(produce101) กรุณาระบุอาชีพที่ต้องการ - sf holin ♡

ตอนที่ 21 : Please take me away [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    19 ม.ค. 61



แรงสั่นครืดจากเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กที่พึ่งเปิดใช้งานทำเจ้าของขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ  โทรศัพท์ของคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนอย่างเขานี่น่ะเหรอจะมีการแจ้งเตือนเยอะมากมายขนาดนี้ เร็วเท่าความคิดมือเรียวสัมผัสหน้าจอเลื่อนเปิดการแจ้งเตือนที่มาจากกล่องข้อความ รวมไปถึงโปรแกรมแชท


และดูเหมือนว่าการตัดสินใจของเขาจะผิดมหันเมื่อรู้ใจความสำคัญของข้อความมากมายนั่น


มึงหนีพวกกูไม่พ้นหรอก

อย่าคิดนะว่าพ่อจะคุ้มกะลาหัวมึงได้ตลอด

มุดหัวอยู่ในกรงเหมือนหมาบ้านเลยว่ะไลควานลิน

คิดว่าหลบอยู่ในนั้น กูจะลากตัวมึงออกมาไม่ได้เหรอ


และข้อความอีกมากมายที่ถูกส่งมาจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก แต่เขาเดาไม่ยากหรอกว่าพวกคนที่ส่งมาคือใคร และต้องการอะไร เขาไม่ปฏิเสธว่าแอบหวั่นใจและกลัวอยู่บ้าง แต่ตราบใดที่ขายังไม่ก้าวออกนอกเขตรั้ว ควานลินก็จะปลอดภัย


“เป็นอะไรไป?” ดงโฮที่สังเกตใบหน้าของอีกคนที่ถอดสีหลังจากก้มอ่านข้อความในโทรศัพท์ มือหนาคว้าโทรศัพท์เครื่องบางมาถือไว้เอง ก่อนจะเลื่อนอ่านข้อความทั้งหมด


ดงโฮขบกรามแน่นพยายามข่มอารมณ์หงุดหงิดของตนก่อนจะยื่นคืนเจ้าของถ้าอีกฝ่ายพูดมาอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถมั่นใจว่าในบ้านหลังนี้จะปลอดภัยจริงๆ ใช่อยู่ว่าที่นี่เป็นถึงบ้านของผู้บังคับการตำรวจแต่การดูแลความปลอดภัยกลับไม่ปลอดภัยสำหรับเขา ถึงจะมีกล้องวงจรปิดทุกแยกทางเดินและยามเฝ้าเวรผลัดเปลี่ยนแต่ก็ยังมีช่วงเวลาที่สามารถแอบปืนรั้วเขามาได้ ไหนจะแม่บ้านที่พักอยู่เรือนหลังเล็กที่สร้างแยกออกไปอีก


“ไปเก็บของ คุณต้องไปอยู่ที่อื่น”


อาจจะเป็นความคิดตื้นๆ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ควานลินยังอยู่ที่บ้านนี้ มันเหมือนเขาอยู่ในที่แจ้งรอให้ศัตรูเข้ามาจู่โจมเมื่อไหร่ก็ได้


เด็กหนุ่มอ้าปากหวอ มองหน้าผู้กองคังอย่างไม่เข้าใจ


“ทำไมผมต้องไปที่อื่น ในเมื่อนี่มันบ้านผม” ควานลินเถียง เขามั่นใจว่าดงโฮกำลังจะบอกกลายๆ ว่าจะพาเขาไปพักที่อื่นชั่วคราว คงไม่ได้ให้เก็บเสื้อผ้าไปเที่ยวทะเลแน่ๆ


“อยากอยู่แล้วมันมาหามไปหรือไง แค่ชั่วคราว รอให้ตำรวจล่อซื้อแล้วจับกลุ่มพวกนั้นได้คุณก็จะปลอดภัย”


ไม่ใช่ว่าควานลินไม่กลัวเรื่องที่ถูกข่มขู่ผ่านข้อความ แต่ทำไมเขาต้องหนีหัวซุกเหมือนคนขี้แพ้แบบนี้


“การหลบไปอยู่ที่อื่นมันไม่ได้ทำให้คุณเสียศักดิ์ศรีหรือจะมีใครมองว่าหนีเหมือนหมาหรอกนะ ถ้ายังอยากอยู่อย่างปลอดภัยทำตามที่ผมบอก” สิ่งที่ผู้กองคังพูดออกมาเหมือนสามารถอ่านใจอีกคนออก


“และมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากที่คุณเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน แค่เปลี่ยนสถานที่เฉยๆ”


ควานลินก้มหน้า เม้มริมฝีปากเข้าหากันขบเบาๆ เพื่อใช้ความคิด มันก็ไม่แย่นักถ้าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นซักพัก แถมยังมีคนคอยดูแลด้วย และลองดูซักครั้งถ้ามันไม่เวิร์คค่อยงอแงกลับมาอยู่ที่บ้าน


“ก็ได้..... แต่ไม่ไปเรียนได้มั้ย?”

 





 

ต่อรองข้อตกลงกันอยู่นาน สุดท้ายเป็นฝ่ายดงโฮที่ยอมรับข้อเสนอของเด็กหนุ่ม ตอนแรกเขาก็นึกว่าควานลินจะยอมเป็นเด็กดีทำตามที่บอกซักเรื่อง แต่ก็ดันมีข้อแม้ที่ยันหัวชนฝา ที่ดงโฮยอมเพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากปล่อยให้ควานลินออกไปข้างนอกซักเท่าไหร่และนี่ก็ไม่ใช่ภารกิจอารักขาคนระดับชาติที่จะมีกำลังเสริม ก็แค่ลูกชายเจ้านายที่ดันดื้อไปหน่อยเอาตัวเข้าเสี่ยงเท้าเสี่ยงหมัดเล่น


“ไลควานลิน เอาของไปเก็บแล้วออกมาคุยกันก่อน”


คำสั่งเฉียบขาดจากเจ้าของห้องทำให้เด็กตัวสูงชะงักสายตาที่กำลังมองสำรวจไปทั่วบริเวณ คังดงโฮพาเขามาพักที่คอนโดของตัวเองชั่วคราวให้เหตุผลว่ามั่นใจกว่าที่จะยอมให้อยู่บ้านที่แต่แค่แม่บ้านและคนสวน อย่างมากที่นี่ก็มีระบบความปลอดภัยที่ดีกว่า แถมคนนอกยังเข้าได้ยากด้วย


ควานลินขยับปากขมุบขมิบล้อเลียนผู้กองหน้าโหดที่เอาแต่ดุและสั่งเขาตั้งแต่เจอกัน ไม่นับรวมคำพูดกวนๆ ที่หลุดออกมาตลอดนั่นอีก


แต่การที่ได้มาอยู่ที่นี่ก็ดีไปอีกอย่าง คิดซะว่าเปลี่ยนบรรยากาศที่นอนใหม่ แถมมีคนให้ก่อกวนเล่นไปวันๆ ด้วย อยู่ที่บ้านมีแต่คนแก่ ไลฟ์สไตล์ชีวิตมันห่างกันมาก


ร่างโปร่งเดินลากกระเป๋าใบโตเข้าไปในห้องที่แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับเสื้อผ้าพวกนี้ดี ในเมื่อที่นี่มีแค่ห้องนอนเดียว ไม่ได้ใหญ่หรูหรามีห้องแยกเหมือนคอนโดราคาแพงแบบนั้น


“แล้วผมต้องนอนที่ไหน?”


“ก็นอนในห้องนั่นไง พวกเสื้อผ้ายังไม่ต้องเอาออกมาก็ได้ แต่เอากระเป๋าไปเก็บก่อน”


“แต่มันมีเตียงเดียว” ควานลินแย้ง เขาไม่ชอบร่วมเตียงกับคนแปลกหน้าเท่าไหร่ และภาวนาในใจว่าอย่าให้ความคิดของเขาเป็นจริงเลย


ดงโฮถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่าย ตะหวัดสายตามองเด็กหนุ่มที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่ค่อยพอใจกับการร่วมห้องด้วยกันเท่าไหร่


“เราจะนอนด้วยกัน”


“ผมนอนโซฟาก็ได้” คุณหนูเอาแต่ใจแย้งขึ้นมาทันที


“อย่าสร้างปัญหาให้มากกว่าเดิมได้ไหม เป็นผู้หญิงหรือไงถึงนอนเตียงเดียวกันไม่ได้” ดงโฮเริ่มหงุดหงิด ทั้งที่เป็นคนใจเย็นมาตลอดแต่ทำไมกะอีแค่ทำหน้าที่เลี้ยงเด็กมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ


“หรือกลัวอดใจไม่ไหว?”


“ก็มีเหมือนๆ กันมั้ยอะ” ควานลินโต้กลับทุกอย่างที่ถูกคำพูดจิกกัดของอีกฝ่าย ดูยังไงคังดงโฮก็ไม่น่าจะใช่คนที่น่าต่อปากต่อคำด้วย เพราะคำพูดที่พูดออกมาแต่ละครั้งแสดงออกถึงความอยากเอาชนะเขามาก


“ไม่แน่ ก็เห็นไม่พอใจที่ต้องนอนด้วยกันขนาดนี้ นึกว่าแอบคิดอะไรแปลกๆ”


“ดูละครมากไปป่าว ผมก็แค่ไม่เคยต้องใช้เตียงร่วมกันใครเท่านั้น มันออกจะแปลกๆ หน่อยน่ะ”


“ใช้วิธีพื้นๆ เลยนะ เอาหมอนข้างมาคั่นไว้ แค่นั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นแล้ว” ดงโฮเสนอ พูดจบก็เดินนำเข้าไปในห้องตรงไปที่เตียงที่ถูกคลุมด้วยผ้าปูสีน้ำเงินเข้ม ภายในห้องนอนของคังดงโฮไม่มีอะไรมาก มีเพียงแค่เตียงนอนขนาดควีนไซส์ โต๊ะทำงานที่มีกองเอกสารวางรกสะเปะสะปะ เดินแยกออกไปอีกนิดจะเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากผนังห้อง เลยไปอีกหน่อยจะเป็นห้องน้ำ ดูรวมๆ แล้วก็เป็นห้องธรรมดาที่ไม่ได้หรูหราพออยู่สำหรับคนเดียว แถมยังเป็นห้องชายโสดมันก็เลยออกจะรกไปหน่อย


“จะนอนยังไงล่ะ เตียงเล็กกว่าที่บ้านอีก”  ริมฝีปากเล็กบ่นกระปอดกระแปด


“นอนพื้นมั้ย?” ดงโฮถามโดยไม่มองหน้าคู่สนทนา พลางเดินไปจัดแฟ้มเอกสารตั้งให้เป็นกอง ดูเป็นระเบียบขึ้น


ใบหน้าหล่อชักสีหน้าไม่พอใจที่ถูกเจ้าของห้องเหน็บแนมอีกครั้ง มือเรียวลากกระเป๋าเสื้อผ้าไปวางไว้ใกล้ๆ ตู้ ก่อนจะเดินมาดูเตียงนอนที่เขาต้องนอนในคืนนี้


“ก็ตอนอยู่ที่บ้านเตียงใหญ่กกว่านี้ ห้องใหญ่กว่านี้  มันก็ปรับตัวไม่ทันเป็นธรรมดา”


“ก็ถูกเลี้ยงมาดีเกินไปไง เลยไม่เคยเจอความลำบาก นี่ใส่กางเกงในเองเป็นตอน ม.ไหนครับ คืนนี้ต้องให้อาบน้ำให้ด้วยมั้ย แล้วคุณหนูควานลินกินข้าวไข่เจียวได้หรือเปล่า ผมต้องพาคุณไปภัตตาคารทุกๆ 3 มื้อสินะ ไม่ไหวๆ”


ตอนแรกที่คิดว่าผู้กองคนนี้เป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก เขาจะขอเปลี่ยนความคิดนั่นใหม่ทั้งหมด คังดงโฮเป็นผู้ชายที่ทั้งพูดมาก ชอบจิกกัด และหาเรื่องประชดเขาได้เสมอ สาบานว่าพ่อส่งคนแบบนี้มาดูแลเขางั้นเหรอ....  ลูกน้องก็เหมือนเจ้านายไม่มีผิด


“แล้วทำไมต้องประชดประชันกันขนาดนั้นด้วยล่ะ ถ้าผมบอกว่าอยู่ไม่ได้คุณจะไปส่งบ้านมั้ย?”


“ไม่”


“เออ แล้วผมเลือกอะไรได้ล่ะ” คำพูดตัดพ้อที่ดูจะน้อยใจน้อยๆ ของควานลิน


ความจริงถ้าเขาจะหนีไปเที่ยวเล่นที่อื่นตอนนี้เลยก็ได้ แต่ความกลัวมันมีมากกว่าความดื้อรั้นพวกนั้น เพราะเขาไม่รู้ว่าถ้าออกไปตัวคนเดียวจะเจออะไรบ้าง และอาจจะไม่โชคดีเหมือนครั้งก่อน ถึงความผิดที่เขาทำกับพวกนั้นมันจะไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเอาชีวิต แต่ก็สามารถทำให้ถูกซ้อมจนย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่โรงพยาบาลยาวๆ ได้เลย ต่อไปนี้ก็ต้องใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทจนกว่าแก๊งนั่นจะถูกทำอะไรซักอย่าง


“ถามจริงๆ นะ เคยส่งยาให้พวกนั้นงั้นเหรอ?” คำถามตรงไปตรงถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากหนา ดงโฮเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียงฝั่งซ้าย พลางหยิบหมอนข้างที่มีอยู่อันเดียวมาวางคั่นกลางระหว่างพวกเขา


“ถามทำไม” เมื่อถูกถามอย่างนั้นสัญชาตญาณการระวังตัวของเด็กหนุ่มก็ถูกใช้ ความหวาดระแวงที่ตอนแรกไม่มีกลับก่อตัวขึ้นมาคั่นกลางระหว่างพวกเขา


คังดงโฮ เป็นตำรวจ และเอาเข้าจริงๆ แล้วสิ่งที่ควานลินเป็นอยู่ก็สามารถลากชีวิตของเด็กหนุ่มเข้าไปในอยู่เรือนจำเล่นๆ ได้ซักปีสองปีแน่นอน แต่ในนั้นมันน่ากลัวและโหดร้ายเกินกว่าที่เขาจะยอมทนได้


“ถามก็ตอบ” แววตาจริงจังไม่มีแววล้อเล่นจดจ้องใบหน้าเลียงเกลาของคู่สนทนา สิ่งที่คังดงโฮทำดูเหมือนการสอบสวนย่อยๆ แบบไม่เป็นทางการ


สิ่งที่ไลจินเหลียงวานมาคือดูแลลูกชายของเขา แต่เรื่องที่ควานลินทำผิดกฎหมายนั้นเขาคงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ถึงแม้จะเป็นลูกเจ้านาย แต่ต่อให้ใหญ่คับฟ้าแค่ไหนก็ยังอยู่ใต้กฎหมายอยู่ดี ต่อให้ใครว่าคังดงโฮเป็นพวกหมาผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่น่าสมเพช เขาก็ไม่สนใจก่อนที่จะเลือกมาเป็นตำรวจมันก็ต้องมีใจรักในหน้าที่และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องและซื่อตรงไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนของเขาถึงได้ยอมก้มหัวให้พวกผู้มีอิทธิพลด้านมืดเพื่อเศษเงินแบนั้นกัน


“เคย จับผมเลยสิ”


ควานลินเบือนหน้าหนี ผลุบตาต่ำด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย ตอนนี้เขารู้สึกว่าต่อให้อยู่กังดงโฮหรือออกไปข้างนอก มันก็ไม่ได้ทำให้เขาปลอดภัยเท่าไหร่นัก การที่เขาทำผิดกฎหมายและมานั่งให้ตำรวจซักเล่นๆ นี่ก็เหมือนยื่นมือเข้าคุกไปแล้วครึ่งหนึ่ง จุดจบก็คงไม่ค่อยสวยอยู่ดี


“นายกำลังคิดว่าอยู่กับฉันก็แย่พอๆ กับออกไปให้พวกนั้นกระทืบงั้นสิ?”


เหมือนอ่านใจออก ควานลินสะดุ้งเล็กน้อย เหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพรายออกมาตามไรผม อยู่ๆ พอคิดถึงเรื่องนั้นเขาก็รู้สึกเครียดขึ้นมา เหมือนตอนนี้ควานลินไม่มีที่พึ่งที่สามารถพยุงตัวเขาและเอื้อเฟื้อความปลอดภัยต่อชีวิตให้เขาได้เลย


มือขาวกำชายเสื้อของตัวเองแน่น ริมฝีปากสั่นระริกจนต้องขบเม้มอำพรางความอ่อนแอเพราะไม่อยากให้อีกคนสังเกตเห็นว่าตอนนี้เขากำลังกังวลมากแค่ไหน


เขาก็แค่เด็กที่มีความดื้อรั้น เอาแต่ใจ และขี้ประชดคนหนึ่ง การที่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่อาจจะไม่ได้รุนแรงในสายตาคนอื่น แต่สำหรับไลควานลิน คนที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบไข่ในหิน มันก็ถือว่าเกินที่จะรับไหวไปบ้าง และที่สำคัญเรื่องบ้าพวกนี้ก็เกิดการการกระทำของเขาทั้งนั้น


เด็กที่คิดว่าตัวเองเก่งกล้ากว่าใคร เด็กที่คิดว่าสามารถจัดการปัญหาทุกอย่างเองได้ เด็กที่คิดว่าทำผิดแค่ไหนก็ได้อย่างร้ายแรงสุดก็แค่นั่งฟังผู้เป็นพ่ออบรมสั่งสอนและมีปากเสียงกัน ไม่นานเรื่องก็จบ


แต่พอเจอปัญหาเข้าจริงๆ มันกลับเจ็บปวดและสร้างรอยแผลให้เขาในแบบที่ต่อให้พ่อเลื่อนตำแหน่งให้สูงกว่านี้ ก็ไม่สามารถลบบาดแผลพวกนั้นออกไปได้ ไม่มีใครมาเจ็บแทนและไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาให้เขาได้อีกแล้ว


และสิ่งที่คังดงโฮกำลังเข้ามาวุ่นวายมันเป็นแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทำได้แค่ปกป้องดูแลเท่านั้น ถ้าดีกว่านี้อาจจะสามารถจับแก๊งอันธพาลพวกนั้นไปได้ แต่มันก็ต้องรวมไปถึงตัวควานลินเองด้วยไม่ใช่เหรอ...


“ถ้ากลัวก็ทำตัวดีๆ” มือใหญ่แตะลงที่ไหล่บางที่สั่นระริก แต่ก็ถูกควานลินปัดทิ้งเสีย เด็กรั้นลุกพรวดพราดออกจากห้องไป ทิ้งให้ดงโฮได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างคิดหนัก


แล้วแบบนี้เขาจะดูแลควานลินได้นานแค่ไหนกัน

 

 




การอยู่ร่วมกันของคังดงโฮและไลควานลินดูเหมือนจะไปได้สวย ตอนแรกก็มีการปะทะฝีปากและอารมณ์กันบ้าง แต่พอผ่านมาได้หนึ่งอาทิตย์เด็กหนุ่มที่เงียบปากและวางกริยาดีขึ้นทำให้ผู้กองหนุ่มรู้สึกเบาใจและหายกังวลได้บ้าง เขาไม่ได้บังคับให้อีกฝ่ายไปโรงเรียนและได้เรียนหัวหน้าของตนให้จัดการเรื่องพักการเรียนของคนเอาแต่ใจ อย่างน้อยมันก็ดีกว่าให้ขาดไปแบบดูไร้ความรับผิดชอบ


แต่ดงโฮจะเบาใจได้มากกว่านี้ถ้าควานลินไม่กลายเป็นคนเก็บตัว ผิดวิสัยเด็กดื้อที่เคยรู้จัก บางวันก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรซักคำ เวลาหนึ่งวันเสียไปหมดกับการนั่งเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่คนเดียว


มุมโปรดที่สุดคงจะเป็นเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่ระเบียง ช่วงไหนของวันที่อากาศเย็นสบายไม่มีแดดควานลินชอบออกไปนั่งเล่นบางทีก็เผลอหลับไปเลย ดงโฮยังไม่เคยเห็นเด็กนั่นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นหรือแตะอะไรที่เหมือนเด็กวัยเดียวกันทำซักอย่าง ซ้ำบางวันยังปฏิเสธที่จะทานอาหารตลอดวันจนร่างกายที่ผอมบางอยู่แล้วดูซูบหนักกว่าเดิม จนเขาเองก็อดที่จะดุและทะเลาะกันไม่ได้ แต่อีกฝ่ายก็ทำแค่นั่งฟังหรือไม่ก็เดินหนีไปอีกห้อง


ดูเหมือนตอนนี้เขาจะเจอปัญหาที่หนักกว่าการอยู่ร่วมห้องกับเด็กปากร้าย คือเด็กดื้อเงียบและขี้ประชดด้วยการอดอาหารและไม่ยอมพูด


สิ่งที่ควานลินทำอยู่คือการกระชดทั้งนั้น และเขาก็ไม่รู้สาเหตุที่อีกฝ่ายต้องทำแบบนี้ด้วย ดูเหมือนจะพูดคุยตกลงกันแล้ว แต่ก็ยังเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้อีก


“ถ้าหิวก็เอาอาหารแช่แข็งมาอุ่นทานได้เลยนะ”


ดงโฮกำชับก่อนจะใส่เสื้อโค้ชเพื่อเตรียมออกไปทำงานเหมือนเช่นทุกวัน มองเด็กตัวสูงที่นอนอยู่บนโซฟาตัวยาว มือขาวชูขึ้นมาพร้อมนิ้วชี้ที่จรดกับหัวแม่มือเป็นสัญลักษณ์บอกว่ารับรู้และเข้าใจในสิ่งที่เขาบอก


“จะเปิดทีวีดูได้นะ หรือจะใช้เน็ตก็ได้”


“...............” ไม่มีเสียงตอบรับจากคู่สนทนา จะเรียกว่าคู่สนทนาได้มั้ยนะ ในเมื่อดูเหมือนอีกฝ่ายจะทำเป็นไม่ได้ยินเขาด้วยซ้ำ


“ถ้าเผื่อนายเบื่อ จะเล่นก็ได้นะ”


“อือ” เรียกว่าการพูดคุยครั้งแรกตลอดสองวันของพวกเขาเลยก็ได้ เสียงทุ่มที่ครางอือในลำคอตอบกลับมาสั้นๆ ก่อนทั้งห้องจะกลับไปเงียบเหมือนเดิม


ดงโฮมองท่าทางเฉื่อยชาของเด็กตรงหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะคว้ากุญแจรถเพื่อเตรียมออกไปทำงานทันที


ทันทีที่เสียงปิดประตูเงียบลง เด็กหนุ่มที่เคยนิ่งเงียบกลับกระเด้งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วมองสำรวจเพื่อตรวจสอบว่าเจ้าของห้องได้ออกไปทำงานแล้วจริงๆ รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อของไลควานลิน ก่อนเจ้าตัวจะเดินหายเข้าไปในห้องนอน

 





 

ในเย็นวันเดียวกันคังดงโฮกลับจากปฏิบัติหน้าทีตามปกติพร้อมกับของสดมากมายที่คิดเอาไว้ว่าจะทำอาหารเย็นให้เด็กเจ้าปัญหาที่นอนซมอยู่ห้อง เพราะควานลินไม่ค่อยทานข้าวแถมแต่ละอย่างที่กินยังไม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ ถ้าผู้การจินเหลียงมาเป็นสภาพการเป็นอยู่ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคงได้สั่งย้ายเขาเป็นแน่


ดงโฮปลดล็อกประตูเดินฮัมเพลงเข้ามาอย่างอารมณ์ดี ไฟทุกดวงถูกเปิดทิ้งเอาไว้แต่กลับไม่เห็นเด็กตัวสูงที่เขานึกเป็นห่วงทั้งวัน และมันดูแปลกมากเพราะทุกวันควานลินจะนอนเล่นอยู่ตรงโซฟานั่น


เจ้าของห้องนำของที่ถือมาเต็มสองมือไปวางเก็บไว้ ก่อนจะเดินสำรวจไปทั่วเพื่อค้นหาตัวเด็กดื้อ โซฟาที่มีแค่หมองอิงวางกระจัดกระจาย ฝ่ามือหนาสัมผัสผิวโซฟาที่เย็นเฉียบชี้ให้รู้ว่าไร้การใช้งานมาเป็นเวลานาน เขารีบเดินเข้าไปในห้องนอนทันทีแต่สิ่งที่พบคือห้องนอนที่ว่างเปล่า ภายในตู้เสื้อผ้าก็ยังคงมีเสื้อผ้าของเด็กหนุ่มอยู่ แสดงว่าควานลินแอบหนีออกไปข้างนอกโดยไม่ได้เอาอะไรไปเลยแม้แต่โทรศัพท์เครื่องบางที่วางอยู่หน้าทีวี


ไลควานลินไม่ได้อยู่ที่ห้อง เด็กคนนั้นหนีออกไปแล้ว


เร็วเท่าความคิดคังดงโฮรีบหยิบกุญแจแล้ววิ่งออกจากห้องโดยไม่ลืมหยิบมือถือของควานลินไปด้วย เผื่อมีช่องทางการติดต่อของคนที่รู้ที่อยู่ของเด็กนั่นได้


ทั้งที่กำชับดีแล้วว่าอย่าออกไปไหนตามลำพัง และเขารู้ดีว่าพวกที่รอจำทำร้ายควานลินถ้ารู้ว่าเด็กนั่นออกไปเตรดเตร่คนเดียวได้แห่กันมาเอาเลือดหัวออกแน่ๆ


ทำไมไอ้เด็กนี่มันถึงชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย...

 





ความรู้สึกของควานลินคือสิ่งที่เจ้าตัวไม่เคยคิดว่ามีใครเข้าใจ แม้กระทั่งพ่อบังเกิดเกล้า เขารู้ว่าพ่อไม่ยอมปล่อยให้เขาอยู่ตัวคนเดียวบนโลกแน่ๆ แต่มันยิ่งกลับทำให้ควานลินแค่รู้สึกว่าเขาโผล่หัวมาเกิดผิดบ้านผิดตระกูลเท่านั้นเอง  ถ้าเขาจะถูกดูแลแบบรักครึ่งๆกลางๆ และเกิดมาอยู่ในครอบครัวแบบนี้ยอมให้โดนxตายตั้งแต่เป็นสเปิร์มยังดีกว่า


ถนนยามกลางคืนเต็มไปด้วยแสงไฟประดับมากมาย ทั้งไฟสีนวลตากเสาต้นสูงที่เรียงกันตามถนนทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา ไฟสีสันสวยงามที่ประดับตกแต่งตามอาคารร้านค้า และตอนนี้ยังไม่ดึกมากทำให้ยังพอมีผู้คนเดินเพ่นพ่านไปมา แต่ทำไมมันยังรู้สึกเหงาได้ขนาดนี้กันนะ...


ไม่รู้วาเวลาผ่านไปนานแค่ไหนหลังจากที่ได้หนีออกมาจากห้องแคบๆนั่น เขารู้เต็มอกว่าทำแบบนี้มันเสี่ยงมากแค่ไหน แต่จะให้อยู่แต่ในห้องนั้นทั้งวันทั้งคืนมันก็เหมือนหนูที่ถูกขังเอาไว้ในกล่องแคบๆ เหมือนหายใจรอวันแก่และส่งกลับไปที่บ้านใหญ่ สิ่งที่หมอนั่นทำมันไม่เหมือนการดูแลซักนิด อีกคนแค่ล็อกเขาไว้ในห้องและเอาอาการวางไว้ตามเวลา ฟังดูเหมือนเป็นนักโทษที่ถูกจองจำเอาไว้เลยใช่ไหมล่ะ


แต่ก็ไม่ใช่ว่าคังดงโฮเป็นคนไม่ดีหรอกนะ บางครั้งฝ่ามือของเขาก็อบอุ่นจนทำให้รู้สึกแปลกๆ รอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมายามที่เขายอมเชื่อฟัง ทุกๆอย่างที่เขาทำมันทำให้อึดอัดมากกว่าเดิม เหมือนห้องแคบๆ นั่น บีบตัวเล็กลงกว่าเดิมจนแทบหายใจไม่ออก


ช่วงหลังนี้เขาพยายามไม่พูดคุย หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่สามารถเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้ชายคนนั้น คนที่ชอบส่งยิ้มให้แต่คำพูดคำจากลับแสนร้ายกาจ


“เดินมาถึงไหนแล้วเนี่ย”


เมื่อได้สติกลับมา ก็มองไปรอบๆ ตัวที่ไม่คุ้นตา อาคารร้านค้าที่ต่างออกไป และมั่นใจว่าชีวิตนี้ไม่เคยผ่านมาที่นี่เลยซักครั้ง ตอนนี้คงหลงทางเข้าจริงๆ แล้ว ในตัวไม่ได้พกมาไรออกมาเลยนอกจากคีย์การ์ดสำรองเข้าห้องและเงินที่พอจะซื้อแค่บะหมี่กิน พอพูดถึงอาหารท้องเจ้ากรรมก็ดันร้องโครกครากเหมือนอยากให้ควักเศษเงินโง่ๆ ในกระเป๋าออกมาใช้


เขาไม่ได้เตรียมตัวจะมาหลงทางแบบนี้เสียหน่อย ดูโง่ชะมัด


ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลจากจุดยืนคือเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุดของวัน ขายาวเดินเข้าไปพร้อมยิ้มทักทายพนักงานสาวตามมารยาท เดินตรงไปที่ชั้นขายบะหมี่ที่มีหลายรสหลายราคาและแน่นอว่าเขาเลือกราคาถูกและคุ้มที่สุดเพื่อที่จะให้เงินเหลือพอจะซื้อน้ำกินได้


ตรงหน้าของไลควานลินมีเพียง น้ำหนึ่งขวด และบะหมี่ถ้วยเล็กที่แน่นอนว่าถมกระเพาะไม่พอแน่ เขาเลือกที่จะออกมานั่งโต๊ะที่ถูกจัดวางไว้สำหรับลูกค้าที่หน้าร้าน ดูเหมือนคนในซอยนี้จะเริ่มหายไปเยอะแล้ว เหลือบมองนาฬิกาในร้านก็รับรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้วก็คงได้เวลานอนของหลายๆ บ้านแล้วแหละ


            เสียงฝีเท้ามากมายพร้อมเสียงพูดคุยโหวกเหวกโวยวายดังมาจากข้างหลัง ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มคนที่พึ่งกลับมาจากสังสรรค์กันตามปกติและเขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเพราะมันไม่ใช่ธุระอะไรของเขาซักหน่อย


            “เฮ้ยเฮีย ดูนั่นสิ” เสียงของใครสักคนในกลุ่มนั่นเรียกเพื่อนและดูเหมือนเสียงฝีเท้าพวกนั้นกำลังใกล้เข้ามาที่เขาเรื่อยๆ


            หวังว่ามันจะไม่บังเอิญไปหน่อยหรอกนะ


            “ว้าว ดูซิเราเจอใคร?” 




tbc




ล่าสุดด แอบเห็นว่ามีคนอยากอ่านต่อ

เรื่องนี้ไม่ดาร์คเด้อจ้า เพราะเราแต่งดีๆ ไม่เป็น 5555

รอบก่อนเราชอบมากเลยอะที่เล่น 00 กัน  เล่นกับน้องหน่อย 



พิมพ์ 11 ขอให้โฮลินมีโมเม้นวันวาเลนไทน์นี้


ในแท็ก #โฮลิน คนบนฟิคค่อดเยอะเลยค่ะ

ถ้ามีโมเม้นทีฟิคคนอัพเป็นสิบ

คิดถึงพี่หมวกกับน้องลักยิ้มเขานะคะ ฮือออออ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,334 ความคิดเห็น

  1. #690 jimmychoo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:59
    สนุกมากเลยค่ะ รอตอนต่อไปนะตะ เด็กดื้อต้องโดนคุณตำรวจลงโทษ
    #690
    0
  2. #670 ohhoimim1215 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:14
    น้องงงงง ทำไมทำงี้ ฮือออออออ
    //ตอนเห็นว่าเรื่องนี้มาต่อดีใจจนเกือบจะกรี้ดออกมาเลยค่ะ ฮื่ออออ มาต่อไวๆน้าาาา น้องหลินอย่าหนีพิจ๋า ถ้าหนูชอบพี่เขาหนูก็ต้องจีบนะรู๊กกกกกกกก

    14 ก.พ.นี้ เตรียมตัวอัพฟิคกันแน่นอนจ้า 11 สาธุ
    #670
    0
  3. #658 E.L.F*JW (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:14
    เด็กดื้อว้อยยยยย 11สาทุบุนโยเร
    #658
    0
  4. #640 Elllsaaaa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:18
    กลับไปต้องให้พี่ดงโฮลงโทษหนักๆแล้วอ่ะ

    11 สาธุ
    #640
    0
  5. #639 ญ ณิศา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:10
    นั่นไง หนีออกมาเจอดีเลยยยย น้องงง 11 รอกัปตันมาสตาร์ทเรือค่ะ
    #639
    0
  6. #638 pepibalm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 17:59
    อยากอ่านต่ออีกมากๆ สนุกกก ชอบแนวนี้ //11 นะ เพี้ยงงว
    #638
    0
  7. #637 ลูกหมีขาว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 10:39
    น้อนดื้อจังเลยยยย เจ้าเด็กดื้อเอ๊ยยยย หลีกเลี่ยงที่จะเห็นรอยยิ้มพี่เขานี่หมายความว่าไงกันเอ่ย น่าคิดนะเนี่ย


    11
    #637
    0
  8. #635 toeyeye (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:10
    11 เห้อออ เด็กดื้อจริงๆขอให้พี่จ๋ามาช่วยน้องให้ทันด้วยเถอะ
    #635
    0
  9. #634 จีจี. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:17
    11 ส๊าธุ~~~ พี่ดงโฮมาช่วยน้องๆๆๆๆ
    #634
    0
  10. #633 Fruit-Tea (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:57
    พี่ดงโฮมาช่วยน้องเร็ววววววว
    #633
    0
  11. #632 Fruit-Tea (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:57
    11 สาธุจ้า
    #632
    0
  12. #631 unders.jmiox (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:08
    โอ๊ย น้องโดนเจอตัวแร้วววว พี่ดงโฮมาช่วยน้องหน่อย ;-; ฮือออออ // 11 สาทุ้ค่า 555555
    #631
    0