BAP หลังคาเดียวกัน

ตอนที่ 4 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ม.ค. 58




 
 บทที่ 4


 



  เสียงเปิดประตูเรียกความสนใจจากบุคคลด้านในได้ดี   สายตาทั้งสามคู่มุ่งตรงไปที่ทางเข้าของบ้านหลังใหญ่
คนที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับข้าวของเต็มไม้เต็มมือ


 
  ไม่ได้สนใจสายตาที่มองตรงมาตั้งแต่แรก ยังคงยุ่งอยู่กับสิ่งของมากมายที่เจ้าตัวหอบหิ้วมันมาด้วย ขายาวเดินตรงเข้าไปยังพื้นที่ถัดจากห้องรับแขกนั้นคือห้องครัว บ้านหลังใหญ่ ถูกดัดแปลงแบ่งสรรค์พื้นที่ใช้สรอยให้เหมาะสมมากที่สุด ห้องครัวไม่ได้ใหญ่มากมาย มีเคาเตอร์สำหรับวางของไม่กว้างนัก 

 
 
มือเรียวจัดการวางของทั้งหมดลงบนพื้นที่ใช้สรอยเพียงนิดนั้นอย่างเบามือเพราะกลัวว่ามันจะตกหล่นและเกิดความเสียหายซะมากกว่า
 

 
  ยงนัมทำเพียงเมินหน้าหนีภาพที่แดฮยอนเดินตามยงกุกต้อยๆ ถึงจะเห็นว่าข้าวของที่ทั้งสองหอบหิ้วมานั้นจะล้นมือมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะเข้าไปช่วยแต่อย่างใด เค้าทำเพียงยกแก้วขึ้นมาจ่อปาก
เหมือนจะจิบแต่ก็ไม่จิบ ก่อนจะวางมันลงและหยิบรีโมทขึ้นมากดเปิดทีวี และละออกจากโลกภายนอก
โฟกัสไปยัง
หน้าจอสี่เหลี่ยมด้านหน้าอย่างเฉยชา
 


 
 
 ท่ามกลางสายตาฉงนของสองพี่น้อง ยองแจเม้มปากเข้าหากันลอบมองสถานการณ์ตั้งแต่ บุคคลสองคนก้าวตามกันเข้ามาในบ้าน และคนทั้งสองไม่ได้สนใจว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้เลย
จะด้วยความรีบร้อนหรืออะไรก็ตามที่ยองแจยังระบุไม่ได้ แต่ความสงสัยไม่ได้เป็นของเค้าคนเดียว
จงออบที่มองอยู่ก็เอาแต่สกิดยิกๆ


 
แสดงความอยากรู้เต็มที่ ก็ตั้งแต่ผู้มาเยือนใหม่เข้ามา ท่าทางของพี่ชายที่นั่งหัวโด่อยู่ด้วยกันนี้ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยก็ว่าได้ แววตาคู่นั้นที่มองไปยังคนทั้งคู่

 
มีแววเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่สร้างความฉงนก็ตรงที่ พี่ชายคนที่อยู่ในครัวดันมีหน้าตาที่ถอดแบบมาจากคนที่นั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับพวกเค้าตรงนี้ไม่มีผิดเพี้ยน จะต่างกันก็ตรงที่ขนาดตัวนั้นแหละมั้ง 
 
 
 อีกคนดูตัวเล็กไปเลยถ้าได้มายืนใกล้กันกับคนตรงหน้า
 
 
 
 
  จงออบพยักหน้าเหมือนเข้าใจสถานการณ์ในขณะนี้ดี ในขณะที่สายตายังลอบมองเสี้ยวหน้าของคนอายุมากกว่าที่นั่งทำหน้านิ่ง ทั้งๆที่เสียงหัวเราะแทบขาดใจดังออกมาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมที่นั่งจ้องตาไม่กระพริบ

 
 
 "พี่ครับ ..พี่แกไหวรึเปล่า.." จงออบกระซิบถามอย่างอยากรู้ เค้ารู้สึกตื่นเต้นกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก 

 
 "ชู่ววววว " ยองแจทำสัญญานมือว่าให้เงียบไว้ก่อน เค้าประเมินสถานการณ์ได้ว่า ตั้งแต่ที่คนหน้าเหมือนท่าทางอ่อนนุ่มคนนั้นก้าวเข้ามาในบ้าน คนที่จะตัดสินชะตากรรมของเค้าและจงออบคือคนๆนี้แน่นอน  
ไม่รู้สิ แต่ความรู้สึกมันบอกแบบนั้น เพราะพี่ชายหน้าโหดนั้นไม่ได้ดูรู้อะไรเกี่ยวกับประกาศที่ติดอยู่ที่กำแพงหน้าบ้าน
เลยซักนิดเดียว ซ้ำยังดูสงสัยอยู่ไม่น้อย อีกอย่าง พี่ชายดูอ่อนโยนคนนั้นยังมีรังสีบางอย่างที่แผ่กระจายออกมา ความอ่อนหวานที่แสดงออกมามันดูอ่อนโยนจริง


 
แต่มันมีบางอย่างที่ดูแปลกไป แปลกและน่าค้นหา มันดึงดูดและในขณะเดียวกันสัญชาตญานก็สั่งให้ถอยห่างจะเป็นดีที่สุด..
 
 
 
 
 
 
 "แดฮยอนอาา ขอบใจนะที่ช่วยพี่"

 
"ยินดีครับ แค่นี้เองไม่เห็นต้องขอบใจอะไรเลย" 


 
 
 เสียงพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในขณะที่คนทั้งคู่ดูมีความสุข รอยยิ้มอ่อนหวานครั้งแล้วครั้งเล่าถูกส่งให้กัน ท่าทางสุขต์สันของคนทั้งสองอยู่ในสายตาทั้งสามคู่ตั้งแต่แรก


 
 ยงนัมยกแขนขึ้นกอดอก เหลือบมองการกระทำของคนทั้งสองอย่างไม่อยากใส่ใจเท่าไหร่ ในใจเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ เหมือนลืมอะไรไป แต่ก็ไม่อยากนึกให้รกสมอง เพราะตอนนี้ในหัวก็ขุ่นมัวจนไม่มีอารมณ์จะหยิบจับอะไรทั้งนั้น บอกได้คำเดียวคือ ยงนัมคนนี้ กำลังหงุดหงิด


 
หงุดหงิดกับท่าทางเหล่านั้น หงุดหงิดเพราะไอ้เด็กหน้าแมวคนนั้น ที่ชอบมาเกาะแกะยงกุก ไหนจะแววตาพราวระยับเวลาที่มองยงกุกอีก 


 
  ใช่ เค้ากับยงกุก เป็นพี่น้องฝาแฝดที่คลานตามกันมาติดๆ มันจะผิดอะไรที่เค้าจะไม่ชอบใจเวลามีใครมาทำตัวเกาะติดเป็นปิง ตามดูดเลือดแฝดน้องของตัวเองแบบนี้กัน

 
แต่พี่ชายอย่างเค้าไม่ได้รับสิทธิให้ทำตัวเป็นปิงอย่างใครๆ ทำอะไรไปอีกคนก็มีแต่ไม่ชอบใจ ไม่ใส่ใจในการกระทำของเค้าเลยแม้แต่นิดเดียว 
 
 

 
 
  พี่ชายอย่างเค้ามันจะไปสู้ไอ้หน้าแมวจอมขโมยนั้นได้ยังไง  คิดแล้วก็น้อยใจ ไอ้บ้าหิมยังได้รับความสนใจมากกว่าเค้าซ่ะอีก - -
 


 
  ยงนัมไม่สนใจภาพตรงหน้า เค้าหันกลับมาโฟกัสที่จอสี่เหลี่ยมอีกครั้ง พลางกดเพิ่มเสียงให้ดังมากขึ้นไปอีก อยากจะไปให้ไกลๆ ไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น




 
 หัวใจมันบีบครั้นแปลกๆ เหมือนจะขาดใจลงตรงนี้  อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!
 
 
 
  
 
 
 
 
 
 
  ยองแจรู้สึกกดดันและประหม่ามากขึ้นเมื่อคนทั้งสอง ก้าวเข้ามาใกล้และจับจอง โซฟาฝั่งขวามือของเค้าและจงออบที่นั่งอยู่ตรงกลาง และซ้ายมือเป็น พี่ชายจอมเสียงดังคนดังกล่าว  จงออบก็เช่นกันถ้าสิงผมได้คงสิงไปนานแล้ว เล่นมาเบียดซ่ะขนาดนี้ ผมรู้ว่าจงออบก็กดดันแถมน้องยังตื่นเต้นกับสถานการณ์ตรงหน้า


 
ผมรู้เพราะผมมองเห็นแววตาของน้อง ผมมองมันเสมอ 
 
  
 
 
  เราสองพี่น้องยังคงนั่งนิ่ง เกร็งไปถึงไส้ติ่งได้แล้วมั้ง   เพราะแม้จะผ่านมาหลายนาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตตนไหนคิดจะสนใจพวกเค้าสองคนที่นั่งหัวโด่ อยู่นี้กันเลยไอ้คนที่พาเข้าบ้านมาก็เอาแต่เงียบ ไม่สนใจโลก
ไม่คิดจะแนะนำอะไรเลยด้วย 
 

 
 สองคนนั้นก็เหมือนโลกจะชมพู เกินไปแล้วนะ  สนใจคนรอบข้างบ้างเซ่!!!! 
 
 
 
 
ถ้าไม่กลัวจะเป็นการเสียมารยาท และติดทีต้องรักษาภาพพจน์นะ ยูยองแจ คนนี้แม่งจะตะโกนใส่หู ให้ได้รู้กันไปเลย ว่าก็มีตัวตนนะเว้ยยยยยย
 

 
  ให้ได้อยู่ที่นี้ก่อนเหอะ !! จะไม่สนหน้าอินหน้าพรมเลยคอยดู
 
 
เหมือนท่าทางอึดอัดของเราทั้งคู่จะไปสะกิดต่อมอยากรู้ ของไอ้มนุษย์หน้าแมวอยู่บ้าง ยอมรับว่าหล่อ เออ!!
 
 
แต่ถ้าจะแค่ส่งยิ้มหล่อมา ไม่คิดจะพูดอะไรก็น่า จะรีบๆไสหัวไปไกลๆจะดีซ่ะกว่านะ น่าโมโหหหหหหหหหหหหหหห
 
 
  
 ผมสะดุ้งเล็กน้อย จากแรงบีบที่มือจนต้องหันไปมอง เห็นเป็นจงออบที่ส่งยิ้มเฝื่อนๆมาให้  คงรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่แถมสีหน้าผมคงไปไกลมากแล้วด้วย   ผมยิ้มบางเบาส่งให้จงออบ ก่อนจะหันกลับมาสนใจเหตุการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง
 
 
 
 
      พอหันกลับมาก็จำเป็นต้องสบเข้ากับดวงตาเรียวรี ที่มองตรงมาที่พวกเค้าอยู่ก่อนแล้ว  ทีนี้แหละ ยองแจถึงได้รู้จักกับคำว่า เขิน จนไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหนกันเลยทีเดียว หูเหอคงแดงหมดแล้วมั้ง
โอ๊ยยยยยยยย น่าอายชะมัด
 
 
   เหมือนโดนสะกด น่าแปลกมาก ที่ตอนเจอกับพี่ชายอีกคนที่่นั่งจ้องทีวีอยู่ ไม่ยักกับรู้สึกอะไรแบบนี้ ทั้งที่หน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ   ยองแจรู้สึกแต่แรกแล้วว่าคนๆนี้มีอะไรที่แปลกออกไป น่าค้นหา...
 

 
 
   แต่ก็น่ากลัว... ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มอย่างพอใจ   ยองแจยังคงจ้องมองอีกคนนิ่ง แทบไม่อยากกระพริบตาไปไหน

 
 
 "เน้!!!!  จ้องเอาอะไรนักหนา ไอ้เด็กนี้หนิ "  เป็นเสียงไม่สบอารมณ์ของคนหน้าโหด พร้อมกับหมอนใบนิ่มที่ลอยมาประทะหน้าไม่แรงนัก 


 
แต่พอหันไปตามทางที่มา ก็ได้เจอกับสายตาขุ่มมัวยิ่งกว่าเจอกันครั้งแรก  ตอนนี้ยองแจถึงประจักษ์ได้อย่างชัดเจน ว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปนั้น เกิดจากอะไรกันแน่
 

 
ที่แท้ก็หวงฝาแฝดตัวเอง ถ่ออออออ มองนิดมองหน่อยทำเป็นหวง ชิ!!
 
 
 
  "อะไรของพี่เนี่ยยย"  ที่คิดนะไม่ได้พูดที่ทำได้แค่ ทำบ่นอุบอิบพร้อมกับก้มหน้าแทบชิดอก  ก็คนมันอายนี้นาาาา
 
เล่นไปจ้องพี่เค้าขนาดนนั้นก็สมควรอายอยู่หรอกนะ จงออบได้แต่นึกขำในใจกับท่าทางของคนเป็นพี่ ทำไมเค้าจะไม่รู้ 




 
 คนอย่างพี่ยองแจ ทำอะไร เค้ารู้ทั้งนั้นแหละ 
 
 
 
 "ยงนัม ทำแบบนี้มันเสียมารยาทนะ " 
 
"อะไรล่ะ ก็มันจริง.."
 
"พอ...... ไม่ต้องพูดแล้ว" 
 

 
   ยงกุกเอ่ยปิดบทสนทนาระหว่างตัวเค้าและแฝดพี่ด้วยการเบนสายตาไปสนใจแขกที่มาเยือนทั้งสองคนแทน ในขณะที่ยงนัมทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆอย่างน่าสงสาร 
 

 
 
 เสียงหัวเราะคิกคักอย่างพอใจดังมาจากอีกคนที่อยู่ข้างๆคนหน้าเหมือน  
 
สาบานว่าคนอย่าง บังยงนัม จะไม่ปล่อยให้ไอ้แมวดำนั้น ได้รอดกรงเล็บเสืออย่างเค้าไปแน่ 
 
 
 
หัวเราะไปเถอะมึง เดี๋ยวเหอะ น้ำตาจะเช็ดหัวเข่า ฮึ้ยยยยยยยยยยย  
 
 
 
 
 
ยงนัมลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเดินลงส้นหนักๆ ออกไปจากสถารการณ์ที่เค้าไม่สู้ และไม่มีอะไรจะสู้ แค่เป็นยงกุก ออกปาก เค้าก็พร้อมจะเงียบและทำตามทุกอย่าง ไม่ได้กลัว แค่เกรงใจนะเว้ยยย ฝากไว้ก่อนเถอะ 
 ก่อนจะไปยังไม่วายหันกลับมาแยกเขี้ยวใส่สองพี่น้องให้ได้เสียวเล่นอีกต่างหาก  



 
  ยงกุกแค่ยกยิ้มให้กับท่าทางหัวเสียของคนเป็นพี่ และกลับมาสนใจแขกตัวเล็กตัวน้อยทั้งสองต่อ
 
 
 "เอ่อ   พี่ครับ ผมเข้าห้องก่อนนะ มีไรต้องทำ คุยกันดีๆนะครับ " 
 
 "อืม เอาสิ ไปพักผ่อนเถอะ" 
 
"ครับผม"   น้ำเสียงนอบน้อม ฟังดูนุ่มหู ถูกเอ่ยออกมาจากคนที่อยู่ข้างกายตลอด ตั้งแต่ย่างกายเข้ามาในบ้าน 
 

 
ยองแจทำได้แค่นิ่งเฉย กับสายตาและรอยยิ้มหวานที่ถูกส่งมาให้ ก่อนเจ้าของมันจะเดินลับตาไป... 
 
 
...............................................................................

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #14 YooJae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 11:04
    แหม ยองแจเขินหราาาา พี่ยงนัมนี่ก็นะ หวงแฝดไปป่ะเนี่ย แล้วบังแด้เค้ากิ๊กกันเหรอหรืออะไรยังไง
    #14
    0
  2. #9 Wiww (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:44
    อะไรยังไง  หนูแจเขินพี่บังรึ 


    ขำพี่นัม  
    #9
    0