Vanilla dreams #ฝันถึงโฮลิน holin ft. danwoo

ตอนที่ 1 : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    6 ต.ค. 61



01

ในคืนที่ฝนตก... ผมจะได้พบกับเขา


          เขา ผู้ที่มีรอยยิ้มให้ตลอดเวลา และคำทักทายคำแรกที่ได้รับ


          เปียกเป็นลูกหมาเลยนะ


          เขาคนที่มีดวงตาสีน้ำตาลคล้ายลูกแก้วใส รอยยิ้มกว้างที่ส่งมาให้เสมอแม้บางครั้งมันจะถูกบดบังด้วยม่านน้ำตาก็ตาม ส่วนสูงที่น้อยกว่าผมแต่ทำไมเขากลับดูตัวโตและพร้อมที่จะปกป้องทุกคนที่อ่อนแอกว่า... และหนึ่งในนั้นก็คงรวมถึงผมด้วย


          แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้เจอกันทุกวันนี่สิ.......


          หลิน ตอนเย็นให้พี่มารับมั้ย?”


          ผมมองแฟนหนุ่มของตัวเองแล้วก็ต้องส่งยิ้มให้ด้วยความอึดอัด ทั้งๆที่ความรู้สึกแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นก็ตาม ความอึดอัด และประโยคสนทนาที่ถูกเปล่งออกมาด้วยความคุ้นชิน ชินที่ต้องทำ ไม่ใช่ชินที่มีกันและกันอยู่ข้างๆ ทุกอย่างมันเป็นเพียงหน้าที่ของคนรักที่ตอนนี้ไม่ได้รักกันเลยซักนิด


          “แล้วแต่พี่เลย ผมกลับเองได้”


          “อย่าประชดสิหลิน พี่แค่ถาม”


          ผมยังไม่ได้ประชดเลย...


          นี่หรือเปล่าอาการของคนเบื่อ เบื่อที่จะอยู่ด้วยกัน เบื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเรา


          “หลินไม่ได้ประชด ก็แค่แล้วแต่พี่”


          ผมเรียกร้องอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่ ช่วงโปรโมชั่นของคนรักกันมันหมดไปแล้วตั้งแต่สามเดือนก่อน น้ำเสียงและท่าทางที่เคยอบอุ่นเต็มไปด้วยความรักความห่วงใยตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก อยู่กันแบบจืดๆ ไม่มีความหวานอะไรเลย


          จริงอยู่ที่เราทั้งคู่ยังเป็นคนรักที่กำลังอยู่ในวัยเรียน ไม่ใช่คู่ที่ตัดสินใจอยู่ร่วมชายคาเดียวกันแบบจริงจัง แต่ถ้าหมดรักกันแล้วก็ควรปล่อยกันไปไม่ใช่เหรอ...


          หรือว่าเป็นผมที่ยังไม่ยอมไปกันแน่วะ


          พี่ดาเนียล


          เขาครางรับในลำคอ ขณะที่หมุนพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวเข้ามายังลานจอดรถหน้าคณะ เป็นแบบนี้เหมือนเดิมทุกเช้า ส่งข้อความปลุกตอนเช้า มารับที่คอนโดและมาส่งที่มหาวิทยาลัย แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือความรู้สึกของพี่ดาเนียล ที่ผมรู้สึกและสัมผัสได้


          พี่ดาเนียลเป็นรุ่นพี่ปี 3 เราอยู่ต่างคณะแต่บังเอิญรู้จักกันได้เพราะร้านกาแฟเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัย ร้านที่ตกแต่งด้วยนาฬิกาและดอกไม้ ที่ตัวผมเองก็ไม่รู้จักชื่อมัน และไม่รู้ว่ามันเข้ากันตรงไหนแต่มองไปนานๆ มันก็สวยดีนะ


เหตุการณ์ที่ทำให้เราเจอกันครั้งแรกมันไม่สวยนัก พี่ดาเนียลเดินเข้ามาเสิร์ฟโกโก้ร้อนให้ผม ไม่รู้ทำท่าไหนสะดุดพื้นต่างระดับตะครุบเหรียญต่อหน้าต่อตา โกโก้ที่ควรจะได้ดื่มตอนนั้นมันราดลงบนเสื้อของพี่เขาซะหมดสภาพเลย เราต่างคนต่างยิ้มและหัวเราะให้กันอย่างเคอะเขิน อีกฝ่ายที่อายม้วนเพราะท่าทางเปิ่นสุดจะทน ส่วนตัวผมที่ยิ้มออกมาเพราะไม่รู้จะวางหน้ายังไง


          เราตัดสินใจคนกันเมื่อผมขึ้นปีหนึ่งเทอมสอง หลังจากอยู่ในสถานะคนคุยได้สองเดือน พี่ดาเนียลเป็นคนขอคบก่อนและแน่นอนว่าผมตอบตกลงในทันที ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้เลย เสียงหัวใจที่ดังคับอก ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย รอยยิ้มที่เหยียดกว้างออกมาเล่นเอาปวดแก้มไปตั้งสองสามวัน อาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์ผมแทบจะไม่รู้จักกับคำว่าหัวเสียเลย


          แต่มันก็คงจะเป็นได้แค่อดีตนั้นแหละนะ...


          “สรุปเอายังไง?” พี่ดาเนียลถามขึ้นอีกครั้ง หลังจากเราทั้งคู่นั่งเงียบกันอยู่นาน


          หมายถึงอะไร เรื่องตอนเย็นหรือว่าความสัมพันธ์ของเรา ?


          “ไม่ต้องมาหรอกครับ วันนี้นัดกับซอนโฮเอาไว้” ใจกากอย่าปากเก่ง ไม่แม้แต่จะพูดส่อเสียดให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ ต่อให้พี่ดาเนียลเย็นชากับผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยังฝืนยิ้มและพูดจาได้เหมือนปกติ เหมือนคนที่ไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายกำลังหมดรักตัวเองไปแล้ว


          “อืม งั้นรีบไปเถอะ ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ”


          อีกฝ่ายพูดจบก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรียนหรูที่เข็มสั้นกำลังเดินทางเข้าใกล้เลขสิบเข้าไปทุกที ผมพยักหน้ารับก่อนจะเอี้ยวตัวไปกดจูบที่ข้างแก้มคนรักพร้อมกระซิบเบาๆ


“ไปก่อนนะครับ”


เหมือนอย่างที่ทำในทุกวัน

          .

.

.

         

          “แล้วมาร้านพี่ชายของแฟนแบบนี้ เขาจะไม่เอาไปเล่าให้น้องชายฟังเหรอ”


          ยูซอนโฮ เพื่อนสนิทอันดับหนึ่งแถมเป็นคนที่พ่วงตำแหน่งน้องชายต่างแม่ของผมที่ไม่รู้ว่าไปแอบเกิดมาตอนไหน แถมยังบังเอิญสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันคณะเดียวกันสาขาเดียวกันอีก ผมรู้เรื่องของซอนโฮเมื่อตอนพวกเราอายุ 16 ตอนนั้นที่รู้ว่ามีน้องชายที่อายุห่างกันไม่กี่เดือนก็ตกใจและรู้สึกโกรธพ่อมาก เดือนนั้นทั้งเดือนครอบครัวของเราบึ้งตึงและไม่ยอมพูดกันเลยซักคำ แต่พอแม่ได้เจอซอนโฮและคุณน้ามินยอง ด้วยหัวใจคนเป็นแม่หรืออะไรก็ตามทำให้แม่ใจอ่อนและเสนอการอยู่ร่วมกันของสองภรรยาหนึ่งสามี ซึ่งบางทีผมก็อยากเข้าไปสำรวจในหัวใจของแม่ดูบ้างว่ามันจะกว้างซักแค่ไหนเชียว แต่หลังจากนั้นครอบครัวใหญ่ของเราก็ไม่มีปัญหาอะไรอีกเลย คุณน้ามินยองที่คอยช่วยเหลือแม่ทุกอย่าง รักและดูแลกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ แต่แค่มีสามคนเดียวกัน


          ผมและซอนโฮกลายเป็นพี่น้อง เพื่อนสนิท และทุกๆ อย่างในชีวิตของกันและกัน จนคนระแวกนั้นเรียกว่าฝาแฝดต่างชาติ เพราะซอนโฮที่มีแม่เป็นคนเกาหลี ส่วนตัวผมไต้หวันแท้ยิ่งกว่าชาไข่มุกซะอีก


          คิดไปคิดมาการที่ได้มีพี่น้องที่อายุไล่ๆ กันแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะมันทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น และเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีช่องว่างของอายุเข้ามาเกี่ยว


          Rain Lily café


          ผมยืนมองป้ายชื่อร้านที่ทำเป็นอักษรนูนติดอยู่บนผนังปูนเปลือยสีเทาหม่น หน้าร้านมีโซนกระถางดินเอาไว้ปลูกดอกไม้สีขาวเล็กๆ ชูช่อขึ้นมาให้คนที่ผ่านไปมาได้ชื่นชมในความน่ารักของมัน แต่มันก็น่ารักจริงๆ นั้นแหละ


          “ไม่หรอก พี่ดงโฮไม่ได้สนใจเราขนาดนั้น” ผมตอบไปพร้อมกับละความสนใจจากเจ้าดอกไม้กลีบบาง ผลักประตูบานใหญ่และเดินเข้าไปในร้านมองหาโต๊ะว่างสำหรับตัวเองและน้องชาย แต่ก็นั่นแหละ โชคไม่ค่อยเข้าข้างพวกเราซักเท่าไหร่ ร้านทั้งร้านดันว่างแค่โต๊ะเดียวคือโต๊ะที่อยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์ชงกาแฟมากที่สุด และมันทำให้เจ้าของร้านคนเก่งสามารถมองและจับความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ง่ายมาก


          ไม่อยากนั่งแล้ว อยากกลับบ้าน


          “ควานลิน นั่งก่อนสิ”


          แต่ไม่ทันแล้ว ผมที่กำลังจะหันหลังกลับพร้อมกับลากน้องชายไปด้วยต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นหูของคุณเจ้าของร้านตัวโต พี่ชายของแฟนตัวเอง


          แม้จะรู้ว่าเรื่องระหว่างผมและพี่ดาเนียลไม่ได้อยู่ในหัวของพี่ดงโฮเสียเท่าไหร่ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะประหม่าทุกครั้งเวลาถูกสายตาคมของเขาจับจ้อง... เหมือนเช่นตอนนี้


          “สวัสดีครับพี่ดงโฮ” หมีตัวใหญ่พยักหน้ารับอย่างเป็นมิตรแต่ใบหน้ากลับไร้รอยยิ้มอย่างที่ควรจะเป็น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องมาที่ผมก่อนจะเลื่อนไปมองซอนโฮที่ยิ้มแหยอยู่ข้างๆ เจ้านั่นหัวเราะแหะๆ ออกมาก่อนจะเขยิบตัวหลบหลังผมเล็กน้อย


          ที่เราสองพี่น้องมีอาการแบบนี้ก็เพราะสายตาของเจ้าของร้านนั่นแหละ น่ากลัวชะมัดเลย..


          “ไหนบอกว่าพี่ดงโฮไม่สนใจอะไรเราไง” ซอนโฮกระซิบลอดไรฟัน


          “ก็ไม่สนใจ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบไปเบาๆ พยายามไม่อ้าปากมาก เพราะกลัวอีกฝ่ายจับได้ว่าแอบกระซิบกระซาบกัน


          พี่ดงโฮละความสนใจจากพวกเราก่อนจะเหลือบมองโต๊ะว่างที่ว่า “นั่งนี่สิ ว่างพอดีเลย”


          ผมมองหน้าซอนโฮเพื่อขอความคิดเห็น แต่เจ้าบ้านั่นดันเดินดุ่มๆไปนั่งที่เก้าอี้ว่างโดยไม่สนใจกันเลย สรุปว่ามาด้วยกันหรือเปล่า?

          .

.

.

.

         

          “ผมไม่ได้สั่งนะครับ”


          ผมบอกกับพนักงานสาวที่กำลังนำเค้กมาเสิร์ฟให้ แต่เธอกลับยิ้มให้พร้อมบอกว่า


          “ถูกแล้วค่ะ พอดีทางร้านกำลังคิดสูตรเค้กขึ้นมาใหม่ อยากจะให้คุณลูกค้าได้ชิมดู อร่อยหรือไม่อร่อยยังไงอย่าลืมติชมนะคะ”


          ผมพยักหน้าเข้าใจ แต่พอหันกลับมาอีกทีเค้กก้อนนั้นก็เหลือแค่ครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งที่หายไปเดาไม่ยากเลยว่าตอนนี้คงอยู่ในแก้มพองของเจ้าซอนโฮแล้วแน่ๆ


          “อาอ่อยอั๊บ” ผมมองคนที่พูดออกมาทั้งๆ ที่ยังเคี้ยวจนแก้มตุ่ย ซอนโฮเบิกตากว้างพร้อมกับหยิบช้อนมาตักเค้กที่เหลือเข้าปากไปอีกครั้ง ด้วยความอยากรู้ผมจึงลองตักเข้าปากดูบ้าง ของอร่อยทั้งที่ปล่อยให้ซอนโฮกินคนเดียวได้ยังไง


          หอมจัง หอมกลิ่นดอกกุหลาบ

          สัมผัสได้ถึงความหวานเปรี้ยวของเบอร์รี่

          แต่ก็ยังไม่ทิ้งรสชาติของช็อคโกแลตเข้มๆ

          ดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้ แต่มันกลับเข้ากันได้ดีจนน่าประหลาดใจ


          “อร่อยจริงๆ ด้วย เมนูนี้ชื่อว่าอะไรครับ” ผมเอ่ยถาม


          เธอยิ้มกว้างมากยิ่งขึ้นและตอบกลับมา “พี่ดงโฮยังไม่ได้ตั้งชื่อเลยค่ะ คุณลูกค้าพอจะมีชื่อดีๆ บ้างมั้ยคะ?”


          ผมส่ายหน้าตอบกลับไป ส่วนมือก็ไม่สามารถไม่หยุดจิ้มเนื้อเค้กนุ่มๆ เข้าปากได้เลย เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร้านที่กำลังวุ่นอยู่กับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่อย่างนั้น


          ต่างจากคนน้องมากเลยนะ รายนั้นน่ะทั้งอารมณ์ร้อน หัวเสียเก่งก็ที่หนึ่ง แต่พอบทจะเย็นชาก็ทำเหมือนกับผมเป็นอากาศธาตุซะดื้อๆ


          ถ้าเกิดพี่ดาเนียลดีใจเย็นและใส่ใจความรู้สึกได้ครึ่งนึ่งของพี่ดงโฮก็คงดี


          เปลี่ยนแฟนซะเลยดีไหมนะ ?


          ผมเรียกสติกลับคืนมาได้เพราะอยู่ๆ แสงไฟสีส้มของร้านก็เกิดขัดข้องและกระพริบถี่ แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ


          “สงสัยไฟจะตกน่ะค่ะ งั้นดิฉันไม่รบกวนแล้ว ทานให้อร่อยนะคะคุณลูกค้า”


          พนักงานสาวโค้งตัวให้อย่างสุภาพไม่ทันที่ผมจะได้บอกลาเธอก็เดินกลับจากไปเสียแล้ว


          ผมนั่งมองซอนโฮที่จัดการดูดช็อคโกแลตปั่นในแก้วจนเกลี้ยง หน้าตาที่ดูมีความสุขตลอดเวลา และจะมีความสุขมากๆ เวลาได้กินของอีกฝ่ายทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ


          “หัวเราะอะไรหลิน” อีกฝ่ายหันมาถลึงตาใส่ ยิ่งทำให้ผมขำหนักกว่าเดิมอีก


          “ไม่มีอะไร”


          “แล้วคิดยังไงชวนมานั่งนี่อะ ทะเลาะกับพี่ดาเนียลเหรอ?” ตะครุบปากเอาไว้แทบไม่ทัน หลังจากซอนโฮพูดจบผมก็เหลือบมองพี่ดงโฮทันที และแน่นอนว่ารายนั้นกำลังจ้องมองมาที่พวกเราด้วยสายตาเรียบเฉย แม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่แต่ผมก็ไม่อยากให้พี่ชายของแฟนมารับรู้ความสัมพันธ์ระหองระแหงของเราหรอกนะ


          “อย่าพูดเสียงดังสิ เดี๋ยวพี่ดงโฮก็รู้หรอก” ผมกระซิบบอกเบาๆ ขยิบตาจนเจ็บไปหมดแล้ว แต่ไอ้น้องบ้ามันยังทำหน้าตาเหรอหราไม่รู้เรื่อง จนอดไม่ไหวที่จะฟาดฝ่ามือลงกลางกระหม่อมด้วยแรงที่ไม่น้อยนัก ยูซอนโฮถึงยอมอยู่นิ่งๆ และนั่งเป็นผู้ฟังที่ดี


          “ตัวก็เล่ามาสิ เค้าไม่เสียงดังแล้วก็ได้” เจ้าหมาหงอยเอ่ยออกมาเบาๆ ริมฝีปากเบะขึ้นฟ้าไปไกลถึงชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์


          ผมถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะเริ่มเล่าสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ


          “ไม่ได้ทะเลาะกัน แค่เขาไม่รักเราเหมือนเดิม ไม่สนใจเรา ไม่กอดเรา มันไม่เหมือนเดิมเลยซักนิด” เล่าพลางนึกถึงการกระทำที่เปลี่ยนไปของแฟนหนุ่ม ท่าทางที่ห่างเหินของพี่ดาเนียลในบางครั้งมันทำให้หัวใจของผมบีบรัดจนเจ็บไปหมด


          “ทำไมไม่เลิกล่ะ เค้าบอกหลายครั้งแล้วนะว่าอะไรที่มันอึดอัด อยู่ด้วยกันไปมันก็มีแต่แย่มากว่าเดิม” ซอนโฮให้คำปรึกษาในมุมมองของตัวเอง เหมือนทุกครั้งที่เราพูดเรื่องนี้กัน


          ถ้าผมใจแข็งพอที่จะเลิกได้ มันก็คงไม่ยากแบบนี้หรอก


          “เลิกไม่ได้ เราชอบพี่ดาเนียลมาก”


          “จบจ้า แยกย้าย แล้วตัวจะทำยังไงต่อ อยู่แบบนี้เหรอ?”


          “เราแค่อยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ให้ได้นานที่สุด แค่อยากอยู่ในฐานะนี้ต่ออีกซักนิดก็ยังดี”


          “มันไม่ใช่การรักษาความสัมพันธ์นะหลิน แบบนี้เขาเรียกว่ายื้อ” ซอนโฮพูด วางส้อมเล็กลงในจานเปล่า เค้กก้อนนั้นหมดแล้ว หายไปหมดเลยเหมือนความรู้สึกของพี่ดาเนียลที่มีต่อผมหรือเปล่า?


          ผมไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงสำหรับความสัมพันธ์และความรู้สึกที่มีต่อพี่ดาเนียล ตอนนี้รู้แค่ว่าแก้มกำลังเปียก ไม่ได้อยากร้องไห้เลยจริงๆ


          กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีผ้าเช็ดหน้ามาแปะที่ข้างแก้มกับแรงเช็ดเบาๆ จากใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่ซอนโฮ ผมตกใจเงยหน้ามองผู้มาใหม่แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง


          ผู้ชายตัวสูงเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าหล่อที่คุ้นเคย พี่ดาเนียลยืนมองผมด้วยสายตาที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นห่วง คงจะเห็นตอนที่นั่งร้องไห้แล้วสินะ


          “เป็นอะไรทำไมไม่บอกพี่?” พี่ดาเนียลนั่งลงตรงหน้าผมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ทำให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับอกของผมพอดี มือใหญ่เลื่อนมากุมมือของผมเอาไว้แน่นเกลี่ยนิ้วโป้งบนหลังมือเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “พี่เป็นแฟนหลินนะ อะไรที่มันทำให้ไม่สบายใจก็บอกพี่ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว”


          เหมือนคำพูดของเขาสะกิดม่านน้ำตาของผมอีกครั้ง จนอีกฝ่ายต้องโผกอดเอาไว้แน่น ความน้อยใจและกังวลที่อยู่ในหัวตอนนี้ถูกคลายลงไปเพียงเพราะอ้อมกอดของคนรัก ไม่ได้อยากทำตัวมีปัญหา ไม่อยากทำให้พี่ต้องมากังวล ต้องมาคอยปลอบอยู่แบบนี้ แต่มันอดไม่ไหวแล้วจริงๆ


          “อย่าร้องไห้สิ คนเต็มร้านเลย” เสียงนุ่มเอ่ยเบาๆ พร้อมโบกตัวผมไปมาเหมือนกับโอ๋เด็ก


          ผมเงยหน้าออกจากอกกว้างก่อนจะเอามือขยี้ตาแรงๆ อย่างลืมตัว แต่ก็ดันถูกอีกฝ่ายดึงมือไปจับเอาไว้ก่อน เพราะพี่ดาเนียลไม่ชอบให้ขยี้ตา เดี๋ยวตาจะแดงและอักเสบ


          “ไหนเป็นอะไรบอกพี่สิ”


          “กลัวพี่ไม่รักเหมือนเดิม” ผมตอบไปตามที่คิด แต่อีกฝ่ายกลับยกยิ้มขี้เล่นส่งมาให้


          “ยังรักกันอยู่มั้ย?” ผมถามออกไปโดยไม่อายสายตาคนอื่น รวมทั้งซอนโฮทีนั่งตัวลีบอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่คำถามนั้นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้รอยยิ้มของอีกฝ่ายหายไป ใบหน้าของแฟนหนุ่มกลับเรียบนิ่งจนน่าใจหาย


          “พี่เป็นแฟนหลินไง พี่ไม่ไปไหนหรอก” เป็นคำตอบที่ไม่ตรงคำถามเลยซักนิด


          ผมเม้นปากเบาๆ ไม่รู้อะไรดลใจให้ตัวเองเหลือบมองไปที่เคาท์เตอร์ร้าน มองคนพี่ชายคนโตของคนรัก ที่ตอนนี้ยืนกอดอกมองพวกเราอยู่ หน้าตาของเขาตอนนี้มันน่ากลัวกว่าตอนที่พนักงานทำกาแฟหกใส่ลูกค้าเสียอีก....


          “อือ หลินโอเคขึ้นแล้ว”


          โกหกทั้งนั้น โกหกว่าสบายดี แค่คำถามง่ายๆที่ถามออกไปยังไม่ได้คำตอบเลย ความรู้สึกมันจะดีขึ้นได้ยังไง


          “แฟนก็มาแล้ว ทีนี้เค้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าน่ะสิ” ซอนโฮพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบๆ ระหว่างพวกเรา พี่ดาเนียลหัวเราะออกมาพร้อมฝ่ามือใหญ่ที่วางแหมะลงบนหัวของผม


          ผมฝืนยิ้มออกมาเท่าที่ตัวเองยังไหว ก่อนจะมองเห็นเจ้าของร้านที่เดินตรงดิ่งเข้ามาพร้อมกับชาร้อนและบราวนี่ชิ้นโตของโปรดน้องชาย


          พอเห็นพี่เดินมาหาเจ้าหมาตัวโตก็ยิ้มร่าเหมือนเด็กน้อยทันที สองพี่น้องส่งยิ้มให้กันก่อนจะรับชาและขนมมาไว้กับตัว ไม่รู้ว่าคิดมาไปเองหรือเปล่าว่าวันนี้พี่ดงโฮมองผมมากกว่าทุกวันที่เจอกัน


          “นึกว่าควานลินมากับน้องสองคนซะอีก” พี่ดงโฮเอ่ยขึ้น พร้อมนั่งลงข้างๆ กับซอนโฮ รายนั้นเขยิบตัวถอยให้เหลือที่ว่างเยอะๆ เหมือนกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะมีที่นั่งไม่พอ พี่ดงโฮหันไปยิ้มบางๆ ให้ ทำให้ซอนโฮตกใจหนักกว่าเดิมอีก


          อาจจะเป็นเพราะไม่เคยเห็นอีกฝ่ายยิ้มเลย เจอทีไรก็มีแต่หน้านิ่ง ไม่ก็บูดบึ้งตลอด


          ขนาดผมที่มาบ่อยยังเห็นรอยยิ้มของพี่เขาเป็นครั้งที่ 4 เอง


          “ตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามาที่นี่ แต่พอดีจะมาหาพี่เลยได้เห็นเด็กที่ไหนก็ไม่รู้นั่งร้องไห้อยู่ สงสัยงอแงเพราะเค้กหมดแน่ๆเลย” พูดจบก็ตักบราวนี่เข้าปาก สองพี่น้องหัวเราะพร้อมกันออกมาเบาๆ คนที่ถูกพูดถึงแบบผมก็อดไม่ได้ที่จะทำปากยื่นใส่ จะมานินทากันตรงหน้าแบบนี้ได้ยังไงกันเล่า


          “ทีหลังพี่ก็แลพี่ผมหน่อยละกัน ดีนะวันนี้มาปิดก๊อกน้ำตาทัน ไม่งั้นร้านพี่ดงโฮน้ำท่วมแน่ๆ” ซอนโฮก็เอากับเขาด้วยอีกคน


          ผมขยับปากต่อว่าน้องชายเบาๆ แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรมากไปกว่านี้ก็ต้องชะงักไปกับคำพูดของเจ้าของร้านตัวโตที่อยู่ดีๆ ก็แทรกขึ้นมา


          “ถ้าวันหนึ่งเรารู้สึกว่ากินบราวนี่กับชาแล้วไม่อร่อย เราก็คงต้องลองเปลี่ยนดูบ้าง”


          “......”


          “เนี่ย ดูสิ พี่ใส่ส่วนผสมบราวนี่พลาดอีกแล้ว คงไม่อร่อยแน่เลย” ฟังดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกัน แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายพยายามที่จะเฉไฉนอกเรื่องเสียมากกว่า ซอนโฮขมวดคิ้วมองหน้าคนพูดด้วยความไม่เข้าใจ


          “แต่มันก็ยังอร่อยเหมือนเดิมนะพี่” พี่ดาเนียลตอบออกไปพร้อมส่งบราวนี่เข้าปากอีกครั้ง


          “ที่มันอร่อยเพราะนายเคยชินหรือเปล่า ลองคิดดีๆ ดิ”


          พี่ดาเนียลฟังสิ่งที่พี่ชายพูด ก่อนจะลองเคี้ยวและพิจารณารสชาติดูอีกครั้ง


          “อืม จริงๆ ด้วยเนื้อมันร่วนไม่หนึบเหมือนแต่ก่อน แถมยันหวานจนแทบคออีก ไม่เหมือนเดิมจริงๆ ฝีมือตกนะเราน่ะ” พูดและหยอกล้อพี่ชายไปพร้อมกัน


          ไม่นานซอนโฮก็ต้องขอตัวไปทำธุระที่อื่นก่อน ทิ้งให้เราสามคนนั่งคุยสัพเพเหระเรื่อยเปื่อย ถ้าจะพูดให้ถูกคือ พี่ดาเนียลและพี่ดงโฮคุยกันสองคนมากกว่า


          ส่วนผมก็นั่งฟังพี่น้องคู่นี้โมเรื่องกีฬา การออกกำลังกาย ขนมเค้ก และดอกไม้ที่จะเอามาตกแต่งร้าน ถ้าคนอื่นมานั่งฟังคงรู้สึกประหลาดใจไม่ใช่น้อย ทำไมผู้ชายตัวโตๆ สองคนถึงมานั่งคุยกันเรื่องของหวาน สัปดาห์นี้จะมีเมนูพิเศษอะไรดีนะ แล้วเราจะเอาดอกไม้ชนิดไหนมาตกแต่งร้านในวันศุกร์ แต่อีกซักพักก็คุยกันเรื่องการออกกำลังกาย เดือนหน้าจะเข้ายิมเล่นกล้ามไหล่ เดือนก่อนเล่นอกมาแล้วนะ แต่พอได้นั่งฟังเรื่อยๆ ก็เพลินดี      ดีกว่าตอนอยู่คนเดียวเยอะเลย


          “เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พี่ดาเนียลบอกกับผม ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหลังร้านทันที ทิ้งให้อยู่กับพี่ชายของตัวเองสองต่อสอง


          “...............”


          “...............”


          ความเงียบที่เราทั้งคู่มีให้แก่กันยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย


          ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังเหมือนเดิม


          “ควานลิน”


          “ครับ!” ผมรู้สึกประหลาดใจเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยเรียกชื่อตัวเองในยามที่เราอยู่ด้วยกันสองคน จึงเผลอขานรับด้วยเสียงที่ดังอย่างลืมตัว แถมยังเผลอนั่งตัวตรงเหมือนตอนที่อาจารย์ขานเรียกชื่อให้ตอบคำถามในชั้นเรียนอีก


          “ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ....” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจับจ้องมาที่ใบหน้าของผมและนิ่งค้างไว้อย่างนั้น ดวงตาที่เหมือนมีคำพูดมากมายต้องการจะเอ่ยออกมา แต่ทำได้แค่บอกว่า “ปรึกษาพี่ได้นะ”


          “มานั่งที่ร้านก็ได้”


          “.......”


          “เดี๋ยวจะชงโกโก้ร้อนปลอบใจเอง”



#ฝันถึงโฮลิน


tbc.


ไหนๆ เรือก็จะแตกแล้ว ลองแต่งฟิคยาวให้จบซักเรื่องจะเป็นไร๊

ทำไมไม่มี prologue ก็เพราะรักของโฮลินไม่จำเป็นต้องมีการเกริ่นนำ

เรารู้อยู่แล้วว่าเค้ารักกันค่ะ แยกย้ายจ้าาาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 13:33
    โห้ อยากเชียร์ดงโฮกับหลินนะ แต่พอรู้ว่าแดเนียลกับดงโฮ เป็นพี่น้องกันนี่นั่งยิ้มแห้งเลย 55555
    แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าความรู้สึกของดาเนียลไม่เหมือนเดิม คบเพราะเป็นแฟน เหมือนเป็นหน้าที่มากกว่ารักกัน
    หลินนี่ก็อาจไม่รู้ใจตัวเองก็ได้ คนที่หลินสบตาแค่ 4 ครั้ง อาจจะเป็นคนที่หลินรู้สึกก็ได้นะ
    แล้วไรบรรยายถึงพี่ดงโฮ นี่แบบนั่งเขินมาก แบบอยากโดนบ้างจังค่ะ
    รออ่านอยู่นะคะ
    #9
    0
  2. #6 Fiat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 15:33

    รอตอนต่อไปเลย ดงโฮต้องแอบชอบควานลินอยู่แล้วแน่ๆ ฟันธงงงงงงง

    #6
    0
  3. #5 cherish_foryou (@cherish_foryou) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 10:57

    อยากชิมบ้างจังเลย










    หมายถึงเจ้าของร้านอ่ะค่ะ ดูนุ่มละมุนดีจัง


    อิอิ

    #5
    0
  4. #4 `KiSeob (@rfd-princess) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 10:17
    แค่แรกเริ่มก็ยากแล้ววรออ่านนะคะ
    #4
    0
  5. #3 mingmuymalik (@mingmuymalik) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 01:06
    รอติดตามต่อนะค้าาาาาาาาา
    #3
    0
  6. #2 Elllsaaaa (@KookKeng04) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:01

    น้องลองคิดตามที่พี่ดงโฮพูดดูสิ อาจจะตัดสินอะไรได้ง่ายขึ้น เค้าไม่รักเราก็พอ

    #2
    0
  7. #1 Pinky Poppy (@kwanchanokpoppy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 18:32
    แงงงงงง น้องหลินของเรา ทำไมพี่แดนใจร้ายเเบบนี้นะไม่อยากคิดถึงตอนเลิกกันเลย เราต้องเห็นน้องร้องไห้อีกแน่ๆ แต่ว่าน้องหลินรู้จักกับพี่ดงโฮมาก่อนแล้วแน่ๆแล้วทำไมถึงไม่มีการพัฒนาความสัมพันธ์เลยล่ะ ที่บอกว่ายังคงเงียบต่อกันเหมือนเดิม มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังรึเปล่า
    #1
    0