฝ่าย พร้อมกับกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู


“ถ้าคิดว่าเลี้ยงไหวก็ลองดู อยากรู้เหมือนกันว่าลูกของเราจะเป็นเรียลเมาเนียซอย่างที่คุยหรือเปล่า”


คำอนุญาตที่เปล่งออกมาเรียกรอยยิ้มให้กับแบคโฮ คนตัวโตอุ้มคนรักลอยหวืดขึ้นแนบอกพร้อมกับพามาล้างตัวใต้ฝักบัว ริมฝีปากหนาพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังเนียน มือใหญ่ลูบไล้ไปตามร่างกายเพื่อช่วยชำระล้างฟองสบู่สีขาวที่ยังคงค้างอยู่ เลื่อนผ่านจากหลัง เอว ลงมาถึงสะโพกมนก่อนจะออกแรงขย้ำเบาๆ จนเกิดรอยแดง ก้องเนื้อนุ่มเด้งรับสัมผัสที่คุ้นเคย ควานลินแอ่นสะโพกเข้าหาคนที่ซ่อนอยู่ข้างหลังอย่างเคยตัว ฟันขาวขนเม้มริมฝีปากล่างเอาไว้เมื่อร่างกายรู้สึกวาบหวามไปตามสัมผัสที่คนรักมอบให้  


“ไม่เอาในห้องน้ำนะ...”


“...........”


“พี่ก็รู้ว่ามันไม่เวิร์ค” ควานลินพูด พร้อมกับผลิกตัวมาประจันหน้า แขนยาวคล้องคออีกคนเอาไว้พร้อมกับเขย่งตัวขึ้นเอาขาเกะเอวอีกฝ่ายแน่น แบคโฮเองก็อุ้มรับอย่างรู้งานพร้อมกับพาเด็กน้อยของเขาก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำ วางลงที่ปลายเตียงอย่างเบามือ เจ้าแมวอ้วนแยกตัวออกมาเพื่อหยิบเอาผ้าเช็ดตัวและจัดการนำมาซับหยดน้ำออกจากร่างกายอีกฝ่าย ไล่ตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ ลากผ่านยอดอกสีสวยที่ชูชันขึ้นเมื่อเสียดสีกับเนื้อผ้าที่ถูย้ำอย่างจงใจ


ควานลินยกยิ้มหวานส่งมาให้ พร้อมกับแยกขาเรียวออกจากกันแต่กลับถูกอีกฝ่ายรั้งเอาไว้ก่อน เด็กหนุ่มมองการกระทำของคนรักด้วยความไม่เข้าใจ แบคโฮขยับตัวนั่งคุกเข่ากับพื้นมือจับขาเรียวมาพาดไว้ที่ตัก บรรจงใช้ผ้าเช็ดหยาดน้ำออกให้แห้งสนิท ใบหน้าหล่อก้มลงมากดจูบที่หัวเข่า จูบย้ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงข้อเท้า นิ่งค้างไว้เพื่อส่งมอบความรู้สึกให้อีกฝ่าย ควานลินที่รู้ตัวว่าจุดต่อไปคืออะไรรีบชักขากลับแต่ก็ยังถูกจับเอาไว้อยู่ดี


ริมฝีปากที่บรรจงจูบลงที่หลังเท้าเบาๆ ด้วยความรัก และผละออกเพื่อเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับเด็กน้อยของเขา ควานลินอึ้งค้างมองอีกฝ่ายนิ่ง จังหวะการเต้นของหัวใจที่สั่นระรัว มันทำงานหนักกว่าตอนที่ได้ยินคำว่ารักเสียอีก


“พี่ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้..”


“พี่อยากทำ” แบคโฮหยัดตัวลุกขึ้น พร้อมกับนั่งลงข้างๆ มือใหญ่เอื้อมขึ้นมาปัดปอยผมที่ร่วงหล่นมาปรกใบหน้าหวานที่เขารัก เด็กน้อยก้มหน้าหลบสายตาอีกคนก่อนที่แบคโฮจะรับรู้ถึงหยดน้ำใสที่ร่วงลงมาเปรอะเปื้อนมือของเขา


“ร้องไห้ทำไมครับ ไหนบอกพี่สิ”


“พี่นั่นแหละ ไม่เป็นต้องทำแบบนี้เลย”


แบคโฮหัวเราะน้อยๆ สวมกอดเด็กน้อยขี้แยเต็มรัก โยกตัวไปมาเพื่อปลอบประโลม มือก็ลูบหัวเบาๆ อย่างที่เคยทำ ใบหน้าหวานซุกเข้าที่อกแขนเล็กโอบกอดตอบรับอีกฝ่ายไว้แน่น ก่อนจะพูดความรู้สึกที่ค้างไว้ในใจเพื่อให้อีกคนรับรู้


“พี่รู้มั้ยว่าตอนดาเนียลพาเข้าไปในห้องนั้นผมกลัวมากเลย กลัวว่ามันจะไม่สำเร็จ กลัวว่าจะไม่ได้มาเจอพี่อีก” เด็กน้อยพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น อ้อมกอดที่ออกแรงรัดมากยิ่งขึ้นทำให้แบคโฮรับรู้ว่าเด็กน้อยของเขากลัวมากแค่ไหน


“ไม่ต้องกลัวหรอก พี่ไม่ยอมให้ควานลินเป็นอะไรไปแน่ ยังไงก็ต้องสำเร็จอยู่แล้วดาเนียลเก่งอยู่แล้ว แล้วเมียของพี่ก็เก่งจะตาย ลูกของเราก็จะเก่งเหมือนควานลินนี่ไง” มือหนาเอื้อมไปเช็ดคราบน้ำตาให้อีกฝ่าย “แต่อย่าให้ลูกร้องไห้เก่งเหมือนแม่นะ ไม่งั้นปวดหัวแย่เลย”


กำปั้นเล็กทุบลงที่อกแกร่ง ควานลินยู่หน้าไม่พอใจที่ถูกแซว ก่อนจะผละตัวออกมาเอามือเช็ดน้ำตาลวกๆ


“ลูกก็ต้องได้ทั้งพ่อทั้งแม่อย่างละครึ่งดิ จะเหมือนผมทุกอย่างได้ยังไง”


“งั้นขอน่ารักเหมือนแม่ แข็งแรงเหมือนพ่อละกัน” แบคโฮพูดพร้อมทำท่าแบ่งกล้ามโชว์ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนรัก แค่เห็นควานลินมีรอยยิ้มและมีความสุขมันก็ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว


“แต่เราลืมไปอย่างหนึ่งนะ....”


“อะไรเหรอ?” ควานลินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย


“ขั้นตอนสำคัญก่อนมีลูก”


“...........”


“สืบพันธุ์กันเถอะนะ”

.

.

.

.

.

END




เกือบ 1 เดือนที่ไม่ได้มาอัพฟิค  กราบขอโทษค่า ตันนิดหน่อย 

แถมต้นเดือนไปเคลียร์เรื่องจบมาด้วย มันเลยต่อติดยากค่ะ 555555


โปรดอย่าถามหาข้อมูลทาวิทยาศาสตร์หรืออะไรที่เป้นความรู้ค่ะ

เพราะอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวไว้ว่า 'จิตนาการสำคัญกว่าความรู้'

แม้เราจะไม่ฉลาดเหมือนไอน์สไตน์แต่เรามโนแจ่มเหมือน ยุ้ยจีรนันท์


ราตรีสวัสดิ์ฮับ  เรื่องต่อไปขอคิดก่อนว่าเอาเรื่องไหนดี5555


ปล. เห็นคนถามเข้ามาว่าพี่แดนในเรื่องครูฝึกมุดเต้นท์ใคร มุดน้องอิฐไงง น้องอิฐอะะะ 555555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,334 ความคิดเห็น

  1. #1276 ohhoimim1215 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 02:17
    ที่บ้านมีอย่างงี้อีกซักตัวมั้ยคะ จะเลี้ยงอย่างดี สัญญา
    #1,276
    0
  2. #987 FRENCHU (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 14:58
    พี่คะ!!!ซีนหวานก็ยังหื่น โอ้ยยยย 55555555555
    #987
    0
  3. #948 Ayna00 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 11:49
    -อ้วนนี่จ้องจะสืบพันธุ์อย่างเดียวเลยวุ้ย55555
    #948
    0
  4. #946 bibininy (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 11:35
    บ้าจริง หุบยิ้มไม่ได้ เมื่อยกรามไปหมดดด กรี้ดมาก ทำไมเพิ่งได้มาอ่าน ขอเม้นรวบยอดเลยนะก๊ะ ครือออ อยากได้เจ้าแมวอ้วนมาก อยากจกพุง หงึ พิแมวหื่นมาก แต่ไม่เป็นไรนุเข้าใจ น้องน่าฟัดใช่มะะะ เป็นนุนุก็ทนไม่ได้ เป็นความหื่นที่อ่อนโยลลมาก แม่คะๆนุอยากได้แบบนี้1ห่อค่ะ! งืออออ ยอมรับว่าอ่านแล้วไม่อยากให้จบเลยค่ะ อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆยันลูกของพวกเขาโตเลย แหะ
    #946
    0
  5. #944 Stars shine (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 19:32
    ทำไมใจบาปได้ขนาดเนร้กันนะเรา บ้าจริง เขิลลลลลลลลลลลลล แอบตกใจนิดหน่อยน้องอิฐโดนมุดเต้นท์~~~ อรั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย แมวอ้วงน่าร้ากกกกกกกกกกกก มีความเสี่ยวในการเล่นมุข
    #944
    0
  6. #943 lovebieber110 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 15:44
    ทำไมถึงเป็นคนน่ารักและอ่อนโยนแบบนี้ละพี่แบคค •> <•
    #943
    0
  7. #942 Xingmin (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 10:06
    เจ้าแมวอ้วนนี่จ้องจะพาน้องทำลูกอย่างเดียวเลยนะ
    #942
    0
  8. #937 พี่ว่าพี่ไม่ไหว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 08:08
    เจ้าแมวอ้วนจะสืบพันธุ์อย่างเดียวเลย55555555555
    #937
    0
  9. #935 maielf13 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 04:51
    เจ้าแมวอ้วนนนนนขอให้ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองไปเลย5555555
    #935
    0
  10. #934 ptrp. (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 22:00
    แงง เจ้าแมวอ้วนน่ารักมากๆเลย มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองไปเลยนะ อิอิ แอบอยากอ่านตอนมีลูกจัง ต้องซนแน่ๆๆๆๆ 555555
    #934
    0
  11. #933 Elllsaaaa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 15:56
    เจ้าแมวอ้วนแถมยังหื่นอีก 555เขิล ความรักของเค้าอ่ะ เจ้าแมวอ้วนพยายามทำให้น้องรู้ว่าตัวเองรักมากแค่ไหนด้วยอ่ะ
    #933
    0
  12. #932 ansine (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 13:59
    งื้อออ พี่เเบคน่ารักมากๆ ทำเอาอยากเลี้ยงเเมวอ้วงเลยยย

    ชอบฉากที่ไล่จูบจนถึงเท้าน้องเป็นอะไรดีโคตรละมุนx100000 แสดงถึงความรักที่พี่มีต้องน้องมากๆมันอ่อนโยนสุดๆ เป็นเรื่องที่แสดงออกถึงความรักได้ดีอะ ชอบบบบ
    #932
    0
  13. #931 KKER (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 11:57
    เราอยากเลี้ยงหลานนนน ขอเลี้ยงหลานด้วย จะซื้อวิสกัสลูกแมวเลี้ยงเลย
    #931
    0
  14. #930 P park (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 11:47
    ฮื่อรอนานมากมาแล้วววว
    #930
    0
  15. #929 Fruit-Tea (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 08:58
    โอ๊ยยยยยน อิน้องอ้วงงงง อิแมวววว!!!!
    #929
    0
  16. #928 lerr (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 08:26
    งืออออ สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #928
    0
  17. #927 kaxst2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 05:52
    ประโยคสุดท้ายนี่แบบ ฮื่อออ เจ้าแมวอ้วงง! เขินมากกก
    #927
    0