ลำดับตอนที่ #20
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #20 : (ยูโด) เรียนการผันคำกริยา (ผันส่วนหาง 5 ขั้น)
มาแล้วจ้า จากคราวที่แล้วเราไปแบ่งส่วนหัว-หางของคำกริยามาแล้วนะค่ะ เพื่อนๆพี่ๆ เป็นยังไงกันบ้างค่ะหลังจากได้ฉีกหัวกระชากไส้เจ้าคำกริยาพวกนั้นแล้วคงจะมันส์มือกันน่าดู (ออกแนวเถื่อนดิบมากอะ 555) ทุกคนคงอยากจะเรียนขั้นต่อไปกันแล้วใช่ไหมค่ะ งั้นอย่ารอช้ากันเลย ไปเรียนกันเลยดีกว่าเนาะ
จากคราวที่แล้วแนนเคยบอกว่าส่วนหางที่แยกออกมานั้นจะมีการผันหรือเปลี่ยนแปลงไป แนนขอเรียกการเปลี่ยนส่วนหางนั้นว่าการผันนะค่ะ การผันเนี่ยมันจะผันได้ 5 แบบค่ะ ตามสระ 5 ตัว พูดง่ายๆก็คือส่วนหางจะเปลี่ยนเป็นสระ 5 ตัว คือ a i u e o แต่เวลาเปลี่ยนเนี่ยกรุณาเปลี่ยนทีล่ะตัวนะเจ้าค่ะ อย่าได้ริอาจอัดมันทีเดียว5ตัว แทนที่จะเป็นการผันคำกริยา มันคงจะเป็นการอัดปลากระป๋องซีเชฟ (ยี่ห้อนี่อร่อยเด็ดเจ้ามะค่ะ 555)
ยกตัวอย่างเช่น kaku เราจะแยกหัว/หางได้เป็น kak-u แล้วเปลี่ยน -u ตรงส่วนหางให้เป็นสระ 5 ตัวจะได้แบบนี้นะเจ้าค่ะ
kak-a
kak-i
kak-u
kak-e
kak-o
คราวนี้อาจะมีคนสงสัยว่า ทำไมต้องเปลี่ยนเป็นสระ 5 ตัว
คำตอบของมันก็คือ เพราะตอนนี้เรากำลังเรียนเกี่ยวกับการผันคำกริยา 5 ขั้น หรือผันคำกริยาครบทั้งสระ 5 เสียงเลยยังไงล่ะเจ้าค่ะ หรือพูดง่ายๆก็คือ 5ขั้น 5 เสียง ยังไงล่ะเจ้าค่ะ ถ้ามันผันขั้นเดียว มันก็ใช้เสียงเดียวอะจิ
พอเราผันสระ 5 ขั้นเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการนำคำมาต่อหลังส่วนหางซึ่งเราได้แปลงเพศเอ้ยเปลี่ยนมันแล้ว แนนขอเรียกตัวที่มาต่อหลังว่าพันธมิตรนะเจ้าค่ะ (ไม่ใช่เสื้อเหลืองนะเจ้าค่ะ)
การที่เราจะนำพันธมิตรมาต่อเนี่ย จะทำให้เราได้คำกริยาที่มีความหมายใหม่ แล้วก็หลากหลายมาก เขาจึงจำเป็นต้องแบ่งพันธมิตร(ส่วนที่มาต่อหาง)ตามวรรคต่างๆเนี่ยเป็น 6 รูปแบบ ตามความหมายของมัน แนนว่าเรามาดูตารางที่แนนแบ่งมาให้ดีกว่าเนาะ
รูปที่ 1 จะมีคำว่า nai ที่แปลว่า ไม่ ตามหลัง จึงเรียกว่ารูปปฏิเสธ(not-form)
รูปที่ 2 ส่วนหาง i ตามด้วย masu ที่เป็นคำสุภาพ จึงเรียกว่ารูปสุภาพ (masu-form) นอกจากคำว่า masu แล้วยังมีคำสุภาพรูปอื่นๆจัดอยู่ในรูปนี้ด้วย ไว้บทต่อไปเราจะมาแจกแจงให้ละเอียดนะเจ้าค่ะ
รูปที่ 3 เป็นรูปคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -u- หรือรูปดั้งเดิม สามารถเปิดเจอได้ในพจนานุกรม บางทีจึงเรียกว่ารูปพจนานุกรม หรือใช้เป็นรูปลงท้ายประโยคก็ได้ (คือประโยคที่เรียงลำดับโดยมีคำกริยาปิดท้าย) สามารถตามด้วยคำอื่นเช่น -na ที่แปลว่า อย่า ได้
รูปที่ 4 เป็นรูปที่ตามด้วยคำนาม
รูปที่ 5 มักจะตามด้วยคำว่า -ba ซึ่งมีความหมายว่า ถ้า จึงเรียกว่ารูปถ้า หรือ if-form
รูปที่ 6 มักเป็นรูปที่ไม่มีคำอื่นตามหลัง ใช้เป็นรูปคำสั่งไม่สุภาพ จึงเรียกว่า order-form
kak-o-o สมัยก่อนเขียนเป็น kak-a-u แต่ดันเจือกวิปริตออกเสียงเป็นเสียง oo (โอ) ดังนั้นนักวิชาการณ์บางท่านจึงจัดให้อยู่ในรูปที่1 เพราะมีส่วนหางเป็น สระ -a เหมือนกัน
พันธมิตรที่มาต่อท้ายไม่ได้มีแค่นี้นะเจ้าค่ะ นี่แค่เรียกน้ำย่อยนิดๆหน่อยๆเอง มันยังมีอีกเพี้ยบเลยล่ะ ด้วยเหตุที่มันมีเยอะเขาจึงต้องแบ่งมันเป็นรูปต่างๆอย่างงี้ไง ไม่งั้นปนกันมั่ว ที่แนนเอามาให้อ่านกันในส่วนนี้แค่อยากให้ทุกคนรู้โดยคร่าวๆว่า ส่วนหางแต่ล่ะตัวเนี่ย มันมีคำประเภทไหนมาต่อได้บ้าง ไม่จำเป็นว่าต้องมานั่งท่องจำกันให้ปวดหมองนะเจ้าค่ะ
เอาล่ะบทนี้แนนย่อยมาให้แค่นี้ก่อนนะเจ้าค่ะ ทำความเข้าใจกันไปพลางๆด้วยนะเจ้าค่ะ ยากง่ายยังไงก็บอกแนนด้วยเน้อ อย่าปล่อยให้เขาเหงาเปล่าเปลี่ยวเอกานะเจ้าค่ะ ฮื่อๆๆ
จากคราวที่แล้วแนนเคยบอกว่าส่วนหางที่แยกออกมานั้นจะมีการผันหรือเปลี่ยนแปลงไป แนนขอเรียกการเปลี่ยนส่วนหางนั้นว่าการผันนะค่ะ การผันเนี่ยมันจะผันได้ 5 แบบค่ะ ตามสระ 5 ตัว พูดง่ายๆก็คือส่วนหางจะเปลี่ยนเป็นสระ 5 ตัว คือ a i u e o แต่เวลาเปลี่ยนเนี่ยกรุณาเปลี่ยนทีล่ะตัวนะเจ้าค่ะ อย่าได้ริอาจอัดมันทีเดียว5ตัว แทนที่จะเป็นการผันคำกริยา มันคงจะเป็นการอัดปลากระป๋องซีเชฟ (ยี่ห้อนี่อร่อยเด็ดเจ้ามะค่ะ 555)
ยกตัวอย่างเช่น kaku เราจะแยกหัว/หางได้เป็น kak-u แล้วเปลี่ยน -u ตรงส่วนหางให้เป็นสระ 5 ตัวจะได้แบบนี้นะเจ้าค่ะ
kak-a
kak-i
kak-u
kak-e
kak-o
คราวนี้อาจะมีคนสงสัยว่า ทำไมต้องเปลี่ยนเป็นสระ 5 ตัว
คำตอบของมันก็คือ เพราะตอนนี้เรากำลังเรียนเกี่ยวกับการผันคำกริยา 5 ขั้น หรือผันคำกริยาครบทั้งสระ 5 เสียงเลยยังไงล่ะเจ้าค่ะ หรือพูดง่ายๆก็คือ 5ขั้น 5 เสียง ยังไงล่ะเจ้าค่ะ ถ้ามันผันขั้นเดียว มันก็ใช้เสียงเดียวอะจิ
พอเราผันสระ 5 ขั้นเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการนำคำมาต่อหลังส่วนหางซึ่งเราได้แปลงเพศเอ้ยเปลี่ยนมันแล้ว แนนขอเรียกตัวที่มาต่อหลังว่าพันธมิตรนะเจ้าค่ะ (ไม่ใช่เสื้อเหลืองนะเจ้าค่ะ)
การที่เราจะนำพันธมิตรมาต่อเนี่ย จะทำให้เราได้คำกริยาที่มีความหมายใหม่ แล้วก็หลากหลายมาก เขาจึงจำเป็นต้องแบ่งพันธมิตร(ส่วนที่มาต่อหาง)ตามวรรคต่างๆเนี่ยเป็น 6 รูปแบบ ตามความหมายของมัน แนนว่าเรามาดูตารางที่แนนแบ่งมาให้ดีกว่าเนาะ
|
|
| ||
|
|
| ||
|
|
|
| |
|
|
| ||
|
|
| ||
|
|
|
รูปที่ 1 จะมีคำว่า nai ที่แปลว่า ไม่ ตามหลัง จึงเรียกว่ารูปปฏิเสธ(not-form)
รูปที่ 2 ส่วนหาง i ตามด้วย masu ที่เป็นคำสุภาพ จึงเรียกว่ารูปสุภาพ (masu-form) นอกจากคำว่า masu แล้วยังมีคำสุภาพรูปอื่นๆจัดอยู่ในรูปนี้ด้วย ไว้บทต่อไปเราจะมาแจกแจงให้ละเอียดนะเจ้าค่ะ
รูปที่ 3 เป็นรูปคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -u- หรือรูปดั้งเดิม สามารถเปิดเจอได้ในพจนานุกรม บางทีจึงเรียกว่ารูปพจนานุกรม หรือใช้เป็นรูปลงท้ายประโยคก็ได้ (คือประโยคที่เรียงลำดับโดยมีคำกริยาปิดท้าย) สามารถตามด้วยคำอื่นเช่น -na ที่แปลว่า อย่า ได้
รูปที่ 4 เป็นรูปที่ตามด้วยคำนาม
รูปที่ 5 มักจะตามด้วยคำว่า -ba ซึ่งมีความหมายว่า ถ้า จึงเรียกว่ารูปถ้า หรือ if-form
รูปที่ 6 มักเป็นรูปที่ไม่มีคำอื่นตามหลัง ใช้เป็นรูปคำสั่งไม่สุภาพ จึงเรียกว่า order-form
kak-o-o สมัยก่อนเขียนเป็น kak-a-u แต่ดันเจือกวิปริตออกเสียงเป็นเสียง oo (โอ) ดังนั้นนักวิชาการณ์บางท่านจึงจัดให้อยู่ในรูปที่1 เพราะมีส่วนหางเป็น สระ -a เหมือนกัน
พันธมิตรที่มาต่อท้ายไม่ได้มีแค่นี้นะเจ้าค่ะ นี่แค่เรียกน้ำย่อยนิดๆหน่อยๆเอง มันยังมีอีกเพี้ยบเลยล่ะ ด้วยเหตุที่มันมีเยอะเขาจึงต้องแบ่งมันเป็นรูปต่างๆอย่างงี้ไง ไม่งั้นปนกันมั่ว ที่แนนเอามาให้อ่านกันในส่วนนี้แค่อยากให้ทุกคนรู้โดยคร่าวๆว่า ส่วนหางแต่ล่ะตัวเนี่ย มันมีคำประเภทไหนมาต่อได้บ้าง ไม่จำเป็นว่าต้องมานั่งท่องจำกันให้ปวดหมองนะเจ้าค่ะ
เอาล่ะบทนี้แนนย่อยมาให้แค่นี้ก่อนนะเจ้าค่ะ ทำความเข้าใจกันไปพลางๆด้วยนะเจ้าค่ะ ยากง่ายยังไงก็บอกแนนด้วยเน้อ อย่าปล่อยให้เขาเหงาเปล่าเปลี่ยวเอกานะเจ้าค่ะ ฮื่อๆๆ
เก็บเข้าคอลเล็กชัน
ความคิดเห็น