(produce101) กรุณาระบุอาชีพที่ต้องการ - sf holin ♡

ตอนที่ 31 : FATTY FATTY CAT 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    26 มี.ค. 61

FATTY FATTY CAT

เหมียวแบคโฮ x ไลควานลิน








 

“แม่! แมวมันคาบจิ้งจกตายมาอีกแล้ว”


                เสียงตะโกนลั่นบ้านของเด็กหนุ่มที่กำลังมองเจ้าแมวตัวขาวอ้วนกลมนอนตีพุงอยู่พรมเช็ดเท้าหน้าประตูบ้าน ข้างๆก็มีเศษซากจิ้งจกที่น่าสงสัยนอนแข็งตายตาถลนออกมานอกเบ้า คาดเดาว่าต้องตายด้วยความทรมานมากแน่ๆ


                ไลควานลิน มองเจ้าอ้วนตัวแสบที่ตีหน้าซื่อไม่รู้ร้อนรู้หนาว พุงย้วยๆ ของมันเวลาเดินแต่ละทีแทบจะติดพื้นอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นแมวจรหรือแมวเลี้ยงที่ติดสาวแล้วชอบเดินเข้ามาในบ้านของเขาแบบนี้ แต่ดูจากลักษณะท่าทางขนดี ตัวอ้วนกลม ไม่เหมือนแมวจรจัดเลยซักนิด แถมยังดูดีมีชาติตระกูลอีกต่างหาก


                “ไอ้อ้วน บ้านอยู่ไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ”


                ควานลินไม่ชอบแมว เพราะแมวมันชอบอ้วน ชอบมาคลอเคลียน่ารำคาญแถมยังข่วนเจ็บอีก เขาชอบหมามากกว่าและเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก แต่เจ้าไลก้าหมาที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กพึ่งตายไปเพราะอายุไขเมื่อปีที่แล้ว ไม่งั้นไอ้แมวอ้วนนี่ไม่มีทางได้เดินย้วยเข้ามาในรั้วบ้านของเขาหรอก เจ้าแมวตัวฟูพลิกตัวกลิ้งไปมาพร้อมร้องเหมียวๆ ตอบรับ


                “ยังจะมาเถียงอีก บอกให้กลับบ้านไงวะ”


                “น้องลิน อย่าไปดุแมวสิลูก มาเจ้าเหมียวแม่เอาปลาทูมาให้” คุณแม่คนสวยเดินออกมาจากบ้านพร้อมแมวปิดปาก ประโยคแรกคนเป็นแม่พูดกับลูกชายของเธอ ก่อนจะเดินมาพูดกับเจ้าแมวอ้วนที่ตีลังกาลุกขึ้นมาทันทีที่ได้กลิ่นอาหาร ควานลินไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยว่าดวงตากลมๆ สีน้ำตาลอ่อนของเข้านี่มองมาที่ด้วยแบบเยาะเย้ย หนวดแมวๆ นั่นกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ คอยดูเถอะซักวันจะจับเอาไปขายคาเฟ่แมวแถวๆ นี้ ไปทำงานบริการเถอะเจ้าอ้วน!


                เด็กหนุ่มยืนพิงประตูบ้านมองคนเป็นแม่ที่กำลังลูบหัวเกาพุงเจ้าอ้วนนั่นอย่างเบื่อหน่าย ทุกวันเขาต้องกลับบ้านมาเจอแมวพุงย้วยนี่นอนอ้อนแม่ทุกวัน แถมยังคาบอะไรต่อมิอะไรติดไม้ติดมือมาตลอด 


                เริ่มจากวันแรกเลยที่เจอ คือเจ้าอ้วนนี่คาบซากตั๊กแตนมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านกว่าจะเจอซากนั่นก็ถูกพวกมดไต่เต็มไปหมดแล้ว ร้อนให้ควานลินต้องหาไม้กวาดมาทำความสะอาดอีก แต่ครั้งนั้นเจ้าอ้วนนี่ไม่ได้อ้วนแบบนี้หรอกแม้จะดูเป็นแมวพันธ์ดีแต่รูปร่างผอมแห้งขนสกปรกมอมแมมแถมตรงหางยังเหมือนถูกกัดมาอีก จนแม่ต้องจับอาบน้ำใหม่ จำได้ว่าเจ้านี่กลัวน้ำมากแล้วดื้อไม่ยอมอาบจนเล็บยาวๆ นั่นข่วนเข้าที่แขนของควานลินจนเกิดแผลยาวเลยทำให้เขานึกเกลียดมันตั้งแต่วันนั้น


เมื่อเจ้าอ้วนไม่ยอมอาบน้ำดีๆ แม่ก็หมดหนทางเลยต้องยอมเสียเงินพาไปอาบที่ร้านและถือโอกาสพาไปหาหมอให้ดูแผลด้วยเลย แต่เพราะแม่เป็นคนแพ้แมวจึงไม่สามารถเลี้ยงเจาอ้วนได้ จึงทำได้แค่ดูแลในบางครั้งที่แขกพิเศษของบ้านแวะเวียนมา


แต่ทำไมมันต้องเอาเศษซากแมลงตายมาด้วยวะ มันสกปรกไม่รู้รึไง!


“แม่ ถ้าเราไม่ให้ข้าวมันกินมันก็ไม่มากวนหรอก แม่จะได้ไม่ต้องใส่แมสปิดแบบนี้ไง ลำบากอะ”


ลูกชายคนเล็กงอแงพร้อมทำหน้างองุ้มด้วยความไม่พอใจ แม่เขาจะใจดีกับสัตว์ทุกตัวบนโลกไม่ได้นะ


“ทำไมล่ะครับ น้องลินไม่เห็นเหรอว่าเจ้าอ้วนนี่น่ารักขนาดไหน แม่ไม่ได้ลำบากขนาดนั้นหรอกนะ อีกอย่างถ้าเราปล่อยเจ้านี่ไปและไม่ให้อาหารมันกินเลยก็ไม่รู้ว่ามันจะไปหากินได้ที่ไหน น้องลินจะปล่อยให้เจ้าอ้วนไปกินของเสียตามข้างถนนเหรอ”


ไม่พูดเปล่า เธออุ้มแมวตัวโตขึ้นมาพร้อมกับยื่นมาตรงหน้าของเด็กตัวสูง เจ้าแมวอ้วนจ้องเขาตาแป๋วเอียงคอไปมาก่อนจะแลบลิ้นเลียปลายจมูกของควานลิน ปลายลิ้นเล็กสัมผัสกับปลายจมูกเพียงเสี้ยววินาทีเด็กหนุ่มก็ผงะถอยหลังหนีทันที


ควานลินใช้มือถูจมูกตัวเองจนแดงเถือก รู้สึกจั๊กจี้เวลาลิ้นของเข้านั่นสัมผัสลงมา คนเป็นแม่หัวเราะท่าทางหงุดหงิดสุดตัวของลูกชายคนเล็ก


“แม่ มันเลียจมูกน้องอะ” เด็กตัวโตทำท่าขนลุกขนพอง เพราะการเป็นลูกคนเล็กทำให้ควานลินติดการเรียกแทนตัวเองว่าน้องกับคนในครอบครัว ซึ่งนั่นก็เป็นการปลูกฝังของที่บ้านมาตั้งแต่เด็กนั่นแหละ


เมี๊ยว~


เจ้าอ้วนส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ ก่อนจะถูกคุณแม่วางลงบนพื้นตามเดิม เจ้าอ้วนที่ยังไม่ถูกตั้งชื่อเดินย้วยไปที่จานอาหารที่ชมพูหวานที่บรรจุข้าวเปล่าคลุกกับเนื้อปลาทูหอมๆ วางไว้ให้ ก่อนจะค่อยๆ ละเลียดชิมทีละนิดๆ


ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อเจ้าอ้วนก็เพราะว่าไม่อยากให้มันรู้สึกว่าเราคือเจ้าของ และก็ไม่รู้ว่ามันมีเจ้าของอยู่แล้วหรือไม่ ตอนแรกคุณแม่ก็กะจะตั้งชื่อว่าไลอ้อนตามนามสกุลและต่อท้ายด้วยชื่อน่ารักๆ คล้ายๆ เจ้าไลก้า แต่เจ้าอ้วนนี่มีขนสีสีขาวสลับส้มดูไปก็คล้ายสิงโตอ้วนก็เลยอยากจะตั้งชื่อว่าไลอ้อน แต่ยังดีที่ควานลินห้ามเอาไว้ทันไม่งั้นได้เรียกไลอ้อนและเลี้ยงมันแน่ๆ


“แมวเลียแปลว่าแมวรักนะน้องลิน  ขนาดแม่ให้อาหารทุกวันเจ้าอ้วนมันยังไม่เคยเลียแม่ซักครั้งเลย”


คุณแม่ยังสาวบ่นน้อยใจเจ้าอ้วน และดูเหมือนมันเองก็รู้ตัวละออกจากจานอาหารแล้วกระโดดขึ้นมานั่งบนตักคุณแม่ที่นั่งยองๆ อยู่ ก่อนจะเลียมือตัวเองและเอามาลูบๆ ที่แขนของแม่อย่างออดอ้อน


“ขี้อ้อนจังเลยนะอ้วน จะง้อแม่เหรอครับ” คุณแม่พูดอู้อี้เพราะแมสที่ปิดปากอยู่ทำให้พูดไม่ค่อยสะดวกนัก ควานลินเบะปากใส่ท่าทางของไอ้อ้วนฉุนั่นก่อนจะหัวเสียเดินกลับเข้ามาในบ้าน และทิ้งท้ายเอาไว้ว่า


“แม่อยากเลี้ยงก็เลี้ยงนะ แต่อย่าให้มันมายุ่งกับน้อง น้องไม่ชอบ”

.

.

.

.





 

“แม่!! ไอ้อ้วนมันมาอีกแล้ว!!


เป็นอีกครั้งที่ควานลินแหกปากลั่นบ้านต้อนรับเช้าวันใหม่ จ้องมองเจ้าอ้วนที่นอนเลียขนหน้าตาเฉยไม่รู้จักสะทกสะท้านอะไรเลยซักนิด ข้างๆ ก็เป็นของขวัญเหมือนทุกวัน แต่วันนี้เป็นปลอกคอเล็กๆ สีดำ ที่มีจี้สี่เหลี่ยมห้อยอยู่


ไร้เสียงตอบรับจากคนเป็นแม่ ควานลินถอนหายใจยาวก่อนจะนั่งยองๆ ลงตรงหน้าไอ้อ้วนหน้าแมวนี่ มือเรียวเอื้อมไปหยิบปลอกคอที่ถูกทิ้งไว้ข้างๆ พุงย้วยๆ นั่นอย่างหวาดระแวง กลัวว่ามันจะข่วนเขาเข้าอีก ครั้งนั้นยังจำความแสบไม่หายเลย


BAEKHO


จี้สีเงินถูกสลักชื่อเอาไว้แบบนั้น ควานลินอ่านออกเสียงอยู่ครั้งสองครั้งก็จำได้ มองจี้สลับกับไอ้อ้วนที่นอนหงายจนพุงย้วยออกไปข้างๆ เหมือนไอศกรีมที่กำลังละลายเพราะโดดแดด


“ไอ้อ้วนเอ้ย แกจะทรยศเผ่าแมวแล้วกลายร่างเป็นหมูเหรอวะ” เด็กหนุ่มบ่นพร้อมยื่นมือไปขยี้พุงนุ่มๆ นั่นอย่าลืมตัว ไอ้อ้วนที่ถูกควานลินขยี้พุงก็พลิกตัวนอนในท่าปกติทันที ทำให้เด็กตัวสูงได้สติก่อนจะชักมือกลับทันที


ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองมาที่เด็กหนุ่ม กระพริบตาช้าๆ อย่างน่ารัก แต่สำหรับควานลินแล้วไอ้อ้วนนี่กำลังล้อเลียนเขาอยู่แน่ๆ


ไหนบอกไม่ชอบ มาแต๊ะอั๋งเค้าทำไมละเหมียว


แบบนี้เลย!!


“เข้าใจคำว่าลืมตัวมั้ยไอ้อ้วน ไปลดน้ำหนักให้ได้ก่อนเถอะ” พูดพร้อมกับใช้นิ้วเคาะลงกลางศีรษะเล็กๆ โดยไม่ลืมใช้นิ้วชี้ลูบเบาๆ ตรงสันจมูกเล็กนั่นก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน สวนกับผู้เป็นแม่ที่วันนี้ไม่ได้มากับข้าวคลุกปลาทูแต่เป็นซาซิมิแซลมอนที่เขาซื้อตุนไว้ในตู้เย็น เด็กหนุ่มตาโตและรีบวิ่งตามมาคว้าตัวคุณแม่ไว้


“แม่ นี่แซลมอนของน้อง น้องซื้อมาเมื่อวานนี้” ทวงความเป็นเจ้าของพร้อมมือที่เอื้อมมือจับกล่องโฟมไว้


“อ่าวเหรอ แม่ก็นึกว่าไม่มีเจ้าของ แต่ดี๋ยวค่อยให้เงินไปซื้อใหม่ละกัน อันนี้แม่ขอเอาไปให้เจ้าอ้วนกินก่อน คงหิวแล้วล่ะ”


“แม่ ไม่ได้ดิ ของน้องจะเอาไปให้แมวได้ยังไงล่ะ” เด็กหนุ่มงอแงจนหน้าบูดเบี้ยวไปหมด มองแซลมอนในมือของแม่แล้วรู้สึกจะร้องไห้ซะตอนนี้เลย


“ทำไมน้องลินขี้หวงแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวแม่ให้ซื้อสองกล่องเลย ตกลงมั้ย?”


พอแม่พูดแบบนั้นเด็กหนุ่มก็เงียบไป ไม่นานก็ยอมปล่อยมือจากตัวแม่และพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนห้องของตัวเองโดยไม่ลืมหันมามองเจ้าอ้วนที่นั่งจุมปุ๊กอยู่หน้าประตูร้องเมี๊ยวๆ เรียกให้แม่ไปหา


ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้อ้วน!

.

.

..

.



ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศพร้อมกับเตียงนุ่มๆ ทำให้เด็กหนุ่มแทบจะเคลิ้มหลับไปแล้วถ้าไม่พลาดเอามือไปโดนของบางอย่างหล่นลงไปบนพื้นจนเกิดเสียงทำให้สติของควานลินกลับเข้าร่างตามปกติ เด็กหนุ่มหยัดตัวลุกขึ้นก่อนจะชะโงกหน้าไปดูข้างเตียงเพื่อตรวจดูว่าสิ่งที่เขาทำหล่นมันคืออะไร


ปลอกคอไอ้อ้วน...


ควานลินเอื้อมมือไปหยิบเอาปลอกคอที่ว่านั่นขึ้นมา พร้อมเขยิบตัวนอนในท่าที่สบาย ใช้สายตาสำรวจจี้เรียบๆ ที่สลักชื่อเจ้าตัวเอาไว้แล้วก็นึกขำ เผลอหยิบติดมือมาตอนไหนไม่เห็นจะรู้ตัวเลย นี่คงเป็นปลอกคอที่เจ้าของให้ใส่เอาไว้แน่ๆ ก็ตามที่คาดเดาไว้ว่าไอ้อ้วนนั่นต้องมีเจ้าของอยู่แล้ว แต่ที่แวะมาเล่นที่บ้านบ่อยๆ ก็คงเป็นเพราะเลี้ยงระบบเปิด ตอนกลางวันก็สามารถเดินออกมาเล่นที่ไหนก็แต่จนทำให้โดนแมวเจ้าถิ่นตะปบเอานั่นแหละ


ด้วยความที่ข้อมือของตนไม่ได้ใหญ่มากและปลอดคอนี่ก็ไม่ได้เล็กมากจนเกินไป เด็กหนุ่มจนคิดอะไรเล่นๆ นำเอาปลอกคอเข้ามาสวมไว้ที่ข้อมือข้างซ้ายของตน และมันก็ใส่ได้พอดีเป๊ะเลย


“ไอ้อ้วนนั้นคอไหญ่จะตาย ทำไมปลอกคอถึงเล็กจังเลย...” เอ่ยออกมาด้วยความสงสัย พลิกข้อมือไปมา ในใจก็คิดว่าสวยดีถ้าไม่บอกว่าเป็นปลอกคอแมวก็ไม่มีใครรู้หรอก มันเหมือนสร้อยข้อมือปกติเลยแถมยังมีแสงวิบๆ เปร่งออกมาด้วย


เอ๊ะ...


“มันไม่ใช่ปลอกคอซะหน่อย”


เสียงทุ้มพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่ดังขึ้นข้างหูทำเอาควานลินสะดุ้งแรงถอยหลังจนพลาดตกเตียงดังโครม ความเจ็บแปรบบริเวณบั้นท้ายทำเอาใบหน้าหล่อเหยเก ใช้มือคลำก้นปอยๆ เงยหน้าขึ้นมามองต้นเสียงทำบังอาจทำให้เขาตกใจ...


แต่นี่มันห้องของเขา มันจะมีใครล่ะ!


“นายเป็นใคร!” เจ้าของห้องถามเสียงดัง มองชายหนุ่มที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงด้วยความไม่ไว้ใจ ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนแม้จะยังรู้สึกเจ็บอยู่หน่อยๆ ก็ตาม


“แบคโฮ”


ชื่อคุ้นหูถูกเอ่ยขึ้น ควานลินขมวดคิ้วมองผู้ชายแปลกหน้าที่ยึดเตียงของเขาไปด้วยความไม่เข้าใจ คนตรงหน้าเป็นผู้ชายร่างสันทัด แขนขาและตัวมีกล้ามเนื้อพองามตามแบบคนเล่นกีฬา หน้าอกทั้งสองข้างมีรอยน้ำหมึกสีน้ำประดับเป็นรูปดาวและอักษรกราฟฟิตี้ที่ดูเข้ากันอย่างมาก แต่ไม่ใช่แค่นั้นเพราะเขายังสักรูปเสือไว้ที่แขนข้างขวาอีกด้วย ใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มน้อยๆ คอยมองเด็กหนุ่มอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไร คนที่บอกว่าตัวเองชื่อแบคโฮตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าเปลือยตัวอยู่ก็ว่าได้เพราะควานลินไม่รู้ว่าใต้ผ้าห่มที่ปกปิดส่วนล่างนั่นมีชั้นในหรือกางเกงอยู่บ้างมั้ย... แต่คิดว่าไม่มี


“เข้ามาได้ยังไง เป็นโจรใช่มั้ย แม่!! โจรขึ้นบ้าน” พอคิดได้ก็รีบตะโกนขอความช่วยเหลือจากคนเป็นแม่ทันที


คนตัวโตรีบพุ่งลงจากเตียงมาหาเจ้าของห้อง พร้องใช้ท่อนแขนแกร่งล็อคตัวอีกฝ่ายไว้ ส่วนฝ่ามือก็ปิดปากควานลินไว้แน่นจนแก้มนุ่มบู้บี้ไปหมด ควานลินดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนของอีกคน ส่งเสียงอื้ออ้าทักท้วงอีกคนให้ปล่อย แต่ก็ไม่สำเร็จ


เมื่อตอนที่คนแปลกหน้าลุกออกจากเตียงควานลินแทบจะสติเตลิดเพราะใต้ผ้าห่มนั่นไม่มีอะไรปกปิดเลยวิ่งโล่งโจ้งเข้ามาหาเขา ผีบ้านผีเรือนหายหมดก็คราวนี้แหละ แผ่นอกอันเปลือยเปล่าของคนตัวโตแนบชิดกับหลังของเด็กหนุ่มควานลินยืนตัวแข็งทื่อเมื่อรับรู้ว่าร่างกายของเราทั้งคู่มันแนบชิดกันเกินไป แม้ส่วนสูงของเขาจะมากกว่าอีกฝ่ายแต่ว่ามันก็ไม่ได้มีผลต่ออะไรที่แนบชิดกันในตอนนี้ มันไม่ได้ทำให้เราห่างกันมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันเกินไปจริงๆ


“เงียบได้ก็ดี” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นข้างหู ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผิวกายจนรู้สึกสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกแปลกๆ ควานลินย่นคอหนีลมร้อนนั่นเล็กน้อย แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้


“จะปล่อยมือแล้วนะ ห้ามร้องด้วย แล้วจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง”


“อามไอ้อั้ย?” เสียงอู้อี้พูดไม่เป็นภาษาของเจ้าของห้องดังผ่านมือใหญ่ออกมา


“อะไรนะ?” ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย ควานลินใช้สายตามองอีกฝ่ายเคืองๆ ก่อนเจ้าตัวจะรู้ตัวแล้วคลายมือออกจากปากให้


ควานลินสูดหายใจเข้าเต็มปอดใช้มือถูปากแรงๆ อย่านึกรังเกียจ ก็แหม อยู่ๆ มีคนแปลกหน้าเอามือมาปิดปาดแบบนี้ใครจะอารมณ์ดีล่ะ


“ถามได้มั้ย?” ควานลินถามอีกครั้ง


“ก็ถามได้ อยากรู้อะไร” แบคโฮเดินไปนั่งไขว่ห้างอยู่บนขอบเตียงกระดิกเท้าไปมาอย่างสบายใจ แต่จุดโฟกัสมันไม่ใช่เท้าที่เต้นดุ๊กดิ๊กไปมาแต่เป็นเครื่องตกแต่งความเป็นชายที่ห้อยหัวอยู่นั่นต่างหาก


ควานลินพยายามใช้สายตาหันมองไปทางอื่นเพื่อไม่ต้องจับจ้องส่วนนั้นมากเกินไป ความร้อนเห่อขึ้นข้างแก้มทั้งสองข้างพร้อมความรู้สึกประหม่าที่เกิดขึ้น การที่ต้องมาอยู่ในห้องกับคนแปลกหน้าแถมยังโป๊แบบนี้ใครทำตัวปกติได้ก็แปลกแล้ว คนไม่มีหัวใจ!


“นายเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง ไม่ใช่ผีใช่มั้ย เป็นขโมยหรือเปล่า”


“ก็บอกไปแล้วว่าชื่อแบคโฮ มาจากข้างนอก ที่เข้ามาได้เพราะควานลินใส่แหวนของฉัน” คนตัวโตชี้ไปที่ข้อมือเล็กที่สวมใส่สร้อยสีดำอยู่ “แล้วก็ไม่ใช่ผีไม่ใช่ขโมย แต่เป็นแมว”


“ไอ้บ้า สติดีอยู่มั้ยวะ ออกไปเลย” โวยวายลั่นขึ้นมาทันทีเมื่อฟังจบ ควานลินคว้าทุกอย่างที่อยู่ใกล้กระหน่ำโยนใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็วทั้งหมอน ตุ๊กตา เลโก้ หนังสือเรียน และโคมไฟ


“เห้ยๆ นั่นโคมไฟนะ จะโยนมาเหรอ” เสียงท้วงทำให้เด็กหนุ่มค้างมืออยู่ในอากาศ ควานลินมองโคมไฟรูปก้อนเมฆดึ๋งๆ ที่ได้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อกี้ที่แล้วจากเพื่อนสนิทอย่างซอนโฮก็ต้องยอมลดมือลง เพราะเสียดายของ


แบคโฮเอามือขึ้นลูบอกพร้อมถอนหายใจยาวอย่างโล่งใจ


เขาไม่อยากตายตอนนี้ด้วยน้ำมือเจ้าสาวของตัวเองนะ


“สร้อยข้อมันเป็นปลอกคอของไอ้อ้วนต่างหาก นี่ไงชื่อก็สลักไว้ว่าแบคโ


“...........”


“แบคโฮ” ควานลินทวนชื่อที่สลักไว้บนจี้สร้อยอีกครั้ง มองสลับกับใบหน้ายิ้มๆ ของอีกฝ่าย “นายก็ชื่อแบคโฮ”


“ใช่ ฉันเองแบคโฮ” แบคโฮพยักหน้าตอบรับ ยืนขึ้นเต็มความสูง ก้มมองหน้าท้องของตัวเองแล้วใช้ฝ่ามือลูบวนไปมา “เลิกเรียกฉันว่าไอ้อ้วนซักทีได้ปะ เนี่ยดูดิมีพุงที่ไหนหุ่นออกจะดีขนาดนี้”


ไม่พูดเปล่าแบคโฮเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น พุ่งเข้าจับมือของอีกฝ่ายมาวางแหมะกับหน้าท้องของตัวเอง บังคับให้ควานลินลูบกล้ามเนื้อที่ตนเองภูมิใจนักหนา เมื่อได้รับสัมผัสที่ชอบใบหน้าหล่อก็เคลิบเคลิ้มเหมือนแมวสูดฝิ่นจนควานลินอดหมั่นไส้ไม่ได้ ชักมือกลับและผลักอีกคนกระเด็นออกไปไกล


“ทำอะไรทุเรศจังวะ บรื๋ยยย ขนลุก” ไลควานลินกลายเป็นแมวสะบัดขนเสียเอง แบคโฮมองท่าทางนั้นอย่างนึกเอ็นดู


“ก็น่ารักแบบนี้ไง...”


“ทำไม นี่ๆ ยังไม่เคลียร์เลยว่าที่ว่าเป็นแมวอะ เป็นแมวก็ต้องมีหางมีหูดิ ใช่ไอ้อ้วนจริงรึเปล่า อย่ามาหลอกกันนะ” เด็กหนุ่มแยกตัวเดินออกไปยังตู้เสื้อผ้าพร้อมค้นหาเสื้อผ้าไซส์ที่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถใส่ได้


ค้นอยู่นานก็เดินกลับมาพร้อมกับเสื้อยืดสีดำตัวใหญ่เวลาเจ้าตัวใส่จะดูโคร่งไปหมด กับกางเกงแบบโอเวอร์ไซส์หัวยางยืดที่เอาไว้ใส่เวลาอยากเป็นเด็กฮิปสเตอร์หน่อยๆ แบคโฮไม่ได้ตัวโตขนาดที่ต้องเอาเสื้อผ้ายักษ์มาให้ แต่ด้วยมวลกายที่หนากว่าควานลินอยู่มากนัก จึงทำให้ต้องกาไซส์ที่ใหญ่ที่สุดมาให้ดีกว่า ไม่งั้นคงได้เห็นคนในร่างแหนมแน่ๆ


“ใส่เถอะ ผมไม่อยากมองแล้ว” มือขาวยื่นเสื้อผ้าให้อีกฝ่าย แต่แบคโฮไม่มีทีท่าว่าจะรับมันไป


“ใส่เหรอ... ใส่ไม่เป็น” เส้นความอดทนของควานลินแทบจะขาดผึ่งออกตรงนี้ ดวงตาหวานตวัดขึ้นมองตัวปัญหาพร้อมกับพูดว่า “ก็แค่ใส่เสื้อผ้า มันยากตรงไหน?”


“ควานลินเคยเห็นแมวใส่เสื้อผ้าเองเหรอ?” คำถามที่ถูกถามกลับมาทำเอาคนตัวสูงงับปากที่กำลังจะบ่นลงทันที


แบคโฮบอกว่าตัวเองเป็นแมว แมวไอ้อ้วนที่ชอบคาบซากแมลงตายมาวางไว้หน้าบ้าน แมวไอ้อ้วนที่แม่ชอบเอาข้าวคลุกปลาทูให้กิน(ล่าสุดได้กินแซลมอน) ไอ้อ้วนที่ข่วนเขาเป็นแผลยาวในวันแรกที่เจอกัน


“ยกมือขึ้นสิ” ควานลินเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังเงียบไปสักใหญ่ แบคโฮยกแขนทั้งสองข้างขึ้นฟ้าอย่างว่าง่าย เด็กหนุ่มคลี่เสื้ออกแล้วบรรจงสวมให้คนตัวโตค่อยๆ เหมือนกลัวอีกฝ่ายเจ็บ แขนทั้งสองข้างสอดเข้ามาในเสื้อและทะลุออกมาก่อนจะตามด้วยหัวของแมวอ้วนที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมา ควานลินจัดแจงเสื้อให้เข้าที่เรียบร้อยก่อนจะหันหลังกลับไปหยิบกางเกงที่วางไว้บนเตียง


“ยกขาขึ้น” เสียงนุ่มสั่งพร้อมกับย่อตัวนั่งลงตรงหน้าแบคโฮ ด้วยตำแหน่งที่เสียงผิดผีทำให้ใบหน้าใสอยู่พอดีกับส่วนแสดงเพศสภาพของอีกฝ่ายตรงๆ แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออาการเขินอายที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้ควานลินทำตัวไม่ถูก ตั้งแต่โตมาก็ไม่เคยต้องมาเห็นใครแก้ผ้าต่อหน้าแบบนี้ แถมเขายังต้องมาใส่เสื้อผ้าให้อีกฝ่ายอีก บ้าจริงๆ


ท่าทางเงอะงะๆ ของแบคโฮที่พยายามยกขาทั้งสองข้างพร้อมกับทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับอยากเอาหัวโบกพื้นให้สลบไปให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับภาพตรงหน้า


“ยกขาทีละข้าง... แบบนั้นแหละ” ควานลินเปลี่ยนคำสั่ง ซึ่งแบคโฮเองก็ทำตามช้าๆ แต่ดูเหมือนคนตัวโตจะทรงตัวได้ไม่ค่อยดีนัก ร่างหนาเซมาข้างหน้าแล้วก็ล้มทับเจ้าของห้องซะเต็มน้ำหนัก  ควานลินร้องลั่นรู้สึกเจ็บจนจุกท้องไปหมด มันไม่ใช่ฉากในละครหรือนิยายเรื่องอื่นที่พอล้มทับกันแล้วต้องมีการส่งสายตาวิ๊บๆมาให้ แต่นี่คือเขากำลังโดนคนตัวโตกว่ามากล้มทับและไม่มีการยั้งน้ำหนักเอาไว้ซักนิด ทั้งเจ็บทั้งปวดตัวไปหมด ในใจนึกอยากถีบอีกคนเพื่อแก้แค้นจริงๆ


“ยืนดีๆ ไม่เป็นหรือไงนายน่ะ!” ควานลินตลาดลั่น ใช้แขนยันตัวขึ้นมานั่งให้ตรง แบคโฮที่ตอนนี้ถดตัวถอยหลังไปเล็กน้อย ทำหน้าเหมือนแมวถูกดุอยู่ตรงหน้า เมื่อได้สติแล้วควานลินพยายามข่มอารมณ์โกรธของตัวเองก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ แม้จะรู้สึกปวดระบบกระดูกก็ตาม ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ แมวอ้วนยังไงก็คือแมวอ้วน


“ขอโทษที่เสียงดัง.... ไปนั่งบนเตียงเถอะจะใส่กางเกงให้” ควานลินยอมที่จะเอ่ยขอโทษเจ้าแมวอ้วน เพยิดหน้าไปที่เตียงแต่แบคโฮก็ยังคงนั่งจุมปุ๊กอยู่ที่พื้นดังเดิม ไม่ว่าจะร่างคนหรือร่างแมวไอ้อ้วนนี่ก็ขี้น้อยใจเหมือนเดิมไม่มีผิด ตอนที่เป็นแมวเวลาเขาด่ามันก็จะม้วนตัวเป็นก้อนกลมๆ แล้วนั่งหลบมุมมองเขาอย่างนั้น แม้ว่าเป็นคนแล้วมันจะไม่กลมเหมือนตอนเป็นแมว แต่ท่าทางมันก็เหมือนเดิมทุกอย่างเลย


                “ไปนั่งบนเตียงไปแล้วแบคโฮ อย่าให้ดุสิ” ควานลินเอ่ยเสียงเข้ม แบคโฮได้ยินเช่นนั้นก็รีบลุกขึ้นแล้วกระโดดขึ้นเตียง นั่งห้อยขาลงมา


                ควานลินส่ายหน้าเหนื่อยใจกับเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนี้ เดินเข้ามาใกล้เจ้าแมวอ้วนแล้วนั่งลงตรงหน้า จับขายาวๆ ที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อขึ้นมาแล้วสอดเข้าในกางเกงทั้งสองข้าง “ยกก้นขึ้นหน่อย”


                แบคโฮทำตามทันที ทำให้การใส่กางเกงให้แมวอ้วนเป็นไปอย่างราบรื่น พอเสร็จภารกิจแล้วควานลินจึงลากเก้าอี้ที่ปกติเอาไว้นั่งเล่นคอนมาตั้งไว้ที่หน้าเจ้าแมวอ้วน เพื่อจับเข่าคุยที่มาที่ไปให้รู้เรื่องไขข้อสงสัย


                “มา เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ดวงตาหวานสำรวจความเรียบร้อยของคนตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่ประตูเช็คว่าล็อคเรียบร้อยแล้วหรือยัง เมื่อทุกอย่างโอเคแล้วเจ้าของห้องจึงเริ่มเปิดหัวข้อสนทนาขึ้น


                “นายคือไอ้แมวอ้วนนั่นจริงๆ เหรอ” เอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่ไว้ใจ แบคโฮพยักหน้าหงึกหงัก


                “ใช่ ถ้าควานลินไม่เชื่อฉันจะพิสูจน์ให้ดู” พอพูดจบหูแมวสีขาวก็โผล่ขึ้นมาบนหัวพร้อมกับหางแมวที่แทรกออกมาจากกางเกงและแกว่งไปมาโชว์ให้เจ้าของห้องเห็น ควานลินนิ่งค้างไปกับภาพตรงหน้า รู้สึกช็อคไม่ต่างจากเห็นควานออกลูกเป็นกินรีต่อหน้าต่อตา


                “เรื่องนี้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ใช่ไม่ใช่?”


                แบคโฮพยักหน้ารับ  “ครับ พันธุ์อื่นเรียกพวกเราว่าเมาเนียซ ตอนนี้เหลือกันอยู่ไม่ถึงร้อยตัวบนโลก เพราะว่าเราแปลกเลยทำให้ถูกจับเอาไปขายสุดท้ายก็ค่อยๆ สูญพันธุ์เรื่อยๆ แต่ตัวอื่นที่เป็นเมาเนียซธรรมดาจะไม่สามารถแปรงร่างเป็นคนได้ตามใจชอบ จะทำได้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น แต่สำหรับฉันเป็นข้อยกเว้น”


                แบคโฮอธิบายถึงที่มาของตัวเอง ควานลินนั่งอ้าปากค้างฟังอย่างตั้งใจ เคยได้ยินแต่ในการ์ตูนว่ามีพวกครึ่งคนครึ่งสัตว์อยู่ปะปนกับมนุษย์แต่ส่วนมากจะเป็นม้า มังกร หรืองูอะไรแบบนั้น ไม่เคยดิ้นว่ามีเผ่าพันธุ์บ้าบอแบบนี้เลย


                “แล้วยังไง ทำไมถึงมีข้อยกเว้น” ควานลินถามต่อทันที รู้สึกสนุกกับเรื่องราวที่ได้รับรู้ เหมือนเปิดโลกกว้างโดยไม่ต้องออกไปไหน แม้มันจะประหลาดไปมากแต่ก็รับฟังแบบเงียบๆ ดีกว่า


                “เพราะฉันสืบเชื้อสายมาจากผู้นำของเผ่าพันธุ์โดยตรง ถ้าเป็นพวกมนุษย์คงเรียกว่าเจ้าชายใช่มั้ย หมายถึงผู้นำน่ะ ตัวอื่นๆ เรียกเมาเนียซแบบเราว่าเรียลเมาเนียซคือเมาเนียซแท้ไม่มีอะไรผสมเลย อ่อ กำลังสงสัยใช่มั้ยว่าทำไมถึงผสมได้กับพันธุ์อื่นได้ ก็เพราะเรามีร่างมนุษย์ไงล่ะถึงทำให้เรากับมนุษย์มีความสัมพันธ์กันและผสมพันธุ์กันได้”


                นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย การมั่งพูดคุยกับสิ่งแปลกประหลาดของโลกที่เรียกตัวเองว่าเมาเนียซ แถมไม่ใช่เมาเนียซธรรมดาด้วย เจ้าอ้วนที่อยู่ตรงหน้านี่คือเจ้าชายของพวกเมาเนียซ


                “คำว่าผสมพันธุ์มันดูไม่เข้าหูซักไหร่หรอกนะ... แต่ก็ช่างเถอะ แล้วยังไงต่อ”


                “ก็ที่ฉันมาที่นี่เพราะมาหาควานลินน่ะ” แบคโฮหลบสายตาเด็กหนุ่มเล็กน้อยมือใหญ่กำเนื้อผ้ากางเกงของอีกคนที่สวมอยู่อย่างเขินอาย ควานลินขมวดคิ้วกับคำพูดทีได้ยิน


                “มาหาทำไม ผมไม่ได้ขโมยแมวตัวไหน เอ่อ เมาเนียซตัวไหนมาซักหน่อย” เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ไม่มีเหตุผลอะไรที่คนธรรมดาอย่างเขาจะต้องมาเจอเรื่องแปลกๆ แบบนี้


                “ควานลินจำวันแรกที่เจอฉันได้มั้ย” แบคโฮถาม เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ เขาจำวันที่เจอเจ้าแมวอ้วนสะบักสะบอมหาได้ดี เพราะมันเป็นวันที่ไอ้อ้วนนี่ข่วนเขา “นั่นแหละ ผมหนีพวกกลุ่มล่าเมาเนียซมา ดีนะที่โดนยิงเฉียดหางไปถ้าเกิดโดนเข้าที่สำคัญเผ่าพันธุ์ไร้ผู้นำแน่ๆ”


                “แล้วตอนนี้พวกนั้นยังล่านายอยู่มั้ย?” แววตาที่ฉายแววเป็นห่วงมองมาที่คนตัวโตก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นเหมือนเดิม


                “ถ้าเขาเจอฉันอีก ก็โดนล่าต่อ ฉันถึงพยายามมาขออยู่ที่บ้านควานลินไง” ควานลินร้องอ๋อ นี่เองที่เป็นสาเหตุให้เจ้าแมวอ้วนแวะเวียนมาที่บ้านทุกวัน “ก็รู้นะว่าคุณแม่เลี้ยงฉันไม่ได้ แต่ฉันไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ”


                “ก็แม่แพ้ขนแมวจะเลี้ยงได้ยังไงล่ะ” ควานลินบอกเหตุผลไป แบคโฮส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่เห็นด้วยพร้อมสบตากับนัยย์ตาหวานของเด็กหนุ่ม


                “ไม่มีมนุษย์ที่ไหนแพ้ขนเมาเนียซหรอกนะ ที่เลี้ยงไม่ได้เพราะควานลินไม่รักฉันต่างหาก”


                นั่นไง ตัดพ้อไปพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แสดงความเศร้าออกมาอย่างชัดเจน จนเด็กหนุ่มที่นั่งฟังอยู่รู้สึกถึงก้อนสะอึกที่จุกอกขึ้นมา


                “ควานลินรู้มั้ยว่าฉันน่ะรักควานลินตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยน


                “รักบ้าอะไร คุณข่วนผม” ควานลินเถียงขึ้นทันทีเมื่อได้ฟัง


                “นั่นมันตกใจต่างหาก เล็บมันกางออกเอง ไม่งั้นฉันไม่คาบของขวัญมาให้ทุกวันหรอกนะ” แบคโฮบ่นอุบ


                “อ๋อ ไอ้ซากจิ้งจกศพตั๊กแตนนั่นคือของขวัญจากพวกเมาเนียซงั้นเหรอ ไอ้อ้วนเอ้ยมันเรียกว่าของสกปรก” ควานลินอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคออีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำไม่ได้เพราะสีหน้าหงอยๆ นั่น ทำให้เขาใจอ่อนยวบไปหมด


                “ก็ตามธรรมเนียมของพวกเราชาวเมาเนียซ ถ้าเกิดว่ารักใครอยากใช้ชีวิตร่วมกับใคร ทุกๆ วันเราต้องหาของขวัญมาให้เขาซึ่งนับเป็นของกำนันและสินสอดล่วงหน้าเพื่อเป็นตัวเบิกทางก่อนจะทำการสู่ขออีกฝ่ายด้วยโซลเมทริง”


                แบคโฮอธิบายอีกครั้งพร้อมกับชี้ไปที่กำลังข้อมือสีดำที่อยู่บนข้อมือของเด็กหนุ่ม ควานลินตาโตยกแขนขึ้นมาดูพยายามแกะสร้อยข้อมือออกแต่ก็แกะไม่ออกซักที


                “ไม่ต้องพยายามแกะหรอก เมาเนียซน่ะมีคู่ได้แค่คนเดียวเมื่อเรามั่นใจว่ารักใครเราจะมอบโซลเมทริงให้คนนั้น ถ้าเขายอมรับก็คือการสวมมันที่ข้อมือหรือลำคอก็ถือว่าพิธีสู่ขอของเมาเนียซสำเร็จแล้ว เราจะเป็นคู่ชีวิตกันตลอดไปและไม่สามารถถอดออกหรือแยกจากกันได้อีก”


                “............”


                “ตอนนี้ก็ถือว่าเราได้แต่งงานกันแล้ว และควานลินเป็นเจ้าสาวของฉั


                “ทั้งๆ ที่ผมไม่รู้ตัวน่ะเหรอ” ควานลินเอ่ยถามอย่างหัวเสีย รู้สึกวูบโหวงในอกพลันน้ำตาแห่งความสับสนก็จะไหลออกมา รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ดวงซวยที่สุดในโลก


                “อย่าร้องไห้นะ ไม่งั้นฉันจะรู้สึกเจ็บปวด” แบคโฮเอ่ยห้าม


                “ทำไมจะร้องไม่ได้ หรือมันเป็นเพราะโซลเมทริงอะไรนั่น มันเชื่อมความรู้สึกได้หรือไงกัน” ควานลินที่หัวเสียสวนกลับทันที มือก็พยายามดึงสร้อยข้อมือออกอย่างไม่ลดละ แต่ยิงดึงก็ยิ่งแน่น


                “ไม่ใช่หรอก แต่เป็นเพราะฉันรักควานลินต่างหาก” แบคโฮเขยิบตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับแนบริมฝีปากลงข้างแก้มจูบซับน้ำตาของเด็กหนุ่มอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะผละออกมา ฝ่ามือใหญ่คว้ามืออีกคนมากุมไว้ก่อนจะวางมันลงที่อกข้างซ้ายของตัวเอง “การเห็นน้ำตาของคนที่เรารักมันทำให้เราเจ็บตรงนี้นะ”


                “แต่ผมไม่ได้รักคุณ ผมเกลียดแมว” ควานลินยืนยันเสียงหนักแน่น ผลักอีกฝ่ายออกห่างพร้อมกับสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง


                เมื่อได้ยินเช่นนั้นแบคโฮก็ก้มหน้านิ่งพยักหน้าเบาๆ ยอมรับกับความรู้สึกของอีกฝ่าย ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดออกมา ความอึดอัดและทรมานนี้เป็นสิ่งที่ไมมีใครอยากจะทำความรู้จักมัน


                “ถ้าควานลินทรมานใจผมจะบอกวิธียกเลิกการแต่งงานของเราก็ได้นะ” แบคโฮเอ่ยเสียงสั่นๆ ควานลินหันกลับมามองอีกคนพร้อมเอ่ยถามเบาๆ


                “ทำยังไง?”


                “ก็แค่ฆ่าฉันให้ตาย”



tbc.





อัพบ่อยจัง จะมีคนอ่านเป่าเนี่ยย งึๆ

พี่แพรพื้นที่หมีแบค บอกว่า ลองแต่งแบคโฮเป็นแมว

อะเค หนูแต่งแล้วน้า อาจจะไม่ตรงมาก แต่แมวเหมือนกัล 55555

แอบเห็นคนรีในทวิตว่าแมวชอบคาบซากจิ้งจกมาไว้หน้าบ้าน ก็เลยเอาวะ เอาแบบนี้แหละ 


ฝากเจ้าชายเมาเนียซไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยเน้อ   

ถ้ารู้สึกชอบอยากให้มาอัพบ่อยๆ ขอคอมเม้นเป็นกำลังใจหน่อยเน่อ ฮือ


ปล.เราเป็นคนคิดไม่ซับซ้อนเพราะงั้นฟิคแต่ละตอนจะไม่ซับซ้อนหรอก 55555

ปลล.เชคคำผิดไปแบบง่วงๆ แล้วนะฮับรอบนึง แต่ก็.... ช่วยน้องด้วยนะคะ 55555

 



เม้ามอยในทวิต
╯﹏╰
#อาชีพโฮลิน






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,334 ความคิดเห็น

  1. #1273 ohhoimim1215 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 01:15
    แง้ เจ้าแมวอ้วลลลลลลลล นุอยากเลี้ยงแมวพิแบคบ้าง สปสปสสหสหวผยปว
    #1,273
    0
  2. #1006 +Ayame+ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 08:18
    โธ่ เจ้าอ้วนนนน เหมือนตัดพ้อเลยอ่ะ แบบผิดหวังงโธ่
    #1,006
    0
  3. #936 พี่จะพาย (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 22:10
    แมวอ้วนน อยากฟัดพุงบ้างจัง????
    #936
    0
  4. #906 Maysquidz (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 07:04
    ชอบมากกกกกกกก วี้ดดดดดดด ตอยแรกนึกว่าจะมาแนวฮาไปเลยงี้ เพราะภาพแมวอ้วนนั้นช่างเข้ากับพี่ดงโฮเสียจริง555555555 แต่พอมาแนวนี้ก็ว้าวเลยค่ะ แบบ *0* น้องหลินหนูอย่าใจร้ายกับพี่เขามากสิลูก TwT ใจบางอะ แมวก็คือแมว ถึงรางจะเป็นอะไร แต่จิตใจแมวเหมียวมาก แต่บับ พิคะ จริงๆเราเป็นน้องเราคงเอ๋อๆอะ ชห แต่งงานแล้วหรอวะ orz แล้วคือวิธียกเลิกการแต่งงานของแมวเผ่านี้คือฮาร์ดคอร์แท้ แง มั่ยนะๆๆๆๆ น้องหลินไม่ทำหรอกกกกก
    #906
    0
  5. #900 _pneney (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:59
    เเมวอ้วนนนนนน อยากจับกินเเง้งงง
    #900
    0
  6. #871 FRENCHU (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 01:59
    แงงงงงงงง แมวมันชอบออ้วน ตล๊กกกก 66555555555
    #871
    0
  7. #852 MUTCHARA D'EMON (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 13:26
    เจ้าอ้วนนนน ทำไมทำตัวน่าบีบแบบนี้ ลินลินหนูคงไม่ทำเจ้าอ้วนหรอกใช่มั้ยลูกกก
    #852
    0
  8. #848 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 09:02
    หลินลูกกก อย่ารังเกียจเจ้าอ้วนเลยนะ งึกๆ
    #848
    0
  9. #845 ~JaN~ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 07:31
    ขอแมวอ้วนมาฟัดหน่อยยยยย
    #845
    0
  10. #844 인연 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 01:17
    เจ้าแมวอ้วน อยากมีเจ้าแมวอ้วนแบบนี้สักตัวจังเลยค่ะ ฮือออ ควานลินอย่าใจร้ายกับเจ้าอ้วนเลยนะ เอ็นดูแบคโฮเถอะ
    #844
    0
  11. #843 ptrp. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 01:09
    เจ้าอ้วนน่ารักกกก หลงรักน้องควานลินตั้งแต่ครั้งแรกเลย ฮือ ใจอ่อนนะลูกกก
    #843
    0
  12. #840 ลูกหมีขาว (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 10:03
    เป็นเจ้าแมวอ้วนที่น่าบีบ น่าขยำและน่าฟัดพุงมาก แง้ แล้วเนี่ย มีการตัดพ้อเบอร์แรง ตัดพ้อสุดกำลัง ถึงจะอยากยกเลิกงานแต่งแต่ไหน แต่หนูคงไม่คิดฆ่าเจ้าแมวอ้วนใช่มั้ยน้องลินนนน
    #840
    0
  13. #839 Trexjj (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:46
    น้องลินจะฆ่าแมวอ้วนหรือป่าวลูก
    #839
    0
  14. #837 -Shawty- (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:10
    อื้อหืออ ตัดพ้อเบอร์แรงมากกก เจ้าสาวไม่รัก เสียงสั่นไปอีกก
    #837
    0
  15. #836 Nukkadook Suw (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:31
    ตอนเป็นแมวมีพุง ตอนเป็นคนทำไมพุงแน่นจังคะพี่
    #836
    0
  16. #834 cherish_foryou (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:32
    ตอนนี้คาบจิ้งจก แต่อีกเดี๋ยวอาจจะคาบ.......
    #834
    0
  17. #833 1719mx (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:29
    หลินฆ่าน้องแมวไม่ลงหรอกกก ยอมแต่งงานไปเถอะรู้ก แมวมันรักหนูน้าาา แตืก็เข้าใจน้องอะ อยุ่ดีๆมาให้แต่งได้ไงวะ555555555 ว่าแต่ น้องหลินจะช่วยเจ้าชายแมวสืบพันธุ์ไงอะคะ..
    #833
    0
  18. #832 AsakiSan (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:52
    อ้าว หน่วงเฉย.... รอๆๆๆๆ
    #832
    0
  19. #830 bmw0626 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:06
    ฮือออ ลินไม่ฆ่าแน่นอน แต่สงสารพิอ้วง ลินรักพิเขาไวๆนะ
    #830
    0
  20. #828 bfxxnxxx (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 16:42
    ชอบเรื่องนี้ ต้องฆ่าเลยหรอคะะะ
    #828
    0
  21. #827 Aiyshy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 16:30
    ถ้าการยกเลิกการแต่งงานก็คือการฆ่าแบคให้ตาย.. งั้นก็คงไม่มีการยกเลิกการแต่งงานที่ทำได้จริงๆแล้วหล่ะ ดังนั้น.. ไปเถิดทั้งคู่ไปสู่ประตูสวรรรรรรรรรค์ 5555 ขอให้รักกันมากๆมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะเพคะ เจ้าชายแห่งเมาเนียซ☺️
    #827
    0
  22. #826 nanni_oummi (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 14:34
    ชอยพล็อตนี้มากก พิแมวน่าเอ็นดูมากค่ะ
    #826
    0
  23. #825 Elllsaaaa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:19
    โดนเจ้าขายแมวอ้วนมัดมือชกแล้วลูก เปิดใจๆหนูคงฆ่าใครไม่ได้ใช่มั้ยคะ
    #825
    0
  24. #823 Ayna00 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 09:22
    เขินอยุ่ดีๆ หน่วงเฉย ฮืออออออ
    #823
    0
  25. #822 lerr (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 08:54
    งืออออออออ
    #822
    0