(produce101) กรุณาระบุอาชีพที่ต้องการ - sf holin ♡

ตอนที่ 2 : Playing with Firefighters -2- END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    30 พ.ค. 60








          ควานลินก้มมองฝ่ามือของตัวเองที่มีรอยปากกาจางๆ แม้มันจะเลือนหายไปมาก แต่มันก็ทำให้เขายิ้มได้เมื่อเสมอเวลามอง และตัวเลขพวกนั้นเขาก็จัดการบันทึกเข้ามือถือเรียบร้อยแล้ว คืนนั้นที่เด็กหนุ่มขอเบอร์ดงโฮแม้ตอนแรกจะทำหน้างงๆ แต่สุดท้ายก็ยอมให้อยู่ดี

 

            และสิ่งที่ทำให้ดีใจกว่าการได้เบอร์ติดต่อมานั่นก็คือการที่ดงโฮอาสาเดินมาส่งเขาที่บ้านของซอนโฮ ถึงแม้ระยะทางจะห่างจากสถานีเพียงแค่สองซอย แต่มันก็ทำให้ยิ่งรู้สึกดีกับอีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิม

 

            พี่เป็นคนพาน้องมา พี่ก็ต้องมาส่งสิ

 

            นั่นคือคำพูดที่ดงโฮพูดพูดกับควานลิน เด็กหนุ่มนึกอธิษฐานอยากให้ถนนที่เราเดินยาวออกไปอีกซักสองอิโลเมตร เพื่อทั้งคู่จะได้เดินด้วยกันไปนานๆ

 

ผมอยากรู้จักพี่เขามากกว่านี้….

 

            เพราะงั้นจะมานั่งม้วนเขินตัวเลขจางๆ นี่ไม่ได้!!

 

            เดินพ้นออกมานอกรั้วโรงเรียนพลันหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมกดโทรออกเบอร์ที่พึ่งเมมเข้าเครื่อง เสียงหัวใจเต้นตุบๆ แข่งกับเสียงสัญญาณรอสาย หวังว่าปลายทางจะกดรับและยอมคุยกับเขาดีๆ ไม่พูดแค่สองประโยคแล้วตัดสายเหมือนครั้งแรกที่โทรไป

 

            ตึกตึก ตึกตึก

 

          “..........”

 

          สวัสดีครับควานลินเอ่ยทักทายทันที่ที่รู้ว่าอีกคนกดรับสายแล้ว ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าแก้มของเขามันกำลังจะแตก ริมฝีปากสีสวยฉีกยิ้มกว้างจนทำให้เกิดลักยิ้มที่แก้มข้างซ้าย

 

            ว่า...เสียงทุ้มของปลายสายตอบกลับมา ควานลินถือโทรศัพท์ให้ออกห่างจากตัวเองก่อนจะร้องออกมาด้วยความดีใจ

 

            "แล้วนี่โทรมาทำไมอีก บ้านไฟไหม้เหรอน้อง?"

"ไฟไม่ได้ไหม้บ้านครับ แต่ใจผมมันไหม้ถ้าไม่ได้ยินเสียงพี่"

           

            ควานลินอวดเก่งหยอดมุกใส่คนในสาย ทั้งๆ ที่ในใจนี่แทบจะไถลไปกับพื้นแล้ว

 

            ไฟแบบนั้นพี่ดับไม่ได้อะครับ ไปบอกแฟนน้องมาดับเหอะ

 

            ผมโสดพี่ โสดมากๆ!เด็กหนุ่มสวนกลับแทบจะทันที แต่…. ทำไมดงโฮถึงพูดจาเหมือนกำลังประชดเขาอย่างนั้นล่ะ หรือกำลังหลอกถามว่าเขามีแฟนหรือยังกันนะ ?

 

            เหอะ แล้วนี่โทรมามีไร

 

            พี่ว่างป่าว

 

            “....ก็ว่างนะ เสียงจากปลายสายขาดหายไปพร้อมกับเสียงกุกกักแปลกประหลาด เข้าเวรช่วงเย็นถึงเช้า มีไร?”

 

            คือพอดีว่าตอนนี้ผมพึ่งเลิกเรียน ก็เลยว่าจะชวนพี่…”

 

            ไม่ไปอะ

 

พึ้ง!! เหมือนความหวังของควานลินพังลงตรงหน้า อ้าปากค้างเหวอเพราะยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจบอีกคนก็ตอบปฎิเสธมาซะแล้ว และยิ่งตอนนี้เป็นการคุยโทรศัพท์แบบไม่เห็นหน้าเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าดงโฮแสดงสีหน้าแบบไหนอยู๋ตอนนี้ แต่ฟังดูจากน้ำเสียงที่ตอบออกมาแทบจะทันทีแบบไม่ต้องคิด มันก็ทำร้ายจิตใจเขามากพอ ไม่ต้องเห็นหน้าแหละดีแล้ว

 

นี่ พี่จะไม่คิดก่อนซักนิดเหรอครับควานลินเริ่มหัวเสียเล็กน้อย

 

เขาไม่เคยที่ต้องมานั่งโทรหาหรือชวนใครไปกินข้าวแบบนี้มาก่อน ถ้าไม่ใช่ว่าดงโฮคือคนที่เขาสนใจ(และแรงเยอะกว่า)ป่านนี้ได้วางมวยกันแล้วแน่ๆ

 

ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่เคยมีแฟน หนุ่มหล่ออันดับ 3 มาตั้งแต่ ม.ต้น อย่างไลควานลินนี่เริ่มนี่แฟนครั้งแรกตั้งแต่อายุ 12 แล้ว ครั้งนั้นก็เป็นการเริ่มเดินเต๊าะแตะบนเส้นทางรัก และที่สำคัญเด็กผู้หญิงคนนั้นก็มาขอเขาคบก่อนด้วย ควานลินไม่ได้ทำอะไรเลยแต่เดินหล่อๆ วันวาเลนไทน์ดอกไม้ก็เต็มรถสิบล้อแล้ว

 

แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เขาเป็นฝ่ายวิ่งตามคนที่ชอบซะเอง แถมอีกฝ่ายยังเป็นผู้ชายที่อายุมากกว่าเขาตั้งหลายปี มันอาจจะยังไม่เรียกว่าความรักก็ได้ แต่ควานลินรู้สึกสนใจและชอบในตัวของดงโฮมาก ไม่ว่าจะตอนยืน เสยผม หรือตอนที่ดุเขา ทุกอย่างอยู่ในสายตาของควานลินทั้งหมดและเขาเลือกที่จะจดจำมันลงไปในสมองส่วนสีชมพู

 

คนแบบพี่ดงโฮน่ะเหมาะจะเป็นพี่ชายที่สุดเลย

แต่ถ้าได้เป็นแฟนด้วยจะยิ่งดีเข้าไปใหญ่

เขาเรียกว่าคบคนเดียวได้ทั้งแฟน ทั้งพี่ อาจจะแถมพ่อมาด้วยก็ได้

 

นี่น้อง พี่ไม่ได้มีเวลามากถึงขนาดพาหมาไปเดินเล่นนะ

พาหมาไปเดินเล่น?

นี่เขากำลังโดนด่าว่าเป็นหมาอยู่เหรอวะ

 

พี่ดงโฮ นี่ผมชอบคนกวนตีนแบบพี่ได้ไงวะ

 

“...........” ปลายสายเงียบหายไป ทำให้เด็กหนุ่มที่พึ่งรู้ตัวว่าพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป ควานลินเบิกตากว้าง ชะงักฝีเท้าที่กำลังเดินก่อนจะพุ่งตัวเข้าสิงต้นไม้ต้นที่ใกล้ที่สุด ลงโทษตัวเองที่ปากไวด้วยการเอาหัวโขกเปลือกไม้แข็งๆ เบาๆ

 

ชิบหายแล้ว นี่หลุดพูดอะไรออกไปวะไอ้ควานลิน!

 

เอ่อ พี่ไม่ได้ยินใช่มั้ย?”

 

ไม่ได้ยินก็บ้าแล้วครับ นี่ไม่ใช่มือถือรุ่นอาม่าคุณภาพสัญญาณแย่นะน้อง

 

คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้ควานลินทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แผ่นหลังพิงกับลำต้นก่อนจะทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ เรียกสายตาจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยความสงสัย

 

นี่จะไม่สนใจสายตาใครทั้งนั้น จะสนแค่คนในสายคนเดียวโว้ย

 

เสียงหัวเราะหึหึดังจากคนในสายแล้วตามด้วยเสียงกุกกักอย่างเช่นตอนแรก คล้ายกับอีกคนกำลังลุกขึ้นเดินไปมาอย่างนั้นแหละ

 

ชอบพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ พึ่งรู้จักกันเองนะ ควานลินเลือกที่จะไม่ตอบคำถามที่เสี่ยงต่ออัตราการเต้นของหัวใจนั่น เสียงจากปลายสายดังก้องคล้ายกับอยู่ในห้องน้ำ และควานลินก็เดาไม่ผิดจริงๆ เพราะมีเสียงเปิดก๊อกน้ำและเสียงล้างมือดังตามมาติดๆ

 

ไม่เพียงแค่นั้น เด็กหนุ่มที่ถือสายอยู่ยังได้ยินเสียงอีกคนทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำอีกด้วย เสียงมันคล้ายกับมีคนเทน้ำลงในภาชนะที่มีน้ำอยู่แล้ว….

 

ไอ้เหี้ย นี่พี่มึงยืนเยี่ยวให้กูฟังเหรอวะ !!

 

นี่พี่ฉี่อยู่เหรอ

 

เออดงโฮตอบกลับแค่นั้น และก็มีเสียงกุกกักดังมาเป็นครั้งที่สาม

 

ซ่า ซ่า

รอบนี้ไม่เพียงแค่เสียงฉี่ แต่มันเป็นเสียงคนเปิดฝักบัวอาบน้ำเลย เสียงน้ำกระทบกับผิวและพื้นกระเบื้องยังคงดังเรื่อยๆ บทสนทนาที่คุยค้างไว้เหมือนถูกฟรีสไว้ให้หยุดแค่นั้น ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครกดวางสาย

ควานลินฟังเสียงอะไรๆ ที่ส่งผ่านมาทางคลื่นสัญญาณ ก่อนที่แก้มใสจะขึ้นสีระเรื่อจางๆ ขึ้นมา มันคงเป็นนิสัยที่ไม่ดีของเขาเองที่เผลอดันไม่คิดภาพตามเสียงที่ได้ยิน

 

คนอาบน้ำก็ไม่ได้ใส่เสื้อผ้างั้นสิ ?

 

มือของดงโฮที่ลูบไล้ไปทั่วร่างกายที่เปลือยเปล่าเพื่อชำระล้างร่างกายที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ เส้นผมเปียกลู่ลงมาปรกใบหน้าหล่อคมนั่น สบู่ที่พี่เขาใช้จะเป็นกลิ่นอะไรนะ มันจะเป็นกลิ่นหอมปรุงแต่งของแบรนด์สบู่  หรือหอมแบบผู้ชายที่เขาเคยได้กลิ่นตอนถูกดงโฮอุ้มกัน ?

 

คิดไปพลางร่างกายก็ดันรู้สึกร้อนขึ้นมาแปลกๆ ควานลินใช้มือตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติกลับมาก่อนที่มันจะกระเจิงหายไปพร้อมกับซิกแพคและกล้ามเนื้อของดงโฮ(ในจินตนาการ)

 

ไม่นานเสียงการกระทำทุกอย่างก็สงบลง ควานลินบังคบเอาโทรศัพท์แนบหูไว้แล้วเดินต่อไปยังป้ยรถเมล์เพื่อเดินทางกลับหอพักของตัวเอง

 

วันนี้เขาจะไม่ไปนอนที่บ้านของซอนโฮ เพราะคืนนี้เขามีแผนที่จะบุกสถานีดับเพลิงเพื่อไปแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่สุดหล่อมาดับไฟรักที่กำลังลุกไหม้อยู่ในอก

 

พี่ดงโฮควานลินเอ่ยเรียกคนปลายสายที่เงียบหายไปนาน

 

“............”

 

พี่ดงโฮ

 

หือ ?”

ในที่สุดดงโฮก็ยอมที่จะขานรับกลับมา ควานลินเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง ตอนนี้เขามีคำถามที่อยากจะถามอีกฝ่าย แต่กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะพูดออกไปดีไหม หรือเก็บมันไว้ให้ถึงเวลาที่สมควรมากกว่านี้

อย่างที่ดงโฮบอก เราพึ่งเจอและพึ่งรู้จักกัน ดีไม่ดีอาจจะมีแค่เขาเท่านั้นที่รู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว วิ่งไล่ตามและเซ้าซี้คนอายุมากกว่าเหมือนลูกลิงติดแม่

 

ว่า มีไรก็พูดดิ

 

ผม…...”

 

“...........”

 

ผมโทรจีบพี่ทุกวันขนาดนี้ ไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ?”

 

หึ ใจอ่อนดีมั้ยนะ พอดีไม่ชอบเด็กกวนตีนซะด้วย

 

เสียงหัวเราะเบาๆ ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มวูบไหว ควานลินพยายามสูดอากาศหายใจเข้าปอดให้มากที่สุด

            แต่ผมชอบพี่นี่นา....คำพูดน่าอายชวนทำให้หน้าแดงถูกเอ่ยออกไป และดีที่ตอนนี้ป้ายรถเมล์มีแค่เขาที่ยืนอยู่ ไม่งั้นคงถูกมองว่าประหลาดอีกแน่ๆ

 

เออๆ จะชอบก็ชอบไป จีบติดมั้ยก็อีกเรื่อง

 

พูดงี้ถือว่าพี่ยอมให้ผมจีบแล้วนะ

 

แล้วพี่ห้ามน้องได้ที่ไหนล่ะ ความรู้สึกมันก็เหมือนไฟแหละ ถ้าควบคุมผิดวิธีก็มีแต่จะลุกลามไปเรื่อย  คำตอบสมกับเป็นนักดับเพลิงจริงๆ เอะอะก็โยงเข้าเรื่องไฟไหม้ตลอด แต่ดูเหมือนมันจะไม่เกี่ยวกับการที่ตกลงให้จีบหรือไม่จีบนะ หลงประเด็นแล้วครับพี่

 

เขาล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าเป็นเรื่องแบบนั้นนักผจญเพลิงคนเก่งจะมีไฟซักแค่ไหนกันเชียว

 

แหน่ะ.. เผลอไม่ได้ คิดเรื่องใต้สะดือตลอด

 

มีเรื่องจะคุยแค่นี้ใช่ป่ะ วางละนะ..

 

อย่าพึ่ง!! ผมมีอีกคำถาม

 

ถามมา

 

เอ่อดูพี่ไม่ค่อยอยากคุยกับผมเท่าไหร่ แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่ตัดสายไปเหมือนครั้งนั้นล่ะ?”

 

ควานลินยิงคำถามที่คล้ายจะเป้นคำถามฉ่าตัวตายออกไป ในหัวก็จินตนาการคำตอบไว้รอ ดงโฮอาจจะตอบได้หลายแบบก็ได้ และคำตอบที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดก็คงเป็นพวกออกแนวสงสารหรือปล่อยเลยผ่านไปแบบไม่คิดอะไรทำนองนั้น เพราะมันจะทำให้เขาหมดกำลังในการตามตื้อไปมากแน่ๆ

 

ก็คิดว่าคุยไปก็ไม่เสียหายอะไรปลายสายตอบกลับมา ก่อนจะเว้นจังหวะการพูดเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะเอ่ยคำตอบที่เด็กหนุ่มคาดไม่ถึงและมีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจออกมา

 

อีกอย่างน้องก็น่ารักดีนะ

  

แล้วผมน่ารักพอที่จะทำให้พี่รักหรือยังครับ ?”

 











 

            หลังจากนั้นมาควานลินก็คอยโทรหาดงโฮเป็นประจำ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเขาก็ขุดขึ้นมาเพื่อที่จะพูดคุยกับอีกคน และก็มีบางครั้งบางโอกาสที่เขาแอบซื้อของกินไปฝากพี่ดงโฮกับเพื่อนที่สถานีบ่อยๆ เวลาไปเขาชอบที่จะเดินไปเกาะประตูและโผล่หน้าตาน่ารักๆ นี่ไปทักทายก่อนตัวเสมอ และสิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มละมุนของพี่ดงโฮ


            ยิ่งมอง ยิ่งรู้จัก เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าดงโฮมีอำนาจเหนือความรู้สึกของเขาไปทุกที แค่รอยยิ้มหวานๆ นั่นยังทำให้ใจสั่นจนนึกว่าเป็นโรคหัวใจซะอีก


            ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากไอ้เด็กเวรที่โทนก่อกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตอนนี้อาสาสมัครทั้งสถานีกลับเรียกเขาว่า น้องหลินไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนแกนนำที่เป็นคนพาเพื่อนเรียกชื่อก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ดงโฮของเขานั่นไง


            ควานลินแง้มประตูแล้วแทรกตัวเข้ามาโผล่หน้าทักทายพี่ๆ ในสถานี หวังว่าจะได้เห็นร่างที่คุ้นตานั่งประจำอยู่โต๊ะทำงานโต๊ะเดิมที่ตั้งอยู่ตรงกลางเพื่อรอรับแจ้งเหตุและสะดวกต่อการให้บริการกับประชาชน แต่วันนี้โต๊ะตัวนั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงแฟ้มเอกสารกองใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ


            “อ่าว น้องหลิน มาหาดงโฮเหรอ?” ชายหนุ่มตัวสูงเจ้าของเส้นผมสีชมพูเหมือนสายไหมเดินเข้ามาทักทายเด็กหนุ่ม พร้อมกวักมือเรียกให้เข้าไปหา


            ควานลินยิ้มส่งให้แดเนียล เดินถือขนมและน้ำผลไม้ในมือเข้าไปหาพี่ชายตัวโตก่อนจะวางมันลงที่เคาน์เตอร์ฝังซ้ายสุดที่เอาไว้กรอกข้อมูลสำหรับผู้มารับบริการ


            “ครับ แล้วพี่ดงโฮไม่อยู่เหรอ?”


            “วันนี้พี่ดงโฮไม่มาทำงานหรอก เขาไม่ได้บอกหลินเหรอ?”


            แดเนียลตอบ พลางสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของควานลิน รอยยิ้มสดใสนั่นค่อยๆ หุบลงดวงตาที่กวาดมองไปรอบๆ สถานีที่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบคนที่อยากเจอ และดูเหมือนคำตอบของเขาทำยิ่งทำให้ใบหน้าน่ารักนั่นหงอยลงหนักกว่าเดิมอีก ควานลินส่ายหน้าเบาๆ เพื่อบอกว่าไม่รู้เรื่องที่ดงโฮหยุดงานในวันนี้


            “อ่า ไอ้หมอนี่นี่แหย่จริงๆ เลยนะ ทำไมไม่ยอมบอกน้องกัน” ซังกยุนที่เดินถือพิซซ่าออกมาจากห้องพักที่อยู่ข้างหลังพูด พร้อมกับยัดพิซซ่าส่วนที่เหลือทั้งหมดเข้าปากไป


            “แล้วเขาไปไหนอะพี่” ควานลินถาม มือสวยยกขึ้นเกาคอ เขารู้สึกแย่นิดหน่อยกับการมาแล้วไม่เจอดงโฮ แถมขนมที่ซื้อมาฝากยังมีแต่ของที่อีกฝ่ายชอบทั้งนั้น ที่สำคัญคือเงินที่เอามาซื้อฝากนี่เป็นส่วนแบ่งจากค่าขนมเขาทั้งนั้น แล้วรอบนี้จะเสียให้แดเนียลกับซังกยุนฟรีๆ รึไง เสียดายแย่


            “เห็นว่ามันท้องเสีย เลยขอลางานนอนพักอยู่ห้องนู้น” ซังกยุนตอบชี้มือประกอบบอกถึงทิศทางที่ดงโฮอยู่ แดเนียลก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นลูกคู่ให้รุ่นพึ่คนสนิท


            “อ่าว พวกพี่ไม่ได้พักกันที่นี่เหรอ” ควานลินขมวดคิ้วใบหน้าขาวฉายแววความสงสัยทั้งรู้สึกเป็นห่วงอีกคนที่กำลังป่วยด้วยใจที่ร้อนรน เขาเข้ามาใจตลอดว่าที่สถานีที่ห้องพักอยู่ข้างบนและนักดับเพลิงทุกคนต้องมาพักที่นี่เผื่อเวลามีเหตุฉุกเฉินจะได้ทำงานกันทักเวลา


            “โถ่ไอ้น้องหลิน ที่นี่มีแค่ห้องโง่ๆ กับพี่นอนเน่าๆ ให้เวลาเข้าเวรเท่านั้นแหละ พวกเราไม่ได้อยู่นี่ตลอดซักหน่อย ก็มีเปลี่ยนเวรกันตลอด แต่ส่วนมากอาสาสมัครแบบพวกเราจะอยู่ช่วงเย็นถึงเช้าน่ะ ตอนกลางวันก็ไปเรียนตามปกติ” คนหุ่นหมีตาเท่าเม็ดถั่วตอบเพื่อไขข้อข้องใจ ก่อนตาเล็กๆ นั่นจะพึ่งสังเกตเห็นถุงขนมที่วางอยู่บนเคาท์เตอร์แล้วพุ่งเข้ามาเปิดสำรวจถุงดู “นี่ซื้อมาฝากเหรอ กำลังหิวพอดีเลย วันนี้ก็เข้าเวรทั้งคืนแถมพี่ดงโฮไม่อยู่อีก”


            มือขาวเอื้อมไปแย่งถุงขนมเข้ามากอดไว้แนบอก ปากเล็กๆ ยื่นออกมาหน้าตาดูเอาเรื่องเหมือนลูกแมวกำลังขู่หมา ส่วนไป้หมาที่พูดถึงก็ยื้อที่จะเอาถุงขนมอย่างเดียว ซังกยุนที่ยืนมองดูเหตุการณ์หัวเราะออกมาดังลั่นกับท่าทางหวงของของควานลิน อีกคนก็หวงส่วนอีกคนก็หิว


            “อ่าวไอ้หลิน ซื้อมาแล้วก็ให้พี่กินดิวะ” 


            “ให้กินก็บ้าแล้ว แต่ตอนแรกก็ว่าจะให้แหละ แต่พอรู้ว่าพี่ดงโฮไม่สบาย ผมก็ต้องเอาของไปเยี่ยมสิ ให้พี่เดี๋ยวเสียของแย่เลย”


            “โอ้โหไอ้เด็กเวร รักเขาเหลือเกิน เป็นห่วงเขาเหลือเกิน” ควานลินยินฟังคำพูดประชดประชันของอีกฝ่าย ปากเล็กๆ ยิ้มคว่ำ ทำหน้ายียวนกวนประสาทจนทำให้คนยืนมองอยู่อดที่จะหมั่นไส้ความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเด็กหนุ่มไม่ได้


            เรื่องที่ควานลินตามจีบดงโฮ ทุกคนในสถานีรู้ดีแถมบางครั้งจะตั้งวงพูดถึงประเด็นนี้กันอย่างเผาขนจนเกือบโดนหมัดหมีมาแล้วก็มี ไม่ว่าจะครั้งไหนที่ควานลินมาหาดงโฮที่นี่ก็จะถูกแซวถึงเรื่องสถานะความสัมพันธ์เสมอ


            ถึงตอนนี้ยังไม่มีสถานะ แต่ควานลินมั่นใจว่าเรื่องความสัมพันธ์ของเราไม่ติดลบแน่นอน


            อย่างเลวเลยก็คือดงโฮคิดกับเขาแค่น้อง แต่ถ้าอย่างดีก็ได้แฟน


            “ผมจะให้ขนมห่อหนึ่งก็ได้ถ้าพี่บอกที่อยู่ของพี่ดงโฮมา”


            แดเนียลขยุ้มกลุ้มผมสีชมพูของตัวเองกับอารมณ์ที่เริ่มร้อนเหมือนอากาศช่วงเดือนเมษา นี่ไอ้เด็กนี่คิดว่าเขาจะยอมบอกเพียงเพราะขนมถุงเดียวเหรอ เหอะ...


            “อพาร์ทเม้นท์ A ข้างร้านซ่อมรถซอยถัดไป ชั้น 3 ขึ้นบันไดไปเลี้ยวซ้ายห้องสุดท้ายฝั่งขวาติดบันไดหนีไฟ” พูดจบก็ยื่นมือมาขอขนมกับคนน้อง ควานลินยิ้มกว้างล้วงเข้าไปในถุงพลาสติกควานหาขนมห่อเล็กที่สุดแล้ววางใส่มือแดเนียลไป


            แดเนียลมองถุงขนมไซส์มินิในมือด้วยอารมณ์เลือดขึ้นหน้า แต่พอจะเงยหน้าขึ้นมาเอาเรื่องไอ้เด็กแสบควานลินก็วิ่งออกไปนอกสถานีเรียบร้อยแล้วทิ้งเขาอยู่กับซองเยลลี่หมีและเสียงหัวราะของซังกยุน


            แสบขนาดนี้ คงเข้ากันดีกับพี่ดงโฮเขาล่ะ!






 

            ควานลินเดินมาตามทางที่แดเนียลบอก ไม่นานก็เจอเข้ากับอพาร์ทเม้นท์ที่ตามหา ถ้ามองจากข้างนอกหัวห้องน่าจะไม่กว้างมากเท่าไหร่ สภาพไม่ได้ใหม่มากแต่ก็ถือว่าตั้งอยู่ในทำเลดีเพราะรอบข้างเต็มไปด้วยร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ควรมี


ต่างจากหอพักของเขาที่พ่อซื้อไว้ให้ไม่ใช่ว่าสภาพห้องไม่ดีต้องเรียกว่าดีมากๆ ภายในห้องมีทุกอย่างที่ต้องการเพราะพ่อของเขาซื้อไว้ให้หมดทุกอย่างแล้ว แต่เสียที่มันใกล้จากโรงเรียนแล้วรอบข้างก็มีแต่หอพักและคอนโดเต็มไปหมด ถ้าจะหาสวนสาธารณะหรือร้านสะดวกซื้อต้องเดินออกมาอีก ถึงจะมีร้านค้าอยู่ใต้หอแต่เขาก็ไม่ชอบอยู่ดีเพราะเจ้าของร้านเป็นมนุษย์ป้าเสียงดังชอบเปิดเพลงแนวทร็อตสมัยก่อนแล้วแหกปากร้องได้ทั้งวัน


            และด้วยระยะทางที่ไกลมากเกินไป เลยทำให้บางวันเขาขอค้างบ้านซอนโฮที่อยู่ใกล้กว่าบ่อยๆ นอกจากบ้านซอนโฮจะใกล้โรงเรียนแล้ว ยังอยู่ใกล้สถานีดับเพลิงที่พี่ดงโฮอยู่อีกด้วย


            เด็กหนุ่มที่กำลังจะเดินเข้าไปในอพาร์ทเม้นชะงักฝีเท้าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าขาดของเยี่ยมคนป่วย ควานลินมองหาร้านขายยาที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ร่างโปร่งวิ่งหายเข้าไปในนั้นก่อนจะออกมาพร้อมกับถุงสีขาวที่ใส่ยาที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียอยู่ในนั้น

            ควานลินเดินขึ้นชั้น 3 ตามที่แดเนียลบอกก่อนจะเลี้ยงซ้ายเพื่อหาห้องของดงโฮที่อยู่ท้ายสุดฝั่งขวา เดินมาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่ประตูห้องสีครีม เด็กหนุ่มแอบเอาหูแนบกับประตูเพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายในตัวห้อง และสิ่งที่ได้ยินมีเพียงความเงียบ


            ก๊อก ก๊อก ก๊อก


            เขาตัดสินใจเคาะประตูทันทีเพราะคิดว่าแอบฟังต่อไปมันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ไหนจะเป็นห่วงเจ้าของห้องที่ไม่รู้ป่านนี้กินข้าวกินยาบ้างไหม หรือว่าสลบคาโถส้วมไปแล้ว การเคาะครั้งแรกไม่มีเสียงตอบรับจากคนในห้อง ทำให้ควานลินร้อนใจขึ้นมากกว่าเดิมและออกแรงเคาะให้แรงขึ้นกว่าเก่า


            “พี่ดงโฮ พี่ตายยังเนี่ย พี่!


            เคาะอย่างเดียวไม่พอยังตะโกนเรียกคนในห้องด้วยคำพูดยียวนนั่นอีก ควานลินยังคงเคาะประตูต่อไป เคาะแบบธรรมดาก็แล้วเปลี่ยนมาเคาะแบบจังหวะมือที่ใช้ในงานกีฬาสีก็แล้ว ก็ยังไม่เห็นวีแววว่าหมีตัวโตจะออกมาจากถ้ำเลย


            “พี่ดงโฮ พี่ตายแล้วจริงๆ แน่เลย งี้ผมก็เป็นหม้ายดิ”


            ควานลินพูดกับคนในห้อง แต่ก็ไม่ได้หวังว่าคนในห้องจะได้ยินมันหรอกนะ ก็เคาะมาทั้งนานแล้วไม่ได้ยิน ถ้าจะมาได้ยินคำนี้ก็กวนตีนเกินไปแล้ว


            “เป็นหม้ายได้ยังไง... น้องไม่ใช่เมียพี่ซักหน่อย”


            เสียงทุ้มที่ดังลอดออกมาจากประตูที่เปิดแง้มออกเล็กน้อย ควานลินตาโตยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที เห็นไหมล่ะ พี่ดงโฮก็ชอบมาได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินตลอดเลย ถึงเขาจะออกตัวแรงเรื่องตามจีบแค่ไหนเรื่องมันก็ยังมีเรื่องเขินอายที่จะพูดอยู่นะ


            “หวัดดีพี่” เด็กหนุ่มโบกมือยิกๆ ทักทายเจ้าของห้อง ควานลินลอบมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายที่ดูอ่อนเพลียก็อดเป็นห่วงขึ้นมาอีกไม่ได้ เมื่อเช้าที่ทักไลน์ไปแล้วตอบช้าตอบบ้างไม่ตอบบ้างเพราะท้องเสียจนไม่มีอารมณ์คุยแน่ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมบอกว่าไม่สบายไม่งั้นเขาคงมาดูแลนานแล้ว


            “มาไมอะ?” ดงโฮถามแต่ก็ยังไม่ได้เปิดประตูให้เขาเข้าไปในห้อง


            “ก็มาเยี่ยมไง คนที่สถานีบอกว่าพี่ท้องเสียจนไปทำงานไม่ได้” พูดพร้อมชูถุงขนม ถุงยาและถุงโจ๊กที่แวะซื้อระหว่างทางในมือ “แล้วนี่พี่ไม่คิดจะให้ผมเข้าห้องเลยเหรอ”


            คนฟังมองตามถุงในมือของเด็กแสบ ก่อนจะยอมเปิดประตูให้ควานลินเข้ามาในห้อง เด็กตัวสูงยิ้งแฉ่งให้และเดินตามเจ้าของห้องที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามกางเกงบ็อกเซอร์ โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูลงกลอนให้เจ้าของห้องเรียบร้อย


            ดวงตากลมโตกวาดมองรอบห้องอย่างสำรวจ ห้องของดงโฮเป็นห้องพักธรรมดาที่มีเตียงเดี่ยวตั้งอยู่มุมห้องติดกับหน้าต่างบานเลื่อนสามารถระบายอากาศได้ดี ข้างๆจะมีโต๊ะเขียนหนังสือกับเก้าอี้หนึ่งชุด และตู้เสื้อผ้าขนาดไม่ใหญ่นัก เลยไปอีกจะเป็นส่วนของห้องน้ำและระเบียงเล็กๆ ดูแล้วก็เหมาะกับผู้พักอาศัยเพียงหนึ่งคน ดูง่ายๆ เรียบๆ ไม่มีอะไรมาก และสิ่งที่ทำให้ควานลินแปลกใจคือความสะอาดและความเป็นระเบียงของห้องที่ถูกจัดอย่างดี ดูไม่เหมาะกับผู้ชายแมนๆ ลุยๆ แบบดงโฮเลย


            “ทำหน้าแปลกใจอะไร” ดงโฮท้วงเด็กกำลังเพลิดเพลินกับการสำรวจห้องของเขา ก่อนจะล้มตัวลงนอนกับเตียง ควานลินหันมามองและส่งยิ้มหวานให้พลางส่ายหน้าไปมา


            “เปล่าครับ แค่กำลังคิดว่าห้องเป็นระเบียบจังดูไม่เหมาะกับหน้าตาเลย”


            “อ่าว นี่ชมหรือด่ากันวะ” ดงโฮผงกขึ้นมามองคนพูด สายตาดุๆ ที่มองมาอย่างหาเรื่องไม่ได้ทำให้ควานลินรู้สึกกลัวเลย ตรงกันข้ามเสียอีกเขากลับรู้สึกชอบที่ได้เห็นสีหน้าที่หลากหลายของดงโฮ


            แล้วสีหน้าตอนนั้น.... จะเป็นยังไงนะ ?


            มันเป็นเรื่องที่เด็กอายุเท่านี้ไม่ควรคิดจริงๆ แต่เวลาอยู่ใกล้ดงโฮทีไร เขาก็รู้สึกที่จะ... โตเร็วๆ


            “ชมสิพี่ เอ้อ พี่ท้องเสียตั้งแต่กี่โมงแล้วเนี่ย” เดินเอาของไปว่างไว้กับโต๊ะเตี้ยที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเตียง ถอดกระเป๋าและปลดเสื้อนอกพาดไว้กับที่แขวนเสื้อ และเดินวนกลับมานั่งลงข้างเตียงใช้มือเท้าคางมองคนป่วยที่นอนหมดแรงอยู่ตรงหน้า


            “ตั้งแต่เช้าแล้ว สงสัยเมื่อคืนกินอะไรแปลกๆ เข้าไป” คนป่วยตอบเสียงอ้อแอ้ หมดสภาพซังนัมจาที่ลากคอเขาในวันแรกที่เจอกันไปหมด ควานลินยิ้มบางเอามือไปจิ้มแขนล่ำๆ นั่นเล่นอย่างอารมณ์ดี ตอนแรกก็เป็นห่วงมากจนเกือบเดินข้ามถนนก่อนสัญญาณให้รถชนเล่น แต่ตอนนี้มาเห็นกับตาก็หมดห่วงลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว


            “แล้วพี่ก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยใช่ป่าว” ดงโฮพยักหน้ารับ


            เด็กตัวสูงพยักหน้าตอบกลับ เดินไปหยิบถ้วยที่คว่ำอยู่บนโต๊ะมาแกะถุงโจ๊กแล้วเทใส่ถ้วยพร้อมกับตรวจดูยาในถุงสำหรับคนป่วยที่กำลังจับจ้องทุกการกระทำของเด็กหนุ่มอย่างสนใจ


            ใครบอกว่าดงโฮไม่สนใจไอ้เด็กนี่ล่ะ แค่เขาชอบมองเวลาควานลินไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง


            รู้สึกแปลกๆ เหมือนกันที่อยู่ดีๆ ก็มีคนโทรหาทุกวัน พร่ำบอกว่าชอบอย่างนู้นอย่างนี้ ออกตัวแรงว่าจะจีบ ซื้อของมาฝากเวลาเข้าเวรทำงาน แล้วนี่ยังจะมาทำเหมือนอยากดูแลเวลาไม่สบายอีกด้วย ริมฝีปากยกยิ้มบางประดับใบหน้าหล่อแต่ก็ต้องหุบลงเมื่อควานลินลุกและเดินกลับมาหาตน


            “นี่นะพี่ ผมอ่านมาในเน็ตว่าคนที่ท้องเสียต้องงดอาหารประมาณ 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ลำไส้ได้พักผ่อน แต่ว่าไม่ใช่ไม่กินอะไรเลย ถ้าจะกินต้องกินอาหารอ่อนๆ ผมถึงแวะซื้อโจ๊กมาให้ไม่รู้ว่าพี่ชอบหรือเปล่านะ” พูดพร้อมชูแหล่งอ้างอิงข้อมูลในมือที่ถือเปิดค้างไว้ให้คนป่วยดู ดงโฮแกล้งทำหน้าตาเหมือนไม่เชื่อ ทำให้ถูกมือเล็กตีเข้าที่แขนพร้อมเสียงบ่นเบาๆ


            จะไม่ให้ชอบได้ยังไง ในเมื่อคนซื้อตั้งใจซื้อมาให้แถมยังหาข้อมูลมาพร้อมขนาดนี้ มันคงจะดีถ้าเวลาป่วยแล้วมีคนน่ารักมาดูแลตลอด แบบนี้เขาคงอยากป่วยไปทุกวันเลย


            “ลุกขึ้นมากินโจ๊กก่อนครับ แต่ไม่ได้ซื้อยามานะเพราะเภสัชที่ร้านเขาบอกว่าอย่าพึ่งทานยาให้จิบเหลือแร่ไปก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยไปหาหมอ” ปากสีสวยพูดอธิบายถึงข้อมูลที่ตนได้รับมาไม่หยุดพร้อมชี้ไปยังขวดน้ำที่ผสมเกลือแร่ให้คนป่วยดู มือก็สะกิดให้คนที่นอนอยู่ลุกขึ้น แต่ดงโฮก็ยังนอนมองหน้าเขาอยู่อย่างนั้น


            คราวนี้ควานลินลุกจากพื้นแล้วย้ายมานั่งบนขอบเตียงเพื่อดึงให้คนตัวใหญ่ลุกขึ้นนั่งดีๆ มือเล็กดึงแขนอีกคนด้วยแรงที่มีแต่เจ้าของห้องก็ยังดื้อที่จะขืนตัวเอาไว้ จนคนอายุน้อยกว่าหมดแรงและยอมแพ้ไป ควานลินมองดงโอตาเขียวรู้สึกเคืองนิดหน่อยที่คนป่วยดื้อไม่ยอมทำตามที่เขาบอก


            “พี่จะไม่ลุกขึ้นมากินโจ๊กดีๆ ใช่มั้ย ได้...” ควานลินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกรวมพลังและปลุกความแข็งแรงทั้งหมดในตัวออกมาก่อนจะพยายามงัดคนตัวโตออกจากเตียงอีกครั้ง แต่ครั้งแรกดงโฮไม่ได้ขืนตัวไว้เฉยๆ เขากลับดึงคนที่แรงน้อยกว่ากลับเข้ามาหาตัวเอง ทำให้ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มล้มฟุบลงไปบนตัวของเจ้าของห้อง ใบหน้าหล่อประดับด้วยรอยยิ้มพอใจพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อแกล้งเด็กน้อยสำเร็จ แขนแกร่งเลื่อนขึ้นมาโอบรอบเอวที่บางกว่าเขามากโขก่อนจะกระชับกอดไว้หลวมๆ


            แก้มใสที่แนบเข้ากับอกกว้างผ่านเนื้อผ้าตัวบางเห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ใจหนึ่งก็นึกเขินที่ต้องมาใกล้ชิดกันขนาดนี้แต่อีกใจก็อยากใช้โอกาสให้คุ้มกับที่รอมาเป็นเดือน และแน่นอนว่าควานลินเป็นเด็กที่เห็นความสำคัญกับโอกาสที่เข้ามาในแต่ละครั้ง


            เด็กน้อยอมยิ้มชอบใจและแนบแก้มลงกับอกกว้างของคนอีก หลับตาฟังเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดูจะรัวเร็วไม่แพ้กับหัวใจของเขาเลย


            “เด็กอะไรใจง่าย แค่กอดหน่อยก็เคลิ้มเชียว” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูชวนสยิว ลาหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่ตอกย้ำว่าตอนนี้เขาไม่ได้ฝันไป ควานลินอยู่ในอ้อมกอดของดงโฮจริงๆ


            เด็กแสบเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าหล่อในระยะประชิด วางคางไว้กับอกกว้างถูไถไปมา ริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้างส่งให้คนตรงหน้า


            “ก็ผมรอที่จะกอดพี่นานแล้วนี่... แล้วไหนบอกไม่ชอบผม ทำไมถึงกอดผมล่ะ?”


            ดงโฮขยับตัวไปชิดผนังและดึงคนในอ้อมกอดให้ขยับตามมา ตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งคู่กำลังนอนกอดกันบนเตียงของเขา เจ้าเด็กใจง่ายขยับซุกตัวเข้าไปใกล้คนพี่มากกว่าเดิมเช่นเดียวกับดงโฮที่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิดแต่ไม่แน่นมากเพราะกลัวอีกคนจะอึดอัดเอา


            “ก็... เป็นรางวัลไง ที่มาดูแลวันนี้” ดงโฮกระซิบ ตอนนี้เขาคิดว่าควรเลิกวางมาดได้แล้วในเมื่อน้องมันชัดเจนว่าชอบเขาและพยายามตามดูแลมากขนาดนี้ เขาเองก็ควรแสดงออกถึงความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายรับรู้ ขืนเล่นตัวนานก็เท่ากับว่าปล่อยโอกาสให้คนอื่นเข้ามาจีบควานลินได้ ไม่ใช่เขาไม่รู้นะว่าที่โรงเรียนไอ้เด็กนี่มันฮอตแค่ไหนเพราะงั้นถึงอยากจะหาอะไรมากันท่าคนอื่นไว้ก่อนไง ยกตัวอย่างเช่น สถานะแฟน


            ตอนแรกไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบเด็กดื้อนี่หรอกนะ แต่เพราะช่วงอายุที่ห่างกันพอสมควรเลยทำให้ดงโฮคิดหนัก ไหนจะอาชีพที่เสี่ยงและไม่ค่อยมีเวลาให้อีก เขาไม่ได้กลัวใจตัวเองแต่เขากลัวว่าควานลินจะไม่ได้ชอบเขาจริงๆ ที่บอกว่าชอบอาจจะแค่ชั่ววูบนานไปเด็กเขาอาจจะเบื่อเราก็ได้ เพราะยังมีคนที่หน้าตาดีกว่า และพร้อมจะดูแลเขาอีกมากมาย แต่ผ่านพ้นไปเป็นเดือนควานลินก็ยังตามจีบตามเป็นห่วงเขาเรื่อยมา มันเลยทำให้ผู้ชายคนนี้อยากที่จะลองเสี่ยงกับไอ้เด็กแสบนี่ดูซักครั้ง แค่ได้บอกว่ารักถ้าอนาคตโดนทิ้งไปจริงๆ ก็ค่อยว่ากัน ตอนนี้ขอกอดเด็กตัวนุ่มนี่ให้สมกับที่ทำเขาคิดมากก่อน


            “ผมก็ดูแลพี่มาตลอดแหละ มีแต่พี่ที่เอาแต่บอกว่าไม่ชอบผม”


            “ตอนนี้ก็ชอบแล้วไง ชอบมากด้วย


            เหมือนมีคนเอาถ่ายร้อนๆ มานาบกับแก้ม ควานลินรู้สึกตัวเบาแทบจะลอยได้ถ้าไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆ นี่กอดเอาไว้ เขาคิดว่าตัวเองคงลอยออกไปนอกโลกแล้วแน่ๆ


            นี่ใช่ไหม ที่เขาบอกว่าบอกชอบคนที่ชอบว่าเขินแล้ว


แต่ถ้าเขาชอบเรากลับมันเขินกว่าหลายสิบเท่า


“แล้ว.. พี่หายแล้วเหรอ ลุกขึ้นมากินโจ๊กเดี๋ยวนี้เลย” เด็กน้อยพูดเสียงอู้อี้เพราะยังอยู่ในอ้อมกอดของคนพี่ ดงโฮหัวเราะคนที่พยายามจะเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมควานลินเอาไว้ ใช้ศอกดันตัวให้ใบหน้าของทั้งคู่จ้องมองกันอยู่ในระยะประชิด ดงโฮยิ้มหวานใส่เด็กน้อยที่นอนทำตาโตด้วยความตกใจ ใบหน้าใสแดงเถือกไปหมดจนลามไปที่หูแล้ว อีกไม่นานไลควานลินคงได้ระเบิกตัวแตกแน่ๆ


“ก็กำลังจะกินนี่ไง” พูดพร้อมกับใบหน้าหล่อที่เลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดใบหน้า ท่าทางที่ชวนให้คิดเลยเถิดไปมากกว่ากินโจ๊กที่ให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหวังรางวัลที่มากกว่ากอด ดวงตากลมโตค่อยๆ หลับลงช้าๆ ริมฝีปากบางที่เม้มไว้ในตอนแรกคลายออก


ผ่านไปพักใหญ่สิ่งที่ควานลินหวังก็ยังไม่มาถึงเขาซักที เสียงหัวเราะชอบใจดังมาจากคนที่กำลังคร่อมเขาอยู่พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ที่ประทับลงมาบนหน้าผากเนียน ก่อนริมฝีปากของดงโฮจะลากลงมากดจูบที่พวงแก้มใสทั้งสองข้างที่ตอนนี้เห่อร้อนหนักว่าเดิมก่อนความหนักอึ้งที่ทับร่างของควานลินจะหายไป เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาก่อนจะพบว่าคนขี้แกล้งตอนนี้ลงไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นพร้อมกับยกขวดเกลือแร่ขึ้นมาจิบด้วยรอยยิ้ม


ควานลินเด้งตัวลุกขึ้นนั่งกอดอกมองเจ้าของห้องอย่างเคืองๆ ริมฝีปากเชิดขึ้นไม่พอใจที่ถูกแกล้ง ไม่สิ ก็พอใจอยู่นะ อย่างน้อยถ้าไม่ได้จูบเขาก็ถูกจุ๊บหน้าปากแล้วก็หอมแก้มอีก แต่ก็เสียดาย... เราน่าจะจูบกัน

“พี่ควรจูบผมไม่ใช่เหรอ?”


“เอาใหญ่แล้วน้อง ยังเด็กอยู่เลยอยากให้พี่ตดคุกหรือไง” ดงโฮหัวเราะร่าหับท่าทางของคนขี้งอน แทนที่จะหวงเนื้อหวงตัวกลับมางอนแล้วบอกให้เขาจูบตัวเองซะงั้น ไลควานลินเด็กแก่แดด


“ก็ไม่รู้แหละ ผมว่าเราควรจูบกัน”


พูดจบก็คลานลงจากเตียงลงมาหาอีกคน แขนเรียวโอบรอบลำคอของดงโฮรั้งใบหน้าคมเข้ามาใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงแนบกับริมฝีปากของอีกคน สัมผัสนุ่มนิ่มที่บดเบียดเข้ามาชวนให้ดงโฮต้องการมากกว่าแค่แตะ กลิ่นหอมจากควานลินลอยฟุ้งมาแตะจมูกคล้ายเชิญชวยให้เขาเข้าไปสูดดมมากกว่านี้ ไม่นานนักควานลินก็ละริมฝีปากออกไปโดยไม่ลืมจะแนบริมฝีปากลงมาจุ๊บอีกคนเร็วๆ อีกครั้ง เด็กน้อยยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาว คนอายุมากกว่าส่งเสียงหัวเราะดังอยู่ใยลำคอ


“นี่มันไม่ใช่จูบซักหน่อย แค่เอาปากแตะกันเฉยๆ ไหนบอกว่าเราควรจูบกันไง”


พูดจบฝ่ามือหนาก็จับเข้าที่ใบหน้าน่ารักบังคับเชิดขึ้นเพื่อรับสัมผัสจากริมฝีปากชื้น ดงโฮมอบจูบหนักๆ ให้เด็กน้อยใช้มือช่วยบังคับใบหน้าของอีกคนปรับองศาเพื่อให้ใบหน้าของเขาใกล้กันได้มากขึ้นและสะดวกที่จะทำอะไรๆ ต่อ


ควานลินตกใจจนเผลอกำชายเสื้อของดงโฮแน่น ริมฝีปากร้อนกันบดเบียดไปมา ดงโฮขบเม้มริมฝีปากล่างนั่นเบาๆ เป็นเชิงอนุญาตอีกฝ่ายและบอกถึงความต้องการว่าเขาอยากที่จะเข้าไปสำรวจข้างในจะแย่อยู่แล้ว ดูเหมือนควานลินเองก็จะเข้าใจถึงภาษากายที่ถูกส่งมา ปากเล็กเผลออ้าออกให้อีกคนได้ส่งเรียวลิ้นชื้น แขนทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นมาโอบรอบคอแกร่งเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ก่อนที่เขาจะหลอมละลายและไหลลงไปกองกับพื้นห้องซะตอนนี้


สัมผัสแปลกใหม่ที่ควานลินไม่เคยได้รับ ที่ผ่านมาเขาเคยแค่เอาปากแตะกันเฉยๆ แต่ครั้งนี้มันมากกว่านั้น เป็นสัมผัสที่แทบจะหลอมละลายตัวเขาให้เป็นของเหลวได้เลย เรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดอยู่ในโพรงปากคล้ายควานหาของหวาน บางครั้งก็หยอกเย้ากับลิ้นเล็กที่ไม่ประสีประสา ควานลินได้รับทักษะใหม่จากปลายลิ้นของดงโฮ ทักษะที่ดงโฮต้องให้การเด็กน้อยใช้กับเขาแค่คนเดียว


เหมือนอากาศหายใจโดนอีกคนสูบออกไปหมด ไม่ใช่แค่อากาศแต่ตอนนี้ควานลินรู้สึกเหมือนราวกับว่าเขาถูกสูบวิญญาณออกไปซะอย่างนั้น ควานลินทุบกำปั้นลงที่บ่าของคนที่กำลังเมามันกับการดูดคลึงริมฝีปากของเขาเพื่อประท้วงขออากาศหายใจ ดงโฮละจูบออกมาด้วยความเสียดายจูบซับน้ำสีใสที่เลอะมุมปากบาง เขาเองก็ลืมไปว่าควานลินไม่มีประสบการณ์เรื่องจุบอาจจะหายใจไม่ทันบ้างในบางช่วง


แต่ถ้ามันมีครั้งแรก และนอนว่าครั้งต่อไปจะตามมาทีหลัง.... ไม่ช้าก็เร็ว

“หลิน....” ดงโฮประซิบเรียกชื่อของอีกคนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ริมฝีปากยังคลอเคลียอยู่แถวๆ พวงแก้ม

“หือ”


“สัญญานะ ว่าอย่าไปจูบกับใครนอกจากพี่” ควานลินขนลุกเกรียวเมื่อริมฝีปากร้อนเปลี่ยนเป้าหมายมาขบเม้มที่ติ่งหูของเขา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปที่ลำคอกดจูบเบาๆ โดนไม่คิดที่จะทำรอยเอาไว้ น้องยังเด็ก ถ้ามีรอยพวกนั้นอยู่บนตัวตอนไปโรงเรียนควานลินจะดูไม่ดีเอาได้ เพราะงั้นเขาต้องข่มใจไม่ให้ทำอะไรเกินเลยมากกว่าจูบ


“ครับ หลินยอมพี่คนเดียว”


คำตอบที่ได้มันทำให้ดงโฮอยากจะฉีกสัญญาและทำให้ควานลินเป็นของเขาซักตอนนี้ ไม่ต้องรอให้บรรลุนิติภาวะแล้ว ดงโฮละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย เขาต้องควบคุมตัวเองและข่มอารมณ์เอาไว้ก่อน ควานลินถูกดึงเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง อยากจะอดเอาไว้ทั้งวันกอดเอาไว้แบบที่ไม่ต้องให้ใครได้เห็นท่าทางน่ารักๆ แบบนี้ อยากจะเก็บเอาไว้ดูคนเดียว รักคนเดียว เป็นของเขาคนเดียว


 


“แล้วพี่เป็นแฟนหลินได้ยัง?”

 


“ยอมตั้งแต่เรียกกินโจ๊กแล้วครับ”

 


แบบนี้จะรอให้บรรลุนิติภาวะไหวเหรอ ?




END






กี๊สสสสส ในวาระที่โฮลินมีโมเม้น แล้วก็ fav. ครบ 100 คนด้วย 

น้องหลินพูดขอบคุณคนพี่ที่ดูแล ฮือออ เลยมีกำลังใจขึ้นมา ขอบคุณทุกคอมเม้นด้วยนะคะ อาจจะไม่ได้แต่งเก่งมาก ก็ถือว่าอ่านแก้ขัดกันไปกอนเน้อ รอโมเม้นจากกัปตันของเรา รอลุ้นว่าอีพีหน้าๆ จะมีมาให้เชยชมบ้าง แต่แค่รู้ว่าเขาดูแลกันมาตลอดอิพี่ก็ชื่นใจแล้วจ่ะ หวังว่าโฮลินจะยังอยู่รอดปลอดภัยเดินจับมือกันไปเดบิวต์นะคะ ถ้าไม่ได้เดอย่างน้อยอยู่ดูแลกันไปรอบลึกๆ ก็ได้ ฮือออ ใจแม่บ่ดีเลย พูดเรื่องนี้แล้วเครียดด  ไปนอนแล้วนะงับ ฝันดีทุกคน อิอิ

อ่อๆ ถ้าชอบหรือไม่ชอบยังไง ติชมได้เลยนะคะ ขอคอมเม้นขอกำลังใจโหน่ย อิอิ

อีกเรื่อง มีคนขอตำรวจมาด้วยอะ แล้วเรื่องต่อไปเอาตำรวจละกันเนอะ ฮ่าๆ

เมนชั่นมาคุยเล่นกันก็ได้นะคะ อิอิ @pinqpolar เด้อเจ้า ร้ากก <3


เม้ามอยในทวิต
╯﹏╰

#อาชีพโฮลิน






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,334 ความคิดเห็น

  1. #1296 SaRaPao_at_2PM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 02:51
    เพิ่งมาเจอ ขอยาดติดตาม พฮุก คือดียยย์
    #1,296
    0
  2. #1278 gabriel.la(: (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 21:52
    จีบติดจนได้555555
    #1,278
    0
  3. #1138 konpe_ki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 04:40
    ฮืออออออ น่ารักมากอ่านแล้วเขินมากด้วย น้องคือแบบน่ารักจีบเก่งเต๊าะเก่ง แต่เจอคนพี่ทำแบบนี้ก็เขินตัวดงตัวแดง เอ็นดู ชอบมากๆ เลย
    #1,138
    0
  4. #1068 TigerPisces (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 00:21
    ความพยายามของการขายขนมจีบพี่นักดับเพลิงไม่เสียเปล่าเว้ยยยยย เก่งมากเจ้าหลินที่คว้าหัวใจพี่ดงโฮมาได้แบบนี้
    #1,068
    0
  5. #958 Galaxy_Pcy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 22:06
    ฮึกมันดีย์มันลุนนแลงงกับจัยยน้อนมากกกอ่ะฮืออออการดำเนินเรื่องคือดีงามสมเหตุสมผลลไม่น่าเบื่อเลยปกติไม่ค่อยชอบอ่านแนวฟีลแบบนี้แต่เรื่องนี้ทำให้น้อนนชอบม้ากกๆชอบบบจริงๆ
    #958
    0
  6. #940 maybee23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 09:23
    คุกแน่ๆคุกแน่ๆ 55555555555
    #940
    0
  7. #772 neaumn_sm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 00:52
    มีตดคุกด้วยอ่ะไรท์เตอร์ ถถถถถ นึกว่าจะมีฉากไฟไหม้ซะแร้ว
    #772
    0
  8. #727 โอเลนจี ×` (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:47
    เพิ่งมาตามคู่นี้น่ารักมากๆเลย.
    หู้ยยยยยย..ปลื้มแทนน้องหลิน. 555
    #727
    0
  9. #711 swaggrills (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:00
    เพกหแะถ้่คา น่าร้ากกก
    #711
    0
  10. #636 bellnylinny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 23:12
    เขินไปหมดแล้ว ตัวลอย หน้าร้อน มือหงิก ใจพอง
    #636
    0
  11. #551 E.L.F*JW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 01:20
    ฟ่สฟฟวๆงๆงๆวห่หา อหห เขินมากกากกกก หน้าร้อนนๆๆๆบลฟลฟลห
    #551
    0
  12. #512 qickly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 01:28
    ค่ดรักเอ็งเรยไลลิน ฮืฮฮอออ จัย
    #512
    0
  13. #509 baekhoismysmile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 17:46
    กี้สสสสวสสวสสส
    น้องหลินว่าเปรี้ยวแล้ว
    พี่ดงโฮ แซ่บพริกสิบเม็ดไปอี้กกกกกกกกกก ตอนฉากจูบมันแบบว่า หนูก็จะขาดอากาศหายใจจจจ กี้สสสสสสสสสสส
    ชอบสรรพนาม พี่-น้อง ในเรื่องนี้ ชอบลุคเปรี้ยว ขี้ยั่วของหลิน
    ชอบความแมนในอุดมคติของดงโฮ กี้สสสสส สนุกมากเลยค่ะ หัวใจเต้นแรงงงงงง ><
    #509
    0
  14. #473 -Shawty- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 18:28
    คิดว่าพี่จะรอดจากเด็กขี้ยั่วไปได้ตลอดรอดฝั่งจนอายุน้องครบเร้อออ 5555
    #473
    0
  15. #420 PEAX01 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 10:23
    อหห น่ารักมากน้องน่ารักมาก ละมุนมาก โอยยยยย
    #420
    0
  16. #277 Bigbadgirlll (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 13:56
    ไม่ทันไรพี่เขาก็ขี้หึงแล้วนะคะทุกคน5555
    #277
    0
  17. #216 Mamimilky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 19:04
    อร้ายยยยยยยย เขินนนนน อยากจะแฝงตัวไปเป็นกำแพงในห้อง
    #216
    0
  18. #181 ทาสรักโฮลิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 02:06
    โอ๊ยยยยย ได้ยินเสียงไอดังคุก คุก คุกเลยคร้าาาา
    #181
    0
  19. #160 ❆..S.Maple..❆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 16:51
    น้องคะ อ้อยเบอร์นี้พี่เขาจะทนไหวได้ยังไงฮรืออออ
    ฟหกด่าสวง ไม่อยากทนก็ไม่ต้องค่ะพี่จ๋าก็กินๆ น้องไปซะให้หมดเรื่องหมดราว เดี๋ยวคนแถวนี้ช่วยยื่นเรื่องประกันตัวเองค่ะ 
    #160
    0
  20. #148 Mr. Queen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 23:46
    ควานลินทำไมหนูแก่แดดขนาดนี้ลูกกกก รุกพี่เขาอะไรเบอร์นี้
    #148
    0
  21. #147 99mmnrps (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 23:24
    น้องหลินลูกก รุกแรงมากค่าาา
    #147
    0
  22. #136 morning.star (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 23:36
    คนแบบพี่ดงโฮเหมาะจะเป็นพี่ชาย
    แต่ถ้าได้เป็นแฟนก็ยิ่งดี ควานลินมันร้ายยยยยยย5555555555555

    สำนวนพาร์ทนึ้ดีมากเลยค่ะ ลื่นมากกกก ชอบวิธีการบรรยาย ชอบบทสนทนาพี่กะน้อง น่ารักมั่ก ยิ้มแก้มแตกเลย ///////

    #136
    0
  23. #127 LK_8807 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 14:02
    เด็กแสบเอ้ยพี่เค้าจะรอหนูบรรลุนิติภาวะได้มั้ย5555555
    #127
    0
  24. #116 Pippy.Kung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 15:14
    โอ้ยยยย น่ารักจัง น้องหลินน่ารักมาก ทั้งแสบ ขี้อ่อย และน่ารัก แง
    #116
    0
  25. #109 doraaung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 20:43
    อ๊ากกกกก ไลควานลิน เด็กลามก 555 ไม่ไหวเลย ทำไมเป็นคนแบบนี้คะ ทำไม แต่ชอบนะเออ สงคุณแดน โดนเด็กหลอก แสบนักนาเจ้าหลินน้อย เขินมากอ่ะ ฉากที่พี่หมีกอดน้อง น่ารักและอบอุ่นชิบหายเลย หลินนี่เปิดเผยดีเนาะ ต้องการอะไรก็ซื่อสัตย์ต่อหัวใจดี มิน่าล่ะ พี่หมีถึงอดใจไม่ไหว แต่พี่ต้องอดทนนะพี่นะ น้องยังเด็ก สู้ๆพี่หมี

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #109
    0