(produce101) กรุณาระบุอาชีพที่ต้องการ - sf holin ♡

ตอนที่ 18 : โดดเด่นไม่เหมือนใคร 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    16 ม.ค. 61



โดดเด่นไม่เหมือนใคร



                             –น้องลิ้นจี่ ,น้องควานลิน

                                พี่โดดเด่น,พี่แบคโฮ

               


 

                “มะม่วงน้ำปลาหวานหนึ่งครับ”


                “..............”


                ไร้เสียงตอบรับจากเด็กหนุ่มที่กำลังก้มหน้าก้มตาจ้องมองมือถือที่อยู่ในมือของตนเอง คิ้วสวยขมวดเข้าหากันจนผูกเป็นปม คนถูกเมินสูดลมหายใจเข้าแรงๆ หันซ้ายหันขวามองหามนุษย์คนอื่นที่สามารถขายของให้เขาได้ แต่ก็ไม่เจอใครซักคน เลิกงานมาเหนื่อยๆ กะว่าจะแวะซื้อมะม่วงเปรี้ยวๆ ไปนั่งกินแทะให้จี๊ดจ๊าดเล่นแต่ก็ต้องอกหักเพราะพ่อค้าจำเป็นดูเหมือนจะสนใจการดันเลนมากกว่าขายของ


                เด่น ยกมือขึ้นเกาหัวไม่รู้จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์ตรงหน้าดี ถ้าจะหยิบของแล้วจ่ายเงินเองเลยมันก็ดูเก่งกล้าเกินไป ใครมาเห็นเขาจะเข้าใจผิดว่าเป็นขโมยได้ แต่เด็กตรงหน้านี่สิ... คงจะเป็นลูกเจ้าของร้านล่ะมั้ง ทุกครั้งที่เขาเข้ามาก็เจอแต่เจ๊ปุ๋ยเจ้าของร้านที่คอยขายของให้ด้วยรอยยิ้ม


                เด่นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าตอนนี้เกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว เขาควรจะเดินไปถึงร้านข้าวตามสั่งของพี่อู๊ดแล้วทานข้าวเย็นให้เรียบร้อยแล้วไม่ใช่มายืนรอเด็กคนนี้นั่งเล่นเกม


                “น้องครับ ถ้าไม่ขายพี่ไปแล้วนะครับ” ยังจะทำตัวมีมารยาทไปมาลาไหว้ เด่นเอ่ยพร้อมกับก้าวถอยหลังออกมาจากร้าน ร้านของเจ๊ปุ๋ยเป็นร้ายขายของชำแต่ข้างหน้ามีตู้ขายผลไม้ที่เขาชอบมาอุดหนุนเป็นประจำ เพราะผลไม้ร้านเจ๊ปุ๋ยสดใหม่แล้วก็ราคาไม่แพง ได้เยอะ แถมยังเปิดดึกด้วย ยิ่งช่วงที่เขาโดนแม่สั่งให้ลดน้ำหนักร้านเจ๊ปุ๋ยก็กลายเป็นร้านประจำของเด่นไปเลย


                ปึง


                เท้ายังไม่พ้นเขตประตูก็ได้ยินเสียงปึงปังตามมา เด่นหันกลับไปเจอเด็กตัวสูงจากตอนแรกที่นั่งเล่นเกมไม่สนม้าสนแมวตัวไหนตอนนี้ยอมวางมือถือพร้อมกับเดินปึงปังมาที่ตู้ผลไม้ น้องมองเขาเขม็งเหมือนกำลังโกรธ เขาทำอะไรผิดงั้นเหรอ ก็แค่อยากกินมะม่วงน้ำปลาหวานถ้าน้องไม่สะดวกขายเขาก็จะกลับแค่นั้นเอง


                “เพราะพี่เลย... แรงค์ผมลดอีกแล้ว วันนี้แพ้เก้าตารวดแล้วนะ” ปากก็บ่นไป มันเป็นความผิดของเขาเหรอเด่นคิดในใจ มือขาวเอื้อมมาเปิดตู้กระจกพร้อมกับทำท่าจะหยิบอะไรซักอย่างแต่ก็ชะงักไป เด็กติดเกมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาพร้อมกับถามว่า “เมื่อกี้จะซื้ออะไรนะ?”


                “มะม่วงน้ำปลาหวานครับ” เด่นตอบ เดินเข้ามาใกล้มากขึ้น มองท่าทางเงอะงะของเด็กตรงหน้ากำลังวุ่นอยู่กับการสับมะม่วงให้เป็นชิ้นตามแบบที่แม่เคยสอนไว้ ตัวเด่นเองก็ไม่คิดว่าการสับมะม่วงให้เป็นชิ้นมันจะยากซักเท่าไหร่หรอก แต่เด็กคนนี้ทำเหมือนว่ามันยากนักแหละ สีหน้ายุ่งๆ พร้อมกับปากเล็กที่ยื่นออกมาด้วยความหงุดหงิดทำเอาเด่นหลุดหัวเราะออกมา ดูทำท่าทำตาเหมือนลูกเป็ดงอแงซะงั้น


                เจ้าลูกเป็ดตัวโตเงยหน้าขึ้นมามองตาเขียว ปากเล็กๆ บ่นขมุบขมิบจับใจความได้ว่ากำลังต่อว่าเขาที่หลุดหัวเราะเจ้าตัวไป  เด่นยกมือขึ้นมาปิดปากบังไม้ให้อีกคนเห็นรอยยิ้มของเขาเพราะถ้าน้องเห็นคงจะเป็นเขาเองที่โดยสับเป้นชิ้นแทนมะม่วงลูกนั้น


                “ให้ช่วยมั้ยครับ?” เด่นถามด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้ห่วงน้องแต่เขาน่ะห่วงว่ามะม่วงของโปรดจะเลาะได้ด้วยเลือดของคนสับต่างหาก และสภาพของนี้ของน้องมะม่วงก็เหมือนผ่านสมรภูมิรบมา เยินซะไม่มีชิ้นดีถ้าจะสับแบบนี้แนะนำให้สับเป็นเส้นเหมือนมะละกอที่เอาไว้ทำส้มตำเลยดีกว่า คิดแล้วก็นึกอยากจะกินยำมะม่วงขึ้นมาเหมือนกันนะ


                “ไม่ต้องพูดมากหน่า มันกินได้เหมือนๆ กันนั่นแหละพี่ ผมยังไม่หายเคืองที่พี่มารบกวนเวลาเล่นเกมของผมนะ เดี่ยวก็แอบเอายาถ่ายใส่เข้าไปในน้ำปลาหวานซะหรอก”


เด่นตาโตเมื่อได้ยินเช่นนั้น


                “น้องจะใส่ยาถ่ายให้พี่กินจริงๆเหรอครับ”


                พ่อค้าจำเป็นหยุดสับมะม่วงพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองอีกคนด้วยความไม่เข้าใจ ดูเหมือนคนตัวโตจะเชื่อแบบนั้นจริงๆ ดวงตากลมโตกระพริบตาปริบๆ เหมือนคนร้อนรนแต่ก็ยังมองหน้าเด็กหนุ่มอย่างต้องการคำตอบ เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น


                ไม่เคยเห็นใครตื่นตกใจกับคำพูดเล่นๆ ได้ใหญ่รัชดาลัยเท่าพี่คนนี้เลย ตัวก็โตมาเชื่ออะไรกับอีแค่คำพูดเด็กอย่างเขา  พ่อค้าจำเป็นวางมืดสับผลไม้ลงก่อนจะปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาเพราะหัวเราะหนักเกินไป น้ำมะม่วงชิ้นเล็กๆ น้อยๆ เทใส่ลงถุงร้อนพร้อมกับถ้วยพลาสติกเล็กๆ ที่บรรจุน้ำปลาหวานสูตรเจ๊ปุ๋ยผู้เป็นมารดาแห่งตัวเขาเองและยื่นให้คนตัวโตที่ยังมองเขาด้วยสายตาซื่อๆ


                “ผมพูดเล่นเว้ย พี่ซื่อหรือแกล้งโง่อะ หรือไม่สบาย งั้นเอารีบจ่ายเงินมาแล้วก็กลับไปพักผ่อนนะ” เด่นรับถุงมะม่วงมาไว้กับตัวพร้อมกับยื่นแบงก์ยี่สิบและเหรียญห้าไปให้ ลิ้นจี่รับมาก่อนจะยื่นเหรียญห้าคืนไปให้ สร้างความงุนงงให้กับเด่นอีกครั้ง คนตัวโตกำลังจะอ้าปากท้วงแต่ถูกเด็กหนุ่มขัดขึ้นก่อน


                “ไม่เป็นไรพี่ ผมลดให้ 5 บาท คิดว่าพี่ต้องเก็บเงินเอาไว้ไปเช็คสมองอะ” แล้วทำไม... ทำไมเด่นต้องเก็บเงินไปเช็คสมองด้วย เขาไม่ได้ไม่สบายซักหน่อย “เหมือนบริจาคก้าวคนละก้าวไง ผมก็ช่วยสบทบทุนพี่เอาไว้ไปหาหมอนะ สู้ๆ พี่ต้องหายผมเชื่อในปาฏิหาริย์


                เด่นพยักหน้างึกงักก่อนจะหมุนตัวกลับเพื่อออกจากร้านไป มองเหรียญห้าในมือด้วยความมึนงงไม่หาย หันหน้ากลับไปมองเจ้าเด็กตัวสูงที่ยืนโบกมือลาให้เขาด้วยความไม่เข้าใจ หรือบางทีน้องอาจจะเป็นห่วงสุขภาพของเขาก็ได้ เพราะงั้นอาทิตย์หน้าจะลองไปตรวจสุขภาพดูก็แล้วกัน


                จะว่าไป รู้จักเป็นห่วงคนอื่นด้วย น้องก็ดูก็เป็นเด็กดีเหมือนกันนะ เจ๊ปุ๋ยนี่เลี้ยงลูกมาดีจริงๆ เลย


                “ผมลิ้นจี่นะ พี่ชื่อไรอะ” เสียงทุ้มที่กำลังแตกหนุ่มตะโกนไล่หลังตามมา


เด่นหันกลับไปมองพร้อมตอบสั้นๆ  “โดดเด่นครับ


                “เออ ชื่อแปลกดี ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะพี่เด่น ไว้มาอุดหนุนร้านบ่อยๆ”


                เด่นพยักหน้ารับก่อนจะเดินกำเหรียญห้าออกมาจากร้านเจ๊ปุ๋ย ตรงไปยังห้องพักทันที ลิ้นจี่มองตามแผ่นหลังกว้างด้วยรอยยิ้ม เป็นอีกหนึ่งวันที่เล่นเกมแพ้ยาวๆ แต่ก็ไม่ยักจะอารมณ์เสียมากนัก อาจจะเป็นเพราะเจอคนแปลกๆ แบบพี่เด่นละมั้งที่ทำให้เขาลืมเรื่องหัวร้อนพวกนั้นไปได้เลย


                เอาไว้ช่วงนี้ลงมาขายของช่วยแม่บ่อยๆ ดีกว่า บางทีอาจจะทำให้เขาได้เจอพี่เด่นมากขึ้น คนอะไรตัวก็โต หน้าตาก็ก็ดูฉลาด มองรวมๆ แล้วถือว่าเป็นผู้ชายที่ดูดีคนหนึ่งเลย แต่เท่าที่คุยกันแล้วคงจะเป็นคนซื่อๆ ตามคนไม่ค่อยทันล่ะมั้ง


น่าแกล้งชะมัดลิ้นจี่คิดอย่างนั้น พลันใบหน้าขาวก็ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ตากลมมองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับตา ก่อนจะเดินกลับมานั่งเล่นเกมต่อ

 





 

               

                ลิ้นจี่เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับโยนกระเป๋านักเรียนไปมุมห้องอย่างไม่สนใจนัก วิ่งขึ้นชั้นสองของบ้านเข้าห้องตัวเองพร้อมเปิดตู้เสื้อผ้า เด็กหนุ่มปลดกระดุมชุดนักเรียนออกและเปลี่ยนเป็นเสื้อลำลองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกจากห้องก็ไม่ลืมที่จะเดินไปส่องกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่กับตู้เสื้อผ้า หันซ้ายหันขวาชื่นชมความหล่อของตัวเองที่ติดตัวมาตั้งแต่ยังไม่โผล่หัวออกจากรกแม่


                “ถ้ามีคนเดินมาบอกว่ากูขี้เหร่จะถอดรองเท้าฟาดให้ดู” ลิ้นจี่พูดพร้อมเก๊กท่าหล่อยอดนิยมทำมือเป็นเครื่องหมายถูกมาแตะไว้ที่ปลายคางถ้าจะอัพเกรดขึ้นมาหน่อยมันคือสัญลักษณ์ยี่ห่อไนกี้ ถ้าใครดูไม่ออกแสดงว่าเป็นคนบาป


                พอตรวจเช็คความหล่อของตัวเองเสร็จก็รีบวิ่งลงมาชั้นล่างพร้อมกับนั่งประจำที่บนเก้าอี้ไม้ตัวสูงหลังตู้แช่ผลไม้ แม่ปุ๋ยหรือสตรีที่คลอดลิ้นจี่ออกมามองลูกชายที่มีท่าทางกระตือรือร้นที่จะช่วยตนขายของมากเกินไป ดูยังไงก็รู้ว่าแปลก หรือลูกชายของเธอจะไม่สบาย


                “นี่ตัวเล็ก เป็นอะไรรึเปล่าลูก” พูดพร้อมเดินเอามือมาอังหน้าผากของลูกชายเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายว่ามีไข้หรือไม่ ลิ้นจี่ส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมหันไปยิ้มแฉ่งให้คุณแม่ยังสาว


                “น้องไม่ได้เป็นอะไร แค่อยากจะมาช่วยแม่ขายของเฉยๆ เนี่ยนะคุณแม่ปุ๋ยของลิ้นจี่ก็อายุเยอะมากแล้วนะ น้องแค่อยากแบ่งเบาภาระเท่านั้นเอง” ตอบกลับผู้เป็นแม่ด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว ด้วยความเป็นลูกคนเล็กทำให้ลิ้นจี่ติดที่จะเรียกแทนตัวเองกับครอบครัวว่าน้อง เช่นเดียวกับที่พี่แอปเปิ้ล พี่สาวแท้ๆ ของลิ้นจี่ก็เรียกแทนตัวเองว่าพี่เหมือนกัน


แม่ปุ๋ยหรี่ตามองลูกชายตัวดีอย่างจับผิด คลอดมาเองกับ... อ่า กับนั่นแหละ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าลูกชายของเธอกำลังทำตัวแปลกๆ ถึงจะบอกว่าไม่มีอะไรก็เถอะ ถ้าจะเค้นให้ตอบคงไม่ยอมตอบแน่ๆ คงต้องรอดูอีกซักหน่อย


                “แน่ใจนะว่าไม่มีอะไร ไม่ใช่ว่าแอบจีบลูกค้าสาวๆ หรอกนะเจ้าตัวดี”


                “ไม่มีหรอกแม่ น้องจะไปทำแบบนั้นทำไม น้องยังเด็กนะ เคยยอกแล้วไงว่าควรโฟกัสเรื่องเรียนมากกว่าเรื่องความรัก”


                “แล้วไป แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะถ้าน้องจะมีแฟน ดีซะอีกจะได้เลิกติดเกมซักที” คนเป็นแม่พูด ก็ทุกวันที่กลับจากโรงเรียนเธอก็จะเห็นลูกชายที่มัวแต่นั่งจิ้มเกมในมือถือพร้อมร้องตะโกนโวยวายลั่นบ้าน ถ้าแบตหมดก็ย้ายไปเล่นในคอม ไม่ค่อยยอมมาช่วยแม่ขายของเท่าไหร่หรอก แต่ก็ยังดีที่มันไม่ส่งผลไปถึงเรื่องการเรียนมากนัก เกรดของลิ้นจี่ก็ยังคงรักษาระดับเอาไว้ไม่เคยตกไปไกลแต่ก็ไม่เคยขึ้นมาสูงเหมือนกัน แต่ยังไงซะไม่ว่าลูกชายจะเป็นยังไงเธอก็ขอให้เป็นคนดีและมีความสุขแค่นั้นก็พอแล้ว


                “เรื่องแบบนี้ถ้ามันจะมีเดี๋ยวมันก็มาเองนั่นแหละแม่”


                ไม่พูดเปล่า แขนยาวของลูกชายตัวแสบวาดโอบกอดเอวของผู้เป็นแม่เอาไว้พร้อมหัวทุยๆ ที่ซบลงกับอกอย่างออดอ้อน แม่ปุ๋ยลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู ปีนี่ลิ้นจี่ก็อายุ 17 ปีแล้ว โตเป็นหนุ่มไวจนคนเป็นแม่ใจหาย อีกไม่นานก็คงเรียนมหาวิทยาลัย จบออกไปทำงานมีครอบครัว มันเร็วจริงๆนะ


                “เอ่อ... มะม่วงน้ำปลาหวานถุงหนึ่งครับ”


                เสียงลูกค้าผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นทำให้สองแม่ลูกผละออกจากกัน เป็นใครไปไม่ได้นอกจากโดดเด่นที่ยืนทำหน้าอึนอยู่หน้าตู้แช่ผลไม้ ลิ้นจี่ยิ้มกว้างออกมาเมื่อรู้ว่าลูกค้าที่มาขัดช่วงเวลาของครอบครัวเป็นใคร


                “พี่โดดเด้งนี่เอง” เสียงนุ่มเอ่ยพร้อมยิ้มทักทายคนอายุมากกว่า เช่นเดียวกับแม่ปุ๋ยที่ยิ้มหวานให้ลูกค้าเจ้าประจำ เด่นยกมือไหว้แม่ปุ๋ยก่อนจะเลื่อนสายตามาสบกับเด็กแสบที่กำลังนั่งจ้องเขาตาแป๋ว ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอกว่าทำไมน้องถึงมองเขาไม่ละสายตาขนาดนั้น แต่เพื่อไม่ให้เสียมารยาทก็ทำได้แค่ส่งยิ้มบางๆ ไปให้


                “เอาเหมือนเดิมใช่มั้ยจ๊ะ” แม่ปุ๋ยถาม เด่นพยักหน้าให้ก่อนจะก้มลงเปิดกระเป๋าสะพายข้างใบเก่งเพื่อหยิบเอากระเป๋าเงินเตรียมจ่ายเงินค่ามะม่วงน้ำปลาหวาน


                ลิ้นจี่ลุกออกจากหน้าตู้แช่ผลไม้เพื่อหลีกทางให้แม่เดินเข้ามาสับมะม่วงให้ลูกค้าได้ถนัดๆ เจ้าเด็กตัวสูงใช้แขนเท้ากับตู้กระจกมองหน้าโดดเด่นสลับกับแม่ปุ๋ยที่ออกลีลาสับผลไม้อย่างกับมือมีดระดับเซียน ไม่นานมะม่วงของโปรดคนตัวโตก็ถูกนำใส่ถุงพร้อมกับน้ำปลาหวานสูตเด็ดของชอบ


                ลิ้นจี่แย่งถุงมะม่วงมาไว้กับตัวก่อนที่เด่นจะรับไปจากแม่ปุ๋ย เจ้าเด็กแสบยิ้มตาหยีไปให้อีกคนที่กำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม่ปุ๋ยตีแขนเล็กเบาๆ ก่อนจะบอกให้ลูกชายส่งถุงมะม่วงให้ลูกค้า แต่เด็กดื้อก็ไม่ยอมทำตามแถมขยับตัวหนีฝ่ามือของผู้เป็นแม่อีก


                “นี่ลิ้นจี่ เอามะม่วงให้พี่เขาได้แล้ว” แม่ปุ๋ยโวยวาย มือก็เตรียมหยิบไม้ไล่แมลงวันมาตีลูกชาย ลิ้นจี่วิ่งมาหลบหลังพี่เด่นพร้อมกับยื่นหน้าออกมาแลบลิ้นปลิ้นตาทำท่าทางกะล่อนใส่แม่ปุ๋ย


                คนเป็นแม่ถอยหายใจด้วยความเหนื่อยใจ ไม่รู้จะทำยังไงกับเจ้าลูกตัวแสบดี ตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นเป็นเด็กดีมาช่วยแม่ขายของที่ไหนได้ก็เหมือนเดิม หาเรื่องเล่นซนไปเรื่อย แม่ปุ๋ยส่งยิ้มแหยๆ ให้โดดเด่นที่กำลังหันซ้ายทีขวาทีเพราะเจ้าเด็กดื้อที่กำลังเล่นซ่อนแอบอยู่หลังชายหนุ่มไม่ยอมอยู่นิ่งเสียที


                “นี่พี่โดดเด้ง ให้ผมเดินไปส่งนะ เดี๋ยวเลี้ยงน้ำมะพร้าวด้วย” ลิ้นจี่พูดพร้อมกับวิ่งไปเปิดตู้แช่ผลไม้หยิบมะพร้าวเผาลูกโตออกมาจากตู้ ชูขึ้นให้พี่เด่นดูด้วยความภูมิใจ “มะพร้าวร้านแม่ปุ๋ยอร่อยนะ หวานหอมชื่นใจมากๆ”


                “เอ่อ... ไม่เป็นไรดีกว่าครับ พี่เกรงใจ” ในที่สุดเด่นก็ได้พูดเสียที คนตัวโตกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าเอาถุงมะม่วงแต่เด็กหนุ่มก็ชักมือกลับด้วยความไวแสง ใบหน้าใสบูดบึ้งขึ้นมาเล็กน้อย ปากบึนออกมาด้วยความไม่พอใจ


                “ก็บอกว่าจะเดินไปส่งไง มันเป็นความตั้งใจของผมที่จะมาปฏิเสธแบบนี้ไม่ได้นะ” ลิ้นจี่เท้าเอวพูดอย่างเอาเรื่อง เสียงรองเท้าแตะตบพื้นดังแป๊ะๆ เพราะเจ้าตัวที่ตบเท้าลงพื้นบ้านไม่เลิก โดดเด่นหน้าเสียพลางมองแม่ปุ๋ยเพื่อขอความช่วยเหลือ คนเป็นแม่ส่ายหน้าเอื้อมระอากับความดื้อของลูกชาย


                “นี่ แล้วจะไปกวนพี่เขาทำไมเล่า ไปช่วยพ่อไม้เช็คของหลังร้านไม่ดีกว่าเหรอ” คุณแม่ยังสาวพยายามพูดเกลี่ยกล่อมเพื่อช่วยเด่นสุดตัว พร้อมกับตะโกนเรียกผู้เป็นสามีให้ออกมาจากหลังร้านเพื่อมาลากเจ้าลูกชายตัวแสบให้ไปช่วยงาน ลิ้นจี่เห็นดังนั้นรีบยักลูกมะพร้าวเผาใส่มืออีกคนก่อนจะคว้ามือโดดเด่นแล้วลากออกมาจากร้านทันที


                โดดเด่นที่ปรับตัวไม่ทันกับอารมณ์ของเด็กหนุ่มได้แต่เดินตาม ใบหน้าเด๋อด๋าจนคิดว่าถ้าเกิดมีใครมาเห็นภาพนี้เขาคงจะหัวเราะพวกเขาแน่ๆ ผู้ชายตัวโตๆ ที่โดนเด็กที่ไหนไม่รู้จับแขนลากเหมือนจูงคนตาบอดข้ามถนน ในมือของลิ้นจี่ที่มีถุงมะม่วงน้ำปลาหวาน ส่วนเขาเองก็ถือมะพร้าวเผา ดูๆไปก็เหมือนเป็นการวิ่งพลัดผลไม้มากกว่า


                พอออกมาได้ซักพักลิ้นจี่ก็หยุดเดิมพร้อมกับหันมาหาโดดเด่นที่ยืนหอบแฮ่กอยู่ ถึงแม้จะเป็นระยะทางที่ไม่ไกลนักแต่ด้วยความเร็วที่ถูกลากมาก็ทำให้คนไม่ค่อยออกกำลังกายอย่างเขาเหนื่อยหอบได้ไม่ยาก ใบหน้าหล่อขึ้นสีแดงระเรื่อ เหงื่อเม็ดโตไหลซึมเต็มใบหน้า หน้าอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงเพราะแรงหายใจหนักหน่วง


                ลิ้นจี่มองคนเหนื่อยง่ายอย่างพิจารณาค่อยๆ พอมามองชัดๆ แบบนี้แล้วก็รู้สึกได้ว่าโดดเด่นเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมากๆคนหนึ่ง แถมยังหุ่นหมีใส่แว่นเข้าเทรนด์ที่พวกผู้หญิงสมัยนี้ชอบเสียด้วย


ลิ้นจี่ไล่สายตามองตั้งแต่ใบหน้ายันหน้าอก ที่ตอนนี้มีเหงื่อซึมเสื้อเชิ้ตสีขาวทำให้เห็นรอยสีจางๆ บนแผงอก ถ้าเป็นคนอื่นลิ้นจี่คงคิดว่ามันคือรอยสักหรืออะไรซักอย่าง แต่พอเห็นโดดเด่นแล้วทำให้ลิ้นจี่คิดว่ามันคือรอบเปื้อนของเสื้อมากกว่า ไม่มีทางที่หนุ่มแว่นเด๋อด๋าอย่างโดดเด่นจะมีรอยสักหรอก แค่ฉีดยาก็คงร้องไห้แล้วมั้ง


                “ผมลืมถามไปเลย พี่พักอยู่ไหนเหรอ?” เลิกสนใจรอยเปื้อนจนเสื้อก่อนจะถามออกมา


                “หะ หอพักบ้านเหนือ แฮ่ก เหนื่อยจัง” อีกคนยังหอบไม่หยุด ลิ้นจี่หัวเราะออกมา ไม่นึกเลยว่าผู้ชายตัวโตแบบโดดเด่นจะขี้เหนื่อยง่ายขนาดนี้ นึกว่าจะเป็นพวกบ้าออกกำลังกายเสียอีก


                “มา เดี่ยวผมเดินไปส่ง” พูดพร้อมกับใช้มือดึงแขนเสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมและพับขึ้นถึงข้อศอกของคนตัวโต ออกแรงดึงเพื่อให้เจ้าหมีตัวใหญ่เดินตามมา


                โดดเด่นเดินตามอย่างว่าง่าย เหมือนเด็กๆ ที่ถูกโจรรถตู้เอาขนมล่อแล้วก็ยอมเดินตามไปง่ายๆ นี่ถ้าหากโดนลวงไปฆ่าก็คงตายก่อนคนอื่นแน่ๆ ลิ้นจี่คิดอย่างนั้น


                “นี่พี่โดดเด้ง”


                “โดดเด่นครับ” รีบพูดแก้ชื่อตัวเอง ก่อนจะโดนเรียกด้วยชื่อตลกๆ นั่นไปตลอด


                “เออ โดดเด่นก็โดนเด่น แต่มันยาวอะ เรียกพี่เด่นได้มั้ย?” ลิ้นจี่หันมายิ้มให้ ปล่อยมือจากแขนเสื้อของอีกคน ชะลอฝีเท้าเพื่อลดความเร็วจนกลายเป็นว่าทั้งคู่เดินเคียงคู่กันแทน


                “เรียกอะไรก็ได้ครับ” คำพูดที่ไม่ว่าจะเอ่ยอะไรออกมาก็มีคำว่าครับลงท้ายเสมอทำให้ลิ้นจี่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กไม่มีมารยาทเอาซะเลย แต่ช่างเถอะ ใครแคร์


                “แล้วพี่เด่นอยู่แถวนี้มานานยังอะ ทำงานอะไรเหรอ อยู่คนเดียวป่ะ เป็นคนจังหวัดอะไร” คำถามชุดคอมโบถูกพ่นออกมายิงใส่คนตัวโต โดดเด่นมองหน้าคนขี้สงสัยอึ้งๆ ก่อนจะยิ้มแหยออกมา


                “ค่อยๆ ถามก็ได้ครับ พี่ไม่หายไปไหนหรอก”


                “ก็เดี๋ยวซอยหน้านี่ก็จะถึงหอพี่แล้ว ผมก็รีบถามดิ ยังมีคำถามอีกเยอะที่อยากถาม รีบๆตอบมาเร็วๆ” ลิ้นจี่คะยั้นคะยอให้อีกคนตอบคำถาม สายตาพลันไปเห็นมะพร้าวเผาในมือของโดดเด่นจึงแย่งมาถือไว้ก่อนจะหยิบหลอดที่แอบเก็บใส่กระเป๋ากางเกงมาด้วย เจาะผ่านเนื้อมะพร้าวขาวๆ แล้วดูดน้ำมะพร้าวที่อยู่ข้างใน


                ลิ้นจี่ทำหน้าตาสดชื่นเมื่อได้ลิ้นรสชาติน้ำมะพร้าวหอมๆ เย็นชื่นใจ ก่อนจะยื่นหลอดไปจ่อที่ปากของโดดเด่น คนตัวโตยกมือโบกปฏิเสธแต่เด็กดื้อก็ยังเป็นเด็กดื้ออยู่วันยันค่ำ  ลิ้นจี่มองหน้าอีกฝ่ายเขม็งพร้อมกับยื่นหลอดเข้าไปชิดริมฝีปากของอีกฝ่ายมากขึ้นจนนิ้วเรียวของตนแตะเข้ากับริมฝีปากบางของอีกฝ่าย


                “ลองชิมดูพี่ อร่อยนะ มาจากทำงานเหนื่อยๆ เจอน้ำมะพร้าวเย็นๆ เข้าไปชื่นใจจนถึงโลกหน้าเลย”


                โดดเด่นถอนหายใจก่อนจะอ้าปากรับหลอดพร้อมกับดูดน้ำมะพร้าวเข้าไปอึกใหญ่ รสสัมผัสแรกที่ได้รับคงจะเป็นความเย็นของน้ำมะพร้าว ตามมาด้วยความหวานที่กำลังพอดีๆ ก่อนกลิ่นหอมธรรมชาติจะตีขึ้นจมูก เรียกได้ว่ามะพร้าวเผาร้านเจ๊ปุ๋ยนี่อร่อยสมคำคุยของเจ้าเด็กแสบจริงๆ


                “ตอบดิพี่ คำถามที่ผมถาม” ลิ้นจี่เอ่ย ก่อนจะงับหลอดแล้วเดินดูดน้ำมะพร้าวต่ออย่างหน้าตาเฉย


                “พี่เป็นคนขอนแก่นครับ พึ่งย้ายมาเป็นผู้จัดการสาขาประจำที่นี่ได้สองเดือน” โดดเด่นตอบมองถุงมะม่วงในมือของเด็กหนุ่มไปด้วย เลี่ยงที่จะมองหน้าตาที่ดูมีความสุขจนเกินเหตุของลิ้นจี่ ที่พยักหน้ารับรู้กับคำตอบของเขา


                “แล้วพี่ทำงานอะไรอะ?”


                “ผู้จัดการธนาคารครับ” ลิ้นจี่หันมาทำตาโตใส่ด้วยหน้าตาตื่นเต้น


                “ทำงานธนาคารงี้ก็รวยดิพี่ เอามาแบ่งผมซักสามล้านหน่อยจะเอาไปเปิดร้านเกม”


                โดดเด่นเกาหัว รู้สึกเหนื่อยที่ต้องมารับมือกับเด็กดื้อแบบนี้ “ไม่ได้หรอกครับ มันไม่ใช่เงินของพี่ พี่แค่ทำหน้าที่จัดการในส่วนงานของตัวเองเท่านั้น”


                “โหยไรอะ ไม่เท่เลยว่ะพี่” ลิ้นจี่หุบยิ้ม ใบหน้าใสห่อเหี่ยวเหมือนขนมปังแช่น้ำค้างคืน แล้วยิ่งบูดบึ้งหนักกว่าเดิมเมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าหอพักบ้านเหนือที่เป็นจุดหมายของโดดเด่น


                “เห็นมั้ยพี่ถึงแล้ว ยังมีเรื่องที่อยากถามเยอะแยะเลย กว่าจะตอบได้ก็ลีลาอยู่นั่น” เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบ ยื่นถุงมะม่วงพร้อมกับมะพร้าวเผาให้อีกคน เด่นรับมาไว้กับมือก่อนจะเหลือบมองเข้าไปในกะลามะพร้าวที่ไม่เหลือน้ำซักหยด ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าน้องจะเอามาให้เขาทำไม  ให้กินกะลามะพร้าวเหรอ


                “พี่ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย ผมอุตส่าห์เหลือเนื้อมะพร้าวไว้ให้พี่กินนะ อร่อยไม่แพ้น้ำมันหรอกพี่”


                โดดเด่นพยักหน้ารับสีหน้าเรียบเฉย ต่างจากคนน้องที่อยู่ๆ ก็ฉีกยิ้มกว้างออกมา พร้อมกับล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตนเอง หยิบมือถือขึ้นมาปลดล็อคและยื่นให้อีกคน


                โดดเด่นเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เพราะหน้าจอโทรศัพท์มือถือได้เปิดแอปพลิเคชันที่เขียวที่เอาไว้ส่งข้อความสนทนาเอาไว้ ลิ้นจี้ขี้นิ้วเข้าไปในหน้าจอมือถือยิกๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้โดดเด่นเข้าใจว่าน้องตองการอะไร


                “โถ่พี่... ขอไลน์หน่อยดิ เอาไว้ถามคำถามที่ผมอยากรู้ไง”


                ในที่สุดลิ้นจี่ก็ต้องยอมแพ้ในความบื้อของโดนเด่นยอมเอ่ยปากพูดออกมา เด็กหนุ่มทำหน้าตาเบื่อหน่าย โดดเด่นอ้าปากร้องอ๋อก่อนจะรับมือถือขึ้นมากดไอดีไลน์ให้น้อง


                Dodden12345


                ลิ้นจี้มองไอดีไลน์ของอีกคนแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา ขนาดชื่อไอดีไลน์ยังดูโบราณเซ่อซ่าเหมือนเจ้าตัวเลย นิ้วเรียวกดเพิ่มเพื่อนก่อนจะเก็บมือถือเข้าไปในกระเป๋าเหมือนเดิม


                “พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานใช่มั้ย” โดดเด่นพยักหน้ารับ ทำให้เด็กแสบยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง


                “งั้นผมจะมารับพี่ตอนแปดโมงนะ เดี่ยวไปส่งที่ทำงาน” ลิ้นจี่พูดเองตกลงเองโดยไม่ถามความคิดเห็นของคนตัวโตเลยซักนิด โดดเด่นยกมือขึ้นโบกปฏิเสธน้องเป็นพัลวัน


                “ยะ อย่าดีกว่าครับน้องลิ้นจี่ พี่เกรงใจ อีกอย่างเราก็ไม่ได้สะ-


                “เราไม่ได้สนิทกัน?” ลิ้นจี่ดักขึ้นมา ก่อนจะยืนกอดอกมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง “ก็ถ้าผมไม่ไปส่งพี่เราจะสนิทกันมากขึ้นเหรอครับ หรือพี่รังเกียจผม อ๋ออออออ ก็นี่แหละน้า  ไร้มนุษยสัมพันธ์จริงๆ”


                “เปล่านะครับๆ พี่แค่เกรงใจน้องลิ้นจี่เฉยๆ”


                “จะมาเกรงใจอะไรกันพี่ นี่ลิ้นจี่สิงบิดนะเว้ย รับรองรวดเร็ว ปลอดภัย อีกอย่างไม่คิดตังค์ด้วย ดีกว่าผมไม่มีแล้วครับ” เด็กตัวสูงยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ใช้มือตบเข้าที่อกข้างซ้ายดังปุๆ โดดเด่นก็ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ให้กับความมั่นใจในแบบผิดๆ ของอีกฝ่าย


                “เพราะงั้นเจอกันพรุ่งนี้นะพี่โดดเด้ง บายพี่”


                เมื่อเห็นอีกคนไม่พูดหรือค้านอะไร ลิ้นจี่ก็รวบรัดเอาเองทั้งหมด โบกมือตาพี่ตัวโตพร้อมจะวิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้โดดเด่นประหลาดใจกับท่าทางของเด็กน้อยอยู่คนเดียว อยู่ที่นี่มาก็เกือบสองเดือนแล้ว ลิ้นจี่เป็นคนแรกที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขาแบบกระทับหันจนปรับตัวแทบไม่ทัน


                เดาอนาคตได้ไม่ยากว่าหลังจากพรุ่งนี้ ชีวิตของเขาคงวุ่นวายน่าดู







แง้ มาต่อเรื่องใหม่แล้ว อยู่ๆ เรื่องนี้ก็แซงเรื่องอื่นทีว่าจะอัพมาเลย 5555

เพราะมีว่ามีสาวงามเฟิงเฟิงเกิดมาเพื่อเป็นนกฟินิกซ์แล้วตายจากไปขอมาว่าอยากให้น้องลินจีบพี่โฮคนเด๋อด๋า 

แต่ไม่รู้ว่าจะเด๋อด่าเท่าไหร่นะคะ ติดภาพผัวของพี่เขาอยู่ในหัว 55555555555 ยิ่งนับวันยิ่งผัวหนักขึ้นๆ

เรื่องนี้จะยาวประมาณ 3 ตอบเด้อจ้า ยังไงก็ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ

เป็นกำลังใจในแรงศรัทธาของพวกเราเด้อออ อิอิ จะเม้นในนี้หรือเล่นแท็ก #อาชีพโฮลิน ก็ได้น้า

แบมคอยตามอ่านตามเช็คตลอดเลยว่าจะมีใครพูดถึงหรือเปล่า เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป 555


เม้ามอยในทวิต
╯﹏╰
#อาชีพโฮลิน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,334 ความคิดเห็น

  1. #1128 ohhoimim1215 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 01:03
    ‪ยัยเด็กลิ้นจี่ออกตัวแรงมาก จาฟ้องแม่‬
    #1,128
    0
  2. #665 Tanee Lov (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:00
    ทำไมพิโดดเด่นน่ารักขนาดนี้ ชอบที่ลิ้นจี่แทนตัวเองว่าน้องอ่าาน่ารักกก
    #665
    0
  3. #653 E.L.F*JW (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:50
    น่ารักง้าาาาาา
    #653
    0
  4. #628 Jinjoo.K (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:15
    เด็กแสบเอ้ยย55555555
    #628
    0
  5. #624 ลูกหมีขาว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 12:12
    น้องดูป่วน ดูเป็นตัวแสบ รอยสักยังมองเป็นรอยเปื้อน โถ ลูกกกก 555555555555555
    #624
    0
  6. วันที่ 17 มกราคม 2561 / 18:04
    น้องงง ตัวแสบค่ดดด555555555 ชอบค่ะๆๆๆ
    #613
    0
  7. #610 -Shawty- (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 14:41
    หือออ พี่เด่นนอย่าดีแตกเพราะเด็กแสบเน้อพี่ 55555
    #610
    0
  8. #608 pp.tigerbh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 12:09
    พี่เด่นน่ารักกกกก น้องก็ดูเป็นเด็กซนๆดี 5555555
    #608
    0
  9. #593 MINIB1 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 01:09
    น้องลู๊กกกกก55555
    #593
    0
  10. #585 ...~!! M !!~... (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 16:48
    แง้ น้องหลินแบบนี้น่ารักมากกกฮื่อพี่โดดเด้ง ซื่อสุดๆ ชอบพลอตไทยๆแบบนี้เปลี่ยนแนวดีค่ะ สู้ๆน้าส
    #585
    0
  11. #584 korumi_toy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 14:37
    ชอบ พี่เด่นน่ารัก
    #584
    0
  12. #582 Elllsaaaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 12:51
    พี่เค้าเด๋อด๋าจริงหรอคะ 555
    #582
    0
  13. #579 Mamimilky (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 11:14
    น้องรุกหนักมากอ่ะ ตลกกก 5555555555 แต่นี่เชื่อว่าพี่เด่นไม่ซื่อบื้ออ่ะ ﹋o﹋
    #579
    0
  14. #572 Jesper lin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 02:24
    เขาอาจจะซ่อนอะไรไว้ก็ได้ใครจะรู้555
    ภายใต้ความเด๋าด๋า อาจมาความแซบเวอร์ซ่อนอยู่
    #572
    0
  15. #570 kaxst2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 16:31
    พรี่โดดเด้งนี่มีความแซ่บแฝงอยู่ชั่ยมั่ยชั่ยยย งื้อ-.,-
    #570
    0
  16. #569 Rose_Korakoch (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 05:09
    คือพี่โดดเด่นจะรู้ไหมอ่ะ ว่าโดนเด็กจีบอ่ะ ลิ้นจีก็รุกแท้หนออ
    #569
    0
  17. #568 jing_await (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 03:20
    ลิ้นจี่รสดเร็วทันใจมาก พี่โดดเด่นเขาตามไม่ทัน งงไปหมดแล้ว แต่เชื่อว่านอกจากความเด๋อ พี่ต้องมีความแซ่บแอบแฝงอยู่ในตัวแน่นอนค่ะ
    #568
    0
  18. #567 KNfanfan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 02:25
    ภายใต้ความเด๋อด๋าของพี่โดดเด่นต้องแซ่บแน่ๆ ชั่ยรึมั่ย! -.,-
    #567
    0
  19. #566 Fruit-Tea (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 02:06
    ผัวมากๆ ค่า เรื่องนี้ก็มีแวว
    เป็นผัวเด๋อๆ 555555555
    #566
    0
  20. #565 unders.jmiox (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 01:49
    โอ้โห น้องลิ้นจี่รุกพี้โดดเด้งแรงมากกก กลายเป็นว่าพี่เป็นคนเด๋อด๋าไปเลย 555555 ชอบคาแรคเตอร์โฮลินแบบนี้จังค่ะ เด็กมันร้ายย พี่โดดเด้งอย่าไปยอมนะคะ เลิกเด๋อแล้วจับกินเลยพี่ — แค่กๆ
    #565
    0